< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

รักเพียงใจ

SHASHA.writer
0.0
<
>
18 :: NC +++

เพียงใจนั่งเงียบตลอดการรับประทานอาหาร เป็นครั้งแรกที่ความอึดอัดกระจ่างชัดในแววตา และคุณสำลีสังเกตเห็นเช่นกัน ท่านไม่ทราบว่าระหว่างเจ้านายซึ่งก็คือบุตรชายของตนกับแม่หนูคนนี้ที่เป็นลูกจ้างมีเรื่องบาดหมางอะไรกันหรือไม่ แต่เห็นแบบนั้นแล้วให้ไม่สบายใจไปด้วย ทันทีที่เห็นแขกรุ่นลูกรวบช้อนเลยถามขึ้น

“อิ่มแล้วหรือหนู”

เพียงใจฝืนยิ้มตอบแกนๆ “ค่ะ”

“ชวนอยู่เสียดึกเลย เดี๋ยวให้แจ้ไปส่งให้นะ” ท่านหมายถึงคนรถที่เป็นคนรับใช้คนหนึ่งของท่าน แต่แล้วปฏิกิริยาของอีกคนก็เด่นชัดขึ้นมาทันที

“ผมอิ่มแล้วพอดี ว่าจะออกไปข้างนอกหน่อย เดี๋ยวผมไปส่งเองครับ”

ได้ยินว่าจะต้องออกไปกับเขา เพียงใจก็รีบปฏิเสธทันที ไม่ใช่การเล่นตัวใดๆ แต่เธอไม่อยากไปกับเขาจริงๆ “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้”

“ไปเถอะหนู ดึกแบบนี้น่ากลัวออก” คุณสำลีไม่ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุตรชายกับแม่หนูตรงหน้า จึงเห็นดีเห็นงามไปด้วย

สุดท้ายจึงต้องขึ้นรถมาพร้อมกับวิชญ์ หลังจากร่ำลาคุณสำลีและคุณลุงอานนท์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใจที่เคยสงบดีเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อต้องเข้ามาอยู่ในห้องโดยสารแคบๆที่มีเธอกับเขาแค่สองคน

วิชญ์สตาร์ทรถแต่ยังไม่ไปไหน เขาปรับนู่น ขยับนี่ อยู่นาน ราวกับว่าเขาจะรู้ว่าใจของเธอเต้นไม่ค่อยดีนักเมื่อต้องใกล้ชิดกันแบบนี้ แต่ใจของเขามันรู้สึกดีสวนทางกับเพียงใจลิบลับ เพียงใจตัดสินใจบอกเขา “คุณส่งฉันที่คิวรถสองแถวก็ได้นะคะ หอพักของฉัน น่าจะคนละทางกับธุระของคุณ”

วิชญ์ยิ้มเย็นยะเยือก ท้าวแขนข้างหนึ่งกับพวงมาลัยรถ หันมากระซิบบอกเธอ “จริงๆแล้ว ธุระผมก็คือคุณนะ”

“ธุระอะไรของคุณ ทำไมถึงมีฉันไปเกี่ยวด้วย”

วิชญ์ยังคงยิ้มเย็นแบบเดิมไม่ยอมตอบอะไรจากนั้น เขาขับรถต่อไปเงียบๆ แต่ในความเงียบ เพียงใจรู้สึกไม่ดีเลยแม้แต่นิดเดียว ขณะคิดหาทางเจรจา ก็พบว่ารถเลี้ยวเข้าไปตามป้ายที่เขียนหราไว้ว่า ‘โรงแรม’ ทันทีที่เขาเลี้ยวขวับเข้าไป มีพนักวิ่งตามมาติดๆ เชื้อเชิญให้เข้าไปในห้องที่ว่างอยู่

เพียงใจหายใจแรง ตวาดเสียงแข็งใส่เขา “นี่คุณ!”

วิชญ์ถามยิ้มๆ “อะไรครับ”

“เข้ามาในนี้ทำไม”

“ก็เคยบอกแล้วนี่”

ทันทีที่รถจอดลง เพียงใจคว้าประตูเปิดออกแล้วถลาไปทางที่มีม่านปิดเอาไว้ แต่แล้ววิชญ์ไวกว่าที่เธอคิด เธอถูกเขาสาวมือดึงจากทางด้านหลังให้เข้าไปหาจนอกอิ่มตึงกระแทกเข้ากับอกแกร่งๆของเขาอย่างจัง กลิ่นกายที่เริ่มคุ้นชินกระแทกเข้ามาในโสตประสาทของเพียงใจอีกครั้ง ใจกระหน่ำเต้นที่พยายามโกหกตัวเองว่ามันเป็นความกลัว ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นกับประสบการณ์แบบคราวก่อน ข่มใจตวาดเสียงกร้าวใส่เขาอีกหน

 “ปล่อยฉัน!”

  วิชญ์รวบร่างเล็กๆที่เบาราวกับนุ่นขึ้นพาดบ่าแล้วพาตรงไปยังประตูด้านในอย่างง่ายดาย เขาวางเธอลงบนที่นอนอย่างกระแทกกระทั้น แล้วคร่อมทับหน้าขาของเธอเอาไว้เสียแนบแน่น เพียงใจพยายามออกแรงขยับแต่ไม่หลุดไปจากแรงมหาศาลของเขา ได้แต่นอนหายใจหอบแรงแล้วเปลี่ยนใจลองคุยกับเขาดีดี

“ปล่อยฉันก่อนได้ไหมคะคุณวิชญ์”

“รู้หรอกน่าว่าจะใช้แผนกล่อมโจร” วิชญ์ย้อนคืนแบบขำๆ ท่าทางเขามีความสุขเสียเหลือเกิน

เพียงใจเม้มปากแน่น พูดเสียงรอดไรฟันอย่างกรุ่นโกรธ “ยอมรับแล้วสิว่าคุณน่ะโจร”

“ผมจะยอมหรือไม่ยอมแล้วไง ขอแค่ตอนนี้คุณยอม...ก็พอ” วิชญ์ยียวนพร้อมรอยยิ้มก่อกวนอารมณ์ เอื้อมมือไปถอดแว่นที่ตอนนี้มันเอียงกระเท่เร่ออกจากใบหน้าของเธอเป็นอันดับแรก แล้วนาบริมฝีปากร้อนผ่าวลงไปที่ลำคอกรุ่นกลิ่นหอมอ่อนๆของหญิงสาวในทันที เขาแทบคลั่งที่ได้ดอมดมผิวอ่อนนุ่มอีกครั้ง ก่อนจะสัมผัสอย่างแผ่วเบาด้วยความคุ้นเคย ลากเรียวลิ้นลามเลียไปทั่วจนขนอ่อนลุกชันทั้งเรือนกาย เพียงใจพยายามสู้แรงเขา แต่ตอนนี้ใจกับกายของเธอทำงานไม่ประสานกันสักนิด

ยิ่งเมื่อมือของเขาที่อุ่นจัดแตะผ่านเสื้อของเธอบีบเค้นคลึงเบาๆและลงน้ำหนักขึ้นตามลำดับ เพียงใจก็สะดุ้งเฮือกทันที เธอบิดกายหนีแต่มีหรือที่จะพ้นไปจากเขาได้ วิชญ์เคลื่อนมือที่คลึงบนทรวงอวบออกแล้วจัดการกับสิ่งกีดขวางเหล่านั้นให้พ้นไปจากลำตัวได้ในที่สุด เพียงใจนอนหอบหายใจหนักๆพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว

เขาปลดกางเกงของเธอเป็นลำดับถัดมา เพียงใจกัดฟันสู้ออกแรงดึงเพื่อไม่ให้เขาได้อย่างที่ต้องการ วิชญ์ทาบลงไปครอบปากลงบนยอดอกของเธอข้างหนึ่งดูดเม้มปลายยอดหยอกเย้าจนได้ยินเสียงหวานๆครวญออกมาพร้อมหยัดกายให้เขาอย่างไม่รู้ตัว ไม่นานจากนั้นก็ถูกเขาจัดการกางเกงจนพ้นจากสะโพกได้สำเร็จ ตอนนี้จึงได้นอนเปลือยทั้งตัวให้เขามองด้วยสายตาร้อนรุ่ม วิชญ์มองผลงานของตนเองแล้วบอกอย่างอารมณ์ดี

“ก็แค่เนี้ย เล่นตัวทำไมนัก”

“ฉันไม่ได้เล่นตัว แต่ฉันไม่ยอมให้คุณ ‘ทำ’ แบบนั้นอีกแล้ว”

“แล้วคุณจะยอม”

เขาว่าจบถดตัวออกแรงดันขาด้านในออกทั้งสองข้าง แต่เพียงใจไม่ยอม เธอขืนมันเอาไว้เท่าที่แรงทั้งหมดจะมี ถึงได้ยินเสียงหัวเราะของเขาดังขึ้นก่อนจะออกแรงเพียงนิดดันจนพ้นทาง มืออีกข้างของเขาลูบไล้ตามโคนขาด้านในจนถึงเนื้อนูนของเธอ วิชญ์แตะแผ่วเบาบนแพรไหมอ่อนนุ่มแล้วกรีดนิ้วออกตามร่องเนื้อบอบบาง ได้ยินเขาคำรามฮึ่มฮั่มราวกับถูกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า เสี้ยวนาทีที่รู้สึกร้อนวาบตรงแกนกลางกายสาวเมื่อสัมผัสได้ว่าเขาละเลงกับที่ตรงนั้นเล่นอย่างย่ามใจ

เพียงใจสะดุ้งวาบเมื่อถูกสัมผัสแปลกใหม่จากเขา ความสัมพันธ์ที่เกาะฟ้าครามไม่มีแบบนี้ ใจเต้นระรัวเร็วรี่เม้มริมฝีปากแน่นไม่ให้เขาได้ยินเสียงของเธออีก วิชญ์ลงน้ำหนักอย่างรู้จังหวะจะโคน รู้จุดรุกเร้าเป็นอย่างดี มือของเขาอีกข้างต้านขาของเธอไม่ให้หุบเข้าหาเพื่อที่จะได้ลิ้มความหวานที่หยดหยาดเอ่อล้นจนพอใจ แล้วหยุดชะโงกมองคนที่นอนเงียบไม่ปริปากครวญครางออกมาแม้แต่คำเดียว

“ได้ไหม” ได้ยินเขาถามเสียงกระเส่าเลยทีเดียว เพียงใจกัดปากแน่น เค้นเสียงตอบ

“มะ ไม่”

วิชญ์กลับชอบเสียอีก รสชาติของการขัดขืนแปลกใหม่และยั่วยวน ปลุกกำหนัดให้ลุกโหมจนแทบไหม้เป็นจุล เขาคลึงท้องนิ้วโป้งร้อนบดเขี่ยลงน้ำหนักตรงจุดที่รู้ว่าเธอจะต้องดิ้นพล่าน ได้ผลเมื่อเพียงใจหวีดเสียงออกมาในที่สุด ร่างเล็กแอ่นโค้งอย่างสุดแสนทรมานเมื่อถูกปลุกเร้าแบบนั้น

“อ๊าย...”

“ขอผมได้ไหม เพียงใจ”

เขาวอนทั้งๆที่สอดอีกนิ้วพรวดเข้าไปอย่างฉับพลัน นิ้วเดิมยังบดเขี่ยเสียดสีปลุกปั่นจนหญิงสาวระทวยอ่อนแรง วิชญ์เคลื่อนมือขึ้นกอบกุมก้อนทรวงก้มลงครอบยอดอกที่หดรัดเป็นตุ่มไต ดูดกลืนทั้งเลียลงน้ำหนักเป็นจังหวะยิ่งทวีความหฤหรรษ์ให้ไม่หยุดหย่อนจนได้ยินเสียงหวานๆแว่วออกมาอีกครั้ง

“อ๊ะ...อื้อม์”

วิชญ์ถามขณะที่ยังก้มหน้ากับอกอิ่ม “ขอผมนะ...ได้ไหม”

“มะ ไม่” เพียงใจส่ายหน้าที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มกรอบหน้า ได้ยินคำตอบที่ไม่พึงประสงค์ ยิ่งปลุกความต้องการ วิชญ์เปลี่ยนจังหวะนิ้วให้เน้นหนักขึ้นยิ่ง ทำให้เพียงใจทรมานมากกว่าเดิม ใบหน้าที่ปราศจากแว่นบดบังสายตา สวยในแบบที่วิชญ์ชักชอบขึ้นมาบ้างแล้ว

วิชญ์อยากจูบคนที่ดื้อดึงดันไม่ตามใจเขาขึ้นมาในทันที คิดได้อย่างนั้นชายหนุ่มก้มลงบดริมฝีปากกับเธอ และแทบร้องไชโยเมื่อเพียงใจตอบรับเขาเช่นกัน ได้ยินเสียงคำรามอย่างพอใจกับปฏิกิริยาของคนที่ร้องเหย็งๆว่าไม่ยินยอม แล้วตัดใจผละจากเพื่อเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองออกบ้าง

เพียงใจนอนหอบมองเขาอย่างกับผู้หญิงร้อนรัก วิชญ์ยิ้มอย่างรู้ความต้องการของเธอดี เขาแกล้งหยุดมือแล้วมองตอบอย่างต้องการยั่วเธอบ้าง เขาทรมานเธอแบบนี้ทำไม ใช่เขาที่จะทำได้ฝ่ายเดียว เพียงใจกัดฟันพลิกตัวหนีเพื่อควานหาเสื้อผ้ามาสวมกลับคืน สวนทางกับเขาที่จะถอด ก็ได้ยินเขาว่าอย่างหมายมาด

“ร้ายนักนะ มาถึงขนาดนี้แล้ว มีหรือจะได้กลับไปตัวเปล่า”

วิชญ์เข้ามากอดรัดที่ด้านหลังแล้วพลิกเธอให้นอนหงายลงอีกครั้ง ก่อนประกบริมฝีปากเข้ามาบดเบียดอย่างเร่าร้อนเรียกร้อง เรือนร่างกำยำร้อนผ่าวกรุ่นกลิ่นกายซาบซ่านทาบทับบนร่างบอบบางของเธอ เขาเสียดสีบดเบียด ยิ่งเพิ่มความเร่าร้อน วิชญ์แยกขาของเธอออกด้วยขาแข็งแกร่งของเขา บดคลึงแกนกายของเธอด้วยตัวตนที่พร้อมบุกบั่นร้อนผ่าว เพียงใจซู้ดปากแอ่นรับอย่างลืมอาย วิชญ์ยังไม่คลายจากการจูบพร้อมทั้งรุกรานเข้ามาในกายของเธอทันทีเช่นกัน

“อ๊ะ…”

หญิงสาวครวญเสียงสั่น ตวัดสองขาขึ้นรัดรึงสะโพกของวิชญ์ขยับเข้าหาเขาอย่างเป็นจังหวะจะโคนเสียด้วย มือทั้งสองยกขึ้นคล้องรอบคอเขายิ่งเขาขยับเข้าออก เธอยิ่งทรมานร้อนรุ่มไปหมดทั้งตัว เขาสวนแทงอย่างไม่ให้ได้ตั้งตัว ขยับเข้าออกระรัวเร็วและแรง หญิงสาวไหวไปตามแรงกระแทกเป็นจังหวะ สมองของเธอขาวโพลนปราศจากความนึกคิดและสติอย่างที่เคยมี เมื่อเสียดเสียวมากขึ้น ริมฝีปากบางเริ่มสั่นระริก ดวงตาไร้แว่นหยาดเยิ้มไม่ต่างจากช่องทางรักที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยความยินยอมเพราะถูกเขาปลุกเร้าขึ้นมาอย่างเอาแต่ใจ

“...ได้ไหม”

เขายังถามคำเดิม ใบหน้าหล่อเหลาเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มสาสม ทั้งยังจ้วงแทงไม่เลิกราแถมยังร้อนเร่ากว่าเดิม รวดเร็วมากกว่าเดิม ดำฤษณากำลังพลุ่งพล่านถึงขีดสุด เมื่อเสียดสีเข้าออกไม่หยุดยั้ง สะโพกงอนงามสวนตอบรับอย่างที่เรียกว่า ‘เริ่มเป็นงาน’ นาทีต่อมา เพียงใจหลุดเสียงขานกระท่อนกระแท่นบอก

“อู๊ว...ดะ ได้ค่ะ”

วิชญ์เพิ่มจังหวะเข้าใส่หนักหน่วงขึ้น บดกรามแน่นเมื่อความคับแน่นชื้นฉ่ำเพิ่มหล่อลื่นให้เข้าออกโดยง่ายดาย ซ้ำร้ายเนื้ออ่อนนุ่มกระชับตึงยังตอดตุบตับเร้าเขาเสียอีก เหงื่อเม็ดใหญ่น้อยจากเรือนกายแข็งกร้าวย้อยหยาดลงบนทรวงงาม ยอดอกของเธอถูกเสียดสีจากแผงอกแน่นแกร่งของเขายิ่งสร้างความเสียวซ่านจนทานทนไม่ไหวอีกต่อไป

“อ๊าห์...”

เสียงเขาคำรามลั่น แรงขยับยังไม่หยุด เธอที่นอนรองรับอยู่ใต้ร่างขยับหาก่อนผวากอดแนบแน่น ช่องทางประสานตอดรัดบีบเค้นให้ยอมศิโรราบ วิชญ์กระตุกกายอย่างรุนแรง เธอเองก็กระตุก สะดุ้งและร้อนวาบในช่องท้องเมื่อเขาฉีดพ่นเชื้อพันธ์ขาวขุ่นข้นที่ภายในโดยไม่มีการป้องกันใดๆทั้งสิ้น เขาสาวเข้าออกเชื่องช้าเบาลงคล้ายปลอบโยน พึมพำอย่างถูกใจ

“...ซี้ด เก่งจัง ตอดจนเสียวจะแย่”

ชมไม่หยุดเมื่อรับรู้ว่าหญิงสาวอ่อนแรงนอนหอบหายใจสะท้านภายใต้วงแขนของเขา ประทับจูบคล้ายปลอบขวัญ เมื่อความต้องการถึงขีดสุดพร้อมๆกัน วิชญ์ตะแคงตัวลงนอนทาบที่ด้านหลังแล้วยกขาของเธองออ้าขึ้น ใจสั่นวูบอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงการรุกรานจากเขา

“นี่คุณ!...”

ปรามไม่ทันจบก็ต้องซู้ดปากเสียวซ่านกับบทรักบทใหม่ มือของเขาตรึงขาของเธอไว้มั่น ให้รองรับกระแทกกระทั้น วิชญ์ออกแรงดึงดันเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบจากเบาเป็นหนักหน่วงยิ่งขึ้น จากที่เหมือนจะหมดแรงไปแล้วกลับได้ยินเสียงตนเองเร่งเร้าเขาแทน

“อ๊ะ...ระ...เร็วอีก...อีกค่ะ”

“อ๊าห์...ซี้ด”

  วิชญ์เร่งจังหวะเข้าหายกขาของเธอขึ้นพาดลงบนสะโพกสอบแล้วเคลื่อนมือไปบดคลึงที่กลีบเนื้อนุ่มกลางกายให้ปลดปล่อยความชุ่มชื้นออกมาอีก และนั่นยิ่งทำให้ความซ่านสยิวของหญิงสาวมีมากยิ่งขึ้น

“อ๊ะ...อื้อม์...มะ...ไม่ไหวแล้วค่ะ”

เสียงหวานครางรับแรงกระแทกจากเขา มือไขว้สะเปะสะปะวุ่นวายบีบเนื้อตัวเย็นชื้นไปด้วยเหงื่อของเขาบอกความทรมานที่เธอมี ฤทธิ์ร้อนแล่นพล่านจากแก่นกายสู่ปลายเท้า เพียงใจหอบหายใจตามจังหวะระรัวเร็ว อิงศรีษะพิงพาบทาบเขาที่อยู่เบื้องหลังก่อนถูกตอกอัดเป็นจังหวะเดียวกันจนร่างกระตุกถี่ๆ พร้อมด้วยเสียงคำรามปนเสียงงึมงำบ่งบอกความสะใจของชายหนุ่ม วิชญ์ดันแรงๆเข้าออกอย่างช้าๆ

ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดต้นคอชื้นเหงื่อของเธอราวถูกไฟร้อนลวก ใจที่เต้นระรัวเร็วค่อยเบาจังหวะลง แต่เหมือนเขายังไม่พอใจ วิชญ์ยกมือไปกอบกุมปทุมงามคลึงเคล้าเบาๆ พึมพำด้วยความถูกอกถูกใจไม่หยุดปาก

เขาไม่เคยถึงขีดสุดกับการร่วมรักแบบนี้มาก่อน ยิ่งได้เข้าไปในกายของเพียงใจ ยิ่งรุนแรง ยิ่งเร่งเร้าให้อยากทำอีก เขาจะพอใจได้อย่างไร วิชญ์ยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดเลยแม้แต่น้อย ช่างมันก่อน ขอแค่ความพอใจตรงนี้ก็พอ

“นอนเถอะ ตื่นแล้วเราต้องคุยกัน แล้วผมจะไปส่งคุณที่ห้อง” เขาพึมพำบอกก่อนจะคล้อยหลับลงในเวลาต่อมา