< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

นางฟ้าตกสวรรค์

เรณุมาศ
0.0
<
>
บทที่ 1 นางฟ้าผู้กล้าหาญ

บทที่ 1

คนส่วนใหญ่ตายไปอยากขึ้นสวรรค์ก็ต้องสะสมบารมี ทำกรรมดีเพื่อไปสู่สุขาวดีหลังความตาย แต่นางฟ้าที่อยู่ทรวงสวรรค์นานถึงหมื่นปีอย่างตรีอัปสรกลับเกิดความเบื่อหน่าย บนสวรรค์ไม่มีเรื่องสนุกตื่นเต้นเลยเร้าใจเลยนอกจากเทวดาเจ้าชู้ มักมากหลายเมีย โดยเฉพาะประมุขแห่งสวรรค์ที่เป็นพระราชบิดาของนางเอง บางทีตรีอัปสรก็อดทอดพระเนตรไปดูคู่กรณีของพระราชบิดาไม่ได้ พญายมผู้ประกอบแต่กรรมดี รูปร่างใหญ่โต ผิวสีคล้ำ มีมเหสีแค่องค์เดียวคือนางฟ้าอมาวดี และมีพระธิดาแค่องค์เดียวคือเกษสินี  มองดูครอบครัวของคนอื่นแล้วย้อนมาดูครอบครัวของตัวเอง องค์อัมรินทร์มีมเหสีคือพระราชมารดาของตรีอัปสร นางศจี แล้วยังมีเล็กมีน้อย สนมนางในใคร่รับใช้สนองพระองค์ พระองค์ก็รับไว้หมด มีนางฟ้าที่เป็นเคียงพระทัยพระวรกายเป็นร้อย ถึงพระราชมารดาศจีจะเป็นพระเหสีก็ไม่อาจจะห้ามปรามได้ และเหล่าเทวดาก็ไม่ได้ต่างจากพระราชบิดา ตรีอัปสรแย้มพระโอษฐ์เมื่อเห็นครอบครัวของพญายม

"เราเองก็อยากให้สวามีของเรามีเพียงเรา ไม่อยากให้แบ่งปันใจให้สตรีนางใด จะทำยังไงดี ถ้าจะแต่งงานกับเทวดาบนสวรรค์ คงต้องเสียใจ เหมือนเสด็จแม่เป็นแน่"

เรื่องคู่ชีวิตตรีอัปสรก็ยุ่งยากใจ มีเทวดาหลายองค์แอบเมียงมองนางอยู่ เวลาเลือกคู่จะมีในวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนนี้ เหลือเพียงแค่เจ็ดราตรี นางกระสับกระส่าย วิตกว่าองค์อัมรินทร์จะบังคับให้นางออกเรือนไป อายุหนึ่งหมื่นปี มากที่สุดในบรรดาพี่น้องพ่อเดียวกันที่ยังไม่แต่งงาน  พี่น้องนางฟ้าเทวดาองค์อื่นๆออกเหย้าออกเรือนไปเกือบหมดแล้ว แม้แต่เกษสินีพระธิดาของพญายมก็มีสวามีตนที่สองไปแล้ว ผีร้ายปราบกลับตัวกลับใจ แน่ล่ะสิ ฉลาดนักเชียว การเป็นลูกเขยพญายม และเป็นสวามีของนางฟ้ากึ่งยมทูตนั้น ย่อมได้รับสิทธิ์พิเศษ   จากผีร้ายเข่นฆ่าผู้คนกลายเป็นผู้เป็นอมตะ เคียงคู่ผู้วิเศษอย่างเกษสินี เกษสินีนั้น ดวงจะมีสวามีสองคน เมื่อสวามีคนแรก โหยหานาง เขาก็จะได้รับความเห็นใจจากพ่อตาแม่ยาย ซึ่งบดินเดชาเป็นเขยรักของนางฟ้าอมาวดีอยู่แล้ว นางย่อมเกื้อกล่อมพญายมให้ช่วยเหลือเขยรัก แต่ทั้งสองหนุ่มก็ดูจะรักนางเกษสินีด้วยใจจริงด้วยสิ

"โอยอิจฉาเกษสินี ดวงจะมีผู้ชายสองคน เราจะโชคดีเหมือนนางบ้างไหมนะ บนนี้มีแต่เทวดามีเมียหลายคน แต่ในนรก เกษสินีจะมีสวามีถึงสองคน อะไรๆก็เป็นไปได้  งามในสามโลกนี่นา เสด็จพ่อก็ยังทอดพระเนตรนางอยู่ ฮึรึอยากเป็นสวามีอันดับที่สามของนาง บ้าไปแล้ว อะไรๆก็ไม่แน่นอนหรอก  แปลกดี ชอบ”

ก่อนถึงวันเลือกคู่บนสวรรค์แค่สามราตรีกาล มีการประชุมใหญ่ นรก สวรรค์ นางตรีอัปสรเป็นนางฟ้าแนวหน้าถวายการแสดงดีดพิณ และสีซอด้วง ถวายแก่ตัวแทนจากสวรรค์และนรก หนึ่งในนั้นมีพญายมด้วย ตรีอัปสรอดทอดพระเนตรชายผู้รักเดียวใจเดียวไม่ได้ ผู้ชายในฝันที่สตรีนางใดก็อยากมี รักเดียวใจเดียว รักลูก รักเมีย ไม่ใช่แต่นางที่เมียงมอง นางฟ้าทั้งสวรรค์ก็อดเมียงมองไม่ได้ ทำให้ประมุขสวรรค์ไม่เป็นที่พึงพระทัยนัก

*​ไอ้ยม แหมหล่อเลยนะ นางฟ้าทุกองค์คลั่งไคล้หลงไหล *

​"อุ้ยท่านยมดูดีกว่าจากที่เห็นไกลๆ ดูสิพระเนตรสบกับอมาวดี โอยแต่งงานกันจะห้าพันปีแล้ว ก็ยังดูเหมือนข้าวใหม่ปลามันกันอยู่ ข้าอิจฉา อีกอย่างพญายมรักลูกรักเมียมาก ไม่เคยนอกใจ ไม่มองหญิงอื่นเลย" นางฟ้าบนสวรรค์ซุบซิบกันได้ยินถึงเทวดา ทำให้พญายมเป็นที่เขม่น ไม่ถูกชตา เพราะความเป็นชายที่ดีเกินไป ทั้งประพฤติชอบด้วยกาย วาจาใจแล้วยังทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทั้งหน้าที่การงาน หน้าที่สามี และหน้าที่พ่อ มีแต่เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญ

พญายมแย้มพระโอฐษ์ พระองค์เองก็สดับรับฟัง ได้ยินเช่นกัน  สำหรับพระองค์แล้ว ไม่มีใครงามเกินนางฟ้าอมาวดี  ไม่มีใครดี และรักพระองค์เท่านาง เป็นแม่ของลูกและคู่ชีวิตที่ดียิ่ง ยิ่งเห็นพระราชธิดาองค์โตขององค์อัมรินทร์มองมาบ่อยๆ พระองค์รู้ว่านางฟ้าตรีอัปสรมองมาเพราะชื่นชอบ ไม่ได้พิศเสน่าแต่อย่างใด ก็เป็นที่น่าชื่นชมหรอก เพราะเทวดาแต่ละองค์มากรัก หลายเมียกันทั้งนั้น ลูกดกอีกต่างหาก ไม่เหมือนข้า  มีเมีย และลูก อย่างละหนึ่งเท่านั้น สงสารองค์อัมรินทร์จะจำชื่อลูกเต้าและเมียได้ไหม? แน่นอนว่าจะจำตรีอัปสรได้เพราะเป็นพระราชธิดาองค์แรก นางขับกล่อมเสียงดนตรีไพรเราะเพราะพริ้งจับใจยิ่งนัก ชายใดได้ฟังเสียงขับกล่อมดนตรีเป็นหลงใหล แล้วยิ่งชายใดได้ฟังเสียงนาง ต่างลุ่มหลง หลงเสียงนาง พญายมรู้ข้อนี้ดี    อยากให้นางเป็นธิดาของพระองค์อีกคน  คาดว่าจะขอไปเป็นบุตรบุญธรรมนั้นประมุขสวรรค์คงไม่ยอมแน่

หลังการแสดงถวายต่อพระที่นั่งจบลง ตรีอัปสรถูกเรียกให้อยู่ก่อน

"ตรีอัปสร เจ้าอยู่ก่อนนะ บรรเลงเพลงเบาๆให้พวกเราได้สดับรับฟังกันต่อไป"

"เพคะเสด็จพ่อ" ตรีอัปสรจึงนั่งลงที่เดิม บรรเลงเพลงจากพิณของนางต่อไป

" ข้ามีเรื่องที่ต้องทวงความยุติธรรมให้พญายมและครอบครัว เมื่อหลายเพลามาแล้ว ท่านทรงกลั่นแกล้ง สาปนางเกษสินีพระธิดาของพญายมและนางฟ้าอมาวดี ต้องระเห็ดระเหเรร่อนไปอยู่ในป่าลึกเพียงแค่อายุได้หนึ่งวันกับนางอมาวดีผู้เป็นแม่ ไม่ถึงปี ท่านก็พรากแม่พรากลูก ไม่ให้นางฟ้าอมาวดีไปดูแลพระธิดาของนาง ปีละครั้งที่พ่อแม่จะไปเยี่ยมลูกสาวในวัยเด็ก มันเกินไปนะท่าน นางเกษสินีร้องไห้ทุกครั้งที่พ่อแม่จากไป............"ท่ายยมราชตรัสเรื่อยๆ แต่มีนางฟ้าหลายองค์แม้แต่นางศจีมเหสีขององค์อัมรินทร์ก็กรรแสง รวมทั้งตรีอัปสรด้วย กรรแสงไปเล่นเพลงเศร้าไป

"เกิดกับลูก กับครอบครัวของคนอื่นท่านไม่สำนึก ไม่รู้สึกผิดใช่ไหม? ถ้ามันเกิดกับครอบครัว ลูกหลานของท่านบ้างล่ะ ท่านจะรู้สึกเช่นใด ?"

"ข้า.....ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากความแค้นถึงทำให้ข้ากระทำแบบไม่คิด ข้าผิดไปแล้ว" แน่นอนพระองค์ทรงสำนึกผิด เพราะบาปกรรมตกมาที่พระองค์เอง พระองค์กลั่นแกล้ง แต่กลับไม่มีความสุขเพราะทอดพระเนตรเกษสินีบ่อยเกินไป จนทำให้พิศเสน่าธิดาของศัตรูหัวใจ ผ่านไปหลายพันปี พระองค์ก็ยังตัดใจจากเกษสินีไม่ได้  ยังทอดพระเนตรนางอยู่ถึงแม้นางจะใจแข็งเพียงใด พระองค์ก็ยังไม่หมดความพยายาม หลงรักเกษสินีมาหลายพันปีแล้ว แน่นอนถ้าเป็นเรื่องของนางผู้อันเป็นที่รัก พระองค์ย่อมเกิดความสงสารและเห็นใจ

"จะให้ข้าทำอย่างไร พวกท่านถึงจะพอใจ"

"ฮึๆ" พญายมทรงพระสรวลดังกังวาน รู้ดีว่าองค์อัมรินทร์อ่อนลงมาก เพราะหลงรักพระธิดาแห่งพระองค์

"ข้ามีข้อเสนอ ให้หนึ่งในพระธิดาของท่าน ผู้ที่ยังไม่มีพันธะ ไปไปรับโทษแทนท่าน ลองไปใช้ชีวิตอย่างธิดาของข้าดูบ้าง"

"ไม่ได้นะ ธิดาข้าจะไม่ไปประจำอยู่ในต้นไม้เป็นอันขาด " องค์อัมรินทร์คัดค้าน

"แล้วในเมืองล่ะ ลองไปใช้ชีวิตอย่างสามัญชน ไม่มีเวทย์มนต์ ไม่อิ่มทิพย์ เสกสิ่งของไม่ได้"

"เกินไปแล้วนะท่าน เกษสินีอิ่มทิพย์และใช้เวทย์มนต์ได้ แต่กับธิดาของข้า ท่านมีข้อแม้ที่ข้ารับไม่ได้"

ตรีอัปสรฟังแล้วก็อดตื่นเต้นไม่ได้ *​ข้าอยากไปเมืองมนุษย์  ไม่อิ่มทิพย์ก็ไม่เป็นไร ไม่มีเวทย์มนต์นี่สิ ข้าจะอยู่ได้ไหม? ฟังประชุมต่อดีกว่า

*​ ดนตรีที่บรรเลงจากเพลงเศร้า เริ่มมีจังหวะเร็วขึ้น ทำให้คณะประชุมหันไปทอดพระเนตรนางตรีอัปสร นางจึงพรมนิ้วเปลี่ยนให้ช้าลง นางศจีและองค์อัมรินทร์ส่งพระเนตรตำหนิพระราชธิดาองค์โต

"ข้าขอให้ธิดาของข้าใช้เวทย์มนต์ในการป้องกันตัว และเสกข้าวของเครื่องใช้ได้ในเหตุการณ์คับขัน เมื่อภัยมา และวาจาของนางก็ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่เช่นเดิม"

"เสด็จพี่เพคะ พระธิดาของเสด็จพี่มีตั้งเยอะตั้งแยะ หม่อมฉันขอยกเว้นธิดาของหม่อมฉันนะเพคะ" นางศจี ขอพระสวามี พระราชธิดาที่ยังไม่ออกเรือนก็มีแต่ตรีอัปสรเท่านั้น

"ไม่เพคะเสด็จแม่ ลูกยินดีเป็นตัวแทนน้องๆไปรับโทษแทนเสด็จพ่อเพคะ วันเลือกคู่กำลังจะมาถึง น้องๆคงอยากออกเรือนกัน แต่หม่อมฉันไม่ปรารถนาเทวดาองค์ใดเพคะ หม่อมฉันอยากเจอชายที่รักเดียวใจเดียว ถ้าไม่เจอหม่อมฉันขออยู่อย่างนี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์เพคะ"

"เจ้าพูดอะไรออกมาตรีอัปสร เจ้าพูดอย่างนั้นเท่ากับสาปแช่งตัวเองนะ" องค์อัมรินทร์ตำหนิพระราชธิดา ตรีอัปสรบ่ายพระพักตร์ไปทางพญายม

"ข้าอยากเจอชายดีๆอย่างพญายม ที่รักเพียงหญิงเดียว ไม่เคยทอดพระเนตรหญิงใด"

"ตรีอัปสร" องค์อัมรินทร์ทรงพระพิโรธ โกรธธิดาของตัวเองที่ชมศัตรูต่อหน้าต่อตา พญายมก็ยิ่งได้ใจ คลี่พระโอฐษ์กว้าง ให้มันได้อย่างนี้ อยากไปไหนก็ไป ลูกไม่รักดี อยู่มาหมื่นปีแล้ว ยังไม่ตกลงปลงใจกับใคร ที่แท้ก็ชอบแบบไอ้หน้าดำนี่เอง

ตรีอัปสรรอลุ้น

"แม่ไม่เห็นด้วย รอถามน้องๆของเจ้าดีกว่านะตรีอัปสร เผื่อมีใครอยากไป เจ้าจะได้ไม่ทำให้ใครผิดหวังเสียใจภายหลัง จะหาว่าใช้สิทธิ์พี่ใหญ่ " มเหสีคู่พระทัยของประมุขสวรรค์ยังไม่ยอมตามใจพระราชธิดา หัวอกแม่ นางก็ไม่อยากให้ลูกไปตกระกำลำบาก

"พระราชธิดาแห่งข้า  เข้ามาในห้องประชุมเดี๋ยวนี้" องค์อัมรินทร์ใช้กระแสจิตเรียกพระราชธิดาทุกพระองค์มา เพื่อความยุติธรรม แต่พระองค์ทรงรู้ล่วงหน้าแล้วว่าใครจะได้ไปโลกมนุษย์

เมื่อพระราชธิดาทุกพระองค์มารวมกัน ในท้องพระโรง องค์อัมริทร์ทรงประกาศเอง

"ใครที่ยังไม่ออกเรือนขยับมาด้านหน้า ใครที่แต่งงานแล้ว ถอยไปด้านหลัง"

ตรีอัปสร ลุกขึ้นถือพิณไปด้วย ย่างพระบาทมาอยู่แถวแรก

"ข้าได้รับต้องโทษ เพราะการกระทำในอดีตที่กลั่นแกล้งครอบครัวของท่านยม ที่ประชุมเห็นว่า ข้าเคยทำโทษสาปแช่งธิดาของพญายมและนางฟ้าอมาวดี จึงมีการลงโทษข้าด้วยวิธีเดียวกัน ใครที่อยากรับโทษแทนข้า ลงไปรับโทษในโลกมนุษย์ รับใช้กรรมแทนข้า เจ้าจะหิว เจ็บป่วยไข้  เลือดตกยางออก ตามเยี่ยงวิถีของมนุษย์ ธิดาแห่งข้าผู้ใดที่จะประสงค์รับโทษไถ่บาปให้ข้า ให้ก้าวออกมาข้างหน้า"

นางฟ้า พระราชธิดาขององค์อัมรินทร์ถอยหลังกันหมด ยกเว้นตรีอัปสรที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ ทำให้น้องๆตกใจและเกิดเสียงกระซิบกระซาบกันขึ้น

ต่อไปนี้ล่ะ ข้าจะไม่ได้จับเจ่าอยู่แต่พลับพลา หอคอย ไม่ต้องฝึกซ้อมดนตรี และร่ายรำ ทำงานฝีมือทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่ต้องฟังคำที่นางฟ้าคอยซุบซิบนินทาว่าร้ายใคร และไม่ต้องจ้องจับเทวดาหน้าขาวที่เจ้าชู้ มักมากหลายเมีย ชีวิตภายภาคหน้าข้าจะเสี่ยงดวง เสี่ยงทายคู่ด้วยตัวข้าเอง  เกษสินียังทำได้ ข้าก็ทำได้เช่นเดียวกัน