[os] Twilight - minhyun x jaehwan
0
ตอน
11.5K
เข้าชม
136
ถูกใจ
1
ความคิดเห็น
103
เพิ่มลงคลัง

Twilight

 

 

 

“แม่ครับใครเป็นคนกำหนดให้หมาป่ากับแวมไพร์ต้องเป็นศัตรูกันครับ”

 

“ไม่รู้เหมือนกันสิลูกแต่พวกแวมไพร์จงเกลียดจงชังเผ่าเราเหลือเกิน แจฮวานลูกพระเจ้าสร้างเราให้ให้แก่งแย่งกันเราควรเดินตามลิขิตฟ้า เราไม่กำจัดเขา เขาก็กำจัดเรา นอนซ่ะเด็กน้อยเมื่อลูกโตขึ้นจะเข้าใจกฎของสวรรค์เอง ฝันดีลูกรักของแม่”

 

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่แจฮวานมีโอกาสคุยกับหญิงผู้ให้กำเนิดเป็นดังดวงใจของตน แม่ของเขาถูกแวมไพร์ลอบฆ่าในค่ำคนนั้นเพียงเพราะเธอกำลังมีอำนาจถูกเสนอชื่อเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาผู้คุมกฎของป่า ผู้คุมป่าทุกคนเป็นแวมไพร์คงไม่เป็นที่ชอบใจนักที่มีสัตว์ชั้นต่ำกำลังเทียบอำนาจเหนือตน

 

การกำจัดเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้สภาสะอาด

 

แม้การตายของเธอจะผ่านไปยี่สิบห้าปีแจฮวานก็ไม่อาจทำใจให้ยอมรับความจริงได้ ภาพของแม่ยังคงหลอกหลอนดังเช่นตอนอายุห้าขวบเหมือนเวลาของเขามันหยุดไปตั้งแต่ตอนนั้น ใจของเขาตายตามเธอผู้เป็นที่รักไปแล้วเหลือเพียงร่างชายหนุ่มที่มีแต่ความโกรธแค้น

 

เมื่อพระเจ้ากำหนดให้เป็นแบบนี้เขาก็พร้อมสนองเดินตามเกมสวรรค์ ชีวิตแลกชีวิต

 

ปัจจุบันแจฮวานเป็นอาจารย์หนุ่มภายใต้หน้ากากชายผู้แสนอ่อนแอในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งไม่ได้ดูโดนเด่นกลมกลืนไปกับมนุษย์ทั่วไปมีแต่กลิ่นสาปสัตว์ที่เป็นตัวยืนยันอาจารย์หนุ่มคนนี้เป็นหมาป่า ดึงดูดให้แวมไพร์จอมหยิ่งผยองหลายต่อหลายรายโง่ติดกับดักกลืนกินชีวิต

 

ไม่มีใครรอดเมื่อติดกับ

 

เสียงเพลงดังในสถานบันเทิงแสงไฟเปิดสาดส่องชวนมัวเมาเป็นบรรยากาศที่ชวนให้สนุกในค่ำคืนนี้สำหรับทุกคนที่มาร่วมตัวกันในสถานที่แห่งนี้ แจฮวานดื่มเตกีลาพรางโยกย้ายจังหวะไปตามเสียงเพลงจงใจปล่อยฟีโรโมนหมาป่าให้กลิ่นคลุ้งไปทั่วบริเวณของตนให้มันไปรบกวนต่อมรับกลิ่นของแวมไพร์ตนใดตนนึง

ถึงมันจะดูเป็นมุขเก่าๆแต่ก็ได้ผลเสมอไปเผ่าผู้ผยองตนแต่แสนโง่เขลา

 

“หลงฝูงหรือไงหมาน้อย” เสียงทุ้มต่ำกล่าวทักทาย

 

แจฮวานไม่ได้สนใจไปมองจะมองหรือไม่มองแวมไพร์หนุ่มตนนี้ก็มีชีวิตไม่พ้นคนนี้อยู่ดี

 

“ไม่สนใจทักทายกันหน่อยหรอกลิ่นของคุณมันรบกวนผม” เสียงทุ้มกล่าวเชิงตำหนิลูกหมาที่ไม่มีมารยาทสักเท่าไหร

 

“ผมขอโทษอีกเดี๋ยวผมก็จะไปแล้ว” แจฮวานพูดเสียงหวานช้อนตามองแวมไพร์ที่โง่มาทักตนเชิงชู้สาวเหมือนทุกครั้งที่ทำ

 

เมื่อแรกพบสบตาหมาป่าเจ้าแผนการสั่นไปทั่วร่าง ความรู้สึกต่างๆหลั่งไหลเข้ามายากที่จะรับไว้ได้หมด มือเย็นของแวมไพร์ยื่นมาสัมผัสใบหน้าตื่นตระหนกอย่างสั่นเกร็งไม่แพ้กัน เจอกันแล้วหาเจอกันเสียที

 

       คู่ทางจิตวิญญาณ

 

โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับแจฮวานกันแน่ ทำไมคู่ทางจิตวิญญาณของเขาถึงเป็นอมนุษย์ต่างเผ่าที่แสนเกลียดสุดขั้วของหัวใจ มันเป็นโชคชะตาที่ไม่อาจยอมรับและเขาก็ไม่มีทางยอมรับเรื่องแบบนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นกับเขา

ใบหน้าหวานผละออกจากสัมผัสของมือหนา ร่างเล็กรีบเดินลุกหนี หนีไปไหนก็ได้ที่ไม่ให้โชคชะตาเล่นตลกกับชีวิตของเขาอีก แต่แจฮวานคงจะลืมไปว่าคู่ทางจิตวิญญาณต่อให้อยู่ห่างไกลกันเป็นซีกโลกก็เชื่อมจิตหากันเมื่อพบเจอกันแล้ว คงมีแต่ความตายเท่านั้นพาหนีพ้น

 

มินฮยอนมองแผ่นหลังเล็กที่เดินหนีตนไปจนลับสายตา คู่ทางจิตวิญญาณที่เขารอคอยมาแสนนานนับร้อยปีเป็นเพียงสายเลือดชั้นต่ำแสนสกปรกไม่มีทาง ไม่มีทางนี่ไม่ใช่เรื่องจริง มือหนาหยิบแก้วเหล้าที่มีกลิ่นกายคู่ทางจิตวิญญาณลอยคลุ้งปาไปกับพื้นจนแตกละเอียด

 

แตกละเอียดเหมือนความรู้สึกของเขา

 

มินฮยอนเป็นหนึ่งในสมาชิกชั้นสูงของสภาผู้คุมกฎของป่าผู้ที่เกลียดเผ่าหมาป่ายิ่งกว่าอะไร มองเผ่าที่แสนต่ำต่อยพวกนี้เหมือนผักปลาที่เกิดมาเป็นเพียงอาหารอยู่ต่ำสุดในห่วงโซ่นักล่า เรื่องนี้ต้องไม่มีใครรับรู้เขาไม่อาจเสียสละตำแหน่งอำนาจบารมีเดินตามโชคชะตาพรรค์นี้ได้

 

ต้องกำจัดต่อให้ต้องอยู่คนเดียวจนชีวิตหาไม่ดีกว่าต้องอยู่ร่วมกับหมาโสโครก

 

       ในแต่ละวันแจฮวานใช้ชีวิตไปอย่างอยากลำบากร่างกายเอาแต่ร่ำร้องเรียกหาสัมผัสของอีกฝ่าย ที่แม้แต่ใบหน้าของแวมไพร์ผู้นั้นแจฮวานก็จำไม่ได้มีเพียงสัมผัสเย็นเฉียบที่ไม่ยอมหายไปจากร่างกาย ร่างเล็กรู้สึกวูบวาบเหมือนถูกจับจ้องจากสายตาคู่หนึ่งทำเอาเสียสมาธิไม่มีกระจิตกระใจสอนเหล่าลูกศิษย์ต้องจำใจปล่อยออกตั้งแต่ชั่วโมงแรก

ร่างเล็กกลับมาพักผ่อนร่างกายที่หอพักใกล้มหาวิทยาลัย อาจเป็นเพราะเขามัวแต่กังวลมากเกินไปทำให้คิดมากจนฟุ้งซ่าน หากได้หลับสักตื่นนึงมันคงจะดีไม่น้อยเมื่อคิดได้แบบนั้นร่างเล็กจึงข่มตาหลับเพียงไม่นานลมหายใจก็เข้าออกอย่างสม่ำเสมอ

แจฮวานตื่นมาก็พลบค่ำเสียแล้วร่างที่เคยหนักอึ่งเบาสบายขึ้นมาหน่อย ร่างเล็กเดินเข้ามุมครัวเล็กๆของตัวเองดื่มน้ำดับกระหาย สายตาเหลือบมองหน้าต่างที่เปิดกว้างผ้าม่านพลิ้วโบกตามสายลมเคลื่อนไหวไปมา นี่หน้าร้อนไม่ใช่หรือไงทำไมอากาศถึงได้เย็นเยือกผิดวิสัย

หน้าต่างที่ถูกเปิดกว้างถูกปิดลงก็ไม่ได้ช่วยให้อากาศอุ่นขึ้น มันคงยังเย็นจนร่างกายสั่นด้วยความหนาว เย็นเสียจนหมาป่าอย่างเขาไม่สามารถปรับอุณหภูมิร่างกายได้ ผิดปกติ

 

เจอเสียทีนะ คิม แจฮวาน” เสียงทุ้มที่เป็นเอกลักษณ์เล่นเอาแจฮวานสั่นไม่ทราบสาเหตุ

 

“คุณเข้ามาได้ไงออกไปจากห้องของผม” เสียงหวานเอยปากไล่ไม่เต็มเสียงนักเพราะเรี่ยวแรงมันหายไปตั้งแต่รู้ว่าแวมไพร์หนุ่มคู่ทางจิตวิญญาณบุกลุกล้ำเข้าพื้นที่ส่วนตัว

 

“หึ ไม่นานฉันอยู่ที่นี่ไม่นานหรอกอย่าห่วงไปวันนี้ฉันเสียเวลายืนมองนายทั้งวันแล้ว”

 

ขาแกร่งสาวเท้าเดินเข้าหาลูกหมาที่ตัวสั่น วันนี้มินฮยอนมาจัดการให้เรื่องทุกอย่างมันจบอย่างที่ควรจะเป็นมือหนาประคองใบหน้าหวานที่ยืนไร้เรียวแรง คมเขี้ยวยาวยื่นออกมากดลงลำคอขาวตั้งใจจะปล่อยพิษหวังดับชีวิตคู่ทางจิตวิญญาณด้วยน้ำมือตัวเอง

เลือดและกลิ่นตัวของหมาป่าลอยประทะร่างสูงอย่างหนีไม่พ้น กลิ่นที่เคยสาบสัตว์เมื่อพบเจอครั้งแรกเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมชวนหลงใหลให้เผลอสูดดม เขี้ยวที่หวังจะทำร้ายกลับกลายเป็นดูดชิมเลือดที่มีรสดีพึ่งเคยมีโอกาสได้ลิ้มลอง

 

อิทธิพลของคู่ทางจิตวิญญาณมันมากเกินไปแม้แต่มินฮยอนก็ไม่สามารถต้านได้

 

“ด ดะได้โปรดหยุด อื้ออ” เสียงครางร้องแผ่วเบาห้ามแวมไพร์หนุ่มที่กำลังเอาลิ้นวนรอยเขี้ยวของตนเองทำเอาคนไม่มีทางสู้สติกระเจิงไปไหนต่อไหน

 

“หอม เลือดกับตัวนายมันหอมไปหมด” มินฮยอนสูดดมไปทั่วใบหน้ากกหูลำคอมือเรียวสวยของแจฮวาน ร่างเล็กอดที่จะหน้าแดงกับกระทำของอีกฝ่ายไม่ได้

 

“มันไม่ควรเป็นแบบนี้” แจฮวานยืนจ้องตาชายแปลกหน้าอย่างอ่อนไหว

 

“ใช่มันไม่ควรเลย” เสียงทุ้มตอบกลับแผ่วเบาไม่แพ้กัน

 

ร่างสูงจับร่างเล็กเหวี่ยงลงเตียงแรงมหาศาลนี้มันทำให้แจฮวานกลัวจับใจร่างกายเขาไม่สามารถสู้ได้ ไม่สามารถทำอะไรปกป้องตัวเองได้เลย ภาพแม่ที่คอยลูบหัวกล่อมเขาให้หลับฝันดียิ่งตอกย้ำความอ่อนแอทำไมชะตากรรมเขาถึงได้ต้องตายทั้งเป็นเพราะแวมไพร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากัน

 

แวมไพร์หนุ่มฉีกทิ้งเสื้อผ้าหมาป่าจนหมด ร่างกายขาวบริสุทธิ์ทำเอาคนเจ้าอารมณ์ตกตะลึงมันงดงามราวกับงานศิลปะ ไม่ว่าจะมองไปส่วนไหนก็น่าฝากคมเขี้ยวทิ้งไว้

 

       มันยากที่จะฝืนไม่ให้หลงไหล

 

ดวงตาสีรัตติกาลของแวมไพร์แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง ร่างกายหนาเหมือนถูกดูดเขาหาร่างเล็กที่ขดตัวอยู่ใต้ร่างคนเองแม้ต่างฝ่ายต่างรู้สึกรังเกียจซึ่งกันและกัน ยามเมื่อสบตาเหมือนถูกแรงโน้มถ่วงโลกดูดหากัน หมาป่าหนุ่มลืมไปซึ่งความโกรธแค้นมือเล็กสอดประสานกับในใบหน้าซีดเผือดลูบแก้มสากราวกับรักใคร่ดวงตาสีแดงเพลิงที่ดูน่ากลัวกลับสวยงาม

ใบหน้าซีดเผือดตอบรับสัมผัสของร่างเล็กคลอเคลียมือคู่งามอย่างโหยหา มินฮยอนเข้าใจแล้วว่าทำไมเผ่าแวมไพร์ที่มีคู่ทาจิตวิญญาณเป็นเผ่าหมาป่าถึงยอมเสียสละชีวิตที่แสนมีค่าปกป้องสัตว์โสโครกผู้เป็นที่รักจนตัวตาย

