ภารกิจหัวใจของนายต่างดาว Mystery of love

Y

ภารกิจหัวใจของนายต่างดาว Mystery of love

ภารกิจหัวใจของนายต่างดาว Mystery of love

Evan

Y

0
ตอน
115
เข้าชม
0
ถูกใจ
0
ความคิดเห็น
0
เพิ่มลงคลัง
เมื่อพ่อม้ายลูกติด ที่ทำงานเป็นนักข่าวภาคสนาม ที่บังเอิญต้องมาเจอกับ มนุษย์ต่างดาวนอกโลกที่มาทำภารกิจสำคัญของดวงดาว พวกเค้าจะรักกันได้อย่างไร และภารกิจของมนุษย์ต่างดาวจะสำเร็จมั้ย ติดตามได้เลยครับ

####สวัสดีครับ ต้องขอออกตัวก่อนว่า เป็นนักเขียนหน้าใหม่ แบบใหม่จริงๆ ไม่เคยเขียนที่ไหนมาก่อนเลย นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายโรแมนติกคอมเมดี้ ที่มีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาวที่ไม่มีขีดจำกัดในเรื่องความรักระหว่างเพศ เป็นแนวชายรักชาย สำหรับเนื้อหา สถานที่และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ เป็นจินตนาการของไรท์เท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงในปัจจุบัน ไม่ได้อิงตามหลักความเป็นจริง เพราะไรท์เขียนขึ้นจากจินตนาการล้วนๆ

#####ยังไงไรท์ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ อาจมีบางคำหรือบางคำพูดที่ทำให้ผู้อ่านทุกท่านไม่เข้าใจหรือบรรยายไม่ละเอียด รบกวนติชมและแนะนำกันด้วยนะครับ ไรท์ต้องการกำลังใจและคำติชมแบบน่ารักๆและจะได้มีกำลังใจในการสร้างสรรค์เรื่องราวต่อไป ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและหวังว่าทุกคนจะชอบกันนะครับ

"ภารกิจหัวใจของนายต่างดาว" Mystery of Love 

คุณเคยรอใครคนนึงนานๆมากมั้ยครับ  

รอทั้งๆที่รู้ว่าเค้าจะไม่กลับมาอีกแล้ว  

ถึงแม้มันจะมีเพียงแค่ 0.0001%  

สำหรับคนบางคนที่หวังจะถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1

แต่สำหรับผมการรอในครั้งนี้มันคือ 0%  

มันคือเส้นคู่ขนาน ที่ไม่มีวันได้บรรจบหรือไม่มีจุดต่อกันได้เลย

ใช่ครับ ผมคือคนๆนั้นที่รออย่างมีความหวังว่าสักวันหนึ่ง  

เค้าจะกลับมาหาแม้ว่าผมจะต้องทรมานสักแค่ไหน  

ถึงแม้ไม่มีแม้แต่เปอร์เซ็นเดียว แต่ผมก็เต็มใจที่จะรอ 

ชายชราคนหนึ่งเขียนการ์ดใบเล็กด้วยปากกาหมึกซึมสีดำ ด้ามจับของปากกา มีรอยสลักที่เขียนด้วยลายมือเขียนว่า "CE"  ด้านหลังมีรูปที่ถ่ายจากกล้องโพลารอยด์ที่ดูเลือนราง เหมือนถ่ายมานานมากแล้ว "รอวันทีี่จักรวาลเป็นใจ" ชายชราดังกล่าวค่อยๆเขียนอย่างตัวบรรจง ลายมือสวยงามแต่ยังมีรอยหยักจากมือที่สั่นเทาด้วยความชราภาพ เขาบรรจงเสียบการ์ดใบนั้นในหนังสือเล่มหนึ่งที่ดูเหมือนหนังสือเล่มใหญ่จากห้องสมุดโรงเรียน ด้านสันปกพิมพ์ชื่อเรื่อง "Mystery of love" ชายชราดังกล่าวเปิดพลิกไปพลิกมา และขยับแว่นขึ้นมาเพื่อให้เห็นตัวหนังสือที่ใหญ่ขึ้น ชายคนดังกล่าวปิดหนังสือเล่มนั้นด้วยอาการที่อ่อนเพลียและดูอิดโรย เขาค่อยๆเดินไปยังเตียงนอนที่ดูเรียบง่าย มี หมอน 2 ใบและผ้าห่มบางๆ 2 ผืน เขาเอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง และทั้งห้องก็มืดสนิท ทันใดเกิดลมพายุที่ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้ จะมีฝนตกหนัก หน้าต่างที่ถูกเปิดออก มีลมพัดผ่านเข้ามา หนังสือเล่มดังกล่าวที่ถูกวางไว้ถูกเปิดออกไปที่หน้าที่มีการ์ดดังกล่าวคั่นอยู่ เผยให้เห็นรูปชาย 2 คนและเด็กหนุ่มวัยรุ่น ฝนเริ่มตกหนักและเกิดเสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว เกิดแสงสีขาวสว่างจ้าไปทั่วบริเวณบ้านและแสงนั้นก็ดับไป

ปี 2020 

ภายในห้องนอนที่มืดสนิท มีเพียงแสงยามเช้าตรู่จากนอกหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามา

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น 

"กริ๊งงงงงง" 

เป็นนาฬิกาปลุกรุ่นไขลานโบราณ ที่ดูๆแล้วน่าจะมีอายุรุ่นราวๆ 20 ปี เสียงดังและเบาสลับกันไปมา จนดูเหมือนนาฬิกาถูกใช้มาเป็นเวลานาน 

ห้องนอนที่มืดกลับสว่างขึ้นเมื่อมี เด็กผู้ชายคนนึง วิ่งมาเปิดผ้าม่าน เพื่อให้แสงแดดยามเช้า ส่องลงมาในห้องเล็กๆ ห้องนี้ ซึ่งดูเหมือนวันนี้เป็นวันอากาศดีอีกวันนึง 

“ป๊าาา ตื่นได้แล้วครับ”  

ผ้าห่มขนาดหนายังคงคลุมแน่นิ่ง ไม่กระดุกกระดิกแม้แต่น้อย

เด็กชายตัวเล็กกระโดดขึ้นไปยังเตียงและจักจี้ ชายที่อยู่ในผ้าห่มนั้น 

"โอ้ยๆๆ ป๊ายอมแล้ว ตื่นแล้วครับบ" เสียงชายวัย 27 ที่ดูผมเผ้ารุงรัง ใส่เสื้อกล้ามสีขาวรีบเปิดผ้าห่มออกมา

"หืออ วันนี้วันอาทิตย์หรอ งั้นป๊านอนต่อแล้วกันนะ!" ชายหนุ่มคนดังกล่าวรีบคลุมผ้าห่มอีกครั้ง 

"ป๊าครับ วันนี้เราไปสวนสนุกกันนน แม่ไม่อยู่ไปทำธุระที่ต่างจังหวัดครับ ผมต้องอยู่กับป๊าทั้งวันเลย" เด็กชายตัวน้อยรีบบอกกับชายผู้เป็นพ่ออย่างกะตือรือร้น

ชายดังกล่าวรีบเปิดผ้าห่มออกมาอีกครั้ง และพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ 

"จริงป่ะ งั้นป๊าขอเวลาอาบน้ำแปบบนึง แล้วจะรีบไปทำอาหารเช้าให้นะ" ชายหนุ่มรีบวิ่งไปหยิบผ้าเช็ดตัวและรีบเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

เด็กน้อยวิ่งไปที่ประตูห้องน้ำ และตะโกนออกมา “แม่ทำกับข้าวไว้เยอะเลย รีบตามมานะครับ” 

ผมตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มและเสียงดัง “ครับผมมม เจ้ายอดมนุษย์ของป๊า”  

ชายคนดังกล่าว ส่องกระจกในห้องน้ำ 

"นี่กูโทรมขนาดนี้เลยหรอวะ ใต้ตาก็ดำ หนวดก็ยังไม่ได้โกน ไอ้ "คริส"เอ้ย เมิงจะปล่อยตัวแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย" ผมสบถกับสภาพของตัวเองหลังจากที่ทำงานมาทั้งอาทิตย์ที่หน้ากระจก พลางหยิบแปรงสีฟันและยาสีฟันขึ้นมาแปรง และรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว

เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก

คริส เดินออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวสีขาวและเดินไปที่ตู้ไม้โอ๊คเก่าแก่ ตู้นั้นมีแผ่นซีดีที่เค้าชอบสะสมเพลงเก่ายุค 90 และแผ่นเสียงขนาดใหญ่ ทั้งเพลงต่างประเทศและเพลงไทยมากมาย วางอย่างเป็นระเบียบ

คริสหยิบแผ่นซีดีที่ปกอัลบั้มดูยับเยิน เหมือนผ่านมาแล้วหลายปี มีรอยขาดอยู่ที่ปกอัลบั้ม

"Robbie Williams"  

คริสกดเลือกเพลง "Angels" ซึ่งเป็นเพลงที่เค้าชอบฟังเป็นประจำ

And through it all she offers me protection 

A lot of love and affection 

Whether I'm right or wrong 

And down the waterfall 

Wherever it may take me 

I know that life won't break me 

When I come to call, she won't forsake me 

I'm loving angels instead 

คริสฮัมเพลง และเดินไปเปิดหน้าต่าง เพื่อสูดอากาศและรับแสงแดดของวันใหม่ เขาไม่ได้ตื่นมารับแสงแดดในวันหยุดสักเท่าไหร่ เพราะทำงานแทบทุกวันและเช้าวันอาทิตย์นี้ก็เป็นวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุดของเขา

เห็นชายวัยกลางคนบ้านตรงข้ามกำลังรดน้ำต้นไม้ ซึ่งผมรู้จักเป็นอย่างดี เพราะผมอยู่กับแกมานานเกือบ 20 ปี 

คุณลุงอายุน่าจะไล่เลี่ยกับคุณพ่อของผม เพราะตอนเด็กเวลาพ่อกับแม่ผมไม่อยู่บ้าน ผมมักจะไปเล่นกับคุณลุงเป็นประจำ

เพราะคุณลุงชอบมีเรื่องเล่าแปลกๆเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว จานบิน UFO และสัตว์ประหลาดจากต่างดาว แกเป็นคนตลกและดูเหมือนจะชอบพูดคนเดียวอยู่ตลอดเวลา 

คุณตาชื่อคุณลุง "เดชา" อยู่กับคุณยายที่เป็นอัมพาตนอนติดเตียงมาหลายปี

ผมยังคงมองเข้าไปที่ห้องที่คุ้นเคยที่บ้านตรงข้าม เห็นคุณป้า "พิมพ์อร" ที่นอนอยู่เป็นประจำ เมื่อตอนผมเด็กๆ ผมจำได้ว่า คุณป้าเป็นผู้หญิงที่สวยและใจดีมากคนนึง คุณป้ามักจะทำอาหารมาเลี้ยงผมในทุกๆครั้งที่ผมมาฟังนิทานจากคุณลุง

 แต่เมื่อหลายปีก่อน คุณป้าพิมพ์อรแกประสบอุบัติเหตุ ขณะขับรถไปส่งของที่ต่างจังหวัด แต่ไม่มีใครมาเห็น จนทำให้สมองขาดออกซิเจน และนอนเหมือนคนไม่ได้สติมาเกือบ 20 ปี ผมยิ้มให้คุณลุงในทุกๆเช้าที่ผมจะสามารถตื่นมาทันแกรดน้ำต้นไม้ และนึกถึงวันเก่าๆในอดีตที่ผุดขึ้นมา

----- Flash back ในอดีต-----

"รู้ม้ั้ย ว่ามนุษย์ต่างดาว มีลักษณะเดียวกันกับเรา แทบจะเป็นฝาแฝดกันเลยทีเดียว เมื่อก่อนมนุษย์ต่างดาว จะมีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการลงมาสำรวจบนดาวเคราะห์นั้นๆ ถ้าลงมาที่โลก สภาพของพวกเค้าจะเหมือนกับมนุษย์โลก ถ้ามองเผินๆ จะเป็นมนุษย์โลกคนหนึ่งเท่านั้น แต่เค้าจะมีพลังงานบางอย่างที่เก็บซ่อนอยู่ ถ้าตราบใดที่เค้าใช้พลังงานนั้น ณ ที่ใด จะทำให้เกิดร่องรอย และผู้ดูแลดวงดาวจะสามารถรับรู้ได้ทันที ว่าปรากฎอยู่ที่ใด และพวกเค้าจะรีบลงมาจับกุมให้กลับไปยังดวงดาวที่จากมาทันที โดยไม่มีข้อแม้ เพราะถือว่าเป็นการ ปรากฎตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ดวงดาวของตัวเองเกิดอันตรายจากผู้ไม่หวังดี" 

ผมตั้งใจฟังเวลาที่คุณลุงเดชาเล่าในทุกๆครั้ง เหมือนเป็นบทเรียนที่สนุกมากบทเรียนหนึ่ง ซึ่งผมไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน เมื่อโตขึ้น ผมจึงคิดว่า เรื่องที่คุณลุงเดชาเล่านั้น น่าจะเป็นนิทาน เพื่อให้เด็กๆสนุกคล้ายกับนิทานยอดมนุษย์เรื่องอื่นๆ มันนานมากแล้ว แต่ผมก็จะนึกถึงนิทานเรื่องนี้ตลอดเวลา

"ป๊าาครับ อาหารพร้อมแล้วครับ รีบลงมานะครับ" เสียงลูกชายผมตะโกนเรียกมาจากหน้าประตูห้อง

"คร้าบบ" ผมรีบตอบและยิ้ม

(ชั้นล่าง)

ชั้นล่างของบ้าน ผมเห็นอาหารเช้าเต็มโต๊ะ ทั้ง แฮม ขนมปัง Egg Benedict ที่ดูไข่จะเยิ้มไหลลงมาถึงขอบล่างของจาน มือของหญิงสาวคนหนึ่ง หยิบแก้วเปล่าใบใหญ่ เทนมลงในแก้ว “อื้อหือ นี่ภัตตาคารหรือบ้าน คุคุณคริส วรลักษณ์เลิศสกุลกันครับเนี่ย จัดเต็มขนาดนี้” 

“ป๊าครับวันนี้มีของโปรดป๊าด้วยนะ ไส้กรอกกรอบๆกับไข่ดาวไม่สุก” อิลตันรีบนำเสนอจานอาหารที่ผมชอบ

“รู้ใจจริงๆนะครับคุณอิลตัน” คริส บรรจงลูบหัวลูกชายอย่างยิ้มแย้ม

ผู้หญิงคนนึงรูปร่างบอบบาง เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเย็นชา “วันนี้ เนยไม่ได้ไปด้วยนะ มีธุระ” 

“วันนี้คุณแม่ติดธุระ เราไปกัน 2 คนก็ด้ายยยเนอะ” ผมพูดขณะกำลังจะหยิบซอสมะเขือเทศยี่ห้อประจำ ราดลงไปที่ไส้กรอกและไข่ดาว

สักพักมีเสียงไลน์ดังขึ้น ที่โทรศัพท์ของเนย

เนยรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูพร้อมด้วยรอยยิ้มมุมปากแล้วรีบเดินไปหา อิลตัน 

“แม่ต้องรีบไปแล้วนะ เดี๋ยวค่ำๆแม่มารับนะครับเด็กดี พรุ่งนี้หนูต้องรีบไปโรงเรียนแต่เช้า คุณครูให้ส่งการบ้านก่อน 8 โมง ไม่ดื้อ ....” เสียง อิลตันตอบทันควัน “ไม่ซน เป็นเด็กดี” เนยอมยิ้มพร้อมกับชมลูกชาย “เก่งมากลูก แม่ไปละ” 

ผมหัวเราะให้ลูกชายผมที่เดี๋ยวนี้โตขึ้นแล้ว

อิลตันมองตามแม่ที่กำลังขึ้นรถคันหรูใหญ่สีดำ ที่มารอรับอยู่หน้าบ้าน แล้วหันกลับมาด้วยสายตาเศร้าหมอง 

ผมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบลูบหัวลูกชายและพูดขึ้นมา

"เอางี้ ป๊าว่า เราคิดกันดีกว่า เราจะไปเล่นที่สวนสนุกหรือว่าไปปั่นจักรยานเล่นกันดีน๊า" ผมรีบพูด

"ไปสวนสนุกครับบ" เสียงลูกชายผมรีบตอบด้วยท่าทางดีใจ

"โอเค งั้นเรารีบทานให้เสร็จแล้วรีบไปกันเนอะ เดี๋ยวสายน๊า" ผมมองท่าทางการกินอย่างรวดเร็วของอิลตันแล้วหัวเราะ

"ผมขอเล่นไจแอนท์ดรอป และรถไฟตีลังกาได้มั้ยครับ" อิลตันรีบพูดขณะกำลังเคี้ยวไส้กรอก

“อ๊ะ ก็ได้ แต่ว่า พ่อกลัวความสูง พ่อไม่กล้าเล่นนะ” ผมพูดเพราะผมไม่ชอบอะไรที่หวาดเสียวและค่อนข้างกลัวความสูงเลยทีเดียว

“ถ้าตราบใด พ่อทำงานอยู่ชั้นสูงๆ เราไม่ต้องกลัวครับ” อิลตันรีบตอบพร้อมกับรอยยิ้มน่ารักๆ

ผมหัวเราะ กับความไร้เดียงสา แล้วก็แอบสงสัย ว่าลูกชายเราไปเอาคำพูดแบบนี้มาจากไหนกันนะ แต่ก็อย่างว่า เด็กสมัยนี้เรียนรู้จากสื่อ social มากมาย ไม่แปลกที่คำพูดเหล่านี้จะออกมาจากปากลูกชายผมได้ เพราะผมจะสอนให้ลูก อ่านข่าว ดูข่าวตั้งแต่เด็กและที่สำคัญ ผมอยากให้ลูกผมเป็นนักข่าว เพราะความใฝ่ฝันผมตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้ ผมทำได้แค่เป็น นักข่าวภาคสนาม ที่คอยวิ่งหาข่าวเพื่อนำเสนอกับช่องที่ทำงานอยู่ 

“รีบทานครับลูก เดี๋ยวป๊าล้างจานก่อน” ผมเดินถือจานไปที่อ่างล้างจานที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยภาชนะมากมายที่ยังไม่ได้ล้าง

“โอเคครับบ” อิลตันหันมายิ้มให้ผม

ผมกดเปิดทีวี เพื่อดูข่าวประจำวันเหมือนอย่างเช่นทุกวัน และหันหลังกลับไปล้างจาน ที่มีจานรอผมอีกมากมาย 

