ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทนำ

คาเฟ่ในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองหลวงวันนี้ผู้คนบางตา เนื่องจากวันหยุดติดต่อกันนานหลายวัน ตรงหัวมุมหญิงสาวคนหนึ่งรูปร่างผอมบาง หน้าตาไม่ได้ถือว่างามหยดย้อย แต่ทว่าในความธรรมดานั้นกลับมีอะไรบางอย่างดึงดูดให้ผู้คนอยากอยู่ใกล้ ค้นหาว่าอะไรบางอย่างนั้นคืออะไร คล้ายหนังสือที่อ่านแล้วโครงเรื่องเหมือนจะไม่มีอะไรมาก แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งวางไม่ลง ค่อยๆละเลียดกาแฟดื่มด่ำไปกับโลกแห่งจินตนาการ

ร้อยเอกหญิงรุจิสาดึงกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาจากกระเป๋าถือ นัยน์ตาคู่สวยจับจ้องอยู่เช่นนั้นอึดใจใหญ่ ในที่สุดเธอก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ตัดใจวางกล่องเล็กๆลงบนโต๊ะ เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมรู้สึกอาลัยอาวรณ์ถึงเพียงนี้

อาลัยอาวรณ์?

หญิงสาวยิ้มเฝื่อน คำนี้ควรใช้กับคนที่รู้จักกันมานาน แต่เธอกับเขารู้จักกันแค่เพียงหกเดือน พบกันแค่ห้าหกครั้งเท่านั้น และแต่ละครั้งที่พบกันพวกเขาก็ไม่เคยอยู่กันตามลำพัง คิดดูแล้วพวกเขาคงเป็นคู่หมั้นคู่หมายที่แปลกประหลาดที่สุด

ใครๆต่างก็บอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก เป็นหนูตัวน้อยที่ตกถังข่าวสาร เพราะถ้าหากแม่ของเธอไม่ป่วยหนัก และถ้าหากพ่อของเธอมีเงินมากพอสำหรับค่ารักษาพยาบาล เธอกับเขาก็คงไม่มีโอกาสได้พบกันเช่นนี้ เพราะโลกของเขาอยู่สูงเสียจนเธอไม่อาจเอื้อม

เวลาหกเดือนที่ผ่านมา เธอคิดว่าตัวเองมีเสน่ห์มากพอที่จะเปลี่ยนใจเขาได้ 

ขอเพียง…ขอเพียงแค่เขาหันกลับมามองเธอบ้าง เพียงแค่นั้นเธอก็พอใจแล้ว

แต่ผู้กองสาวคิดผิด เพราะเขายังคงรักษาระยะห่างได้อย่างคงเส้นคงวา ทุกครั้งที่สบตากัน นัยน์ตาสีเหล็กคู่นั้นมีแต่ความว่างเปล่า...ไร้ความรู้สึก 

เธอรู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจกับการหมั้นหมายครั้งนี้ ที่ทำไปเพราะปฏิเสธคุณพ่อของเขาไม่ได้ และในที่สุดผู้กองสาวก็ฉุกคิดได้ว่าเขาคงจะอึดอัดใจ เธอไม่ควรจะฝืนใจเขาไปมากกว่านี้ และไม่ควรเห็นแก่ตัวเกินไป แค่คุณพ่อของเขาให้ยืมเงินก้อนโตโดยไม่คิดดอกเบี้ยก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ผู้กองสาวจึงทำได้เพียงแค่มองดูเขาห่างๆ

 ร้อยเอกหญิงรุจิสามองกล่องมะหยี่สีแดงในมืออย่างเลื่อนลอย สุดท้ายจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ ตัดใจผลักกล่องสีแดงออกห่างตัว เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ราวกับว่าถ้าหากเธอยังจ้องมองอยู่เช่นนี้ตัวเองจะตัดใจ ทำตามความตั้งใจเดิมไม่ได้

เมื่อช้อนสายตาขึ้นมองไปที่ประตูกระจกบานโต ร่างสูงใหญ่ของพันตำรวจเอกพีรัชที่โดดเด่นเป็นสง่าเกินใครก็สาวเท้าตรงมาหา ทั้งคู่สบตากัน นัยน์ตาสีเหล็กคู่นั้นยังคงเรียบเฉยดังเดิม ดวงตาสีดำลึกล้ำสุดจะหยั่ง ถ้าหากเป็นผู้หญิงคนอื่น คนที่เขาถูกใจ นัยน์ตาคู่นั้นจะมีความรู้สึกบ้างไหม?

“จีมีธุระอะไร”

ธุระ?

ใช่สิ…ถ้าหากเธอไม่มีธุระก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเขา

หญิงสาวฝืนยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ไม่สดใสสักนิด นัยน์ตาคู่สวยมองใบหน้าหล่อเหลาคล้ำแดดอีกครั้ง ราวกับต้องการจะประทับทุกรายละเอียดไว้ในหัวใจ  

เธอผลักกล่องกำมะหยี่สีแดงไปตรงหน้าคู่หมั้น คิ้วสีเข้มพาดเฉียงเลิกสูงอย่างสงสัย

“เมื่อวานจีไปหาคุณลุง เอาเงินที่ติดหนี้ไปคืน” ผู้กองสาวเว้นจังหวะพูดพลางสบนัยน์ตาสีดำสนิท

เขาคงดีใจสินะที่จะได้เป็นอิสระ ช่างแตกต่างกับความรู้สึกของเธอลิบลับ แม้จะเคยพบกันแค่ห้าหกครั้ง แต่ว่าทุกครั้งความรู้สึกพิเศษที่เธอมีต่อเขากลับเพิ่มมากขึ้นทุกที ผู้กองสาวอยากหัวเราะให้กับความโง่เขลาของตัวเอง เธอช่างเหมือนเด็กสาววัยรุ่น ขาดความยั้งคิด ทั้งที่เพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนพยาบาลต่างก็มีลูกกันสองสามคนแล้ว และที่สำคัญที่สุดเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นคนอย่างไรกันแน่

หญิงสาวข่มกลั้นความรู้สึกขมเฝื่อนที่ทะลึกขึ้นมาในใจ สบตาคู่หมั้นอีกครั้งแล้วพูดต่อ “จีเอาแหวนหมั้นคืนคุณลุง แต่คุณลุงบอกว่าจีควรจะเอาคืนพี่รามเอง”

นัยน์ตาสีเหล็กไหววูบ แต่ก็เพียงพริบตาเดียว สุดท้ายกลับมาเป็นความว่างเปล่าดังเดิม ร้อยเอกหญิงรุจิสาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ที่อย่างน้อยเขาก็มีความรู้สึกบ้าง จะถือว่าเธอทำสำเร็จหรือเปล่านะ

พันตำรวจเอกพีรัชมองหน้าคู่หมั้นอย่างค้นคว้าพูดว่า 

“ของที่พี่ให้แล้ว ไม่รับคืน” แม้น้ำเสียงจะราบเรียบแต่ก็แฝงอำนาจอยู่ในที

“แหวนวงนี้เป็นของคุณย่าพี่ราม จีรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” ผู้กองจีมองไปที่กล่องกำมะหยีสีแดงอีกครั้งก่อนพูดต่อ “ของอะไรที่ไม่ใช่ของจี ก็ไม่ใช่ของจีวันยังค่ำ” เธอยิ้มเฝื่อน

แววตาของเขามีประกายประหลาดวาบผ่าน ความนิ่งเฉยของเขาเป็นเหมือนพิษร้ายที่กัดกร่อนหัวใจเธอ 

แววตาของเขา...ใบหน้าคมคายปราศจากความรู้สึก 

เธอคาดเดาความคิดของเขาไม่ออกเลยจริงๆ

“แล้วถ้าเป็นของของเรา แต่เราไม่ยอมรับ”

เธอส่ายหน้าเพราะไม่เข้าใจคำพูดของเขา

“ขอบคุณนะคะพี่ราม..." เธอบังคับเสียงไม่ให้สั่น "ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่าง”

ผู้กองหญิงสาวยกมือไหว้อดีตคู่หมั้น ช้อนตามองใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง เพื่อจะประทับทุกรายละเอียดไว้ในหัวใจของเธอ 

ครั้งนี้คงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นหน้าเขา 

หัวใจดวงน้อยพลันบีบรัดแน่น ผู้หญิงแบบไหนกันนะถึงจะมัดใจพี่รามได้ แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่มีวันเป็นเธอ 

ผู้กองสาวรวบรวมความกล้าทั้งหมด ก่อนจะตัดใจหันไปคว้ากระเป๋าถือที่วางอยู่ข้างกาย ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมลงกว่าเดิม

 “จีขอตัวก่อนนะคะ” ร้อยเอกหญิงรุจิสาสบตานัยน์ตาสีเหล็กนิ่งนาน สุดท้ายจึงลุกขึ้นหันกายเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

พันตำรวจเอกพีรัชมองตามอดีตคู่หมั้นจนลับสายตา พูดเบาๆว่า...

“บอกแล้วไงว่าของที่พี่ให้แล้ว...ไม่รับคืน”





 
 
สวัสดีค่ะ 
ทักทายคนเขียนได้ที่ Facebook และที่ Line ค้า
Line id: pukekokiwi
อย่าลืมกดไลท์เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวนิยายนะคะ
ขอบคุณมากค่ะที่ติดตามอ่าน
 
https://www.facebook.com/awesomeniyays
 
ดวงดุษณี
แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น