องศารัก ละลายใจ -  ตอนที่  1
1
ตอน
840
เข้าชม
20
ถูกใจ
2
ความคิดเห็น
7
เพิ่มลงคลัง

ตอนที่ 1

สิบปีที่แล้ว ฉันยังจำได้ว่านาย ทิ้งฉันไปยังไง วันนี้เรากลับมาเจอกันใหม่ในฐานะพารท์เนอร์ทางธุรกิจ สิบปีที่ผ่านมาฉันอาจจะเปลี่ยนไปมาก แต่สำหรับฉันแล้ว นายไม่เปลี่ยนไปเลยซักนิด

“ชะเอม แกไปไหนมาว่ะ คุณจันทร์ เรียกหาแกอยู่ ไปด่วนเลยน่ะ นางกำลังของขึ้น”

“เออๆ..ฉันแว๊บลงไปหากาแฟกินแค่แป๊บเดียว นั่งถ่างตาตรวจงานมาทั้งวัน จะไม่ให้พักกันเลยรึไงว่ะ”

“ป้าจันทร์ค่ะ...เอม มาแล้วค่ะ”

“ชะเอม ป้าไม่เข้าใจ ทำไมยอดขายตกขนาดนี้”

“คือ...ฝ่ายตลาดของเราช่วงนี้เจอมรสุมค่ะ”

“มันก็ต้องหาวิธีสิ….จะปล่อยเลยตามเลยได้ยังไง บางครั้งวิกฤตมันก็อาจเปลี่ยนเป็นโอกาศ ลองไปทบทวนดูใหม่ ส่วนโปรเจคต์ที่เอามาเสนอ ป้าชอบน่ะ แต่ป้าว่าเราคงเอาเงินมาลงทุนกับโปรเจค นี้ได้ไม่มาก”

“ถ้าเราหาพารท์เนอร์หล่ะค่ะ”

“ก็เป็นความคิดที่ดีนะ ป้ามีคนที่สนใจอยู่คนนึง เค้าค่อนข้างจะทุนหนา”

“เหรอค่ะ” แววตาฉันเปล่งประกายทันที

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวป้าจะช่วยนัด มาให้คุยกันดูนะ”

“ขอบคุณค่ะ” ฉันยกมือไหว้ขอบคุณ

“แต่ตอนนี้ไปแก้รายงานมาให้ป้า เดี๋ยวนี้”

“คะ” ฉันตอบเสียงอ่อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

“เอม  มิ้นท์กับฉันจะไปหาอะไรกระแทกปากหน่อย รู้สึกช่วงนี้ชีวิตมันเครียด ไปป่ะ”

“ไปเหอะ ฉันนี่โดนเจ้าป้าให้แก้งานอยู่ เซ็งสุด”

“เอางี้...ทำเท่าที่ไหว แล้ว ชิ่ง มาหาพวกเรา เดี๋ยวฉันส่งพิกัดไปนะ”

“เออๆ กินไปก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอ..”

“ตามมานะ”

“ขับรถกันดีๆนะ” ฉันตะโกนส่งท้าย

ชีวิตสาวออฟฟิศหลังเลิกงานก็จะประมาณนี้หล่ะค่ะ ไม่หาอะไรอร่อยๆกิน ก็ ช็อป แหลก ค่ะ ที่ไหนลดกระหน่ำเราไปจัดหนักกันเสมอค่ะ

“กลับบ้านเถอะ ค่อยมาทำต่อพรุ่งนี้”

เคลวิน หนุ่มร่างสูงสุดหล่อประจำออฟฟิศเดินเข้ามาในห้องทำงาน

“ยังกลับไม่ได้ ป้ารอเอารายงานยอดขาย”

“ป้าแกนี่ใจร้ายจัง...เวลาเลิกงานแท้ๆ” เขาลากเก้าอี้นั่งลงตรงหน้าฉัน

“ไม่กลับบ้านหล่ะ จะมาช่วยทำงานหรอ” ฉันพูดพลางใช้มือกดคีย์บอร์ดและเมาส์  โดยไม่ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

“ช่วยอะไรได้บ้างหล่ะ” เขามองไปรอบๆห้องพลางถามฉัน

“ช่วยนั่งเงียบๆ ไม่ก็ไปหาอะไรมาให้กินหน่อยสิ”

เขาลุกขึ้นมายืนดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉันกำลังทำงาน

“มาๆ ผู้จัดการฝ่ายขาย จัดการเอง หลบไปสิ” เขาเลื่อนเก้าอี้ฉันออก

ฉันลุกขึ้นยืน กอดอก ดูเขาแก้งาน ก่อนที่จะส่งเมล์ไปที่ป้า

“เฮ้อ...เสร็จซักที” ฉันบิดขี้เกียจไปมา ส่วนเคลวินก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่ร่ำลาซักคำ

แล้วฉันก็ลงมายังลานจอดรถใต้ตึก

“ไป..เดี๋ยวไปส่ง” เคลวินขับรถมาจอดตรงหน้า

“แกอยากให้คนทั้งบริษัทเมาท์มอยเรื่องแกตามจีบฉันรึไง”

“เอาน่า แค่ขึ้นรถมา ทำตัวเป็นเด็ก ม.ปลายไปได้ เร็วสิ”

ฉันเปิดประตูรถสปอรต์คันหรู แล้วเขาก็ออกรถทันที เขาพาฉันมายังร้านอาหารที่เดอะแก๊งค์รอฉันอยู่

“แหมๆๆๆ ถ้าไม่ใช่พี่เคลวิน ผู้จัดการมาไม่ได้ใช่มั้ยค่ะ” ยัยมิ้นท์แซว

“ฉันโดนลากมาต่างหาก”

“มาครบแล้ว อัพรูปลง ig กันหน่อย สาวๆ” แล้วพวกเราทุกคนก็ถ่ายรูปร่วมกันเรากินและดื่มกันอยู่จนร้านปิด เคลวินอาสามาส่งฉัน

“ถึงแล้ว ลงไปเข้าบ้านเลยนะ”เคลวินเอามือจิ้มแก้มฉันสองสามครั้ง

“อ้าวหรอ..เออ ขอบใจนะ ขับรถดีๆ” ฉันเดินงัวเงียเข้าไปในตึก

“ไหวป่าวเนี่ย..อย่าเข้าผิดห้องนะ” เคลวินลดกระจกรถ ลงมา แล้วตะโกนตามหลัง

ส่วนฉันก็เดินงัวเงีย...ด้วยความง่วงและความเมาเล็กน้อย โดยไม่ได้สนใจคำพูดของเคลวิน

“เย็นนี้ไปกินชาบูกันมั้ย สาวๆ” เคลวินเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นของแผนก

“โอเคคะ ผู้จัดการ” ทุกคนต่างดี๊ด๊าที่มีหนุ่มหล่อ มาชวนไปทานอาหารเย็น

ส่วนฉันที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมตัวไปพบลูกค้าเย็นนี้ เขาคือคนสำคัญ ที่จะทำให้โปรเจคของฉันเป็นจริงขึ้นมาได้

“เอม ไปป่าว” เคลวินถามฉัน

“มีนัดกับนักลงทุนอ่ะ คงจะอดไป”

“แหม..พี่เอม น่าเสียดายจัง พี่ไม่ไปแบบนี้ พี่เคลวินก็คงรีบกลับตามเคย” เด็กฝึกงานคนนึงกล่าว

“วันหลังแล้วกัน วันนี้ฉันรีบ แล้วก็ ไปไม่ได้จริงๆ ขืนแอบหนีไป เจ้าคุณป้าจัดหนักพี่แน่”

“ถ้าเสร็จเร็วก็ตามมานะ” เคลวินพูดทิ้งท้ายก่อนที่ทุกคนจะออกไปจากห้อง เหลือ เพียงฉันกับเลขาที่กำลังเตรียมข้อมูุลและเอกสารกันวุ่นวาย

20.00 น.  ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น ซากุระ

“คุณเอมค่ะ นี่คุณพชร ตัวแทนจากทาง นิตยสาร วิน ค่ะ”

“สวัสดีค่ะ คุณพชร” ฉันมองเขาตาไม่กระพริบ

“สั่งอาหารมาทานสิ  แนน” ฉันพูดกับเลขาแต่ตาฉันยังคงมองเขา

“คะ คุณเอม”

“ไม่เอาเมนูปลาไหลน่ะ”

“แต่..นั่นของโปรด…”

“วันนี้่ฉันไม่อยากกิน”

“คะ”

“โทรหาคุณ เคลวิน ให้ฉันหน่อย”

“คะ” แนนทำหน้าตาสงสัยเล็กน้อย ที่ฉันเอาแต่จ้องหน้าชายตรงหน้า

เลขายื่นโทรศัพท์มาให้ฉัน

“ถ้านายว่างมาหาฉันหน่อยสิ ที่เดิม” พูดจบฉันก็กดวาง

“ผมสนใจจะลงทุุนร่วมกับคุณ”

“ช่วยให้เลขาของคุณ ส่งรายละเอียดเพิ่มเติมมาด้วยนะคะ ฉันดูรายละเอียดมาแล้วคร่าวๆ ไม่น่าเชื่อว่า คนในวงการนี้จะสนใจโปรเจค ของเรานะคะ”

เขาเม้มปาก ก่อนจะขยับท่าทาง

แล้วบทสนทนาในห้องก็เงียบไป ทำให้เลขาของฉันถึงกับสงสัยในพฤติกรรมของฉัน ที่ปกติจะเป็นคนร่าเริงกว่านี้มาก เมื่อต้องออกมาพบเจอลูกค้า

“ขอตัวไปห้องน้ำนะค่ะ คุณเอม”

“ฉันไปด้วย” แล้วฉันก็ลุกขึ้นออกไปจากห้อง

สายตาของชายหนุ่มมองตามฉันออกไปจากห้อง

ห้องน้ำหญิง

“คุณเอม ไม่สบายรึเปล่าค่ะ”

“เปล่าหรอก ฉันแค่คิดอะไรนิดหน่อย” แล้วฉันก็หยิบลิปปสติกขึ้นมาเติม

“ถ้าคุณเอมรู้สึกไม่โอเค เดียวแนน คุยให้ ดีมั้ยค่ะ”

“แนน” ฉันหันไปทางเลขา

“วันนี้ แนน กลับก่อนเถอะ ฉันคุยเอง แนน น่าจะไปพักได้แล้ว นี่มันก็ สองทุ่มแล้ว”

“แต่…”

“เอาน่า...ฉันจัดการได้ เดี๋ยวเคลวินก็มาแล้วไม่ต้องห่วงนะ” แล้วแนน ก็กลับบ้านไป เหลือเพียงฉันเข้ามานั่งในห้อง

“ฉันขอปฎิเสธที่จะให้คุณมาร่วมลงทุนโปรเจคนี้” ฉันรินไวน์แล้วยกมันซดหมดภายในครั้งเดียว

“เอม…”

“ฉันขอตัวก่อนนะ พอดีแฟนฉันน่าจะมาถึงแล้ว” ฉันเหลือบมองมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ

“เอมยังคิดถึงเราใช่มั้ย”

“........” คำพูดนั้นทำเอาฉันหยุดนิ่ง เพราะสิ่งที่เขาพูดคือความจริง

“ได้ข่าวว่าคบกับนางแบบลูกครึ่งคนนึง จริงรึเปล่า”

“อืม”

“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ สวย รวย เพอร์เฟค”

“เอมยังไม่ได้ตอบคำถามเราเลยนะ”

“เราต้องไปแล้วเพชร…” เคลวินโทรเข้ามาพอดี

“กำลังจะออกไป รออยู่ที่หน้าร้านนะ” วางสายเสร็จฉันก็จัดแจงลุกขึ้นทันที แต่คนตรงหน้า กลับคว้าแขนฉันไว้

“เราขอโทษ เอมยังโกรธเราอยู่หรอ” ฉันคลายมือเขาที่จับฉันไว้ออก

“ให้มันเป็นเรื่องของอดีตนะเพชร  เอมว่าเรามาไกลเกินกว่าจะกลับไปแล้ว”

“จริงด้วย เอมยังโกรธเราอยู่”

“ขอตัวนะเพชร”

ฉันเดินออกจากร้านและมายืนรอ เคลวิน ที่หน้าร้าน แต่เพชรก็ยังคงตามฉันมา

“ใช่แฟนเหรอที่มารับ”

“ใช่”

“งั้น...ยกโทษให้เราได้มั้ย แล้ว เรามาร่วมงานด้วยกัน”

“เรารู้นะ เรื่องงาน มันก็คืองาน แต่ เราทำโปรเจคนี้ไม่ได้จริงๆ”

“เพราะว่า เป็นเราใช่มั้ย เอม”

น้ำตาที่มันเอ่อ มันเริ่มจะอั้นไว้ไม่ไหว

“เราเสียใจที่ทิ้งเอมไป เราก็ไม่อยากจะทำหรอกนะ แต่ตอนนั้นเราแย่จริงๆ”

“เพชรก็รู้ว่าเอมรอเพชรมาตลอด แต่เพชรไม่เคยติดต่อมาเลย ไม่เคยคิดเลยว่าเอมจะรู้สึกยังไง ถ้าเพชรรักเอมจริง ต่อให้ทิ้งเอมไปเพราะบอกว่าตอนนั้นกำลังแย่ วันนึงดีขึ้นแล้วก็ควรจะติดต่อกลับมาสิ แต่เพชรไม่ได้ทำแบบนั้นไง เพชรกลับเลือกคนอื่นมาแทนเอม จะให้เอมคิดยังไง ง่ายๆเลย...ก็เพชรเบื่อเอมแล้วไง”

เขาพยายามจะจับมือฉัน แต่ฉัน สะบัดหนี

“เอมฟังเราก่อน….”

“ที่ผ่านมา4ปี เรารอฟังเพชรมาตลอด ตอนนี้เราไม่มีเวลาซักวินาทีเดียว ที่จะฟังเพชร หมดเวลาแล้วเพชร”

“เอม..”

“พอ...เลิกบ้าเถอะเพชร เราหยุดคิดเรื่องเพชรได้แล้ว อย่ารื้อฟื้นมันเลย” ฉันเอามือปาดน้ำตาเล็กน้อย

ฉันถอยหลังแล้วรีบเดินหนีเขาทันทีที่พูดจบ เป็นจังหวะเดียวกับที่เคลวินเดินเข้ามาที่ฉัน

“เอม...โอเคป่าว”เคลวินมองมาที่เพชร

“กลับเถอะ” ฉันควงแขนเคลวินแล้วก็เดินมาที่รถ

“นั่นใครหรอ แฟนเก่าที่เคยเล่าให้ฟังป่าว”

“อืม”

“เห้อ...เคยบอกแล้วไงว่าไม่ต้องไปเจอ”

“ถ้าฉันรู้ว่าเป็นมัน ฉันก็ไม่มาหรอก ฉันไปกับแก ดีกว่า”

เคลวิน เอามือ มาปาดน้ำตาที่แก้มฉันเบาๆ

“ไม่ต้องร้อง….ถ้าจะเสียน้ำตา ก็ไม่ควรเสียให้กับเรื่องแบบนั้น”

ฉันมองเขา แล้วเขาก็เอื้อมตัวดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาใส่ให้ฉัน และเราสองคนก็ออกเดินทางมาที่ไหนซักแห่ง เคลวินจอดรถสปอรต์คันงาม ฉันค่อยๆขยับตัวตื่นหลังจากหลับไป

