ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 เล่นอะไรกันอยู่อย่างนั้นหรือครับ??[100เปอร์]

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 เล่นอะไรกันอยู่อย่างนั้นหรือครับ??[100เปอร์]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 260

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2560 14:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 เล่นอะไรกันอยู่อย่างนั้นหรือครับ??[100เปอร์]
แบบอักษร

          ผมยังเห็นใบหน้าทรมานของพีเวียรแวบหนึ่งผมไม่ได้ถามอะไรก็มีแสงสาดส่องเข้าที่ดวงตาของผมมันทำให้ตาของผมนั้นบอดไปชั่วขณะและก็มาปรากฏอยู่ที่หน้าห้องของแคสซิโอเช่นเดิมเวลาไม่ได้เดินเพิ่มมากไปเลยแม้แต่นิดเดียว พีเวียรนั้นบอกว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้งในถานะศัตรู ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องในถานะศัตรูด้วยละทั้งๆทีก็ได้ไม่มีท่าทีเกลียดกันมากเสียขนาดจะเรียกกันในถานะศัตรูได้

          ในใจนั้นแอบกังวนน้อยๆที่พีเวียรทำหน้าเช่นนั้นแม้จะเพียงแวบเดียวแต่นั้นก็มากพอที่จะทำให้เขานั้นเป็นห่วงเพราะด้วยนิสัยที่ชอบเป็นห่วงของตัวเอง

          “…ท่านพี่มะ..มีอะไรอย่างนั้นหรือครับ..”เสียงดังขึ้นทางด้านหลังของผมทำให้ผมที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องของแคสซิโอนั้นรู้สึกตัว

          “อุย”ผมอุทานออกมาเบาๆก็คนมันตกใจอะครับ! หันหลังไปก็พบหน้าน้องชายผู้คุ้นเคย”แคสซิโอเองหรอก ฮะฮ่า..พี่ก็แค่มาหาแคสซิโอเท่านั้นแหละ”

          “ครับ..มีอะไรหรอครับ”ชิบหายละก็แค่มาดูหน้าดูตาแค่นั้นเองต้องมีเรื่องมาคุยด้วยแคสซิโอไม่เคยเป็นงี้อ่าปกติต้องดีใจแล้ววิ่งเข้ามาหาผมไม่ใช่หรอ!?

           “อ่า เปล่าหรอกแคสซิโอข้าแค่มาดูเจ้าแค่นั้นไม่ได้มาคุยธุระอะไรหรอก เห๊ะเห๊ะ..”เทย์วอนเสยหน้ามองไปทางอื่นพร้อมทั้งไม่ได้มองมายังแคสซิโอยิ้มแห้งๆอย่างคนไปไม่เป็น

          “งั้นข้าขออนุญาตเข้าห้องของตนเองได้หรือไม่”เทย์วอนพยักหน้าพร้อมหลีกทางให้กับแคสซิโอน้อยๆเพื่อให้เจ้าตัวนั้นได้เข้าห้องของตนเอง

          แกร็กก…

          เสียงปิดประตูค่อยๆปิดลงตามแรงของแคสซิโอในตอนนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่กำลังยืนยิ้มอยู่หน้าห้องคนเดียวแต่เวลาผ่านไปอีกซักพักรอยยิ้มขี้เล่นนั้นก็เริ่มจางหายไปจากใบหน้าของเทย์วอนดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยเขาหันหลังกลับไปยังห้องของตนเอง

          บอกกับตนเองว่าแคสซิโอเพียงไม่ว่าง..เท่านั้น..

          เทย์วอนฝึกฝนตนเองเรื่อยๆมาจนเวลาผ่านมาหนึ่งปีทั้งเรื่องวิชาดาบและเวทย์นั้นในตอนนี้เขาเป็นเลิศในทุกๆด้านสมกับเป็นองค์ชายลำดับที่หนึ่งจิตรใจของเทย์วอนในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานี่ห่อเหี่ยวไปมากเพราะแคสซิโอนั้นไม่ได้เล่นกับตนเหมือนสมัยก่อนซึ่งเทย์วอนนั้นก็เข้าใจว่าอายุของแคสซิโอนั้นก็มากขึ้นก็เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ยากเล่นอะไรแบบเด็กๆเหมือนสมัยก่อนนั้นทำให้เทย์วอนจากเจ้าชายขี้เล่นนั้นได้กลายเป็นอีกคนไปเสียดื้อๆ

           ในคืนนี้แคสซิโอนั้นนั่งอยู่ที่สวนที่เคยเกิดคดีมาแล้วเมื่อหนึ่งปีก่อนผมได้เฝ้ามองแคสซิโอทำกำลังจ้องมองดวงจันทร์สีแดงสดอยู่ผมไม่ได้เชื่อในคำพูดของพีเวียรจนหมดทุกคำแต่ก็ไม่ได้มีอะไรที่บอกว่าคำพูดของพีเวียรนั้นไม่ใช่ความจริง

          ผมคลาดสายตาจากแคสซิโอเพียงแปบเดียวแคสซิโอที่กำลังนั่งมองดวงจันทร์สีแดงนั้นก็ได้หายไปเสียอย่างนั้น

          “หายไปไหนวะ!??”เทย์วอนสมทบด้วยความหัวเสียที่อยู่ๆแคสซิโอก็หายตัวไปเสียเช่นนั้น

          “..อะไรกันไม่เห็นข้าอย่างนั้นหรือ”เสียงดังมาจากข้างบนหัวของผมเรียกสายตาของผมให้หันไปตามเสียงได้เป็นอย่างดี เมื่อมองขึ้นไปก็พบแคสซิโอที่กำลังนั่งอยู่บนต้นไม้ต้นใหญ่และแกว่งขาไปมากสายตายังคงทอดมองไปที่ดวงจันทร์สีแดงสดนั้น

          นี่ไม่ใช่แคสซิโอ..

          ผมดูก็รู้ได้โดยทันทีเพราะคนๆนี้มีกลิ่นอายพลัเวทย์ที่แตกต่างออกไปจากแคสซิโอเป็นอย่างมาก

          “โอ้ว อะไรกันครับบพี่ชาย..เป็นการต้อนรับที่ไม่นารักเลยนะครับอยู่ๆก็มาเขม่นตาใส่กับอย่างนี้ตั้งแต่แรกพบ..หึหึ”แคสซิโอไม่สิทาคาเอลกระโดดลงมาจากต้นไม้แล้วมายืนอยู่หน้าผม

           ทุกอย่างในตัวของแคสซิโอนั้นปกติดีไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปจากแคสซิโอคนเดิม..ยกเว้นเสียแต่จาวาการพูดและพลังเวทย์เท่านั้น

          “อยากเจอมาสเตอร์เร็วๆจังเลยนะ หึหึ มาสเตอร์จะจำข้าได้หรือไม่กัน”

           !!!! เห้ยอยู่ๆทำไรฟร๊ะนั้น!!เล่นแทงดาบที่ไม่รู้มาจากไหนเข้าที่เขาที่ยังไม่ได้ตั้งตัวเขาเขาไม่ได้รับการฝึกมาจากคาเชลนั้นเขาอาจจะโดนดาบนั้นเข้าเต็มๆ

          “หลบได้ดีนี่..”

           “…”

           “ไม่พูดอะไรหน่อยหรือ..โอเคไม่พูดก็ไม่พูด”โทคาเอลในร่างของแคสซิโอนั่งลงข้างๆผมที่ตอนนี้กำลังยืนระแวงอีกฝ่ายอยู่ ผมกำลังดูเชิงว่าอีกฝ่ายนั้นจะทำอะไรต่อหรือไม่แต่ก็ไม่ โทคาเอลไม่ได้ทำอะไรต่อหลังจากที่แทงดาบมาทางของผมเขาเอาแต่มองไปยังดวงจันทร์สีแดงสดที่ลอยเด่นอยู่บนฟ้า

          “…มองอะไรอย่างนั้นหรือ”บรรยากาศค่อนข้างเงียบผมจึงเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน โทคาเอลหันมามองยังผมที่กำลังยืนมองเขาจากลำดับที่สูงกว่า

          “ก็แค่ดวงจันทร์สีแดง..เพียงแค่นั้น..”ฟังจากน้ำเสียงและแววตาก็รู้ว่ามีเหตุผมมากกว่านั้นแต่เขไม่บอกเราก็ไม่ควรที่จะบีบบังคับ โทคาเอลหันกลับไปมองยังดวงจันทร์สีแดงต่อ”..ก็แค่คิดถึงวันที่เคยนั้นดูดวงจันทร์นี่กับมาสเตอร์น่ะ..”โทคาเอลเอ่ยเหตุผมออกมาว่าทำไมตนนั้นจึงจ้องมองดวงจันทร์นั้นขนาดนั้น

          “เจ้านามว่าโทคาเอลสินะ”เมื่อผมเอ่ยนามของเขานั้นก็ทำให้เจ้าตัวหันควับมาที่ผมในทันที อย่ามองอย่างนั้นสิอายนะ ถุ้ยอายก็บ้าละจะไปอายอะไรละสายตานั้นมันจะฉีกกระชากเนื้อของผมออกมาแล้วนะนั้น

          “จะ..เจ้ารู้นามของข้าได้อย่างไรกัน”

          “พี่สาวคนสวยที่ชื่อพีเวียรบอกมาน่ะ”อีกฝ่ายอ้าปากค้างจนแมลงวันสามารถบินเข้าปากไปได้สักประมาณสองตัวได้แล้วโทคาเอลส่ายหน้าพร้อมกับมองหน้าผมอีกรอบหนึ่ง

          “หะ..ห้ามพูดเรียกนามของข้าอีก..คนที่เรียกได้มีเพียงเพื่อนพ้องและมาสเตอร์ของข้าเท่านั้น!!”

          “อ่าวว่าไง**โท****..คา..**เอลเพื่อนรัก”อีกฝ่ายเริ่มลุกขึ้นมามองหน้าเขา หว่าน่ากลัวจังเลยหน้าตายังนั้นที่ทำอยู่ในร่างของแคสซิโอท่าทางนั้นก็เป็นเพียงแค่ลูกแมวน้อยผู้น่ารักที่กำลังขู่อยู่เท่านั้นแหละ ทำดี ทำดี โทคาเอลทำต่อไปเลยทำต่อไปน่ากลัวมากเลยครับ ฮะฮ่า น่ากลัวจนผมอยากจะเข้าฟัดเสียเดี๋ยวนี้แต่มันติดอยู่ที่เจ้านี่ไม่ใช่แคสซิโอน้อยที่ผมรู้จักอะดิ!!

          “ใครเพื่อนรักเจ้ากันห๊ะ อยากศพไม่สวยหรอ**!”**อุ๊ย ผมกำลังโดนแคสซิโอขู่อยู่เขามาเลยๆพี่จะรับทุกการดจมตีของน้องชายผู้น่ารักของพี่เอง..แต่ได้เฉพาะกำปั่นน้อยๆนั้นนะ

          “กลัวแล้วคร้าบท่านโทคาเอล

          “ทำไมมาสเตอร์ของพวกข้ามีพี่ชายหูหนวกอย่างนั้นหรือเฮ้ออ..คงจะลำบากสินะมาสเตอร์”เดี๋ยวดิว่าใครหูหนวกข้ายังฟังเอ็งพูดอยู่นะเฟ้ย

          “ข้าไม่ได้หูหนวก”โทคาเอลในร่างของแคสซิโอขึงตาใส่เทย์วอนและพูดด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาทที่ฟังแล้วก็อยากดึงเข้ามาจูบเสียให้เข็ด แต่ช้าก่อน..ไม่ใช่ว่าทุกคนนะเฟ้ยเอาแค่แคสซิโอของผมคนเดียวเท่านั้นนะครับถ้าเป็นร่างจริงของเจ้าโทคาเอลละก็เหอะอย่างนั้นไม่อยากจูบปิดปากแต่คงจะเกิดสงครามขนาดหย่อมขึ้นแน่นอน

          “เช่นนั้นหรอกหรือ..ข้านึกว่าหูหนวกเสียอีก”พูดงี้ไฟว์ไหม???”เหอะ พอเถอะข้าไม่ได้จะมาประกาศสงครามกับเจ้าหรอกนะ..ในวันนี้น่ะนะ…เพราะงั้นช่วยเลิกกวนบาทาสักหนึ่งนาทีได้ไหม?”โห้ แค่หนึ่งนาทีคนอย่างผม..

          “ไม่ได้”คนอย่างผมเคยขอได้หรอ??หลังจากที่ผมตอบหลับอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ได้ใช่หัวสมองอันน้อยนิดคิดเลยแม้แต่น้อยหัวสมองนั้นก็โดนตบจนสะเทือนไปถึงน้องสมองอันน้อยนิดในหัวของผมทันที โอโห้ตบงี้เส้นประสาทในหัวก็เพิ่มขึ้นไหมเนี่ย!?สะเทือนเชี่ยวแล้วอยู่ๆเจ้าสมองนั้นก็กลับคำเสียอย่างนั้นทั้งๆที่เจ้าของมันยังไม่ได้สั่งเลยสักนิดไรฟร๊ะ?”ก็ได้ครับ”

          “ค่อยพูดง่ายขึ้นหน่อย”

          “ครับๆ”ผมรับคำแล้วก้มหน้างุด เห้ยเดี๋ยวดินี่มันไม่ใช่ตัวผม!หรือว่าไอที่ตบเมื่อกี้มันจะทำให้ผมเป็นงี้กัน..โคตรโกงเลยอะไรอะอาจารย์ไม่เห็นเคยสอนวิชาโกงๆนั้นให้ผมเลยงี้ต้องไปโว้ยเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