“ข่าวด่วนวันนี้ นักวิทยาศาสตร์ ค้นพบรอยแปลกประหลาด เหมือนกับร่องรอย ที่ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ เป็นรอยกว้างขนาดใหญ่ ที่ถูกพบในอุทยานแห่งชาติ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ” อำเภอ มวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อุทยานและนักวิทยาศาสตร์กำลังทำการพิสูจน์หลักฐาน นายสมพร ให้การว่า วานนี้ขณะที่เค้ากับครอบครัว กำลังเดินเล่นได้เจอกับรอยประหลาด ที่บนหินขนาดใหญ่ และแปลกที่บริเวณโดยรอบ มีดอกไม้สีม่วงเรืองแสงคล้ายดอกทิวลิป ขึ้นบริเวณร่องรอยประหลาดนั้น นายสมพรให้การต่อว่า ตนและครอบครัว จะมาน้ำตกที่นี่เป็นประจำ แล้วขณะกำลังจะกลับ ลูกสาวได้วิ่งไปเด็ดดอกไม้ชนิดนี้มาจากหลังก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนนั้น ตอนนี้ทางนักวิทยาศาสตร์ กำลังเก็บชิ้นส่วนของดอกไม้เรืองแสงชนิดนี้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อวิเคราะห์ถึงสายพันธุ์ดอกไม้ชนิดนี้ต่อไป ผมนักข่าว "ภูมิดนัย เลิศขันติ" สำนักข่าวช่อง N1 รายงาน 

ผมหันกลับมามองหน้ามุ่ยพร้อมกับสบถกับตัวเอง เพราะ “ไอ้ดนัย” เป็นนักข่าวที่มีอายุการทำงานน้อยกว่าผมแค่หักเดือน และที่ผมไม่ชอบขี้หน้ามันที่สุด เพราะมันชอบทำตัวเด่นและประจบหัวหน้าตลอดเวลา แต่จริงๆแล้วมันชอบใช้ความอยากรู้อยากเห็นของมัน และได้ข่าวไปแบบหน้าด้านๆ ผมพึมพัมกับตัวเอง และแอบชำเลืองดูลูกชายผมที่กำลังทานอาหารเช้าอย่างเอ็นดู 

“ข่าวอาชญากรรม วันนี้เมื่อตอนเวลา 07.34 น. เกิดเหตุ คนในหมู่บ้านจำนวน 7 ราย ขณะเข้าไปเก็บเห็ดบนภูเขา แล้วกลับลงมา ได้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องอย่างรุนแรง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ........

ผมหันไปบอกกับลูก “พร้อมยัง พ่อเสร็จแล้ว”

“โอเคครับ ไปกันเล้ยย”

อิลตันรีบปิดทีวีและสะพายกระเป๋าใบเก่ง วิ่งไปใส่รองเท้าที่หน้าบ้านและไปรอผมที่รถทันที

ระหว่างทางที่ผมกับลูก ขับรถไปด้วยกัน เรามักจะเปิดที่เราชอบฟังเพลงและร้องไปด้วยกัน อย่างมีความสุข 

"ในใจไม่เคยมีผู้ใด จนความรักเธอเข้ามา  

ทำให้ดวงตาฉันเห็นความสดใส ข้างกายไม่เคยมีผู้ใด  

จนความรักเธอเมตตา เป็นพลังให้ฉันสู้ต่อไป ...." 

ผมหวนคิดถึงวันที่ผมจีบแฟนผมใหม่ๆ ผมชวนเค้าไปเที่ยวที่เขาใหญ่ และไปกางเต้นท์ ผมเล่นกีตาร์และร้องเพลงนี้ให้เค้าฟัง เพราะผมใช้เพลงนี้จีบเนย ทำให้ผมกับเนยได้แต่งงานกัน 

ที่งานแต่งงาน ผมนึกภาพผมกำลัง สวมแหวนและบอกกับเนย

"ผมขอรับคุณ วิชชาณี เป็นภรรยาและผมสัญญาว่า ผมจะดูแลเค้าไปตลอดชีวิต จนกว่าชีวิตจะหาไม่" ผมสวมแหวนต่อหน้าบาทหลวง และแขกทั้งงานล้วนแต่ปรบมือแสดงความยินดี

แต่แล้วภาพความทรงจำของผมก็ตัดไปที่ ภาพเหตุการณ์ที่ทำให้ผมรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิต 

วันนั้นเป็นวันที่ผมได้เริ่มงานวันแรก และเป็นวันเกิดของเนย ผมรีบลางานช่วงบ่าย เพื่อจะไปหาซื้อเค้กและดอกกุหลาบช่อใหญ่ เพื่อมาเซอร์ไพรส์ภรรยาสุดที่รักของผม 

ผมขี่มอเตอร์ไซด์ของคุณพ่อผมกลับมาบ้าน และที่หน้าประตูบ้าน ผมเห็นรถเก๋งสีดำคันหรูจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ผมคิดว่า น่าจะเป็นรถของหลานชายป้าแมวที่อยู่บ้านข้างๆผม เค้าคงกลับมาจากต่างจังหวัด 

ผมจอดรถมอเตอร์ไซด์บริเวณริมต้นไม้ใหญ่ข้างบ้าน และคิดว่าจะเดินไปบอกให้เค้าเลื่อนรถ เพราะรถผมเข้าบ้านไม่ได้ ผมวางเค้กและช่อดอกไม้ไว้ที่มอเตอร์ไซด์ และเดินไปยังรถคันดังกล่าว 

ผมเห็นผู้ชายและผู้หญิง กำลังจูบกันอย่างดูดดื่มบนรถคันนั้น ผมชะงักและถอยหลังกลับมา เพื่อรอให้เค้าเสร็จภารกิจกันบนรถก่อนแล้วค่อยเดินไป

"แม่ง เอากันแต่หัววันและในรถด้วยนะ" ผมยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ

ทันใดนั้น ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก เห็นผู้ชายวัยกลางคนเดินมาเปิดประตูฝั่งที่คนขับ 

หญิงสาวคนนั้นก้าวขาลงจากรถ ผมจำได้ว่า รองเท้าคู่นั้น เป็นของเนย ที่ผมเคยซื้อให้วันเกิดเมื่อปีที่แล้ว

ผมรีบหลบที่หลังต้นไม้ และยังคงมองสถานการณ์เลวร้ายตรงหน้าอย่างห้ามไม่ได้

"ขอบคุณนะคะบอส แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่ออฟฟิศนะคะ" เสียงเนยอ้อนคำหวานให้กับผู้ชายวัยกลางคนคนนั้น

ผมมรู้สึกว่า โลกนี้แม่งกำลังแหลกสลาย ใจผมสั่นเป็นเจ้าเข้า หูผมวิ้งค์ไปหมด เหมือนหมดอะไรตายอยาก ผมยืนรอทั้งน้ำตา จนรถคันดังกล่าวเคลื่อนที่ออกไปอย่างรวดเร็ว ผมเห็นเนยโบกมือลาพร้อมกับส่งจูบตามหลังและรีบเดินเข้าบ้านไป

ผมทรุดลงกับพื้นดินข้างต้นไม้ ทำไมคนที่ผมรักมากที่สุด ต้องมาทำร้ายผมในวันที่ผมมีความสุข

ผมร้องไห้และรู้สึกว่า การที่โดนคนรักหักหลังมันมีอาการแบบนี้นี่เอง ผมเคยฟังจากเพื่อนๆเวลาที่แฟนนอกใจและได้แต่ปลอบ เพราะผมไม่รู้ว่า จะปลอบเค้ายังไง เเละเนยก็เป็นแฟนคนแรกของผม ตลอดเวลาที่ผมคบกันเนยและแต่งงานจนมีลูกกัน ผมยังไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้

ผมรีบเดินเข้าบ้านพร้อมกับช่อดอกไม้ และเค้กก้อนโต ด้วยสภาพหมดอาลัยตายอยาก

"อ้าว วันนี้มาเร็วจัง เดี๋ยวเนยทำกับข้าวก่อนนะ" เสียงเนยที่พูดดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของผมเข้าไปอีก

ผมวางเค้กก้อนโต และช่อดอกไม้วางบนโต๊ะ 

"แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะ" ผมพูดด้วยคำพูดที่เรียบๆและเฉยชา พร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกๆ

ผมมองไปที่ อิลตัน ที่กำลังเล่นหุ่นยนต์กับป้าแมว ป้าข้างบ้านที่ผมจะจ้างมาดูอิลตันตอนที่ผมกับเนยไปทำงาน

"ป๊ามาแล้วครับคนเก่ง ไหนมาหอมให้ชื่นใจหน่อย" ผมรีบเดินไปหาอิลตันและกอดลูกชายด้วยความรู้สึกที่ว่า อย่างน้อยลูกผมก็ยังไม่หักหลังและทำให้ผมเสียใจได้มากเท่านี้ 

"ป้าไปก่อนนะ และก็ค่อยๆพูดกันนะ เดี๋ยวตาหนูตกใจ" ป้าแมวพูดพร้อมกับตบที่บ่าของผมอย่างเบาๆ 

เหมือนป้าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่หน้าบ้าน 

"ป้าแมวครับ นี่เงินเดือนค่าดูแลอิลตันเดือนนี้ครับ" ผมรีบล้วงกระเป๋าตังค์และหยิบ แบงค์พันขึ้นมา 3 ใบ 

"ขอบใจจ๊ะ แล้วพรุ่งนี้ให้ป้ามากี่โมงดี" 

"มาเวลาเดิมได้เลยครับ พรุ่งนี้ผมทำงาน" ผมรีบพูดโดยไม่มองหน้าป้าแมว เพราะตอนนี้น้ำตาผมมันไหล่เอ่อออกมาอย่างไม่รู้ตัว 

ป้าแมวหันกลับมาบอกกับผมว่า "เอ้อ ตาหนูดูเหมือนจะไม่สบายนะ ป้าเช็ดตัวให้แล้ว ยังไงรีบพาไปหาหมอนะ ตัวร้อนจี๋เลย"  

"ขอบคุณครับ" ผมตอบป้าแมวด้วยน้ำเสียงสั่น

"เนย ฝากดูอิลตันด้วยนะ ผมไปอาบน้ำก่อน" ผมหันหลังขึ้นบ้านไป

ในห้องน้ำ ผมเปิดก็อกด้วยอาการเหม่อลอย และนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนี้ที่เกิดขึ้น 

ผมร้องไห้ออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร ทำไมต้องมาเกิดกับผม 

ผมใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าปกติ สายน้ำไหลผ่านปนกับน้ำตา จนผมนึกขึ้นมาได้ว่าต้องรีบมาดูลูก

ผมลงบันไดมา เห็นอิลตันนอนชักเกร็งอยู่ที่หน้าโทรทัศน์ ผมตกใจและรีบตะโกนเรียกเนย 

"เนยๆ ลูกเป็นอะไรไปไม่รู้" ผมเห็นเนยกำลังคุยโทรศัพท์อยู่นอกบ้าน

ผมรีบอุ้มอิลตัน คว้ากุญแจรถและรีบสตารท์รถเพื่อไปยังโรงพยาบาล 

"เกิดอะไรขึ้น ลูกเป็นอะไร" เสียเนยเคาะกระจกรถผม 

"ผมต้องพาลูกไปโรงพยาบาล คุณอยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวผมรีบโทรบอก" ผมขับรถออกจากบ้านไปอย่างเร็ว และไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด 

ผมแทบไม่อยากมองหน้าเนยและไม่อยากคุยกับเค้า ผมจึงอยากพาลูกไปโรงพยาบาลโดยลำพัง

------ ที่โรงพยาบาล------

"คุณหมอครับ ลูกผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ ช่วยลูกผมด้วยครับ" ผมรีบอุ้มอิลตันลงมาจากรถด้วยอาการเหนื่อยหอบ

"คุณพ่อรอข้างนอกสักครู่นะคะ เดี๋ยวรีบไปตามคุณหมอมาให้" พยาบาลคนดังกล่าวรีบเอาอิลตันขึ้นเตียง

ผมนั่งรออยู่นานหลายนาที และประตูห้องตรวจก็เปิดออกมาพร้อมกับคุณหมอที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกับผม

"อาการเป็นยังไงบ้างครับ ลูกผมเป็นอะไรมั้ย" ผมรีบถามคุณหมอทันที

"คริส" เสียงหมอคนดังกล่าวเอ่ยถึงชื่อผม

ผมแทบจำ "พุช" ไม่ได้เพราะมัวแต่กระวนกระวายกับอาการลูกชายของผม

"ลูกแก ไม่เป็นอะไรแล้ว ไข้ขึ้นสูง เลยทำให้เกิดอาการชักเกร็ง แต่ตอนนี้อาการดีขึ้น หมั่นเช็ดตัวและให้ยาตามที่สั่งนะ" เสียงคุณหมอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 

ผมกับพุช เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันตั้งแต่สมัยมัธยม พอเข้ามหาวิทยาลัยก็แทบไม่ได้เจอกันอีกเลย เมื่อก่อนผมกับ"พุช" จะชอบเล่นฟุตบอลกันเป็นประจำ สมัยเด็กๆ จะชอบตั้งทีมและไปแข่งตามหมู่บ้านต่างๆ เมื่อก่อนพุชกับผมอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน จะชอบชวนกันไปฟังนิทานและกินของฟรีที่บ้านคุณลุงเดชาเป็นประจำ ทำให้ผมกับพุช สนิทกันมากตอนเด็กๆ

"ขอบใจมากนะเว้ย ว่าแต่แกมาเป็นหมอที่นี่หรอ" ผมถามพุชด้วยความดีใจที่ได้เจอกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์สมัยเด็ก

"ก็หลังจากที่ย้ายออกจากหมู่บ้าน กูก็ไปอยู่ที่อเมริกา แล้วก็เรียนจบหมอจากที่นั่นเลย พอเรียนจบ พ่อก็อยากให้กลับมาดูกิจการโรงพยาบาลที่นี่ เลยต้องจำใจกลับมาวะ"  

ผมนึกถึงรอยยิ้มและน้ำเสียงเวลาพูดของพุชตอนสมัยเด็กขึ้นมาก็หัวเราะทันที

"นี่แกไม่เปลี่ยนเลยนะเว้ย" ผมพูดพร้อมกับตบบ่าไปที่เพื่อนของผม 

"ว่าแต่แกมีครอบครัว....."  

"ขอเชิญผู้ปกครองของ เด็กชาย กรชวัล วรลักษณ์เลิศสกุล ติดต่อที่ช่อง 3 ค่ะ" เสียงโอเปอเรเตอร์โรงพยาบาลประกาศชื่อลูกชายผม

"เฮ้ย เดี๋ยวมานะเว้ย ไปรับยาก่อน" ผมรีบพูดและวิ่งจากไป

"เฮ้อ!" เสียงพุชถอนหายใจและหัวเราะกับอาการรนๆของผมที่เหมือนเป็นนิสัยตั้งแต่เกิด

"ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ" ผมรีบล้วงไปที่กระเป๋ากางเกง ที่เป็นกางเกงนอนขาสั้น 

"เชี่ยแล้ว กูลืมหยิบกระเป๋าตังค์มา โทรศัพท์ก็ไม่ได้เอามา" ผมกุมขมับและลุกลี้ลุกลน 

"เอาของกูไปก่อน เดี๋ยวมึงค่อยใช้คืน" เสียงพุชพูดจากทางด้านหลังบอกกับผม

"กูขอบใจมากนะเว้ย ว่าแต่เท่าไหร่ครับ" ผมหันไปถามแคชเชียร์

" 1,500 บาทค่ะ" เสียงแคชเชียร์สาวตอบกลับมา

"เชี่ยทำไมมันแพงนักวะ" ผมคิดในใจและหน้าเสียที่ผมคิดว่า มันน่าจะไม่กี่ร้อย

พุชยื่นแบงค์พัน 2 ใบ ส่งให้แคชเชียร์อย่างไม่ลังเล

"นี่คือยาแก้ไข้ ลดน้ำมูก ขวดสีขาวนะคะ รับประทานหลังอาหาร 3 มื้อ และวิตามินสำหรับเด็กนะคะ" 

"ขอบใจนะเว้ย กูขอเบอร์ติดต่อมึงหน่อยดิ เดี๋ยวถึงบ้านแล้วโอนคืนให้" ผมยิ้มให้กับเพื่อนผม

"นี่มึงแต่งงานแล้วหรอวะ" พุชพูดพร้อมกับมองไปที่อิลตันที่กำลังเดินเตาะแตะมาหาผม

"อืม 3 ปีแล้ว ตอนนั้นยังเรียนไม่จบเลย ฮ่าๆ" ผมพูดและยิ้มแบบเจื่อนๆเพราะเหมือนชีวิตของผมเหมือนกำลังจะไปได้สวย แต่ต้องออกมาแต่งงานและมีครอบครัว

"อืม ถ้ามีอะไรให้กูช่วยก็บอกได้เลยนะ นี่นามบัตรกู" พุชยื่นนามบัตรสีขาว มีโลโกโรงพยาบาล มีชื่อเขียนในนั้น "ปฏิภูมิ พิเลิศไพศาล" กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาล

ผมรีบรับมา "โอ้วโฮว ท่านกรรมการผู้จัดการซะด้วย ขอบใจมากนะเว้ย กูรีบกลับบ้านก่อน ลูกกูน่าจะหิวข้าวและ เดี๋ยวกูโทรไป" ผมรีบพาอิลตันขึ้นรถและขับออกมาจากโรงพยาบาล และยังคงคิดถึงเหตุการณ์ที่เนยจูบกับผู้ชายคนนั้นบนรถอย่างดูดดื่ม ผมคิดว่าถ้าผมพูดอะไรออกไปบ้าง มันอาจจะทำให้ชีวิตเดินต่อไปได้ แล้วลูกผมล่ะ ลูกผมจะทำยังไง ลูกจะต้องเติบโตในสังคมนี้ยังไงต่อไป

ผมขับรถมาถึงหน้าบ้าน และอุ้มอิลตันเข้าไปในบ้าน

ผมเห็นเนยมองมาด้วยท่าทีร้อนรนจากหน้าประตู

"หมอว่ายังไงบ้าง อิลตันเป็นอะไร" เนยพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

"หมอบอกไข้ขึ้นสูง และให้ยามาทาน ไม่เป็นอะไรมาก" ผมรีบพูดตัดบทและอุ้มอิลตันไปที่เปล

ผมมองไปที่โต๊ะ ยังคงมีดอกไม้ช่อใหญ่และเค้กก้อนโตวางไว้ 

"ผมว่าวันนี้คงไม่ได้ฉลองวันเกิด ผมขอตัวก่อนนะ" ผมรีบพูดและขึ้นไปบนห้อง

"คริส คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ ถามคำตอบคำ" เนยรีบพูด

ผมหันหลังกลับมาและหวังว่า นี่คงจะเป็นคำตอบสุดท้ายที่จะทำให้ทุกเรื่องราวมันจบภายในวันนี้ไปเสียที

"ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร" ผมยังคงหันหลังไม่แม้แต่มองหน้าเนยด้วยซ้ำ

