ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 3 [*แก้ไขเนื้อหาครั้งที่ 2]

ชื่อตอน : Chapter 3 [*แก้ไขเนื้อหาครั้งที่ 2]

คำค้น : คนกลาง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2560 18:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 3 [*แก้ไขเนื้อหาครั้งที่ 2]
แบบอักษร

Chapter 3



            

อ่า... วันนี้วันจันทร์ วันที่พวกคุณทุกคนก็คงไม่อยากตื่นขึ้นมา เชื่อผม โคตรเมื่อยตัวเลยอ่ะ บิดขี้เกียจแปบ ย้ายตัวมานั่งทำหน้าอึนๆที่ขอบเตียงสักพักก่อนจะลุกไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเข้าห้องน้ำ


ออกมาจากห้องน้ำก็เดินไปหาเครื่องประทินผิว ทาโคโลนแล้วแปะแป้งก่อนหาเสื้อผ้าใส่แต่งตัว เวลาที่เหลือก็สำรวจของในกระเป๋า สมุดหนังสือแต่ละวิชาที่เรียน สายยูเอชบี เพาว์เวอร์แบงค์ หูฟัง กล่องแว่น กระเป๋าดินสอ ไม้บรรทัด กระดาษรายงาน ตรวจสอบเสร็จแล้วก็ไปเคาะประตูห้องไอ้เล็กเรียกให้มันตื่นก่อนลงกินข้าวที่แม่มะลิทำรอไว้แล้วพร้อมกับวางเงินค่าขนมบนโต๊ะถัดจากจานไม่นิดหน่อย จากนั้นก็ขึ้นไปเอากระเป๋าก่อนจะออกไปโรงเรียน


การเดินทางไปโรงเรียนก็เหมือนๆเดิมขึ้นวินไปต่อBTSเดินอีกนิดหน่อย ผมอยากมีรถเป็นของตัวเองจัง เฮ้อออ


เปิดเพลงใส่หูฟังแล้วเดินชิวๆมาเรื่อยๆตามฟุตบาทข้างทาง จู่ๆในหัวก็นึกไปถึงเรื่องเมื่อวานท่าทางแปลกๆของไอ้ดีล เพราะอยู่ๆมันก็มารุ่มร่ามกับผม แล้วก็เงียบตอนที่ผมบ่นมันไปเรื่องเพลาๆสุราเมรัยไป มันดูไม่เป็นตัวมันเลยอ่ะ ไม่รู้สิ ผมไม่ชอบเลย มันทำอะไรผิดแล้วไม่ได้บอกผมรึเปล่าวะ แต่เฮ้ย! มีอะไรก็พูดออกมาตรงๆดิแมนไงๆ แม่งก็เพื่อนกันเปล่าวะ เฮ้อ คนเรา


ช่างเรื่องไอ้จิ้งเหลนไว้ก่อน ผมจะบอกเคล็ดลับให้ว่าทำไมกล้ามเนื้อขาผมถึงสวยได้ขนาดนี้ มันมาจากการเดินไปโรงเรียนช่วงเช้าประจำครับ ไม่เชื่อลองเดินทุกวันดู จริงๆ ฮ่ะๆ ผมก็แค่อยากหาคนมาเดินเป็นเพื่อนกันเท่านั้นเอง มันเหงาเหมือนกันนะ ลองคิดตามสิเดินคนเดียวมาหกปีข้างๆก็มีรถวิ่งแล่นบนถนนประปราย อารมณ์เหมือนเพิ่งอกหักมาอ่ะ โคตรเปล่าเปลี่ยวสัส และในเวลานี้ก็เป็นเวลาเจ็ดโมงพอดีเป๊ะ ซึ่งผมมาอยู่ทางเข้าโรงเรียนเรียบร้อยแล้วครับ


ผมเดินไปตึกเรียนของตัวเองห้องเรียนผมอยู่ชั้นล่างของตึกครับ ไม่ต้องขึ้นบันไดซึ่งผมเห็นชอบที่สุด เช้าๆแบบนี้ใครๆก็ไม่อยากเหงื่อออกหรอกจริงมั้ย เหงื่อออกก็เหนียวตัว มันดีตรงไหนถูกมั้ย  เข้าไปในห้องก็เจอเพื่อนร่วมห้องที่มาก่อนแล้วสามสี่คน มาเช้าจังวุ้ย บางทีผมก็สงสัยว่าไอ้คนที่มาเช้าๆเนี่ย มึงค้างที่นี้หรือบ้านมึงใกล้ไรงี้ แม่งขยันตื่นแหะ ดีๆคนพวกนี้เนี่ยอนาคตของชาติครับ ปรบมือๆ


“ไง มาเช้าเหมือนเดิมเลยนะกลาง”เสียงเพื่อนผู้หญิงในห้องทักขึ้น เธอชื่อ หยิน ครับเป็นรองหัวหน้าห้อง บางทีหัวหน้าห้องก็มาเช้าๆเหมือนรองฯหน่อยก็ดีนะ แม่งมาพอดีกับคนเริ่มทยอยเข้าแถวกันทุกครั้ง บางครั้งมาช้าไปยืนอยู่ในแถวคนมาสายเลยครับ ชีวิต


“อ่าฮะ”ผมตอบเธอไป นางก็ไม่ได้สานบทสนทนากับผมต่อหันไปคุยกับแฟนตัวเองชื่อ ถัง ชื่อเล่นเต็มๆชื่อ ถังเงิน น่ารักไปอีกเด่ะ


ผมเอากระเป๋าไปวางพิงกับกำแพง คือผมนั่งอยู่โต๊ะคู่ที่สองนับจากหลังห้องขึ้นมาจบมั้ยแล้วก็นั่งชิดริมหน้าต่างด้วยไง ถามว่าคนข้างๆผมใครนั่ง เดี๋ยวแถลงไขให้ฟังเดี๋ยวนี้แหละ โต๊ะคู่ข้างหน้าผมมีไอ้ทอมกับต้านั่งด้วยกัน ถัดมาก็ผมกับไอ้พีม หลังห้องชิดริมหน้าต่างก็ไอ้สิงห์กับไอ้ดีลครับ นั่งเป็นแก๊งกันเลยทีเดียว โจ๊ะๆ


ผมนั่งที่โต๊ะตัวเองแล้วเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น กดเข้าแอพนั้นออกแอพนี้ มีบางอันที่ผมไม่ค่อยได้เล่นแต่เพื่อนบอกให้สมัครไว้นั้นก็คืออินสตาแกรมครับแต่บางครั้งก็ถูกแท็กเป็นส่วนใหญ่ เพราะเฟส ไลน์ ทวิตอันนี้ผมเล่นบ่อยมาก ผมกดเข้าไปในเฟสบุ๊คเลื่อนฟีดข่าวไปเรื่อยเปื่อย ไม่ค่อยมีอะไรมากครับ ส่วนมากเพ้อ เช็คอินที่นั้นที่นู้นที่นี้ไปมาไม่เคยมีของมาฝากอ่ะจะไลค์ให้ทำไม คนแบบนี้แย่มากครับ ที่พูดแบบนี้ได้เพราะมันเป็นเพื่อนร่วมห้องผมครับ แหมมีบางคนเหมือนเมื่อคืนดื่มหนักไป เช็คอินอยู่ดาวอังคาร ไปนอนมั้ยเพื่อน เฮ้อ


เบื่อเข้าเฟสก็เข้าทวิต ชีวิตมีอยู่แค่นี้แหละ ไลน์มีไว้คุยกับกลุ่มเพื่อนเฉยๆครับที่เหลือก็ไม่มีอะไรให้เล่นแล้วไลน์อ่ะ จริง ไถไปเรื่อยๆครับ ข่าวสารในทวิตเขามาเร็วกว่าเฟสเยอะ บ่นอะไรก็ได้ทักใครก็ได้ เหมือนเราเป็นครอบครัวเดียวกันเลยงี้ในความคิดผม ผมว่าอย่างนั้น ซึ่งมันดีอ่ะ


“ไง”เสียงทักทายมาพร้อมกระเป๋าที่วางอยู่โต๊ะด้านหน้าชิดริมหน้าต่างเหมือนผม ไอ้ทอมครับ


“ไง”ทักมาทักกลับครับ ไม่หยิ่ง


“มีอะไรกินป่ะมึง กูหิววะ”ไอ้ทอมมันมักมากินข้าวเช้าที่โรงเรียนครับ เคยถามอยู่เหมือกันว่าทำไมมึงไม่กินมาตั้งแต่ที่บ้าน มันบอกว่าไงรู้มั้ย น่ารักมากอ่ะตอบว่า “ก็กูจะกินที่โรงเรียน มันมีป้ายห้ามแดกข้าวเช้าติดอยู่ไง๊” จ่ะ...


“ไม่มีอ่ะ ไม่ได้เอามา”ขนมที่บ้านทำไว้เยอะ เหลือก็เยอะเหมือนกัน คุกกี้เอย ขนมปังถาดเอย พายบลูเบอร์รี่ก็มี มาการองก็มีแต่อันนี้ผมจะเก็บไว้กินเอง 555 กูไม่ให้กินครับ


“ชั่วมาก”พูดจบก็ลงไปนอนหมอบกับโต๊ะครับ


“เอ้า หิวไม่ใช่เหรอ ไป เดี๋ยวพาไปแดกข้าว”ผมลุกขึ้นพร้อมเก็บโทรศัพท์ใส่กางเกงนักเรียน


“เออๆ”จากนั้นมันก็ลุกจากโต๊ะเดินตามผมมายืนอยู่ข้างๆกันไปโรงอาหาร


โรงอาหารโรงเรียนผมไม่ธรรมดาครับมีโซห้อยลงมาเป็นผ้าม่านพอจะเข้าก็แหวกจะออกก็แหวกแถมบางเส้นมันนานมากถูกน้ำฝนมันสาดใส่สนิมเกาะเลยครับ พวกผมเดินเข้าไปในว่างที่เขาแหวกเหล็กแล้วเอาไปมัดไว้เป็นกระจุกๆไว้ ไอ้ทอมตรงไปยังร้านข้าวแกงขาประจำ ผมก็เดินไปซื้อขนมปังที่ข้างนอกมันโรยด้วยผงน้ำตาลไอซิ่งที่ข้างในจะมีอยู่แค่สามไส้ เป็นไส้สตอเบอร์รี่ ไส้บลูเบอร์รี่ และไส้นม อ่ะไม่รู้ว่าเคยกินกันเปล่า แต่มันอร่อยมากเลยนะ ผมสั่งหกชิ้นป้าแกใส่กล่องพลาสติกใสให้ผม ผมก็ยื่นเงินไปให้แกแล้วรอตังค์ถอน จากนั้นก็เดินไปซื้อน้ำมาสองขวดอีกทีก่อนเดินไปหาไอ้ทอมที่นั่งจ้วงข้าวเข้าปากอยู่


เชื่อมั้ยครับว่าไอ้ทอมมันสั่งข้าวมาสองจาน แน่นอนว่าสองจานนี้มันซื้อมากินคนเดียวครับ ยัดเข้าไปได้ไงวะ นี่ยังเป็นคนอยู่ใช่มั้ย ตอบทีสิเพื่อนทอม ผมวางขวดน้ำไว้บนโต๊ะก่อนจะแกะแม็กรอบกล่องที่ป้าแกทำเอาไว้เพื่อปิดกั้นคนกิน อ่าๆไม่ใช่ เพื่อป้องกันไม่ให้ขนมหล่นต่างหาก


ผมที่วุ่นอยู่กับการกินขนมปังตรงหน้าไม่ได้รู้เลยว่าเพื่อนทอมนั่นได้กินข้าวหมดไปเรียบร้อยแล้วและกำลังมองดูผมกินขนมปังอยู่ ถูกจ้องนานๆก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาถาม มองหน้าหาพ่องเหรอ! เออ...คิดว่าน่าจะไม่ใช่คำนี่นะ ถ้าพูดออกไปมีหวังโดนเสยกลับแน่นอนครับเพื่อนผมมันเตะต่อยเก่งทุกคน แต่ผมไม่ ไม่เกี่ยว ไม่ยุ่ง ไม่วุ่นวายครับ เหมือนแกะดำของกลุ่มเลยครับ แต่ใครแคร์อ่ะ


“มองไร หน้ากูเหมือนเมียมึงไง”นี่ ต้องพูดคำนี้เว้ย คำว่า มองหน้าพ่อหรือมองหน้าหาตีนมันตกยุคไปแล้ว! แต่ทำไมหน้ากูต้องเหมือนเมียมันวะ ต้องบอกว่าผัวดิ เออ มึนแต่เช้าเลยกู


“เดี๋ยวกูโบก แดกยังไงเลอะชิบหาย”ไอ้ทอมเอานิ้วเรียวๆจิ้มมุมปากของมันเองทั้งสองข้างแล้วชี้มาที่ผม คงจะสื่อว่ามันเลอะสินะ


“กินให้หมดก่อนค่อยเช็ดทีเดียวก็ไม่ตายหรอก ไอ้ห่า”ผมหยิบขนมปังอีกชิ้นออกมาจากกล่องเอามาคาบไว้ในปากก่อนจะหยิบอีกชั้นยื่นไปให้ไอ้ทอมที่ยังมองอยู่ ผมคิดว่าที่มันมองก็น่าจะอยากกินด้วยแหละมั้ง โฮ่! ความคิดโคตรใส ผมเป็นคนใสๆครับ อิอิ


ผมแรกมันก็ส่ายหน้าอ่ะ พอผมยื่นไปชิดปากมันจึกๆแล้วถลึงตาใส่ มันก็อ้าปากงับขนมเข้าไปครับ เออ ต้องให้ประเคนถึงปาก ไอ้คนเลี้ยงยาก!


“กูว่าแล้วต้องมาอยู่ที่นี้ ไงพวกมึง”ไอ้ต้าที่เพิ่งจะกลับมามีบทอีกครั้งเดินเข้ามาทักพร้อมไอ้คนข้างหลังที่เดินมาเงียบๆ แต่หน้าตานี่ กูถามจริงมึงตื่นยังสิงห์


“เออๆ กินมั้ยมึง”ผมชี้ไปที่ขนมปังที่ยังเหลืออยู่ในกล่องสามชิ้น ผมที่กินไปแล้วสองไอ้ทอมที่ประเคยยัดอีกหนึ่ง ผมค่อยๆละเลียดกินน่ะเลยหมดช้า ชอบกินขนมอันนี้แต่จะกินเมื่ออยากกินเท่านั้น


“โอ๊ะ แต๊งค์นะเพื่อนแว่น แต่กูไปซื้อข้าวมาแดกก่อนไอ้สิงห์ป่ะมึง”แล้วพวกมันสองตัวก็แยกกันไปซื้อข้าว ผมกับไอ้ทอมก็นั่งอยู่ที่โต๊ะ


“มึงไปเก็บจานก่อนก็ได้ พวกมันแดกเสร็จจะได้ไปกันเร็วๆ”ผมบอกมันที่ตอนนี้เอาโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดโซเชียลแล้วครับ มันขานรับ “อืม” เบาๆในลำคอ แต่ก็ยังคงนั่งนิ่งเหมือนเดิม


อันที่จริงอุปนิสัยใจคอของบักทอมนี่มันเป็นคนไม่ค่อยพูดครับ แต่อาจจะมีบางที่บ่น และมันกินจุกินเยอะ แต่เป็นคนดีและรักเพื่อนครับ ดูจากที่เพื่อนโดนยำตีนมาจากอริก็พาพวกไอ้สิงห์ไปแก้แค้นคืนให้ แต่นั่นตั้งขึ้นแล้วแต่อารมณ์มันอีกครับ ถ้าวันนั้นคันตีนก็ไป อินดี้ไปอี๊ก


“กูกลับมาแล้วคร้าบบบ มาพร้อมผัดไทยใส่พริก อิอิ”ไอ้ต้าผู้ร่าเริงของเราเสียงดังมาแต่ไกล เออครับมึงมากูเห็นแล้ว ไม่ต้องตะโกนครับสัสมึงช่วยอายชาวบ้านเขาหน่อยได้มั้ย ขอร้อง


คือในโรงอาหารตอนนี้เริ่มมีนักเรียนที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าหรือแค่มาซื้อมาประปรายแต่เยอะขึ้นมากจากตอนที่ผมเข้ามานั่งแรกๆอ่ะนะ จากนั้นไอ้สิงห์ก็มานั่งข้างๆผมส่วนต้าเดินไปนั่งข้างไอ้ทอม


“ขนมเมื่อวานอร่อยมากไอ้แว่น”ไอ้ต้าพูดก่อนจะตักผัดไทยเข้าปาก


“อ่าฮะ แต่กูรู้ว่ามึงมีพาย ทำไมไม่เอามาวะ”ไอ้สิงห์บอกหลังเคี้ยวข้าวมันไก่ไปคำนึง


ผมทำหน้าเอือมๆใส่มันไปทีนึง“กูจะรู้มั้ยว่าพวกมึงอยากกินวะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เอามาให้แล้วกัน”


คิดได้ทันทีเลยครับว่าวันนี้กลับบ้านไปจะไปทำอะไรดี นอกจากพายที่ทำอบไว้เมื่อวานแล้ว วันนี้ผมจะทำช็อกบอล มานะช็อกโกแลต และเครปเย็น อรั๊ยยย แค่คิดก็อยากกินแล้ว อยากกลับบ้านตอนนี้เลยได้มั้ยวะ ฮ่าๆ กลุ่มพวกเราเกิดความเงียบไม่มีใครพูดคุยเพราะกำลังอยู่ในส่วนของตัวเอง จนกระทั่ง


“เออ มึงแล้ว เรื่องโอเพ่นเฮ้าส์ของมหาลัยKวันพุธนี้จะไปมั้ย”ไอ้ทอมมันถามขึ้นทะลุปล้อง ทำเอาความคิดผมที่ล่องลอยเข้าไปในแคนดี้แลนด์กลับมาสู่โลกจริง


“ไปดิ”สิงห์


“ยังไงก็ต้องไปป่ะ”ต้า


“อืม ตามนั้น”ผม


“แล้วจะไปที่ไหนนัดเจอกันกี่โมง”ไอ้ทอมแถมรายละเอียด กำลังจะตอบแต่ก็ต้องหุบปากเพราะเสียงเพลงประจำโรงเรียนดังออกมาจากลำโพง บ่งบอกสัญญาณว่าถึงเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ


“ค่อยคุยเรื่องนี้ดีกว่า ค่อยไปคุยตอนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ตอนนี้พวกมึงไปเก็บจานได้แล้วก็...อ้าปากดิ”ผมจัดแจงคำถามของไอ้ทอมพร้อมสั่งให้พวกมันอ้าปาก พวกมันก็อ้าตามที่บอกนะ น่ารักจริงๆ ให้รางวัลขนมปังโรยแป้งคนละชิ้นไปเต็มคำ ก่อนที่ผมจะเก็บกล่องพลาสติกพร้อมคว้าขวดน้ำแล้วเดินออกมาจากตรงนั้นเพื่อไปล้างปากที่ก๊อกน้ำหน้าโรงอาหารรอพวกมันไปเก็บจาน


ไอ้สามคนนั้นก็ เดินออกมาล้างมือก่อนจะพวกผมจะพากันเดินไปเข้าแถวซึ่งห่างจากที่ๆผมอยู่ประมาณกิโลบวกเมตรนิดๆ เข้าใจกันป่ะคือโรงเรียนผมมันเป็นใหญ่พิเศษเลยนะ เพราะเป็นโรงเรียนที่มีความนิยมเด็กสอบเข้าเยอะอะไรประมาณนี้


ผมจะตัดฉากที่พวกผมเข้าแถวเคารพธงชาติและสวดมนต์และสิ่งที่ประชาสัมพันธ์ประกาศอะไรนักหนาทุกวันเรื่องคุณงามความดีบ้างล่ะ ของหายบ้างล่ะ รวมๆแล้วข่าวสารที่มาจากโรงเรียนจริงๆมีน้อยนิดทิ้งไป มาเริ่มกันที่โฮมรูม


หลังจากที่เข้าห้องกันมารู้สึกว่าเสียงพวกผู้หญิงจะดังมากเพราะมีเรื่องให้เม้าท์กันอยู่ตลอดเวลาอันที่จริงก็มีผู้ชายที่คุยบ้างประปราย ส่วนมากเรื่องที่ผู้หญิงจะคุยมันจะเริ่มที่เมื่อวานไปเที่ยวที่ไหนไปเจออะไร หรือไปเสื้อผ้าตัวใหม่มาก่อนจะจบด้วยคุยเรื่องผู้ชาย แต่บางทีเรื่องบางเรื่องที่พวกผู้หญิงก็เป็นข่าวสารที่ดีได้โดยเฉพาะผมที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับบ้านเมืองเขาสักเท่าไร


ทำดีครับๆ


ครูประจำชั้นห้องผมเข้าช้าพวกเราเลยมีเวลาคุยกันเอาจริงๆถึงครูจะอยู่พวกเราก็ยังคุยกัน แต่ลดระดับเสียงลงมาเป็นกระซิบ ที่นี้ล่ะครับถ้าคุณลองเงียบแล้วฟังรอบๆข้างแม่งเหมือนมีแมลงวันชุม 555 ---โคตรน่ารำคาญ   


“มึงๆ แล้วเรื่องที่คุยก่อนเข้าแถวอ่ะว่าไง จะไปกันตอนไหน”ไอ้ต้ามันหันเก้าอี้มาที่โต๊ะพวกผม ไอ้ทอมหันมานั่งพิงกำแพง ผมก็เลยทำตามจะได้คุยกันเห็นหน้าเห็นตา


“คุยไรกันวะ”ไอ้พีมพูดขึ้นก่อนมองหน้าพวกผมทีละคน ส่วนไอ้ดีลที่นั่งข้างหลังก็เอามือเท้าคางแล้วลูกตาก็สอดส่ายมองหน้าพวกผม


“วันพุธอ่ะมหาลัยK เขาเปิดโอเพ่นเฮ้าส์ เลยถามว่าจะนัดกันมารอที่ไหนกี่โมง”ไอ้สิงห์อธิบายแทนไอ้ต้า แหม ทำงานกันเป็นทีม


“อ่อ เออ แล้วว่าไง”ไอ้ดีลถามขึ้นบ้าง


“ก็มาตกลงพร้อมกันอยู่นี่ไง ว่าจะเอาไงดี อืมมม งั้นเอางี้กานต์พัฒน์ กูให้อภิสิทธิ์มึงแสดงว่าคิดเห็น”ไอ้เตธะวิน ไอ้ต้า ไอ้จัญไร


“ไอ้สัส กูยิ่งไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมหาลัยอยู่ แต่กูว่ามาตอนเก้าโมงกำลังดี หรือจะมาแปดโมงครึ่ง”ว่าแต่ แปดโมงครึ่ง กับ เก้าโมง มันต่างกันเปล่าวะ? เริ่มงงสมองตัวเอง ก็คง...ต่างแหละมั้ง เดินหลงในมหาลัยอีกสามสิบนาทีก็เก้าโมงพอดี เออๆใช่


“งั้นมาเจอกันที่หน้าโรงเรียนมั้ยล่ะจะได้ไปพร้อมกันเลย ไหนๆโรงเรียนก็ประกาศหยุดสามวันตั้งแต่วันพุธถึงวันศุกร์ ถ้าจำไม่ผิดพวกครูน่าจะไปสัมนากันที่เลยนะวันนั้น”ไอ้พีมพูดขึ้น


“งั้นโอเค เจอที่หน้าโรงเรียนเก้าโมงนะ”อ้าว อย่างนี้ก็ใช้เวลาเดินทางอีกอ่ะดิ ไม่เป็นไรมั้ง


“อ่า จะเอายังไงก็เอา ตามนั้นเลย”ไอ้ดีลมึงจะตามคนอื่นเขาตลอดมันไม่ได้รู้มั้ย บักหำหลอด ผมเป็นคนกรุงเทพจริงๆนะครับ


“งั้นตามนี้ พวกมึงโอเคกันแล้วนะ ตั้งใจเรียนกันได้แล้ว”ไอ้พีมรวบรัดให้ก่อนจะสั่งทั้งแก๊งรวมถึงผมให้สนใจเรียนเพราะตอนนี้ครูประจำวิชาแรกเข้ามาสอนแล้วนั่นเอง





       

ณ เวลานี้เป็นคาบพักกินข้าวเที่ยงครับ ฮูเร่! ทนนั่งเรียนที่ห้องสองชั่วโมงติด ย้ายไปตึกวิทย์เพื่อเรียนเคมีอีกคาบ หิวชิบหายเลยครับ ตอนนี้รู้สึกได้ว่าสามารถแดกควายได้ทั้งตัวเลยครับ


“พักเที่ยงๆ กินข้าวๆ”ไอ้ต้ามันพูดไปก็เดินกอดคอไอ้ทอมไป พวกเราเดินแบบแถวหน้ากระดานเรียงตัวเริ่มจากทางซ้ายเป็นไอ้สิงห์ ไอ้ต้า ไอ้ทอม ไอ้ดีล ไอ้พีมแล้วก็ผมตามลำดับ โคตรบอยแบนหน้าตาแต่ละคนโคตรงานดีบอกเลย     


ผมเดินมองข้างทาง จนสายตาไปป๊ะกับสายตาคู่หนึ่งที่มองมาที่ผม เอ๊ะ ไม่สิน่าจะคนในกลุ่มพวกผม มันเป็นใครวะ? คนที่สบตากับผมเป็นผู้ชายที่ตัวเล็กผิวขาวหน้าตาจัดได้ว่าน่ารัก ไม่รู้ คำๆนี้มันใช่อ่ะ ตัวเล็กบอบบาง ผิวขาวๆตาโตๆปากแดงๆ น่าร๊อคคคอ่ะ ถ้าเป็นผู้หญิงนี่ผมเดินเข้าไปจีบเลยจริงๆแต่สงสัยจ้องนานเกินไปคนข้างๆเลยทักขึ้น“ไอ้แว่นมึงมองอะไรวะ”ผมละสายตาจากน้องผู้ชายคนนั้นไปมองไอ้พีมก่อนจะหันไปมองต่อ ปรากฏว่าน้องหายาไปแล้วครับ คงวิ่งกลับห้องไปแล้วมั้ง


“ป่าวๆ”ผมเดินตามเพื่อนที่นำไปไม่ไกลนัก พีมหันไปทางที่ไอ้แว่นเพื่อนเขามองก็ไม่พบใครเลยเดินตามหลังไอ้แว่นไป

   

พวกผมเดินไปจองโต๊ะโดยถอดรองเท้าวางไว้ ล้อเล่น เอาขวดน้ำตั้งไว้ เจ๋งๆหน่อยเอาบัตรประจำตัวนักเรียนวางไปเลยครับ 555 ไอ้สิงห์แม่งทำเว้ยแล้วมันได้ผลไอ้ดีลกับไอ้ต้าก็เลยทำตาม แต่ผม ทอม พีมไม่ทำอ่ะกลัวบัตรหายต้องเสียเงินไปทำใหม่อีกร้อยบาท


“มึงกินอะไรดีวะ”นี่คือปัญหาโลกแตกครับ หิวแต่ก็เลือกไม่ถูกว่าอยากจะกินอะไร เคยเป็นกันมั้ย ผมรู้ว่าคุณผ่านจุดนี้มาแล้ว นั่นแหละครับ กินอะไรดีวะ


“กูไปกินสปาเก็ตตี้นะ”ผมชอบกินอาหารซ้ำๆอ่ะครับถ้ามันอร่อย บางครั้งกินข้าวพะแนงไก่กับผัดกระเพราทั้งเดือนก็เคยมาแล้ว ก็มันอร่อยอ่ะ  


ผมเดินแยกออกมาจากกลุ่มก่อนเดินไปต่อแถวร้านนี้ไม่ค่อยมีคนเยอะเท่าไร แต่ก็ใช่ว่าอาหารเขาจะไม่อร่อยนะครับ ใครหิวมากๆก็ร้านที่ผมยืนอยู่นี้เลย ให้ข้าวเยอะมากกกก


ผมสั่งอาหารแล้วจ่ายตังค์ เดินไปหยิบช้อนส้อมแล้วกำลังจะเดินไปโต๊ะก็ถูกสะกิดจากด้านหลัง ผมก็หันไปตามแรงสะกิดอ่ะนะ ผมพบผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะอยู่มอสามเพราะมองจากปกเสื้อแล้ว น้องเขาสูงถึงคางผมเลยครับ เห้ย ผมก็สูงอยู่นะ น้องเขาโตเร็วอ่ะคาดว่าอีกไม่กี่ปีน้องเขาคงสูงเลยผมไปแล้วแน่นอน น้องเขาก้มหน้าก้มตาอยู่ผมเลยไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง แต่ผิวน้องเขาสีขาวน้ำผึ้งอ่ะคิ้วดกด้วย โตขึ้นนี่หล่อแน่ๆหมอกลางรับประกัน เออ ว่าแต่น้องเขามาทำอะไรวะ กูหิวเนี่ย เดี๋ยวกูก็แดกหัวมึงหรอกไอ้น้อง


“เออ...น้องครับมีอะไรรึเปล่าครับ”ผมถามออกไป


“…”น้องมึงครับกูหิวมึงรีบตอบมาเถอะครับ


“พี่หิว ถ้าน้องนึกคำพูดไม่ออก น้องจะตามพี่มาที่โต๊ะแล้วค่อยบอกก็ได้นะครับ”ผมไม่รอช้าพูดเสร็จแล้วเดินหนีเลย ไม่สนด้วยว่าจะตามมาไม่ตามมา คือตอนนี้กูหิวกูไม่อยากเสียเวลาอันมีค่ามารอมึงทั้งวันครับสัส


ผมเดินมาถึงโต๊ะพบว่าเพื่อนๆแม่งนั่งกินกันแล้วครับ ผมก็เดินเข้าไปวางจานในที่ตัวเอง นั่งปุ๊บไม่รอช้าจ้วงส้อมยัดเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากเลยครับ อร่อยยยย


“แว่น! แว่น! ไอ้แว่น!! หยุดแดกแล้วเงยหน้าขึ้นมาก่อนดิ”ไอ้ดีลมันเรียกผม ผมก็เงยหน้าตามที่บอกแต่คิ้วก็ขมวดอยู่ด้วยเช่นกัน ก่อนจะกลืนสปาเก็ตตี้ที่เคี้ยวอยู่ลงคอแล้วถามกลับ


“มีอะไรวะ ที่บ้านมึงไม่สอนว่า กินข้าวอยู่อย่าพูด รึไง”ถ้าผมหิวผมดุยิ่งกว่าไอ้ทอมโมโหตอนโดนแย่งของกินอีกบอกเลย


“สอน แต่กูรำคาญน้องที่เดินตามมึงต๋อยๆตั้งแต่มึงมานั่งแล้วเนี่ย คุยดิ ยืนอยู่หัวโต๊ะแบบนี้คนอื่นเขาเดินลำบาก”ไอ้ดีลมันพูดรัวมาประโยคเดียวแล้วดื่มน้ำ มันกินข้าวหมดแล้วครับ


“อ้าว กูก็นึกว่าไม่ได้ตามมาแล้ว น้องมีอะไรก็พูดมาครับ พี่ให้เวลาสิบวิ พวกมึงนับดิกูจะแดกต่อ”ผมพูดกับตัวเองแล้วหันไปคุยกับน้องพร้อมสั่งเพื่อนเป็นกระบวนการ โคตรจีเนียส อิอิ


“เอ้าไอ้สัสแว่น นับๆสิบ”ต้า ถึงมันจะบ่นแต่ก็นับถอยห้องเป็นคนแรก ไม่ใช่ว่าผมกินอย่างเดียวนะ แต่สายตานี้ก็มองมันด้วยเหมือนกัน อยากรู้ว่าน้องมันมีอะไรถึงตามมา


“เก้า”สิงห์


“แปด”ทอม น้องเริ่มมีท่าทางอึกอัก เหมือนคนลังเลอะไรสักอย่าง


“เจ็ด”ดีล ตัวเลขเริ่มถดถอยไปเรื่อยๆแต่น้องก็ยังไม่ยอมปริปากพูดอะไร


“ห้า”ไอ้พีม มันพูดขึ้น เลขมันโดดไปได้ไงวะ


“เดี๋ยวมึง แล้วหกอ่ะ”ไอ้ต้าพูดแทรกขึ้นมา นั่นดิ


“ก็นี่ไง มึงก็พูดอยู่ ต่อๆ”ไอ้พีมตอบหน้าตาย อย่างนี้ก็ได้เหรอชายพีม


“สี่”ไอ้สิงห์ น้องเหงื่อเริ่มแตก


“สาม”คราวนี้ผมนับถอยหลังเองเลยครับ พวกมันเหมือนรู้กันเองว่าจะต้องเงียบกดดันให้น้องมันคายความลับออกมา... ความเป็นทีมนี้ จริงแค่ไหนเรียกจริงจัง คิดดู


“สอง...จะพูดไม่พูด ขอบอกเลยว่าอย่าทำให้พี่โมโห”ถึงโมโหไปก็ไม่รู้จะทำอะไรน้องมันอยู่ดีแหละ ผมไม่ชอบทำร้ายคน โคตรคนดีขอมงพร้องสายสะพายให้ผมที 555


“เออ”น้องเอ่ยขึ้นมาครั้งแรกแล้วอะไรรู้มั้ย ผมรู้สึกได้ถึงความเสือกจากเพื่อนๆในโต๊ะครับ ไอ้พวกเวร


“หนึ่ง”ผมทำเป็นไม่สนใจน้องว่าลนลานแค่ไหน และกำลังขยับปากบอกคำว่า ‘ศูนย์’ น้องเขาก็โพล่งขึ้นมาเสียงดัง


“ผมชอบพี่ครับ!!! พี่กลาง!!!”น้องมันลนลานจนตะโกนคำพูดดังลั่น ในที่สุดน้องมันก็พูดครับ เฮ้อ ผมก็นึกว่าอะไร ห้ะ! มึงว่าอะไรนะน้อง มึงทำกับกูอย่างนี้ได้ยังไง กูไม่เคยแกล้งมึงไม่เคยรู้จักมึงด้วยซ้ำ มึงทำร้ายกูทำม่ายยยย


ผมขออธิบายนิดหน่อย คิดตามนะ พวกผมนั่งอยู่หน้าเวที อ่าฮะ ที่ๆผมนั่งอยู่ มัน-เป็น-โดม และเสียงมันจึงก้องมากกกก กอไก่ล้านตัว อ๊ากกกกกกกกกก  

To be Continued...

say HI !!! 

ไงจ้า คิดถึงฉันมั้ยเล่าเธอ มาลงเลทนิดนึง ให้อภัยฉันนะ เพราะวันนี้เราต้องไปมอบตัวเข้าเรียน เดี๋ยวกลับมาตรวจเพื่อแก้ไขคำผิด ประโยคแหว่งตอนที่3ในวันพรุ่งนี้อีกที ตอนที่ 4 กำลังเริ่มแต่ง

ดอกจัน(***)กระพริบไว้เลยว่า สามารถเข้าไปติดตามกันได้ที่เพจ lnw_K

ลงเมื่อ 20/04/2560​

แก้ไขครั้งทีี่1 เมื่อ 21/04/2560

แก้ไขครั้งที่2 เมื่อ 18/11/2560

ความคิดเห็น