< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

บ้านไร่ไอรัก

Taiki
5.0
<
>
ตอนที่ 1.ผลงานของกะทิ

ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ก้าวเดินออกมาจากห้องน้ำในเวลา 6:30 นาที วันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งมันเป็นวันหยุดของผู้คนส่วนมากทว่าไม่ใช่เขา ธาวิน ชาล็อต ทรัพย์ไพลิน หรือที่ใครๆเรียกกันว่าพ่อเลี้ยงธาวินแห่งไร่ทรัพย์ไพลิน เขาไม่เคยมีวันหยุดเฉพาะเจาะจง ถ้าไม่มีเรื่องด่วนเรื่องสำคัญหรือเจ็บไข้ได้ป่วย ธาวินจะเข้าไปทำงานในไร่ทุกวัน

“นั่นเอ็งจะไปไหนแต่เช้าห๊ะ กะทิ”

เสียงตะโกนโหวกเหวกของยายบุญมีเรียกความสนใจให้ธาวินเดินไปตรงหน้าต่าง มองไปทางบ้านหลังเล็กที่อยู่ในรั้วเดียวกันกับบ้านของเขา แลเห็นเด็กสาวร่างเล็กขึ้นคร่อมจักรยานและหญิงชรายืนท้าวเอวอยู่ตรงหน้าบ้าน

“กะทิจะเข้าไปในไร่จ้ายาย จะไปรับจ้างเก็บสตอเบอรี่” เสียงใสหันไปตอบพลางยิ้มหน้าแป้น

“เมื่อวานก็ได้มาสามร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ จะไปทำไมอีก แดดร้อนเดี๋ยวก็ไม่สบาย พรุ่งนี้ไปโรงเรียนไม่ได้กันพอดี” ยายบุญมีบ่นอุบหลานสาวจอมงกหายใจเข้าออกเป็นเงินเป็นทอง ไม่รู้มันจะรีบหาเงินเยอะๆไปทำไมนักหนา

“กะทิอยากได้อีกสามร้อยจะได้เป็นหกร้อยอ่ะยาย ไปแล้วนะ เลิกงานแล้วจะรีบกลับ” ไม่ฟังเสียงท้วงติง รีบออกตัวปั่นจักรยานคู่ใจที่ใช้งานมันมาหลายปี ขี่ผ่านบ้านหลังใหญ่ออกประตูรั้วไป

“ตัวแสบเอ้ย” ธาวินส่ายหน้าเบาๆมองตามร่างเล็กใส่เสื้อแขนยาวลายสก๊อตปั่นจักรยานหัวซุกหัวซุน แล้วเดินกลับมาหาเสื้อผ้าใส่ เขาก็ต้องรีบเข้าไปในไร่แต่เช้าเหมือนกัน

“นั่นไง เจ้ากะทิมันมาโน่นแล้ว” ลุงคนงานในไร่ลุกพรึบเมื่อเห็นเด็กสาวปั่นจักรยานใกล้เข้ามา

“เร็วๆกะทิ” เสียงป้าคนนึงเร่ง วันนี้เป็นวันที่ 15 ของเดือน เป็นวันเสียโชค พรุ่งนี้หวยออกต้องรอลุ้น

ลุง ป้า น้า อา ต่างรอซื้อหวยกับหลานสาวคนสนิทของแม่นายเพ็ญศรี

“จ้าๆ” จอดจักรยาน เปิดย่ามสะพานหยิบกระดาษปากกาพร้อมจนหวย

พรุ่งนี้ไปโรงเรียนจะแวะเอาโพยหวยและเงินที่คนงานในไร่ซื้อ ไปส่งให้เจ้นวลเจ้าของร้านขายของชำหน้าโรงเรียน และเจ้นวลแกจะส่งให้เจ้ามือหวยอีกที

“โอ้โฮ ทำไมเล่นเยอะจังลุง เกือบพันเลยนะเนี่ย” จดไปก็เสียดายตังแทน ถ้าไม่ถูกเสียเงินไปฟรีๆเลย

“เลขเด็ดลุงมีเยอะ”

“ก็ตัดออกไปบ้างสิลุง เอาตัวที่ชอบจริงๆสิ ยาวเป็นหางว่าว กว่ากะทิจะจดเสร็จ สตอเบอรี่คงไม่เหลือให้เก็บแล้วมั้ง” ค่าเปอร์เซ็นต์ขายหวยก็อยากได้ ค่ารับจ้างเก็บสตอเบอรี่ก็อยากได้เหมือนกัน

“เอ็งรีบๆจดเถอะ เดี๋ยวพ่อเลี้ยงผ่านมาเห็นจะซวย อดซื้อกันหมด” ป้าลูกค้าประจำควักกระดาษแผ่นสี่เหลี่ยมเล็กๆยื่นให้เด็กสาว

“โอ้ย ไม่ต้องกลัวหรอกจ้ะป้า กว่าพ่อเลี้ยงจะเข้าไร่ ก็เกือบแปดโมงโน่น” รับกระดาษจากป้าลูกค้าเจ้าประจำมาจด ที่เธอรีบออกจากบ้านแต่เช้า เพื่อที่จะได้ขายหวยเสร็จทันก่อนพ่อเลี้ยงธาวินจะเข้าไร่นี่แหละ เพราะเขาต้องขับรถผ่านแปลงสตอเบอรี่ ไปที่ออฟฟิศ

เด็กสาวจดหวยพลางสะบัดมือแก้เมื่อยเป็นระยะ งวดนี้คนงานซื้อหวยกันเยอะ เธอคงได้ค่าเปอร์เซ็นต์จากการขายหลายร้อย เดี๋ยวตอนพักกลางวันก็ว่าจะแอบไปขายที่โรงครัว ช่วงนั่นพ่อเลี้ยงธาวินหรือคุณวินที่เธอเรียก เขาจะออกไปดูงานที่รีสอร์ท ทางสะดวกปลอดภัยไร้กังวล

“จับกลุ่มทำอะไรกัน”

พ่อเลี้ยงหนุ่มวัยสามสิบขับรถเอสยูวีสีดำ เพ่งมองด้านหน้า เห็นคนงานนั่งบ้างยืนบ้าง จับเป็นกลุ่มเป็นก้อน เขาจึงค่อยๆชลอรถจอดแล้วลงไปดู

“สองร้อยคูณสองร้อยนะอาสุข” เสียงเล็กคุ้นหูดังมาจากกลุ่มคนงานยืนมุง

ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปยืนมอง ความสูงเกือบถึงร้อยเก้าสิบ ทำให้มองเห็นร่างเล็กที่นั่งกับพื้นหญ้าตรงกลางกลุ่มชัดเจน และเห็นชัดว่าเธอกำลังทำอะไร โดยที่คนงานกลุ่มนั้นไม่มีใครสังเกตเห็นพ่อเลี้ยงธาวินที่มายืนรวมกลุ่มกับพวกเขาอย่างเงียบๆ เพราะมัวแต่สนใจซื้อเลขเด็ดของตัวเอง

“191 พันคูณพัน” เสียงห้าวดังขึ้น

ทุกคนหันพรึบมองตามเสียง

“พ่อเลี้ยง!!”

คนงานแตกฮือ สลายตัว ต่างหยิบหมวกหยิกตะกร้าเดินลิ่วลงไปในแปลงสตอเบอรี่ ปล่อยให้้เด็กขายหวยนั่งเผชิญชะตากรรมอยู่คนเดียว

“คุณวิน แฮ่” ส่งยิ้มแหยๆ มือค่อยๆเก็บกระดาษปากกายัดใส่ย่ามกระเป๋าผ้า ลุกยืนเต็มความสูงที่ไม่ถึงร้อยหกสิบ แหงนมองหน้าถมึงทึงของคนตัวสูง ก้าวถอยหลังออกห่างทีละนิด

ก่อนจะหมุนตัวหันหลังแล้วออกตัววิ่งหนี

“จะไปไหน!! มาจดหวยให้ฉันก่อน”

ร่างเล็กออกตัววิ่งไปได้ไม่ถึงห้าก้าว คนขายาวก้าวตามเพียงสองก้าวก็คว้าคอเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตไว้ได้

“โอ้ยยย!! คุณวิน ปล่อย กะทิหายใจไม่ออก” รั้งคอเสื้อตัวเองไม่ให้มันรั้งติดคอ

“เตือนแล้วทำไมฟัง!!”

“คุณวินพูดเรื่องอะไร กะทิไม่รู้เรื่อง ปล่อยกะทิก่อน คอเสื้อมันรัดคอจะหายใจไม่ออกตายอยู่แล้ว อ็อก อ็อก” แกล้งทำเหมือนคนกำลังจะขาดอากาศหายใจ ลิ้นจุกปาก ลูกตาดำกลอกขึ้นบน

“ฉันเตือนกี่ครั้งแล้ว ว่าห้ามเล่นการพนัน เล่นหวยก็ไม่ได้” ยอมปล่อยคอเสื้อ จับไหล่ร่างเล็กให้หันหน้ามาทางเขา

“กะทิไม่เคยเล่นหวย” บอกเสียงอ่อยๆแต่มันคือเรื่องจริง เธอเคยแต่ขาย ไม่เคยเล่นเอง

“กะทิ” เอ่ยเสียงกดต่ำแววตาดุดัน กดอารมณ์ไว้สุดฤทธิ์ที่จะไม่เดินไปหักกิ่งไม้มาฟาดก้นเด็กดื้อ

กชกรทำเกือบทุกอย่างที่เขาเคยห้ามคนในไร่ไม่ให้ทำ เธอชอบเล่นชนเข้าไปในเขตหวงห้าม ใกล้ป่ารกบริเวณตีนเขาท้ายไร่ ตีผึ้งเอารังมันมากิน แล้วไหนจะแอบเอาน้ำเต้า ปู ปลา มาเล่นกับคนงาน หาสลากอะไรต่อมิอะไรมาให้คนงานจับ โดยมีของรางวัลมาล่อ หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง

“ใครจ้างให้เรามาขาย” พยายามใจเย็น ถามให้ได้เรื่อง คงต้องไปจัดการกับต้นต่อ

“เอ่อ...” ตากลมโตหลุกหลิก ลังเลว่าจะบอกดีหรือไม่

“ฉันถามว่าขายหวยให้กับใคร!!” ตะคอกเสียงดัง จนคนงานพากันสะดุ้งโหย่ง

“กะทิมันขายให้เจ้าของร้านขายของซำหน้าโรงเรียนมันนั่นแหละพ่อเลี้ยง” ป้าที่ซื้อหวยกับเด็กสาวประจำตะโกนบอก ก่อนที่เด็กสาวจะถูกพ่อเลี้ยงเล่นงานหนัก รู้จักนิสัยเด็กคนนี้ดี ว่ามันจะไม่ซักทอดให้ใครเดือดร้อน

ธาวินหันไปมองทางกลุ่มคนงาน

“ใครที่ซื้อหวยกับกะทิเมื่อกี่ มาเอาเงินคืนไป” ดึงกระเป๋าผ้าออกจากไหล่เด็กสาว แล้ววางไว้ตรงนั้น

“ส่วนเรามากับฉัน กะทิ”

มือใหญ่คว้าต้นแขนเล็ก แล้วลากไปยังรถที่จอดสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้

เด็กสาวหน้าจ๋อยหันไปทาง ลุง ป้า น้า อา คนงานในไร่ พวกเขามองด้วยความรู้สึกสงสาร แต่ไม่มีใครช่วยอะไรเธอได้