ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 1 [*แก้ไขเนื้อหาครั้งที่ 2]

ชื่อตอน : Chapter 1 [*แก้ไขเนื้อหาครั้งที่ 2]

คำค้น : คนกลาง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2560 15:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 1 [*แก้ไขเนื้อหาครั้งที่ 2]
แบบอักษร

Chapter 1




@ห้องสมุดประชาชน

ที่นี้คือห้องที่สมุดที่ใหญ่มากๆเท่าที่ผมเคยเห็น ย้ำว่า เคยเห็นเพราะมันมีสองชั้นและแต่ล่ะชั้นจะมีหนังสือท่วมท้นไปหมดและตู้หนังสือมันสูงถึงขั้นมีบันไดให้ปีนขึ้นไป ส่วนที่บอกว่าเท่าที่เคยเห็นนั่นก็เพราะผมไม่ค่อยได้เปิดหูเปิดตาที่ไหนซะเท่าไร วันๆไปอยู่สี่ห้าที่ บ้าน โรงเรียน ห้าง เซเว่น แล้วก็ห้องสมุดไอ้เนี่ยยแหละ ดูเหมือนเด็กดีเนอะ ไม่แวะเที่ยวห่าอะไรเลย เหตุผลเดียวคือ ขี้เกียจครับ แต่เพื่อนผมมันก็ไปก๋งกันบ้าง ว่างๆก็มีชวนผมนั่นแหละ แต่ผมปฏิเสธมันทุกครั้ง พวกมันก็ไม่มาชวนผมอีกเลย แล้วพอพวกมันเมา ให้ทายใครหามกลับ ก็พวกที่มีสติกับผมนี่ไง! ภาระชิบหายนอนอยู่ดีๆ เที่ยงคืน ตีสามยังจะโทรมาปลุกให้ไปช่วยพาเพื่อนกลับหลุม แรกๆก็หงุดหงิดหลังๆมาชินซะแล้วครับ ก็เพื่อนกัน ทำไงได้อ่ะ


โล่เพื่อนดีเด่นเป็นของกูแน่นอน หึหึ


“ไอ้แว่นนนนนน มึงมาแล้ว กูนึกว่าต้องอยู่คนเดียวซะแล้วไอ้สัส พวกแม่งยังไม่มาสักที ตายห่าหมดแล้วรึยังก็ไม่รู้”เสียงไอ้ดีลลอยมาแต่ไกล  


ไอ้ดีลมันเป็นคนตัวสูงครับน่าจะเท่าๆกับน้องผมแต่มันเถียงว่ามันสูงกว่าน้องผมครึ่งเซนฯ อยากถามครับ ครึ่งเซนฯมึงก็เอาหร๊า ขอแค่ให้สูงนั่นแหละครับ หน้าตาไอ้ห่านี่บอกเลยว่าล่อตีนที่สุด หน้าตามันดูกวนตีนอ่ะ ตาคมเฉี่ยวที่มองมาแต่ละทีชวนให้อยากกระถืบทิ้ง จมูกเป็นสัน ริมฝีปากกระจับสีเนื้ออย่างคนสุขภาพดี เพราะหน้ามันเลยทำให้มีเรื่องต่อยตีบ่อย โชคดีอีกชั้นที่เพื่อนคนนี้ลุงมันเปิดค่ายต่อยมวยอยู่เลยได้กุศลบุญพาเก่งเรื่องชกต่อยไปอีก หุ่นเลยเฟิร์มซิกแพคนี้มาเต็มหกลูกกล้ามก็มีนะ ที่รู้เพราะมันชอบถอดเสื้อตอนเล่นฟุตบอลผิวมันเลยเป็นสีแทนน้ำผึ้งเท่ๆ และสุดท้ายมันเป็นเพลย์บอย สายเสือไบครับ ได้ทั้งชายและหญิง เยี่ยมครับเพื่อนกู กูประชด มึงไม่ต้องดีใจ


ผมเดินเข้าไปหามันมันก็เดินมาหาผมจนหยุดมายืนอยู่ตรงข้ามกัน มันก็ยังบ่นๆต่อไป แต่ที่แปลกคือ ทำไมมันมาเช้าจังวะ


“โครตแปลก มึงมาคนแรกเหรอ ให้ตายสิกูไม่ได้พกร่มมาด้วยฝนตกทำไงวะ”


“กูมาคนแรกแปลกอะไร๊ แต่มึงมาก็ดีแล้ว แล้วกินข้าวยังวะ”


“ยัง แต่เอาตามตรงนะ ไอ้สิงห์ ไอ้ทอม  ไอ้ต้า แล้วไอ้พีม มันยังไม่มาจริงดิ”ที่ร่ายมาทั้งหมดนี้แก๊งเพื่อนผมครับและมีพระเอกของเรื่องอยู่ด้วยครับ ฮูเร่! เป็นตัวละครธรรมดาๆถึงไม่มีบทบาทอะไรแต่ก็ยังได้เป็นเพื่อนพระเอกนะเว้ยยย


“ก็เออดิ เมื่อวานแม่งพากันไปเลี้ยงอะไรสักอย่างกูก็จำไม่ได้ แต่กลับมาถึงห้องตอนตีสองอ่ะ”ไอ้พวกนี้มันเช่าหอพักอยู่ครับ


“อ่าฮะ”ดีแล้วที่เมื่อวานผมปิดเสียงโทรศัพท์เลยไม่ต้องไปเก็บศพพวกมัน


“แต่เมื่อวานกูไม่ได้ไปนะเว้ย เซอร์ไพรส์มั้ยล่ะ”


“ไม่ได้ไปกับพวกมัน แสดงว่ามึงไปที่อื่นใช่มั้ยล่ะ”ผมไม่มีทางเชื่อมันหรอกว่านักท่องราตรีอย่างมันจะไม่ไปเที่ยว ยกเว้นแต่มันป่วยเท่านั้นแหละ


“ไม่-ได้-ไป-ไหน-จริงๆ นะเว้ย หน้าอย่างกูพูดความจริงตลอดแหละ”มันพูดที่ละคำต่อหน้าผม และสิ่งที่มันได้รับจากผมครับ ตอแหลสัส และมองมันด้วยหางตา ด่าโดยที่ไม่ต้องเอ่ยปาก 555


“ไอ้แว่น จิ๊! มึงแม่งไม่เชื่อเพื่อนเลย กูออกจะเป็นคนดีขนาดนี้”ไอ้ดีลมันเป็นอย่างนี้แหละครับ อย่าถือสาคนบ้า อย่าว่าคนหลงตัวเองเลย ในที่สุดการเดินเอื่อยๆจากหน้าห้องสมุดมาถึงหน้าเซเว่นก็สำเร็จครับ


“พอๆถึงเซเว่นแล้ว รีบๆไปซื้อของมากินได้แล้ว จะได้ไปทำงานกันซะที”ผมเดินนำมันเข้าไป


ก็ไปซื้อของกินนั้นแหละครับผมซื้อมาเยอะเหมือนกัน  อย่างเช่น ไอ้ข้าวแช่แข็งเงี้ยมีอยู่ในอ้อมแขนสี่กล่อง น้ำเปล่ารักษ์โลกเจ็ดบาทสามขวดที่มันดื่มเสร็จแล้วบิดได้อ่ะ เออนั่นแหละ แล้วก็แซนวิชทูน่าหนึ่งชิ้น นมหนึ่งกล่อง กับขนมกินเล่นอีกสองสามห่อ ลูกอมเปรี้ยวๆสองซอง กับเมนทอลอีกสองแท่ง พอเอาไปจ่ายเงินทีเสียหลักร้อยแน่นอนครับ เหอะๆ หมดเงินไปเยอะกับของพวกนี้ผมก็ยืนรอเขาเวฟข้าวให้ รอนานอยู่เหมือนกันนะครับ


หลังจากที่รับข้าวกล่องมาครบแล้วพวกผมก็เดินออกมาจากเซเว่น จู่ๆโทรศัพท์ผมก็แผดเสียงออกมา ผมย้ายถุงที่ถือมือขวาไปมือซ้ายก่อนจะล้วงโทรศัพท์ขึ้นมารับ


“ว่า”ผมกรอกเสียงลงไป อันที่จริงผมไม่ได้รับสายแบบนี้หรอกนะ แต่รู้ว่าพวกเพื่อนผมโทรมาแน่นอนเซ้นส์มันบอก


[ไอ้แว่น พวกกูอยู่หน้าห้องสมุดแล้ว มึงอยู่ไหนล่ะ]เสียงนี้ไอ้พีมครับ


“เซเว่น เพิ่งกลับมาจากซื้อของกิน”ผมพูดออกไปตามตรง


[เฮ้ย ไอ้แว่นไปเซเว่นอ่อมึง/เออๆ มึงซื้ออะไรมาบ้าง]มีเสียงแทรกเข้ามาครับคาดว่าน่าจะเป็นไอ้ทอม ไอ้เห็นแก่กิน


“ซื้อของกิน”


[ไอ้สัส! ขอชื่อๆ]


“กานต์พัฒน์ จะเอานามสกุลด้วยมั้ย”


[ค*ย ไม่คุยกับมึงแล้วไอ้สัส]แล้วสายก็ถูกตัดไป ผมก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงตามเดิม กูเห็นหางตานะว่ามึงอมยิ้มห่าอะไรไอ้ดีล แต่ช่างแม่งเหอะ







พวกผมใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึงห้องสมุด เดินเข้าไปจะมาม้านั่งไม้ตัวยาวสี่ห้าโต๊ะที่เว้นเป็นช่วงๆกลุ่มผมมันนั่งอยู่ม้านั่งไม้โต๊ะสองที่มีต้นไม้ให้ร่มเยอะที่สุด อันที่จริงก็มีต้นไม้ทุกที่แหละ เขาปลูกให้ดูร่มรื่นๆน่ะ พอมาถึงโต๊ะก็เห็นบรรดาเพื่อนๆทำกิจกรรมตัวเอง ไอ้สิงห์หมอบนอนกับโต๊ะ ไอ้ทอมนอนเสียบหูฟังหลับตรงข้ามไอ้สิงห์ ส่วนไอ้ต้ากับไอ้พีมเล่นเกมโทรศัพท์มือถืออยู่ครับ


“เอ้าๆพวกมึง กูมาให้อาหารแล้ว”เสียงไอ้ดีลที่ปลุกพวกเพื่อนที่ทำกิจกรรมอยู่ แต่กูขอประท้วงอย่างนึง กูเป็นคนซื้อมามั้ยมึง


“ของกิน อ๊า กูรักมึงคุณชายกลาง ไหนให้พี่พีมจุ๊บเหม่งที”ไอ้พีมวางโทรศัพท์ที่เล่นเกมค้างไว้บนโต๊ะแล้วทำท่าจะลุกเข้ามาจุ๊บหน้าผากผมจริงเลยต้องร้องไว้


“อย่ามา ถ้ามึงยังอยากแดกข้าวอยู่”หลังจากวางถุงเซเว่นลงที่โต๊ะ เหมือนปลุกเหล่าซอมบี้ลุกหือมาแย่งของกิน อนาถจริงๆ ภาพลักษณ์ชายหล่อของกลุ่มพังพินาศเพราะพวกมันสี่ตัว


ผมไม่ได้โม้นะ แต่พวกผมหล่อจริงๆเว้ย ไม่รู้จะรีบโตกันไปไหน เข้าใจอยู่ว่าจะสอบแอดมิดชั่นอีกไอ้กี่อาทิตย์นี้ก็ไม่ต้องหล่อกันขนาดนี้หรอก


รูปร่างหน้าตาแต่ละคน ผมอยากนำเสนอพวกคุณมากเลยครับ แล้วช่วยผมหาทางออกอีกเรื่องให้ผมที เริ่มที่คนแรก ไอ้สิงห์ มันเป็นคนที่สูงสุดในกลุ่มให้ทาย หมดเวลาครับ คำตอบคือ 181 ไม่รู้ว่าจะสูงแข่งกับไอ้โตเหรอ(พี่ผมเอง) นั่นแหละครับ ไอ้นี้ทำทรงผมอันเดอร์คัตทำให้หน้ามันดูคมเข้ม คิ้วโก่งหนาเป็นคันศร ตาเรียวดุจเหยี่ยว จมูกเป็นสันโด่งรับกับหน้าได้รูป ริมฝีปากบางๆสีส้ม ผิวมันเป็นสีน้ำผึ้งครับ ที่หูเจาะจิวสีดำเล็กๆไว้ข้างเดียว ได้ข่าวแว่วๆว่าเพิ่งไปสักอะไรซักอย่างมา แต่ผมไม่รู้ว่าที่ไหนเหมือนกันก็คนมันไม่ได้ไปด้วยนี่หว่า แต่รู้แน่ๆว่ามันมีคนมาจีบเยอะ อิจฉาสัส


คนที่สองไอ้ทอม ไอ้นี้ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดี แดกเท่าไรก็ไม่อ้วนก็อยากรู้เหมือนกันว่าในท้องมึงมีพยาธิกี่ตัว หน้าตาถือว่าจะดูหล่อก็ได้สวยก็ได้ คิ้วเฉียงได้รูป ตากลมโตสีฟ้า จมูกรั้นขึ้นนิดหน่อย ปากหยักหนาแดงระเรื่อ ผิวขาว มันเป็นลูกครึ่งอังกฤษไทย ผมชอบดวงตามันนะสวยดี


คนที่สามไอ้ต้า มันเป็นลูกครึ่งจีนไทยของแท้ส่งตรงจากกำแพงเมืองจีน ของแท้ไม่จีนแดงแน่นอน อย่างที่ว่าไป มันผิวขาว คิ้วเสือกเข้ม ตาชั้นเดียว ยิ้มทีเหมือนขีดสองขีดอ่ะ จมูกโด่ง ปากเรียวบางระเรื่อ แต่มันเป็นคนที่เตี้ยที่สุดในกลุ่ม ด้วยความสูง 165 อิอิ


คนสุดท้ายไอ้พีม ขวัญใจมหาชน ไม่น่าเชื่อแต่ขอให้เชื่อว่ามันเป็นดำรงตำแหน่งหัวหน้าห้องที่พวกผมอยู่ถึงสามปี มันเป็นที่หมายปองของเด็กหญิงมอต้นด้วยครับ หน้าตานี่เกาหลีนิยมอ่ะเข้าใจป่ะ คิ้วดกเฉียงได้รูป ตาเรียวคม จมูกโด่งเป็นสัน ใส่เหล็กดัดฟันที่เพิ่งเปลี่ยนยางเป็นสีส้มแสดเมื่อไม่นานมานี้ ยิ้มทีหลับตาแทบไม่ทัน ไม่ใช่อะไร แสบตาครับพี่น้อง


ส่วนปัญหาของผมคือ ผมมายุ่งเกี่ยวอะไรกับคนหล่อของโรงเรียนวะ มีคนหน้าตาดีๆแต่ใช่ว่าผมไม่มั่นใจหน้าตาที่พ่อแม่สร้างให้หรอกครับ เห็นอย่างนี้ก็เคยมีผู้หญิงมาขอคบกับผมเหมือนกันนา แต่ผมปฏิเสธไป ไม่ใช่เพราะอะไร สาเหตุคือช่วงนั่นช่วงที่เธอคนนั้นมาขอคบผมมันเป็นวันที่งานมันรัดตัว คนยิ่งยุ่งๆเลยประนีประนอมไม่รับคบเธออย่างสุภาพว่า ‘ขอโทษนะพี่ไม่ชอบเธอ เธอไปคบกับคนอื่นเถอะ พี่ขอตัวนะงานยุ่งมากเลย’ ตั้งแต่วันนั้นชีวิตผมก็สงบสุขเหมือนเดิม เพิ่งมารู้อีกทีว่าคนที่มาขอคบเป็นน้องแพง คนน่ารักของสายชั้นมอสอง โครตเซ็ง วันนั้นทั้งวันไอ้พวกเพื่อนเหี้ยก็เลยเอาอกเอาใจผมใหญ่ปลอบอกปลอบใจคนช้ำรักอย่างผม


ทำไมชีวิตผมมันมีแต่อะไรแบบเน้! ฮือออ


ไอ้สี่ตัวมันจัดแจงของกินแยกแยะของตัวเองอย่างรวดเร็ว ตอนแรกก็ถามผมว่าทำไมน้ำมีแค่สามขวด ผมเลยตอบไปว่า อยากได้อีกขวดก็ไปซื้อเอาเอง สี่ตัวมันเลิกถามเลยครับ ส่วนผมก็คว้าเมนทอลสองแท่ง แซนวิชแล้วก็นมอีกกล่องมา ส่วนกลางที่เหลือคือ ลูกอมเปรี้ยวๆสองซองที่ผมจะให้พวกมันกินปิดท้าย


เออ เดี๋ยวผมเรียงลำดับที่นั่งให้ทุนคนจะได้ไม่งงกัน มันแบ่งกันคนล่ะสามคนสองฝั่ง กลุ่มผมมีหกคนพอดีไง ฝั่งตรงข้ามที่ผมนั่งคนแรกคือสิงห์ ดีล พีม ตามลำดับ ส่วนฝั่งผมเริ่มจากทอม ต้า แล้วก็ผม ตามลำดับครับ


“มึงแดกอะไรมายังแว่น”ไอ้พีมทักผมทำให้ต้องเงยหน้าจากโทรศัพท์ของไอ้พีมที่ผมหยิบเอาไปเล่นโดยไม่ต้องขอ ก็แม่งไม่เคยหวงอ่ะ เจ๋งสุดๆ ถ้าทุกอย่างมึงหายไม่ต้องไปหาที่ไหนนะ อยู่ที่กูหมดเนี่ยแหละ


“ยัง มีอะไร”ข้าวเช้าผมไม่ค่อยกินอยู่แล้วครับ ดื่มแต่นมขวดหนึ่งกับฝรั่งที่ฝานกินเอง


“อ้าว งั้นมากินกับกูม่ะ”มันตักข้าวพูนช้อนแถมยังทำท่าจะป้อนผม ขอร้องมึงอย่าทำให้กูดูเกย์ได้มั้ย กูรู้ว่าที่กูอยู่เนี่ยนิยายวาย ชายได้ชายแต่กูยังชอบผู้หญิงอยู่ครับ


“ไม่เป็นไรมึง กูมีแซนวิชแล้ว มึงกินไปเหอะ”ผมบอกปัดแล้วก้มลงเล่นเกมต่อ เหี้ย! ไอ้เหี้ยนั่นมันจะตีกูตายแล้ว เผลอไปแปปเดียวไอ้สัส มึงกล้าทำไอ้กลางยอดชาติเหรอ ตายเถอะมึง!!!


อารมณ์เล่นเกมกำลังมาก็ต้องมาฟีลหายเมื่อมีมือมาฉกโทรศัพท์ไป ผมเงยหน้ามองตัวการ ไอ้พีม


“อะ อั่ก”เสียงยังออกไปหน่อยเดียวก็ถูกช้อนที่พูนข้าวยัดเข้ามาในปาก ผมก็งับสิพร้อมอึ้งไปด้วย จนได้สติก็ดึงช้อนออกมาจากปากก่อนมองค้อนไอ้เหี้ยพีม สัสเถอะ ไฟกำลังมาเสือกมาขัด


“คืนช้อนมา”ไอ้พีมแบมือมาขอช้อน ผมยัดให้พร้อมหยิกมันไปด้วย


“เอ้าๆ เพื่อนฝูงอีกสี่ชีวิตยังนั่งอยู่ด้วย พวกมึงช่วยออกมาจากโลกสีม่วงของมึงสองคนด้วยจ่ะ”คำกวนๆจากไอ้ดีลเรียกสายตาผมให้ไปมอง เออ พวกมันมองกูกับไอ้พีมทำไมวะ แล้วก็โลกสีม่วงพ่องมึงสิ กูอารมณ์เสียแล้วแม่ง


“พ่องมึงสิไอ้ดีล กูไม่อยู่ล่ะ เกลียดพวกมึง”ผมเก็บของกินใส่ในกระเป๋าสะพายแล้วเดินออกมาจากม้านั่งไม้เข้าไปในห้องสมุด


ในนี้จะมีบรรณารักษ์เข้ามาเปลี่ยนเวรกันเผ้า ที่ต้องเปลี่ยนกันไปมาอย่างเพราะมันกว้างมากกกก ยังไงล่ะ ช่างมันเถอะ ผมเดินหาโต๊ะที่ว่างๆแล้ววางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะจากนั้นก็ไปหาหนังสือที่เกี่ยวกับรายงานที่ต้องทำส่งอาจารย์วิชาประวัติ อันที่จริงคุณจะไม่ทำเพิ่มก็ได้เพราะนี้เป็นคะแนนพิเศษจะรับไม่รับครูไม่ว่านะคะ เหอะ จำคำพูดหล่อนได้ขึ้นใจเลยแม่ยายี้ 555 ยี้เลยอ่ะ ให้คะแนนอยากมากๆ


หาเจอได้สี่ห้าเล่มก็เอามาวางไว้ที่โต๊ะ ผมเป็นคนดีครับ ที่หยิบมากองนี้ของผมหมดเลยไอ้สี่ห้าเล่มเนี่ยแหละของกู หึหึ


สักพักก็รู้สึกว่ามีคนมานั่งด้วยแต่ผมไม่สนใจหรอกครับเพราะผมกำลังได้ข้อมูลจากหนังสือเล่มนี้อยู่ ผมจดสรุปย่อลงในรายงานอย่างรวดเร็ว เล่มนี้เป็นเล่มที่สองแล้วครับ ว่าแต่เพื่อนผมนี่มันคงมานั่งแล้วสินะ เงยหน้าขึ้นมาดูหน่อยสิ


“ไงมึง”อ่า


คนที่ทักน่าจะห้องเดียวกันกับผมแล้วก็น่าจะชื่อ บัส ไอ้นี่มันเฟรนลี่ไม่สังกัดอยู่กลุ่มไหนแต่จะมีคู่หูของมันอีกคนหนึ่งชื่อไอ้คิว


“อ้าว ไอ้กลางแล้วเพื่อนมึงอ่ะ”นั่นไงพูดถึงก็มาเลย


ไอ้สองคนนี้มันจะไปไหนมาไหนด้วยกัน ประมาณสโลแกนที่ว่า ถ้าเห็นบัสก็ต้องเห็นคิว อะไรประมาณนี้


ทุกท่านโปรดอย่างงว่ามันทักใคร จำได้มั้ยว่าผมชื่อกลาง ชื่อเต็มๆคือคนกลาง แม่งเพื่อนเรียกว่าไอ้แว่น จนนึกว่าตัวเองชื่อนี่แล้วเหมือนกัน มีชื่อให้เรียกแม่งก็เรียกอย่างอื่น แต่นั้นแหละครับผมชินแล้ว


“ตายห่าไปหมดแล้ว”ผมว่าอย่างไม่ใส่ใจจนกระทั่งมีอะไรบางอย่างมากระทำหัวผมดัง ปั่ก! ไอ้เชี่ย!!! แว่นเกือบหล่น


“ไอ้เชี่ยแว่นโทรหาก็ไม่รับแม่งก็ให้พวกกูเดินหาไปเถอะ”ไอ้ทอมมันเอาหนังสือปึกหนามาทุบหัวผมครับ ก็ดีที่มันไม่เอาสันหนังสือกระแทกไม่งั้นมีโกรธยาวๆ


“มึงก็น่าจะเห็นกระเป๋าป่าววะ”ผมโบกมันกลับไปที พวกไอ้บัสกับไอ้คิวทำท่าจะย้ายโต๊ะผมเลยห้ามไว้


“เฮ้ย แล้วพวกมึงจะไปไหนอ่ะ นั่งด้วยกันดิ งานจะได้เสร็จเร็วๆ”เห็นมั้ยผมโครตคนดีศรีเมืองไทย เอาโล่มาให้ผมได้แล้วแบบนี้ อิอิ ตอนแรกไอ้คิวดูจะไม่อยากรบกวนแต่ไอ้บัสพูดอะไรอีกนิดหน่อยก็ยอมนั่ง เอ สองคนนี้มันมีซัมธิงรองส์กันรึเปล่าวะ น่าสงสัยๆ


รู้ว่าตอนนี้กูเหมือนหนุ่มวายเลยวะ แอบมีสอดส่องหาคู่เกย์อีกกู ขนาดเขาไม่ได้เป็นอะไรกันยังมโนได้อีก เจริญล่ะกู


“เออ งั้นกูนั่งด้วยนะ”แล้วพวกมันสองตัวก็นั่งลงตรงข้ามกับผมหมดเลยครับ(รวมไอ้ทอมที่มาใหม่ด้วย)


ผมก็เขียนเนื้อหาในหนังสือลงรายงานอีกครั้ง ทำไปทำมาก็จบเล่มที่สามบิดขี้เกียจนิดหน่อยก่อนจะสำรวจชีวิตที่นั่งร่วมโต๊ะ ปรากฏว่าจากที่ตอนแรกมีแค่ผม ไอ้ทอม ไอ้บัสและไอ้คิว ตอนนี้มีบุคคลมาเพิ่มอีกสามชีวิตครับ นั่นคือคนที่นั่งข้างๆผมไอ้พีม ไอ้สิงห์ที่กำลังนอนหลับโดยตั้งหนังสือไว้บังหน้า ไอ้เหี้ย มึงมานอนใช่มั้ยไอ้สิงห์ รู้งี้มึงไม่ต้องมาก็ได้นะเปลืองเนื้อที่ห้องสมุดชิบหาย แล้วก็ไอ้ดีลที่นั่งข้างๆไอ้ทอมกำลังเล่นเกมโดยใส่หูฟังไว้ มึงก็อีกตัวไอ้เหี้ยดีลเปลืองทรัพยากรพื้นที่ให้ห้องสมุด


“ไอ้พีมๆแล้วไอ้ต้าไปไหนแล้วอ่ะ”ผมสะกิดคนข้างๆที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสืออะไรสักอย่าง ก็น่าจะแนวประวัติศาสตร์แหละแต่น่าจะทำคนละหัวข้อกับผม บางทีผมก็อยากถามครูว่า ให้หัวข้อแต่ละทีมันจะต้องยุ่งยากเหรอ


“ห้ะ อ๋อ ไอ้ต้ามันถูกผู้หญิงหิ้วไปแล้ว”พีมมันตอบเหมือนเป็นเรื่องลมฟ้าอากาศ ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง เออ ก็ไม่ใช่เรื่องของมันจริงๆ


              “เออ ช่างหัวมันล่ะกัน”ผมก็จะทำเหมือนมันไม่ใช่เรื่องของผมเช่นกัน!





To be Continued…

จบไปแล้วกับตอนที่หนึ่งซุ่มแต่งอยู่เรื่อยๆจ่ะ ทายซิๆใครคือพระเอก อุฮิอุฮิ สุขสันต์วันสงกรานต์นะแจีะ บายแกร

ลงเมื่อ 15/04/2560

มาแก้ไขเนื้อหานิดหน่อย อ่านให้สนุก 555 บาย

แก้ไขครั้งที่1เมื่อ 16/04/2560

มาแก้ใหม่ ลองเข้ามาอ่านๆแล้วมันมีผิดบ้างตกหล่นบ้างไรบ้างเออนะ

แก้ไขครั้งที่2เมื่อ 18/04/2560

ความคิดเห็น