4Seasons
ฤดูนั้น ฉันรักเธอ
ฤดูหนาว ตอนที่1 : การพบกันครั้งแรก
ฤดูหนาว เป็นฤดูที่คนส่วนมากนั้นต้องการในขณะนี้ แต่ผมนั้นรู้สึกว่ามันช่างเป็นฤดูที่แสนจะเหงาและเคว้งคว้างเหลือเกิน ผมยืนอยู่ข้างถนน หิมะโปรยปรายเต็มท้องถนนที่เปลี่ยวเปล่าไม่มีแม้คนเดินผ่านเพราะด้วยหิมะที่ตกลงมา ผมเดินไปเรื่อยๆเพื่อตรงไปยังคาเฟ่ร้านประจำพลางจดบันทึกไปด้วย จนกระทั่งถึงจุดหมาย
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีหรอครับ”ชายหนุ่มยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าพร้อมเปิดประตูต้อนรับ ยิ้มด้วยสายตาที่อ่อนโยนผ่านเลนส์แว่นของเขา และวันนี้ร้านก็ยังคงเงียบสงบไม่มีคนเช่นเคย
“อะไรก็ได้ที่อุ่นๆ ผมแค่รู้สึกหนาวๆ”ผมเดินไปยังที่โต๊ะ สังเกตเห็นว่าผู้ชายคนนี้ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาสักนิด ทั้งๆที่ผมก็มาร้านนี้เป็นประจำ
“พึ่งเข้ามาหรอครับ ผมไม่เคยเห็น”ด้วยความสงสัย ผมพูดออกไปในระหว่างที่เขากำลังชงกาแฟให้ผมอยู่
“อ้อ ใช่ครับ ผมจะมาช่วงหน้าหนาว นี้เป็นครั้งแรกของผมครับ คุณคงเป็นขาประจำของที่นี่ใช่ไหม”เขายิ้มตอบผมอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง ทำให้ผมคิดว่าชายผู้นี้ช่างเป็นมิตรและคงเข้ากับทุกคนได้ดีทีเดียว เพราะด้วยรอยยิ้มเขาช่างมีเสน่ห์จริงๆ
“แค่เฉพาะช่วงฤดูหนาวหรอครับ ทำไมล่ะ”
“ผมชอบฤดูหนาวที่เมืองนี้นะ มันช่างน่ามหัศจรรย์ อากาศเย็นๆ หิมะตกที่สวยงาม และผู้คนไม่วุ่นวาย ส่วนฤดูอื่นๆผมต้องกลับทำงานประจำของผม”เขาพูดพร้อมดันแว่น
“ผมเกลียดฤดูนี้”
“ทำไมครับ”
“มันเป็นฤดูเหงา สำหรับคนที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวแบบผม ช่างเป็นฤดูแห่งฝันร้าย”
“คุณไม่มีเพื่อนหรอครับ”เขาเดินมาพร้อมวางแก้วกาแฟลง แล้วนั่งเริ่มบทสนทนาอย่างจริงจัง
“มีครับ แต่แค่คนเดียว เขาไม่ค่อยว่างมาหาผม แต่ยังดีที่เมื่อเขาว่างเมื่อไหร่ก็จะรีบตรงดิ่งมาหาผมทันทีเลย”ผมเผลอยิ้มไปเมื่อพูดถึงเพื่อนคนสนิท พูดจบผมยกกาแฟขึ้นมาดื่ม ทำให้อบอุ่นขึ้นจริงๆ
“คุณชื่ออะไรหรอครับ”เขาถามผม สายตาเขาจดจ้องมาที่ผม
“ไอซ์ ชื่อไอซ์ครับ”
“ผมวีนะ ยินดีที่ได้รู้จัก ถ้าหากว่าคุณเหงาแล้วแหละก็ คุณอาจจะมาหาผมที่นี่ได้เมื่อคุณต้องการ ผมพร้อมจะมีเพื่อนใหม่ที่นี่อยู่เสมอ คุณคือคนแรกผมของเลยนะ”เขายื่นมือออกมาเพื่อจะทักทายอย่างเป็นทางการ ทำเอาผมตกใจไม่น้อย ครั้งล่าสุดที่ผมเจอแบบนี้คือเมื่อ4ปีที่แล้ว ที่ผมพบกับ นนท์ เพื่อนสนิทคนแรกและคนเดียวของผม
“ครับ เช่นกันครับ”ผมเลือกที่จะคงถือแก้วกาแฟนั้นไว้
“ผมต้องไปแล้วแหละ อากาศชักจะหนาวเกินไปแล้ว”ผมรีบจ่ายเงินพร้อมเดินออกมา
“ไว้เจอกันอีกนะครับคุณไอซ์”เขายิ้มพร้อมโบกมือลา
หวังว่าจะได้เจอเขาอีก แค่ตอนนี้ผมยังไม่ทันได้เตรียมตัวที่จะได้เจอเพื่อนใหม่อีกคน ผมดีใจนะที่ได้เป็นเพื่อนคนแรกของใครสักคน เป็นคนแรกของผมเช่นกันนะคุณวี คุณช่างเป็นมิตรอย่างที่ผมคิดไว้ตอนแรกจริงๆ เรื่องนี้ผมต้องบอกให้นนท์รู้แล้วแหละ นนท์ต้องดีใจกับผมแน่ๆที่มีเพื่อนใหม่...ผมจดบันทึกลงไปในไดอารี่ท่ามกลางอากาศในห้องนอนที่หนาวเหน็บ หนาวทั้งกายและใจจริงๆ หิมะยังคงตกอยู่ในทุกวินาที แม้จะห่มผ้าสักกี่ชั้นหรือเสื้อกันหนาวทับกันสักกี่ตัว ความหนาวนี้ยังคงไม่หายไปอยู่ดี ถ้าได้มีใครสักคนมาช่วยทำให้ความหนาวนี้หายไป ก็คงจะดี ผมรู้สึกหนาวแบบนี้มาหลายครั้งหลายคราแล้วเหลือเกิน ถ้าไม่มีนนท์เป็นเพื่อนแหละก็ ผมคงตายคาห้องนี้นานแล้วแน่ๆ
“ไอซ์ เป็นยังไงบ้างกับวันนี้ ขอโทษนะที่มาหาในวันนี้กลางคืนแบบนี้ เราพึ่งว่างน่ะ”นนท์โผล่มาหน้าบ้านพร้อมกับของฝาก เขามักจะมาแบบมีอะไรติดไม้ติดมือมาฝากเสมอ แม้ว่าเขาจะทำงานหนักแค่ไหน แต่ถ้ามีเวลาว่าง จะมาหาผมแม้ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม
“นนท์ เราได้เจอเพื่อนใหม่ด้วยแหละ เป็นพนักงานใหม่อยู่ที่ร้านคาเฟ่ ชื่อวี เขาอัธยาศัยดีมากเลยนะ เราว่าจะพานนท์ไปให้รู้จักด้วย”ผมเอ่ยปากพูดถึงเพื่อนคนใหม่อย่างตื่นเต้นและดูเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
“ชื่อวีหรอ ก็น่าสนใจดีนะ พรุ่งนี้เราว่างทั้งวันพอดีเลย ไว้ไปกันนะ”เขายิ้มอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มของเขาก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมอบอุ่นได้เช่นกัน เพราะทุกครั้งที่เขามาหา เขาจะพกความอบอุ่นมาให้ผมด้วยเสมอ..
เช้าวันนี้อากาศยังคงหนาวเช่นเคย ผมหยิบผ้าพันคอประจำตัวและเสื้อกันหนาวขึ้นมาใส่ แต่งตัวพร้อมเดินทางไปยังร้านคาเฟ่ร้านโปรดประจำของผม ผมยืนอยู่หน้าบ้านที่มีหิมะโปรยลงมาอย่างไม่เว้น รอเพื่อนสนิทที่นัดกันไว้ว่าจะไปเจอเพื่อนใหม่ของผม หวังว่าพวกเขาจะเข้ากันได้ดีเช่นกัน ผมจดบันทึกลงไปในไดอารี่ของผมระหว่างรอ และเขาก็มาในที่สุด เขาดูท่าทางเร่งรีบราวกับว่าพึ่งกลับมาจากการทำงานที่แสนเหนื่อย
“ถ้าเหนื่อยขนาดนี้ ก็ไม่ต้องมาก็ได้นะ ไปพักผ่อนก่อนก็ได้”ผมตบบ่าเขาด้วยความเป็นห่วง
“แค่ตื่นเต้นไปหน่อยอะ ไม่มีอะไรหรอกไม่ต้องเป็นห่วง อยากรู้ซะแล้วสิว่าเพื่อนใหม่ของไอซ์หน้าตาจะเป็นยังไง” เขาพยายามทำท่าทีให้เหมือนคนมีเรี่ยวมีแรงมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ แต่มันยังดูเหมือนฝืนอยู่ดี
“งั้นเราไปกันเถอะ ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนเชียวนะ”ผมเดินนำหน้าเขาไป เขาเดินตามผมมาติดๆเหมือนกับว่ากลัวผมจะหนีเขาไปอะไรทำนองนั้น
พอพวกเรามาถึงร้าน แน่นอนว่าวีรีบออกมาเปิดประตูต้อนรับเราอย่างดีพร้อมด้วยคำทักทายและรอยยิ้มที่เป็นมิตรเช่นเคย
“สวัสดีครับไอซ์ ไม่นึกเลยว่าจะมา พาเพื่อนที่พูดถึงมาด้วยหรอครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมวีครับ”เขายื่นมือมาเพื่อจะจับมือทักทายกับนนท์ นนท์ยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน และจับมือทักทายตอบ
“ผมนนท์ครับ เป็นเพื่อนสนิทของไอซ์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ และต้องขอบคุณที่เข้ามาเป็นเพื่อนใหม่ให้กับไอซ์ของผม หวังว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีร่วมกันนะครับ” พวกเขาดูเข้ากันดี ผมดีใจมากๆที่จะมีกลุ่มเพื่อนเหมือนๆกับคนอื่น ถึงแม้จะมีแค่3คน แต่ผมรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันใด
“ไอซ์ครับ รับอะไรดี ถือว่าวันนี้ผมเลี้ยงและกันนะ ถือซะว่าฉลองที่เราได้มาเจอกันอีกครั้ง และอุส่ามาหาแม้ว่าหิมะจะตกแบบนี้”เขาหันมามองที่ผม ยิ้มให้และสายตาที่อ่อนโยนนั้นยังคงผ่านเลนส์แว่นเขาอยู่ ถึงจะใส่แว่นแต่มันไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้ความอ่อนโยนในสายตาของเขาดูลดละลงเลย
“ผมขอกาแฟเหมือนเดิมที่วีทำให้และกันครับ”ผมพยายามยิ้มตอบด้วยยิ้มอ่อนโยนเท่าที่ผมจะทำได้นะ ผมยิ้มไม่ค่อยเก่งเหมือนเพื่อนๆผมเอาซะเลย
“แล้วผมล่ะครับวี ไม่เลี้ยงผมหน่อยหรอ ผมก็อุส่าดั้นด้นมานี่เหมือนกันนะ”นนท์ยิ้มแสดงถึงความอ้อนวอนต่อวี
“อ้อ แน่นอนสิครับ ผมคงใช้คำพูดผิดไป ผมหมายถึงคุณด้วยนะ” เขาชี้ไปที่นนท์พร้อมกับหัวเราะเล็กน้อย
“แล้วแต่คุณวีเลยครับ”เขาหัวเราะตอบอย่างเป็นกันเอง
หิมะนั้นก็เริ่มตกแรงขึ้นเรื่อยๆ ตัวผมเองคิดว่า เมื่อลองเปิดใจกับฤดูนี้ดู มันก็ดูมหัศจรรย์อย่างที่วีบอกจริงๆนั้นแหละพวกเราพูดคุยกันในระหว่างที่อากาศเย็นๆทำให้พวกเราดูเป็นกลุ่มที่อบอุ่นเป็นอย่างดี เพราะในร้านคาเฟ่นี้ คนส่วนน้อยที่จะได้เข้ามาในอากาศหนาวๆแบบนี้ ทำให้ในร้านมีแค่พวกเรา วีก็ดูน่ารักมีเสน่ห์เหมือนกันนะ ผมชอบเขาจริงๆ
“ไอซ์ครับ พรุ่งนี้ผมว่างนะ ถ้าไม่รังเกียจกันแหละก็ เราไปเที่ยวกันไหมครับ ผมรู้นะว่าคุณอาจจะไม่ชอบฤดูนี้ แต่ผมอยากให้คุณได้ลองเปิดใจสัมผัสกับฤดูนี้อย่างจริงจังนะครับ”เขาจับมือผมทั้งสองข้างเอาไว้ และทำสีหน้าจริงจังบวกกับท่าทีอ้อนวอน
นนท์มองมาที่ผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไป และหันไปมองที่หน้าต่างแทน
“พรุ่งนี้ผมไม่ว่าง น่าเสียดายจริงๆที่จะไปเป็นเพื่อนพวกคุณไม่ได้”เขาพูดขณะที่ยังคงมองหน้าต่างอยู่
“นั้นสิ น่าเสียดายนะนนท์ ตกลงนะวี พรุ่งนี้เวลาไหนดีล่ะ”ผมหันไปถามวี แต่ผมยังเป็นกังวลกับนนท์อยู่นะ เขาจะน้อยใจอะไรหรือป่าวนะ ผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้นะ...
.
.
.
.
.
“เราก็เริ่ม มีใจให้กับวีอยู่หรือเปล่านะ?”
