< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

เล่ห์ร้ายโฉมสะคราญ เล่ม 8 ตอนที่่ 839-966

หอหมื่นอักษร
0.0
<
>
ตอนที่ 839 ยื่นมติไม่วางใจในท้องพระโรง / ตอนที่ 840 ไม่มีหลักฐาน

ตอนที่ 839 ยื่นมติไม่วางใจในท้องพระโรง

เรื่องที่นางขอให้คนสำนักเต๋อซั่นช่วยเมื่อสองสามวันก่อน บัดนี้จัดการเรียบร้อยแล้ว

คนสำนักเต๋อซั่นเรื่องอื่นยังไม่ต้องพูดถึง หากกระทำเรื่องเหล่านี้ พวกเขานั้นกระทำได้เร็วกว่าคนทั่วไปเป็นอย่างมาก

กอปรกับได้รับความช่วยเหลือของลู่อวี้เหิง ทำให้บัดนี้ในมือของซูหลีมีข้อมูลจำนวนไม่น้อย

ทว่าเพราะเรื่องนี้ทำให้ซูหลีพบว่า คนที่ฉินเย่หานส่งตัวมาอยู่กับนางเหล่านั้นล้วนเป็นคนที่มีความสามารถเป็นอย่างมาก

ไม่เพียงแค่มีพลังยุทธ์ขั้นสูง ยังสามารถช่วยนางกระทำเรื่องต่างๆ ได้ เพียงได้ยินคำสั่งก็ไม่เอ่ยถามอะไรให้มากความ

ความพึงพอใจของซูหลีที่มีต่อคนเหล่านี้ ถึงขั้นมีมากกว่าคนข้างกายนางอย่างชุยตานเสียอีก ทว่าเมื่อเปรียบกันแล้วอย่างไรนางก็เชื่อใจชุยตานมากกว่า ทว่าการที่คนเหล่านี้อยู่ที่นี่ ทำให้กระทำเรื่องบางเรื่องได้สะดวกขึ้น

ตั้งแต่ป๋ายไต้ซือร่ำไห้ร้องทุกข์บนท้องพระโรงในครานั้น ราชสำนักในหลายวันมานี้เงียบสงบลงมาก

มีขุนนางฝ่ายบุ๋นผู้หนึ่งยื่นมติไม่วางใจซูหลี อ้างเหตุผลที่ว่าด้วยเรื่องที่ซูหลีตอบรับเรื่องเงินเดือนเบี้ยหวัดทหารก่อนหน้านี้ แต่ซูหลีก็ไม่ได้ใส่ใจนัก

ขุนนางฝ่ายบุ๋นเหล่านั้นพูดอย่างโกรธแค้นแน่นอก กล่าวว่านางนั้นให้คำมั่นสัญญา ทว่ากลับไม่กระทำสิ่งใด นางกลับยังคงนิ่งเฉยไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ หาได้เห็นคนเหล่านั้นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

นางที่มีท่าทีเช่นนี้ยังทำให้ผู้คนรู้สึกหน่ายใจโดยแท้

บัดนี้นางก็ยังเข้าว่าราชกิจยามเช้าเป็นปกติ

ซูหลียืนก้มหน้าก้มตาไม่สนใจสิ่งใด ซึ่งดูไม่แตกต่างกับยามปกตินัก

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” ซูหลียืนอยู่ภายในแถว มีคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากกลุ่มขุนนาง ทันทีที่คนผู้นี้เดินออกมา ซูหลีเพียงค่อยๆ ปรือเปลือกตาขึ้นมอง สีหน้ายังคงนิ่งเฉยไม่ได้ใส่ใจอะไร

คนที่เอ่ยนั้นก็คือคนที่มีชื่อในพรรคพวกของสกุลป๋าย และมีการโต้วาทีกับซูหลีบนท้องพระโรงคราก่อนั้น ใต้เท้าจาง จากกรมโยธาธิการ!

“ทูลฝ่าบาท สะพานที่สร้างใหม่ที่ชานเมือง บัดนี้ได้หักลงจนกลาย...” ตำแหน่งของใต้เท้าจางที่อยู่ในกรมโยธาธิการนั้นไม่ต่ำเลย บัดนี้ในมือมีเรื่องที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือเรื่องการสร้างสะพานนี้

เรื่องของการก่อสร้าง ซูหลีไม่ทราบนัก แต่ถึงอย่างไรอย่างน้อยนางก็ทราบว่า สะพานที่สร้างขึ้นนี้สำคัญเป็นอย่างมาก หากสะพานสร้างเสร็จแล้วล่ะก็ ก็เป็นการทำให้ชาวบ้านสะดวกขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งคนที่อยู่ในเมืองหลวงก็ยังจะสะดวกกว่าเดิม

ดังนั้นฮ่องเต้ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก

ทว่าใต้เท้าจางผู้นี้เป็นคนใต้อาณัติของป๋ายไต้ซือ ในมือกุมอำนาจอย่างแท้จริงเอาไว้ อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่ค่อนข้างจะโดดเด่นคนหนึ่ง

“…หวังว่าฝ่าบาทจะทรงตัดสินพระทัย” ในขณะที่ซูหลีกำลังไม่มีสมาธิ ใต้เท้าจางก็พูดเรื่องนี้จนจบ และรอให้ฮ่องเต้ตัดสินพระทัย

บนท้องพระโรงเงียบสงัดอย่างบอกไม่ถูก

ฉินเย่หานที่อยู่เบื้องบนไม่ได้ตอบเขาในทันที

“ฝ่าบาท” และในเวลานี้ซูหลีชะงักไปเป็นอันดับแรก จากนั้นก้าวเท้าเดินออกมาก้าวหนึ่ง ยืนภายในท้องพระโรง แล้วเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

“กระหม่อมมีเรื่องต้องการร้องเรียนพ่ะย่ะค่ะ!”

ทางนี้กำลังพูดเรื่องของกรมโยธาธิการอยู่ ในเวลานี้ซูหลีพูดโผล่งออกมา ทำให้คนจำนวนมากถึงกับขมวดคิ้ว

หรือแม้แต่เรื่องของกรมโยธาธิการ ซูหลีผู้นี้ก็ยังจะมีส่วนร่วมด้วย

ภายในคณะขุนนางนับร้อยต่างเกิดความวุ่นวายขึ้น บางคนเหยียดหยาม บางคนดูถูก และมีคนจำนวนมากมองซูหลีอย่างประหลาดใจ อยากจะดูว่านางจะพูดอะไรออกมา

ใต้เท้าจางกลับใช้สายตาเย็นชาจ้องมองซูหลี ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม เขากลับไม่คิดว่า สตรีคนหนึ่งจะสามารถเข้าใจเรื่องการสร้างสะพานอะไรได้

“พูดมา” ฉินเย่หานช้อนสายตามองนางครู่หนึ่ง จากนั้นถึงเอ่ยคำพูดนี้ออกมาด้วยเสียงเยียบเย็น

ซูหลีได้รับการอนุญาตจากฉินเย่หาน จึงฉีกยิ้มเเละเดินมาด้านหน้าก้าวหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

“ทูลฝ่าบาท ที่กระหม่อมต้องการพูดก็คือ เรื่องของใต้เท้าจางผู้นี้!”

ตอนที่ 840 ไม่มีหลักฐาน

ทันทีซูหลีพูดจบ ทั้งท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง

“นี่ใต้เท้าซูหมายความว่าอย่างไรกัน” ใต้เท้าจางอ้ำอึ้งไปครู่หนึ่ง เพราะเหตุใดจู่ๆ ซูหลีถึงจะร้องเรียนเขากัน

“ใต้เท้าจางอย่าเพิ่งร้อนใจไป” ใบหน้าของซูหลียังมีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น “กระหม่อมจะร้องเรียนที่ใต้เท้าจางจัดการเรื่องภายในครอบครัวอย่างไม่เคร่งครัด ทำผิดวินัย ปล่อยให้บุตรของตนเองกระทำผิด โดยการสังหารนักแสดงงิ้วคนหนึ่งจนตาย!”

“บุตรของใต้เท้าจางไม่มีคุณงามความดีอะไร หลังจากกระทำเรื่องนี้โหดเหี้ยมเป็นอย่างมากแล้ว ใต้เท้าจางยังช่วยเขาปิดบังเรื่องนี้ โดยการมอบเงินให้กับครอบครัวของนักแสดงงิ้วผู้นั้นก้อนใหญ่ และถึงขั้นใช้อำนาจในมือขับไล่ครอบครัวของนักแสดงงิ้วออกจากเมืองหลวง”

“ขอถามใต้เท้าจางสักหน่อย ที่ข้าน้อยกล่าวมา มีอะไรผิดพลาดหรือไม่” ซูหลีพูดจบ จึงมองใต้เท้าจางด้วยใบหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม ใต้เท้าจางถูกนางมองเช่นนี้ถึงกับหัวใจเต้นกระหน่ำ สีหน้าเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก

นะ นี่ซูหลีต้องการกระทำสิ่งใดกัน!

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเท็จ ทว่าหากไต่สวนจริงๆ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องหลายปีก่อนแล้ว นางนำมาพูดในเวลานี้ นี่หมายความว่าอย่างไรกัน!?

“นี่ใต้เท้าซูเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้เอ่ยเรื่องเช่นนี้ออกมา หมายความว่าอย่างไร ทูลฝ่าบาท กระหม่อม...” ใต้เท้าจางลนลานเป็นอย่างแรก จากนั้นมีท่าทีตอบสนองก็รีบเอ่ยอธิบายทันใด

“ใต้เท้าจางเพียงตอบคำถามว่า ใช่หรือไม่ใช่ก็พอแล้ว ไยถึงลากเรื่องเหล่านี้มาพูดที่นี่กัน” ใครจะรู้ว่าซูหลีจะไม่พูดด้วยเหตุผลเช่นนี้

และไม่คิดจะให้โอกาสเขาอธิบายอะไร แค่อ้าปากถามเขาว่า ใช่หรือไม่ใช่

ในเวลานี้ใบหน้าที่มีอายุของใต้เท้าจางแดงก่ำจนกลายเป็นสีเลือดหมู

นี่เขาจะตอบอย่างไรดี

หากตอบว่าไม่ใช่ ใครจะรู้ว่าซูหลีออกมาพูดโผงผางขนาดนี้ ในมือของนางอาจจะหลักฐานอะไรก็ได้

“ใต้เท้าจางอย่าเพิ่งร้อนใจ จะว่าไปนี่ก็เป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น จะว่าไปแล้วก็แค่นักแสดงคนหนึ่งเท่านั้น...” ใบหน้าของซูหลียังประดับไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นใต้เท้าจางมีสีหน้าที่ไม่น่าดูนัก นางก็ยังพูดปลอบใจเขา

ใต้เท้าจาง “...”

นี่นางกำลังปลอบใจเขาอยู่หรือ

นี่ไม่ใช่กำลังประชดเขาอยู่หรือ

“อ้อ ใช่แล้ว เกรงว่าในเวลานี้ใต้เท้าจางยังไม่ทราบกระมัง ที่จริงแล้วนักแสดงคนนั้นถูกไถ่ตัวแล้ว ยามที่ถูกคุณชายลิ่งตีตายนั้น เป็นวันสุดท้ายที่เขาต้องอยู่ในคณะการแสดง!”

ยามที่ใบหน้าของใต้เท้าจางเปลี่ยนไปจนไม่อาจคาดการณ์ได้ ซูหลีก็พูดเสริมอีกประโยค

ในเวลานี้ใต้เท้าจางแทบจะคุกเข่าให้นาง!

ใต้เท้าจางคิดไม่ถึงว่า จะมีเรื่องเช่นนี้อีก!

หากนักแสดงคนนั้นถูกไถ่ตัวแล้วจริงๆ เช่นนั้นเขาก็เป็นสุจริตชน การตีสุจริตชนจนตายนั้น...

เท้าของเขายืนได้ไม่มั่นคงนัก ตำแหน่งขุนนางนี้ เขาก็ดำรงต่อไปไม่ได้แล้ว!

“ใต้เท้าซู หากพูดเช่นนี้ก็ต้องนำหลักฐานมาพูด เจ้าเพียงพูดปากเปล่า กล่าวหาใต้เท้าจางด้วยโทษที่ร้ายแรงขนาดนี้! หากไม่มีเจ้าจะพูดว่าอย่างไร”

คนในพรรคพวกของป๋ายไต้ซือก็ไม่ถือว่าเป็นคนโง่เขลา หลังจากตื่นตกใจไปครู่หนึ่ง ก็มีคนมีท่าทีตอบโต้และออกมาพูดว่าซูหลีใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น

“หลักฐาน...” ซูหลีคล้ายกับขมวดคิ้วครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยอย่างเฉื่อยชาว่า “กระหม่อมไม่มีหลักฐาน!”

ทุกคน...

ดังนั้นนี่นางไม่มีหลักฐาน และจะสาดโคลนใส่ผู้อื่นที่นี่หรือ

แน่นอนว่า อย่าจะมีใช่การสาดโคลน!

ดูจากสีหน้าที่ย่ำแย่ของใต้เท้าจางแล้ว อาจจะมีความจริงประมาณครึ่งหนึ่ง

ทว่าในเมื่อซูหลีจะร้องเรียนใต้เท้าจาง ไยถึงไม่มีแม้แต่หลักฐานที่แท้จริง และกล้าเอ่ยคำพูดนี้อย่างเปิดเผยกัน

ในสมองของคนผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่กัน

“ทว่ากระหม่อมคิดว่า เรื่องนี้ไม่ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ ทว่าการให้คนเช่นนี้จัดการเรื่องการสร้างสะพาน...”