< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

มายาพราน

เอลยา
5.0
<
>
บทที่ 1 สวยและแกร่ง

ร่างเพรียวสูงโปร่งระหงในชุดสูทกางเกงสีเทาเก๋ก้าวฉับๆ อย่างเชื่อมั่นขึ้นบันไดหินอ่อนสู่เทอเรสกว้างของบ้านตึกสองชั้นหลังใหญ่ ใบหน้ารูปไข่ประกอบด้วยคิ้วเข้มเรียว ดวงตาสีน้ำตาลยาวรีมีแว่นกันแดดบดบังประกายขุ่นไม่พอใจเอาไว้ จมูกโด่งเป็นสันคมสวย ริมฝีปากอิ่มสีเรื่อเหยียดตรงเม้มสนิท บ่งบอกอารมณ์ไม่ปรารถนาจะยิ้มให้ใครง่ายๆ ในเวลานี้

"นายทำแบบนี้ใช้ไม่ได้นะมาร์ช จะมากไปหน่อยแล้ว เราไม่ใช่คนที่เสียเวลาคิดถ้าหากจะตัดเพื่อนสักคนหนึ่งออกจากชีวิต!"

น้ำเสียงเข้มฉุนเอ่ยขึ้นเมื่อพบกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง สวมเพียงเสื้อคลุมขนนุ่มสีน้ำเงิน ผมสีทรายประกายทองตัดสั้นรับกับใบหน้าหล่อโหนกแก้มสูง ดวงตาคู่สีฟ้าเข้ม ริมฝีปากบางหยักยิ้มเก๋อย่างรู้เสน่ห์ของตัวเอง เขายืนรอรับหน้าอย่างสบายๆ ไม่สะทกสะท้านกับใบหน้าบึ้งตึงพร้อมเอาเรื่องของแขกผู้เยือนแต่เช้า

ชายหนุ่มอ้าแขนรับร่างเพรียวที่เดินก้าวเข้ามาหา เธอผลักไหล่เขาอย่างโกรธๆ ทำให้มาร์ชหัวเราะขำ เขาตวัดแขนโอบไหล่บาง จูบแก้มเป็นการทักทายตามธรรมเนียม

มาร์ช มาร์โค มุติยากร วัย 26 ปี หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แม่เป็นชาวอังกฤษพ่อเป็นคนไทย เป็นนายแบบฮ็อต และมีบริษัทส่วนตัวเป็นเอเยนต์หานางแบบโฆษณาให้กับแบรนด์สินค้าต่างๆ เขายิ้มกว้างที่ได้เห็นหน้าคนที่เขาอยากเห็นตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา

"ใจเย็นน่าพีม... เรื่องนี้เราคุยกันได้เบบี้ กาแฟสักถ้วยก่อนแล้วค่อยคุยกัน มาเถอะ... กำลังหาเพื่อนกินกาแฟอยู่พอดี"

สุ้มเสียงอารมณ์ดีและพร้อมประนีประนอมเอาใจเอ่ยขึ้น ทำให้คนมาเยือนส่ายหน้าด้วยทีท่าขุ่นใจ ยอมให้เจ้าของบ้านโอบไหล่พาเดินเข้าไปภายใน บ้านหลังนี้เป็นบ้านส่วนตัวของมาร์ช ตั้งอยู่ย่านหรูหราของคนรวยในวงการบันเทิงแห่งมหานครนางฟ้าลอสแองเจิลลิส

พีรดาหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มราคาแพง ร่างสูงเพรียวลักษณะสำอางของเจ้าของบ้านเดินไปยังโต๊ะริมผนัง ยกหูโทรศัพท์ขึ้นสั่งไปยังห้องครัว

"กาแฟ... ด่วนที่สุด"

เสียงสั่งสั้นๆ แล้ววางหู พีรดานั่งกอดอกมองนิ่งๆ ใบหน้าหล่อยิ้มกริ่มให้ ดวงตาสีฟ้ารื่นรมณ์แกล้งทำปริบปรอย พีรดาค้อนคว่ำให้ทีหนึ่ง

"ไม่ต้องมาทำตาปรอยกับเรา นายทำเกินคำขอร้องของเรานะมาร์ช เราไม่อยู่แค่อาทิตย์เดียว นายก็ทำเรื่องจนได้"

พีรดา พอลสัน วัย 24 ปี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกันเอ่ยต่อว่าเพื่อนชายคนสนิท เหตุที่สนิทกันก็เพราะเป็นลูกผสมมีสายเลือดไทยครึ่งหนึ่งเหมือนกัน เป็นผู้คลุกคลีอยู่ในวงการเดียวกัน แม้ว่าเขาจะแก่กว่าเธอสองปีแต่ก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันตามสังคมตะวันตก

"ทำเรื่องดีน่า รู้ไหมแค่กินข้าวมื้อเดียว แต่จะสร้างโอกาสดีๆ ให้แพทได้ตั้งมากมาย มันไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกพีม"

มาร์ชกล่าว เดินมานั่งข้างพีรดา ไล้มือไปบนแก้มนวล หญิงสาวปัดทันทีอย่างไม่ชอบใจ

"นายก็พูดได้สิ ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนี่ ถ้าหากยัยแพทเป็นอะไรไปเราจะไม่ให้อภัยนายเลยคอยดูสิ! เขาให้นายเท่าไหร่ล่ะค่าหักหลังเพื่อนน่ะฮึ!"

"ฟังพูดเข้า... เราไม่ได้หักหลังพีมเลยสักนิด แค่รับนัดให้แพทไปทานข้าวมื้อเดียวกับเฟรย์ มันจะเป็นไรไป เขาไม่ใช่ฆาตกรซะหน่อย ก็เห็นไม่ใช่เหรอว่านายคนนี้เขาเกรียวกราวแค่ไหนในวงสังคม เขากว้างขวางมากนะ เข้าถึงแทบทุกวงการ ถ้าหากแพทมีโอกาสได้รู้จักก็จะเป็นประโยชน์แก่ตัวแพทเอง เราทำไปด้วยความหวังดีแท้ๆ"

มาร์ชเอ่ย พีรดาทำเสียงเหอะในลำคออย่างไม่พอใจ

"แล้วจำเป็นอะไรที่เราต้องไปพึ่งนายคนนั้นด้วย! เขาเป็นพวกเจ้าพ่อมาเฟียอะไรนั่นนายก็รู้ดีนี่ เราไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับวงการสีเทาพวกนั้น ทุกวันนี้แพทมีชื่อเสียงเพราะความสามารถของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องอาศัยใครเป็นบันไดให้ปีนป่ายขึ้นไปสู่เป้าหมายหรอกมาร์ช แพทมีความสามารถของเขา และพีมเองก็พยายามทำดีที่สุดเพื่อน้อง"

"เรารู้ดีในข้อนี้ พีมรักและห่วงน้องมาก แต่ตัวพีมเองล่ะ ไม่คิดถึงตัวเองบ้างหรือ พีมไม่ยอมมีชีวิตของตัวเอง มัวแต่ดูแลน้อง แล้วเคยถามตัวเองบ้างไหมว่าพีมต้องการอะไร ชีวิตแบบไหนที่พีมเคยใฝ่ฝันอยากมีอยากเป็น เวลานี้พีมกำลังทำตามความฝันของแพท... มันเป็นความฝันของแพทล้วนๆ ... แล้วความฝันของพีมล่ะ"

มาร์ชเอ่ยถามน้ำเสียงจริงจังกว่าปกติ ทำให้พีรดานิ่งอั้นไปชั่วครู่กับคำถามที่เธอหยุดถามตัวเองไปนานแล้ว ตั้งแต่บิดามารดาเสียชีวิต... ความฝันของเธอไม่สำคัญอะไรนักหรอกในเวลานี้ ความฝันที่จะอยู่ในชนบทต่างจังหวัดใกล้ทะเลที่เมืองไทย มีบ้านหลังเล็กอยู่อย่างสงบเรียบง่าย... ความฝันเล็กๆ แค่นั้นเองสำหรับพีรดา

เธอกับพัทรีราเป็นลูกครึ่ง มีพ่อเป็นอเมริกันและแม่เป็นคนไทย มารดาเป็นผู้มีอันจะกิน ฐานะร่ำรวยเป็นผู้ดีมีเชื้อสายที่ถูกส่งมาเรียนอเมริกา มาพบกับบิดาของพีรดาซึ่งเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์เล็กๆ ทั้งสองเกิดรักกันตั้งแต่แรกพบ ไม่นานก็แต่งงานกัน ตั้งรกรากอยู่ที่แอลเอซึ่งเป็นบ้านของพ่อ

เมื่อสามปีที่แล้วบิดาและมารดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ทำให้พีรดากับพัทรีราต้องเป็นกำพร้า แต่โชคดีที่มีบ้านส่วนตัวอยู่ พีรดาได้ขายธุรกิจสำนักพิมพ์ที่บิดาครอบครองหลังจากได้คิดตรึกตรองอยู่ระยะหนึ่ง เธอไม่ต้องการรับภาระงานอันหนักอึ้งในวัยแค่ยี่สิบต้นๆ ทนายและเพื่อนสนิทของบิดาจึงแนะนำให้ขายดีกว่า ซึ่งเธอก็ได้ทำตามคำแนะนำนั้น ได้เงินมาจำนวนหนึ่งก็ได้นำไปลงทุนซื้อหุ้นและพันธบัตรรวมทั้งฝากกินดอกเบี้ยระยะยาว

พัทรีรา น้องสาวของพีรดานั้นได้เข้าสู่วงการนางแบบอย่างเต็มตัวหลังจากที่เริ่มรับงานเล่นๆ มาตั้งแต่อายุสิบหกปี และพีรดาก็เป็นห่วงไม่ไว้ใจให้ใครมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของน้องสาว เธอจึงตัดสินใจรับเป็นผู้ดูแลพัทรีราเสียเอง เวลานี้พัทรีราอยู่ในวงการมาได้สี่ปีแล้ว มีชื่อเสียงและกำลังฮ็อตมากจากงานโฆษณาน้ำหอมแบรนด์หนึ่งที่มีดาราฮอลลีวูดเป็นเจ้าของ

พัทรีรานั้นเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาสะสวยเด่นสะดุดตามากด้วยเลือดผสมตะวันออกกับตะวันตกที่ดึงเอาแต่ส่วนดีของพ่อและแม่มารวมกันได้อย่างลงตัวสมบูรณ์แบบ ผิวขาวอมชมพูไร้ที่ติ รูปร่างสูงระหงได้สัดส่วนขนาดประกวดนางงามจักรวาลได้เลยทีเดียว มีหลายคนชมว่าพัทรีราสวยกว่านางงามจักรวาลหลายคนรวมกันเสียอีก เคยมีพวกแมวมองมาทาบทามให้ขึ้นประกวดนามงาม แต่พีรดาไม่อนุญาตและพัทรีราก็ไม่ได้สนใจด้านนั้นด้วย พัทรีราสนใจเรื่องแฟชั่นและเสื้อผ้าจึงชอบงานเดินแบบและถ่ายแบบอย่างที่ทำอยู่

"ความฝันของพีมไม่มีอะไรหรอก เราเป็นคนชอบอยู่กับความจริงไม่ใช่ความฝัน พีมทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้แพทแบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว เราสองพี่น้องได้อยู่ด้วยกัน มีความสุขกันตามประสา แพทเขาต้องการพีม เพราะสังคมทุกวันนี้มันมีแต่พวกเสือสิงห์กระทิงแรด! ไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้น"

"เราถึงคิดว่าแพทควรมีใครสักคนที่เข้มแข็งและเป็นผู้นำคอยปกป้องเขาแทนพีม พีมกับแพทเป็นผู้หญิงทั้งคู่ อายุก็ยังน้อย มีโอกาสที่จะพลาดถูกคนหลอกได้ เราเป็นห่วง"

"อ้อ...เป็นห่วงมากจนถึงกับคิดว่าพวกนักเลงมาเฟียน่ะเหมาะกับแพทสินะ!" พีรดาทำเสียงประชดใส่มาร์ช

"ปัดโธ่...อย่าเพิ่งโมโหสิ เราก็แค่อยากให้แพทเขาได้มีโอกาสรู้จักผู้คนให้กว้างขวางขึ้นก็เท่านั้นเอง ถ้าหากแพทเขาพบใครที่ถูกใจและเหมาะสม พีมก็จะได้พ้นภาระไง"

มาร์ชต้องการหาทางให้พีรดามีอิสระและได้มีโอกาสใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง

"พีมไม่ได้คิดว่าการดูแลน้องเป็นภาระอะไรนะมาร์ช นายเจ้ากี้เจ้าการไปหน่อยแล้ว เราเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่ต้องมาคิดแทนพีมหรอก! เราไปเมืองไทยแค่อาทิตย์เดียว นายก็ทำเรื่องให้เราต้องเดือดร้อนและปวดหัวซะแบบนี้ เกลียดนัก!"

พีรดาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน มาร์ชมองใบหน้าเรียวรูปไข่ที่รวบผมมัดสูงกลางศีรษะ แก้มแดงปลั่งเป็นสีเรื่อเพราะโมโหเขา เธอไม่นิยมแต่งหน้านอกจากผัดแป้งเพียงเบาบางเท่านั้น เครื่องหน้าทุกชิ้นงดงามตามธรรมชาติ ใครๆ อาจจะคิดว่าพัทรีราสวยเด่นสะดุดตา แต่สำหรับมาร์ชแล้ว เขาคิดว่าพีรดาสวยงามสง่าและน่ามองกว่า บุคลิกเชื่อมั่นเป็นผู้ใหญ่และมีความคิดฉลาดหลักแหลมในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เขาดีใจที่ยังไม่มีใครมองพีรดาอย่างที่เขามองและเห็นเหมือนอย่างที่เขาเห็น เพราะทุกคนที่ได้พบสองสาวพี่น้องนี้ก็มักจะสะดุดตากับความงามโดดเด่นของพัทรีราและหยุดอยู่แค่นั้น ไม่มองเลยไปยังบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลัง คอยเป็นแบ็คอัปให้น้องสาว... โชคดีไป มาร์ชคิดแล้วก็ยิ้มไม่ถือโกรธกับคนแว้ดๆ ใส่เขา

"เกลียดได้ก็เกลียดไปสิ... แต่เรารักตัว... กาแฟมาพอดี อย่าเพิ่งโมโหมากไปเดี๋ยวลมขึ้นจุกอก ดื่มกาแฟซะก่อน รู้ไหมว่าคิดถึงแค่ไหน ไปแค่เจ็ดวันแต่เราคิดว่าตัวไปเจ็ดปีเชียวนะ คิดถึงมากๆ"

มาร์ชเอ่ยอย่างออดอ้อนเอาใจ ใช้ภาษาไทยอย่างคล่องปากเวลาอยู่ด้วยกัน สาวใช้วางถาดกาแฟเสร็จก็รีบออกไป พีรดาค้อนให้คนเป็นเพื่อน

"ย่ะ! คิดถึงมาก แล้วนอนกับใครล่ะเมื่อคืนนี้"

พีรดาเอ่ยถามอย่างรู้ทัน มองดูสภาพที่ใส่เสื้อคลุมตัวเดียวของเขาก็พอจะรู้ มาร์ชเป็นหนุ่มรูปงามเจ้าเสน่ห์ คารมของเขาไม่เป็นสองรองใคร และมีเพื่อนนอนไม่ซ้ำหน้า ซึ่งพีรดาก็ไม่แปลกใจอะไร เพราะอยู่วงการบันเทิงที่เห็นเรื่องพวกนี้เป็นประจำจนชินชาแล้ว

"แนนซี่ เอ๊ะ... หรือแมนดี้...ชักไม่แน่ใจ...จำชื่อไม่ได้ เจอกันที่ปาร์ตี้เมื่อคืนนี้"

เขาตอบอย่างง่ายๆ ไม่แยแสจะปกปิด เขาไม่มีอะไรปิดบังพีรดาอยู่แล้ว มือเรียวสวยอย่างไม่เคยจับงานหนักปรุงกาแฟให้พีรดาอย่างเอาใจ หญิงสาวได้ฟังแล้วก็ถอนหายใจแรงออกมา

"นิสัยมักง่ายยังงี้ ระวังเถอะจะติดโรคเข้าสักวัน!"

"ไม่ต้องแช่งน่า... ไม่มีใครโง่ไม่ป้องกันหรอกเบบี้... แต่เราไม่เคยจริงจังกับใคร... เรารอผู้หญิงอยู่คนเดียวเท่านั้นตอนนี้"

เขาพูดแล้วหันมาทำตาเจ้าชู้ให้ พีรดาส่ายหน้าระอา เพราะรู้ว่ามาร์ชชอบพูดจาเกี้ยวพาราสีไปอย่างนั้นเอง เขาเป็นอย่างนี้กับผู้หญิงสาวสวยทุกคน

"ไม่มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหนเขาชอบผู้ชายสำส่อนหรอกจะบอกให้ แล้วก็ไม่ต้องมาเบี่ยงเบนประเด็น... นายไปรับปากตกลงกับพวกมาเฟียอะไรนั่น เราขอสั่งให้โทรไปแคนเซิลโดยเร็วที่สุด บอกว่าแพทไปไม่ได้ ติดธุระ!" พีรดาสั่ง หญิงสาวยกกาแฟขึ้นจิบ

"เราไม่ได้ติดต่อกับเฟรย์ ฟอกซ์โดยตรงหรอก นายคนนั้นเขาไม่เคยติดต่อคนแปลกหน้าโดยตรง มีคนรองมือรองตีนในทุกหน้าที่ เรื่องนัดกับผู้หญิงนี่ก็เป็นหน้าที่ของผู้ช่วยคนหนึ่งของเขา ชื่อ...โดมินิค"

"อ้อ...ที่แท้ก็เพื่อนนายนี่เอง"

พีรดาดักคอ เพราะทราบว่ามาร์ชมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อโดมินิค เป็นบอดีการ์ดของพวกมาเฟีย ซึ่งพีรดาไม่เคยให้ความสนใจในเรื่องรายละเอียดว่าเป็นมาเฟียแก๊งไหน มาร์ชยิ้มเฝื่อนนิดหนึ่งเมื่อเห็นว่าเธอรู้ทัน

"พวกนี้ไม่ใช่มาเฟียหรอกน่า แค่นักธุรกิจที่มีอิทธิพล..." มาร์ชกล่าวแก้ความเข้าใจ

"นักธุรกิจสีเทา... มันก็มาเฟียนั่นแหละ ไม่พอใจอะไรก็ยกพวกตีกัน" พีรดาเอ่ยอย่างที่เคยได้ยินมา

"แล้วแต่พีมจะเข้าใจ เราขี้เกียจเถียง... ไอ้โดมมันติดต่อมา เราก็ถามแพทแล้ว เขาก็ยอมรับนัดเอง เท่าที่รู้ นายเฟรย์อะไรนี่ก็โคตรหยิ่งเหมือนกันนะ ไม่ใช่ว่าจะยอมนัดกินข้าวกับใครง่ายๆ นะพีม... ต้องเป็นคนที่เข้าตาจริงๆ เท่านั้น แต่มีข้อหนึ่งที่เป็นความลับที่เจ้าโดมินิคกระซิบบอกเรามาว่า... เฟรย์กำลังมองหาผู้หญิงดีๆ สักคน เพราะพ่อกับแม่กำลังบังคับจะให้แต่งงาน โดมินิคมันเป็นคนสนิทคอยหาผู้หญิงให้ไง ก็เห็นว่าแพทมีคุณสมบัติที่น่าจะโดนใจเจ้านายของมัน เลยนัดทานข้าวไง ไม่ได้นัดไปทำอย่างอื่นเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ อย่างที่พีมกลัวหรอก มาร์ชไม่ทำอย่างนั้นกับแพทแน่ ก็รักและห่วงเขาเหมือนกันนะ"

มาร์ชอธิบาย พีรดาฟังเสร็จก็ทำตาขวาง

"อ้อ...ห่วงมาก! นายเลยถือสิทธิ์ประเคนน้องสาวเราใส่ถาดส่งไปให้ไอ้เจ้าพ่อมาเฟียอะไรนั่นพิจารณางั้นเหรอ... คิดได้ยังไงฮึมาร์ช! เอาสมองส่วนไหนคิด! แล้วยัยแพทก็ยังเด็ก แกรับนัดไปก็เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์"

"พีมก็เห็นว่าน้องเป็นเด็กอยู่เรื่อย เขาอายุยี่สิบก็จริง แต่เขาอยู่ในวงการนี้มาตั้งแต่สิบหก ได้รู้ได้เห็นอะไรมาก็มาก เขาไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนอย่างที่พีมคิดหรอกน่า เขาคงเคยได้ยินหรือได้เห็นเฟรย์เหมือนกันแหละ เพราะตอนที่ผมบอกเขาเรื่องนี้ก็เห็นเขาทำท่าตื่นเต้นดีใจอย่างกับอะไรดี"

มาร์ชเอ่ย พีรดาเม้มริมฝีปากอย่างขัดเคืองใจที่เธอไว้วางใจให้มาร์ชดูแลพัทรีราให้ ก็เพราะเธอรู้จักนิสัยของน้องสาวดีน่ะสิว่าพัทรีราก็เป็นเหมือนวัยรุ่นสาวน้อยทั่วไปที่ชอบปลื้มพวกดาราหรือพวกหนุ่มดังๆ ทั้งหลาย แค่ไม่แสดงออกต่อสาธารณะเท่านั้นเอง แต่เวลาอยู่ด้วยกันที่บ้านสองคนพี่น้อง พัทรีราก็จะเปิดเปลือยความรู้สึกว่ากำลังปลื้มใครอยู่บ้าง ซึ่งก็มีอยู่หลายวงการทั้งชายหนุ่มที่เข้าท่าและพวกไม่เข้าท่า

พัทรีราเห็นรูป เฟรย์ ฟอกซิโม ในหน้าเว็บไซต์ข่าวก็อตซิปพวกไฮโซก็ปลื้มว่าหล่อสุดโต่ง และฮ็อตสุดขั้ว แล้วนี่กำลังได้รับเชิญให้ไปดินเนอร์หรูด้วย ในร้านอาหารที่พวกไฮโซและดารานิยมไปกัน ต้องจองโต๊ะกันข้ามเดือนถึงจะได้ที่นั่ง!

พีรดาคิดแล้วก็กลุ้มใจเหลือเกิน อายุยี่สิบสี่ปีแต่เธอรู้สึกเหมือนตัวเองอายุสี่สิบกับภาระผู้ปกครองของนางแบบสาวสุดฮ็อตที่ยังอ่อนเดียงสา รู้ไม่เท่าทันจิ้งจอกสังคมที่จ้องจะเขมือบอยู่

"ไม่รู้ล่ะ! นายต้องจัดการแก้ปัญหานี้ให้เรา เพราะนายเป็นคนแส่ไปรับปากพวกนั้นเองนี่ จะบอกยังไงก็บอกไปตามใจเราไม่แคร์ แต่ให้ผลสรุปว่าแพทไปไม่ได้ก็แล้วกัน!"

"เอาล่ะ...จะติดต่อเจ้าโดม พีมอย่าโกรธเรานะ..." เขาเอ่ยเสียงอ่อน พีรดาตวัดสายตามองใบหน้าหล่อของมาร์ช

"นัดวันมะรืนใช่ไหม... พรุ่งนี้ก็ให้ได้คำตอบนะ ถ้านายแคนเซิลได้ เราก็จะไม่โกรธ จะยกโทษให้"

พีรดาเอ่ย ยกกาแฟขึ้นดื่มจนหมดแล้วลุกขึ้นยืน มาร์ชรีบลุกตาม

"เดี๋ยวสิ จะกลับแล้วเหรอ"

"ฮื่อ! มีธุระต่อ มาถึงก็ไม่ได้พักเลยนี่"

"ก็ทำไมไม่พักก่อน นอนเล่นที่บ้านเราก็ได้ วันนี้ว่าง จะอยู่เป็นเพื่อน"

มาร์ชเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเอื้ออาทร รู้สึกสงสารคนที่ทำงานหนักเพื่อน้องสาวจับใจ เธอบินไปเมืองไทยเรื่องการซื้อสวนหรือที่ดินต่างจังหวัดที่ไหนสักแห่ง เห็นว่าเป็นที่สวยเลยอยากซื้อเก็บไว้เผื่ออนาคตอาจจะได้กลับไปอยู่เมืองไทย

"ขอบคุณที่เป็นห่วง...พีมไม่เป็นไรหรอก พรุ่งนี้โทรบอกด้วยนะ"

เธอเอ่ยเสียงอ่อนลง เพราะรู้ว่าเขาหวังดีและเป็นห่วงจากใจจริง

"โทรคืนนี้ได้ไหม อยากคุยด้วย"

"ไม่ต้องมาทำปากหวานหรอก เอาเวลาไปเดตสาวเหอะ อย่าเสียเวลากับเราเลย... ไปละนะ... บาย"

พีรดากล่าวตัดบท เดินออกจากห้อง มาร์ชก้าวตามไปถึงประตู คว้าแขนพีรดาเอาไว้ หญิงสาวหันมาเลิกคิ้วมองเป็นเชิงว่าต้องการอะไรอีก

"มาร์ชขา... ตื่นแล้วทำไมไม่ยอมปลุกมินดี้ด้วยคะ" เสียงดังมาจากบันได ทำให้พีรดาหัวเราะออกมา

"อ้อ...มินดี้... ไม่ใช่แนนซี่และก็ไม่ใช่แมนดี้... ระวังเอดส์ขึ้นสมองนะมาร์ช ความจำของนายชักจะแย่เข้าไปทุกที"

พีรดาเอ่ยแล้วก็ยิ้มขำคนกะล่อน แกะมือเขาออกจากแขนแล้วเดินลงบันไดไป ปล่อยให้มาร์ชมองตามตาปรอย