ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่3 มันเกิดอะไรขึ้น

ชื่อตอน : ตอนที่3 มันเกิดอะไรขึ้น

คำค้น : โซ่รัก ตรวนเสน่หา ตังสิกานต์ ตังเม วินเซนต์ เอกวีย์ ต้นตระกูล ท้อง เด็กสาว ดราม่า NC

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2560 02:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่3 มันเกิดอะไรขึ้น
แบบอักษร

​​​

ตอนที่3

มันเกิดอะไรขึ้น


ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มรับกุญแจห้องพักมาจากพนักงานหญิงที่เขา ‘ ว่าจ้าง ’ ให้ทำงานสำคัญ


“ เอาไป อย่าลืมปิดปากให้สนิทด้วยล่ะ ” สั่งพร้อมกับยื่นแบงค์พันจำนวนหนึ่งไปให้ ฝ่ายพนักงานหญิงคนนั้นก็รับมาอย่างดีใจ


“ ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันกับเพื่อนอีกสองคนไม่ปากโป้งไปบอกใครแน่ๆ ”


“ ดี เธอกลับไปได้แล้ว ที่เหลือฉันจัดการเอง ” ชายในชุดสูทเอ่ยปากไล่ เมื่อพนักงานคนนั้นจากไปแล้ว ชายหนุ่มก็พาตนเองไปยังห้อง 4406 อย่างหมายมาด ‘ รอก่อนเถอะสาวน้อย อีกเดี๋ยวเธอจะได้มีผัวเป็นตัวเป็นตนตั้งแต่ยังเรียนไม่จบอย่างแน่นอน ’




ยามเช้าตรู่ บนท้องถนนมีรถสัญจรผ่านไปมาไม่มากนัก เพราะผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ออกจากบ้าน ถนนในยามนี้จึงโล่ง ทำให้รถเคลื่อนตัวได้ดีกว่าช่วงเวลาอื่น ภายในรถแท็กซี่  ภาพที่ผู้โดยสารกำลังร้องไห้ปานจะขาดใจ ทำให้คนขับซึ่งเป็นชายวัยกลางคนต้องเหลือบมองเด็กสาวผ่านกระจกมองหลังเป็นระยะๆ...


“ เป็นอะไรมากมั้ยหนู มีอะไรให้ลุงช่วยหรือเปล่า บอกมาได้เลยนะ ” คนขับทนเงียบต่อไปไม่ไหว เอ่ยถามผู้โดยสารออกไปด้วยความสงสารและเป็นห่วง เด็กสาวผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เสื้อผ้าที่สวมมีรอยยับย่น ชวนให้คนที่พบเห็นคิดไปในแง่ร้าย


เด็กสาวไม่ตอบคำถาม เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้เหมือนไม่ได้ยิน คนถามจึงจนใจ ช่วยได้เพียงทำหน้าที่ของตนเองให้สมบูรณ์ โดยพาผู้โดยสารไปส่งให้ถึงยังที่หมาย


“ หนู ถึงแล้วนะ ” ชายวัยกลางคนเอ่ยบอกเมื่อขับรถมาจอดยังหน้าประตูรั้วของบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งใหญ่โตราวคฤหาสน์ ตัวบ้านตั้งตระง่านอยู่บนที่ดินผืนงามหลายสิบไร่


เด็กสาวได้ยินดังนั้นก็กลั้นสะอื้น เอามือเช็ดคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้า แล้วหยิบเงินที่ขโมยมาจ่ายค่าแท็กซี่ก่อนจะลงจากรถไป


ตังสิกานต์ยืนอยู่ริมถนน มองตามหลังรถแท็กซี่ที่กำลังแล่นห่างออกไปไกล แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับบ้านหลังใหญ่ของเจ้าสัวไตรเดชด้วยความเฝื่อนขมในจิตใจ


เด็กสาวเดินไปที่ประตูรั้ว เมื่อยามหน้าบ้านหันมาเจอเข้าก็รีบกุลีกุจอเปิดประตูให้คุณหนูเล็ก แม้จะสงสัยในสภาพไม่สู้ดีของคุณหนูมากแค่ไหน แต่พวกเขาก็เจียมเนื้อเจียมตัว รู้ดีว่าไม่ควรสอดรู้เรื่องของเจ้านาย


