ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 13 ประกาศ

คำค้น : ทิน , พี่ลม , พัน , พี่ฟ้าคราม , เคน , โยธิน , น้องแทน , พี่ผิง , นิยาย yaoi , นิยายวาย , นิยายดราม่า , นิยาย y

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2561 21:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
13 ประกาศ
แบบอักษร

​13 ประกาศ

     “พัน ลุกดิวะ คนอื่นเขาออกกันหมดแล้วเนี่ย” ผมสะกิดไอ้เพื่อนสนิทที่มันยังนั่งนิ่งยังไม่เก็บของเขากระเป๋า

     คลาสสุดท้ายวันนี้ของพวกเราเลิกเร็วกว่าที่คิดครับ เห็นอาจารย์บอกว่ามีธุระ แต่พอสอนวิธีคิดหลักการไปหน่อยก็สั่งงานให้ซะอย่างกับว่าอาจารย์จะกลับมาสอนอีกทีสามเดือนหน้ายังไงอย่างนั้น

     “อือออ เดี๋ยวค่อยไปก็ได้” ดูมัน ดูมันนอนเลื้อยกับเก้าอี้พับ

     “อะไรของมึงเนี่ย ปกติเลิกเรียนมึงจะรีบออกจากห้องเลยนี่หว่า” ผมยืนบ่นพลางท้าวเอวข้างนึง ปกติเลิกเรียนแล้วมันจะดิ่งออกจากห้องคนแรกเลยด้วยซ้ำ แล้ววันนี้มันเป็นอะไรของมัน

     “ก็... วันนี้กูขี้เกียจไปเร็วอ่ะ...” มันฟุบหน้าลงพูดเสียงอู้อี้ ขี้เกียจเนี่ยนะ?

     “เอ้า วันนี้พวกพี่ลมเลิกเร็วด้วย เดี๋ยวพี่มันก็บ่นอีกหรอก”

     “อือออ มึงจะรีบไปทำไมวะ...” ดูมัน เลื้อยอยู่ดีๆ แล้วก็สะดุ้งขึ้น “หรือว่ามึงจะรีบไปหาใครน้าาา”

     “บ้านมึงสิ รีบไปเร็ว” ผมเดินหนีออกจากห้องก่อน ไม่รอมันแล้ว มันชักช้า แถมยังชอบแซวผมอีกด้วย

     ช่วงนี้ไม่รู้มันนึกคึกอะไร เห็นหน้าผมทีไรแล้วมันชอบล้อผมถึงพี่ลมตลอดเลย ตอนอยู่กับพี่ลมมันก็แซวออกแขวะๆ ยังไงไม่รู้

     ‘นี่พี่กับไอ้ทินตัวจะติดไปไหมวะ แบ่งให้ผมได้เล่นกับมันบ้างก็ได้มั้ง’

     นั่นแหละ เป็นอย่างนี้มาเกือบเดือนละ ถ้าไม่เกรงใจร่างกายตัวเองนี่ผมกระโดดถีบขาคู่ไปละ

     “ที่จริง เราสองคนก็รู้จักพวกพี่วิศวะมาสองเดือนกว่าแล้วสินะ” ผมมอง ไอ้พันที่วิ่งตามมาอยู่ๆ ก็พูดเกริ่นอะไรออกมา...

     นั่นสิ... 2 เดือน เกือบจะ 3 เดือนได้ละมั้ง

     “แล้วมึงกับพี่ลมก็สนิทสนมกัน ‘มากกกกก’ ด้วย”

     ก็... สนิทกันมากเลยหรอ ก็เอ่อ... มั้ง ช่วงนี้ผมมักจะไปหาพี่ลมบ่อยขึ้น ไม่สิ ไปทุกวันนี่หว่า ไลน์ก็บ่อยกันมากขึ้นกว่าเดิม จะบอกว่าแทบหลังอาหารสามมื้อก็ออกจะเว่อร์ไป เอาเป็นว่าบ่อยขี้นกว่าเดิมอ่ะ

     จะบอกว่าพี่มันบังคับก็มีส่วนอยู่หรอก แต่อีกเหตุผลหลักของผมคือ ผมอยากคุยอยากไปเจอหน้าพี่มันมากกว่า...

     “ย้ายไปอยู่ด้วยกันเมื่อไรก็บอกกูด้วยนะ กูจะได้เตรียมใจอาศัยอยู่หอคนเดียว” ผมหันไปมองงงๆ มันทำหน้างอนใส่ผม?

     “อะไร? ใครจะย้าย?”

     “ก็มึงไง คบกับพี่ลมแล้วใช่ไหมล่ะ”

     หาาาา?

     “จะ จะบ้าหรอ ใครเขาคบกันที่ไหนล่ะ!” ผมไม่รู้มันไปเอาความคิดนี้มาจากไหน ถึงได้เล่นคิดเองเออแบบนี้

     “เอ... ไม่ได้คบ หรือกำลังดูใจกันอยู่?”

     “มะ ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละโว้ยยย!” พูดอะไรไม่เกรงใจความร้อนบนหน้ากูเลยโว้ยยยย

     “งั้นก็ต้องมีใครคิดซัมติงรองสักคนละวะ” มันยังเดามั่วไม่เลิก มันทำหน้าสงสัยกับความสัมพันธ์ของผมกับพี่ลม

     แต่ครั้งนี้ผมว่ามันเดาถูกไปส่วนหนึ่ง...

     “...อาจจะมีแค่กูก็ได้” ผมเม้มปาก เอ่ยเสียงเบาให้เบาที่สุด ทำเอาคนข้างๆ นิ่งไปพักนึง

     ผมรู้ตัวแล้วว่าผมคิดกับพี่ลมไม่เหมือนเดิม ไม่ได้คิดกับพี่มันแค่รุ่นพี่ที่เพิ่งรู้จักคนนึง หรืออาจจะรู้กัน แต่ก็ไม่คิดว่าเขาเป็นคนสำคัญอะไรขนาดนั้น จนเมื่อถูกบังคับให้มาหาเรื่อยๆ จนเมื่อความเอาแต่ใจของพี่ลมทำให้ผมต้องวนเวียนในชีวิตของเขามากขึ้น รวมไปถึงคำพูดและการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจมันส่งผลให้หัวใจของผมทำงานหนัก

     และสุดท้ายมันก็มาชัดเจนก็ตอนเมื่อกลับจากสวนสนุกนั่นแหละ...

     ฟึบ!

     สักพักนั่นแหละที่พันรู้สึกตัว มันลากผมผ่านหน้าห้องน้ำแล้วไปหยุดอยู่ที่ข้างหลังตึกวิศวะ ซึ่งจุดนี้มักจะไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมานัก

     “ทิน” มันเรียกผม สายตาดูจริงจังกว่าทุกครั้งยังไงอย่างนั้น “มึงชอบพี่ลมแล้วใช่ไหม”

     “...” ผมอายเกินกว่าจะพูดออกมา ทำได้เพียงพยักหน้าให้อีกคนรู้

     ผมไม่เคยคิดเลยว่าพันจะรับเรื่องนี้ได้ไหม มันจะเกลียดคนประเภทอย่างผมหรือเปล่า ผมก็ผู้ชาย พี่ลมก็ผู้ชาย ผมไปชอบผู้ชาย นี่มันโครตผิดธรรมชาติเลย

     “เอาจริงดิ”

     “...อืม” เอาจริงๆ ผมไม่กล้าเงยหน้ามองไอ้พันเลยว่ะ

     “เหี้ย มึงชอบไปได้ไงวะ คนแบบนั้น”

     “...มึงรับไม่ได้หรอวะ...”

     “เฮ้ย ป่าว! กูแค่ตกใจที่มึงไปชอบคนอย่างพี่ลมได้ พี่มันแม่งทั้งเอาแต่ใจ ทั้งขี้บังคับ แถมบางครั้งพี่มันก็ชอบอวดรวยอีก บางครั้งกูยังหมั่นไส้พี่มันเลย” ผมเหลือบไปเห็นมันท้าวเอวบ่น

     ก็จริงอย่างที่มันพูด พี่ลมทั้งเอาแต่ใจ ชอบบังคับ บางครั้งผมก็หมั่นไส้พี่มันเหมือนกันแหละ แต่ในบางมุมที่ดีของพี่ลม บางครั้งที่คอยช่วยเหลือ บางครั้งที่คอยปกป้อง บางครั้งที่เอาใจใส่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มันทำให้ข้อเสียที่กล่าวไปนั้นถูกบดบังไปหมด

     และผมก็คงไม่กล้าพูดข้อดีเล็กๆ น้อยๆ ให้เพื่อนตัวเองฟังด้วย...

     “แล้วมึงบอกพี่เขาไปยัง?” พันมันหันมาถามอีกครั้ง

     “หึ ไม่บอกอ่ะ”ผมส่ายหน้าทันที

     “อ้าว ทำไมวะ”

     “บ้าหรอ กูไม่กล้าบอกหรอก”

     จะให้ไปบอกพี่ลมว่าชอบ มีหวังคงโดนเกลียดแหงๆ ...

     “กูว่ามีโอกาสนะ ไม่ลองบอกไปวะ”

     “โอกาสอะไรวะ”

     “โอกาสที่มึงกับพี่ลมจะใจตรงกันไง”

     “ทำไมมึงคิดอย่างนั้นอ่ะ”

     "เอ้า ก็ดูพี่ลมดิ เดี๋ยวนี้พี่มันตัวติดมึงอย่างกับอะไร เรียกก็เรียกหามึงเป็นคนแรก จะไปไหนมาไหนก็เอาตัวมึงไปด้วย มีความเป็นไปได้ว่าพี่เขาต้องคิดอะไรกับมึงแน่ๆ”

     อ่า พอพันพูดแล้วก็เผลอเม้มปากแรงๆ ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเลย แต่ที่พันพูดมามันถูกทั้งหมด ขนาดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วพี่มันยังเรียกตัวผมให้ไปทำผัดมะกะโรนีที่คอนโดพี่มันเลย

     พูดถึงตอนนั้นก็รู้สึกดีชะมัด

     ‘มึงทำอาหารเก่งจริงๆ ว่ะ กูว่าต้องจ้างมึงมาเป็นพ่อครัวแล้วแหละ’

     ถึงผมจะขำกับความคิดพี่ลมไปหน่อยก็เถอะ แต่ในใจ ผมอยากจะบอกว่า ถ้าอยากให้ทำอีก ผมก็จะทำให้กินตลอดนั่นแหละ

     แต่ก็ได้แต่คิดในใจ

     “ไม่หรอกมั้ง...”

     “เฮ้อ เผื่ออาจจะใจตรงกันก็ได้”

     “ไม่เอา...”

     ผมยังไม่อยากโดนเกลียด

     “เฮ้อ แล้วแต่มึงละกัน กูจะเชียร์พวกมึงอยู่ห่างๆ” ไอ้พันมันตบไหล่ เหมือนปลอบผมยังไงอย่างนั้น “ไปกันดีกว่า เดี๋ยวมึงจะอกแตกตายซะก่อน”

     “ไอ้สัส”

     วันนี้โต๊ะประจำรุ่นพี่วิศวะนี่อยู่กันครบเลยแหะ ทั้งพี่ผิง พี่แฝด พี่เคน พี่ฟ้าคราม

     หืม... เหมือนจะหายไปคนนึง

     “พี่ลมไปไหนอ่ะ?” เป็นไอ้พันที่มาถึงก็ถามหาบุคคลที่หายไป

     “มันไปเข้าห้องน้ำ แต่ก็ไปนานแล้วเหมือนกันนะ” พี่ไบท์ตอบ ข้างๆ ก็เป็นพี่แบงค์ที่โบกมือยิ้มให้พวกผม

     ไปห้องน้ำหรอ เมื่อกี้ก็ผ่านนี่หว่า ไม่เห็นพี่มันเลย

     “จะถามถึงมันทำไมวะ” พี่ฟ้าถามเสียงหงุดหงิด แล้วดึงตัวไอ้พันให้นั่งข้างๆ แล้วก็นั่งกัดกันอยู่สองคน

     ผมล้มตัวลงนั่งคนเดียวบนเก้าอี้ เห็นข้างๆ พี่ผิงนั่งก้มหน้ากดโทรศัพท์เอาไม่เงยขึ้นมามองเลย

     “พวกมึง กูมีเรื่องจะบอก” อยู่ๆ พี่ฟ้าครามก็โพล่งขึ้นมา ทำเอาทั้งโต๊ะหันไปมองยกเว้นพี่ผิง

     “เฮ้ยพี่ จะบอกเลยหรอ? ไอ้พี่ลมยังไม่มาเลยนะ” มีแต่ไอ้พันนี่แหละที่ดูจะลนลานสุด ซึ่งผมก็งงมัน?

     “ช่างแม่ง มันไปตกส้วมตายห่าแล้วมั้ง” ว่าแล้วก็ชูมือทั้งจับกับมือพันไว้? “พวกมึง กูกับพันคบกัน”

     “...”

     “...”

     “หา!” มีพี่แบงค์คนเดียวที่ตกใจหนักสุด เพราะทั้งโต๊ะแทบจะใบ้แดกครับ

     ผมก็ดันไปคิดว่ามันจะรับผู้ชายกับผู้ชายได้ไหม แม่ง ดันตัดหน้ากูไปละ

     “...เชี่ย” ไอ้พันมันฟุบหน้า เหยด นั่นมันอายหรือเขินวะ

     “กูว่าแล้ว...” แต่เหมือนพี่เคนกับพี่ผิงไม่สะทกสะท้านเลยแหะ

     “พวกมึง... เป็นไปได้ไงวะ... แม่งกัดกันอย่างกับหมา แล้วพวกมึงจะมาแดกกันเองเนี่ยนะ?” พี่แบงค์ดูจะประสาทเสียสุดในเหตุการณ์นี้เลย

     “มึงไม่เห็นหรอวะ ช่วงนี้พวกมันแม่งแอบสร้างโลกส่วนตัวกัน แต่ไม่พ้นสายตากูหรอก หึหึ” พี่เคนมันเหยียดยิ้ม ทำผมเงิบหนักกว่าเดิม ทำไมผมไม่รู้อะไรเลย

     “เออ รู้แล้วพวกมึงก็ไม่ต้องมากวนตีนมันมากล่ะ”

     “ไอ้สัส ขี้หวงหรอวะมึงอ่ะ” เหมือนพี่แฝดรู้ใจเล่นรุมด่าพี่ฟ้าครามกันเผื่อสายตาหมั่นไส้ของทุกคนในกลุ่มให้  

     “มึงทำกูอึ้งเลยว่ะ” ผมบอกเพื่อนตัวดีที่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา

     เหยด หน้ามันแดงมากเลยเฮ้ย เห็นมือที่ยังจับกันแน่นแล้วเขินแทน

     “มึง... โอเคใช่ไหม” ไม่ใช่ผมที่ถามมันนะ มันถามผม

     “ห้ะ? โอเคดิ ทำไมกูจะไม่โอเควะ” ผมยิ้มขำๆ ฮะๆ ไหงมันมาถามอะไรเครียดๆ แบบนี้ล่ะ

     เพิ่งเห็นมันน่าเอ็นดูก็ตอนนี้นี่แหละว่ะ ไอ้เพื่อนรัก

     “ดูแลเพื่อนผมดีๆ นะพี่ อย่าทำให้มันเสียใจ” ผมมองพี่ฟ้าคราม ทั้งสายตาและคำพูดผมจริงจังมาก

     ผมไม่อยากให้มันร้องไห้เพราะเสียใจอีกเป็นครั้งที่สอง ถ้ามันเริ่มที่จะมีความรักครั้งใหม่ ผมก็อยากให้มันมีความสุขมากๆ ถ้าเป็นพี่ฟ้าคราม ผมคิดว่าคงจะทำได้

     “เออ กูจะดูแลมัน จะไม่ทำให้มันร้องไห้แน่นอน กูสัญญา” พี่มันว่า มองตาไอ้คนข้างๆ ที่คิดว่ากำลังจะระเบิดตัวในเร็วๆ นี้

     “เหี้ยยย มึงมาหวานอะไรกันแถวนี้ พวกมึงไม่ได้อยู่กันสองคนนะโว้ยยย”

     “เกรงใจพวกกูบ้างไอ้ห่า ฮ่าๆๆ”

     ทั้งโต๊ะแทบจะรวมกันโห่เพราะประโยคหวานๆ ของพี่ฟ้าคราม ทำเอาคนไม่มีใครหลายคนอิจฉาจนตาร้อน เจ้าตัวที่เขินหนักมากก็ทำได้แค่กระทุ้งศอกเข้าท้องรุ่นพี่ แล้วก่นคำด่าที่น่าจะแก้เขินซะมากกว่า

     ฮะๆ เห็นแบบนี้แล้วก็น่าดีใจแหะ

     นึกถึงอีกคนที่ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากได้ยินคำพูดประเภทนี้จากปากเขาเหมือนกัน คงจะรู้สึกดีมากแน่ๆ ...

     เออ ลืมไปเลย พี่มันยังไม่มาเลยแหะ

     ติ้ดๆ!

     “เฮ้ย ไอ้ลมมันกลับไปแล้วว่ะ มันบอกว่ามันมีธุระ” พี่เคนที่ดูข้อความจากโทรศัพท์พูดขึ้นให้ทุกคนบนโต๊ะได้ยิน

     “อ้าว แล้วหนังสือมันล่ะ?”

     “มันฝากให้กูเอาเก็บไว้ก่อน” พี่เคนทำหน้าหน่าย คงจะเซ็งละมั้ง หนังสือเล่มนึงก็หนามาก

     แล้วทั้งวันนี้ คนที่ไม่ได้รับข่าวใหม่ก็คือพี่ลมคนเดียว และผมก็ไม่ได้เจอพี่ลมเลยด้วย...

     แต่มันคงไม่ใช่แค่วันนี้แล้วแหละ...

     ผ่านไปสี่วันทั้งผมไปตึกวิศวะแล้วไม่เจอพี่ลม ถามพวกเพื่อนพี่ก็บอกว่าติดธุระแล้วกลับไปก่อนตลอด ทำให้สี่วันนี้เหมือนผมมาเสียเที่ยว

     ในแอพไลน์ผมก็เงียบ ปกติจะต้องมีข้อความที่ว่า ไม่บอกให้รีบมา หรือไม่ก็สั่งให้ผมไปไหนด้วยกันจากพี่ลมเลย ผมเอาแต่เลื่อนข้อความเก่าๆ ไปมา นอนเลื่อนเล่นรอเวลาเผื่อว่าพี่มันจะส่งข้อความอะไรมาบอกผม

     แต่ก็ไม่มี...

     “ไอ้ทิน” เสียงของรูมเมทเรียกผมหลังจากที่มันอาบน้ำเสร็จ

     “หือ?”

     “คือ... วันเสาร์หน้า กูจะไปค้างบ้านพี่ฟ้านะ”

     “...” ผมกะพริบปริบๆ “อ่าห้ะ โอเค”

     “มึงไม่โกรธใช่ไหมวะ”

     “ฮะๆ ไม่โกรธ กูก็แค่ดีใจที่จะได้นอนคนเดียว”

     “อ้าวไอ้นี่ ไม่น่าถามมึงเลย ชิ” มันงอนแล้วหนีไปนั่งตากผมหน้าพัดลม ผมเห็นแล้วก็ขำเบาๆ ที่ได้แกล้งมัน ก่อนจะเห็นกลับมาหน้าจอแล้วพิมพ์ข้อความ

     แต่ก็ไม่รู้จะพิมพ์อะไร... ส่งสติ้กเกอร์ไปแทนละ

     พอกดส่งไป ก็นอนลุ้นตัวเกร็ง มองหน้าจอรอคำว่า ‘อ่าน’ ขึ้นมา แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะอ่านเลย...

     ก่อนจะตัดใจปิดโทรศัพท์ คลุมผ้าห่มนอนจริงๆ

     ช่างมันเถอะ คงติดธุระละมั้ง...

     อยากจะคิดอย่างนั้น แต่...

     เล่นหายเงียบไปเกือบอาทิตย์เลยแหะ...

     “ไม่รู้ว่ะ เลิกคลาสมันก็ออกไปเลย” พี่เคนว่าให้ฟัง ช่วงนี้ผมก็ยังมาปกติ มาพร้อมกับไอ้พันนั่นแหละ มันมาหาแฟน

     “พี่ลมแม่งหายหัวไปไหนวะ” ไอ้พันมันสงสัย และมันก็โดนพี่ฟ้าครามมองตาเขม็ง “ป่าว แค่สงสัยเฉยๆ”

     ครั้งแรกเลยนะที่เห็นมันกลัวพี่ฟ้า ฮ่าๆๆ

     “เฮ้ยมึง!” เสียงพี่แบงค์ที่ทำหน้าตื่นวิ่งมาแต่ไกลจนผมสะดุ้ง “กูไปเห็นช็อตเด็ดมา”

     “อะไร?”

     “แฮ่ก เมื่อกี้เว้ย กูเห็นไอ้ลมมันกระหนุงหนิงอยู่กับสาว จับมือถือแขนกันด้วย”

     “อ้าวไอ้นี่ แม่งซุ่มเงียบนี่หว่า”

     “สวยไหมวะ” ทั้งพี่เคนพี่ฟ้าครามต่างดูตื่นเต้นกับข่าวใหม่ที่พี่แบงค์คาบมา มีแต่ไอ้พันนั่นแหละที่ไม่พูดอะไร และมันมองแต่ผม

     มันคงรู้ล่ะนะ

     ผมยิ้มให้มันนัยๆ ว่าผมไม่เป็นไร และก้มหน้ารับความเจ็บ เม้มปากให้กับความชาภายในใจ

     ผมจะยอมรับความรู้สึกทั้งหมด เพราะมันเป็นเพราะตัวผมที่คิดไปแอบชอบเขา เพียงข้างเดียว...

     เท่านี้ก็รู้แล้วว่าผมกับพี่ลมไม่ได้ใจตรงกัน มีแต่ผมนั้นที่คิดอยู่ฝ่ายเดียว...

     ใช่ว่าผมจะไม่มาตึกวิศวะอีกเพียงเพราะข่าวที่ว่านั่น ผมก็ยังมาปกติ ปกติเพราะไอ้พันมันมาหาแฟนของมันด้วย และวันนี้มันก็จะไปค้างบ้างพี่ฟ้าครามด้วย วันนี้ผมจะนอนคนเดียวแล้วสินะเฮ้อ

     “กูไปนะ”

     “อืม” ผมพยักหน้าให้ และมันก็เดินตามพี่ฟ้าไป

     “แล้วมึงจะไปไหนหรือเปล่า พอดีมีธุระต่อน่ะ” พี่เคนถามพลางมองนาฬิกาข้อมือ ทั้งโต๊ะเหลือแค่ผมกับพี่เคนนี่แหละครับ ต่างคนต่างแยกย้ายไปไหนต่อไหนหมดแล้ว

     “ผมว่าจะอยู่สักแปบแล้วค่อยไป”

     ได้ยินมาว่าพี่ลมยังไม่กลับ ยังอยู่คุยงานกับอาจารย์อยู่ เลยคิดว่าจะรอสักหน่อย...

     “รอไอ้ลมหรอ?” พี่เคนยิ้ม เหมือนแกล้งถามให้เม้มปากเล่น

     “อ่า... ฮะ”

     พี่เคนนี่ดูคนออกเก่งจริงๆ ...

     “งั้นกูไปก่อนนะ แล้วค่อยเจอกัน” ว่าแล้วสะพายกระเป๋า ผมได้แต่ยิ้มให้ แล้วก็นั่งถอนหายใจ

     อยู่คนเดียวซะแล้ว เมื่อไรพี่ลมจะมานะ...

     ผมนั่งรออยู่นาน ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ผมเล่นโทรศัพท์เปิดแอพนู่นแอพนี่ จะเล่น rov ฆ่าเวลาก็กลัวว่าจะนานไป เปิดโซเชี่ยลดูไทม์ไลน์ในเฟสบุ๊คไปมา ไอ้พันมันตั้งสถานะคบกับพี่ฟ้าครามแล้วนี่หว่า คนกดไลค์เป็นพันเลยแหะ

     ผ่านไปนานเกือบชั่วโมง ผมก็ยังคงนั่งรอพี่ลมไปเรื่อย คิดอยู่เหมือนกันว่าผมคงบ้าแหงๆ ที่มานั่งรออะไรแบบนี้ จะได้เจอกันหรือเปล่าก็ไม่รู้

     แต่ผมอยากลองรอ อยากเจอหน้าพี่ลม อยากคุยกับพี่มันสักหน่อย...

     ถึงจะรู้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไร แต่ผมก็พอใจถ้าแค่เพียงได้อยู่ใกล้ๆ เขา

     ผมว่าผมเริ่มเมื่อย ลุกจากโต๊ะหินแล้วยืนพิงรอใกล้ๆ เกือบจะห้าโมงเย็นแล้ว คนในมหาลัยก็น้อยลงทุกที แดดที่ส่องก็ร้อนน้อยลงกว่าเดิม มีแต่สายลมที่เหมือนจะพัดผ่านมากขึ้น บรรยากาศตอนนี้กำลังเย็นสบายเลยทีเดียว

     ระหว่างที่ยืนรับลม ผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้า...

     ตึกตัก...

     หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบสองอาทิตย์ หัวใจผมกลับมาเต้นแรงอีกครั้งเพราะความหวนคิดถึง

     เผลอจ้องพี่ลมอยู่นาน จนลืมไปว่าผมน่าจะทักทายพี่เขาสักหน่อย แต่ผมก็คิดคำพูดไม่ออกนอกจากยิ้มไปให้เท่านั้น

     แต่...

     รอยยิ้มของผมแทบหายไปทันที เมื่อพี่ลมทำเพียงแค่เดินผ่านหน้าผมไปเฉยๆ

     “พะ พี่ลม!” ผมเรียกเขาอย่างตกใจ พร้อมกับเอื้อมมือจะไปคว้าแขนเสื้อ

     แต่สิ่งที่ผมตกใจมากกว่า คือพี่ลมสะบัดมือผมออกเมื่อจะแตะ...

     ผมยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น พี่ลมยังไม่ไปไหน แต่ไม่แม้แต่จะหันมามองผม

     เกิดอะไร... พี่มันโกรธอะไรผม...

     “พี่...”

     “อย่ายุ่งกับกู” ผมชะงัก เขายังพูดไม่จบ “อย่ามาโดนตัวกู”

     “...”

     ”กูไม่ใช่คนอย่างที่มึงคิด กูเป็นผู้ชาย”

     คำพูดของพี่ลมทำเอาในหัวผมแทบขาวโพลน ชาไปทั้งหน้า

     เขาพูดอย่างกับว่า... รู้ว่าผมคิดยังไงกับเขา เขารู้งั้นหรอ

     “ต่อไปนี้ มึงไม่ต้องมาหากู ไม่ต้องมายุ่งกับกู ไม่ต้องมา... คุยกับกูอีก”

     ผมโดนพี่ลมเกลียดเข้าแล้วงั้นหรอ...


2BeCon

ความคิดเห็น