มือหนาเกลี่ยเส้นผมสีทองสว่างที่ปรกใบหน้าคนใต้ร่างที่กลายสภาพกึ่งอมนุษย์ให้มองถนัดขึ้น ใบหูสัตว์ป่าตั้งสูงหางที่ปัดปายไปมามีขนสีทองดูนุ่มฟู ดวงตาสีเทาสว่างเหมือนมีดาวล้านดวงประดับ อุ่นไอร้อนที่แผ่ออกมาเหมือนโอบอุ้มแวมไพร์หนุ่มให้รู้สึกหดหู่ชั่วชีวิตนี้เจอครึ่งหนึ่งของดวงวิญญาณมาเติมเต็มแล้ว หากต้องกลับไปโดดเดี่ยวอีกเขาจะเป็นเช่นไร

ดวงจิตที่ประสานกันอย่างสมบรูณ์ฉายภาพเรื่องราวรอยยิ้มเสียงหัวเราะของทั้งคู่เดินเคียงคู่กันไปตามสถานที่ต่างๆอย่างมีความสุข มันไม่ใช่ภาพในอดีตแต่มันคือภาพอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นเส้นทางของทั้งสองคนในภาพนิมิตมันสวยงามเกินไปสวยเกินกว่าที่สองคนจะนึกภาพมันออก

 

“ผมเกลียดเผ่าคุณ” แจฮวานก็ยังเป็นแจฮวานที่เกลียดเผ่าแวมไพร์อย่างสุดใจ

 

สองมือเล็กโอบลำคอแกร่งโน้มลงมาจูบพริ้ม คำพูดที่บอกว่าเกลียดถูกแวมไพร์ดูดหายไปเหลือเพียงความรักใคร่ที่สองคนเลือกร้องหากัน รักแรกพบอาจดูเป็นคำพูดที่ไร้สาระงมงายไม่มีเหตุผลซึ่งจริงๆมันก็ไม่มีเหตุผลตั้งแต่ทั้งสองคนถูกเหวี่ยงมาเป็นคู่ทางจิตวิญญาณกันแล้ว

 

ร่างเล็กสั่นตัวโยนตามแรงกระแทกที่ใส่มาไม่มียั้ง แม้จะแข็งแรงกว่ามนุษย์ปกติทั่วไปครั้งแรกโดนทารุณขนาดนี้มันก็แทบจะไม่ไหวเหมือนกัน รอยเขี้ยวถูกฝังไปตามร่างกายขาวสุขภาพดีจนทั่วรอยตีตราแสดงความเป็นเจ้าของยามเห็นมันยิ่งสร้างอารมณ์ดิบให้แวมไพร์หนุ่ม

เสียงกรีดร้องทรมานปนความสุขดังคับห้อง แจฮวานไม่สนแล้วหากมีใครได้ยินอารมณ์ของเขามันขึ้นไปสูงเกินกว่าจะเก็บไว้ได้

 

“ครางชื่อฉัน มินฮยอน เรียกฉันมินฮยอน” มือแกร่งตีเข้าบั้นท้ายร่างนุ่มนิ่มเสียงดังคงเจ็บน่าดู

 

“อื้อ อย่าตีผมเจ็บ” ร่างเล็กร้องครางเจ็บ

 

“เรียกชื่อฉัน” สิ้นเสียงร่างหนาสวนกระแทกแรงเพิ่มขึ้นไปเมื่อร่างเล็กขัดใจ

 

“มิน มินฮยอน อื้อ อย่ากระแทกตรงนั้น อ้ะ อ๊า” ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุสิ่งที่บอกห้ามยิ่งเพิ่มแรงเฉพาะส่วนย้ำๆ มินฮยอนกำลังให้รางวัลหมาน้อยที่เชื่อฟังคำสั่ง

 

แจฮวานผลิกร่างตนเองในมานั่งเหนือร่างแกร่งช่องทางรักกับแท่งร้อนยังเชื่อมติดต่อกัน มินฮยอนมองด้วยความไม่เข้าใจลูกหมาของเขาอยากเป็นฝ่ายดำเนินเรื่องราวบนเตียงหรือไงกัน แต่คงไม่ใช่เมื่อใบหน้าของหมาป่าเต็มไปด้วยน้ำตาสอดสายตาขอความอ่อนโยนสักนิด

 

“มินฮยอน ผมเจ็บ ช่วยถนอมแจหน่อย อึก อึก ฮือ” เสียงร้องไห้กับคำพูดร้องขอความเห็นใจแบบนั้นไม่มีใครบอกหรือไงว่ามันยิ่งน่ารังแก

 

“ฉันต้องกลืนคำพูดของตัวเองอีกเท่าไหรกันแจฮวาน” นี่หรอหมาโสโครกที่มินฮยอนตั้งใจมาทำลายขำตัวเองชะมัดเขาไม่มีปัญญาจะฝืนรังแกร่างเล็กแรงๆด้วยซ้ำเมื่อถูกวอนขอความเห็นใจ

 

ร่างแกร่งเด้งสะโพกสวนเบาๆตามคำขอของร่างเล็ก ยิ่งเบายิ่งลึกร่างเล็กร้องครางอยู่บนร่างหนาไม่เป็นภาษา มือเล็กยันอกแกร่งหาที่ค้ำจับขยับตัวช่วยคู่ตัวเองอีกแรง สีหน้าทรมานอยากปลดปล่อยของมินฮยอนเรียกรอยยิ้มแจฮวานให้เอ็นดูร่างเล็กขยับตัวเร็วขึ้นจนคนใต้ร่างไปถึงฝันแทนคำขอบคุณที่ยังถนอมกัน

มินฮยอนพริ้มจูบเหงื่อตามใบหน้าหวาน อารมณ์เขามันยากที่จะมอดดับไปแต่เมื่อมองสภาพแจฮวานที่นอนเหนื่อยหอบตาปิดแหล่ไม่ปิดแหล่เขาได้มาเท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว

.

.

.

เวลาผ่านไปมินฮยอนและแจฮวานคบหาไปมาหาสู่กันอย่างลับๆ มินฮยอนไม่รู้อดีตของคนรัก แจฮวานก็ไม่มีรู้ตัวตนที่แท้จริงของคนรักเช่นกัน อยู่อย่างนี้พวกเขาก็มีความสุขอยู่แล้วเรื่องอะไรถ้ารับรู้ไปแล้วทำให้ไม่สบายใจก็ไม่ควรพูดถึง

 

ปิดมันไว้ปิดให้มิด

 

เขาทั้งสองแต่งงานกันในโบสถ์เล็กๆนอกเมือง มีเพียงบาทหลวงที่เป็นพยานรักและแขกเพียงคนเดียวของงาน จำนวนแขกไม่ใช่สิ่งชี้วัดความรักที่เหมาะสม มีเพียงคนสองคนที่รู้อยู่กันอยู่ในใจว่าพวกเขาเหมาะกันหรือไม่เรื่องราวของทั้งสองเป็นดังในนิมิตที่ราบรื่นสวยงามมีแต่ความสุข

 

แต่ภาพนิมิตมันคงไม่บอกเรื่องราวหลังจากนี้กรงล้อโชคชะตาหมุนขึ้นอีกครั้งแล้ว

 

แจฮวานมองที่ตรวจครรภ์ในมือที่สั่นเกร็งอย่างไม่รู้จะทำยังไงต่อไป ลูกของเขาถ้าเกิดมาจะอยู่ส่วนไหนของทั้งสองเผ่ากันยังไงก็ต้องถูกรังเกียจจากอีกครึ่งของสายเลือด แค่เรื่องเขากับมินฮยอนมันก็มาไกลจนไม่กล้าคิดภาพในบั้นปลายชีวิตแล้ว

มือเล็กกำเสื้อบริเวณหน้าท้องตัวเองแน่นไม่อยากให้เกิด เขาไม่อยากให้ลูกเกิดออกมา เขาทำใจไม่ได้หรอกที่ต้องเห็นลูกเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดของทั้งสองเผ่าเป็นแค่สิ่งมีชีวิตครึ่งๆกลางๆไม่มีใครยอมรับ

 

ร่างเล็กเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านชานเมืองรอเวลาพลบค่ำที่สามีจะกลับมาหาหลังเวลาเลิกงาน แจฮวานไม่รู้หรอกว่าสามีของตนทำงานอะไรเมื่ออีกฝ่ายไม่พูดเขาก็ไม่ถาม เสียงรถยนต์แล่นจอดอยู่หน้าบ้านสามีของเขากลับมาแล้ว

มินฮยอนเดินไปกอดร่างภรรยาที่ดูมีน้ำมีนวลกว่าที่เคยเหมือนทุกวัน แจฮวานไม่ได้กอดตอบแต่มือเล็กจับมือหนาลูบหน้าท้องของตนเอง ร่างหนาผละตัวออกเล็กน้อยเพราะความตกใจ

 

ท้อง แจฮวานท้อง

 

มินฮยอนดึงแจฮวานมากอดแน่นพรางร้องไห้ไปพร้อมกันน้อยใจในโชคชะตา เรื่องนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นมันควรเป็นเรื่งที่น่ายินดีไม่ใช่หรือไงแต่ทำไมพวกเขาไม่มีความสุขเลย

 

“เราจะยังไงดีมินฮยอน” ร่างเล็กร้องไห้กอดสามีแน่นเรื่องนี้เขาตัดสินใจเองคนเดียวไม่ได้

 

“เราจะปกป้องเขาแจฮวาน” แม้มินฮยอนจะเป็นฝ่ายพูดให้กำลังใจภรรยาแต่ตัวเขาเองยังไม่รู้จะปกป้องสองชีวิตผู้เป็นดังลมหายใจยังไงเหมือนกัน

 

ในทุกๆวันมินฮยอนจะคลุกตัวเล่นกับลูกในท้องภรรยาทั้งวันเมื่อมีเวลาว่างที่ตอนนี้นูนโตออกมาเหมือนพุงคนอ้วน แจฮวานไม่ได้ฝากท้องแต่อายุครรภ์ก็พอจะเดาได้น่าจะสักสามเดือนถ้านับความผิดปกติของร่างกาย ต้องขอบคุณสามีอย่างสุดหัวใจที่คอยประคับประครองจนสภาพจิตใจดีขึ้นมามาก การมีคู่ทางจิตวิญญาณเป็นมินฮยอนมันดีจริงๆ

 

แจฮวานประเทศนี้มันเล็กไปว่าไหมที่นี่มันไม่มีที่ให้ลูกเราวิ่งเล่นหรอก

 

แวมไพร์หนุ่มเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เขาจะลาออกจากสภาล้างประวัติตัวเองแล้วหนีไปแถบยุโรปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับครอบครัวที่สามารถเลือกว่าครอบครัวได้เต็มปากเสียที

 

“เอาสิที่นี่มันเล็กไปจริงๆ”

 

แจฮวานเองไม่ลังเลที่จะทิ้งทุกความทรงจำไว้ที่นี่ ที่นี่มันไม่มีอะไรให้น่าจดจำเลยมีแต่เรื่องเลวร้ายมีเพียงมินฮยอนเท่านั้นที่เป็นเรื่องราวดีๆในชีวิต ขอโทษนะครับแม่

 

มินฮยอนเข้าสภาทำทุกอย่างให้ถูกต้องแม้ผู้ใหญ่อาวุโสหลายท่านจะไม่เห็นด้วยแต่เมื่อเจ้าตัวยืนยันคำตอบตอบเดิมก็ต้องเคารพการตัดสินใจของแวมไพร์หนุ่ม ต่างเสียดายแทนหากอยู่คงจะได้ขึ้นเป็นใหญ่ในโลกแวมไพร์ในอีกไม่ช้า

 

เหตุใดแวมไพร์หนุ่มเลือดร้อนฝักใฝ่ในอำนาจตนนี้ถึงละทิ้งทุกอย่างกัน??

 

มินฮยอนยังเข้าสภาไปสะสางงานที่ค้างของตนให้เรียบร้อย อีกไม่กี่วันเขาก็จะมีชีวิตใหม่แล้วจึงอดยิ้มมีอย่างความสุขไม่ได้ ชีวิตที่จะมีแค่สามคนพ่อแม่ลูก

 

“ไงเพื่อนคิดจะไปไม่ลากันหน่อยหรือไงถ้าไม่มีคนรายงานฉันก็ไม่รู้”

 

“โทษทีแดเนียลช่วงนี้เคลียร์งานเลยวุ่นๆก็ว่าพรุ่งนี้จะเขาไปลาอยู่เหมือนกัน” มินฮยอนยิ้มให้เพื่อนคู่ยากแดเนียลเป็นหลายปัจจัยเหมือนกันที่ทำให้เขาเป็นใหญ่เป็นโตได้

 

“นายลาออกทำไมมินฮยอน” น้ำเสียงที่ไม่ได้มีแววล้อเล่นเหมือนบทต้นสนทนา หากมินฮยอนลาออกไปอาจทำให้มีคนแข็งข้อต่อแดเนียลเมื่อสืบถอดตำแหน่งหัวหน้าสภาต่อจากบิดาของตน การมีพรรคพวกเป็นเรื่องที่สำคัญยากจะให้สูญเสียไปได้

 

“.........”  ระหว่างโกหกกับเงียบมินฮยอนเลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไปดีกว่าแดเนียลไม่ใช่คนโง่

 

“ตอบไม่ได้สินะ เอาเถอะขอให้โชคดีกับทางที่นายเลือก” แดเนียลตบไหล่เพื่อนยากแล้วเดินออกไป

 

ไม่รู้สิทำไมมินฮยอนถึงได้รู้สึกกลัวแดเนียลอีกเพียงไม่กี่วันเขาก็จะได้ชีวิตใหม่แล้วขออย่าให้ให้มีเรื่องเลวร้ายกับเขาเลย

 

พระผู้เป็นเจ้าโปรดรับฟังคนขอของลูกด้วย

 

มินฮยอนขับรถไปชานเมืองเฉกเช่นเดิมความกลัวความระแวงที่ปั่นป่วนภายใจทำให้เขาไม่ทันสังเกตว่ามีรถหรูขับตามหลังจงใจทิ้งระยะห่างยากจะจับได้ไปตลอดทาง รอยยิ้มร้ายมองเพื่อนรักเดินเข้าบ้านพร้อมสัตว์โสโครกอย่างเย้ยหยัน

แดเนียลสอดสายตาจากนอกหน้าต่างมองใบหน้าหวานที่คลอเคลียคนทรยศเผ่า จมูกสูดดมกลิ่นสาบสัตว์ที่ลอยตามลมมาช่างน่าสะอิดสะเอียนเสียจริง กลิ่นสาบผสมกลิ่นหอมอ่อนจากหมาน้อยตัวนี้เขาจำได้ดีเลยกลิ่นเดียวกับเด็กคนนั้นเมื่อยี่สิบแปดปีก่อนไม่น่าเก็บไว้ให้เป็นเสี้ยนหนามเลย

 

สนุกแล้วสิเพื่อน

 

แดเนียลเดินเข้าบ้านของเพื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำเอาเจ้าของบ้านทั้งสองตกตะลึงแจฮวานมองแดเนียลอย่างงุนงงคนนี้คือใครกัน มินฮวานไม่ปล่อยให้ภรรยาอยู่ประทะกับเพื่อนสนิทเขารีบอุ้มแจฮวานไปไว้ในห้องนอนสั่งเสียให้อยู่แต่ในห้องหากเขาไม่ได้ร้องเรียกก็อย่าออกมาปืนพร้อมกระสุนเงินเต็มแม็กถูกว่างใส่มือแจฮวาน

 

“เดี๋ยวรีบกลับมาหานะ” มินฮยอนบอกกับภรรยาก่อนออกไปคุยกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

 

แวมไพร์หนุ่มสองตนมองหน้ากันอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกบรรยากาศชวนอึดอัด แดเนียลยกยิ้มให้เพื่อนเหมือนทุกที แต่สายตาไม่ได้ยิ้มตามดวงตาแดงกล่ำของทั้งสองคือสิ่งสัญญาณพร้อมประทะกันทุกเมื่อ อีกแค่นิดเดียวมันก็จะดีแล้วเชียว

 

“มีไรจะอธิบายไหม” แดเนียลเอยปากถามแม้อารมณ์เขาแทบประทุออกมา

 

“คู่ทางจิตวิญญาณ” คำเดียวอธิบายทุกสิ่ง

 

“หึ ช่างน่าขำ แล้วคู่ของนายรู้ไหมว่านายเป็นคนฆ่าแม่ของมันเพื่อจะได้ก้าวขึ้นสู่สมาชิกสภาไร้คนกังขา นายจำกลิ่นสาบของแม่มันไม่ได้หรือ” แดเนียลจงใจพูดตะคอกเสียงดังให้คนในห้องได้รับฟัง

 

แจฮวานได้ยินได้ยินทุกอย่างแล้ว

 

“ม มะไม่จริง” มินฮยอนถอยหลังเซภาพอดีตย้อนเข้ามาในหัวกลิ่นคาวเลือดคลุ้งเต็มบ้าน ร่างของลูกหมาป่าที่เข้าจงใจไว้ชีวิตให้เติบโตมาอย่างทรมานใบหน้าของเด็กคนนั้นผุดขึ้นมาทับซ้อนใบหน้าของแจฮวาน

 

“จำความรู้สึกที่แกกับฉันฉีกกระชากร่างของแม่มันไม่ได้หรือไง ฮา ฮา ฮา” เสียงหัวเราะเปล่งออกชวนขนหัวลุกแดเนียลกำลังสนุก สนุกที่ได้ทำลายชีวิตของคนอื่น

 

หมดเวลาสนุกแล้วแดเนียล ปัง ปัง ร่างแวมไพร์แขกผู้ไม่ได้รับเชิญล้มตัวลงนอนบนกองเลือดของตนเอง นัดแรกที่ซี่โครง นัดที่สองที่หัว แจฮวานเล็งเป้าหมายอย่างแม่นยำจบปัญหาไปหนึ่ง

ร่างเล็กหันกระบอกปืนไปยังผู้เป็นเจ้าของแต่ดังเดิมที่เอาแต่ยืนนิ่งไม่ขยับตัวไปไหน แจฮวานมองสามีตัวเองอย่างผิดหวัง ไร้ซึ่งเสียงร้องเรียกไร้ซึ่งแววตาของคนรักกัน มันหมดแล้วความรักที่เขามอบให้แวมไพร์ตนนี้ไม่เคยคิดว่าคนที่ตามหามาค่อนชีวิตจะเป็นคู่ชีวิตตัวเอง

 

ตลกมากพอแล้วมั้งสวรรค์เรามาทำทุกอย่างให้ถูกต้องกัน

 

 “มินฮยอนนายทำแบบนั้นได้ไงนายทำแม่ฉันทำไม” เสียงหวานกรีดร้องถามสามี

 

“ขอโทษ” ไม่มีคำแก้ตัว

 

ขายาวสาวเท้าหาร่างเล็กดึงเข้ามากอดไม่ได้กลัวปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าหาตัวเอง แขนแกร่งโอบอุ้มคนรักแน่น แจฮวานไม่ได้รู้สึกอบอุ่นเหมือนเดิมมีเพียงความรู้สึกเย็นเยือกเขาเจอเรื่องร้ายๆมามากพอแล้วมากเกินกว่าจะรับไหวแล้ว

ร่างเล็กมองหน้าคนรักครั้งสุดท้ายความรักที่มีให้มินฮยอนยังเหมือนเดิมความแค้นที่มีในใจยังเหมือนเดิมเขาไม่อาจก้าวข้ามเรื่องในอดีตได้

 

“ฉันรักนายนะมินฮยอนรักมากกว่าชีวิตตัวเองอีก” มือเล็กลูบไล้ไปตามสันกรามจดจำสัมผัสชายผู้เป็นที่รักหวังให้มันตามตัวไปทุกทีรอยยิ้มหวานที่มอบให้สามีคือความจริงที่เขายิ้มมาจากใจจริง

 

เขารักผู้ชายคนนี้กว่าสิ่งอื่นใดบนโลก

 

จงอยู่ต่อไปนะอย่าหายไปอยู่กับความทรมานชั่วนิจนิรันดร

 

ปัง ???

 

ลูกกระสุนเงินพุ่งตรงที่อกเล็กแจฮวานเลือกปิดชีวิตตัวเองพร้อมลูกมันหมดเวลาที่สวรรค์จะกำหนดโชคชะตาเขาแล้ว ในที่สุดเขาก็ได้เลือกตอนจบเองเสียที เขาไม่กล้าพอที่จะฆ่าคนรักการฆ่าตัวตายมันง่ายกว่าไหนๆ แต่จะให้คนทำผิดอยู่อย่างสุขสบายก็ง่ายไป

 

จบแบบนี้ดีแล้วชีวิตแลกชีวิตแจฮวานขอแลกชีวิตกับมินฮยอนเอง

 

“ไม่ แจฮวาน ไม่ โปรดตื่นขึ้นอย่าทิ้งฉันไว้” แวมไพร์หนุ่มเขย่าร่างไร้วิญญาณของภรรยามือลูบท้องนูนที่มีอีกหนึ่งชีวิตเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองที่ดับชีวิตไปพร้อมกันหมดสิ้นแล้วชีวิตเขาไม่เหลืออะไรแล้ว

 

เลือดที่ไหลนองจากคนรักมินฮยอนดื่มกินไปทั้งหมดไม่อยากให้ทุกส่วนของแจฮวานไปไหน อยากให้มันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของเขา มินฮยอนอุ้มร่างไร้วิญญาณของแจฮวานไปสวนหลังบ้านขุดหลุมว่างร่างเล็กลงไปช้าๆราวกับกลัวร่างไร้วิญญาณจะรู้สึกเจ็บ

 

หลุมศพถูกกลบพร้อมกับวางช่อกุหลาบขาวที่คนรักเป็นปลูกไว้เป็นต้นกุหลาบที่เขาซื้อไว้ตกแต่งโบสถ์ในพิธีสาบานตนในวันแต่งงาน

 

เราจะอยู่ด้วยกันชั่วนิจนิรันดร

 

กระบอกปืนที่คราชีวิตไปถึงสามมินฮยอนกำในมือแน่น นั่งคุกเข่าอย่างองอาจปลายหลุมศพคู่ทางจิตวิญญาณแสนรัก ปลายกระบอกปืนกดที่ไปหน้าอกข้างซ้าย

 

หนึ่ง

 

สอง

 

สาม

 

แก๊ก แก๊ก ปืนไร้ซึ่งกระสุนต่อให้พยายามมากเท่าไหรมันก็คงไม่มีทางใช้งานได้

 

อ้ากกก กก เสียงตะโกนร้องดังไปทั่วบริเวณแสงพระจันทร์ที่สาดส่องราวกับเย้ยหยันแวมไพร์หนุ่มที่ปลิดชีวิตตัวเองไม่สำเร็จ

 

เมื่อแจฮวานไม่อนุญาตให้หายไปมินฮยอนก็ไม่มีสิทธิ์แวมไพร์หนุ่มต้องทนทุกข์ใช้ชีวิตอย่างโดดเดียวชั่วนิจนิรันดรชดใช้บาปกรรมของตนเอง

 

 

 

*End*

 

**เรื่องยาวไปนิดคือไรท์ถนัดแบบเดินเนื้อเรื่องTwilight กับ Boss ทั้งสองเรื่องมีความยาว16หน้ากระดาษฝากทั้งสองเรื่องด้วยนะคะขออภัยถ้าเจอคำผิด

 

ร่วมติดแท็กติเตือนที่ #จชจว

Tw : @xnm_95

 

 

 

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว