ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 12 ยิ้มๆ

คำค้น : ทิน , พี่ลม , พัน , พี่ฟ้าคราม , เคน , โยธิน , น้องแทน , พี่ผิง , นิยาย yaoi , นิยายวาย , นิยายดราม่า , นิยาย y

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 929

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2560 22:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
12 ยิ้มๆ
แบบอักษร

​12 ยิ้มๆ

[Tan’s Part]

     “กูขอโทษมึงมากนะเว้ย ที่ทิ้งมึงแบบนี้”

     “ฮึก ทำไมเตทำกับเค้าแบบนี้ ทำไมทิ้งกันได้ลงคอ ฮืออออ” ผมแกล้งทำเป็นมือปาดน้ำตา

     “ไอ้สัสแทน มึงทำกูรู้สึกผิดมากเลยนะเนี่ย” เพื่อนสนิทของผมถึงกับหน้าซีดทันที

     “อิอิ ก็ล้อเล่นน่าาา กูไม่โกรธมึงหรอก ก็แม่มึงเรียกนี่หว่า” ผมพูดปลอบเพื่อนเตที่ยังทำหน้ารู้สึกผิดอยู่ ผมไม่โกรธมันหรอก เข้าใจมันด้วยซ้ำ แม่มันดุมากเลย ถ้าเรียกให้กลับก็ต้องกลับเลย ไม่งั้นไม่ได้มาลั้นลากับผมอีกแน่ ต่างกับแม่ผมที่ค่อนข้างจะปล่อย

     “เหี้ย ถ้าพี่มึงรู้นี่กูโดนฆ่าแหงๆ”

     แต่กับพี่ชายผมนี่สิ...

     ไม่นะเพื่อนเต อย่าทำหน้าสยองแบบนั้น T_T

     “ถ้าไม่มีใครบอกพี่ทินก็มี่รู้หรอกน่า” ผมก็หน้าสลด คิดไม่ถึงเหมือนกัว่าถ้าพี่ทินรู้นี่จะเทศน์ผมนานกี่วัน “เออน่าาา อย่าคิดมากกก กูดูแลตัวเองได้”

     “...มึงไม่เป็นไรแน่นะ?”

     “แน่นอนนนน น้องแทนจะดูแลตัวเองอย่างดี จะไม่หนีเที่ยวตามผู้ชายแปลกหน้าด้วยครับแม่”

     “มึงนี่วะ...” ผมกระโดดกอดแขนพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างใส่เพื่อนเตที่ทำหน้าเฝื่อนให้ “เฮ้อ งั้นกูไปนะ”

     “อืม บายยย เดี๋ยวกูดูหนังเผื่อมึงให้นะ”

     “ถ้าไม่เกรงใจอนาคตกูนี่ กูถึบมึงไปนานละไอ้สัส” มันทำหน้าเซ็งใส่ แล้วเดินจากไป ปบ่อยให้ผมโบกมือยิ้มหน้าบานอยู่คนเดียว...

     งืออออ ไหงผิดแผนอย่างนี้ละเนี่ยยย

     อุตสาห์ได้มาดูหนังกับเพื่อนแล้วแท้ๆ กว่าจะออกมาเที่ยวตัวเมืองนี่ก็นานนนนนนๆ ครั้งเลยนะ

     ไปเที่ยวคนเดียวมันจะสนุกอะไรล่ะ แทนเหงาาาา แทนไม่อยากอโลนนน

     ผมนั่งรอไปเรื่อย เพราะพวกผมมาตอนที่หนังเรื่องนี้ฉายรอบแรกอยู่ เลยต้องซื้อตั๋วรอบต่อไปเลย เผื่อมาอีกทีคนเต็มอีกจะได้ไม่เสียเที่ยวด้วย

     กริ๊ก

     แต่ก็จะได้เวลาแล้วล่ะ

     ผลัก!

     “โอ้ย ผมขอ—“ อึ๋ยยย

     เมื่อกี้ผมเผลอลุกไม่ได้ดูคนที่เดินผ่านไปมา จนไปชนกับ...

     คนน่ากลัวง่ะ เหมือนมาเฟียเลย T_T

     เวรแล้ว เผลอสบตาแปบเดียวก็รู้สึกถึงอัมพาตต่อชีวิต เขามองมึงตาเขม็งเลยไอ้แทนนน เผ่นสิโว้ยยย

     “ขะ ขอโทษครับ!” ผมไหว้งามๆ ก่อนจะเดินเร็วชิ่งหนี

     โรงหนังๆ ไปโรงหนังเร็ววววว


(ผ่านไป 2 ชั่วโมง...)


     “ฉากนี้แม่งโครตดีเลยว่ะ”

     “CG ดีมากกก”

     ผมเดินออกปะปนกับกลุ่มคนดูที่ทยอยออกจากโรงหนัง ได้ยินเสียงคนรีวิวหนังกับเพื่อนตัวเองแล้วคันปาก อยากเม้าท์มั้งง่ะ แต่ไม่มีเพื่อนเม้าท์ ไม่มีเพื่อนเต T_T

     เฮ้อออ ไม่เป็นไร เอาไว้ไปเล่าสปอยให้มันกระอักเลือดตายดีกว่า กร้ากๆๆๆ

     เวลานี้ก็บ่ายสามแล้วแหะ ยังไม่ถึงเวลาที่จะกลับบ้านเลย คิดเอาไว้ว่าพอดูเสร็จก็จะไปเดินเที่ยวกันซะหน่อย แต่เพื่อนเตไม่อยู่ก็ไม่อยากเดินอ่ะ แต่ใจก็ยังไม่อยากกลับบ้านอ่ะ งืมมม ทำไรดี...?

     ผมยึดสายกระเป๋าเป้ หันไปมามองรอบๆ หาสิ่งที่น่าสนใจ ไปมาก็สะดุดอยู่อย่างนึง

     อืม ตู้เกมกด... เล่นก็ได้

     อาการเซ็งๆ แบบนี้ ถ้าได้เล่นเกมสักก็คงอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแหะ อืม... เอาเกมจับผิดภาพก็ได้

     ติ้ด ติ้ด ติ้ด

     ผมยังคงเล่นไปเรื่อย เกมง่ายๆ อย่างนี้ เล่นไม่แพ้ง่ายๆ หรอกน่า

     ติ้ด ติ้ด ติ้ด

     อืม ยังฉิวเฉียดอยู่ ยังไม่แพ้หรอกน่า

     ติ้ด ติ้ด ติ้ด แอ้ดดด

     อืมมมมม ตรงนี้ ก็ไม่ใช่แหะ ตรงไหนอ่าาาา

     ติ้ด!

     ผมสะดุ้ง เมื่อเจอจุดผิดจุดสุดท้ายแล้ว แต่คนที่เจอไม่ใช่ผม? และเมื่อกี้ผมก็ไม่ได้จิ้มด้วย?

     ฟึบ ชะอุ้ย!

     คะ คนแปลกหน้าหน้ากลัวคนนั้นง่ะ T_T เขาจะมาเก็บศพผมอ่ะหรอ ผมแค่ชนเขาเองนะ...

     “เล่นต่อสิ” ผมสะดุ้ง รีบหันกลับไปทันทีที่ได้ยิน

     คนแปลกหน้าไว้หนวดไว้เครา หน้าตาเหมือนนักฆ่ามาเฟีย ที่ผมเผลอลุกไปชนเข้า อยู่ๆ ก็มาเล่นเกมกับเราเฉยเลย ตามเรามาป่าววะเนี่ย เอาไงดีๆ พ่อจ๋าแม่จ๋าพี่ทินจ๋า ช่วยแทนด้วยยย แทนกำลังจะถูกฆ่าหมกไก่แย้ววว

     ติ้ด ติ้ด

     ฮือออ เขายังจิ้มไม่หยุดเลยอ่ะ ตอนนี้ตาไม่ได้มองเกมเลย เอาแต่คิดว่าจะทำยังไงดี เอาไงดีๆ วิ่งหนีไปเลยดีม้ะ วิ่งเลยดีกว่า!

     ฟึบ! หมับ!

     “จะไปไหน”

     แงงงงง เขาจับกูไว้ กูตายแน่ T_T

     “ปล่อยนะ! จะทำอะไรผม!” ผมยื้อสุดชีวิต หน้าโหดเรือหายเลยวะ ตัวเบ้อเริ่มเลย

     “เงียบ”

     “ถะ ถะ ถ้ามะ ไม่ปล่อย จะ จะร้องให้ดังเลย!” ผมตะกุกตะกัก คำพูดพยางค์เดียวทำผมสั่นไปทั้งตัว

     “เงียบแล้วฟัง” ผมสั่น...ละว่ะ “ที่ห้อยนี่ของน้องหรือเปล่า”

     กริ๊ก

     ผมมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า พวงกุญแจรูปตัวการ์ตูนดิสนี่ย์เคลือบพลาสติกที่ผมเป็นคนซื้อและห้อยไว้กับกระเป๋าเป้ที่ผมสะพายมาวันนี้ด้วย...

     “เอ้ะ เอ้ะ?” ผมจับกระเป๋ามาดู มันหายไปจริงๆ ด้วย หลุดไปตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย

     “...”

     “ของผมเอง...” ผมยื่นมือไปหยิบช้าๆ อย่างเบาๆ “ขะ ขอบคุณครับ”

     “อือ” เขาพยักหน้ารับ

      “...”

      “น่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ”

     "อะ ขะ ขอโทษครับ” หน้ากลัวมากเลยครับ ไว้หนวดไว้เคราผมนี่นึกว่าโจรป่า แถมยังทำท่าเหมือนจะมาจับตัวผมอีก

     ความคิดผมเหมือนจะออกทางสีหน้า เขาเบือนหน้าไปถอนหายใจแล้วหันกลับมา “ไม่เป็นไร โทษทีที่ทำให้กลัว”

     ง่ะ นี่ผมทำให้เขารู้สึกไม่ดีใช่ไหมง่ะ

     “อ่า มะ ไม่หรอกครับ คือ...” งือออ แทนทำคนเศร้า “ถ้า เอ่อ ถ้าพี่โกนหนวดออกหน่อยอาจจะไม่น่ากลัวก็ได้นะ...ครับ”

     “...”

     “...;;;” นี่ผมพูดไม่ดีไม่โดนใจไปใช่ไหม แทนขอโทษ T_T

     “อืม”

     “อ้ะ มะ ไม่ต้องโกนก็ได้ครับ ยังไงก็สไตล์พี่... แค่พี่เอ่อ พี่ลองยิ้มดูก็ได้! พี่อาจจะมีเสน่ห์ถ้ายิ้มออกมา...” ผมส่ายมือเชิงปฏิเสธแล้วหาทางที่ดีกว่านี้

     “...” เขาไม่ตอบอะไรผม เพียงแต่...

     ยกยิ้มที่มุมปาก...

     “อื้ม! อย่างนั้นแหละ เอากว้างกว่านี้นิดนึง” ผมชูมือท่านิดนึงให้ เขาก็ทำตามเริ่มออกมาเป็นยิ้มบางๆ แล้ว

     เหยดดด ดูดีกว่าเดิมเยอะ

     “พอยัง?”

     “เอากว้างกว่านี้ เห็นฟันเลย” ผมพูดอย่างตื่นเต้น ถ้าเขายิ้มแบบยิ้มเลยจริงๆ นี่ออกตะหล่อป่าเถื่อนวัวตายควายล้มเลยก็ได้

     “พอละ”

     “อ้าว” พูดปุ้บหุบยิ้มปั้บ “เสียดาย พี่อาจจะหล่อระดับดาราฮอลลีวูดเลยก็นะถ้ายิ้มอ่ะ”

     “พอ”

     “...ครับ” หยุดก็ได้ ดุอ่ะ แถมยังทำหน้าเหมือนเดิมใส่อีก

     “...”

     “.....”

     ทำไมผมยังยืนอยู่หว่า

     PPpp~ เสียงโทรศัพท์ของคนตรงหน้าดังขึ้น ทำลายความเงียบนี้พอดี

     “อืม... ไฟล์งาน? 4 ทุ่มส่งให้...” อึ๋ย คราวนี้ขมวดคิ้วจนน่ากลัวเลยแหะ

     “งะ งั้นผมไปนะ” ผมบอก เตรียมตัวลาจากกันเต็มที่

     “...นี่”

     “...”

     “ชอบกินของหวานหรือเปล่า...”

     “...?”

     ผมว่าผมจะจากลาเขาอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ แต่ดันโดนหลอกล่อให้มาอยู่ร้านขนมวินเทจร้านหนึ่งด้วยกันกับเขาเฉยเลย

     เขาชวนผมให้มากินด้วยเป็นเพื่อนหน่อย ด้วยใบหน้าที่น่ากลัว ง่ะ แต่เอาของกินมาล่อแทนอ่ะ งือออ

     ผมนั่งก้มหน้าก้มตากินช็อกโกแลตเค้กตรงหน้า ผมกับพี่ทินชอบกินอะไรๆ คล้ายกันเลยทั้งของหวาน อาหาร เว้นแต่อาหารที่ชอบกินเหมือนกันนั้นต้องมีระดับความเผ็ดที่ค่อนข้างสูงหน่อย ผมชอบกินเผ็ดน่ะ

     “เมื่อกี้ดูหนังเรื่องนี้ใช่ไหม” ผมหันไปตามป้ายโฆษณาข้างๆ ที่เขาชี้

     “ใช่ๆ สนุกมากเลยอ่ะ แอคชั่นดีมากๆ ภาพก็สวย กราฟฟิกดีงามมาก พี่ก็ดูเรื่องนี้ใช่ป้ะ” หันไปถาม เขาก็พยักหน้า ต้องเม้าท์ต่อ “พี่เห็นฉากนี้ใช่ป้ะ ฉากที่เพื่อนพระเอกกำลังจะตายอ่ะ ซึ้งมากเลยฉากนั้นอ่ะ ชอบตอนนั้นมากกก ทำให้พระเอกมีกำลังใจฮึดสู้ต่อกรกับตัวร้ายได้อ่ะ พระเอกดูเท่ขึ้นมาทันที กลายเป็นวีรบุรุษของโลก โห... อยากดูอีกรอบเลย แผ่นออกเมื่อไรแทนจะไปสอยมาให้ได้เลยคอยดู”

     “...”

     “...เอ่อ” ผมหุบยิ้ม หยุดเม้าท์ หยุดการกระทำทุกอย่าง แล้วก้มลงกินเค้กต่อไป เพราะคนตรงหน้าโครตจะนิ่งเลย

     แทนเผลอพูดมาก แทนขอโทษในใจนะครัช T_T

     “อืม ชอบเหมือนกัน”

     “...ครับ” ผมเงยหน้ามอง เขายิ้มที่มุมปาก ผมเห็นแล้วรู้สึกอายเลย

     “...ชื่อแทนสินะ”

     “เอ้ะ? ครับ”

     “อืม พี่ชื่อผิงนะ” เขาว่างั้น ตั้งแต่เจอกันนี่เพิ่งมาแนะนำตัวตอนนี้เนี่ยนะ แต่ก็ถูกนี่ ก็ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะคุยต่อนี่นา

     “ครับ... พี่อายุเท่าไรหรอครับ?” ผมลองถาม สงสัยอายุเหมือนกัน หน้าตาเหมือนคนทำงานแล้วยังไงอย่างนั้น

     “จะ 20”

     “เอ้ะ? อ่าครับ” ผมพยักหน้ารับ นี่ผมว่าเขาแก่หรอวะไอ้แทน T_T

     “เราเรียนอยู่ใช่ไหม?”

     “ครับ ม.5”

     “หรอ” เขาผงะนิดๆ อะไรอ่ะ เขาว่าผมแก่กว่านั้นหรอ

     “นี่พี่คิดว่าผมอายุเท่าไรเนี่ย” ผมขมวดคิ้วถาม

     “...นึกว่าม.ต้น”

     “หา?” นี่ผมหน้าเด็กขนาดนั้นเลยหรอ แทนเขินนน

     “เห็นตัวเล็ก”

     “ง่ะ แทนตัวไม่เล็กนะเฮ้ย” ผมว่าไป งอนอ่ะ นึกว่าหน้าเด็ก เชอะ

     “โตกว่านี้หน่อยกำลังดี”

     “หยุดพูดเลยนะพี่ผิง ฮึ!” หยุดตอกย้ำความตัวเล็กของแทนสิเห้ย

     “...”

     “ใช่สิ ก็พี่ตัวสูงนี่ ตัวใหญ่ด้วย เบ้อเริ่มเลย ยักษ์เลย” ผมประชดใส่ บางทีผมก็อิจฉาความสูงความบอดี้เพอร์เฟ็กต์ของผู้ชายคนอื่นเหมือนกัน สาวๆ คงชอบแบบนั้นกันน่ะ แต่ผมกับพี่ทินนี่พอกัน... เรียกได้ว่ามีอยู่ไม่มากละกัน ไม่อยากช้ำ T_T

     “...”

     อ้าว ผมเผลอด่าพี่เขาอีกแล้ว T_T

     “กะ ก็ไม่ขนาดนั้น ผมก็พูดไปงั้น” ผมเสมองไปอีกทาง พี่เขาจะโกรธป้ะวะ เผลอใส่อารมณ์ไป เผลอๆ พี่เขาโกรธจัดจับฆ่าหั่นศพผมว่าไงวะเนี่ย พี่เขายังน่ากลัวอยู่นะเว้ย T_T

     “...เวลาคุยไม่ต้องเกร็งได้ไหม”

     “ได้...หรอ” พี่จะไม่ฆ่าหมกไก่ใช่ไหม T_T

     “...”

     “...พี่จะไม่กระทืบผมใช่ไหม” ใช้คำสุภาพกว่าที่คิดหน่อยละกัน

     “พี่ไม่ทำร้ายเด็ก”

     พี่มันไม่ได้กวนตีนผมใช่ไหม?

     “จริงนะ? พี่พูดแล้วนะ ห้ามทำร้ายผมนะ!”

     “อืม” เมื่อได้รับคำอนุญาตแล้ว ผมก็ยิ้มกว้าง

     ดูๆ แล้ว ถ้าพี่ผิงไม่ไว้หนวด ไม่ทำหน้านิ่ง พี่เขาก็ดูใจดีนะ

     อาหารว่างของพวกเราหมดลงไปพักใหญ่ ผมเพิ่งมาดูเวลาก็เห็นว่าผมควรจะกลับได้แล้ว ผมบอกพี่ผิงไปว่าจะกลับแล้ว เขาก็ยังเดินมาส่งผมขึ้นรถเมล์เป็นเพื่อนอีก แต่รถเมล์ยังไม่มาง่ะ

     “ผมไปนะพี่ผิง”

     “อืม”

     “...” ผมยิ้มกว้าง เมื่อนึกอะไรขึ้นได้ “ก่อนไปขอดูพี่ยิ้มกว้างๆ สักรอบหน่อยดิ”

     “...” พี่มันทำหน้าเอื่อยใส่

     “น่านะ รอบเดียวเอง แทนอยากเห็นง่ะ นะๆ” ผมเริ่มอ้อนใส่ เวลาเพื่อนเตมันใจแข็งไม่ยอมซื้อขนมให้ผมก็มักจะอ้อนเข้าให้ และมันก็ซื้อให้ผม อิอิ

     “...”

     แต่ไม่น่าได้ผลกับพี่ผิงว่ะ ง่ะ หน้าโหดอีกแย้ว

     “บุ้ย ก็ได้ ยอมแล้ว” ผมทำหน้างอนใส่ อุตส่าห์นึกว่าตีสนิทแล้วจะใจอ่อนบ้าง

     “...”

     “ฮึ!”

     “...งอน?”

     “งอน”

     “...”

     “...!” ผมตกใจที่อยู่พี่ผิงจับหัวผมให้หันมาหาเขา

     “หายงอน เดี๋ยวยิ้มให้ดู”

     “โอเค!” ผมยิ้มกว้างจดจ่อรอพี่มันยิ้ม

     พี่ผิงยิ้มจริงๆ ค่อยๆ ยิ้มเบาๆ แล้วเริ่มกว้างขึ้น ทีละนิดๆ เอ่อ... ทีละนิด...

     เหยด พี่มันฝืนยิ้มมากเลยอ่ะ สงสารพี่ผิง แทนทำอะไรลงไปปป

     “ง่ะ แทนขอโทษษษ แทนจะไม่บังคับให้พี่ยิ้มอีกแล้วคร้าบบบ” ผมพนมมือไหว้เหนือหัว ผมก็ลืมคิดไปว่าพี่มันอาจจะเป็นคนยิ้มไม่เก่ง ยิ้มยาก หรืออะไรสักอย่างนั่นแหละที่ยิ้มออกมาจากใจไม่ได้อ่ะ ฝืนไปก็เท่านั้นนน

     “...หึ ครั้งนี้ไม่ได้โดนบังคับ” พี่ผิงว่าแล้วยีหัวผมไปพร้อมๆ กัน ผมเงยหน้าไปมอง

     ตึกตัก

     ครั้งนี้ พี่ผิงยิ้มหล่อว่ะ หล่อทะลุหนวด ยิ้มบางๆ ยิ้มแบบไม่ฝืนเป็นแบบนี้ใช่ไหม เขินแหะ ตะลึงเลย

     “พี่ผิง... ขอ... ไลน์... พี่ได้ไหม?”

     “...?” ไม่ตอบแต่หยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมา? “ไอดี?”

     “อ่า... ทีเอเอ็นเอ็นเอทีเจ็ดหนึ่ง” ผมบอกไปพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูมั้ง

     ติ้ง!

     การแจ้งเตือนแอพไลน์ขึ้นพอดีที่หยิบออกมา กดเข้าไปดูโปรไฟล์เพื่อนใหม่ที่แอดไอดีเข้ามา เป็นรูปหันข้างของพี่ผิงแหละ ชื่อไลน์ก็ตรงตัวด้วย

     ปี้นนน

     เสียงรถเมล์บีบแตรเรียกพอดี ถึงเวลากลับแล้วสิ

     “รถเมล์มาแล้ว ผมกลับละนะ บ้ายบาย” ผมโบกมือให้พร้อมกับรอยยิ้มให้ พี่ผิงก็พยักหน้าให้ ยืนส่งผมจนขึ้นรถนั่นแหละ

     พอนั่งปุ้บ รถเมล์ก็ออกตัวเลย ผมหยิบโทรศัพท์เข้าแอพไลน์อีกครั้ง กดรับเพื่อนคนที่เพิ่งแอดมาเมื่อกี้

     ยังไงก็ยังติดต่อกันได้สินะ...

     วันนี้สนุกกว่าที่คิดแหะ... ไปเล่าให้เพื่อนเตฟังอีกดีกว่าาา


2BeCon


     Ps. เอาตอนน้องแทนมาลงคั่นค้ะ 5555555 ตอนแรกตั้งใจจะใช้สรรพนาม ‘มึงกู’ นะ แต่อยากให้มันตะมุตะมินิดนึง แฮ่ๆ

ความคิดเห็น