< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

ยอดชายาจักรพรรดิปีศาจ เล่ม 7 ตอนที่ 1058 - 1187

หอหมื่นอักษร
0.0
<
>
ตอนที่ 1058 แพทย์จำนวนนับไม่ถ้วนมาเยือน (9) / ตอนที่ 1059 แพทย์จำนวนนับไม่ถ้วนมาเยือน (10)

ตอนที่ 1058 แพทย์จำนวนนับไม่ถ้วนมาเยือน (9)

เสี่ยวโม่อดไอจนน้ำหูน้ำตาไหลมิได้ ดวงหน้าน้อยแดงก่ำเพราะพยายามกลั้นหัวเราะ

อย่างนี้เอง นายท่านของตนช่างน่ายำเกรงเหลือเกินในสายตาของผู้อื่น ถึงขั้นหวาดกลัวการมีอยู่ของนาง...

อวิ๋นลั่วเฟิงปากกระตุก “ข้าไม่ไปยั่วยุใครโดยไม่มีเหตุผลหรอก”

เดิมทีนางคิดจะบอกหนานกงอวิ๋นอี้ถึงเหตุผลที่แท้จริงที่นางมายังแดนอนันต์ แต่บัดนี้เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี ผลลัพธ์ก็คือนางปิดปากเงียบมิได้ต่อความยาวสาวความยืดอีก

“ดีแล้ว” หนานกงอวิ๋นอี้ผ่อนคลายลง จากนั้นยกมือขึ้นลูบศีรษะอวิ๋นลั่วเฟิง “เมื่อครั้งอดีตที่หวาเซี่ย เจ้ามักใช้กำลังกับผู้ที่มีความเห็นไม่ตรงกับเจ้าเสมอ แต่ตอนนี้เรามิได้อยู่ในสถานการณ์เช่นเมื่อก่อน ท่ามกลางแผ่นดินกว้างใหญ่นี้มีอันตรายรายล้อมรอบด้าน พวกเราจะตายเอาได้ง่ายๆ”

อวิ๋นลั่วเฟิงวางสีหน้าเคร่งขรึม “วางใจเถอะ ข้าไม่ได้เป็นคนบุ่มบ่ามเช่นครั้งอดีต และข้าก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือกับผู้อื่นจนเป็นเรื่องปกติขนาดนั้น!”

“ได้ยินแบบนั้นข้าก็วางใจ”

หัวใจของหนานกงอวิ๋นอี้ผ่อนคลายลง ทว่าเมื่อสิ้นคำเขาแล้ว ประตูห้องก็ถูกกระแทกเปิดออกดังปัง พร้อมด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันลอยตามมาติดๆ

“หนานกงอวิ๋นอี้ เจ้ามามุดหัวอยู่นี่เองสินะ ตอนนี้ข้าต้องการใช้ห้องนี้ เพราะฉะนั้นเจ้าจงรีบ...”

เพล้ง!

เส้นแสงจากถ้วยชาพลันปรากฏขึ้นแล้วพุ่งตรงไปยังเด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่หน้าประตูทันที เขามิทันตั้งตัว ถ้วยชาจึงกระแทกเข้าหน้าเต็มรัก แล้วโลหิตก็ไหลพรากออกมาจากจมูกในทันที

“พูดมากน่ารำคาญ”

อวิ๋นลั่วเฟิงเลิกคิ้วขึ้น แล้วประกายเย็นยะเยือกก็สว่างวาบขึ้นในดวงตาร้ายกาจ “ไม่รีบไสหัวไปเสียทีเล่า”

หนานกงอวิ๋นอี้ชะงักงันไป

ไหนผู้ที่บอกว่าตนไม่ลงไม้ลงมือกับผู้อื่นจนเป็นเรื่องปกติ

ไหนผู้ที่บอกว่าตนมิใช่คนบุ่มบ่าม

นี่มันเรื่องอะไรกัน

อีกฝ่ายยังพูดไม่ทันขาดคำ นางก็เปิดฉากโจมตีเขาทันใดโดยไม่ให้โอกาสตั้งตัวแล้วอย่างนั้นหรือ

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...

หนานกงอวิ๋นอี้ตบโต๊ะเสียงดัง “ยอดเยี่ยม!”

ใครสนใจเรื่องความอดทนอดกลั้นกันเล่า!

เมื่อเผชิญหน้ากับคนพรรค์นี้ มีแต่ต้องอัดให้น่วมจนกว่าจะยอมเชื่อฟังเท่านั้น!

“อู๋ซี” หนานกงอวิ๋นอี้หันไปหาเด็กหนุ่มผู้นั้นซึ่งปรากฏตัวที่ประตูห้องแล้วก็เชิดคางขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงดื้อด้าน

“เจ้าอยากให้ข้ายกห้องนี้ให้เจ้ารึ ฝันไปเถอะ! รีบๆ ไสหัวไปเสีย อย่าให้ข้าต้องลงไม้ลงมือ!”

อู๋ซีเช็ดเลือดกำเดาขณะใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำพลางเอ่ยอย่างฉุนเฉียวว่า “หนานกงอวิ๋นอี้ เจ้าเป็นเพียงลูกอนุของสกุลหนานกงเท่านั้นแล้วยังกล้าดีมาโจมตีข้าอีกหรือ องครักษ์ จับตัวสองคนนี้ไว้แล้วให้คนสกุลหนานกงมารับตัวคืน!”

สกุลหนานกงและสกุลอู๋ต่างก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอด และเมื่อมีโอกาสเช่นวันนี้แล้วเขาย่อมไม่มีทางปล่อยสองคนนี้ไปเป็นอันขาด

เพล้ง!

อวิ๋นลั่วเฟิงยกถ้วยชาขึ้นอีกครั้ง จากนั้นเขวี้ยงใส่อู๋ซี

ครั้งนี้อู๋ซีตั้งตัวทันและเตรียมตัวหันหนี คิดหลบจากการโจมตีครั้งนี้ ทว่าถ้วยชาติดตามการเคลื่อนไหวของเขาอย่างกับมีตา ก่อนโค้งเข้าไปกระแทกสันจมูกของเขาเต็มรัก เป็นเหตุให้เขาต้องส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน

“ข้าจะนับถึงสาม แล้วเจ้าก็ควรไสหัวออกไปให้ไว หากไม่เช่นนั้นแล้วพวกเจ้าทั้งสองคนไม่มีผู้ใดได้ออกไปได้แน่!” อวิ๋นลั่วเฟิงมองไปยังอู๋ซีขณะเอ่ยเสียงเรียบ

อู่ซีจ้องมองอวิ๋นลั่วเฟิงอย่างต่ำช้า “ไม่ปล่อยให้พวกข้าไปอย่างนั้นหรือ เจ้าอยากเลี้ยงน้ำชาพวกข้าอย่างนั้นรึ”

ได้ยินดังนั้น อวิ๋นลั่วเฟิงก็มิได้พูดจาเรื่อยเปื่อยอีกต่อไป นางคว้าเอามีดสั้นขึ้นมาจากแขนเสื้อเล็งไปยังหัวใจของอู๋ซี

“หนึ่ง...”

น้ำเสียงเด็กสาวผ่อนคลายทว่าร้ายกาจราวกับนางมารจากขุมนรก ส่งให้ผู้ที่ได้ยินต้องเผลอขนพองสยองเกล้า

ตอนที่ 1059 แพทย์จำนวนนับไม่ถ้วนมาเยือน (10)

“สอง...”

มีดสั้นในมือนางเล็งตรงไปกลางหัวใจของอู๋ซี และเมื่อนางนับถึงสามเมื่อไร ก็จะปามีดสั้นออกไปทันที

สีหน้าอู๋ซีเปลี่ยนแล้วเขาก็เผ่นแน่บออกไปจากห้องภายในชั่วพริบตา หายลับไปอย่างไร้ร่องรอยภายในเวลาเพียงหนึ่งวินาที เมื่อองครักษ์จากสกุลอู๋เห็นนายน้อยตนหนีไปแล้ว เขาก็รีบตามหลังไปไม่รอช้า ด้วยเกรงว่ามีดสั้นในมืออวิ๋นลั่วเฟิงจะบินมาหาตนแทน

“พวกคนชั่วมันต้องเจอของแข็ง”

หนานกงอวิ๋นอี้แย้มยิ้มพลางสั่นศีรษะ “จะเป็นที่หวาเซี่ยหรือบนแผ่นดินนี้ก็ช่าง ใครยั่วยุเจ้าก็เท่ากับแหย่รังมาร!”

ใช่แล้ว คนชั่วมันต้องเจอของแข็งเช่นนี้

หากเป็นผู้มีจิตใจอ่อนโยนก็มีแต่จะถูกรังแกหนักขึ้นไปอีก แต่หากโหดเหี้ยมยิ่งกว่าอีกฝ่ายก็จะได้รับความยำเกรง

“ที่เขาพูดก่อนหน้านี้ว่าเจ้าเป็นลูกนอกสมรสนั้นหมายความว่าอย่างไร” อวิ๋นลั่วเฟิงเก็บมีดสั้นกลับไปแล้วก็เอ่ยถาม “อย่าบอกนะว่าเจ้าน่าเวทนาถึงขั้นมาเกิดใหม่ในร่างของลูกนอกสมรส”

อย่างนี้เองเขาจึงจ้องจะกลับไปหวาเซี่ยตลอดเวลา

หนานกงอวิ๋นอี้มีท่าทีสิ้นหวังนัก “นายใหญ่สกุลหนานกงผู้เป็นบิดาของข้าเดิมทีรู้จักกับท่านแม่ของข้าก่อนแล้วได้มีสัมพันธ์กัน เดิมทีท่านพ่อคิดรับท่านแม่เป็นภรรยา แต่ว่า...ภรรยาคนปัจจุบันของท่านพ่อได้วางแผนชั่วมอมเหล้าแล้วล่อลวงให้มีสัมพันธ์กับนางด้วยความเมามาย! นอกจากนั้นนางยังใส่ร้ายท่านแม่ว่าคบชู้กับชายอื่น...

...ท่านพ่อหลงเชื่อนางแล้วทิ้งท่านแม่ไป! ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ ท่านแม่ต้องระหกระเหินไปทั่วและเพิ่งสิ้นไปเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนที่สกุลหนานกงจะรับข้ากลับเข้าสกุลอีกครั้งโดยมีตำแหน่งเป็นลูกนอกสมรส”

อวิ๋นลั่วเฟิงเคาะนิ้วกับโต๊ะแผ่วเบา เมื่อนางเงยหน้าขึ้นก็เผลอเห็นความชิงชังในดวงตาของชายหนุ่ม ชัดเจนว่าเมื่อมาถึงแผ่นดินนี้ หนานกงอวิ๋นอี้ก็ได้ผูกพันกับมารดาของเขาอย่างแน่นแฟ้นเสียแล้ว เช่นนั้นเองเขาย่อมเกลียดชังผู้เป็นต้นเหตุ!

“เจ้าอยากล้างแค้นหรือไม่” อวิ๋นลั่วเฟิงมองเขาแล้วก็เอ่ยถาม

หนานกงอวิ๋นอี้ผงกศีรษะ “อยากสิ ข้าอยากล้างแค้น! ชายผู้นั้นทำผิดพลาดมหันต์ และแม้ว่าบัดนี้เขาจะดีกับข้า ก็ยังลบล้างความเกลียดชังในใจข้ามิได้! อย่างไรก็ดีเถิด ก่อนท่านแม่ข้าตาย ท่านแม่เอาแต่พูดชื่อของเขาซ้ำๆ! ข้าอยากส่งเขาไปอยู่กับท่านแม่เหลือเกิน แต่ข้ารู้ดีว่าหากฆ่าเขาเสียแล้ว ท่านแม่คงอยู่ไม่เป็นสุขในโลกโน้นอย่างแน่นอน!”

“ที่ยิ่งไปกว่านั้น...” หนานกงอวิ๋นอี้นิ่งไปพักหนึ่ง “ชายผู้นั้นเพียงแต่ขอขมาข้าเท่านั้นที่มิได้ไยดีข้าตลอดเวลาที่ผ่านมา และมิเคยสำนึกสิ่งที่ทำกับท่านแม่ ซ้ำยังมิเคยไปเยี่ยมสุสานท่านแม่เพื่อจุดธูปไหว้สักดอก! เช่นนั้นเอง ข้าจึงมิอาจให้อภัยเขาได้ลง”

ชัดเจนว่าแม้กระทั่งบัดนี้นายใหญ่แห่งสกุลหนานกงก็ยังคงปักใจเชื่อว่ามารดาของหนานกงอวิ๋นอี้คบชู้กับชายอื่น เช่นนั้นเอง เขาจึงไม่คิดเกี่ยวข้องกับนางอีก

“หนานกง ข้าจะช่วยเจ้าเอง”

อวิ๋นลั่วเฟิงกุมมือของเขาแผ่วเบา “ข้าจะทำให้สตรีผู้นั้นที่ใส่ร้ายเจ้ากับมารดาต้องชดใช้!”

ไม่เพียงแต่หนานกงอวิ๋นอี้จะเป็นสหายคนสนิทของนางในชาติภพก่อน แต่เขายังเป็นมิตรเพียงผู้เดียวที่เข้าใจอดีตของนางในโลกนี้! เช่นนั้นเอง นางจะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายเขาเป็นอันขาด

“ช่างมันเถอะ” หนานกงอวิ๋นอี้ส่ายศีรษะ “อิทธิพลสกุลหนานกงมิใช่ธรรมดา กระทั่งบัดนี้ข้าก็ยังมิใช่คู่มือของพวกเขา และข้าก็ไม่อยากดึงเจ้าเข้ามาติดร่างแห! อย่างไรก็ดีเถิด ภายในอีกไม่กี่ปีนี้ อีกเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น ข้าจะขึ้นถึงจุดสูงสุดของสกุลนี้ให้จงได้ แล้วชำระแค้นให้แก่ท่านแม่!”