ฝากคอมเม้นท์ ฝากติดตามนิยายของไรท์ด้วยนะคะ

My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 9 100%

ชื่อตอน : My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 9 100%

คำค้น : Zayn, Khow Fang, Love, เมียเด็ก, เซน, ข้าวฟาง, รัก

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.6k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2561 13:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 9 100%
แบบอักษร

การเรียนว่ายากแล้ว เดินบนส้นสูงที่สูงเกือบ 9 นิ้วยากกว่าอีก

โอ๊ยยย...อีข้าวฟ่างอยากร้องไห้ อยากกลับบ้านไปนอนหลับหรือกินขนมดูทีวีก็ได้ ก็พวกรุ่นพี่ให้ฉันลองใส่รองเท้าส้นสูงเดินนะสิ ฉันจะต้องใส่ชุดแฟชั่นสวยๆ เดินโชว์ตัวในตอนช่วงแรกก่อนไง แต่คือรองเท้ามันสูงไป ฉันเดินไม่ถนัดกลัวจะล้มหน้าคะมำเอา

“เดินมาให้พี่ดูอีกรอบนะคะหนูฟ่าง”

“ค่ะพี่ซ่า”

พี่ซ่าคือพี่สาวประเภทสองปี 4 ที่โคตรจะสวย สวยยิ่งกว่าผู้หญิงอย่างฉัน (เจ็บปวด) พี่ซ่าสวยมากและมีความแฟชั่นวีคสูง เลยมาเทรนการเดินให้ฉันเพราะพี่ซ่าเป็นนางแบบด้วย พี่เขาดูแลฉันทุกอย่างเสมือนเป็นพี่เลี้ยงนางงาม โบกมือและส่งจูบ

“อะๆ มะ...มัน...ว๊าย!”

โครม!

ล้มคะมำเลยค่ะ เดินไม่ชินเลยอ่า

“เจ็บไหมคะลูก? โอ๊ยตายแล้วแบบนี้หนูจะเดินได้ไหมเนี่ย พี่กลัวหนูจะไปล้มหน้าเวทีจัง ฝึกมา 2 วันแล้วนะหนูฟ่าง” 10 รอบหนูก็ล้มค่ะพี่ ชอบใส่ส้นสูงอยู่นะแต่ใส่สูงที่สุดก็แค่ 5 นิ้วเอง

“นะ...หนูจะพยายามค่ะพี่ซ่า” ขอกัดลิ้นตายได้ไหม?

โฮกกก...ข้าวฟ่างขอสละตำแหน่งตั้งแต่ยังไม่ได้ประกวดค่ะ

ฉันลองๆ เดินจนปวดขา จนสุดท้ายก็เดินได้ คือโคตรดีใจ

“น่ารักที่สุดค่ะลูกสาว หนูมีความพยายามมากแบบนี้สิคะหมอแบบอย่างไม่ยอมท้อถอยหากเจอปัญหา ไม่เคยใส่ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้ ปรบมือค่ะทุกคน”

แปะๆ

“ขอบคุณพวกพี่ๆ มากเลยนะคะที่ช่วยกันสอนข้าวฟ่างจนทำได้” ฉันยกมือขอบคุณรุ่นพี่ปี 4 อย่างขอบคุณ

“จ๊ะ ^^”

นี่ก็ 6 โมงเย็นแล้วที่ฉันฝึกเดินบนรองเท้าส้นสูงระหว่างรอพี่เซนมารับที่คณะ แต่ทำไมพี่เซนยังไม่มาอะ มันเย็นมากแล้วนะ

“รอพี่เซนเหรอ?”

“อือ...แล้วนี่ปืนยังไม่กลับเหรอ?”

“กำลังจะกลับแต่เราเห็นข้าวฟ่างนั่งอยู่คนเดียว เดี๋ยวเรานั่งรอเป็นเพื่อนนะ”

“อืม ^^”

ฉันนั่งคุยกับปืนจนรถพี่เซนมา

“หวัดดีคร้าบ” ปืนยกมือไหว้พี่เซนพร้อมกับฉีกยิ้มจนปากแทบจะฉีก

เดี๋ยวนี้เขาซี้กันแล้วนะ มีผู้ชายเข้ามาจีบฉันปืนเอาไปฟ้องพี่เซนเลยจ้า ส่วนดิวก็ฟ้อง แต่เพราะฉันติดซ้อมเตรียมประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัยเลยไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่หลังเลิกเรียน

“อืม โทษทีเพิ่งเลิกประชุมรอนานไหม?”

“ไม่ค่ะ ^^” ฉันยิ้มให้พี่เซน

“ขอบใจที่นั่งเป็นเพื่อนข้าวฟ่าง กลับไปได้แล้ว”

“ครับผม ไปก่อนนะข้าวฟ่าง”

“จ๊ะ”

“วันนี้ซ้อมอะไรทำไมผมเผ้ายุ่งจัง” พี่เซนถามแล้วเอามือลูบผมฉันเบาๆ

“ซ้อมเดินบนรองเท้าส้นสูง 9 นิ้ว หนูล้มจนตัวเขียวหมดแต่ก็สนุกดีค่ะ”

“จะประกวดวันไหนนะ?”

“อีก 5 วันค่ะ” เต้นตื่นมากๆ ด้วย

“อีก 5 วันงั้นเหรอ? ฉันไม่ว่างนะสิ” อ้าว

ฉันถึงกับหุบยิ้มทันทีที่พี่เซนบอกว่าไม่ว่าง ไม่มาดูหนูประกวดจริงๆ เหรอ?

“ฉันต้องไปคุยงานกับลูกค้าที่ฮ่องกงนะสิ โทษทีนะ”

“มะ…ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันยิ้มให้พี่เซน แต่เป็นรอยยิ้มที่หม่นหมองนะ

“อย่าน้อยใจนะที่ฉันไม่ได้ไป ทำให้เต็มที่เหมือนที่ซ้อมทุกคนรอดูเธออยู่ ตั้งใจ ถ้าคว้าตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยมาได้ จะหยุดงานอาทิตย์หนึ่งแล้วพาไปเที่ยวทะเล” O [] O จริงดิ

“ป๋าห้ามกลับคำกับหนูนะ สัญญาก่อน” ฉันชูนิ้วก้อยใส่พี่เซน ฉันอยากไปเที่ยวทะเลมาก เพราะฉันชอบทะเล

“อ่ะห่ะ” พี่เซนเอานิ้วก้อยเกี่ยวกับฉัน

“หนูจะทำให้เต็มที่ค่ะ ทำให้ดีที่สุดเล้ย!”

“เยี่ยม แล้วฉันจะส่งกำลังใจไปให้”

“ค่ะ ^^”

“หิวยังจะได้แวะหาอะไรทานที่ห้าง”

“สุดๆ ค่ะ” หิวตั้งแต่ซ้อมแล้วแหละแต่ไม่กล้าบอกใคร เดี๋ยวรุ่นพี่จะว่าฉันอ้วนเป็นหมูเอา เพราะก่อนหน้าที่จะซ้อมฉันกินนมกับขนมปังไปแล้วนิดหนึ่ง

“กินอะไร?”

“ก๋วยเตี๋ยวค่ะ”

“โอเค”

หลังจากที่ฉันกับพี่เซนทานข้าวกันเสร็จเราก็เดินซื้อของกันต่อ ฉันก็ได้เสื้อผ้าใหม่มาชุดสองชุดไม่ต้องถามว่าเงินใคร ก็มีสามีรวยเราก็ต้องใช้เงินสามีสิคะ

“ป๋า รองเท้าคู่เอาไว้ใส่ไปทะเลกันค่ะ”

เดินผ่านร้านรองเท้าพอดี และมีรองเท้าคู่เล็กกับคู่ใหญ่สีเดียวกันอยู่หลายคู่

“ประกวดก่อนค่อยมาซื้อเอา ยังไม่รู้เลยว่าประกวดได้รางวัลรึเปล่า?” ไม่ทันไรก็แช่งกันเลย

“แพ้ชนะเราก็ใส่รองเท้าคู่กันได้นี่ค่ะ” ฉันก้มหน้ามองพื้น

จะไม่ซื้อให้จริงๆ เหรอ ทำตัวน่าสงสารเข้าไว้ข้าวฟ่าง

“เฮ้อ...เธอแม่งชอบทำหน้าผิดหวังใส่ฉันอยู่เรื่อยเลยวะ เออๆ ซื้อก็ซื้อ”

“เย้! ขอบคุณค่ะ”

จุ๊บ!

ฉันดีใจจนเกินเหตุเลยกระโดดไปจุ๊บปากพี่เซนกลางห้าง ก็ลืมไปว่าอยู่กลางห้าง ฉันยิ้มแหย่ๆ ก่อนจะยกมือไหว้คนรอบข้างที่มองฉัน

“ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ”

โป้ก!

“ยัยเด็กบ้านี่” โดนเขกหัวเลย T^T

“เอ้าๆ ยืนนิ่งอยู่อีก อยากได้สีไหนก็ไปซื้อสิ”

“ค่ะๆ เอาสีแดงนะคะ หนูชอบสีแดง” ฉันถามพี่เซนก่อน เผื่อพี่เซนไม่ชอบสีแดงเพราะมันเด่นเกินไป

“อืม”

และแล้วก็ได้รองเท้าคู่มา เป็นคู่แรกที่เราเริ่มเป็นคู่รักกันจริงๆ เพราะปกติพี่เซนไม่ค่อยจะตามใจฉัน และไม่เคยใส่อะไรที่เหมือนกันนอกจากแหวนคู่

“ป๋า”

“ว่า?”

“ป๋าไม่เหนื่อยเหรอคะ ที่ต้องนั่งทำงานดึกและตื่นเช้าทุกวัน”

เดินห้างกันก็ดึกแล้ว มาถึงบ้านแทนที่จะอาบน้ำนอน ยังจะมานั่งทำงานต่ออีก

“เลี้ยงเธอเหนื่อยกว่าอีก” น่ะ ชอบว่าเค้า :(

“มีงานอะไรที่หนูพอช่วยได้ไหมคะ?” อยู่ดีๆ ก็อยากขยันขึ้นมา ทำตัวเหมือนว่างแต่การบ้านเพียบ

“แปลภาษาธุรกิจ” โอ้ม่าย

ข้าวฟ่างโง่ภาษามั๊กๆ ค่ะ แค่ภาษาอังกฤษก็แทบตายแล้วค่ะ ขอบายค่ะ เดินหนีเลยจ้า

“จะเดินหนีไปไหนมาช่วยฉันเร็วๆ”

“ไม่เอาค่ะ ป๋าก็รู้ว่าหนูไม่เก่งภาษาสักเท่าไหร่” อย่าให้หนูแสดงความโง่โชว์ทุกวันเลยค่ะ หนูก็อายเป็นค่ะ

“ไม่ลองจะรู้ไหมล่ะ มานั่งนี่จะสอนให้แปล” พี่เซนตบตักตัวเอง

“จะดีเหรอคะ? มันรบกวนป๋านะคะ แทนที่ป๋าจะทำงานเสร็จไวไวจะได้นอน”

“มาเหอะน่า เร็วๆ” เริ่มหงุดหงิดต้องรีบไป

ฉันเดินไปนั่งตักพี่เซนมองเอกสารตรงหน้า คือตัวหนังสือเต็มไปหมดเลยอะ แล้วอะไรก็ไม่รู้ขีดๆ เต็มไปหมด

“หนูลายตามาก ตัวหนังสือเยอะเกินไป” ถึงกับเอามือกุมขมับตัวเอง

“ยัยเด็กขี้เกียจ” โดนด่าอีกล่ะ

ไม่ได้ขี้เกียจซะหน่อย แค่ไม่ชอบตัวหนังสือเยอะ มันทำให้ง่วงนอน

“หนูไม่ชอบตัวหนังสือเยอะๆ นี่ค่ะ ป๋าก็รู้”

“ภาษาอังกฤษเคยสอนไปบ้างแล้ว ลองแปลบรรทัดนี้ให้ฟังหน่อยสิ” อ่านไม่ออกสักตัว ที่พี่เซนสอนไม่เข้าหัวเลยสักกะตี๊ดเดียว

“แฮร่ๆ คือหนูอ่านไม่ออก จำอะไรไม่เลยค่ะ” ฉันหัวเราะแห้งๆ ใส่พี่เซนไป และก็ได้รางวัลกลับมาดัง…

โป้ก!

“โอ๊ย!” โดนเขกหัวเลยอ่า

วันนี้โดนเขกหัวไปสองทีแล้วนะ เขกมากเดี๋ยวหนูก็โง่กว่าเดิมหรอก

“หลังจากประกวดดาวเดือนเสร็จ เธอต้องไปเรียนพิเศษเรื่องภาษา”

ม่ายยยย …แค่นี้หัวก็จะระเบิดแล้วค่ะ

“คือหนู...” ไม่อยากเรียนค่ะ T^T

“กำลังปฏิเสธเพราะจะบอกว่าตัวเองโง่” อย่าเน้นคำว่าโง่สิคะ

“ค่ะ” ยอมรับความจริงไป

“เรียนแต่ไม่ได้ความรู้จะเรียนไปทำไม? อาจารย์สอนไม่เข้าหัวจะเรียนไปทำไม? มันก็น่าจะเข้าหัวเธอบ้าง กะโหลกก็ไม่ได้หนานิ” โอ้โห้ ว่าขนาดนี้ตบหน้าหนูเลยดีกว่า เจ็บจี๊ดเลย

“อยากเป็นหมอต้องเก่ง ไม่เก่งมากก็ขอให้ทำเป็นพอไม่ใช่อาศัยดวงหรือการเดา ชีวิตคนไข้ไม่ใช่หนังสือหรือกระดาษคำตอบที่ผิดจะลบแล้วเขียนหรือกากใหม่ได้ ตายก็คือตาย”

โดนสวดอีกแล้ว T_T

“เธอต้องเรียนต้องรู้ สอนไม่เข้าหัวก็อ่านหนังสือไป อ่านจนกว่าจะเข้าหัว เข้าใจไหม?”

“ค่ะ”

“เรียนหมอเพื่อไปรักษาคนไข้ให้หายไม่ใช่เรียนเพื่อไปคาดเดาการรักษา ใครจะอยากให้เป็นหมอกัน”

“…” ก็จริง โดนดุโดนสอนทุกวันเลยฉัน

“ต้องให้สอนทุกวันนะข้าวฟ่าง ความฝันของเธอเองถ้าทำไม่เต็มที่ก็อย่าฝันเลย เธอสอบติดได้เรียนหมอเธอก็ต้องเรียนอีกหลายปีไม่ใช่สอบติดแล้วได้ทำงานเลย หรือเอาไปพูดโชว์ว่าได้เป็นหมอ แค่ว่าที่หมอไม่ใช่หมอ ที่พูดไม่ได้ให้เธอทำเพื่อฉันแต่ให้เธอทำเพื่อตัวเธอเอง ความรู้มันอยู่กับเธอไม่ได้อยู่ที่ฉันเข้าใจที่พูดรึเปล่า?”

“ค่ะๆ เข้าใจค่ะ” ฉันพยักหน้า

“เฮ้อ...เธอนี่ก็แปลกคนเหมือนกันนะ ขี้เกียจแต่กลับทำได้”

“^_^” เหมือนจะด่าแต่ก็ชมนั่นแหละ

“แต่ก่อนจะทำได้มักจะโดนด่าก่อนเสมอ”

“: (”

“ไม่ต้องมาเบะปาก โตแล้วห้ามทำตัวเหมือนเด็กๆ ต้องตั้งใจเรียนเข้าใจไหม?”

“ค่ะ”

โดนอบรมยาวเลยไง แต่ก็ได้ความรู้ใหม่เพราะพี่เซนสอนฉันแปลงานธุรกิจและให้ฉันอ่านหนังสือตั้ง 1 บทให้ฟังก่อนนอนอีกต่างหาก

อ่านหนังสือให้ฟังนี่ต้องอ่านทุกวันด้วยนะ ดี๊ดี ไม่อะไรหรอกคือฉันขี้เกียจต่างหาก ทำการบ้านเสร็จก็อาบน้ำเล่นมือถือเลยไง จนพี่เซนต้องออกกฎให้อ่านหนังสือให้ฟังก่อน 1 บทถึงจะได้เล่นมือถือ เพราะฉันจำอะไรไม่ได้เลยไง แฮร่ๆ ห่วงเล่นมากกว่า ก็เลยโดนดัดนิสัยซะ อ่านหนังสือนี่ไม่ได้อ่านผ่านๆ นะ มีควิซค่ะ ควิซอะ ไม่รู้ว่าพี่เซนไปหามาจากไหน แต่โจทย์แต่ละข้อย๊ากยาก ตอนนี้ฉันก็นั่งทำควิซอยู่

“เสร็จแล้วค่ะ” อ่านหนังสือเสร็จสอบควิซต่อเลยไง ต้องสอบให้ผ่านทุกข้อด้วยถ้าข้อไหนผิดก็จะให้ทำจนถูก นี่มันบ้านหรือที่มหาวิทยาลัยหนอ ฮัลโหลลลลล

“โอเคทำถูกหมด อยากทำอะไรก็ทำ” โอ๊ยดีใจ วันนี้ทำถูกหมด

“ค่ะ”

ฟอดดด!

ฉันหอมแก้มพี่เซนก่อนจะล้มตัวนอนไม่เล่นมือถือหรอกเพราะพรุ่งนี้ตื่นไปเรียนเช้า แต่พี่เซนนะสิยังไม่นอน ยังนั่งทำงานอยู่เลย ฉันนอนมองพี่เซนนั่งพิมพ์งานและเผลอหลับตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่กำลังพลิกตัวฉันก็เลยขยับตัวเข้าไปในอ้อมกอดพี่เซน อ้อมกอดนี้อบอุ่นสำหรับฉันเสมอ

จุ๊บ!

แอบจุ๊บปากพี่เซน คิกๆ

“นอนได้แล้วน่า พรุ่งนี้ตื่นเช้าไม่ใช่ไง”

“ค่ะ”

แต่พอหลับตานอนไปครู่หนึ่งก็ต้องลืมตาขึ้นเพราะความอึดอัดจากคนตัวโตที่กอดรัดฉันมากเกินไป ฉันลืมตาขึ้นก็พบว่าพี่เซนกำลังนอนมองหน้าฉันตอนฉันหลับอยู่ นอนยิ้มอยู่คนเดียวเหมือนถูกผีเข้า

“ป๋าหนูจะนอนค่ะ ห้ามจ้อง”

“ฮึ” น่ะ ไม่ชอบเลยชอบแกล้งอะ ฉันพลิกตัวหันหลังให้พี่เซนและขยับตัวหนี อ่า…ได้นอนแล้วกำลังจะหลับตา

แต่ทว่าพี่เซน…

หมับ!

ขยับมากอดฉันไง หลังฉันแนบชิดกับอกแกร่งของพี่เซน โฮกกก…หนูง่วงนอนค่ะป๋า

นอนไม่หลับอะ พี่เซนกอดแน่นเกินไปอีกแล้ว

ฉันนอนพลิกตัวไปมาอยู่ในอ้อมกอดพี่เซนนั่นแหละ ง่วงนะแต่อยากนอนสบายๆ แบบไม่ต้องกอดกันสักคืนหนึ่งอะ ได้ไหมคะป๋าของหนูข้าวฟ่าง

พลิกไปพลิกมาก็ยังไม่ลงล็อกที่สามารถจะนอนได้

“อย่าดิ้นมากเดี๋ยวไม่ได้นอน”

“ก็ป๋ากอดหนูแน่นไป หนูนอนไม่หลับค่ะ”

“เรื่องมาก!” เอ้ามาด่ากันเฉย

“ก็มันอึดอัดนิคะ ป๋ากอดหนูแน่นไปจริงๆ” ฉันพูดแค่นั้น

อยู่ๆ พี่เซนก็ลุกขึ้นมานั่งมองฉันตาขว้าง ฉันผิดอะไรอะ ก็แค่บอกว่ากอดแน่นไป นอนไม่ได้แค่นี้เอง

“ไม่กอดก็ไม่ชอบ กอดก็ไม่ชอบ ตกลงจะเอายังไงหะ!”

“กะ…ก็…” ถึงกับอึกอักเลยฉัน ก็พี่เซนไม่กอดฉันก็งอน พอพี่เซนกอดก็นอนไม่หลับ ฉันรู้แล้วว่าฉันกำลังผิด แหง่ๆ

ฉันเคยงอแงใส่พี่เซนเรื่องที่พี่เซนไม่กอดตอนนอน แต่พอพี่เซนกอดมันก็อึดอัด T^T

หนูขอโทษค๊า

“ถ้างั้นฉันจะนอนนิ่งๆ เธอก็กอดฉันเองละกัน อยากกอดแบบไหนก็กอดเอา แต่ถ้ากอดเองมันยังไม่สบายตัวนอนไม่หลับจริงๆ ก็ต้องแก้ผ้านอนกัน จะได้จบๆ”

ไม่เอา ไม่แก้ผ้านะ

"ปะ...ป๋ากอดหนูก็ได้ หนูหลับแล้ว”

อย่าทำอะไรหนูเลย หนูไม่ดิ้นแล้วค๊า



![](data:image/gif;base64,R0lGODlhAQABAPABAP///wAAACH5BAEKAAAALAAAAAABAAEAAAICRAEAOw== "Click and drag to move")

Credit : www.google.com (giftsmelove)


“น้องข้าวฟ่างเตรียมพร้อมนะ เดี๋ยวจะถึงคิวคณะแพทย์ขึ้นโชว์ตัวแล้ว”

“ค่ะพี่ซ่า”

“ไม่หน้าบึ้งนะคะลูกสาว คืนนี้หนูสวยที่สุดเลยนะ ยิ้มจ๊ะ ยิ้มมม” พี่ซ่าดึงแก้มฉันเพื่อให้ฉันยิ้ม แล้วฉันจะยิ้มได้ยังไงพี่เซนไม่ว่างมาดู ฉันเหมือนคนงี่เง่าเลยว่าไหม แต่ถ้าจะให้ดี ฉันอยากให้พี่เซนมาดูฉันประกวดมากกว่า

“อย่านอยไปเลย พี่เซนเขาไปทำงานหาเงินเลี้ยงเธอ” ดิวพูดพลางยกมือตบที่หัวไหล่ฉันเบาๆ

“แต่ฉันก็อยากให้ป๋ามาดูฉันประกวดอยู่ดีอะดิว” ฉันเบะปากจะร้องไห้ดิวรีบร้องห้าม

“เฮ้ๆ อย่าร้องนะ จบโชว์คณะวิศวะเธอกับไอ้ปืนต้องขึ้นโชว์แล้ว”

“อืมๆ” ฉันพยายามกลั้นน้ำตาไว้

พี่เซนบอกว่าบอกให้ทำเต็มที่นิ

“พร้อมนะข้าวฟ่าง” ปืนเดินมาหาฉัน

วันนี้ปืนหล่อมากเลย คณะอื่นที่ประกวดทั้งสวยทั้งหล่อกันทั้งนั้น แล้วดูฉันสิตัวเล็กกว่าคนอื่นเลย เฮ้อ…แล้วแบบนี้ฉันจะได้ตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยไหมเนี่ย ไม่รู้สิ มันนอยเรื่องพี่เซน ก็ทำให้นอยเรื่องอื่นๆ ไปหมดด้วยเลย

“จะว่าพร้อมก็พร้อม แต่ฉัน…” กลัว กลัวจะทำไม่ได้แล้วทำให้คณะเสียไปด้วย

ตั้งสติข้าวฟ่างอย่าเพิ่งนอยเรื่องพี่เซน ทุกคนในคณะหวังกับเราไว้มากนะ

“ฉันพร้อม!” ฉันพูดเสียงหนักแน่นแล้วฉีกยิ้มให้ปืน

“เยี่ยม!” ปืนยกนิ้วโป้งให้ฉัน

ฉันกับปืนยืนคล้องแขนเพื่อรอคิวขึ้นเวที

“ทำให้เต็มที่ ไม่ต้องกังวล”

“อืมๆ” ขอบคุณนะปืนที่ให้กำลังใจฉัน

“ขอเชิญคณะแพทย์ขึ้นมาโชว์ตัวได้เลยค่ะ น้องข้าวฟ่างกับน้องปืนค่ะ”

“วู้ๆ”

“กรี๊ดดดด!!”

แปะๆ แป๊ะๆ

เสียงกรี๊ดเสียงปรบมือดังก้องหอประชุม

ฉันกับปืนแนะนำตัวและแสดงความฮาเพื่อเรียกเสียงหัวเราะและเรียกคะแนนจากคณะกรรมการ ก่อนจะลงมาเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมตัวแสดงความสามารถ

‘ป๋า เป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะคะ หนูจะทำให้ดีที่สุดค่ะ ^^’

Zayn Part

“วันนี้จบการประชุมแค่นี้นะครับ”

เฮ้อ…เหนื่อยวะ

ผมทำงานทุกวันแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ขนาดนี้วันนี้เป็นวันที่ข้าวฟ่างประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัยผมยังไม่ได้ไปดูเลย เพราะมีงานที่ฮ่องกง เพราะผมจะมาเปิดห้าง ZEN Z ที่นี่ เลยต้องมาประชุมเพื่อไม่ให้มีปัญหาการทำงาน การที่จะสร้างห้างที่นี่มันไม่ใช่ง่ายๆ เลย ผมถึงต้องมาทำด้วยตัวเอง

เธอจะเป็นยังไงบ้างนะข้าวฟ่าง จะงอแง ร้องไห้ขี้มูกโป่งรึเปล่าที่ฉันไม่ได้ไปดูเธอประกวด

Rrrr

‘Dew’

ดิวคอลมาหาผม

“ว่าไง”

‘พี่เซน ข้าวฟ่างไม่ได้ตำแหน่งอะ นั่งร้องไห้ใหญ่เลย’ ว่าแล้วดิวก็หันกล้องไปทางข้าวฟ่างที่มีไอ้ปืนนั่งปลอบอยู่ อยู่คอนโดดิวกันสินะ

‘ฮือๆ เพราะฉันทำไม่เต็มที่อะ เพราะฉันกังวลมากเกินไป ฉันเลยคว้าตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยมาให้คณะไม่ได้ ฮือๆ’

“…” ผมไม่พูดอะไร ได้แต่นั่งมองข้าวฟ่างนั่งร้องไห้ในจอมือถือ

‘ไม่ใช่ความผิดของเธอซะหน่อย เราทำเต็มที่กันแล้ว คณะอื่นที่ไม่ได้ยังไม่เป็นอะไรเลย ฉันว่าเธอคิดมากเกินไปนะ’ ไอ้ปืนพูด

ผมยอมให้ไอ้ปืนแตะต้องตัวข้าวฟ่างได้ แต่ก็ห้ามเกินขอบเขตการเป็นเพื่อน

‘เป็นอย่างที่พี่เห็นเลย ข้าวฟ่างเอาแต่ร้องไห้โทษตัวเอง’ ดิวพูดเสียงสั่น สีหน้าเครียด ผมรู้ว่าดิวก็เป็นห่วงข้าวฟ่างไม่ต่างกับผมนักหรอก

“เดี๋ยวบินกลับ” ผมพูดแค่นั้นก็เก็บของเตรียมบินกลับไปเมืองไทย

ข้าวฟ่างร้องไห้หนักมาก ผมเป็นห่วงเธอ ข้าวฟ่างเป็นเด็กที่ไม่ได้ขยันอะไรมากหรอก แต่ถ้าได้ตั้งความหวังแล้ว เธอก็จะตั้งไว้สูง เวลาไม่ได้ก็จะร้องไห้หนักแบบนี้แหละ


@เมืองไทย

ทันทีที่เครื่องลง ผมรีบขับรถไปหาข้าวฟ่างที่คอนโดดิว แต่ก่อนไปได้แวะซื้อดอกไม้ช่อใหญ่ไปให้เมียตัวน้อยหน่อย ไม่ได้ตำแหน่งไม่เป็นไร คนจะได้ไม่มายุ่งหรือมารู้จักข้าวฟ่างมาก เพราะผมหวง จบนะ

ติ๊งต๊อง! ติ๊งต๊อง!

ผมกดกริ่งหน้าห้องดิว

แอดดด

“พี่มาไวกว่าที่คิดนะ”

“ก็ไปเครื่องบินส่วนตัว ข้าวฟ่างอยู่ไหน?”

“นอนหลับอยู่ในห้องค่ะ” ดิวชี้ไปที่ห้องตัวเอง

ผมก้มมองชุดที่ดิวใส่ จะไปไหน?

ใส่เสื้อยืดกางเกงขาเดฟสีดำ รองเท้าผ้าใบ แต่งตัวซะหล่อเลย เพื่อนไม่สบายยังจะเที่ยว กลิ่นน้ำหอมตีขึ้นจมูกจนหัวแทบระเบิด ตกถังน้ำหอมมารึไง แล้วน้ำหอมที่ใช้อะ น้ำหอมผู้ชายด้วยนะ ตกลงจะเอาเมียแทนผัวแล้วรึไงเด็กนี่

“แต่งตัวจะไปไหนน่ะเรา?” อดไม่ได้ที่ถาม

“ไปดริ้ง นัดสาวไว้”

“เบาๆ หน่อยนะ อาทิตย์หน้าจะให้ไปดูงานที่ฮ่องกง”

“ครับผม ไปก่อนนะฝากข้าวฟ่างด้วยค่ะ”

“อืม”

แล้วก็รีบวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

เฮ้อ…ยิ่งโตก็ยิ่งเหมือนผู้ชาย แต่ก็ดีผมจะได้ไม่ต้องปวดหัวห่วงว่าดิวจะโดนผู้ชายหลอก ผมเอาดอกไม้วางบนโต๊ะที่โซฟาก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของดิว

แอดดด

เปิดประตูก็เห็นข้าวฟ่างกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง ใบหน้าสวยมีแต่คราบน้ำตา เฮ้อ…เด็กน้อยของฉันคงจะร้องไห้เสียใจหนักมาก ผมลูบหัวข้าวฟ่างอย่างอ่อนโยน เป็นจังหวะเดียวที่ข้าวฟ่างกำลังพลิกตัวนอนตะแคงพอดี

“อืออ…ปะ…ป๋า!” ข้าวฟ่างลืมตามองผมอย่างตกใจ

“ป๋ากลับมาเมื่อไหร่คะ?”

“เพิ่งลงจากเครื่อง ไง ได้ข่าวว่าร้องไห้ขี้มูกโป่งที่ไม่ได้ตำแหน่งดาวนิ”

“ดิวบอกเหรอคะ?”

“อืม” ผมพยักหน้า

“ฮึก ค่ะ หนูมัวแต่กังวลเกินไป ก็เลยไม่ได้ตำแหน่งค่ะ” ข้าวฟ่างพูดเสียงสั่น มือสวยประสาเข้าหากันแน่นพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลลงมาจากแก้มเนียนหยดลงบนหลังมือ

“อย่าคิดมาก มันผ่านมาแล้ว” ผมดึงข้าวฟ่างมากอด

“ฮึก ถ้าหนูทำเต็มที่กว่านี้ ถ้าหนูมีสมาธิมากกว่านี้ ถ้าหนูไม่มัวแต่นอยที่ป๋าไม่ได้มาดู หนูก็คงจะได้ตำแหน่งไปแล้วค่ะ ฮือๆ” อ่านี่สินะที่เป็นเหตุผลที่ทำให้ข้าวฟ่างร้องไห้หนัก ไม่มีสมาธิเพราะมัวนอยผม

ถ้าจะหาคนผิดก็คงจะเป็นผมสิ เพราะผมที่เป็นสาเหตุทำให้ข้าวฟ่างเสียสมาธิ

“ถ้าจะหาคนผิดก็คงจะเป็นฉัน”

“คะ…คะ?” ข้าวฟ่างเงยมองหน้าผมอย่างงงๆ

“ก็เพราะเธอเสียสมาธิเพราะฉันไง ถ้าฉันอยู่ดูเธอประกวด เธอก็อาจจะได้ตำแหน่ง เพราะฉะนั้นคนผิดก็คือฉัน”

“มะ…ไม่ใช่นะคะ มันเป็นเพราะหนูที่หนู…อื้ออ..” ผมก้มไปจูบปากเรียวของข้าวฟ่างแล้วผละออก

“เป็นเพราะฉัน เพราะฉะนั้นต้องโทษฉัน อย่าโทษตัวเอง” ไม่อยากให้คิดมาก ไม่อยากให้ร้องไห้ ผมไม่ชอบให้ข้าวฟ่างร้องไห้

“แต่หนูผิด อื้ออ…” ปากนี่นะ พูดโทษตัวเองอยู่ได้

“ถ้าโทษตัวเองอีกจะจับตีตูดนะ”

พอได้ยินผมดุข้าวฟ่างก็เม้มปาก นั่งก้มหน้าเงียบ

“เราไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะทำอะไรสำเร็จไปทุกอย่าง มีล้มมีร้องไห้กันบ้าง เสียใจที่ไม่ได้ตำแหน่งไม่ว่าแต่อย่าโทษตัวเอง ในเมื่อตัวเธอเองก็พยายามทำให้ดีที่สุดมาตลอด เธอไม่เคยเดินบนรองเท้าส้นสูง 9 นิ้ว แต่เธอกลับพยายามเดินให้ได้ เดินจนคล่อง เธอซ้อมเดินซ้อมไหว้เกือบอาทิตย์ เลิกก็เย็นกลับก็ค่ำ แล้วแบบนี้เธอจะบอกว่าตัวเองผิด ทำไม่เต็มที่งั้นเหรอ? ขนาดคนเก่งยังเคยแพ้มาก่อนเลย เธอไม่ได้เป็นดาวมหาวิทยาลัยแล้วทำให้พวกรุ่นพี่รุมด่างั้นเหรอ?”

“ไม่ค่ะ พวกรุ่นพี่ชื่นชมหนู แล้วก็ปลอบใจหนูกันทุกคน”

“อืม ขนาดพวกรุ่นพี่ยังชื่นชมเธอแม้ว่าเธอยังไม่ได้ตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัย แล้วทำไมตัวเธอเองยังโทษตัวเองอยู่ล่ะ”

“…”

“พวกเขาก็ไม่ได้ด่าว่าเธอนิว่าเธอทำไม่ดี คนมีเป็นล้านคน มีคนเก่งก็เยอะ เธอจะให้เธอเป็นที่หนึ่งคนเดียวก็คงไม่ได้เพราะเรามีทางที่ถนัดต่างกัน หยุดโทษตัวเองแล้วตั้งใจเรียนก็พอ ฉันไม่ได้ว่าอะไรที่เธอไม่ได้เป็นดาวมหาวิทยาลัย ดีซะอีกที่เธอไม่ได้ตำแหน่งจะได้ไม่มีตัวผู้ตัวไหนมายุ่งกับเธอ ฉันหวง”

“ป๋าอ่า -///-”

“เดี๋ยวมา”

“ป๋าจะไปไหนคะ? จะกลับไปทำงานที่ฮ่องกงอีกเหรอคะ?” ข้าวฟ่างถามผมเสียงเศร้า ผมส่ายหน้า

“เปล่า ฉันแค่จะไปเอาดอกไม้มาให้เธอ ฉันซื้อมาให้เธอ” พูดจบผมก็ออกไปเอาดอกไม้ช่อใหญ่มาให้ข้าวฟ่าง

“โห้ ช่อใหญ่มากค่ะป๋า” ข้าวฟ่างถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นช่อดอกไม้ที่ผมซื้อมา ก็แน่ล่ะก็ผมสั่งทำพิเศษสำหรับคนพิเศษไง

“ถ้าชอบก็รับไปสิ” ผมยื่นดอกไม้ให้ข้าวฟ่าง ข้าวฟ่างฉีกยิ้มให้ผมก่อนจะรับดอกไม้ไป

“ขอบคุณมากนะคะ ดอกไม้สวยมากเลยค่ะ ^^”

“อือ สวยเหมือนเธอนั่นแหละ” ผมพูดเสียงเบา

“หืม เมื่อกี้ป๋าพูดว่าอะไรนะคะ?”

“เปล่านิ ไม่ได้พูดอะไร” ผมเฉไฉไป

ถ้าเกิดข้าวฟ่างรู้ว่าผมชมผมก็แย่นะสิ ผมเคยชมข้าวฟ่างดีๆ ซะที่ไหนกัน โดนจับได้ก็เขินกันพอดี ผมไม่เคยเขินอายผู้หญิงคนไหนเลยแม้กระทั่งแม่ มีข้าวฟ่างคนเดียวที่ทำให้ผมเขิน แต่ผมมักไม่แสดงออกหรอก ชอบด่ากลบเกลื่อนไป

“ป๋าน่ารักจังเลย งื้อออ”

“พูดมาก ไม่ร้องไห้เสียใจโทษตัวเองแล้วไง?”

“ไม่แล้วค่ะ เห็นดอกไม้ป๋าหนูยิ้มออกแล้ว ^^”

“ฮึๆ ถ้างั้นก็กลับคอนโดกัน รบกวนดิวมามากแล้ว”

“จริงสิคะ แฮร่ๆ เอ๋…แล้วดิวไปไหนแล้วคะ? ไม่เห็นเลย”

“ไปกินเหล้าแล้ว”

ผมพาข้าวฟ่างกลับมาที่คอนโด มาถึงก็ไม่ทำอะไรเลย นั่งจับนั่งกอดดอกไม้ยิ้มไปยิ้มมาพลางปรายตามองดูวิวข้างนอก เหอะ! เมื่อกี้ร้องไห้จะเป็นจะตาย ตอนนี้ทำอย่างกับนางเอกหนัง

“พอแล้วมั่ง นั่งจับนั่งกอดแต่ช่อดอกไม้นั่น เดี๋ยวดอกไม้ก็ช้ำหมดหรอก ลุกไปหาอาบน้ำได้แล้วจะได้นอน”

“แต่หนูยังไม่ง่วงนี่ค่ะ พรุ่งนี้ก็วันเสาร์ด้วยค่ะ หนูขอนั่งกอดช่อดอกไม้อีกหน่อยนะคะ”

“แล้วฉันละ?”

“เอ๋…คะ…คะ?” ข้าวฟ่างถึงกับทำหน้างงเมื่อได้ยินผมพูด

“ช่างเถอะ” ผมพูดแค่นั้นก็เดินเข้าไปในห้องเพื่อจะไปอาบน้ำ

นั่งลูบนั่งกอดแต่ช่อดอกไม้นั่นไม่เห็นจะสนใจคนซื้อมามั่งเลยวะ มีแต่ยิ้มกับคำว่าขอบคุณ พ่อแม่ไม่เคยสอนรึไงว่าให้กอดให้หอมคนซื้อดอกไม้มาฝากด้วยอะ

แม่ง!

อุตส่าห์ซื้อมาช่อโคตรใหญ่ ไม่สนใจคนซื้อแต่กลับสนใจดอกไม้ซะงั้น ให้มันได้อย่างงี้ดิวะ หงุดหงิดวะ

ปึก! ปึก!

ถอดเสื้อผ้าปาใส่ตะกร้าอย่างหงุดหงิด

“ป๋างอนอะไรหนูรึเปล่าคะ?” เข้ามาในห้องเมื่อไหร่? แต่ก็ช่างเถอะจะไปอาบน้ำ ไม่ต้องมาสนใจ

“ไม่!” ผมพูดแค่นั้นก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ กำลังจะปิดประตู…

หมับ!

ข้าวฟ่างก็เดินมาจับประตูไว้ซะก่อน ข้าวฟ่างมองหน้าผม ขมวดคิ้วเป็นปม

“หนูว่าป๋าต้องงอนอะไรหนูแน่ๆ เลยค่ะ เพราะเมื่อกี้ป๋ายังน่ารักกับหนูอยู่เลย”

“แปลว่าตอนนี้ฉันไม่น่ารักกับเธอสินะ” ทำไมอยู่ๆ กูต้องรู้สึกนอยด้วยวะ นี่มึงเริ่มติดเชื้อขี้นอยมาจากข้าวฟ่างแล้วรึไงไอ้ห่าเซน

“เปล่าค่ะ แต่หนูแค่งงว่าทำไมป๋าทำหน้ายุ่งเหมือนไม่พอใจอะไรหนูสักอย่าง แต่หนูก็ยังไม่รู้อยู่ดีค่ะว่าป๋าไม่พอใจงอนอะไรหนู”

ไม่รู้ก็ไม่ต้องรู้!

“ปล่อยมือออกจากประตู ฉันจะอาบน้ำ ร้อน!”

“…” ไม่พูดไม่พอ ไม่ยอมปล่อยมืออีก

“ฉันทำงานมาเหนื่อยนะข้าวฟ่าง ฉันอยากพักผ่อน ถ้าเธอว่างมากก็ไปนั่งกอดนอนกอดช่อดอกไม้โน้นไป”

“…”

“ไปดิ ดอกไม้มันกวักมือเรียกเธอแล้วนั่น” ผมว่าแล้วจับมือข้าวฟ่างออกจากประตู ได้ปิดประตูอาบน้ำซะที

“ป๋างอนหนูที่หนูสนใจช่อดอกไม้มากกว่าป๋าเหรอคะ?”

กึก!

ผมหยุดชะงักมือที่กำลังจะดึงประตูห้องน้ำเพื่อจะปิด

“ไม่รู้”

ปัง!

พูดจบก็ปิดประตูห้องน้ำใส่หน้าข้าวฟ่าง

กูก็เนอะ ซื้อให้เขาเอง เสือกงอนเขาที่เขาสนใจช่อดอกไม้มากกว่าตัวเองอีก

ห่าน!

ผมยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำอยู่ครู่ใหญ่ ก็ถอนหายใจออกมาเมื่อคิดได้ว่าไม่ควรมาทะเลาะกันเรื่องแค่นี้ ไม่แปลกถ้าข้าวฟ่างจะสนใจช่อดอกไม้ ก็ผมเป็นคนซื้อให้เธอนี่นา ไปสนใจช่อดอกไม้คนอื่นก็ว่าไปอย่าง อันนั้นน่าหงุดหงิดกว่า

ผมเปิดประตูห้องน้ำอีกครั้งเพื่อจะออกไปหาข้าวฟ่าง แต่ต้องหยุดเพราะข้าวฟ่างยังยืนอยู่ที่หน้าประตู แต่ที่แปลกไปคือ ข้าวฟ่างมีผ้าขนหนูผืนเดียวพันปิดกายอยู่

“ทำไร?” ยืนรอหน้าห้องน้ำทำไม?

“หนูจะอาบน้ำค่ะ”

“ฉันกำลังอาบอยู่ รอก่อน”

“หนูยังไม่ได้ยินเสียงน้ำไหลเลยนะคะ ป๋าอาบน้ำอยู่จริงๆ เหรอคะ?” ยัยนี่นะ จับกดชักโครกดีมะ

“ครีมอาบน้ำในห้องน้ำหมด กำลังจะไปเอาขวดใหม่ในตู้เก็บของมาเติม”

“ถ้างั้นหนูขออาบน้ำก่อนนะคะ หนูใช้สบู่คนละยี่ห้อกับป๋า หนูอาบแป๊บเดียวค่ะ” ไม่ต้องจับกดชักโครกหรอก จับหักคอโยนทิ้งระเบียงคอนโดง่ายกว่า

“ฉันอาบก่อน เพราะฉันเข้าไปในห้องน้ำก่อนเธอ เธอต้องต่อคิว”

“แล้ว...แล้ว...อาบพร้อมกันไม่ได้เหรอคะ?”

“ง้อ?” ผมเลิกคิ้วถามข้าวฟ่าง

“เปล่าค่ะ หนูแค่จะบอกป๋าว่า...พรุ่งนี้วันเสาร์ค่ะ” วันเสาร์แล้วบอกทำไม?

“แล้วไง?”

“วันเสาร์…หนูตื่นสายได้ค่ะ”

ฮึ!

“จะว่าไป ใช้สบู่ของเธอก็ได้นะ ฉันโอเค” ว่าแล้วผมก็ดึงแขนข้าวฟ่างเข้ามาในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว…

ที่เหลือก็คิดต่อเอาเองนะ ฮึ









#จบตอนแล้วนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ^^

ความคิดเห็น