"แต่เต้ย...อื้ออออ"
ร่างเล็กครางในลำคอเมื่อลิ้นเรียวตวัดสำรวจและฉกชิมลิ้มรสความหวานจากโพรงปากของฑิฆัมพร ด้วยความรู้สึกรักและโหยหาสิ่งนี้
"อะ..อ๊ะ..เต้ยยย. อืมม.."
ฑิฆัมพรรู้สึกได้ว่าร่างหนานั้นต้องมีบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจ อาจจะเป็นเพราะสิ่งที่นี้พงศกรเองนั้นรอมาตลอด และตอนนี้พงศกรเองก็ทำร่องรอยแสดงความเป็นเจ้าของไว้มากจนแทบจะมองไม่เห็นเนื้อขาวเนียนบนตัวของฑิฆัมพร เพราะตอนนี้มีแต่ร่องรอยสีแดงแทบจะทั่วทั้งตัวที่พงศกรนั้นตีตราไว้ว่า ต่อจากนี้ผู้หญิงคนตรงหน้าจะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"อ่าาาส์ เต้ยย.อ่ะ..คะ"
ฑิฆัมพรส่งเสียงหวานเรียกชื่อคนที่กำลังลิ้มรสหวานจากยอดอกสีสวย ลิ้นเรียวเปียกชื้นสัมผัสกับยอดอกสีสวยคู่นั้นโดยดูดและขบสร้างความรัญจวนจนมันชูชัยขึ้นมาสู้กับปลายลิ้น ร่างหนาใช้ริมฝีปากขมเม้มและใช้ฟันครูดเล่นอย่างเอาแต่ใจ
"อ๊ะ อื้มม"
มือเล็กกดศรีษะของอีกฝ่ายให้เข้ามาแนบชิดใกล้เข้ากับอกคู่งามเพื่อสนองความต้องการและอารมณ์ร้อนแรงที่กำลังบังเกิดขึ้น
"อ่าาาส์..อื้อออ ที่รักคะ.อืมม"
เสียงครางหวานดังเล็ดรอดออกมาเมื่อมือหนาสัมผัสเข้าที่จุดอ่อนไหวที่เริ่มมีน้ำสีใสออกมา นิ้วเรียวคลึงวนเบาๆเพื่อเพิ่มความต้องการของร่างเล็กที่กำลังบิดเร่าและส่ายไปมาด้วยความมทรมาณ
"อื้อออออ..เต้ยคะ..ยะ..อย่าแกล้งเชียร์ อื้อออ"
ฑิฆัมพรขอร้องขึ้น
"ชู่วววว อย่าเสียงดังสิคะ เดี๋ยวคนในบ้านจะได้ยินนะ"
พงศกรเคลื่อนตัวขึ้นไปกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา แต่มือนั้นกลับขยี้ตรงจุดอ่อนไหวมากขึ้นกว่าเดิมก่อนจะยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"บะ..บอกว่าอย่าแกล้งไง อื้มมม.. จะต่อหรือจะให้เชียร์หยุดแค่นี้คะ..อื้มมมม"
ฑิฆัมพรเอ่ยอย่างติดๆขัดๆ
"ใจร้อนจังเลยคะ ยังไงวันนี้ก็ถึงสวรรค์แน่นอนค่ะที่รัก"
สุดท้ายแล้วคนขี้แกล้งก็ยอมเคลื่อนนิ้วเรียวเข้าไปสัมผัสภายใน ร่างเล็กหอบและหายใจหนักขึ้น ใบหน้าแดงเพิ่มทวีคูณ เมื่อนิ้วเรียวทั้งสองนิ้วขยับเข้าออกอุโมงค์รักที่ฉ่ำไปด้วยน้ำหวาน
"อ่าาาส์ อื้มมม"
ริมฝีปากร้อนช่วงชิงลมหายใจจากคนที่อยู่ในอารมณ์ปราถนาอีกครั้ง ลิ้นร้อนเกี่ยวตวัดในขณะที่ด้านล่างก็เร่งจังหวะนิ้วให้เร็วยิ่งขึ้น
"อ๊ะ...เต้ย..ระ..แรงอีกกก อ๊าาาส์ เชียร์ไม่ไหวแล้วว. อื้มมม.."
นิ้วเรียวถูกเพิ่มจากสองเป็นสามนิ้วโดยไม่ยอมให้จังหวะรักขาดห้วง
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาส์"
พงศกรส่งร่างเล็กให้แตะขอบสวรรค์ได้ตามความปราถนา ร่างสูงถอนนิ้วออกจากร่างกายของฑิฆัมพรก่อนที่จะดูดชิมความหวานจากนิ้วแล้วส่งต่อเข้าไปที่ปากของร่างเล็กที่นอนแทบจะไม่รับรู้อะไร
พงศกรไม่ทันได้ให้การหายใจของฑิฆัมพรนั้นกลับมาเป็นปกติดี แขนเรียวหนาก็ช้อนร่างบางขึ้นมาทับบนตักทันที
"เต้ยคะ เชียร์ไม่ไหวแล้วนะ"
ฑิฆัมพรเอ่ยขึ้น
"ไม่มีความสุขหรอคะที่รัก"
"มีค่ะ แต่ร่างกายเชียร์ไม่น่าจะไหวแล้วเต้ย"
"แต่ต่อจากนี้เชียร์น่าจะมีความสุขมากกว่าเดิมอีกนะคะ"
ว่าจบพงศกรก็จับแก่นกายใหญ่นั้นเข้าไปในตัวของร่างเล็กทันที
"ฮึกก..จะ..เจ็บ เต้ยเชียร์เจ็บ เอามันออกไปได้มั้ย"
ฑิฆัมพรทุบบ่าของพงศกรอย่างแรงเพราะตอนนี้ร่างกายของเธอสะท้านไปทั้งตัว พงศกรจึงรวบมืออีกคนให้กอดคอเอาไว้
"ถ้าเจ็บก็ทุบหรือจุกมาที่เต้ยได้เลยค่ะ เพราะอีกแปปเดียวเชียร์คงจะไม่เจ็บแล้ว"
พงศกรเริ่มขยับช่วงสะโพกอย่างเนิบนาบ เพราะกลัวว่าร่างเล็กนั้นจะยังเจ็บ ถึงเมื่อสักครู่จะเป็นการเบิกทางมาแล้วหนึ่งรอบก็ตามแต่ครั้งนี้มันต่างจากเมื่อสักครู่มากนัก
"อ๊ะๆ อ๊ะ เต้ย อื้ออออ"
เสียงที่ดังประท้วงเพราะความปวดตึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวกระสัน ความเจ็บปวดเริ่มหายไป เธอจึงเริ่มขยับมันด้วยตนเองเพราะน่าจะถนัดเนื้องจากที่ฑิฆัมพรเองนั้นอยู่ด้านบน
"เต้ย อ๊าาาา เต้ยขา ม..มันเสียวว อื้อออ"
เสียงกระเส่าดังออกมาอย่างไม่ได้ศัพท์เมื่อสัมผัสที่ฑิฆัมพรเองนั้นกดลงไปโดนจุดกระสัน ร่างกายตอบรับการบุกรุกเป็นอย่างดี เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงครางของทั้งคู่ ลมหายใจที่ถูกใช้ไปพร้อมกัน
"อื้มมม ดีมากค่ะ ซี๊ดดด อย่างนั้นแหละค่ะคนเก่ง"
พงศกรเอ่ยชมทั้งมือเรียวที่จับก้นงามให้ขึ้นลงตามจังหวะ
"ที่รักอีกนิดนะคะ อื้มมม.. กะใกล้แล้วค่ะ"
พงศกรรู้ว่าใกล้ถึงจุดนั้นจึงตัดสินใจ ดันฑิฆัมพรให้ติดกับหัวเตียงแล้วออกแรงกระแทกกระทั้นจนจังหวะสุดท้าย
"อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ เต้ย ฮะ อ๊าาาาาาส์"
ร่างบางของฑิฆัมพรซุบลงกับหมอนทันที ร่างสูงจึงก้มลงดูดชิมความหวานจากเกสรดอกไม้ที่ล้นทะลักออกมาจนหมด