"คนไหน อ๋อ ก็บอสเนยไง เค้ามาส่งเพราะเห็นว่าวันนี้เลิกเร็ว ก็แค่นั้น" เนยพูดกับผมด้วยอารมณ์โกรธ

"อย่างี่เง่าได้ป่ะ เรื่องแค่นี้เองหรอที่ทำให้ไม่พูดกับเนย" เนยพยายามพูดกับผมด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น

"แค่นี้เองหรอ" ผมถามด้วยถ้อยคำสั้นๆ

"ก็ใช่ แค่นี้ อย่าชวนทะเลาะได้ป่ะ เอาเวลาทะเลาะไปดูแลลูกเถอะ" เสียงเนยสั่นและโกรธเป็นอย่างมาก 

"แล้วที่จูบกันบนรถคืออะไร" ผมเหมือนระเบิดลงและพูดด้วยเสียงดัง จนอิลตันร้องไห้

เนยยังคงนิ่งและไม่พูดอะไร

"ผมรักคุณ ผมขอความซื่อสัตย์กับคุณ แต่คุณกลับให้ผมแบบนี้หรอ" ผมยังคงร้องไห้และตัวสั่น

มีเพียงเสียงอิลตันที่ยังคงร้องไห้เสียงดังอยู่ที่เปล

"ได้ เนยยอมรับ ว่าเนยชอบเค้า เค้ามีทุกอย่างที่คริสไม่มี ทำไมเนยต้องมาลำบากอะไรแบบนี้ เนยอยากมีชีวิตที่สุขสบาย มีเงินใช้ไม่เดือดร้อน ทำให้ครอบครัวมีความสุข แต่นี่อะไร เนยต้องมาอยู่กับคนที่เพิ่งทำงานเป็น นักข่าวภาคสนาม และเพิ่งจะหางานได้ด้วย จะมีเงินจ่ายค่านมค่าเทอมลูกมั้ย เนยยังไม่รู้เลย เนยไม่น่าแต่งงานกับคริสเลย ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่า คริส จะเป็นแบบนี้ เนยไม่แต่งยังจะดีกว่า"  

เนยพูดเหมือนอัดอั้นตันใจมานาน ผมทำทุกอย่างเพื่อให้เนยและลูกมีความสุข ผมเป็นสามีที่ไม่ดีใช่มั้ย ที่ทำให้เรื่ิองมันเป็นแบบนี้ ผมร้องไห้และไปอุ้มลูกที่ยังคงร้องไห้เสียงดัง

"ต่อไปนี้ คริส ไม่ต้องมาดูเนยและลูก และเราไปหย่ากันเถอะ" คำพูดของเนยทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก ที่ไม่สามารถดูแลคนที่ผมรักทั้ง 2 คนได้

"เนยพร้อมเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบและไม่แม้แต่จะมองหน้าเนย

เนยหยิบกระเป๋า และรีบออกจากบ้านไป ปล่อยให้ผมและอิลตันอยู่ลำพังกัน 2 คน

ผมรีบไปหยิบนมและป้อนอิลตันทำให้อิลตันเงียบสงบลง

"พ่อขอโทษนะลูก พ่อขอโทษที่ทำให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้" ผมลูบหัวที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อของลูกชายที่กำลังถือขวดนม 

ผมอุ้มอิลตันขึ้นมาบนห้องและวางลงบนเตียง อิลตันยังคงหลับสนิท อาจจะเพราะฤทธิ์ยาที่เพิ่งให้กินไป

ผมยังคงนอนไม่หลับ หวนคิดถึงเรื่องเหตุการณ์วันนี้อีกครั้ง

ผมเดินออกไปนอกระเบียงและหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบพร้อมกับกระป๋องเบียร์รสชาติที่คุ้นเคย ผมไม่ได้สูบบุหรี่แบบนี้มา 3 ปีแล้ว ตั้งแต่ผมรู้ว่ามีอิลตัน เพราะผมไม่อยากให้เค้าต้องมาเห็นภาพผมแบบนี้ ผมลืมที่จะโทรหาไอ้พุชเพราะต้องโอนเงินให้ค่ารักษาในวันนี้ ผมรีบไปหยิบนามบัตรใบสีขาว ที่วางอยู่บนโต๊ะลิ้นชัก

"เชี่ย ตี 1 มันจะหลับหรือยังวะเนี่ย" ผมมองนาฬิกาที่โทรศัพท์

"ฮัลโหล" เสียงปลายทางรับสาย

"เฮ้ย ไอ้พุช กูลืมโอนเงินให้มึงอ่ะ กูขอเลขบัญชีหน่อย มึงส่งมาที่ข้อความได้เลยนะ เดี๋ยวกูโอนเงินไปให้ กูโทรมารบกวนป่าววะ" 

"พอดีกูเพิ่งเลิกเวรยังไม่นอน ไมเสียงมึงเป็นงี้อ่ะ นี่มึงเมาหรอ" พุชถามผมเพราะว่าผมเหมือนคนพูดจาไม่รู้เรื่อง

"เออ นิดหน่อย มีเรื่องเครียดๆว่ะ" ผมพูดและรีบจัดบุหรี่อีกมวน

"พรุ่งนี้ค่อยโอนมาก็ได้ แล้วลูกมึงเป็นยังไงบ้าง"  

"ให้กินยาและหลับไปแล้ว"  ผมตอบ

"พรุ่งนี้มึงว่างมั้ย ไปกินเหล้ากัน กูไม่มีเวร" พุชพูดเหมือนรู้ว่าผมต้องการหาคนนั่งกินเหล้าเป็นเพื่อน

"เออ เดี๋ยวกูบอก กูไม่กวนมึงละ แค่นี้" ผมรีบกดตัดสายด้วยความเมา

ผมยังคงมองออกไปบนท้องฟ้า ที่ตอนนี้มีดาวสุกไสวหลายดวง และมีอยู่ดวงหนึ่งที่ใหญ่และมีแสงสีขาว

"ทำไมชีวิตกูถึงมืดบอด ไม่เห็นเหมือนดาวดวงนั้นเลยวะ" ผมยังคงกระดกกระป๋องเบียร์เข้าปาก

ไม่ทันขาดคำ ดาวดวงนั้นเหมือนพุ่งตรงมาหาผม ผมรีบขยี้ตาตัวเอง 

"เชี่ยไรวะ นี่กูเมาขนาดนี้เลยหรอ" ผมสั่นหัวและตบไปที่ต้นคอตัวเอง

สักพักดาวดวงนั้นก็ตกลงมาที่ป่าหน้าหมู่บ้าน มีแสงสว่างวาบเกิดขึ้นบริเวณนั้น

ผมรีบสบถกับตัวเอง 

"เชี่ยมนุษย์ต่างดาวบุกโลก" ผมยังคงเมาและพูดอย่างคนไร้สติ

ผมตัดสินใจแล้ว วันจันทร์หน้าผมจะนัดเนยไปหย่าที่เขต 

และผมจะเป็นคนดูแลอิลตันเอง

 

------ ปัจจุบัน -------

"เย้ ถึงแล้ว" เสียงอิลตันตะโกนด้วยความดีใจทำให้ผมหลุดจากภวังค์

“พ่อครับๆ ผมอยากได้ลูกโป่ง ไอรอนแมน” อิลตันพูดและรีบพาผมไปที่คนขายลูกโป่ง

ผมมองไปรอบๆสวนสนุก ที่มีแต่ครอบครัวพาลูกๆมาเที่ยว จนผมสะดุ้งจากความคิด อิลตันกระตุกแขนผมอย่างแรง

สวนสนุกวันนี้คนหนาตาเป็นพิเศษ ทำให้ผมต้องจูงอิลตัน ไปซื้อลูกโป่ง ยอดมนุษย์ที่อิลตันต้องซื้อเก็บมาสะสม คนเบียดเสียดกันเยอะมาก ทำให้ผมกระชับมืออิลตันอย่างระมัดระวัง

“ไอรอนแมนครับ” เสียงอิลตัน พูดกับคนขายลูกโป่ง

“เท่าไหร่ครับ” ผมควานหาเศษเงินในกระเป๋ากางเกง

“50 บาท” คนขายตอบอย่างไม่สนใจผมเท่าไหร่นัก เพราะมีเด็กมารุมซื้อกันมาก

ผมหยิบแบงค์ 20 มา 2 ใบ พร้อมเหรียญ 5 บาทอีก 2 อัน

ผมกำลังจะยื่นให้คนขาย แต่มีเด็กตัวใหญ่ พร้อมกับชายใส่สูทดำเค้าหยิบ ไอรอนแมน ของลูกชายผมไป ลูกชายผม ยืนร้องไห้ เพราะโดนใครก็ไม่รู้มาหยิบไปจากมือ

“นี่มันของฉัน ฉันจ่ายเงินก่อน” ชายใส่สูทพูดด้วยน้ำเสียงที่น่าเกรงขาม

“แต่ผมกำลังจ่ายเงินนะครับ แล้วลูกชายผมก็เอามันมาแล้วด้วย” คริสตอบ

เด็กตัวใหญ่วิ่งมาหลบด้านหลังผม 

"มานี่" ชายใส่สูทรีบคว้ามือเด็กชายคนนั้นอย่างแรง

ทันใดนั้น ชายร่างใหญ่อีก 2 คน เข้ามาขวางทางผม ทำให้ผมและอิลตันต้องถอยออกมา ผมไม่อยากให้การมาเที่ยวในครั้งนี้ ทำให้ลูกผมไม่มีความสุข ผมจึงบอกกลับอิลตันว่า 

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเราเอาตัวอื่นก็ได้” อิลตันมองหน้าผมด้วยน้ำตาคลอเบ้า ผมสงสารลูกที่ทำให้เค้าต้องเสียใจ ผมพยายามพูดปลอบประโลมด้วย ท่าทางอารมณ์ดีว่า “อิลตันยังไม่ได้ ธอว์ ไม่ใช่หรอครับ พ่อว่า ครั้งนี้เราเอาธอว์ก่อน ครั้งหน้า เรากลับมาเอา ไอรอนแมนก็ได้” พ่อตอบพร้อมกับเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มลูกของผม อิลตันพยักหน้าด้วยความเข้าใจ 

ผมมองไปเห็นเด็กชายคนนั้นหันมามองผมและร้องไห้ เหมือนจะบอกอะไรกับผมซักอย่าง

ผมพาอิลตันไปถ่ายรูปกับกล้องตัวโปรดที่ผมจะสะพายติดไปด้วยทุกครั้งเวลาออกนอกสถานที่ เพราะผมอยากเก็บภาพความทรงจำ ทุกช่วงเวลาของชีวิตไว้เสมอ เวลาผมเอามาดู ผมจะรู้สึกว่าผมมีความทรงจำที่ดีตลอดเวลา 

“อิลตันครับ ลองไปยืนถ่ายกับมาสคอตรูปสิงโตมั้ย” 

“ครับ” อิลตันรีบวิ่งไปที่มาสคอตรูปสิงโตและชู 2 นิ้วท่าประจำ

ผมกับอิลตันถ่ายรูปเล่นกันเสร็จ ก็พากันไปเล่นเครื่องเล่น เริ่มจากเบาๆสำหรับผมก่อน นั่นก็คือ 

“รถไฟคุณปู่”  

“ป๊าครับ เรามาเล่นรถไฟคุณปู่ทุกปีเลยนะครับ ผมอยากเล่นอะไรที่มันสนุกๆบ้าง” พลันชี้ไปที่ ปลาหมึกร่างใหญ่ ที่อยู่ตรงหน้า

ผมคิดสภาพผมตอนที่ลงจากเครื่องเล่นที่แสนจะเวียนหัวนี้ แล้วอิลตัน ต้องมาลูบหลังผมตอนนั่งอาเจียนออกมาข้างบันไดทางลง แค่คิดก็สยองแล้ว

————————————

ภาพตัดมา ผมเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่อิลตันดูจะมีความสุขและหัวเราะไปกับผมที่แกล้งผมได้สำเร็จ

เสียงโทรศัพท์ดัง”  

“ฮัลโหล เอ่อ สักครู่ครับหัวหน้า” ผมอาเจียนใส่ถุงใบเล็กที่ผมมักจะใส่ติดกระเป๋าอิลตันเวลามาสวนสนุกเสมอ 

“ครับ ต่อเลยครับ” ผมพูดพลางเช็ดปากไปด้วย

“อยู่ไหนคริส พี่มีข่าวเด็ดอยากให้คริสลงพื้นที่ พี่เห็นว่าอยู่แถวบ้านคริส มีเหตุลักพาตัวเด็ก มาที่สวนสนุก....” พี่เอมอร หัวหน้าฝ่ายข่าวพูดอย่างกะตือรือร้น

“ผมอยู่ที่นี่แล้วพี่” ผมรีบตอบอย่างสงสัย

“ดีเลย ข่าวนี้ สำนักข่าวเราจะต้องขายได้แน่นอน แกเตรียมตัวเลื่อนขั้นได้เลย” เอมอร พูดอย่างตื่นเต้นเหมือนตัวเองจะได้เลื่อนขั้นซะเอง

“แต่ว่า ผม... มาเที่ยวกับลูกนะพี่ แล้ววันนี้ก็เป็นวันหยุดด้วย” คริสตอบด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ

“ไม่รู้แหละ ไปทำข่าวมา พี่รอข่าวนะ พี่ขอไปบอกบอสก่อน....” ยังไม่ทันจะพูดจบ เอมอรวางสายใส่คริสทันที

“นี่มันวันอะไรของกูวะเนี่ยยย” ผมหัวร้อนใส่โทรศัพท์ที่ถูกวางสาย ขณะยังไม่ทันพูดจบ

ไม่ถึงนาที พี่เอมอร ส่งข้อมูลข่าว พร้อมเบอร์ติดต่อตำรวจยศ พันตำรวจตรี มาให้ที่ไลน์กลุ่มทำงาน

มีแก็งค์ลักพาตัวเด็ก จับเด็กเป็นตัวประกัน อายุประมาณ 9 ปี รูปร่างอ้วนท้วน ร่างใหญ่ ใส่เสื้อยืดปักลาย โดเรมอนสีแดง สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลอ่อน ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว”  

“นี่รูปนะ ไปทำข่าวด่วน เร็วววววว” ข้อความที่พี่เอมอรพิมพ์มารวดเร็วมาก

ผมเปิดรูปดู ถึงกับร้อง “เฮ้ย” นี่มันไอ้เด็กร่างใหญ่ที่มันขโมยลูกโป่งอิลตันเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา

ผมรีบโทรไปหาเบอร์ที่ ส่งมาให้ทางไลน์ 

“สวัสดีครับ ผมคริสลูกน้องพี่เอมอรนะครับ ผมขอตำแหน่งและข้อมูลที่แก็งค์จับเด็ก พาเด็กมาหน่อยครับ”  

“ผมอยู่ที่ โซน W ฝั่ง แคนยอน ผมต้องวางสายก่อน ผมเจอตัวมันแล้ว” ตำรวจรีบพูดและวางสายไป

“อิลตันครับ" ผมหันไปหาลูก แต่ไม่พบ ผมร้องเรียกอิลตัน ที่ขณะนี้มีผู้คนกำลังแตกตื่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เต็มพื้นที่ 

ผมรีบวิ่งหา เห็นแต่ไกล ผมตะโกนสุดเสียงท่ามกลางฝูงชนที่กำลังกรูเข้ามาทางผม 

ผมเห็นหลังอิลตันแวบๆ แต่วิ่งไปเท่าไหร่ดูเหมือนจะไม่ถึงสักที

ในใจผมตอนนี้ คิดถึงแต่หน้าลูก และ ภาพของเด็กร่างใหญ่ที่มาแย่งลูกโป่งของลูกผม

ผมวิ่งตามอิลตันไปจนมาโซน W ที่มีตำรวจเหมือนยกมากันทั้งสถานี มีเทปกั้นเต็มไปหมด ผมเหลือบไปเห็นอิลตัน อยู่ที่หลังต้นไม้ ทันใดนั้น มีเสียงปืนยิงขึ้นมา 2 นัดติดต่อกัน ผมบอกกับอิลตันให้ซ่อนและหมอบไว้ 

และรีบหยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายเหตุการณ์ข้างหน้า ตามสัญชาตญาณของนักข่าว

เกิดเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันถึง 3 ครั้ง 

"ปัง ปัง ปัง" ผมรีบเอามือกุมหัวและหมอบต่ำลง และคอยชำเลืองดูอิลตันอยู่ตลอดเวลา 

เกิดแสงประหลาดหลายสีสันที่บริเวณจุดเกิดเหตุ แสงจ้ามาก จนผมมองไม่เห็นอะไรเลย แม้แต่ต้นไม้ที่อิลตันกำลังหมอบอยู่ ผมรีบตะโกนบอกให้อิลตันหลับตา 

เมื่อแสงจางลง ผมรู้สึกเหมือนหูผมวิ้งค์จนผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

ผมรีบกระเสือกระสนคลานเข้าไปหาลูกผม และกอดลูกผมอย่างแน่น

“ไม่เป็นไรนะลูกป๊าอยู่นี่แล้ว” 

ผู้คนต่างกรีดร้องและมีเสียงเอะอะโวยวายอีกครั้ง พร้อมกับเสียง ไซเรนจากรถโรงพยาบาล ที่วิ่งเข้ามาจอดตรงรถตำรวจ

ผมลืมตาขึ้นมา พร้อมกับมือถือที่ยังคงกด Record อยู่

สายตาผมตอนนี้เหมือนคนตาพร่ามัว ผมจึงยื่นโทรศัพท์ไปข้างหน้าเพื่อบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมด

ผมซูมกล้องเข้าไป เห็นพยาบาลและบุรุษพยาบาล กำลังปั้มหัวใจ ผู้ชาย 2-3 คน ผมนึกขึ้นได้ว่า นั่นมันคนที่จะหาเรื่องผมตอนที่ซื้อลูกโป่ง มีเลือดไหลจากศีรษะและจมูกจากชายเหล่านั้น

ในขณะที่ทุกคนกำลังชุลมุนกับการวิ่งหนีเหตุการณ์ในครั้งนี้ ผมเหลือบไปเห็น ผู้ชาย 2 คน ใส่ชุดสีดำยาว คล้ายผ้าคลุม ใส่รองเท้าสีดำ มันวาว คนหนึ่งรูปร่างกำยำ สมส่วน สูงราวๆ 177 เซนติเมตร เอาแต่มองขึ้นไปบนท้องฟ้าและหันไปพูดคุยกับชายอีกคน ผมพยายามเพ่งมองใบหน้าของชายคนดังกล่าว

ชายอีกคน สูงราว 183 เซนติเมตร รูปร่างสูงโปร่ง ใส่ชุดดำแต่มีเข็มกลัดติดที่บริเวณไหล่ด้านซ้าย มีผ้าคลุมหน้าที่แทบจะมองไม่เห็น 

ทันใดนั้น ผมเห็นชายคนสูงกว่า มองมาที่ผมและพยายามจะเดินตรงมาหาผม และก็มีแสงแวบออกมา ทำให้หน้าเลนส์โทรศัพท์มือถือผมเกิดฝ้าขึ้น และโทรศัพท์ก็ดับไป

“เชี่ยไรวะเนี่ย กูกำลังจะได้ช็อตสำคัญ” ผมบ่นกับตัวเองที่ไม่สามารถถ่ายชายคนดังกล่าวติดได้

ผมรีบเช็ดหน้าเลนส์กล้อง แล้วรีบยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แต่ชาย 2 คนนั้นหายไปแล้ว ผมมองไปรอบๆ ก็เจอแต่ พยาบาลกับตำรวจ กำลังรีบนำตัวชายผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นรถพยาบาลและขับออกไปอย่างรวดเร็ว

“ป๊าครับ ๆ ผมกลัว” อิลตันพูดด้วยท่าทางตกใจกลัวสุดขีด

เสียงอิลตันทำให้ผม ต้องหันกลับมามองลูกชายตัวเอง ที่เต็มไปด้วยดินและคราบน้ำตา

“ไม่เป็นไรแล้วครับ ทำไมหนูถึงไม่อยู่กับป๊า รู้มั้ย ป๊าตะโกนเรียกหนู แต่หนูก็ไม่หัน เอาแต่เดินไป ถ้าหนูเป็นอะไรไปแล้วป๊าต้องเสียหนูไป ป๊าจะเสียใจแค่ไหน” ผมพูดเสียงสั่นพร้อมกับกอดลูกไว้แนบแน่น

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พี่เอมอร โทรมา

“ครับพี่”  

“ยังไง ได้อะไรเด็ดมั้ย ส่งมาให้พี่ด่วนเลย บอสต้องการให้พี่เสนอข่าวให้ทันก่อนข่าวเที่ยงวันนี้ เร็วๆเข้าละ ท่องไว้นะคริส เลื่อนตำแหน่ง” พี่เอมอรพูดพลางหัวเราะก่อนวางสายไป

ผมหันไปมองนาฬิกา “เชี่ยละ อีก 10 นาที รายการจะออนแอร์” ผมหัวเสียว่าจะทันมั้ยแล้วรีบจูงอิลตันไปยังร้านอาหารที่อยู่ในสวนสนุก 

"ป๊าครับ ผมอยากกลับบ้าน" อิลตันพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆ

"เดี๋ยวป๊าขอส่งข่าวแล้วเราออกไปหาอะไรอร่อยๆกินกันก่อนกลับบ้านนะครับ" ผมรีบกดดูคลิปวีดีโอ ที่มีความยาวกว่า 5 นาที แล้วส่งไปยังไลน์กลุ่มทำงาน 

"เรียบร้อย ป่ะเราไปหาอะไรอร่อยๆกินกันเนอะ" ผมยิ้มอย่างดีใจ เพราะในที่สุด ผมจะได้เลื่อนตำแหน่งสักที ผมทนกับการเป็นนักข่าวภาคสนามมานาน 8 ปีแล้วตั้งแต่ที่อิลตันเกิด จนตอนนี้ผมอยากได้ตำแหน่งและเงินเดือนที่สูงขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายต่างๆของลูก มันเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ 

ผมรีบพาอิลตันไปที่ลานจอดรถ เพื่อจะได้พาลูกชายไปหาร้านอร่อยๆกิน อย่างน้อยอาจทำให้อิลตันดีขึ้นจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็เป็นได้ 

ผมเห็นชาย 2 คนในชุดดำเดินด้อมๆมองอยู่ที่ลานจอดรถ ผมนึกขึ้นได้ว่าต้องเป็นชาย 2 คนที่ผมเห็นอย่างแน่นอน คนนึงตัวสูง และอีกคนรูปร่างสันทัด ผมรีบเอาตัวมาบังอิลตันไว้ 

"พวกแกเป็นใคร ตามพวกเรามาทำไม" สิ้นเสียงของผมที่พูด ผมหูวิงค์และได้ยินเสียงชาย 2 คนกำลังพูดอะไรซักอย่างที่แทบจะจับใจความไม่ได้ 

"จะดีหรอครับนายหนู" เสียงชายอีกคนพูด

และผมก็สลบไป

"ป๊าๆ ตื่นครับ" เสียงอิลตันทำให้ผมตกใจรีบตื่นขึ้น 

ผมรู้สึกตึงที่หัวและค่อยๆลืมตาขึ้น เห็นอิลตันอยู่หน้าผม

"ป๊าเป็นอะไรไป แล้วทำไมถึงมานอนตรงนี้ครับ" ผมจำเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะสลบไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

ผมรีบพาอิลตันขึ้นรถ ทั้งๆที่ยังงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น 

"ป๊าว่าเราไปหาไอศครีมอร่อยๆกินกันดีกว่า วันนี้อากาศร้อนจริงๆ" ผมพูดและมองไปยังลูกชายด้านข้างที่เอาแต่มองออกไปข้างนอกรถ

ณ ร้านไอศครีม

"ผมขออเมริกาโน่เย็น ไม่ใส่ไซรัป และเอาไอศครีม ช็อคโกแลตลาวา ครับ" ผมพูดและยิ้มให้กับพนักงานสาวท่าทางใจดีที่คุ้นเคย เพราะเป็นร้านที่เวลามาเที่ยวสวนสนุกกับอิลตันต้องแวะเป็นประจำ ทำให้จำพนักงานเสิร์ฟได้เป็นอย่างดี

ผมพาอิลตันไปยังโต๊ะริมหน้าต่างที่นั่งเป็นประจำ เพราะจะเห็นสวนที่อยู่หลังร้าน เป็นสวนสไตล์อังกฤษที่ดูสบายตาและดูร่มรื่น มีเสียงข่าวจากในทีวีของทางร้านเปิดข่าวจากสำนักข่าวช่อง N-1 ซึ่งเป็นสถานีของผมพอดี 

"เมื่อช่วงเวลา 11.00 ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับ แก็งค์โจรลักพาตัวจำนวน 3 คน ที่จับลูกชายวัย 10 ปีของ ดร.อนิรุตต์ เรืองรัตนขจร อดีตหัวหน้าพรรคร่วมใจพัฒนา ซึ่งเย็นวานนี้ท่าน ดร.อนิรุตต์ ได้รับสายจากแก็งค์โจรลักพาตัวว่า ได้จับลูกชายวัย 10 ปีเป็นตัวประกัน และต้องการเงินเรียกค่าไถ่จำนวน 10 ล้านบาท ทางตำรวจพยายามแกะรอยคนร้ายจากสัญญาณ gps ที่ใช้และตามไล่ล่าจนมาถึงสวนสนุก Wonderland และนี่คือภาพนาทีระทึกใจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังล้อมตัวคนร้าย และเกิดเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด ทำให้คนร้ายทั้ง 3 คนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล และนี่คือภาพข่าวที่เราได้จากนักข่าวของเราที่อยู่ในจุดเกิดเหตุค่ะ" 

"นักข่าวภาคสนามของเรา ยังได้บันทึกภาพถึงลำแสงประหลาดหลากหลายสีที่ปรากฎขึ้นบนท้องฟ้า ที่ตอนนี้ผู้คนใน Social ต่างพากันแชร์ภาพนั้นจนติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 และ 2 ในประเทศไทย #แสงประหลาดในwonderland #ลูกสสถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ และคลิปนี้ถูกแชร์ส่งต่อกันอย่างกว้างขวาง"

ผมรีบเปิดดูวีดีโอในโทรศัพท์ของตัวเองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ว่าผมถ่ายอะไรลงไปบ้าง 

"ทำไมกูไม่เห็นตอนถ่ายวะ" ผมมึนงงกับตัวเอง และก็เห็นลำแสงประหลาดนั้นจริงๆ ผมพยายามเลื่อนดู และก็เห็นแสงนั้นจริงๆ 

"แสงอะไรวะ อิลตันครับเห็นแสงนั้นมั้ย" ผมรีบถามอิลตัน แต่อิลตันไม่ได้นั่งด้านหน้าผมแล้ว ผมรีบมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็น

"กาแฟและไอศครีมมาแล้วค่ะ" เสียงพนักงานเสิร์ฟส่งกาแฟมาให้ผม 

"เห็นลูกผมมั้ยครับ" ผมถามและยังคงมองไปรอบๆร้าน

"เห็นเดินออกไปที่สวนค่ะ" พนักงานรีบตอบ

ผมรีบวิ่งออกไปประตูด้านหลังและเห็นอิลตันกำลังนั่งบนม้านั่งเหมือนนั่งคุยกับใครสักคน

"อิลตันครับ" ผมเรียกชื่อลูกและพยายามมองไปรอบๆก็ไม่เจอใคร

"ป๊าาา พี่ที่ช่วยชีวิตผมเค้าใจดีมากๆเลยครับ" อิลตันหันมาส่งยิ้มให้

ผมยังคงแปลกใจที่ตรงนั้นไม่มีใคร

"พี่เค้ายังให้ของขวัญผมด้วย" อิลตันรีบชูของสิ่งหนึ่งเป็นลูกแก้วสีแวววาวให้ดู อิลตันยังคงมองลูกแก้วแล้วยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้ของเล่นใหม่ 

 

 

 

 

 

 

 

Special >>>>

อิลตันรีบหยิบถุงในกระเป๋าที่ติดมาเป็นประจำ เพราะรู้อยู่แล้วว่าป๊าจะต้องอาเจียนทุกครั้งเวลาที่เล่นเครื่องเล่นที่หวาดเสียว 

"ผมเตรียมมาให้ป๊า 3 ใบ เพราะผมคิดว่า ป๊าจะต้องเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวนี้ไปทั้งวัน" อิลตันหัวเราะและขำพ่อของตัวเอง

"เสียงโทรศัพท์ของคริสดังขึ้น"

“ฮัลโหล เอ่อ สักครู่ครับหัวหน้า” คริสยังคงอาเจียนใส่ถุงที่อิลตันยื่นให้

อิลตันเห็นโบโซ่ กำลังถือลูกโป่ง ไอรอนแมน เดินไปยังฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นลูกโป่งที่อยากได้ เขารีบตามไป จนทำให้คลาดกับป๊าที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ 

"โอ๊ะ ไอรอนแมน ป๊าๆ ตั้นอยากได้ไอรอนแมน" อิลตันดีใจที่ได้เจอกับลูกโป่งที่เป็นตัวการ์ตูนสุดโปรด แต่เสียงคนที่เดินกันอย่างขวักไขว่ ประกอบกับฝูงชนกำลังกรูไปทางเดียวกัน จนทำให้คลาดกับป๊าที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ 

 

มีมือหนึ่งยื่นเข้ามาจับแขนอิลตัน แล้วรีบพาไปยังต้นไม้ต้นใหญ่ 

 

“คุณน้าเป็นใครหรอครับ” อิลตันมองไปที่ชายชุดดำ ใบหน้าที่ยิ้มและดูเป็นมิตรตอบกลับมา

 

“ตรงนี้อันตราย แล้วหนูมากับใครครับ” ชายชุดดำรูปร่างสูงใหญ่ถามด้วยความกังวล

 

“มากับป๊าครับ” อิลตันหันไปทางเดินที่จากมา ซึ่งขณะนี้ ผู้คนมากมายบดบังสายตาไปแล้ว

 

“ป๊าา ป๊าา ป๊าอยู่ไหน” อิลตันเริ่มร้องไห้ที่คลาดกับพ่อของเขา

 

“รออยู่ตรงนี้นะ แล้วหลับตา เดี๋ยวป๊าจะมาหาหนูเอง” ชายชุดดำคนดังกล่าวบอกพลางลูบหัวเด็กน้อย

 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าลืมตา ให้หลบตรงนี้อย่างเงียบๆนะครับ เพราะข้างหน้าอันตราย” ชายคนดังกล่าวพูดจบ อิลตันก็เริ่มหลับตา อิลตันพยายามเปิดตา แต่ชายคนดังกล่าวก็หายไปแล้ว 

 

อิลตันยังคงร้องไห้ และเชื่อฟังคำพูดจากคุณน้าที่เพิ่งเจอกัน เสียงจากผู้คนเริ่มดังขึ้น มีเสียงร้องไห้จากเด็กๆที่อยู่บริเวณนั้นเต็มไปหมด 

 

“อิลตัน อยู่ไหนครับ” อิลตันดีใจที่เสียงเรียกนั้นเป็นเสียงของพ่อเค้าเอง อิลตันรีบลืมตามองไป

ที่บนหอคอยทางลงสไลเดอร์ เห็นกลุ่มโจรลักพาตัว กำลังใช้เชือกพันเด็กร่างใหญ่ที่ถูกจับเป็นตัวประกันและมัดอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง ซึ่งบริเวณด้านหน้าคือสไลเดอร์ มีเชือกมัดที่ตัวเด็กร่างใหญ่คนนั้น เด็กคนนั้นกำลังดิ้นและร้องไห้ออกมา โจรคนหนึ่งใช้ผ้าพันรอบดวงตา และชายอีกหนึ่งที่อิลตันจำได้ว่ามาแย่งลูกโป่งของเค้าไป กำลังเล็งปืนไปที่เด็กร่างใหญ่คนนั้น ทันใดนั้นเกิดลำแสงประหลาดหลากหลายสีเป็นวงกลมปรากฎอยู่บนท้องฟ้าด้านบน 

 

อิลตันเห็นชายชุดดำคนที่ช่วยเค้าเมื่อสักครู่ อยู่บนนั้นด้วย และกำลังต่อสู้กับแก็งค์โจรลักพาตัวพวกนั้น เกิดเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันถึง 3 ครั้ง 

"ปัง ปัง ปัง" และมีแสงสีขาวจ้าเกิดขึ้นทั่วบริเวณและกลุ่มโจรพวกนั้นก็สลบไป 

 

อิลตันตกใจกับภาพตรงหน้าและรีบเอามือปิดตาไว้ทันที

 

“ป๊าครับ ๆ ผมกลัว” อิลตันยังคงร้องไห้และปิดตาตัวเองเพื่อไม่ให้เห็นภาพที่โหดร้ายตรงหน้า 

 

ที่ลานจอดรถด้านนอกสวนสนุก

 

 

"พวกแกเป็นใคร ตามพวกเรามาทำไม” เสียงพ่อที่ดูพยามทำตัวข่มชายชุดดำ 2 คนที่อยู่ตรงหน้า อิลตันจำคุณน้าที่พยายามช่วยเค้าได้ทันที แล้วพ่อของเค้าก็สลบไป

 

“คุณน้า อย่าทำอะไรป๊านะครับ” อิลตันยังคงจำภาพเหตุการณ์ที่เขาเห็นคุณน้าชุดดำกำลังต่อสู้กับกลุ่มโจร และวิ่งมาปกป้องพ่อของตัวเองที่นอนสลบอยู่

 

“พวกเราแค่อยากจะมาดูว่าหนูปลอดภัยแล้วหรือยัง” ชายชุดดำอีกคนรีบพูดทันที

 

“น้าชื่ออีวานและนี่ดูลโตลูกพี่ลูกน้องของน้าเอง และพ่อของหนูจะไม่เป็นอะไร น้าแค่อยากมาแอบดูอย่างเงียบๆ น้าไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โต เลยต้องให้พ่อสลบไปก่อน” อีวานรู้สึกเสียงฟอร์มที่แอบไม่เนียน พร้อมกับชำเลืองมองร่างของคริสที่นอนคุดคู้อยู่ด้านหลังอิลตัน

 

“ผมขอบคุณมากนะครับที่ช่วยเหลือผมไว้ ผมจะได้เจอกับคุณน้าอีกมั้ยครับ” อิลตันรีบถามอย่างมีความหวังและสายตาเป็นประกาย เพราะตอนนี้เค้ามองอีวานเหมือนเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ของเค้าไปแล้ว 

 

“ผมขอเบอร์คุณน้าได้มั้ยครับ” อิลตันรีบล้วงกระเป๋ากางเกงของพ่อตัวเองที่ยังนอนสลบไม่ได้สติอยู่ และยื่นโทรศัพท์มือถือให้อีวานกดเบอร์

“เบอร์!!” อีวานฉงนในคำว่า “เบอร์” ที่เด็กน้อยตรงหน้ายื่นให้

 

เสียงชายชุดดำอีกคนกระซิบบอกกับอีวาน “หมายถึงรหัสหรือเปล่าครับคุณหนู” 

 

“อ้อ อะแฮ่ม! อีวาน E3810629662” อีวานตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ ในรหัสประจำตัวของเค้า 

 

“ผมดูลโต D5609294873 เป็นคนรักษาความปลอดภัยให้คุณหนูครับ” ชายชุดดำอีกคนรีบพูด

 

“น้าต้องไปก่อนนะ เห็นหนูปลอดภัยน้าก็สบายใจ เดี๋ยวพ่อของหนูจะตื่นขึ้นในอีก 5 4 3 2 1” พูดจบอีวานกับดูลโตก็หายตัวไปในทันที

 

“ว้าวววว สุดยอด” อิลตันปรบมืออย่างดีใจ ที่เขาเห็นซุปเปอร์ฮีโร่คนใหม่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

 

ณ ร้านไอศครีม

 

อิลตันรีบเดินไปยังโต๊ะด้านในสุดริมหน้าต่าง มองออกไปเห็นชายชุดดำ 2 คนที่ยืนรอเค้าอยู่ที่สวนของร้านไอศครีม

 

“คุณน้าาา” อิลตันรีบวิ่งออกไปอย่างดีใจที่ได้เจอกับคุณน้าซุเปอร์ฮีโร่ของเค้าอีกครั้ง ขณะที่พ่อของเค้ากำลังดูข่าวจากโทรทัศน์ในร้าน

 

“คุณน้าครับ ป๊ากำลังดูข่าว ที่สวนสนุกวันนี้ด้วยครับ ออกข่าวดังไปทั่วประเทศเลย” อิลตันพูดอย่างภาคภูมิใจที่พ่อของเค้าทำผลงานของข่าวในวันนี้

 

อีวานยิ้มอย่างเอ็นดูในความน่ารักและความกล้าหาญของอิลตันที่ไม่กลัวพวกเขาเลย

 

“น้าแค่อยากจะมาให้ของสิ่งหนึ่ง เป็นของขวัญสำหรับมิตรภาพที่ดีของเรา” อีวานหยิบลูกแก้ว สีขาวใสขนาดเท่านิ้วโป้ง ออกมาจากในเสื้อคลุมแล้วยื่นให้อิลตัน 

 

“น้าไปละ” อีวานร่ำลาเพราะเห็นว่าคริสกำลังเดินมาที่สวนหลังร้าน และหายวับไป

 

"อิลตันครับ" เสียงคริสเรียกอิลตัน

 

อิลตันหันไปมองพ่อและหันกลับมา ก็พบว่าอีวานหายตัวไปแล้ว

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว