ขอขอบคุณนักอ่านทุกคนนะคะ : ) แล้วเราจะกลับมาพบกันใหม่.

ชื่อตอน : บ้าน

คำค้น : ครอบครัว,นิยายแฟนตาซี,แฟนตาซี,ปีศาจ,นิยาย,นิยายมือใหม่,เรวดี,เรื่องลึกลับ,ความรัก,โรแมนติกแฟนตาซี,คฤหาสน์เดือนแรม,ความลับ,บ้าน

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 749

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2563 18:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บ้าน
แบบอักษร

“แล้วฉันจะเล่าให้ฟังค่ะ” 

ฉันพูดพร้อมยิ้มให้จัสติน 

“จริงๆแล้ว...เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันเป็นการแสดงของฉันเองแหละ”

ฉันพูดพร้อมอมยิ้ม แล้วจัสตินก็มองหน้าฉันอย่างฉงน

“มันก็คล้ายกับ เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม เท่านั้นเอง อีกอย่าง...มันก็ทำให้ฉันได้รู้ว่า...”

ฉันเม้มปากแล้วหันไปสบตาจัสติน

“มันทำให้ฉันได้รู้ว่า...คุณเป็นห่วงฉันมากแค่ไหน”

ประโยคนี้ทำเอาจัสตินถึงกับหน้าแดงเลยทีเดียว เขาอึ้งไปชั่วขณะ

ระหว่างทางเขาขอร้องให้ฉันเล่าเรื่องบนหอคอยปีศาจให้ฟัง หลังฟังจบเขาก็หยุดรถกะทันหันพร้อมพูดขึ้นมาว่า

“เร คุณเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญมาก ผมรู้สึกผิดมากที่ปล่อยให้คุณอยู่กับสองแม่ลูกตามลำพัง ถ้าวันนั้นผม...ผมน่าจะอยู่ข้างคุณ ผมไม่น่าเชื่อใจแอนนาเลย ไม่น่าเลย”

“อย่าโทษตัวเองสิ คุณไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองเลย วันนั้นฉันเป็นคนตัดสินใจเอง แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้ฉันได้พบแม่ ผู้หญิงที่กล้าหาญที่สุดในสายตาของฉัน เธอเป็นเหมือนดาวฤกษ์ที่คอยส่องแสงนำทางฉันในยามที่ฉันต้องการ เธอจะยังคงอยู่ในใจฉันตลอดไป”

ฉันพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน จัสตินยื่นมือมาเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มพร้อมส่งสายตาอันห่วงใยมาที่ฉัน

“ขอบคุณนะ”

เราพูดคุยกันสักพัก จัสตินก็ขับรถมาถึงไร่ของคุณบู๊ท

ฉันค่อยๆลงมาจากรถแล้วเงยหน้าขึ้นมองชายคนหนึ่งที่กำลังจ้องมาที่ฉันอย่างเป็นห่วง เขาดูโทรมมาก เราสองมองตากัน ก่อนที่จะวิ่งไปหาชายคนนั้น

“พ่อคะ หนูคิดถึงพ่อมากๆเลย”

ฉันกอดพ่อไว้แน่นแล้วร้องไห้ออกมา พ่อโอบกอดฉันไว้ ภายในแววตาอันโศกเศร้าของพ่อแสดงให้เห็นว่าพ่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่เป็นไรลูกรัก ลูกปลอดภัยแล้ว แม่จะอยู่ในใจเราตลอดไป”

ฉันรู้ว่าตอนนี้ฉันบาดเจ็บแค่ไหน และเริ่มยืนต่อไม่ไหว แต่สิ่งเดียวที่ฉันต้องทำตอนนี้คือ เข้มแข็งไว้ ฉันต้องเข้มแข็งอย่างเดียวเท่านั้น

………………………………..

ทุกอย่างดับวูบลง ฉันมารู้ตัวอีกทีก็นอนอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาลแล้ว ฉันกำลังจะดันตัวลุกขึ้นแต่เมื่อมองเห็นจัสตินอยู่ข้างๆก็ทำให้ฉันอุ่นใจขึ้นมาบ้าง ฉันนอนคิดย้อนไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ทั้งดีและร้าย คิดถึงชีวิตในห้องมืดๆที่ทั้งเก่า ทั้งน่ากลัว คิดถึงเหตุการณ์ที่ฉันลืมไม่ลง

“ฉันกำลังต่อสู้กับปีศาจผีดิบในคฤหาสน์เดือนแรม”

ฟังดูคล้ายกับฉันกำลังดูหนังสยองขวัญเรื่องหนึ่งอยู่ แต่มันต่างออกไป ต่างตรงที่ว่านี่มันคือความจริงในชีวิตจริง หากเรายอมแพ้ ฉันหรือเราทั้งคู่คงไม่มีใครรอด เราทั้งคู่ยังมีอีกหลายร้อยปัญหา หลายพันเหตุการณ์ และหลายๆสิ่งที่ยังต้องเผชิญในวันข้างหน้า ทั้งสุขและทุกข์ บนโลกใบนี้ยังมีอีกหลากหลายเรื่องให้ได้พบเจอ ดังนั้นเราต้องไม่ยอมแพ้ แม้ว่าอุปสรรคจะมากมายเท่าใด เราทั้งคู่จะต้องร่วมฝ่าฟันมันไปให้ได้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก จนเราทั้งคู่ไม่อาจตั้งสติได้ทัน ถึงอย่างนั้นก็ตามเราก็ต้องคุมสติไว้ให้คงอยู่ มิเช่นนั้นเราคงไม่ได้มาถึงที่นี่ ที่ที่เรียกว่าบ้าน ที่ที่เปรียบเสมือนโล่และเกราะที่คอยป้องกันภัย

“กลับถึงบ้านจริงๆแล้วสินะ”

ฉันคิด

ฉันหันหน้าไปมองจัสติน ถึงแม้ว่าเขาจะกุมมือฉันไว้แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ฉันหายคิดถึงแม่ได้เลย แล้วฉันก็มองออกไปนอกหน้าต่าง

“ตอนกลางคืนที่นี่สวยจังเลย”

ฉันยิ้ม แล้วจู่ๆฉันก็เห็นบางสิ่ง นั่นดาวตกนิ! ฉันหลับตาลงอธิษฐานแล้วลืมตาขึ้นมองท้องฟ้า

“ขอให้แม่เป็นเหมือนดาวบนนั้น ที่ส่องแสงเจิดจรัสทุกค่ำคืน ลาก่อนค่ะ แม่”

ฉันพึมพำเบาๆแล้วหลับไป

หลายวันมานี้ฉันดีขึ้นมาก ตั้งแต่ผ่านเรื่องเลวร้ายมามาก ทำให้ฉันเข้มแข็งขึ้น ทั้งกายและใจ เราพ่อลูกตั้งใจจะกลับไปบ้านเกิดของพ่อในเดือนหน้า ที่นั่นมีทั้งคุณปู่ คุณย่าและญาติๆของพ่อ พวกเขาล้วนมีจิตใจดีและมีเมตตา เราตั้งใจจะไปมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม อีกอย่างพ่อก็จะได้ไปเปิดร้านอาหารที่พ่อใฝ่ฝันไว้

“เร คุณจะไปต้นเดือนหน้าเหรอ?”

จัสตินถามฉัน

“เอ่อ...ใช่...เราจะไปเริ่มต้นใหม่กัน”

ฉันพยายามไม่เศร้า

“และนั่นก็หมายถึง...พรุ่งนี้”

เขาเอ่ย

“เย็นวันพรุ่งนี้ต่างหาก”

ฉันพูดขึ้น

เขามองหน้าฉันสักพัก แล้วเราก็หัวเราะออกมา

“ผมมีบางอย่างให้คุณดู”

พอพูดจบจัสตินก็พาฉันไปที่ที่หนึ่ง

“คอกม้า...เหรอ?”

ฉันสงสัย

“จับมือผม”

จัสตินขึ้นไปบนอานม้าแล้วดึงฉันขึ้นไป เขาขี่ม้าตัวโปรดไปรอบๆทุ่ง มันกว้างใหญ่และเปลี่ยนไปมาก ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มออกดอกประชันความงามกัน กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกลาเวนเดอร์โชยมาจากเนินเขา บนเนินเขามีต้นไม้ต้นหนึ่งสูงตระหง่านอย่างโดดเด่น และรายล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์

“มันสวยมาก เปลี่ยนไปเยอะเลย”

ฉันลงจากม้าแล้วตรงไปที่ดอกลาเวนเดอร์

“เร คุณรู้มั้ยว่าทำไมผมถึงเชื่อคุณ?”

ฉันละสายตาจากดอกลาเวนเดอร์แล้วหันหน้ามาทางจัสติน

ความคิดเห็น