ตังสิกานต์ไม่ได้ไปที่บ้านใหญ่ แต่หอบพาร่างของตนเองเดินไปยังบ้านหลังเล็ก โชคดีที่วันนี้แม่บ้านมาทำความสะอาดตั้งแต่เช้า ตังสิกานต์จึงไม่ต้องประสบกับปัญหาเข้าบ้านไม่ได้ เพราะกุญแจบ้าน โทรศัพท์มือถือ บัตรประชาชน รวมถึงบัตรกดเงินสด ต่างก็หายไปพร้อมกับกระเป๋าถือที่เธอใช้ในงานเลี้ยงเมื่อคืนนี้


ตังสิกานต์เดินเข้าบ้านอย่างแผ่วเบา หลบเลี่ยงไปยังห้องของตนเองโดยไม่ให้แม่บ้านสังเกตเห็น คนพวกนี้ไว้ใจไม่ได้ มักจะทำหน้าที่พิเศษคอยเป็นสายข่าวให้แก่เขมิกา เธอไม่ต้องการให้อีกฝ่ายใช้ความอัปยศในครั้งนี้มาเล่นงานเธอได้


เด็กสาวเข้าไปในห้อง ปิดประตูแล้วทรุดตัวลงที่พื้น เมื่อได้อยู่เงียบๆคนเดียวในพื้นที่ส่วนตัว น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลออกมาราวทำนบแตก ศีรษะเล็กฟุบลงบนเข่าแล้วร้องไห้ บิดาบังคับให้เธอไปงานเลี้ยง แล้วเหตุใดไม่พาเธอกลับบ้านมาด้วย เขาจะรู้หรือไม่ว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้กลับบ้าน จะรู้บ้างหรือเปล่าว่าเธอต้องพบเจอกับอะไร เขา... เคยคิดที่จะเป็นห่วงลูกคนนี้บ้างมั้ย


เด็กสาวหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบพบมา


*‘* ราตรีผ่านพ้นไปพร้อมกับการมาเยือนของแสงสว่างแห่งรุ่งอรุณ ความหนักอึ้งที่พาดทับอยู่บนเอวบาง ทำให้ร่างเล็กขยับตัวอย่างยากลำบาก เปลือกตาที่ประดับด้วยแพขนตางามงอนกระพริบไหว ก่อนจะเปิดขึ้นมาพบกับสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย คนที่เพิ่งตื่นนอนมองเพดานด้วยความงุนงง มีคำถามผุดขึ้นในหัว นี่คือที่ไหน แล้วตัวเธอมาอยู่มาที่นี่ได้อย่างไร

เด็กสาวไม่ทันจะได้หาคำตอบให้ตนเอง ร่างเล็กก็ต้องสะดุ้งเพราะสัมผัสถึงความผิดปกติ ไอร้อนที่แนบชิดทำให้เด็กสาวตัวแข็งทื่อ สมองมึนเบลอขาวโพลนไปหมด พระเจ้านี่มัน*… อะไรกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น!* ทำไมเธอถึงตื่นขึ้นมาบนเตียงพร้อมกับชายแปลกหน้าถึงสองคน!


ตังสิกานต์แทบสติหลุดลอย ส่ายหัวและหันมองกายหนาทั้งสองร่างไปมา ทั้งเธอและพวกเขาล้วนเปลือยเปล่าไม่มีเสื้อผ้าติดกาย นอนกอดก่ายกันโดยมีเธออยู่ตรงกลาง แขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามรวบกอดเอวแน่งน้อยไว้ทั้งซ้ายและขวา จนขยับตัวแทบไม่ได้

ความตกใจทำให้คนตัวเล็กเริ่มสะอื้นไห้ แต่เพราะไม่อยากให้ชายทั้งสองคนรู้สึกตัวขึ้นมาในเวลานี้ เด็กสาวจึงต้องสะอื้นแบบเงียบๆ มือเล็กที่สั่นเทาค่อยๆแกะมือหนาทั้งสองข้างออกไป และพยายามยันตัวลุกขึ้นให้แผ่วเบาที่สุด แต่ความเจ็บหน่วงที่หว่างขาทำให้เผลอเปล่งเสียงออกมา จนต้องรีบตะครุบปากของตนเองเอาไว้

เมื่อลุกจากเตียงได้สำเร็จ เด็กสาวก็มองหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ หากแต่หาอย่างไรก็ไม่พบ จึงลองเข้าไปในห้องน้ำ และนั่นทำให้พบกับเศษซากของเสื้อผ้าที่ขาดไม่มีชิ้นดีตกอยู่ตามพื้น เมื่อหันไปมองกระจกก็เห็นภาพสะท้อนกายสาวที่เปล่าเปลือย ผิวนวลสวยที่เคยผุดผ่องมีร่องรอยสีแดงจางแต่งแต้มเต็มไปหมด โดยเฉพาะที่เต้าสล้างและเนื้อนาง


“ ฮึก! ฮือๆ…” ตังสิกานต์ร้องไห้ เธอที่มีพี่ชายคอยทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน จะรับเรื่องราวแบบนี้ได้อย่างไร มันโหดร้ายเกินไป


“ พี่ต้น… ฮือๆ… พี่ต้นอยู่ไหน ช่วยน้องเมด้วย ฮือๆ ” เด็กสาวคร่ำครวญหาพี่ชาย อยากให้เขารีบกลับมา กลับมาปลอบประโลมและปัดเป่าฝันร้ายนี้ให้จากไป


หลังฟุบเข่าร้องไห้อยู่หลายชั่วโมง เสียงท้องที่ร้องประท้วงเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อวาน ก็ทำให้ร่างเล็กได้สติ แม้จะเสียใจแค่ไหนแต่เธอไม่ควรซ้ำเติมตัวเอง ไม่อย่างนั้น เมื่อพี่ต้นกลับมาเห็นเธอในสภาพนี้จะทำให้เขาเป็นกังวลเอาได้


เด็กสาวจำเป็นต้องจัดการกับสภาพยับเยินของตัวเองให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะสามารถลงไปรับประมาณอาหารได้ ดังนั้นจึงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระราคีคาวออกจากร่างกาย


ภายใต้สายน้ำที่โปรยลงมาจากฝักบัวเหนือศีรษะ ตังสิกานต์ทั้งสระผม ฟอกสบู่ ขัดถูร่างกายจนผิวถลอกหนแล้วหนเล่า แต่ก็ยังรู้สึกว่าร่างกายไม่สะอาดเหมือนเดิมอยู่ดี เด็กสาวกลั้นน้ำตา เช็ดตัวและสวมเสื้อผ้าราวกับอยู่ในฤดูหนาว ปกปิดร่องรอยจากน้ำมือของชายแปลกหน้าทั้งสองคนนั้นไม่ให้ใครเห็น


ตังสิกานต์เดินลงมาชั้นล่างและมองไปยังโต๊ะอาหาร บนโต๊ะนั้นมีจานอาหารที่ถูกปิดทับด้วยฝาครอบอีกชั้นหนึ่ง คาดว่าสาวใช้คงเตรียมไว้ให้เธอตั้งแต่เช้า เธอพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ไม่ให้สาวใช้สังเกตได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ


“ วันนี้คุณหนูเล็กตื่นสายจังเลยนะคะ ” สาวใช้ทักขึ้นเมื่อเห็นว่าคุณหนูเล็กลงมารับประทานอาหารเช้าสายกว่าทุกๆวัน


ตังสิกานต์ไม่สนใจคำพูดของอีกฝ่าย เลือกนั่งลงยังที่นั่งประจำของตนเอง สาวใช้เห็นดังนั้นจึงรีบกุลีกุจอเอาอาหารที่เย็นชืดแล้วไปอุ่น แล้วนำกลับมาวางบนโต๊ะอีกครั้ง ตังสิกานต์ลงมือกินอาหาร กินไปเรื่อยๆจนอิ่มก็รวบช้อนและยกน้ำขึ้นดื่ม


กริ๊งงงงงง กริ๊งงงงงง กริ๊งงงงงง

เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น สาวใช้จึงวิ่งไปรับสายก่อนจะหันมาบอกว่าคุณชายใหญ่โทรมา พอรู้ว่าใครโทรมา ตังสิกานต์ก็รู้สึกดีใจ รีบไปรับหูโทรศัพท์มาจากสาวใช้ และนำมาแนบที่หูของตนเองทันที


“ ฮัลโหล สวัสดีค่ะ พี่ต้น ”


“ ฮัลโหลค่ะ น้องเม เป็นยังไงบ้างคะ สบายดีมั้ย ทำไมพี่โทรเข้ามือถือไม่ติดเลย ” เสียงของคนเป็นพี่ที่แว่วมาตามสายเต็มไปด้วยความห่วงใยและร้อนรน เพราะติดต่อน้องสาวไม่ได้ตั้งแต่เมื่อคืน โทรเข้ามือถือน้องก็ปิดเครื่อง โทรเข้าเบอร์บ้านก็ไม่มีคนรับสาย ทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงนัก เขาต้องมาทำงานแทนบิดาที่ต่างจังหวัดหลายวัน ไม่รู้ว่าคนจากบ้านใหญ่มารังแกระรานเธอบ้างรึเปล่า


เพียงแค่ได้ยินเสียงของพี่ชาย เด็กสาวก็แทบจะร้องไห้ออกมา อยากจะเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง อยากได้คำปลอบประโยมจากเขา แต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ เพราะสาวใช้ยังอยู่ตรงนี้ด้วย

“ คือ คือว่า… กระเป๋าของเมหายน่ะค่ะ โทรศัพท์มือถือ และบัตรต่างๆที่อยู่ในนั้นเลยหายไปด้วยหมดเลย ”


“ หืม? หายไปได้ยังไงคะ โดนขโมย หรือเราไปลืมไว้ที่ไหนฮึ ยัยเด็กน้อยของพี่ ”


“ เอ่อ คือ… น้องเมทำหายเองน่ะค่ะ จำไม่ได้เหมือนกันว่าไปลืมไว้ที่ไหน ” ตังสิกานต์โกหกออกไป จะให้เธอบอกได้อย่างไรว่าเธอดื่มแอลกอฮอล์จนเมาไม่ได้สติ โดนใครที่ไหนก็ไม่รู้หิ้วปีกพาไปปู้ยี้ปู้ยำ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ถ้าจะให้เดา กระเป๋าของเธอคงถูกพนักงานหญิงสามคนนั้นขโมยไปแน่นอน


“ งั้นเหรอ งั้นน้องเมก็รีบโทรไปอายัดบัตร ไปแจ้งความ แล้วไปทำบัตรใหม่เลยนะ ให้คนขับรถที่บ้านพาไป ” ต้นตระกูลให้คำแนะนำแก่น้องสาว


“ ค่ะ ”


“ อย่าลืมซื้อมือถือเครื่องใหม่ด้วยนะคะ เวลาน้องเมไม่ได้อยู่บ้าน พี่จะได้ติดต่อน้องเมได้ เข้าใจมั้ยคะ ”


“ เข้าใจแล้วค่ะ ” เด็กสาวรับคำพี่ชาย


“ ดีมากค่ะ เดี๋ยวพี่มีประชุมต่อ คงต้องวางสายแล้ว จริงสิ! เกือบลืมไปเลย พี่จะโทรมาบอกน้องเมว่า พี่คงต้องอยู่เคลียร์งานที่นี่อีกหลายวันกว่าจะได้กลับ น้องเมต้องดูแลตัวเองดีๆนะคะ แล้วพี่จะรีบกลับไปหา ”


เด็กสาวหน้าหม่นลงเมื่อรู้ว่าอีกหลายวันกว่าที่พี่ชายจะกลับบ้าน เธออยากบอกให้พี่ต้นกลับมาเร็วๆเหนือเกิน แต่น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ทำให้เธอไม่กล้าเอาแต่ใจ


“ น้องเมรักพี่ต้นนะคะ ” เธอให้กำลังใจเขาด้วยการบอกรักอย่างที่ชอบทำเสมอมา ต้นตระกูลยิ้มกว้าง รู้สึกมีแรงทำงานขึ้นเป็นกอง


“ พี่ต้นก็รักน้องเมเหมือนกันค่ะ ” เขาบอกรักทิ้งท้ายก่อนจะวางสายไป


หลังจากวางสายจากพี่ชาย เด็กสาวมองไปทางบ้านใหญ่ผ่านบานหน้าต่าง แล้วหันมากวาดตามองภายในบ้านที่เงียบเหงา ความว้าเหว่แล่นเข้าควบคุมจิตใจ                  

นานเท่าไรแล้วนะที่เธอกับพี่ต้นเหลือกันแค่สองคนพี่น้อง นานเท่าไรแล้วที่แม่พวกเราจากไป นานเท่าไรแล้วที่มีพ่อก็เหมือนไม่มี…




ชอบไม่ชอบยังไง อย่าลืมเม้นเเสดงความคิดเห็นกันด้วยนะจ้ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว