< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

สถานะ(หัวใจ)จำยอม

Chely
0.0
<
>
บทที่ 2 พี่คีย์

บทที่ 2 พี่คีย์

พาร์ท คีย์

ตั่บๆๆ

“อ๊ะๆๆ อ๊าๆๆ”

“อ่าๆๆ อ่าส์ๆๆ”

เสียงของผมกับสาวสวยคู่ขาของผมแข่งกันเปล่งออกมาอย่างไม่มีใครยอมใคร

ตั่บๆๆ

พร้อมกับร่างเปลือยเปล่าของเราทั้งคู่ที่ผลัดกันถาโถมใส่กันอย่างเมามัน

ตั่บๆๆ ตั่บๆๆ

จนกระทั่งถึงโค้งสุดท้ายผมจึงสาวสะโพกลงไปอย่างแรง

“อ๊าา”

“อ่าาส์”

ก่อนจะรีบชักแกนกายออก

หลังจาก​กิจ​กรรมรักของผมกับคู่ขาคนล่าสุด​จบลง ผมก็ดึงถุงยางออกจาก​แกนกายแล้วก้าวลงจากเตียง ​หยิบ​เสื้อผ้าที่กระจัดกระจาย​บนพื้นขึ้น​มา​สวมใส่​

“พรุ่งนี้​คุณ​จะมา​อีกไหม​คะคีย์?”​

พิตต้า..คู่​ขาคนสวยเอ่ยถามผมด้วยเสียงหวาน​

“คงมาไม่ได้” ผมตอบเธอโดยไม่ได้หันไปมอง​

“ทำไม​คะ​..พรุ่งนี้​วันอาทิตย์คุณ​ไม่​ว่างเหรอคะ?”

พิตต้ายังคงถามต่อ​

“ใช่..ผมไม่ว่าง”​

“ผมมีธุระ..​ธุระ​ส่วนตัว”​ คำพูด​ของผมทำให้พิตต้าหุบฉับ..ไม่กล้าถามต่อ​

“ผมไปหล่ะ”​

หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยผมก็เดินออกมา​จาก​ห้องของพิตต้า ก่อนจะเดินไปขึ้นรถ​แล้วขับไปยังคอนโดของผม คอนโดหรูใจกลางเมืองที่สะดวกสบายและใกล้กับบริษัทของผม อีกทั้งไม่ไกลจากบ้านของคุณพ่อคุณแม่ของผมด้วย ผมไม่ค่อยได้กลับบ้าน นานๆผมถึง​จะ​กลับ​บ้านสักครั้งหนึ่ง​หรือจนกว่า​คุณ​หญิงรพีพรรณคุณ​แม่​ของ​ผม​จะโทรหารบเร้าให้กลับนั่นแหละ ​และพรุ่งนี้​ผมก็คงต้องกลับบ้าน​บ้างแล้วหลังจาก​ที่ไม่ได้กลับมานานร่วมเดือน เพราะ​เมื่อตอนบ่าย​คุณ​แม่​ผมเพิ่ง​จะโทรมาเตือนเรื่อง​สำคัญ ซึ่งผมก็ลืมไปเลยถ้าท่านไม่โทรมาเตือน และเรื่องที่ว่าก็คือเรื่องที่จะต้องเข้าไปคุย​เรื่องหมั้นหมายระหว่าง​ผมกับเมนี่​ลูก​สาวของ​เพื่อน​คุณ​พ่อ​ ​คุณ​พ่อ​บอก​ว่าได้หมั้นหมายผมกับเมนี่ไว้ตั้งแต่​คุณ​ลุงชาญชัย​คุณ​พ่อของเมนี่​ยังไม่​เสีย​ เฮ้อ..ผมไม่ได้รักเมนี่​หรอก แต่ก็ขัดผู้​ใหญ่​ไม่​ได้​ ผม​ไม่​ได้รักใคร ผมไม่มีคนรัก แต่ถ้าคู่นอนหน่ะนับไม่ถ้วน ​และ​ถ้าจะบอกว่า​เมนี่​ก็​เป็น​หนึ่ง​ในคู่นอนของผมก็คงไม่ผิด เราเคยมีความสัมพันธ์​บนเตียงด้วยกันครั้งหนึ่งก่อนที่​เรา​จะรู้​ว่า​เราจะต้องหมั้นหมายกันเสียอีก และดูเหมือน​เมนี่​จะชอบผมเธอจึงเต็ม​ใจมากกับการหมั้นหมายในครั้งนี้​ ผมก็ไม่ขัดข้อง ​หรือจะพูดว่า​ขัดไม่ได้​ก็น่าจะ​ถูกมาก​กว่า​

วันต่อมา​

“รีบๆเร่งมือนะยะ แขกของฉันกำลัง​จะ​ถึง​แล้ว”​

วันนี้คุณ​แม่​สั่ง​ให้​แม่บ้านทำกับข้าวหลากหลายอย่างเพื่อต้อนรับ​แขกคนสำคัญ ท่านก็เลยเข้ามากำกับแม่ครัวด้วยตัวเอง​ในครัว และตอนนี้แขกของท่านก็ใกล้จะมาถึงแล้วท่านจึง​สั่งทุกคนเร่งมือ​

“ค่ะคุณ​นาย”​

พี่แตนรับคำแล้วก็​เร่งมือตามที่คุณแม่สั่ง​ ฉันที่ลงมือช่วยทำกับข้าวด้วยก็เร่งมือเช่นกัน​

“อุ๊ย..เสียง​รถของคุณ​รพีพรรณมาแล้ว​ ฉันจะออกไปดูสักหน่อย พวกเธอก็รีบๆเร่งมือเข้าหล่ะ ​อีกครึ่ง​ชั่วโมง​ต้องเสร็จ”

คุณแม่ย้ำ​

“ค่ะ..คุณ​นาย”

พี่แตนและพวกแม่บ้านรับคำพร้อมกัน​

แล้ว​คุณ​แม่​ก็​เดินออกไป ฉันได้ยินเสียงเมนี่วิ่งลงมาจากชั้นบนของบ้าน คงตามคุณ​แม่ไปต้อนรับแขก​

หลัง​จาก​กับข้าว​พร้อม​แล้ว​ฉัน​ก็​ช่วย​พวกแม่บ้านยกไปในห้องกินข้าว ​เสร็จ​แล้ว​พี่แตนก็เข้าไปแจ้งคุณ​แม่ ​ส่วนฉันก็เลี่ยง​เข้าห้องนอนเพื่อ​ไปล้างหน้า​ล้างตาและเปลี่ยนเสื้อผ้า​ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่​เรียบร้อยแล้วฉันก็ออกจากห้อง เดินตรง​เข้าไปในห้องกินข้าว เห็นคุณแม่กำลัง​นั่ง​คุย​อย่างออกรสอยู่กับคุณ​หญิงรพีพรรณซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะ ถัดมาเป็นลูกชายของท่านและเมนี่ ส่วนคุณแม่นั่งอยู่ตรงข้ามคู่หนุ่มสาว ฉันยัง​ไม่​เห็นหน้าลูกชายของคุณหญิง​รพีพรรณเพราะ​เขานั่งหันหลัง​ให้​ฉัน แต่ถ้ามองจากตรงนี้​ที่เห็นแค่ด้านหลังก็รู้​ว่า​เขาเป็นผู้ชายที่มีรูป​ร่าง​ดีมาก เรียกว่าหุ่นดีเลยแหละ ไหล่กว้างสมชายชาตรี ผิวขาวอีกต่างหาก เห็นแค่ด้านหลังก็รู้ว่าดูดีมากเลย แต่ทำไม​เขาถึงดูคุ้นตาเหลือเกิน เหมือนกับว่าฉันเคยรู้จัก​หรือ​เคยเห็นมาก่อน

“อัญเข้ามาสิลูก”​

เสียง​ของคุณแม่ที่เอ่ยเรียกฉันดังขึ้น ทำให้ฉันตื่นจากภวังค์​ความคิด เสียงของคุณแม่​หวานไพเราะกว่าทุกครั้งเลยก็ว่าได้​ ฉันเดินก้มตัวเข้าไปนั่งข้างคุณ​แม่ซึ่งตรงข้ามกับเมนี่แล้วกวาดสายตามองไปยังผู้ชายที่นั่งเงียบอยู่

!!!

"....."

แล้ววินาทีที่ได้สบตากับเขาฉันก็ตกใจจนแทบลืมหายใจ..ร่างกายชาวาบ เพราะเขาคือคนที่ฉันรู้จัก​ ฉันตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูกเลย มือไม้ทั้งสองข้างเย็นเฉียบและเริ่มสั่น ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าของฉันตอนนี้คือคนที่ฉันไม่ได้เจอมานานหลายปี ฉันพยายาม​ตั้งสติ​แล้วยกมือที่สั่นนิดๆขึ้นไหว้คุณ​หญิงรพีพรรณอย่างนอบน้อม

“สะ..สวัสดี​ค่ะคุณ​หญิง”​ ท่านยิ้มให้ฉันพร้อมกับ​พยักหน้า​

“เรียกป้าดีกว่า​จ้ะ”​

“ค่ะ..คุณ​ป้า” ฉันส่งยิ้มกลับไปให้ท่าน พยายามไม่มองไปยังลูกชายของท่าน ตอนนี้หัวใจของฉันเต้นแรงรัวราวกับจะกระเด็นกระดอนออกมานอกอก​ เพราะรู้สึกเหมือนกับมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองมา

“เราเคยเจอกันแล้ว​ครั้งหนึ่งใช่ไหม?”

คุณหญิงรพีพรรณเอ่ยถามฉัน​

“ค่ะ​ เมื่อครั้งงานพิธีศพคุณ​พ่อ​ค่ะ” ฉันตอบ​คุณ​หญิง

“แล้วจะไม่แนะนำลูก​สาวอีกคนให้ผมรู้จักเหรอครับ”​

แล้วจู่ๆเสียงของคนที่นั่งจ้องฉันอยู่ก็ดังขึ้น​ ดังขัดการสนทนาระหว่างฉันกับคุณหญิง

“อ้อ..นี่อัญค่ะ พี่สาวของเมนี่”​

เมนี่เป็น​ฝ่ายเอ่ย​บอกคนที่นั่งข้างเธอ​

“ยินดีที่ได้รู้จัก..พี่ชื่อคีย์”

คนที่ทำฉันใจเต้นรัวเอ่ยด้วยเสียงเรียบ ใบหน้าเรียบเฉยพอๆกับน้ำเสียง เขาไม่ได้แสดงกิริยาใดๆออกมาทางสีหน้าหรือท่าทาง ไม่ได้ตกใจเหมือนที่ฉันเป็น​ เขาทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกัน

“สะ..สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้เขา

“​ยะ..ยินดีที่​ได้​รู้จัก​เช่นกัน​ค่ะ”​ ฉันเอ่ยออกไปด้วยเสียงตะกุกตะกัก​เพราะ​ประหม่ากับสายตาคมที่จ้องมองมา เขาจ้องฉันไม่วางตาเลย​

ฉันพูดเสร็จก็ต้องหลบตาเขาเพราะทั้งไม่กล้ามองและไม่อยากมอง 'พี่คีย์' ​ผู้ชาย​ที่​ฉันไม่คิดว่า​จะ​เจอเขาอีก​ครั้ง​ในสถานะว่าที่​คู่หมั้น​ของ​น้องสาว​ฉัน ผู้ชายที่ฉันยังลืมไม่ได้​

“หนูเมนี่กับหนู​อัญเป็นพี่น้องกันแต่หน้าตาไม่เหมือนกันเลยนะคะ”​

คุณ​หญิง​รพีพรรณชวนคุยด้วยประโยคคำถาม​

“ค่ะ..เมนี่เป็นลูกสาวของดิฉันกับคุณ​ชาญ​ชัย ส่วนอัญเป็นลูกบุญธรรม​ของ​คุณ​ชาญ​ชัยค่ะ”

คุณแม่อธิบาย

“อ้อ..แบบนี้​นี่เอง​ มิน่าหล่ะ..หน้าตาถึงไม่เหมือนกันเลย แต่ก็สวยคนละแบบนะคะ​”

“แต่ดิฉันก็รักอัญเหมือนลูกคนหนึ่งค่ะ”

คุณแม่พูดต่อ​

“เมนี่ก็รักอัญเหมือนพี่สาวแท้ๆ อัญก็คือคนในครอบครัวของเราค่ะ”

ท่านเอ่ยพูดพร้อมกับส่งสายตาที่แสดงว่ารักใคร่เอ็นดูมาให้ฉัน สายตาแบบนี้ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน นี่คือครั้งแรกที่ฉันได้รับสายตารักใคร่จากคุณแม่​

ฉันนั่งกินข้าวเงียบๆฟังผู้ใหญ่​สนทนากัน

“ดิฉันขอถือโอกาสนี้คุย​เรื่องหมั้นเลยนะคะ​”

แล้วเสียงของคุณหญิง​รพีพรรณก็แว่วเข้ามาในโสตประสาท​ของฉัน ​ฉันจับใจความได้ว่าพิธีหมั้นระหว่าง​ลูกชายท่านกับเมนี่จะมีขึ้นในปีหน้าหลังจาก​ที่เมนี่เรียนจบ​ ตอนนี้​เมนี่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย​ปี​ที่​ 4 ถึง​เราจะเข้าเรียน​พร้อม​กัน​แต่เมนี่ยังเรียนไม่จบเพราะ​เธอดรอปเรียนเป็นว่าเล่น​

และฉันก็เพิ่งรู้ว่าทั้งคู่ถูกหมั้นหมายกันโดยความเห็นชอบของผู้ใหญ่ เมนี่หน่ะ..ดูออกชัดเจนว่าชอบพอว่าที่คู่หมั้น ส่วนฝ่ายชาย..ฉันไม่รู้ว่าเขาชอบเมนี่รึเปล่า ฉันดูไม่ออก ฉันก็ได้แต่นั่ง​ฟังและฝืนตักข้าวเข้าปาก กับข้าวฝีมือ​แม่​ครัวมือหนึ่ง​ของ​บ้านแต่วันนี้ฉันกลับกินไม่ค่อยลงเพราะเหตุผลสองอย่าง​ อย่างแรกคือสายตาจากว่าที่คู่หมั้น​ของน้องสาวที่เอาแต่จับจ้องฉันอยู่ตลอดเวลา​ อย่างที่สอง..เพียงแค่​ได้รับรู้​ว่าว่าที่คู่หมั้น​ของ​น้องสาวคือใครหัวใจของฉัน​​ก็​แทบแตกสลาย เพราะเขาคือผู้ชาย​ที่​ฉันรัก​ ผู้ชายที่แม้จะใจร้ายแค่ไหนแต่ฉันก็ไม่เคยลืมเขาได้เลย

หลังจาก​ที่ทุกคนอิ่มกันแล้วฉันก็ได้โอกาสขอตัวลุกออกมาและช่วยพี่แตนเก็บโต๊ะ​เหมือน​เช่นทุกวัน​ ส่วนคุณแม่ เมนี่ และแขกคนสำคัญย้ายไปในห้องนั่งเล่น คงจะพูดคุยเรื่องสำคัญกันต่อหล่ะมั้ง

“หนูอัญ!”

“หนูอัญ! เป็น​อะไร​รึเปล่า..​ดูใจลอยชอบกล”​

ฉันสะดุ้ง รีบหันไปมองพี่แตนที่ยืนอยู่ข้างๆ พี่แตนเรียกฉันซะดังเลย..ตกใจหมดเลย

“ปะ..เปล่า​ค่ะ​” ฉันปฏิเสธ​

“เปล่าได้ไง..หนูอัญปล่อยให้พี่คุยอยู่​คนเดียว​ตั้งนาน”​

จริงเหรอเนี่ย..ฉันไม่​ได้ยินที่พี่แตนพูดเลย ไม่รู้ว่าเธอพูดอะไรบ้างจนกระทั่งเธอเรียกชื่อฉันเนี่ยแหละ สงสัยจะใจลอยอย่างพี่แตนว่าจริงๆ​ แล้วสาเหตุที่ทำให้ฉันใจลอยก็คือเขา..คนที่เอาแต่จ้องฉันตลอดเวลาตอนที่อยู่บนโต๊ะกินข้าวเมื่อกี้

“แล้วหนูอัญไม่​ออกไปคุย​กับแขกคุณ​ผู้หญิง​เหรอ?”​

“ไม่​แล้วหล่ะค่ะ อัญเข้าไปก็เกะกะ​ผู้ใหญ่​เปล่าๆค่ะ”