facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -Chapter 3.-Rewrite 05/12/2018

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 78.5k

ความคิดเห็น : 107

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2561 12:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-Chapter 3.-Rewrite 05/12/2018
แบบอักษร

WHILE YOU TRY TO PLAY IT COOL

(Chapter3.)

พระอาทิตย์อุ้มเชนให้นอนบนเตียงดีๆ หลังจากที่ร่างบางถูกเขาสำเร็จโทษไปหลายรอบจนหลับคาอกแกร่งตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ เมื่อรู้ตัวอีกทีเขาก็เห็นเชนหลับลงไปเสียแล้วทั้งยังตัวรุมๆ ราวจะเป็นไข้อีก

“อื้อ…ทำอะไร” เชนปรือตามองและถามขึ้นเมื่อรู้สึกว่าร่างแกร่งก้มๆ เงยๆ อยู่ข้างเตียง

 “ลุกขึ้นมากินยา กูจะออกไปทำธุระ ตอนบ่ายมึงมีเรียนใช่ไหมเดี๋ยวกูให้คนไปส่ง” พระอาทิตย์พูดเสียงนิ่ง

“ไม่ต้อง กูไปเองได้” เชนพูดเสียงเหนื่อยๆ เขาลุกขึ้นจากเตียงทั้งที่ยังคงมึนศีรษะ ขาเรียวยาวสั่นระริกจนพานจะล้มเสียให้ได้แต่เชนก็ฝืนพาตัวเองเดินเข้าห้องน้ำไป

พระอาทิตย์ไม่อยากทำอะไรรุนแรงจึงได้แต่สบถอย่างหัวเสียอยู่แบบนั้น เขาเดินออกจากห้องและปิดประตูเสียงดังตามแรงอารมณ์ ใช่ว่าเชนจะไม่ได้ยิน แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้สนใจและไม่คิดจะใส่ใจอะไรกับคนพรรค์นั้น

“เหี้ย สภาพแบบนี้กูจะมีหน้าไปไหนได้อีกวะ” เชนบ่นพึมพำออกมาเมื่อมองดูตัวเองในกระจกบานใหญ่ภายในห้องน้ำ 

เขาทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยสักพักใหญ่ เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็ไม่เห็นพระอาทิตย์ในห้องอีก เสื้อผ้านักศึกษาตัวใหม่พร้อมชุดชั้นในถูกจัดวางไว้บนเตียงอย่างเรียบร้อยหลายสิบตัว

“ซื้อมาขายรึไงวะ” เชนรีบแต่งตัวอย่างรวดเร็วเพราะจะต้องรีบไปมหาวิทยาลัย วันนี้มีงานรับน้องจ่อคิวรอเขาอยู่ แถมพวกฟานกับจิมก็โทรตามจิกเขาไม่หยุดหย่อน

เชนมีตำแหน่งเป็นพี่ว้ากของคณะ ส่วนเฮดเดอร์ตกไปเป็นของจิมเพื่อนรักเขาเอง ตัวถึกๆ แบบนั้นไปเป็นเฮดเถอะมึง เชนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไม่นานก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยและรีบออกมาอย่างรีบร้อน

เด็กหนุ่มเดินวนอยู่ในห้องราวกับกำลังหาของอะไรบางอย่างอยู่ เขาหยิบมือถือของตัวเองที่วางอยู่หัวเตียงและเดินออกมาจากห้อง นอนเพื่อหากระเป๋า เพราะเขาไม่รู้ว่าตัวเองโยนทิ้งไว้ส่วนไหนของห้อง

“ห่าเอ๊ย กระเป๋ากูไปไหนวะ” เชนสบถออกมาอย่างหงุดหงิด

“หากระเป๋ารึเปล่าครับ” เสียงทุ้มถามขึ้นนิ่งๆ

“เออน่ะสิ” ปากรีบตอบทันควันทั้งที่เขาไม่ได้หันมองคนถาม

“ใบนี้ใช่ไหมครับ” แจ็คเจ้าของเสียงถามขึ้นและยื่นกระเป๋าส่งให้ เชนหันมารับและมองไปที่แผลบนศีรษะของคนตรงหน้านิ่งๆ

“อ๊ะ ขอบใจ คือเรื่องหัวนาย…ขอโทษที” 

“นายชื่ออะไร” เชนถามขึ้น

“แจ็คครับ” เขาแนะนำตัวอย่างสุภาพ

“อะฮะ เอาเป็นว่าเรารู้จักกันแล้วนะ ฉันคงไม่ต้องแนะนำตัวหรอกใช่ไหม” เชนถามยียวน

“มีบุหรี่ไหม” เชนถามออกมา

“ผมไม่สูบบุหรี่ครับ” แจ็คบอกและขมวดคิ้วเข้าหากัน

“งั้นก็ช่างเถอะ” เชนพูดตัดบท เพราะมีแต่บุหรี่นี่แหละที่จะช่วยให้เขาลดอารมณ์คุกรุ่นของตัวเองลงได้บ้าง ร่างบางเดินไปที่ประตูทำท่าจะเดินออกจากห้อง

“คุณเชนครับ นายให้ผมไปส่งคุณเชนที่มหาวิทยาลัยครับ” เชนชะงักไปเมื่อได้ยิน

“ไม่ต้องลำบาก ฉันไปเองได้” เชนพูดออกมาเสียงเรียบและเดินออกจากห้องโดยมีแจ็ครีบเดินตามไปอย่างรวดเร็ว

“ขอโทษนะครับคุณเชน ถ้านายรู้ว่าผมไม่ทำตามคำสั่งนายจะไม่พอใจเอานะครับ” แจ็คพูดขึ้นเสียงนิ่ง

“มันจะอะไรกับกูนักหนาวะ” เชนสบถออกมาอย่างหัวเสีย

   “ไปดิ อยากไปส่งก็ไป” เชนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาเองก็ไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนด้วยสักเท่าไหร่

“ครับ” แจ็ครับคำและเดินนำเชนไปยังลิฟต์…

เวลาต่อมารถยนต์คันหรูมาจอดหน้าคณะสถาปัตย์ฯ ภายในมหาวิทยาลัยชื่อดังใจกลางเมือง

“ขอบคุณที่มาส่ง” เชนพูดขอบคุณก่อนจะก้าวลงจากรถ

“ผมอยู่แถวๆ นี้ละครับ จะรอรับคุณกลับเพนต์เฮาส์เลย”

 “มันจะมากไปหน่อยแล้วนะ นี่มันบ้าอะไรกันวะ” 

เชนบ่นออกมาเสียงดังลั่นจนนักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมาเริ่มหันมามอง สุดท้ายเขาก็ได้แต่เดินเข้าคณะไปอย่างหงุดหงิด…

“ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่พวกคุณจะมาวิ่งเล่นกันนะครับ ที่นี่มหาวิทยาลัย พวกคุณทราบไหมครับ!!!” เสียงจิมตะโกนลั่นลานหน้าคณะทำเอาน้องๆ นักศึกษาปีหนึ่งพากันสะดุ้งโหยง

   “ทราบครับ / ทราบค่ะ!!!” เสียงน้องๆ เฟรชชี่ตอบออกมาอย่างพร้อมเพรียง

 “เมื่อวานผมนัดพวกคุณกี่โมง” จิมตะโกนถามเสียงเข้ม น้องๆ ต่างก้มหน้าไม่ตอบคำถาม

 “ผมถามครับว่าผมนัดพวกคุณกี่โมงครับ!!!” จิมตะโกนถามซ้ำเสียงดัง จนเพื่อนๆ ต่างมองหน้ากันงงๆ เพราะปกติแล้วจิมจะไม่ดุขนาดนี้

บรรยากาศที่ดูจะมาคุสำหรับน้องๆ แต่สำหรับพวกรุ่นพี่ที่มีตำแหน่งพี่ว้ากแล้วละก็ถือว่าธรรมดามาก เชนนั่งแหมะลงใกล้ๆ กับต้นไม้เพื่อนสนิทของเขา ต้นไม้ได้รับหน้าที่เป็นพี่สันทนาการเลยรับบทพระเอกของน้องๆ ไปเลยเต็มๆ น้องปีหนึ่งดูจะรักร่างโปร่งกันทุกคน ส่วนพวกเชนกับจิมนี่ น้องๆ แค่เห็นหน้านิ่งๆ ก็แทบหมอบคลานแล้ว

…ฮ่าๆ ก็ไม่ได้โหดอะไรกันขนาดนั้นหรอกนะ เพียงแต่กฎสำคัญของการว้ากก็คือระเบียบวินัยและความสามัคคี พวกเขามีหน้าที่ทำให้นักศึกษาในคณะเกิดความสามัคคีกัน รักกันดีถ้วนหน้า รู้จักพี่รู้จักน้องและเคารพซึ่งกันและกัน มีบ้างที่ต้องละลายพฤติกรรมบรรดาเด็กหัวแข็งบางกลุ่ม ซึ่งก็มีโผล่กันมาทุกรุ่น

ส่วนถ้าย้อนไปสมัยปีหนึ่ง พวกเขาเองนี่แหละที่ลองของกับพวกรุ่นพี่อยู่เหมือนกัน คงเป็นกงเกวียนกำเกวียนทำให้สุดท้ายพวกเชนและเพื่อนๆ จึงต้องมาอยู่ตำแหน่งนี้ไม่ต่างกัน

 “นัดบ่ายโมงตรงครับ / ค่ะ” เสียงน้องๆ ตอบออกมาพร้อมกัน เชนยกนาฬิกาข้อมือของตัวเองขึ้นดูเข็มนาฬิกาบ่งบอกเวลาบ่ายโมงห้านาที เชนยืนขึ้นและใช้มือเสยผมขึ้นลวกๆ

“คำพูดของผมคงไม่สำคัญ พวกคุณเลยไม่ให้ความสำคัญใช่ไหมครับ!!!” จิมพูดขึ้นเสียงดังลั่น

“เหี้ยจิมแม่ง ไปอารมณ์บูดมาจากไหนวะ” ฟานกระซิบถามปริญญ์นั่งหน้านิ่งและมองไปยังแผ่นหลังของจิมอยู่ห่างๆ

   “ไม่รู้สิ นายก็ไปถามเขาเองแล้วกัน” 

ปริญญ์พูดแล้วลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไป จิมหันมองมาด้วยสายตาดุดันใส่ร่างเล็กตรงหน้า

   “มึงจะไปไหน” จิมถามเสียงลอดไรฟัน ปริญญ์เองไม่ได้สนใจและทำท่าจะเดินไป

“ปริญญ์กูถามว่าจะไปไหน!!!” จิมตะคอกออกมาเสียงดัง ทำให้ปริญญ์หันมามองอย่างน้อยใจ

“เชนกูฝากดูแทนกูไปก่อน” 

 “เออๆ”

จิมกระชากแขนปริญญ์และลากกันออกไปจากหน้าลานคณะ

“ในเมื่อพวกคุณไม่ให้ความสำคัญกับคำพูดของพวกผม งั้นก็ได้ครับ ผมคงต้องให้กฎระเบียบทำให้คำพูดของพวกผมกลับมาสำคัญอีกครั้ง คนที่มาไม่ตรงเวลาออกมาครับ” เชนพูดขึ้นเสียงดัง

หน้าสวยหวานราวกับผู้หญิง จมูกโด่ง ปากบางสีสดเหยียดเป็นเส้นตรง เขาใช้สายตาจ้องมองไปทางน้องๆ ที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตา ไม่นานเด็กผู้ชายตัวเล็กหน้าหวานสองคนก็ลุกขึ้น

“ไม่รู้จักระเบียบ ไม่รู้จักวินัย แล้วพวกเราจะอยู่ร่วมกันได้ยังไงครับ” เสียงเชนดังขึ้น

   “คุณสองคนเดินออกมาด้านหน้าครับ” เชนสั่งออกมา

“ไปวิ่งรอบสนามใหญ่คนละห้ารอบครับ” เชนพูดเสียงเรียบ

“อะไรกันนักวะ มาสายนิดหน่อย แม่ง! ให้วิ่งตั้งห้ารอบสนาม” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังเชน เมื่อหันไปมองก็พบกับเด็กหนุ่มร่างสูง ใบหน้าหล่อเหลา ที่คอมีเนกไทแสดงว่าอยู่ปีหนึ่ง เชนมองผู้เข้ามาใหม่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“คุณอยู่คณะไหนครับ ผมเป็นรุ่นพี่คุณพูดจาอะไรควรเคารพรุ่นพี่ด้วย และที่นี่คณะสถาปัตยกรรม ถ้ามาผิดคณะรบกวนกลับไปคณะของคุณด้วยครับ” เชนพูดเสียงเย็น ฟานรีบวิ่งมาหาเชน

“ไอ้เชน น้องเป็นเด็กใหม่คณะเรา กูว่ามันยังไม่รู้กฎว่ะ เดี๋ยวกู…” ฟานรีบวิ่งมาบอกแต่ยังพูดไม่ทันจบประโยคเชนก็พูดแทรกขึ้น

“กูจัดการเอง” เชนพูดแทรกขึ้นและหันไปทางเด็กหนุ่ม

“คุณชื่ออะไรครับ” เชนตะโกนถามแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้รับคำตอบจากคนตรงหน้า

“น้องชื่อไททันมึง” ฟานกระซิบบอก

ส่วนเด็กหนุ่มก็หันมามองฟานนิ่งๆ ฟานรีบก้มหน้าหลบสายตาคมทันที ร่างโปร่งขยับแว่นสายตาของตัวเองเล็กน้อยและเดินไปยืนข้างต้นไม้ซึ่งกำลังมองเชนและเด็กหนุ่มอย่างเงียบๆ

“มึงนี่ไปรู้ดีมาจากไหนวะไอ้ฟาน” เชนสบถออกมาเบาๆ

   “ส่วนคุณแขวนป้ายชื่อด้วยครับ ที่นี่เรามีกฎระเบียบต้องปฏิบัติเหมือนกัน” เชนพูดขึ้น  

ต้นไม้ส่งป้ายชื่อให้ ไททันมองใบหน้าของต้นไม้ไม่วางตา

“ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงนักก็รบกวนแขวนมันไว้ด้วยครับ  คุณต้องทำตามกฎ” ต้นไม้พูดเสียงนิ่ง

ไททันรับป้ายชื่อมาถือแต่ยังไม่ยอมใส่ ต้นไม้มองนิ่งๆ และถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะดึงป้ายชื่อจากมือของของไททันมาถือไว้เอง

“อย่าทำตัวเด่นให้มากนัก ถ้าไม่อยากถูกทำโทษวินัย” ต้นไม้พูดเน้นย้ำเสียงนิ่ง มือบางคล้องสายป้ายชื่อไว้ที่คอร่างสูงตรงหน้า ต้นไม้เขย่งเท้าเล็กน้อยเพราะไททันตัวสูงอยู่มาก

   “อ๊ะ…” ต้นไม้สะดุ้งครางเล็กน้อยเพราะจู่ๆ แขนหนาของคนตรงหน้าก็โอบเอวเขาไว้

“หึ ระวังหน่อยสิ” เสียงทุ้มดังขึ้นชิดริมใบหูเล็ก เชนรีบมาดึงตัวของต้นไม้ออกห่างจากไททันอย่างรวดเร็ว

“เรียบร้อยแล้วก็ไปวิ่งรอบสนามทั้งสามคนครับ คนละห้ารอบไปครับ” เชนสั่งเสียงดังลั่น

“พวกมึงไม่ต้อง เดี๋ยวกูไปเอง” ไททันพูดออกมาเสียงเรียบ

“พระเอกมากครับ ที่นี่มหาวิทยาลัยไม่ต้องการพระเอก ไม่ต้องรับผิดชอบแทนเพื่อนที่ไม่รักษากฎระเบียบครับ” เชนพูดขึ้น ไททันยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ

“ผมขอวิ่งแทนเพื่อน” ไททันพูดเสียงเรียบใบหน้าหล่อไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมา

“รักกันมากครับ พวกคุณที่นั่งกันอยู่ คิดจะช่วยเพื่อนไหมครับ เพื่อนที่มาใหม่วันนี้เขาชื่ออะไรครับ” เชนตะโกนถาม

“….” เงียบไม่มีเสียงตอบรับ

 “รักกันมากจนน้ำตาผมแทบไหลเลยครับ แล้วคุณสองคนล่ะครับ เพื่อนคุณที่มาใหม่ชื่ออะไรครับ” เชนตะโกนใส่เสียงดัง

   “ไททันครับ / ไททันครับ” ทั้งสองคนตอบประสานเสียงดัง

“ว่ายังไงครับ เพื่อนที่มาใหม่ของพวกคุณเขาชื่ออะไรครับ” เชนหันไปถามน้องๆ ที่นั่งก้มหน้าตามวินัย

“ไททันค่ะ / ไททันครับ”

 “ดี!!! ไปครับ ไปวิ่งรอบสนามคนละห้ารอบแล้วเรียกชื่อเพื่อนใหม่ของพวกคุณด้วย!!!” เชนสั่งทำโทษออกมาดังลั่น

   “ครับ / ค่ะ” สิ้นเสียงรุ่นน้องต่างพากันวิ่งลงสนามอย่างเป็นระเบียบ

“เหี้ยเชน ห้ารอบเลยนะมึง แล้วแดดบ่ายกูกลัวน้องไม่ไหวว่ะ” ฟานพูดออกมาเสียงเบา

 “ถ้ากูไม่ทำ วินัยจะมีไว้ทำเหี้ยอะไรวะ”

เชนพูดขึ้นและมองน้องใหม่ที่วิ่งรอบสนามอยู่ สายตาจ้องมองไปยังไททันนิ่งๆ หน้าตาคุ้นๆ แต่เขากลับนึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน…

“เชนครับ” เสียงเรียกชื่อเชนดังขึ้น ทุกคนหันไปมองและเมื่อเห็นว่าเป็นใครเชนก็ไม่ได้สนใจและไม่คิดจะขานรับ เติ้ลเดินมายืนด้านหลังของเชน

“ทำไมไม่รับสายพี่ล่ะครับ พี่โทรหาหลายรอบแล้วนะ” เติ้ลถามออกมาเสียงนุ่ม

“พี่มีธุระอะไร ถ้าไม่มีก็ไปได้แล้ว ผมไม่ว่าง”

เชนพูดเสียงนิ่ง ใบหน้าหวานหันมองเติ้ลด้วยหางตานิดๆ

“โกรธอะไรพี่ครับคนดี” เติ้ลพูดออกมาและใช้แขนสองข้างโอบไปที่เอวบางของเชนไว้หลวมๆ

 “อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามแถวนี้ เห็นไหมวะว่าผมไม่ว่าง”

เชนพูดออกมาด้วยเสียงติดจะรำคาญ เขาแกะมือหนาออกจากเอวตัวเองและเดินเลี่ยงไปอีกทาง เติ้ลได้แต่ยืนกัดฟันกรอดอย่างนึกหมั่นไส้

   “คิดว่ากูจะง้อมึงรึไงวะ” เติ้ลสบถออกมาอย่างหัวเสีย

“ผู้ชายแบบมึงนี่กูไม่รู้ว่าไอ้เชนมันเอาลงได้ยังไงจริงๆ ว่ะ” จิมพูดขึ้น เขาเดินเข้ามาได้ยินที่เติ้ลพูดถึงเชนพอดี

“ไอ้จิม หึ ก็เพื่อนมึงมันโง่ให้กูล่อเอง” เติ้ลพูดขึ้นเยาะๆ และทำท่าจะเดินออกไป จิมที่ได้ยินก็ทำท่าจะพุ่งเข้าไปซัดหมัดใส่เติ้ลแต่ปริญญ์รั้งแขนแกร่งไว้ได้ทัน

“อย่าจิม!!! เชนไม่ได้โง่หรอกเชื่อเราสิ” ปริญญ์พูดขึ้น

“หึหึ น้องชื่อปริญญ์ใช่ไหมครับ เป็นน้องรหัสไอ้ตุลย์นี่นา ไม่คิดว่าที่เขาลือกันมันจะจริง” เติ้ลพูดออกมาเสียงยียวน สายตาจ้องมองปริญญ์อย่างโลมเลีย

“ลือเหี้ยอะไร สัด มึงพูดออกมานะไอ้เติ้ล” จิมถลาเข้าไปกระชากคอเสื้อของเติ้ลเต็มแรง 

“ก็เขาลือกันว่าน้องปริญญ์ คณะสถาปัตยฯ นี่แม่ง น่าเอาสุดๆไปเลยว่ะ ฮ่าๆๆ” เติ้ลพูดออกมาอย่างไม่เกรงกลัว ถึงแม้ว่าคำพูดนั้นมันจุดประกายให้จิมโมโหจนหน้ามืดก็ตาม

จิมกระชากคอเสื้อเติ้ลให้เดินตามเข้าไปด้านหลังตึกเรียน เพราะหากเขาทำอะไรไปตอนนี้มีหวังน้องๆที่นั่งกันอยู่ได้แตกตื่นแน่ๆ เขาพยายามข่มอารมณ์ของเขาให้ได้มากเท่าที่จะทำได้

“ไอ้สัดจิม มึง!!!” เติ้ลตะโดนเรียกจิมเสียงเอะอะโวยวาย

ผลั๊วะ!!! จิมซัดหมัดของเขาเข้าที่ใบหน้าของเติ้ลเต็มแรง เติ้ลทำท่าจะลุกขึ้นและง้างหมัดสู้กับจิมแต่ก็พลาด เพราะจิมต่อยสวนซ้ำอีกหมัดเต็มสันกรามของเติ้ล

 “พอจิม…จิม!!! เราบอกให้พอไง จิม!!!”

ปริญญ์เรียกจิมเสียงดังลั่นและดังพอจะทำให้เชนที่ยืนอยู่บนสแตนด์สนามฟุตบอลอีกฝั่งรีบวิ่งมาหาพวกเขา แต่กว่าจะถึงตัวคนทั้งสามก็ใช้เวลาสักพัก

“เอาหน้าเหี้ยๆ ของมึงไปไกลๆ ตีนกูเลยไป สัด!!!”

จิมพยายามข่มอารมณ์โทสะของตัวเอง เอ่ยปากไล่เติ้ลรุ่นพี่อย่างไม่คิดเกรงกลัว

“ไอ้สัดจิม นี่กูเป็นรุ่นพี่มึงนะ” เติ้ลพูดออกมาเสียงดังลั่น 

“พี่เติ้ล ผมว่าพี่รีบกลับไปเถอะก่อนที่เชนจะมาเห็นท่าทางและคำพูดของพี่นะครับ” ปริญญ์พูดโน้มน้าวและพยายามรั้งจิมให้เดินไปอีกทาง เพราะเขารู้ดีว่าเวลาจิมโมโหใครก็ห้ามไม่อยู่ 

“จิม…เราอยากกลับโต๊ะแล้ว พาไปหน่อย” ปริญญ์พูดออกมาเสียงเบา ดวงตาคู่สวยส่งสายตาให้คนรักอย่างขอร้องให้หยุด 

“มึงโชคดีแค่ไหนรู้ไหมที่เมียกูช่วยชีวิตไว้ ไม่ให้กูเตะปากมึง”

จิมพูดจบก็รีบคว้ามือปริญญ์เดินออกจากที่นั่นทันที และเป็นจังหวะเดียวกับที่เชนวิ่งเข้ามาถึงคนทั้งสาม

“มีเหี้ยอะไรกันวะ” เชนถามออกมาเมื่อเห็นสภาพของเติ้ลมอมแมมราวกับไปนอนคลุกฝุ่นมาเสียอย่างนั้น อีกทั้งมีเลือดกบปากจนเลอะเสื้อนักศึกษาเต็มไปหมด

“ไม่มีอะหรอก พอดีเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะ”

ปริญญ์รีบตอบ ก่อนจะพาจิมเดินไปที่สแตนด์เชียร์ด้านหลัง

“เชนครับ กลับคอนโดกับพี่เถอะนะครับ” เติ้ลพูดออกมาเมื่อเห็นว่าเชนกำลังจะเดินไปหาเพื่อนโดยไม่สนใจตัวเอง

“พี่เติ้ลครับ ผมเองก็พอจะได้ยินอะไรมาบ้างเกี่ยวกับพี่นะครับ ผมพยายามปิดหูปิดตามาตลอดที่เราคบกัน แต่พี่ไม่เคยคิดไงว่าพี่คบกับผมอยู่ เที่ยวไปเอาใครต่อใครเขาไปทั่ว ที่สำคัญเรื่องยา ผมไม่คิดเลยนะครับว่าพี่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน พี่แม่งเลวว่ะ”

เชนพูดออกมาอย่างเหลืออด เขารู้ดีว่าเติ้ลเป็นคนยังไง เห็นแก่ตัวแค่ไหน แต่ที่ทนคบก็เพราะเชนเองไม่มีใคร คิดว่าทนๆ ไปแล้วอาจจะปรับปรุงตัว แต่หกเดือนที่ผ่านมากลับไม่มีอะไรดีขึ้นเลยจริงๆ

“แล้วยังไง พูดแบบนี้เชนจะเลิกกับพี่หรือยังไงครับ” เติ้ลแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าพร้อมเข้ามาจับข้อมือเชนไว้

   “ถ้าพี่ต้องการก็ได้นะครับ” เชนพูดออกมาเสียงนิ่ง ปรายตามองเติ้ลอย่างไม่ใส่ใจ

หมับ พรึบ!!!

มือหนาของอีกคนเดินมากระชากเติ้ลที่กำลังกอบกุมมือของเชนออก

“พะ…พี่แจ็ค!!! มาทำอะไรที่นี่ครับ” เติ้ลถามเสียงละล่ำละลักและดูตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว 

“คำถามนี้น่าจะเป็นกูไม่ใช่เหรอวะ ที่เป็นคนถาม” เสียงเรียบนิ่งเย็น      ยะเยือกทำเอาคนฟังได้ยินก็แทบขนลุก

“ครับพี่ แล้วพี่มาทำอะไร หรือว่า…” เติ้ลพูดค้างไว้แค่นั้นและมองไปที่เชน

“กูจำได้ว่านายบอกมึงแล้วไม่ใช่หรือไงว่า ให้เลิกยุ่งกับคุณเชน หรือว่ามึงไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้ว” แจ็คพูดออกมาเสียงนิ่งดุดัน

“แหมพี่ ผมแค่มาทักทายน้องมันเฉยๆ” 

“ตอแหล…ไปๆ ทั้งคู่นั่นแหละ น่ารำคาญ” เชนพูดไล่อย่างหงุดหงิด

แจ็คก้มหัวเล็กน้อยให้เชนแล้วทำท่าจะเดินออกไป แต่ไม่ลืมที่จะหันกลับมาพูดเตือนเติ้ล

“อย่าให้กูเห็นว่ามึงมาเกาะแกะกับเด็กนายอีก ไม่อย่างนั้นมึงคงไม่มีโอกาสยืนหายใจอยู่แบบนี้แน่” แจ็คพูดเสียงเฉียบ

“ครับพี่ ใครจะกล้ามีเรื่องกับนายพี่ได้ล่ะ” เติ้ลพูดเสียงเรียบและเดินหนีไปอีกทาง แจ็คยืนเฝ้าเชนอยู่ไม่ห่างจนเวลาล่วงเลยมากระทั่งเชนจัดกิจกรรมรับน้องเสร็จ…

“เรียบร้อยดีไหมครับ” แจ็คถามขึ้น เพราะเห็นเชนยืนกลางแดดเกือบครึ่งค่อนวันและวันนี้แดดแรงมากตลอดช่วงบ่าย สีหน้าเชนในตอนนี้ซีดจนแทบจะไม่มีเลือดสูบฉีดเลย

“ไหวไหมครับ” แจ็คถามอย่างนึกเป็นห่วง

“อืม กลับกันเถอะฉันอยากพัก”

เชนพูดเสียงแผ่ว เขารู้ดีว่าจะดึงดันกลับคอนโดตัวเองก็คงไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรแจ็คก็ต้องพาเขากลับเพนต์เฮาส์ของคนคนนั้นอยู่ดี 

“ครับคุณเชน” แจ็คพูดพร้อมเดินไปเปิดประตูรถให้เชนและขับรถกลับไปยังเพนต์เฮาส์อย่างรวดเร็ว…

เชนงีบหลับไปด้วยความเพลียบวกกับเป็นไข้อ่อนๆ เขารู้สึกเหมือนมีใครมาอุ้มช้อนตัวเขาออกจากรถแต่ก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมามอง

   “ตัวเบาอย่างกับผู้หญิง กินข้าวบ้างรึเปล่าวะ”

เสียงบ่นเบาๆข้างหูดังขึ้นแต่ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ เปลือกตาทั้งร้อนและหนักจนแทบอยากจะนอนอยู่แบบนั้น ไม่นานอากาศกระทบกายเริ่มหนาวมากขึ้น 

“ไปเตรียมของให้กูสิแจ็ค วันนี้มันทำอะไรบ้างทำไมไข้ถึงได้กลับมาแบบนี้” เสียงทุ้มถามขึ้น 

“ยืนตากแดดตลอดบ่ายเลยครับ” แจ็ครายงานเรื่องของเชนให้ผู้เป็นนายทราบ

“แล้วมึงทำไมไม่เข้าไปบอกมันห๊ะ” พระอาทิตย์พูดขึ้นอย่างหงุดหงิด

“ขอโทษครับนาย คุณเชนห้ามไม่ให้เข้าใกล้ครับ เห็นว่าทำกิจกรรมรับน้องอะไรสักอย่างนี่แหละครับ” แจ็ครีบอธิบายให้เจ้านายตนเองฟังก่อนที่เขาจะหงุดหงิดไปมากกว่านี้

“มันโง่นักรึไง” พระอาทิตย์สบถออกมาอีก 

“ไปเอาของมาเดี๋ยวกูจัดการเอง” พระอาทิตย์ออกคำสั่ง

“อื้อ…พี่ชิว พี่ชิวเหรอฮะ” เชนครางเรียกชื่อใครบางคนออกมาเสียงแหบพร่า มือบางปัดป่ายไปทั่วที่นอน เขาได้ยินเสียงคนคุยกันแต่ก็ไม่มีแรงลืมตาขึ้นมอง

 “ขนาดอยู่กับกูมึงยังจะกล้าเรียกชื่อผู้ชายคนอื่น ร่านจริงๆ”

พระอาทิตย์กัดฟันกรอด พูดเสียงลอดไรฟันและยืนมองเชนอยู่แบบนั้น…

“นี่ยาครับ ผมให้แม่บ้านจัดขึ้นมาให้ครับ”

แจ็คบอกแล้ววางถาดยาพร้อมกับน้ำไว้บนโต๊ะหัวเตียง ก่อนจะเดินออกไปจากห้องเงียบๆ ปล่อยให้เจ้านายได้ดูแลเชนลำพังเพื่อไม่รู้สึกเก้อเขิน

“นี่มึงเป็นใครวะ กูถึงต้องมานั่งดูแลมึงแบบนี้ห๊ะ” พระอาทิตย์บ่นออกมาไม่จริงจังนัก

มือหนาถือผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ดูแล้วไม่เข้าท่าเข้าทางคนแบบพระอาทิตย์สักเท่าไหร่ มือหนายกอังหน้าผากของเชนแผ่วเบา

“ทำไมไข้ไม่ลดเลยวะ แจ็ค…ไอ้แจ็ค” เสียงตะโกนจากในห้องทำให้แจ็คต้องรีบเปิดประตูเข้ามาดู

“ครับนาย”

“ทำไมไข้มันถึงไม่ลดเลยล่ะวะ มึงมาดูหน่อยสิ”

พระอาทิตย์นั่งอยู่ไม่ห่างจากเชนเลย มือหนาได้แต่จับใบหน้าหวานหันไปมาราวกับเชนเป็นตุ๊กตาอย่างไรอย่างนั้น 

“นายให้คุณเชนทานยาหรือยังครับ” 

 “กินอะไร มันหลับมึงไม่เห็นรึไง” พระอาทิตย์พูดเสียงนิ่ง

“หลับก็ต้องปลุกนะครับ ไม่งั้นคุณเชนจะเป็นไข้อยู่แบบนี้แหละครับ ใช่ว่าจะเช็ดตัวแล้วจะหายไข้นะครับ” แจ็คพูดขึ้นยิ้มๆ แอบขำกับท่าทางของเจ้านายตนเองที่หลุดอาการออกมาแบบนี้

“มึงว่ากูโง่รึไงไอ้แจ็ค!!! เดี๋ยวมึงจะโดน” พระอาทิตย์ต่อว่าลูกน้องออกมาเล็กน้อย และขยับตัวเพื่อลุกขึ้นจากเตียง ร่างแกร่งถอนหายใจออกมาหนักๆ หลายรอบ 

“เชน…ตื่น เชนตื่นมากินยา” พระอาทิตย์เรียกเชนเสียงนิ่ง แต่ร่างบางก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นหรือลืมตาขึ้นมา เขาเดินไปที่เตียงและนั่งลงที่ขอบเตียงข้างๆ ตัวเชน มือหนาประคองเชนให้ลุกขึ้นนั่ง

“อื้อ อึก” เชนค่อยๆ รู้สึกตัว ลืมตาขึ้นมามอง

“จะ…ทำ…อะไร” เสียงแหบพร่าของเชนถามขึ้น

“ปลุกมึงขึ้นมากินยาน่ะสิ” เสียงนิ่งของพระอาทิตย์พูดบอก

“อืม…ไหนล่ะ…ยา…เอามาสิ” เชนแทบจะไม่มีแรงพูด พระอาทิตย์ส่งยาและน้ำให้เชนนิ่งๆ

แค่กๆๆ เชนสำลักน้ำจนไอออกมา

“ช้าๆ สิ มึงนี่โง่รึไงกันวะ” พระอาทิตย์สบถออกมาพร้อมยกมือลูบแผ่นหลังบางของเชนอย่างแรง

“ถ้าจะลูบหลังจนหนังถลอก…แค่กๆๆ…ขนาดนี้ อย่าลูบให้เลยดีกว่า แค่กๆ” เชนว่าออกมา

“แล้วทำไมกูต้องถนอมมึงไม่ทราบ นอนไปอย่าพูดมาก” คนตัวโตผลักหัวของเชนไม่แรงมากนัก

“คนเฮงซวย” เชนสบถด่าเสียงต่ำออกมาลอดไรฟัน

“มึงว่าอะไรกูห๊ะ! เชน” พระอาทิตย์ถามเสียงดัง

“…” เชนไม่ได้พูดอะไรต่อ เขามุดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนา และหลับลงไปในที่สุด 

“รีบหายไวๆ เถอะมึง กูจะคิดบัญชีให้หนักเลยคอยดู ปากดีนัก”        พระอาทิตย์พูดขู่ออกมาอย่างคาดโทษร่างบางที่นอนอยู่และรอดูอาการจนเชนหลับไป จากนั้นจึงเดินออกไปจากห้องนอนของตัวเอง


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว