< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

องครักษ์ขนปุย

ซันซายน์
0.0
<
>
องครักษ์ขนปุย EP 01

-องครักษ์ขนปุย EP 01-

"เจ้าเด็กน้อยตัวอ้วน วันนี้เจ้ากินเยอะเกินไปแล้วนะ" นางเกลียดคำนี้ที่สุดยามที่เจ้าทาสตรงหน้าเอ่ยเรียกแทนตัวนาง ว่าเจ้าอ้วน เขาเอาตาที่ไหนมองว่านางอ้วน นางหาได้อ้วนไม่ ลองมองดูดีดีเถิด อุ้งเท้าของนางถูกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลทองปุกปุย หางของนางกระดิกส่ายไปมายามกำลังถูกใจสิ่งใด แล้วยังดวงตากลมโตใสแจ๋วของนางอีก มองอย่างไรก็ห่างไกลคำว่าเจ้าตัวอ้วนเป็นแน่

"บ๊อก" นางส่งเสียงเห่าเป็นการบอกให้เขาทราบว่านางมิชื่นชอบการที่เขาเอ่ยเรียกนางเช่นนี้ เจ้าเด็กหนุ่มตรงหน้า นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้นางต้องมาติดอยู่ในร่างสุนัขขนปุยตัวนี้อย่างช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้นางใจดีจนเกินไป ใครใช้ให้นางสอดมือเข้าไปช่วยเหลือเจ้าลูกสุนัขที่กำลังจมน้ำตัวนี้กันเล่า หากรู้ว่าการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือแล้วจะทำให้วิญญาณของนางมาติดอยู่ในร่างเจ้าขนปุยตัวนี้ นางคงเลือกที่จะเมินเฉย

"นี่เจ้าจะเถียงเปิ่นหวางอีกแล้วหรือ เจ้ามันไม่ยอมรับตัวเอง"

"บ๊อก" นางไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด วาจาระคายหูเช่นนี้ มีสตรีที่ใดชื่นชอบกัน นางมิเข้าใจเลยว่าพวกนางกำนัลด้านนอกตำหนักเหตุใดถึงได้ชื่นชอบองค์ชายผู้นี้นัก จริงอยู่ว่าหากมองที่ใบหน้าหรือภาพลักษณ์ภายนอก ต้องยอมรับว่าเจ้าทาสของนางนั้นมิได้ด้อยไปกว่าผู้ใด แต่หากลองฟังวาจาแต่ละประโยคที่เขาเอ่ยออกมานางเชื่อว่าขันทีหลายคนยังต้องส่ายหน้า

"หึ ตัวกลมขนาดนี้ยังจะเถียงเปิ่นหวางอยู่อีก" มือหนาของเขาลูบลงมาที่หัวของนางเบา ๆ ราวกับกำลังเอ็นดู แน่สิ ก็นางเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเขานี่นา น้อยคนนักที่จะได้เห็นท่าทางอ่อนโยนเช่นนี้ของเขา โดยปกติแล้วเขาแสดงออกกับผู้อื่นด้วยความเย็นชาจนคนฟังวาจาเชือดเฉือนของเขาแต่ละประโยคยังต้องรู้สึกเจ็บปวดเข้ากระดูก

"นี่เจ้าเมินข้าอีกแล้วหรือ ถังหูลู่" นางสะบัดหน้าไปทางอื่น นางไม่ถูกใจตั้งแต่ชื่อที่เขาตั้งให้นางแล้ว นางยังจำได้ดีสาเหตุที่เขาตั้งชื่อนี้ให้แก่นาง เพราะชอบชื่นชอบถังหูลู่ กินเท่าใดก็มิเคยเบื่อเลย จึงได้เอาชื่อของอาหารที่เขาชื่นชอบมาตั้งให้แก่นาง แล้วคิดดูเถิด สตรีงดงามในร่างสัตว์เลี้ยงข้างกายของเขาเช่นนางจะชื่นชอบชื่อเช่นนี้ได้อย่างไรกัน

นางยังคงไม่สนใจเขา มุ่งหน้าเดินไปยังเบาะนอนของนางด้วยขาสั้นๆ นางในยามนี้ยังคงเป็นแค่ลูกสุนัขที่ยังไม่โตเต็มวัย นางจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปสู้กับเขากัน หลังจากนางกินอิ่มนางย่อมต้องพักเอาแรง เช่นนี้คือว่าฉลาดที่สุดแล้ว นางแอบคิดในใจว่ารอให้นางเติบโตก่อนเถิด นางจะไล่งับเจ้าทาสให้จมเขี้ยวเลยคอยดู

"เจ้านี่มันขี้เกียจเกินไปแล้วนะ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ เจ้าจะต้องออกไปวิ่งกับเปิ่นหวางแล้ว" นางทำหูลู่หางตกนอนแนบไปกับเบาะนอน ยังไม่พอแค่นั้น นางยังนอนหงายท้องกางขาบ่งบอกว่านางในยามนี้มิต้องการให้ผู้ใดมารบกวน นางต้องการพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายของนางได้เติบโตเป็นสุนัขที่แข็งแกร่งในวันข้างหน้า

"หาว" ดวงตากลมโตของนางเริ่มปรือลง หนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน นี่คือสัจธรรมของชีวิต เขาโตขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกหรือ

"ลุกขึ้นมาได้แล้วเปิ่นหวางจะนับถึงสาม" ต่อให้เจ้านับถึงสิบ หรือถึงร้อย ข้าก็ไม่ลุกไปจากเบาะนอนแสนอบอุ่นของข้าหรอก เป็นแค่ทาสมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งนาง

"ฮื่อ" นางยกขาหน้าด้วยอุ้งเท้าแสนปุกปุยขึ้นมาทาบทับใบหูเพื่อป้องกันเสียงไม่น่าฟังเล็ดลอดเข้ามารบกวนได้ นางยังเป็นลูกสุนัขอยู่นะ ร่างกายของนางต้องการพักผ่อน การที่นางนอนเยอะๆ มันจะทำให้ขนของนางงดงามกว่าสุนัขตัวอื่น ๆ แล้วอุ้งเท้าป้อมๆ ของนาง หากออกไปวิ่งเล่นด้านนอกมันก็จะด้าน หากอุ้งเท้าน่ารักของนางด้านขึ้นมาแล้วใครจะรับผิดชอบกันเล่า อีกอย่างอาหารที่นางกินเข้าไป ร่างกายของนางต้องใช้เวลาในการย่อย การนอนกลางวันจึงถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

"ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ ก่อนที่เปิ่นหวางจะลงไม้ลงมือกับเจ้า" ฝันไปเถอะ นางยังคงไม่สนใจเจ้าทาสที่กำลังพยายามข่มขู่นางอย่างไม่ละความพยายาม

"คร่อก ฟรี้" นางทำเสียงกรนเบาๆ ให้คนตรงหน้าเลิกพยายามเสีย ตอนนี้ดวงจิตของนางล่องลอย ใกล้จะเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันเต็มทีแล้ว

"ได้ในเมื่อเจ้าไม่ยอมทำตามที่เปิ่นหวางสั่งดีดี เปิ่นหวางคงต้องใช้กำลัง" อุ้งเท้าน้อย ๆ ของนางออกแรงกดลงที่ใบหูปกคลุมไปด้วยเส้นขนงดงาม นางในยามนี้ไม่ต้องการได้ยินเสียงรบกวนใดใดทิ้งสิ้น

"หมับ" นางแอบหรี่ตามองว่าองค์ชายตรงหน้าจะใช้กำลังเยี่ยงใดกับนาง เมื่อเห็นเขานั่งลงคุกเข่าอยู่ตรงหน้านางแล้ว ทำให้นางอดที่จะยิ้มเอ็นดูออกมามิได้ นางแอบหันหน้าไปหัวเราะโดยมิให้เขาจับได้

"ถังหูลู่ได้โปรดลุกขึ้นมาเถิดนะ เปิ่นหวางขอร้อง" ท่าทางแอบมองซ้ายมองขวา ราวกับกลัวว่าจะมีผู้ใดมาพบเห็นการกระทำของเขาช่างน่าขันเกินไปแล้ว นางยังคงแกล้งทำเป็นไม่สนใจเขาอยู่ แม้นในใจตอนนี้จะมีความสุขมากก็ตามที นางจะให้เขารู้มิได้ว่านางแอบขำเขาอยู่

"ถังหูลู่หากเจ้ายอมออกไปวิ่งกับเปิ่นหวาง เปิ่นหวางสัญญาว่าจะเพิ่มอาหารว่างให้เจ้าอีกหนึ่งมื้อเลย" ใบหูของนางเริ่มกระดิกเมื่อได้ยินเรื่องของกิน แต่ไม่ได้ นางจะละทิ้งความตั้งใจเพราะของกินไม่ได้เด็ดขาด

"หากเปิ่นหวางเพิ่มมื้ออาหารว่างให้เจ้าแล้ว เจ้ายังมิพอใจ เช่นนั้นเปิ่นหวางจะให้นางกำนัลเข้ามานวดผ่อนคลายให้เจ้าทุกวันด้วย เจ้าจะยอมใจอ่อนไปกับเปิ่นหวางหรือไม่" นางของนางกระดิกอย่างไม่ทันได้คิด และนั่นมันทำให้องค์ชายตรงหน้าจับได้

"เช่นนั้นออกไปวิ่งข้างนอกกับเปิ่นหวางได้แล้ว" โธ่ เจ้าหางบ้านี่ เหตุใดถึงได้กระดิกไปเองกันเล่า นางทำท่าทางขัดใจ ก่อนจะลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจหนึ่งที ยืนตรงในท่วงท่าที่สง่างามที่สุด

"บ๊อก" ยังไม่รู้อีกว่าต้องทำเช่นไร นางถึงจะยอมไปด้วย

"พวกเจ้ายังไม่รีบเอาอาภรณ์ตัวที่งดงามที่สุดมาเปลี่ยนให้ถังหูลู่ของเปิ่นหวางประเดี๋ยวนี้ นี่เปิ่นหวางสั่งให้ห้องตัดเย็บมาให้เจ้าใหม่เลยนะ" นางกระดิกหางยอมไปกับเขา ก็ได้ในเมื่อวันนี้เขาทำดี นางจะยอมออกไปเล่นเป็นเพื่อนเขาก็ย่อมได้ นางมิได้แพ้วาจาหวานหูของเขาแต่อย่างใด คำว่าถังหูลู่ของเปิ่นหวาง หาได้มีผลอันใดกับหัวใจน้อย ๆ ของนางสักนิด ไม่เลย