< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

มิสิ้นใยรัก

เอลยา
5.0
<
>
บทที่ 1 วิศรุตผู้สำราญ

“กูไม่แต่งกับคนถือศีลโว้ย!”

เสียงตะโกนโวยวายดังลั่นในห้องนั่งเล่นของตึกฝรั่งสามชั้นหลังใหญ่ที่มีพื้นที่ราวสามไร่ตรงชานกรุงหลังจากที่สายตาคมกริบมองผ่านช่องหน้าต่างกระจกไปเห็นร่างบางของผู้หญิงในชุดนุ่งขาวห่มขาวกำลังนั่งรออยู่ตรงศาลารับแขกตรงสนามหน้าบ้าน

“ไอ้เวรรุต เสือกตะโกนไปได้ เบาลงหน่อย นั่นไม่ใช่แม่ชีเว้ย!”

ภีรวัฒน์ พีระอังกูร กล่าวกับ วิศรุต อัครโสภาค ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผึ่งผายที่ยืนเท้าเอวจ้องมองไปยังศาลาข้างล่าง ความสูงเกินมาตรฐานชายไทยเพราะมีเชื้อยุโรปผสมด้วยหน่อยหนึ่งด้วยมารดาเป็นลูกเสี้ยวไทย-อังกฤษ

เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวถูกพับลวกๆ ขึ้นมาเกือบถึงข้อศอกกับกางเกงสแล็คสีดำ ผมหยักศกสั้นที่ปอยด้านหน้าตกลงมาปรกหน้าผากจนเจ้าตัวต้องใช้มือเสยขึ้นอย่างรำคาญนั้นสีดำสนิท ใบหน้าขาว คิ้วเข้มหนาพาดขนานไปกับดวงตาคมกริบที่บอกถึงความเชื่อมั่น เฉียบขาดและทันคน จมูกโด่งเป็นสันตรงรับกับริมฝีปากหยักได้รูป สรุปโดยรวมทั้งหมดทั้งมวลแล้ว ชายหนุ่มผู้นี้ วิศรุต อัครโสภาค เป็นหนุ่มรูปงามนามเพราะอย่างหาตัวจับยาก ขายาวแข็งแรงเวลานี้กำลังเดินไปเดินมา ใบหน้าบ่งถึงอารมณ์สุดแสนหงุดหงิด

“ไม่ใช่แม่ชีแล้วทำไมใส่ชุดขาววะ”

เสียงห้วนกระด้างเอ่ยกับเพื่อนอย่างไม่ใส่ใจจะรักษาน้ำใจให้เสียเวลา

“เขาเพิ่งออกจากกรรมฐานไอ้รุต มึงรู้จักไหมพวกเข้าวัดถือศีลแปดน่ะ” ภีรวัฒน์ตวาดเพื่อนกลับอย่างเหลืออด ชายหนุ่มนั่งหน้ามุ่ยยกมือเสยผมด้วยความรำคาญในอารมณ์ร้อนของไอ้เพื่อนรักที่เวลาไม่ได้ดั่งใจมันก็ตะโกนด่าเขาปาวๆ อย่างที่เห็น

“ไอ้ภีร์ ถ้ามึงจำไม่ได้กูก็จะทบทวนให้มึงฟังอีกทีว่ากูจะเอามาทำลูก เอาจนได้ลูกน่ะมึงเข้าใจไหม แล้วนี่เสือกเอาคนถือศีลมา กูจะเอาขึ้นเตียงได้ยังไง เวรเอ๊ย มีสมองก็ให้คิดมั่ง!” วิศรุตด่าเพื่อนต่อไปด้วยความหัวเสีย ยิ่งด่ายิ่งหงุดหงิดเพราะเขามีเวลาจำกัด

“ไอ้รุตหยุดแหกปาก แล้วฟังกู ไอ้บ้า...นี่ยังไม่ทันฟังความก็ตะโกนลั่นบ้าน หุบปากแล้วนั่งฟังก่อน” ภีรวัฒน์เอ่ยอย่างพยายามอดทนกับความเอาแต่อารมณ์ของวิศรุต เขาอุตส่าห์เสียเวลาทำมาหากินช่วยหาผู้หญิงมาให้ มันยังจะตะโกนด่าอีก...สารเลวจริงๆ!

วิศรุตกระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาตามอารมณ์ขุ่นมัว ยกขาขึ้นไขว่ห้าง แขนแข็งแรงยกพาดไปตามความยาวของพนักโซฟาหรู

“แกว่ามา” น้ำเสียงห้วนเอ่ย เอื้อมมือไปยกแก้ววิสกี้ที่วางอยู่โต๊ะเตี้ยตรงหน้าขึ้นมากระดกลงคอพร้อมกับทำหน้าเบ้เพราะความร้อนแรงของเจ้าน้ำสีสวยนั้น

“เขาชื่อ วริดา สุวสินธุ์ อายุยี่สิบสองปี จบปริญญาตรีด้านการตลาด” ภีรวัฒน์เริ่มต้นเอ่ยเล่าถึงหญิงสาวแปลกหน้าที่กำลังนั่งรออย่างสงบอยู่ที่ศาลาข้างสนามหน้าบ้าน

“ว่าต่อไป” วิศรุตเอ่ยสั้นๆ พร้อมกับเอนหลังไปพิงพนักโซฟา คิ้วหนายังคงขมวดมุ่นอยู่

“เขาตัวคนเดียว เหมือนที่แกต้องการ พ่อตาตายแม่ยายเด๊ด ไร้ญาติขาดมิตร” น้ำเสียงประชดเพื่อน วิศรุตทำเสียงขึ้นจมูก

“แล้วแกคุยกับเขาเคลียร์แล้วใช่ไหม” ชายหนุ่มถามเพื่อนสนิทให้แน่ใจว่าภีรวัฒน์ได้ตกลงกับผู้หญิงที่มันหามาให้เขาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยที่เขาไม่ต้องพูดอะไรมาก

“เออสิวะ” ภีรวัฒน์กระแทกเสียงตอบด้วยความรำคาญ เขาไม่อยากอธิบายอะไรให้มันฟังมากนักเพราะเขาเองก็ให้น้องสาวช่วยติดต่อให้อีกที

“เขาเป็นเพื่อนกับยายมิน ยายมินมันรับรองมาว่านิสัยดี”

ภีรวัฒน์กล่าวต่อ ไอ้เพื่อนบ้านี่มันให้เขาไปหาผู้หญิงมาทำสัญญาเพื่อแต่งงานและมีลูกให้มันคนหนึ่งเมื่อลูกคลอดแล้วจะต้องหย่าขาดจากกันทันที ภีรวัฒน์ส่ายหัวเมื่อนึกถึงความบ้าบิ่นของมัน วิศรุตยกมือขึ้นเสยผมอีกครั้ง นึกถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องหาผู้หญิงมาทำพันธุ์ด้วยความหงุดหงิด

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อสองปีก่อนคุณหญิงแม่ของวิศรุตเกิดอยากอุ้มหลานและเที่ยวพาผู้หญิงมาให้ดูตัวจนเขารำคาญ อีกทั้งผู้หญิงแต่ละนางที่ท่านหามาให้ก็เป็นพวกคุณหนูลูกผู้ดีมีตระกูลทั้งหลายในแวดวงสังคมชั้นสูงระดับเดียวกัน ไม่ใช่ว่าคุณหญิงแม่ท่านจะดูถูกคนจนหรืออะไรหรอก หากแต่แวดวงสังคมรอบตัวทำให้ท่านพบเจอแต่พวกหญิงสาวไฮโซเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้เจอพวกหญิงสาวชาวบ้านร้านตลาดหรือพวกนางซินก้นครัวเท่าไหร่นัก

พวกผู้เหญิงที่ท่านหามาให้ บางคนก็เรียบร้อยพูดน้อยราวกับกลัวดอกพิกุลทองจะร่วงจากปาก โคตรน่าเบื่อ บางคนก็สวยแต่รูป แต่สมองกลวงพูดคุยกันไม่รู้เรื่องจนเขาเอือมระอา บางคนก็กรีดกรายพูดมากน่ารำคาญ และหลายคนก็วางตัวเชิดหน้า เย่อหยิ่งราวนางพญาหงส์เหิน ต้องการให้เขาเอาใจเจ้าหล่อน วิศรุตไม่รู้สึกถูกใจผู้หญิงคนไหนที่มารดาหามาให้แม้แต่คนเดียว และท่านก็ไม่เลิกความพยายามจนวิศรุตถึงที่สุดของความอดทน่ในเวลาต่อมา

ชายหนุ่มจึงโกหกคุณหญิงแม่ว่าเขามีคนรักแล้ว และเหตุที่ทำท่าอิดออดผัดผ่อนท่านอยู่นี้ ก็เป็นเพราะว่าเขารอให้เจ้าหล่อนเรียนจบเสียก่อน คุณหญิงแม่ก็หลงเชื่อเสียสนิท จึงเลิกทำตัวเป็นแม่สื่อกิตติมศักดิ์ ไม่พาผู้หญิงมาให้วิศรุตดูตัวอีกต่อไป ทำให้ชายหนุ่มอยู่อย่างสงบสุขใช้ชีวิตเพลย์บอยเป็นพ่อพวงมาลัยลอยชายได้ตามความพอใจ

หากทว่าเวลานั้นก็เป็นดั่งที่คำเขาว่า มันมีปีกบิน โฉบผ่านไปไวเหมือนโกหก เวลาสองปีแห่งความสุขสบายของวิศรุตได้สิ้นสุดลงแล้วในตอนนี้ คุณหญิงแม่ได้ทวงสัญญาจะไม่ยอมให้วิศรุตอีกต่อไป หากชายหนุ่มที่เพียบพร้อมไปเสียหมดอย่างวิศรุตนั้นยังรักสนุกและหวงความโสดอยู่ เขาไม่มีทางลงเอยกับหญิงสาวลูกผู้ดีมีตระกูลเป็นการจองจำชีวิตของตัวเองอย่างถาวรแน่ เขาจึงได้คิดแผนอุตริให้เพื่อนสนิทคือภีรวัฒน์หาผู้หญิงให้ด้วยค่าจ้างเป็นเงินสูงลิบถึงสิบล้านบาท!

“ดี! แล้วตามสเป็คที่จดให้ไปหรือเปล่าวะไอ้ภีร์ เซ็กซี่อึ๋มเอ็กซ์ สวยบริสุทธิ์ผุดผ่อง สดจากไร่ไร้แมลงเจาะไช ผิวสีน้ำผึ้ง ผมยาว พูดน้อยทำมาก เป็นผู้ตามที่ดี ไม่ต้องฉลาดมากแต่ไม่ถึงกับโง่ เชื่อฟังคำสั่งและแซ่บเรื่องอย่างว่า”

เขาทบทวนสเป็คตามที่ได้สั่งให้ภีรวัฒน์ไปหาให้ ก็เงินตั้งสิบล้าน วิศรุตต้องได้ตามที่เขาต้องการสิ วิศรุตเชื่อว่าต้องมีผู้หญิงเยอะแยะมากมายที่ต้องการเงินของเขา ก็ใครมันจะไม่อยากได้ล่ะ แค่แลกกับการแต่งงานและมีลูกหนึ่งคนกับผู้ชายที่พรั่งพร้อมอย่างวิศรุต อัครโสภาคน่ะ

“ไอ้เวรรุต กูจะไปรู้ด้านลึกได้ไง รู้แต่ว่าเขาเป็นเพื่อนยายมิน เป็นเด็กดีไม่เคยมีแฟน เรียนเก่ง ตัวคนเดียว ไม่เรื่องมาก กิริยาดี ที่เหลือแกก็ไปล้วงความจริงเอาเองละกัน หน็อย แซ่บเรื่องอย่างว่า! ไอ้เวร! ใครจะหน้าด้านเหมือนมึง ลองไปพูดกับเขาแบบนั้นสิ เขาจะได้ด่าให้!” ภีรวัฒน์ด่าเพื่อนอย่างเหลืออด วิศรุตลุกขึ้นเดินไปยังหน้าต่างและชะเง้อไปมองตรงศาลาด้านล่างอีกครั้ง

“เดี๋ยวจะให้คนไปเชิญไปที่ห้องแกลเลอรี”

วิศรุตเอ่ยกับเพื่อน ภีรวัฒน์ถอนใจก่อนจะพยักหน้า เขาเริ่มรู้สึกรำคาญความเอาแต่ใจของไอ้วิศรุตแล้ว เพราะหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่คนแรกที่เขาหามาให้มันดูตัว หากเป็นคนที่สิบแปด! ชายหนุ่มโทรลงไปบอกหญิงสาวที่รออยู่ว่า สักครู่จะมีเด็กรับใช้ไปเชิญขึ้นมาบนตึก หล่อนพูดตอบรับทราบเบาๆมาตามสายและนั่งรออยู่อย่างสงบ