< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

Oh! Dad คุณป๋าขาอย่ากินหนู

Xiaohlinz
0.0
<
>
INTRO | จุดเริ่มต้น

INTRO

ชีวิตของฉันหากไม่มีเขาป่านนี้ก็คงจะกลายเป็นคนเร่ร่อนไปตามทางอย่างน่าสมเพช เพราะแบบนี้ไม่ว่าเขาจะให้ฉันอยู่ในสถานะอะไรก็คงทำได้แค่ ‘จำยอม’ แม้จะต้องไปเป็น ‘ตัวแทน’ ของใครก็ตาม..

“ถ้าเธออยากตอบแทนฉันมาก ฉันก็พอมีสิ่งที่ต้องการอยู่บ้าง”

“ได้เลยค่ะ เจ้าขาจะยอมทำตามความต้องการของคุณป๋าทุกอย่าง”

“..มาเป็นเอื้อมดาวที่ตายจากไปแล้วให้ฉันสิ..”

“....”

หลายเดือนก่อน

Janjaokha’ Talk

ฉันชื่อจันทร์เจ้าเขานะเรียกเล่น ๆ ว่าเจ้าขาก็ได้ ชีวิตของฉันในวัยยี่สิบปีของฉันช่างเป็นปีที่โชคดีที่สุด เพราะฉันได้หลุดพ้นจากการเป็นเด็กกำพร้าในสถานสงเคราะห์ พ่วงด้วยการไม่ต้องไปเป็นคนไร้บ้านเร่ร่อนอยู่ตามข้างถนน

ปีนี้ฉันอายุครบยี่สิบพอดี ดังนั้นจึงต้องย้ายออกจากสถานสงเคราะห์และไปใช้ชีวิตภายนอกตามลำพังตัวคนเดียวตามกฎของที่นี่

ตอนนั้นฉันมืดแปดด้านราวกับหล่นร่วงลงไปอยู่ก้นเบื้องของหลุมลึกที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง เด็กกำพร้าที่ไร้ซึ่งการศึกษาอย่างฉันจะเริ่มต้นชีวิตสู่โลกภายนอกได้อย่างไร

ต้องขอบคุณพี่เอื้อมดาวที่เมตตาฉัน..

พี่เอื้อมดาวเป็นพี่สาวต่างสายเลือดที่แสนดีกับฉันที่สุดในชีวิต เธอเองก็เป็นเด็กกำพร้าเหมือนกับฉัน แต่เพราะเธอโตกว่าฉันถึงแปดปีเลยได้ย้ายออกจากสถานสงเคราะห์ไปก่อน

ก่อนจะไปเธอเคยสัญญาไว้ว่าหากได้ดีจะกลับมารับฉันไปอยู่ด้วย

ฉันคิดว่านั่นก็เป็นแค่คำสัญญาในวัยเด็กที่มันจะถูกลบเลือนไปตามระยะเวลาที่หมุนเวียน แต่ใครเล่าจะรู้ว่าพี่เอื้อมดาวกลับมารับฉันอย่างที่เคยสัญญาเอาไว้จริง ๆ

ทว่า..

เธอไม่ได้มาด้วยร่างกายที่ครบสามสิบสอง..

มีเพียงแค่เถ้ากระดูกในโกศของเธอเท่านั้นที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าฉันในตอนนี้..

พี่เอื้อมดาวไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว..

“กะ..เกิดอะไรขึ้นกับพี่เอื้อมดาวคะ..อึก” ฉันถามร่างกำยำหล่อเหลาตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวจากการสะอื้น ไม่คาดคิดเลยว่าการพบกันอีกครั้งจะมาในรูปแบบที่พวกเราไม่อาจจะพูดคุยและสวมกอดกันได้อีกเหมือนในวันวาน

“อุบัติเหตุ” เขาตอบกลับมาสั้น ๆ อย่างนิ่งเรียบ

“อึก..มะ..เมื่อไหร่คะ..แล้วทำไม..” ฉันพูดยังไม่ทันจบก็ถูกเขาแทรกขึ้นเสียก่อน

“ฉันไม่ได้มาเพื่อให้เธอร้องไห้ฟูมฟายหรือซักถามอะไร รีบไปเก็บเสื้อผ้าแล้วบอกลาคนที่นี่ซะ ฉันจะไปรอที่รถ” ร่างกำยำหันหลังให้ฉันหลังจากพูดจบ ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าไปขึ้นรถยุโรปคันหรูที่จอดนิ่งสนิทอยู่หน้าสถานสงเคราะห์

ส่วนฉันก็พยายามที่จะหยุดร้องไห้ พลางใช้หลังมือเช็ดหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาจนเปียกชุ่มอย่างทุลักทุเล แล้วเดินเข้าไปร่ำลาเพื่อน ๆ และผู้ดูแลในสถานสงเคราะห์ด้วยความอาวรณ์

ถึงแม้จะไม่มีใครเสียใจกับการจากไปของฉันก็เถอะ..

เมื่อเก็บของเสร็จฉันก็รีบเดินไปที่รถยุโรปคันนั้นทันที บานประตูรถถูกเปิดออกอัตโนมัติด้วยคนข้างใน ฉันพยักหน้ารับอย่างขอบคุณแล้วหย่อนตัวเข้าไปนั่งที่เบาะฝั่งข้างคนขับ

ฉันไม่รู้เลยว่าวินาทีนั้นขาของฉันได้ก้าวเข้าสู่ชีวิตใหม่พร้อมกับความเป็นอยู่ที่ไม่เคยคาดคิดว่ามันจะมีอยู่จริงและจะเกิดขึ้นกับฉันมาก่อน..