          “ฟังเรื่องจากพีเวียรแล้วก็ง่ายขึ้นหน่อย..ข้าเป็นหนึ่งในการ์เดียนผู้คุ้มครองร่างของมาสเตอร์และเป็นหนึ่งในการ์เดียนผู้ที่ผนึกพลังเวทย์ของมาสเตอร์..อ่า ของพีเวียรเป็นธาตุน้ำแข็งส่วนของข้าเป็นเวทย์ความมืดน่ะ..ด้วยความที่เวทย์ของมาสเตอร์นั้นมีมากเกินไป…..ก็เลยให้ข้ากับพีเวียรผนึกเวทย์คนละสายน่ะ..โทษทีเจ้าคงไม่ได้ยินชื่อของบุคคลผู้นั้นสินะ ฮะฮ่าไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราไม่สามารถพูดชื่อของคนคนนั้นให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องฟังได้..แม้อยากจะบอกก็เถอะแต่ถึงบอกแล้วก็อย่างเมื่อกี้..ไม่มีผู้อื่นนอกจากพวกข้าทั้งห้าคนที่ได้ฟินได้หรอก”เทย์วอนนึกถึงตอนที่พีเวียรก็เอ่ยชื่อของบุคคลคนหนึ่งเช่นกันแต่เขานั้นก็ไม่ได้ยิน”ข้ามาเพื่อปลดพลังของมาสเตอร์ที่กำลังหลับไหลอยู่..อย่างที่บอกเป็นเวทย์มืดเพราะงั้นมันอันตราย..อันตรายต่อพวกเจ้าและตัวของมาสเตอร์เองด้วยข้ายังไม่อยากที่จะปลดมันในตอนนี้ แต่เช่นนั้นคำสาปก็จะค่อยๆกลืนกินข้าเข้าไปทีละนิดทีละนิดจนไม่ใช่ตัวข้าอีกต่อไป”โทคาเอลในร่างของแคสซิโอนั้นหันมามองทีเขา

          ”เพราะงั้นได้โปรดช่วยมาสเตอร์ด้วย…เมื่อข้าถูกคำสาปนั้นกลืนกินตัวตนของข้าจะหายไปและเขาจะมาปลดผนึกเวทย์มืดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของมาสเตอร์เมื่อถึงเวลานั้นจริง

อย่าให้ตัวนั้นปลดผนึกนั้นเด็ดขาด**..**”ชายหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีได้แต่ยืนฟังเรื่องราวที่เล่าออกมาจากอีกฝ่ายเขานั้นสรุปได้คราวๆนั้นก็คือโทคาเอลนั้นไม่อยากที่จะให้เวทย์มืดที่อยู่ในตัวของแคสซิโอตื่นขึ้นมาแต่นั้นก็เหมือนทำไม่ได้เพราะคำสาปเฮงซวยที่ถ้าไม่ทำจะค่อยๆถูกกัดกลืนความเป็นตัวเองไปทีละนิดและจะไม่ใช่ตนเองอีกต่อไปแล้วคนๆนั้นก็จะมาปลดผนึกนั้นเสียงเอง

          ช่างเป็นเรื่องราวที่เข้าใจยากและซับซ้อนเป็นอย่างมากในความคิดของเทย์วอน

          “คงได้คุยกันแบบนี้อีกประมาณ..ห้าปีได้ เร็วดีเนอะ..ถ้เจ้าไม่เข้าใจอะไรก็ลองอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ของเทพผู้ทำลายล้างโลกดูนะ..ในห้องสมุดของวังนั้นมีอยู่แล้วละ วันนี้ข้าของตัวก่อนเจอกันปีหน้านะ”โทคาเอลในร่างของแคสซิโอยิ้มให้กับเทย์วอนที่กำลังมองมาอยู่และรอยยิ้มนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับดวงตาที่เริ่มปิดลงและร่างที่ค่อยๆทรุดไปตามแรงโน้มท่วงของโลก

          ตุบ เสียงของร่างที่กระทบกับพื้นหญ้าไม่แรงมากนักทำให้เทย์วอนที่ยืนนิ่งอยู่ก้มลงไปช้อนร่างบางของน้องชายวัยเก้าขวบขึ้นมาจากพื้นหญ้าและนำร่างที่กำลังหลับสนิทอยู่กลับไปยังห้องของเจ้าตัวจัดแจงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้กับแคสซิโอเรียบร้อยแล้วก็เดินออกไปจากห้องในทันทีพลางคิดถึงชื่อหนังสือที่โทคาเอลได้บอกตนมา

          ประวัติศาสตร์ของเทพผู้ทำลายล้างโลก

          เขาคงต้องให้การ์เน็ตช่วยแล้วละคนอย่างเขาน่ะหรอที่จะมาอ่านหนังสือที่มีแต่ตัวอักษรพวกนั้น น่าเบื่อจะตายไปใครเห็นว่าผมนั้นตั้งใจเรียนตั้งใจฝึกซ้อมแต่ก็ไม่จำเป็นต้องชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์สักหน่อยหนิครับหนังสือแระวัติศาสตร์อ่านไปก็ไม่ได้ช่วยให้ผมนั้นเก่งมาขึ้นเลยสักนิดเพราะงั้นจึงเป็นเรื่องลองที่ไม่สำคัญต่อชีวิตของผม ส่วนที่จะพึ่งเจ้าการ์เน็ตก็เจ้าการ์เน็ตเป็นคนที่น่าจะรู้เรื่องพวกนี้มากที่สุดในวังผมจึงจะพึ่งเขาเพราะวันๆเจ้าตัวเอาแต่หมกตัวอยู่ภายในห้องสมุดจนจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วถ้ารวมร่างได้คงรวมไปนานแล้วละเหอะๆ

          เทย์วอนเดินกลับไปยังห้องของตนเองเพื่อทำการพักผ่อนในวันพรุ่งนี้จะได้มีแรงหาข้อมูลและมีแรงในการฝึกของวันพรุ่งนี้

         “การ์เน็ต ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วยเสียหน่อยนะ”เทย์วอนที่ยืนอยู่หน้าประตูของห้องสมุดที่มีสมุดมากมายภายในห้องแต่กลับมีคนอยู่คนเดียวถ้าใครที่ไม่รู้เรื่องราวเดินผ่านห้องสมุดนี้ได้มีสะดุ้งตกใจเป็นแน่ การ์เน็ตหันมาตามเสียงเรียก

          “ท่านพี่นี่เอง..มีอะไรหรือครับ”

          “เจ้ารู้จักหนังสือประวัติศาสตร์ของเทพผู้ทำลายล้างโลกหรือไม่”การ์เน็ตทำท่าครุ่นคิดและเดินไปยังมุมๆหนึ่งภายในห้องหนังสือโดยมีสายตาจากเขามองตามการ์เน็ตจรดนิ้วชี้ลงบนสันหนังสือแถบนั้นไล่นิ้วไปเลื่อยๆสายตาก็หลี่ลงเล็กน้อย

          “ประวัติศาสตร์ของเทพผู้ทำลายล้างโลก..ประวัติศาสตร์ของเทพผู้ทำลายล้างโลก..”เสียงพึมพำเบาๆพูดชื่อของหนังสือนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับตนเอง”อยู่แทบๆนี้..อ่า เจอแล้ว!”

          การ์เน็ตจับที่สันหนังสือเอาหนังสือเล่มหนาเตอะออกมาแล้วค่อยๆเดินมาที่เทย์วอนที่ก็ยังคงมองการ์เน็ตอยู่กับที่ไม่ไปไหน

          “เลิกมองผมขนาดนั้นได้แล้วครับท่านพี่..นี่ครับ”เด็กชายตัวน้อยหนึ่งในบรรดาน้องชายของเขายืนหนังสือเล่มหนาที่หน้าปกเขียนด้วยตัวอักษรสีทองเป็นภาษาโบราณที่เขารู้นั้นก็ได้มาจากการฝึกฝนของอาจารย์ของเขาที่เคยเคี่ยวเขนให้เขาเรียนมาก่อนเทย์วอนไม่ได้รับหนังสือที่เด็กชายยื่นมาให้สร้างมามึนงงให้กับเด็กชายเล็กน้อย”หนังสือที่ท่านพี่ถามถึงครับ”

         “เจ้าเคยอ่านเล่มนี่หรือไม่”

          “ไม่ครับ”คิดว่าคนอย่างผมจะใจกล้าหน้าด้านพอที่จะให้น้องชายผู้น่ารักไปอ่านแทนผมหรอหึบอกเลยผมเป็นพี่ชายที่แสนดีเพราะงั้น

          “การ์เน็ต..ข้าไม่ค่อยชอบอ่านหนังสืออะเพราะงั้นช่วยพี่หน่อยได้ไหม”ทำหน้าตาอ้อนวอนสุดชีวิตแถมยังเปลี่ยนสรรพนามการเรียกตัวเอง เห็นไหมผมเป็นพี่ชายที่แสนดีอยากให้น้องได้รู้ประวัติให้หลากหลาย…บอกแล้วผมเป็นพี่ชายที่แสนดี..

          เด็กหนุ่มลดหนังสือหนาเตอะลงจ้องมองไปที่หน้าของพี่ชายผู้เก่งกาจ…

          “…ได้ครับเดี๋ยวผมจะอ่านแล้วมาเล่าให้ฟังนะครับ”การ์เน็ตแอบแหล่ตาไปทางอื่น

          “ขอบคุณมากการ์เน็ต..ข้าไปก่อนนะ”เมื่อหมดธุระเทย์วอนก็ขอตัวในทันที

          “ครับ”เด็กชายกลับเข้ามาในห้องสมุดแสนสำคัญพร้อมกับหนังสือเล่มหนาที่ติดกลับมือมาเขาส่ายหน้าน้อยๆพร้อมเปิดหนังสือเล่มนั้นเพื่ออ่านเนื้อหาภายใน

          “แคสซิโอ พรุ่งนี้ไปโรงเรียนฮาวฟรายแล้วนะเตรียมตัวให้พร้อมนะ”เอเทอร์เดินมาเกาะหลังของแคสซิโออย่างเงียบๆอย่างเด็กน้อยเรียกร้องความสนใจ

          “คะ..ครับ”ผมหันไปมองตามเสียงเรียก

          “ข้าขอตัวแล้วเจอกันนะแคสซิโอ”เอเทอร์ยิ้มให้แล้วเดินออกไปทันที

          “เห้ออ..”แคสซิโอนอนแผ่ราบไปกับที่นอนนุ่มๆอันแสนคุ้นเคยถ้าเขานั้นต้องไปโรงเรียนฮาวฟรายแล้วรีอันน่าละ..ทั้งๆทีบอกให้เขามาสอนเราแต่เรากลับไม่อยู่ให้สอนซะอย่างนั้นอะไรกันฟร๊ะ

          ไปหารีอันน่าเสียหน่อยดีหรือไม่นะ

          “กร๊าซซซ”เสียงของมังกรสีดำดังขึ้นเรียกร้องความสนใจ

          “มีอะไรหรือรัตติกาล”มังกรตัวน้อยเปลี่ยนร่างเป็นชายหนุ่มรูปงามแล้วเดินมาหาแคสซิโอที่นอนแผ่ไปกับเตียงนุ่มรัตติกาลนั่งลงข้างๆแคสซิโอบนเตียง

          “มีอะไรอย่างนั้นหรือ..หน้าเจ้ามันฟ้องน่ะ”

          “พรุ่งนี้ข้าต้องไปเรียนอยู่ที่ฮาวฟรายน่ะแล้ว..ข้าได้เคยขอให้รีอันน่าช่วยฝึกเวทย์ให้น่ะแต่ไม่เคยไปตามนัดเลยสักครั้ง”เด็กน้อยลุกขึ้นนั่งเอานิ้วชี้จิ้มเข้าหากันอย่างน่ารักเหมือนเด็กสารภาพบาปให้ผู้ใหญ่ฟัง”แล้วก็มันโหวงๆนะที่จะไม่ได้เจอรีอันน่าอีกยาว..เพราะรีอันน่านะเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของข้าเพราะงั้นถ้าไม่ได้เจอกันนานๆข้าก็อยากที่จะไปเจอรัอันน่าก่อนที่จะไปโรงเรียนฮาวฟรายน่ะ…”

          “…รีอันน่าออกมาได้แล้วมั้ง..”อยู่ๆรัตติกาลก็พูดอะไรที่เด็กหนุ่มไม่เข้าใจเสียอย่างนั้น

          “เจ้าพูดอะไรน่ะรัตติกาล??”

          “รู้ด้วยหรือรัตติกาล”

          “ไม่รู้สิแปลก”ร่างของรัอันน่าเพื่อนสนิทเพียงคนเดยวของแคสซิโอกำลังยืนคุยอยู่กับรัตติกาลสร้างความมึนงงให้กับแคสซิโอที่ไม่รู้ว่ารีอันน่ามาอยู่ตรงนี้ได้เช่นไร

          “จะ เจ้า..”

          “ครับ ครับไม่ต้องพูดอะไรครับข้าไม่ใช่คนเจ้าลืมแล้วหรือ”

          “..เจ้าต้องปกป้องป่านั้นไม่ใช่หรือ..สมัยก่อนเจ้าก็เคยบอกข้าเอาไว้ว่าไม่สามารถออกมาได้”

          “ก็แค่ข้ออ้างเท่านั้นแหละ..ข้าอยู่กับเจ้าเสมอ”รีอันน่าเสยหน้ามองไปทางอีก

          “แล้วเรื่องที่ท่านพ่อบอกห้ามข้าและทุกๆคนเข้าไปยังป่านั้นเพราะอะไรอะ??”รีอันน่าแอเหล่ตามองเล็กน้อยก่อนที่จะหันกลับไปที่เดิมแต่ที่น่าแปลกก็คือรัตติกาลนั้นก็หันหน้าหลบด้วยนิดหน่อย

          “ขะ ข้าก็ไม่รู้”รีอันน่าแอบติดอ่างเล็กน้อย”จะ จริงข้าเห็นว่ามีคนบางคนแอบคิดถึงข้าหรือ”เว้นช่วงได้ไม่นานรีอันน่าก็ใช่ช่วงเวลานั้นเปลี่ยนเรื่องที่พูดคุยในทันทีส่งผลให้คนที่ลอยไปตามน้ำนั้นหน้าแดงเล็กน้อยที่โดนรู้เข้าว่าตนคิดถึงรีอันน่า

          “เปล่าซักหน่อย..ข้าไม่ได้คิดถึงเจ้าเลยสักนิด”รีอันน่าเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆ

          “อย่างนั้นหรอกหรืองั้นข้าไปละ ที่มาเพราะคิดว่ามีคนคิดถึงเสียอีก”คำพูดของรีอันน่าดูมีผลกับแคสซิโอขึ้นทันตาคำพูดนั้นทำหน้าทีคลับคล้ายกับยาสลายซึน

          “อะ อะ..อย่าพึ่งไปสิรีอันน่า…ไหนๆก็มาแล้วอยู่ก่อนไม่ได้หรือไง”รัตติกาลกับรีอันน่าแอบหัวเราะให้กับคนบางคนที่ปากแข็งไม่ยอมบอกความจริงแต่นี่ก็ถือเป็นความน่ารักของแคสซิโออีกอย่างหนึ่ง

          “จ้าๆ ฮะฮ่าฮ่า”

          “อย่าหัวเราะสิ..”แคสซิโอทำแก้มป่องเล็กน้อย”แล้วเจ้าบอกว่าเจ้าอยู่กับข้าตลอด..ทำไมละ?”

          “บอกไม่ได้หรอก ความลับ”

          “ชอบมีความลับจังเลยนะ..บอกได้ก็บอกกันมั้งก็ได้นะ”

          “เดี๋ยวก็รู้เองแหละ”เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ”เรื่องของการฝึกน่ะเจ้าไม่ต้องห่วงหรอกข้าหามาเจ้าเลื่อยๆอยู่แล้ว..ไม่ต้องกังวน”

          “จะว่าไป..ที่ฮาวฟรายข้าไม่สามารถแฝงตัวหลบอยู่ที่แคสซิโอได้ส่วนรัตติกาลเจ้าก็ไม่สามารถอยู่ในร่างของมังกรน้อยตัวนั้นได้เป็นบาเลียที่น่ารำคราญที่สุดในสามโลกเหอะๆ”หืม บาเลียเช่นนั้นหรือบาเลียอะไร?”เจ้าพวกนั้นก็เลือกที่ได้ดีเหมือนกันนะว่าไหมรัตติกาล”รีอันน่าไม่ได้สนใจแคสซิโอผู้ยืนงงงวยอยู่คนเดียวแถมด้วยการไม่เปิดช่องว่างให้กับแคสซิโอที่กำลังจะถาม

          “จะว่าเลือกที่ดีหรือไมก็ดีนะ..กันพวกปีศาจได้ดีแต่คงรำบากพวกเราละนะ…”รัตติกาลตอบรีอันน่าด้วยท่าทีเบื่อหน่ายกับเรื่องนี้

          “วันนี้พวกข้าคงไม่ว่างแล้วละแคสซิโอ”อะ อ้าวว ซะงั้น ทำไมอะ!!เด็กหนุ่มหันไปมองที่รัตติกาลเป็นเชิงว่าตอบมา

          “พวกข้ามีเรื่องต้องจัดการสักหน่อยน่ะ..ในวันนี้”

          “แล้วเจอกันพรุ่งนี้…หนุ่มน้อยขี้สงสัย”รีอันน่าตบที่ไหล่ของแคสซิโอและกระซิบสรรพนามเรียกใหม่ที่ข้างหูของแคสซิโอสงผมทำให้หนุ่มน้อยขี้สงสัยนั้นหน้าแดงขึ้นสีน้อยๆที่โดนเรียกได้หน่อมแน้มเช่นนั้น

          “ใครหนุ่มน้อยขี้สงสัยกัน!!ไม่ใช่สักหน่อย..ละ แล้วก็ห้ามเรียกข้าเช่นนั้นอีก”

          “จ้า จ้า พ่อหนุ่มน้อย”พ่อหนุ่มน้อยอย่างนั้นหรือ..เหมือนเคยถูกใครเรียกมาก่อน..”อ่า ใช้คำเรียกของพี่พีเวียรซะได้”พีเวียร??ผมมีความรู้สึกว่าเคยมีคนรู้จักชื่อพีเวียรแต่ต่อให้คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้ปวดหัว

          “อา ข้ากับรัตติกาลต้องไปแล้ว แล้วเจอกันนะ”รีอันน่าเหงื่อตกกับรัตติกาลที่มองรีอันน่าเขม่งเหมือนหญิงสาวนั้นพูดอะไรผิดไปสุดท้ายแคสซิโอก็ไม่ได้ถามอะไรอีกเช่นเคยเพราะทั้งสองนั้นตัดบททุกๆอย่างและหายไปจากห้องของแคสซิโอทันที ปล่อยให้เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงงุ่นงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

          “แล้วจะอธิบายเกี่ยวกับเรื่องของท่านพีเวียรยังไงละ”รัตติกาลเกาหัวแกร๊กๆอย่างหัวเสียที่รีอันน่านั้นดันหลุดพูดชื่อของพีเวียรเข้า

          “ขะ ข้าขอโทษ…แค่เผลอเท่านั้นเอง”รีอันน่าก้มหน้าหงุด

          “อาๆเอาเถอะยังไงมาสเตอร์ก็งไม่ได้สนใจอะไรมาก..ละมั้ง..ไปๆจัดการเรื่องฮาวฟรายเสียให้เรียบร้อยจะดีกว่า”

          “อะ อ่า”รีอันน่าเดินตามกรัตติกาลที่กำลังออกตัวเดินเข้าไปในรั่วโรงเรียนฮาวฟราย

          ด้วยหน้าตาที่โดดเด่นของทั้งรัตติกาลและรีอันน่าทำให้เมื่อเดินเข้าไปภายในรั่วโรงเรียนก็ทำให้ผู้คนมองมาที่ทั้งสองอยู่มากไม่น้อย

          “ดูสินั้นเด็กใหม่หรือ”

          “เขามาทำอะไรกัน?”

          “ว้าว ผู้หญิงคนนั้นสวยดีนะว่าไหม”

          “มาจากตระกูลอะไรกัน..ข้าว่าต้องเป็นตระกูลผู้ศูงศักดิ์แน่นอน”

          ทั้งคู่เดินผ่านมาทามกลางเสียงชมและคำถามมากมายแต่ทั้งรีอันน่าและรัตติกาลก้ไม่ได้สนใจในประโยคคำพูดพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย

          ปัง!

          เสียงเปิดประตูที่ไม่ได้มีความเกรงใจเจ้าของห้องดังขึ้นอย่างรุนแรงส่งผมให้บุคคลที่อยู่ในห้องมองมาด้วยสายตาอาฆาตน้อยๆ

          “ไงวิน..ข้ามีเรื่องให้ช่วยเสียหน่อยน่ะ”บุคคลที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานและมาป้ายเล็กๆวางอยู่บอกว่าผู้อำนวยการโรงเรียนขยับแว่นเล็กน้อย

          “คนที่จะมาขอให้คนอื่นช่วยเขาแสดงกิริยาเช่นนี้หรือครับ”

          “ขอโทษที่เสียมารยาท..มีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อยจะได้หรือไม่”หนุ่มแว่นที่ควบตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพอใจ

          “ได้ครับ มีอะไรอย่างนั้นหรือ”

          “พวกข้าทั้งสองอยากให้เจ้ารับข้าเข้าเป็นนักเรียนของโรงเรียนนี้น่ะ..มีเรื่องต้องทำนิดหน่อย..ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะเขตบาเลียบ้าๆของเจ้าเลยนะเหอะ!”

          “ไม่เคยมีใครใช่เส้นสายเช่นนี้เลยนะครับคงจะเร่งดวนมากสินะครับ”รีอันน่าพยักหน้าให้กับวิน

          “ก็ด่วนขนาดที่ต้องได้สิทธิ์วันนี้แล้วเข้าเรียนพรุ่งนี้เลยละ”

           “ครับๆ ถึงผมจะไม่รู้ว่าเพราอะไรแต่ช่างมันเถอะครับ..งั้นในวันนี้ผมจะแก้รายชื่อให้ครับพอใจแล้วสินะครับส่วนชุดผมคิดว่าพวกคุณคงไม่ต้องใช้หรอกใช่ไหมครับ”

          “ใช้ดิ..ข้าไม่อยากเปลืองพลังเวทย์ไปกับการสร้างยูนิฟอร์มโรงเรียนเจ้าหรอกนะ”

          “..ครับๆ เข้าใจแล้วเดี๋ยวมารับยูนิฟอร์มตอนเช้าของวันพรุ่งนี้นะครับ”

          “ขอบใจมากวิน..งั้นพวกข้าไปก่อนนะแล้วเจอกันใหม่”รัตติกาลกับรีอันน่าเดินออกมาจากห้องผู้อำนวยการ

          “เล่นอะไรกันอีกละครับรัตติกาลรีอันน่า..อย่าลืมชวนผมไปด้วยละ”เสียงของผู้อำนวยการพูดอยู่คนเดียวในห้องแต่คนที่อยู่หน้าห้องนั้นกลับได้ยินทั่วทั้งโสตประสาท

          ฮะฮ่า นั้นสิพวกเราเล่นอะไรกัน

-TBC.-

 แม้ตอนนี้จะมาช้า[เพราะผมอู้]แต่ผมก็ยังไม่หายไปไหนนะครับ;_;ตอนนี้เอาไปน้อยๆก่อนเพราะปั่นไม่ทัน555[เหตุผลงี้ก็ได้]เดี๋ยวมีอีกตอนประมาณวันอาทิตย์ครับสัปดาห์นี้เอาไปเลยสองตอนเพราะตอนนี้ที่จริงมันต้องลงวันอาทิตย์แต่ผมปั่นไม่ทันเลยมาลงวันนี้แทน555555------

ความคิดเห็น