“นี่มันที่ไหน”

“ฐานลับของฉัน”

“หา…” ฉันงงเล็กน้อย

“ตอนเด็กๆ ฉันชอบแอบหนีขึ้นมาที่นี่ ข้างบนนั้นเป็นบ้านของคุณย่า”

“ตอนกลางวัน วิวที่นี่คงสวยน่าดู”

“ใช่”

“ดูวิวแสงไฟไปก่อนนะ ไว้พรุ่งนี้เช้าฉันจะพาลงมาดูพระอาทิตย์ขึ้น”

แล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินกลับไปที่รถ

“เดี๋ยวสิ ว่าอะไรนะ ตะกี้”

“ฉันขับรถกลับไม่ไหว ขับมาตั้ง 200 กว่ากิโล เหนื่อย คืนนี้นอนที่นี่แล้วกัน”

“หืม…”

“เอาน่า...ป้าเธอไม่โวยวายหรอก ถ้าบอกว่ามากับฉัน”

“ไอบ้า...ไม่โวยวายแก แต่ป้าจะด่าฉันเอานะสิ”

“ฉันจัดการเอง” แล้วเขาก็กดโทรไปหาป้าฉัน

“โอเคมั้ย ทุกอย่างเคลียร์” แล้วเขาก็ดึงแขนฉัน พาฉันเข้ามาในรถ

“ทำตัวดีๆ ฉันจะไม่ใจดีกับเธอ ฉันเหนื่อย”

แล้วเขาก็ขับขึ้นมาบนบ้านหลังขนาดกะทัดรัดบนเนินเขา สาวใช้เดินเข้ามาทักทายเราสองคน

“คุณเคลวิน”

“คืนนี้ผมจะค้างที่นี่ครัับ”

แม่บ้านสาวอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะ ยิ้มทักทายฉัันอีกครั้ง

“มาค่ะ เดียวจะเตรียมอะไรร้อนๆให้ดื่ม”

“ไหนคุณย่าหล่ะ”

เขาชี้ไปที่รูปถ่ายที่ติดอยู่ข้างฝา ฉันมองตามมือไป

“คุณย่าหลับแล้วเหรอ”

“ย่าฉันหลับมาตั้งแต่ฉันอายุ 15 ตอนนี้ก็ยังไม่ตื่นเลย” ฉันมองหน้าเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ระวังคุณย่ามาหานะ คืนนี้”

ฉันอาบน้ำเสร็จก็เดินออกจากห้อง มาในครัว

“คุณผู้หญิงจะรับอะไรค่ะ” แม่บ้านเดินเข้ามาถามฉัน ทำเอาฉันสะดุ้ง

“เปล่าคะ แค่นอนไม่หลับ เพราะมันใกล้จะสว่างแล้ว เลยลงมาเดินเล่นคะ”

“คะ ลงไปเดินเล่นในสวนของคุณย่าได้นะค่ะ”

“สวนของคุณย่า”

“คะ สวนดอกไม้ด้านล่าง เดียวฉันพาไปนะค่ะ”

แล้วแม่บ้านก็พาฉันมายังสวนดอกไม้ ที่นี่สวยมาก แสงอาทิตย์อ่อนๆสาดลงมา ฉันรู้สึกชอบที่นี่เข้าแล้วสิ

“หวังว่าคูณผุ้หญิงจะชอบนะค่ะ”

“เรียก ว่า เอม ดีกว่าคะ เรียกคุณผุ้หญิงมันฟังดูแปลกๆ” แล้วเราก็คุยกัน เฮฮา สนุก ถูกคอกัน ทำให้คนที่นอนหลับอยู่ด้านบนของบ้าน เดินออกมาแอบยืนมองเราสองคนที่กำลังคุยกันอย่างถูกคอ

“บ้านหลังนี้มีใครอยู่บ้างเหรอค่ะ”

“มีพี่ แล้วก็ แฟนพี่ ที่เคยเป็นคนขับรถให้ย่าคุณเคลวิน บางครั้งคุณเคลวินก็จะมาที่นี่บ้าง เดือนละครั้งสองครั้ง สลับกับ คุณแพทริเซีย พี่สาวคุณเคลวิน เวลาเธอมาเธอก็จะพาเด็กๆมาด้วย มาทีไรบ้านไม่เคยเงียบเลยคะ”

“เคลวิน เค้าน่าสงสารนะค่ะ  เสียพ่อกับแม่ไปกะทันหัน”

“พี่เองก็เลยต้องย้ายจากบ้านคุณผู้ชายมาบ้านนี้แหละค่ะ มาดูแลคุณย่าแทน”

ฉันมองไปรอบๆก็ต้องสะดุดเมื่อเห็นดอกกุหลาบสีขาวพุ่มใหญ่ ฉันลุกเดินตรงไปทันที

“ที่นี่คือบ้านของน้องสาวคุณเคลวินคะ ฉันมองหน้าพี่แม่บ้านอีกครั้งด้วยความสงสัย”

“คุณเคลวิินเสียน้องสาวคนนี้ไป เธอยังไม่มีโอกาศได้ลืมตาดูโลกใบนี้เลยค่ะ คุณนายชอบดอกกุหลาบขาวมาก เลยพาเธอมาอยู่ที่นี่ค่ะ”

“เธอแท้งเหรอค่ะ”

“ใช่คะ น่าสงสารนะคะ เธอน่าจะได้เกิดมาบนโลกใบนี้”

เคลวินเดินเข้ามาทางด้านหลังอย่างเงียบๆ

“พาเธอมาหาโรสเหรอ”

“ตื่นแล้วเหรอคะ คุณเคลวิน” แม่บ้านยิ้มให้

“ผมขอกาแฟ แบบเข้มๆเลยนะครับ เดี๋ยวตามเข้าไป”

แม่บ้านเดินกลับเข้าไปในบ้านทันที

“น้องสาวฉันเอง สวยมั้ย ถ้าเธอยังอยู่ตอนนี้ก็น่าจะอายุประมาณ 17-18 วัยกำลังแสบเลย”

“ไม่เห็นจะเคยได้ยินว่านายมีน้องสาวด้วย”

“ยังมีอีกเยอะที่เธอยังไม่รู้เรื่องฉัน อยากรู้มั้ยหละ”

“เรื่องอะไร”

เขาเด็ดดอกกุหลาบให้ฉัน

“ฉันให้ แล้วก็ โรสซารีน ก็อยากให้เธอด้วย”

ฉันมองที่พุ่มกุหลาบขาวอีกครั้ง

“ตอนฉันรู้ว่าน้องสาวฉันอยู่ที่นี่ ฉันตกใจมาก ตอนนั้นฉันยังเด็ก”

“คนที่ไม่เคยเห็นหน้ากันแต่ก็ผูกพันธ์กันได้ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกดีนะ จำได้ว่าเคยมานั่งตรงนี้บ่อยๆช่วงที่พ่อกับแม่เสีย ฉันว่าเธอเป็นญาติคนเดียวที่ฉันจะมาเจอได้ตลอดเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่เหมือนกับแพทตี้ที่ต้องบินไปหาถึงปารีส”

“นั่นสินะ”

“ได้นอนแล้วยังเนี่ย” เขาถามฉัน

“นอนไม่หลับเลยลงมาเดินโง่ๆเนี่ย”

“ไป...กินข้าวเช้ากันก่อน จะได้เดินทางกลับกัน ฉันจะแวะหลายที่”

“เฮ้ย...ซวยแล้ว วันนี้ฉันมีประชุม ” ฉันอุทานออกมาเสียงดัง

“กลับไปไม่ทันหรอก”

“ทำไงดีอ่ะ ป้าจันทร์บ่นหูชาแน่”

เขากดโทรศัพท์แล้ววีดีโอคอล ไปหา ป้าของฉัน

“คุณจันทร์ครับ วันนี้ผมคงพา ชะเอมกลับไปส่งไม่ทัน เรื่องนัดประชุมวันนี้ ผมจะรับผิดชอบเองครับ อย่าดุเธอเลย นะครับ” สายตาออดอ้อน คู่นั้น ทำเอาฉันตะลึง

“ไม่เป็นไรจ๊ะ เคลวิน เดี๋ยวป้าจัดการทางนี้เอง ฝากดูแล ชะเอมด้วยนะ” แล้วเคลวินก็หันกล้องมาทางฉัน

ป้าฉันอยากได้เคลวินมาเป็นหลานเขยมากๆ ทุกคนอาจจะสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างฉันและเคลวิน มาค่ะ ฉันจะเล่าให้ฟัง

 

ฉันกับเคลวินเจอกันครั้งแรกตอนอายุ 7 ขวบ เราเจอกันในงานเลี้ยงของบริษัทคุณป้า และ ฉัันกับเคลวินเองก็ถูกหมายหมั้นปั้นตากันมาตั้งแต่เด็กๆว่าอยากให้เรา แต่งงานกัน แน่นอนค่ะ มันคือเหตุผลทางธุรกิจของพวกผุ้ใหญ่ ซึงตอนนั้น เด็ก 7 ขวบ สองคน ผู้ซึ่งไม่ประสีประสากับโลกกลมๆใบนี้ ได้แต่ยิ้มร่าเริง  เล่นด้วยกัน เราทัั้งคู่เข้ากันได้ดีเลยทีเดียว

 

หลังจากนั้น วันเวลาผ่านไป เมื่่อเราทั้งคู่ อายุ 18 แน่นอน สายตาที่เคลวินมองฉันมาที่ฉัน มันไม่เหมือนเมื่อก่อน  เขาพยายามตามจีบฉัน ซึ่งฉันเองก็รู้ตัวมาตลอดแต่ก็ไม่อยากให้ความเป้นเพื่อนที่ดีต่อกัน จบลงด้วย คำว่า แฟน

 

เวลาผ่านไป จนเราเรียนจบมหาวิทยาลัย ฉันก้มีชีวิตของฉัน ส่วนเคลวินเอง ก็ ไปมีชีวิตในแบบของเขา แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกัน มีติดต่อกันบ้างนานๆครั้ง เวลาที่เขากลับมาเมืองไทย

 

จนกระทั่ง วันนึง ป้าชวนฉันมาทำงานที่บริษัท (อย่าเรียกว่าชวนดีกว่าค่ะ เรียกว่าบังคับให้มาทำ จะดูเหมาะกว่า) ฉันก็ได้กลับมาเจอเคลวินอีกครั้ง และเขาก็คอยดูแลฉันมาตลอด ซึ่งลึกๆ ฉันก้รู้ว่าเขายังสนใจฉันอยู่ ถึงแม้ว่าบางทีอาจจะวางฟอร์ม ไม่แสดงออกมาตรงๆ

 

ทุกวันนี้ป้า เป่าหูฉัน  วางแผนให้ฉันกับเคลวิน เดินหน้าความสัมพันธ์แบบคนรักกัน ซึ่งไม่ว่าเคลวินพูดอะไร ป้าฉันจะรับฟังทุกอย่าง ไม่เถียง ไม่สงสัย ไม่คัดค้าน อะไรทั้งนั้น  เรียกได้ว่า แปลงร่างจากคุณนายขี้วีน เป็น เด็กสาวไร้เดียงสาไปเลย

 

“ นั่นหล่ะค่ะ สตอรี่ระหว่างฉันกับหนุ่มหล่อสุดฮอตของบริษัทเรา มิสเตอร์เคลวิน  โรเนล”

 

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว