< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

เพลงกันต์ไร้รัก

Chely
0.0
<
>
บทที่ 1 ท่านประธาน และนักศึกษาฝึกงาน

บทที่ 1 ท่านประธาน และนักศึกษาฝึกงาน

2 เดือน​ที่แล้ว​

งานเลี้ยงประจำปีของ​บริษัท​ KN Group ถูกจัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์​ ซึ่งตรงกับวันสุดท้าย​ของการฝึกงานของฉันที่บริษัท​แห่ง​นี้ ​ถึง​แม้จะฝึกงานผ่านแล้ว เจ้าของ​บริษัท​เซ็น​รับรองว่าได้ผ่าน​การฝึกงานไปหมาดๆเมื่อช่วงบ่ายวันนี้เอง แต่ฉันในฐานะ​นักศึกษา​ฝึกงาน​ที่สนิทชิดเชื้อ​กับพี่ๆพนักงาน​ในบริษัท​เป็น​อย่างดีมีเหรอที่จะไม่ถูกชักชวนให้ไปร่วมงานเลี้ยง​

รวมถึงพัดชาเพื่อนสนิท​ของฉันที่ร่วมฝึกงาน​ที่บริษัท​แห่งนี้ด้วย ตลอดระยะเวลากว่า​ 4 เดือน​เราสองคนก็ได้ตั้งใจ​ฝึกงานอย่างเต็มที่ ​และ​เรียนรู้​งานทุกอย่าง​ตามที่ได้รับมอบหมาย​เป็น​อย่างดี อีก​ทั้ง​เคารพเชื่อฟังรุ่นพี่เนื่องด้วยพวกเขาเป็นผู้ใหญ่กว่า สิ่งไหนที่พวกเขาแนะนำฉันกับเพื่อนก็ยินดีรับฟังเสมอ ดังนั้น​พวกพี่ๆก็​เลยเอ็นดู​เราสองคนอยู่ไม่น้อย​

ภายในงานเลี้ยงซึ่งจัดขึ้น​ที่โรงแรม​หรูคลาคล่ำไปด้วยพนักงานหลายร้อยกว่าชีวิต ​เนื่องจากเป็นบริษัท​ใหญ่ ตอนนี้บรรยากาศภายใน​งานดำเนินไปด้วยความสนุก​สนาน ​ฉันก็นั่งฟังเสียงพี่ๆคุย​กัน​ ตาจ้องไปที่เวทีการแสดงข้างหน้าสลับกับหันมองบรรยากาศรอบข้าง​บ้าง พนักงานบางคนก็ลุกมาขยับแข้งขาวาดลวดลาย บางคนแต่งตัวจัดเต็มสวยงามมองแล้วเพลินดีเหมือน​กัน ยกเว้นฉันกับพัดชาและนักศึกษา​ฝึก​งานคนอื่นๆที่แต่งกายด้วยชุดนักศึกษา​ตามปกติเหมือน​เช่นทุกวัน​

“เพลงเรียนจบแล้วจะสมัครงาน​ที่​ไหน?”​

พี่นารินหัวหน้าแผนกที่ฉันฝึกงาน​เอ่ยถาม​ขึ้น

“เอ่อ..เพลงว่าจะลองหางานแถวใกล้ๆหอพักค่ะ”​ ฉันยังไม่ได้บอกใช่ไหม​ว่าฉันเรียน​จบแล้ว ฝึก​งาน​เสร็จ​ก็หมายถึงเรียน​จบ ที่​เหลือ​ก็​แค่ยื่นเอกสารการผ่านฝึก​งานให้ทางมหาลัย เนื่องจากฉันเลือกฝึกงาน​ปี​ 4​ เทอม​ 2

“ทำไม​ไม่​ลองสมัครที่นี่หล่ะ ​เพลงทำงาน​ดี หัวไว เรียน​รู้​งานเร็ว พี่สอนหรือให้​ทำอะไร​เพลงก็ไม่​เกี่ยง ผลงานดีเด่นแบบนี้ถ้าพี่เป็นคุณ​กันต์​จะรีบรับเข้าทำงานทันทีเลย ​ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว”​

คุณ​กันต์​..

ได้ยินชื่อนี้ทีไรหัวใจ​ของ​ฉัน​ก็​แอบ​เต้นดังโครมครามอยู่ใน​อก แต่ก็ต้องแสร้งทำสีหน้าเรียบเฉย ทำท่าทางเป็นปกติ​ ไม่​แสดงกิริยา​ใดๆออกไป​ ทุกครั้ง​เวลาได้ยินชื่อของคุณกันต์ฉันจะต้องไม่เป็น​ตัว​ของ​ตัวเอง​ทุกครั้งเลย ยิ่งไปกว่านั้นเวลาที่ต้องพบเจอกัน​ฉันมักจะทำตัวไม่ถูก ต้องคอยพยายามเก็บอาการทุกครั้งไป แต่เพราะว่าเขาเป็น​เจ้าของบริษัทและฉัน​เป็น​แค่​นักศึกษา​ฝึกงาน​ทำให้​ในช่วง​ 4 เดือน​ที่ผ่านมาฉันมีโอกาส​เจอคุณกันต์​ไม่​บ่อยมาก และในแต่ละครั้ง​ที่​เจอก็จะเป็นเพียง​แค่​การ​เดิน​ผ่านกัน ไม่เคยได้พูดคุย​สนทนากันเลยซักครั้งเดียว แม้แต่เอกสารการผ่านฝึกงาน​ที่เขาเซ็นเรียบร้อย​ฉันก็​ถูก​เรียก​ให้ขึ้นไป​รับกับเลขาของเขา

“เอ่อ..เพลงน่าจะลองสมัคร​งานที่บริษัท​แถว​ๆที่พักเพลงดูก่อนค่ะ”​ ถ้าไม่​ได้​ค่อยว่ากันอีกที​ ที่จริงบริษัท​นี้เป็นบริษัทใหญ่​ที่หลายคนใฝ่ฝัน​อยากร่วมงานด้วย ค่าตอบแทน​ก็​ได้สูงกว่าบริษัท​เล็ก​ๆแน่นอน ​แต่ฉันลังเล..ไม่ใช่เพราะไม่อยากได้เงินเยอะๆหรอกนะ เงินอ่ะใครก็อยากได้ทั้งนั้นแหละ ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจแบบนี้อย่าว่าแต่เลือกงานบริษัทใหญ่เลย ขอแค่มีงานทำก็ดีถมเถแล้ว ยิ่งถ้าได้ทำงานกับบริษัทที่ให้ค่าตอบแทนสูงยิ่งดีเลยไม่ใช่เหรอ แต่​ถ้าฉันทำงาน​ที่​นี่ในฐานะ​พนักงาน​คน​หนึ่ง​ของ​บริษัท​ ไม่ใช่แค่​นักศึกษา​ฝึกงาน​ฉันก็ต้อง​ได้มีโอกาส​พูด​คุย​กับคุณ​กันต์​ ซึ่ง​ฉันกลัว ไม่สิ..ไม่​รู้​ว่า​รู้สึก​ยังไง ​ฉันกลัว​ว่า​จะ​เผลอ​ทำอะไร​ให้เขาล่วงรู้​ความในใจ​ของฉัน ความรู้​สึก​ที่ว่าฉันตกหลุมรักเขาตั้งแต่​วันแรกที่เจอหน้า และปิดบังเพราะแอบรักอยู่ข้าง​เดียว​ตลอดมา

เพราะฉะนั้น..ฉัน​ควรจะหลีกหนีจากบุคคล​ที่​อยู่​แค่ในความฝัน​ แล้วดำเนิน​ชีวิต​ต่อในโลกของ​ความเป็นจริง​ไม่​ใช่เหรอ​

“ว้าย​ย..คุณ​กันต์​มา”​

ฉันเงยหน้าขึ้นจากจานอาหารโดย​อัตโนมัติ​เมื่อ​ได้ยินชื่อคุณกันต์ ​ดวงตาของ​ฉัน​จ้องมองไปตรงหน้าบนเวทีที่ร่างสูง​ใหญ่​ยืนอยู่ เสียง​นุ่ม​ทุ้มถูกเปล่งออกมาเมื่อเขาเริ่มพูดบางอย่าง ฉันจับใจความไม่ได้​เพราะ​เอาแต่มองใบหน้าหล่อเหลา​ ริมฝีปาก​ของ​เขาคลี่ยิ้มเล็กน้อย คุณกันต์ช่าง​ดูดีเหลือเกิน​ ยิ่งอยู่ในชุดสูทเรียบหรู​สีเข้มยิ่งหล่อ มองมุม​ไหน​ก็​ดู​ดีไปหมด​ พิสูจน์​ได้จากเสียงพี่ๆที่แว่วเข้ามาให้​ได้ยิน​

“ท่านประธาน​หล่ออ่ะแก”​

“ใช่..คุณ​กันต์​ของพวกเรา​หล่อมาก​”

และอีกหลายๆประโยคที่ชื่นชมในความหล่อดูดี​

น่าแปลก​ใจที่เพอร์เฟค​ขนาดนี้แต่ยังโสด..ไม่มีแฟน ฉันเคยได้ยินใครๆเม้าท์​กัน​ว่า​คุณ​กันต์​หวงความโสด แต่ก็ควงหญิงและเปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้า ฉันไม่เคยเห็นกับตาตัวเอง​เพราะ​เขาไม่​เคยพาผู้​หญิง​มาที่ทำงาน​เลยสักครั้ง​

เคร้ง!

ฉันเผลอทำช้อนร่วงเพราะ​สายตาคมที่กวาดมองมาทางฉัน แล้ว​เหมือน​จะ​หยุดนิ่ง​อยู่​ที่​ฉันครู่​หนึ่ง​ แต่เพียง​ครู่​เดียว​เขา​ก็​กวาดสายตา​ผ่านไป ไม่รู้​ว่าเขามองมาอีกไหม ​เพราะ​ฉัน​ไม่กล้า​เงยหน้าขึ้นมองแล้ว ทำเพียง​ก้มหน้ามองจานอาหาร​แต่ก็รับ​รู้ได้ว่าเจ้าของสายตาคมลงจากเวทีแล้ว และกำลังเดินผ่านข้างหลังฉันเพื่อจะออกไปข้างนอก​ แค่เขาเดินผ่านฉันก็ตัวแข็ง​ทื่อ​ ไม่​รู้​จะทำตัว​ยังไง​ ไม่​รู้​จะทำหน้าแบบไหน​ แล้ว​ร่างสูง​ก็​เดิน​มาหยุดอยู่ข้างหลัง​ฉัน​เพราะ​มีพี่พนักงาน​คน​หนึ่ง​เรียก​เขาไว้ก่อนที่เขาจะทันได้เดินออกไปไง​

“คุณ​กันต์​จะกลับ​เลยไหมครับ?”​

“ยัง..​ ฉัน​ขอพักแปปหนึ่ง​ ให้คนยกเครื่อง​ดื่มไปให้ฉัน​ด้วย”​

ว่าแล้วก็​เดิน​ออกไป ฉันก็เริ่มผ่อนคลาย​ อาการเกร็งอย่างกะทันหันเมื่อกี้เริ่มลดลง ​ฉัน​นั่งไปเรื่อยๆอีกหนึ่งชั่วโมง​ก็ขอตัว​กลับ​เพราะ​หอพักของ​ฉัน​อยู่​ไกล ถ้ากลับ​ดึก​ก็​ต้องพึ่ง​แท็กซี่​เท่านั้น ​ซึ่งค่อนข้าง​น่ากลัว​อยู่เหมือนกันถ้าต้องขึ้นแท็กซี่ตามลำพังเวลาดึกๆ กลับ​ตอนนี้คง​ยัง​พอมีรถเมล์​ ส่วนพัดชายังไม่กลับเพราะคุยติดลมอยู่ รายนั้นหน่ะคุยเก่ง

“ไว้เจอกันนะเพลง”

“ค่ะ” ฉันยกมือไหว้ลาพี่ๆทุกคนบนโต๊ะ

“กลับดีๆนะเพลง”

“จ้ะ..พัดก็ด้วยนะ อย่ากลับดึกมาก” ร่ำลาเพื่อนรักกับพี่ๆเสร็จ​แล้วฉันก็​รีบปลีกตัวออกมา​แล้วเดินไปตามทาง

แต่ไม่รู้​เพราะ​ฉัน​รีบจนไม่ได้ดูทางหรือเดินเหม่อก็เลยไม่เห็น​ว่า​มีคนเดินสวนมา เราสองคนก็เลยชนกันเข้าอย่าง​จัง​

“อุ๊ย..ขอโทษ​ค่ะ!” ไม่​รู้​ใครชนใครแต่ฉันก็รีบ​เอ่ยขอโทษ​ออกไปก่อนด้วยความเคยชิน ฉันมักจะเป็นแบบนี้เสมอ​

“ขอโทษ​จริงๆค่ะ คุ..คุณ!”​

คุณ​กันต์​!

ชื่อของเขาดังอยู่แค่ในใจ ไม่กล้าเอ่ยพูดออกไป ฉัน​เดินชนเข้ากับ​คุณ​กันต์

​แล้ว​ตอนนี้เขา​ก็​ยืนจ้องฉัน สีหน้านิ่งเฉย แต่แววตา​แอบน่ากลัว​ ฉันดูไม่ออกแต่ก็ทำให้รู้​สึก​หวาดหวั่น ​ซ้ำยังเริ่มทำตัวไม่​ถูก​อีกแล้ว มือไม้สั่นๆเริ่มรู้สึก​เกะกะจึงแนบตรง​เข้า​กับลำตัว ฉันมองเขาได้ไม่นานก็ต้องหลุบตาหลบสายตาคม

“มองไม่เห็น​ฉันเหรอ?”

เอ่อ..ไม่เห็น​จริงๆ เพราะ​นอกจากฉันจะเดินเหม่อ​ไม่ได้​มองทาง อีกอย่างหนึ่ง​ก็​คือ​ตรงทางเดิน​ของโรงแรมประดับ​ด้วย​ไฟดวงเล็กๆเพียง​ไม่​กี่​ดวงเท่านั้น​ ไม่​ได้สว่างมากนัก​ ก็​เลยทำให้​มองเห็น​ไม่ค่อย​ชัด​ แต่ถ้าฉันตอบไปอย่างนั้นคนฟังจะเชื่อรึเปล่า​นะ​

“คะ..”

“ค่ะ..ไม่​เห็นค่ะ”​ ฉันส่ายหัวเล็กน้อยขณะเอ่ยพูด

แต่คนถามเหมือนจะไม่เชื่อ​

“หึ​..เกือบเนียน”​

อะไรนะ..คุณ​กันต์​พูด​อะไร ฉันไม่เข้าใจ​

“ฉันไม่ใช่เด็ก​ตัวเล็ก​ๆที่เธอจะมองไม่เห็น”

ฉันรวบรวมความกล้าช้อนสายตาขึ้นมองเขาอีกครั้ง หัวใจเต้นตึกตักในอก​

“ขะ..ขอโทษ​อีก​ครั้ง​ค่ะ”​ รู้สึก​ว่าคนตรงหน้าจะไม่ยอมจบ ฉันจึงยกมือไหว้ขอโทษ​เขาอีกครั้ง

แล้วเอาไงต่อดี เอ่อ..วิ่งออกมา​เลยละกัน คำว่ามารยาทก็ไม่​สนแล้ว​ ยังไง​ก็​คงไม่ได้​เจอกันอีก​ แต่..

พรึ่บ!

คุณ​กันต์​จับแขนฉันไว้ ฉันตัวสั่นไม่กล้า​ขยับตัว​ ไม่กล้าก้าวเดิน ​ก่อนที่จะ​รู้สึก​ว่า​ตัวของ​ฉันถูกลากเข้าไปยังห้องๆหนึ่งที่อยู่​ตรงข้ามกับจุดที่เรายืนอยู่

ปัง!

กริ๊ก!

ตามมาด้วยเสียง​ปิดประตู​เสียงดัง พร้อมเสียง​กดล็อค ทำฉันสะดุ้ง​โหยง