ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 11 สวนสนุก (100%)

คำค้น : ทิน , พี่ลม , พัน , พี่ฟ้าคราม , เคน , โยธิน , น้องแทน , พี่ผิง , นิยาย yaoi , นิยายวาย , นิยายดราม่า , นิยาย y

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2560 01:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
11 สวนสนุก (100%)
แบบอักษร

11 สวนสนุก

        “ทิน ตื่นได้แล้วมึง”

        “.....”

        “ไอ้ทิน ตื่น!”

        “อืออออ”

        “ยังอีก ถ้ามึงไม่ตื่นนะ มึงก็ไม่ต้องไปหรอกสวนสนุกอ่ะ”

        “...ได้”

        “เห้ย! กูพูดเล่น มึงต้องไปกับกูไอ้ทิน ตื่นนนน!” พี่ลมมันฉุดแขนให้ผมลุกขึ้น แต่ผมก็ยังทำตัวอืดอยู่บนที่นอน

        คือผมไม่แคร์หรอกถ้าไม่ได้ไปเที่ยวสวนสนุกน่ะ ก็ไม่ได้อยากไปตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ที่ไปก็เพราะพี่ลมชวนไปแบบฟรีๆ ก็เลยไป... พักผ่อน

        “มึงไม่ตื่นใช่ไหม ไม่งั้นกูเล่นแก้มมึงอีกนะ” ผมสะดุ้ง

        “ลุกแล้วๆ”พยายามขืนตัวลุกทั้งที่ยังงัวเงีย ไม่เอาอ่ะ ถ้าให้พี่มันเล่นอีกแก้มผมคงระบม

        “เออ ไปอาบน้ำเลยเร็ว”


        คงเป็นเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์เป็นวันหยุดของคนทำงาน ถึงได้มีคนมามากอย่างนี้

        มากซะจนน่าเวียนหัวเลยแหะ

        ตุ้บ!

        “ไป เข้าไปกัน!” บุคคลตัวดีที่ทำท่าทางดี้ด้าซะจนน่าหมั่นไส้เดินยิ้มกว้างเข้ามากอดคอผมอย่างแรง

        “โอยพี่ ผมร้อน” ผมดึงแขนข้างที่พาดออก แต่พี่ลมมันไม่ยอม

        “มึงก็ถอดเสื้อคลุมสิวะ ร้อนขนาดนี้ยังจะใส่มาอีก” พี่มันโทษผม

        “ไม่เอาอ่ะ แดดแรงขนาดนี้” ก็จริงที่วันนี้ผมใส่เสื้อคลุมมาด้วย ก็อากาศมันร้อน แถมแดดก็ส่องจ้าซะ สมกับเป็นวันอาทิตย์วันเที่ยวเลย

        ผมก็พอเป็นเจ้าสำอางเหมือนกัน คงไม่ดีต่อใจถ้าตัวผมดำลงไปกว่านี้อีก แต่สำหรับกางเกง ผมไม่ไหวว่ะถ้าให้ใส่ขายาวมา

        “กลัวดำหรอวะ ฮ่าๆๆ ทำเป็นผู้หญิงไปได้ กลัวดำ”

        เออ เป็นผู้ชายก็กลัวดำไม่ได้เหรอครับ? ไอ้พี่ลม

        “พี่จะเล่นอะไร-- อ้ะ!” ผมกำลังจะถามคนข้างๆ แต่ดันโดนชนกระแทกไหล่จนแทบจะหงายหลัง

        “อ้ะ ขอโทษค่ะ!”

        “เอ่อ ไม่เป็นไรครับ” เธอที่เดินชนผมรีบขอโทษ เพื่อนๆ ของเธอก็ตีไหล่พลางว่าอะไรสักอย่าง

        “เป็นไรไหม”

        “ไม่ฮะ” ผมตอบพี่ลมที่ยินแนบข้าง ดีที่พี่มันรั้งผมเอาไว้ไม่ให้ล้ม

        “ขะ ขอโทษจริงๆ นะคะ!” คราวนี้เธอดูตาโตกว่า เพื่อนๆ ข้างหลังเธอก็ซุบซิบมองผมกับพี่ลม?

        “ไม่เป็นไรน้อง ไอ้นี่มันไม่รู้สึกหรอก” คราวนี้เป็นพี่ลมที่ยิ้มกว้างตอบแทนผม ผมหันไปขมวดคิ้วส่ายหัวใส่พี่มันที่กอดคอผมแน่นขึ้น ก่อนจะหันไปหาเธอ

        “พี่ไม่เป็นไรหรอก น้องเจ็บหรือเปล่า”

        “ไม่ค่ะ ไม่เจ็บ...”

        “พี่สองคนเป็นแฟนกันใช่ไหมค้ะ!”

        “......ห้ะ?” ผมอ้าปากเหวอ เล่นโพล่งถามอะไรไม่ทันให้ผมได้คิดได้หายใจกันเลย “ไม่ใช่ ไม่ได้--”

        “ไม่ใช่อะไร พูดดีๆ นะมึง”

        “ห้ะ?” กลับเป็นพี่ลมที่พูดดักผม ผมก็หน้าเหวออีกรอบ?

        “มึงจะพูดว่าอะไรล่ะ จะบอกน้องว่าเราไม่ได้เป็นแฟนกันงั้นหรอ”

        “กะ ก็ใช่ไง”

        “มึงพูดงี้มึงอยากเลิกกับกูหรอวะ”

        “อะ อะไรของพี่” ผมเริ่มตะกุกตะกักกับแขนที่รัดแน่นกว่าเดิมบวกกับใบหน้ามุ่ยๆ ของรุ่นพี่ที่ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม

        ตึกตัก...

        “เห็นไหมกูบอกแล้วว่าพี่เขาเป็นแฟนกัน” เพื่อนน้องผู้หญิงข้างหลังหันไปคุยกันมันส์ปากกว่าเดิม

        “พวกมึงก็ไม่ได้ดูสถานการณ์เลย ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ พวกหนูไปละคะ”

        “เดี๋ยว!” พวกเธอไปแล้วครับ มาทิ้งระเบิดแล้วไปจากผม ถึงสาเหตุของระเบิดลูกนั้นจะมาจากไอ้คนที่รั้งคอผมอยู่ก็เถอะ ”นี่พี่เล่นอะไรเนี่ย”

        “หรือมันไม่จริงล่ะ” พี่มันยิ้มเจ้าเล่ห์ เดี๋ยวผมก็ได้วีนแตกหรอก

        “ก็ไม่จริงไง ทำน้องเขาเข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว”

        “ก็นั่นแหละที่ต้องการ”

        ตึกตัก ตึกตัก....

        บ้าไปแล้ว แทบจะหายใจไม่ออกแล้ว...

        “กูรู้นะ... ว่ามึงเล็งน้องคนนั้นน่ะ ที่มาชนมึงอ่ะ”

        “ห้ะ?”

        “กูเห็นนะ แหม มองตาเป็นมัน มึงไม่ได้แอ้มน้องเขาหรอกเว้ยยย! ฮ่าๆๆๆ” พี่มันหัวเราะทั้งๆ ที่ผมยังทำหน้าเหวออยู่

        ผมก็รู้อยู่หรอกว่าพี่ลมมันพูดเล่น แต่ทำไมผมยังอึ้งไม่หาย

        อึ้ง... ที่พี่มันคิดไปเองว่าผมมองน้องผู้หญิง หรืออึ้งที่พี่มันกันท่าผมไว้ หรือจุกที่เรื่องเมื่อกี้นี้มันไม่ใช่ความจริง...

        ทำไมมันผสมปนเปกันอย่างนี้วะ

        “เฮ้ย มึงโกรธหรอวะ”

        “...เปล่า” พี่มันเขย่าตัวเรียกผม ผมส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ

        “เฮ้ย มึงอย่าคิดมากดิวะ เดี๋ยวน้องเขาก็จำหน้าเราไม่ได้แล้ว”

        จากมืดที่กอดคอไว้อยู่แล้วก็เอื้อมขึ้นมาขยี้กลุ่มผมเล่น

        “อือ”

        “ไปเล่นกันดีกว่า” A


        ผมมาทัศนศึกษา(?)กับรุ่นพี่ที่แก่กว่าผมเพียง 1 ปี ผมเดินตามพี่มันต้อยๆ เพราะไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ผิดกับพี่ลมที่เดินไปนู่นไปนี่ชี้บอกเครื่องนั้นน่าเล่น เครื่องนี้อยากลองบ้างไปหมด แล้วดูแต่ละอย่างที่พี่มันชี้นะ เห็นแล้วน่าเวียนหัวชะมัด

        “เหวออ”

        “เย้!”

        พี่ลมยกมือขึ้นขณะที่ตัวเรือกำลังเหวี่ยงสูงสุด และเหวี่ยงลงมาอีกข้าง อันนี้ถ้าจะไม่หวาดเสียวเลยถ้าได้นั่งตรงกลาง แต่นี่พี่มันลากมานั่งหลังสุดเลยอ่ะดิ สูงว่ะ

        “อ้ากกกกก”

        “ยะฮู้วววว ฮ่าๆๆ”

        เหยด พี่มันหัวเราะวะ นี่ขนาดกำลังเล่นไอ้ที่เรียกว่ายักษ์ตกตึกกันนะเว้ย ผมนี่หลับตาตั้งแต่ขี้นมาได้ 5 วิแล้ว สูงมากกว่าเมื่อกี้อีก

        “ว้ากกกก”

        “วะฮะฮ่าาาา”

        ดิ่งทีไม่เกรงใจหัวใจผมเลย กับรถไฟเหาะครั้งแรกของผม พี่มันไม่สะทกสะท้านอะไรเลยรึไง

        “แฮกๆๆ”

        “มึงไหวไหมเนี่ย” ผมส่ายหัว พี่ลมดูสตรองมาก พี่มันยืนท้าวเอวถามผมอ่ะ

        พี่มันพยุงผมไปนั่งตรงม้านั่งใกล้ๆ ผมกุมขมับหลับตา เหมือนทั้งโลกหมุนรอบตัวผมยังไงไม่รู้ บวกกับอาการคลื่นไส้นี้ด้วย หัวอื้อไปหมดแล้ว

        “แฮก เฮ้อ” ผมถอนหายใจ พลางลืมตา เห็นคนเดินพลุกพล่านผ่านตาไปหมดจนน่าเวียนหัว เลยปิดตาอีกครั้ง

        เฮ้อ นี่ผมกลายเป็นคนแก่ทั้งที่อายุยังน้อยหรือไงเนี่ย อีกคนก็เหมือนเด็กๆ ทั้งที่อายุก็ไม่ได้ห่างจากผมมากนัก

        ว่าแต่... พี่มันอยู่ไหนอ่ะ?

        “อ้ะ!” ผมสะดุ้งเมื่อมีสิ่งที่เย็นๆ มาแตะแก้ม

        “ของมึง” ผมรับกระป๋องโค้กที่พี่ลมส่งมาให้ “ไหวไหมเนี่ย เพิ่งเล่นไปไม่กี่อย่างเองนะ”

        “มึนหัว... ”

        “อือๆ นั่งพักก่อนเถอะ” พี่ลมว่าแล้วนั่งลงข้างๆ ผมพลางเอามือลูบหลังช่วย “ถอดเสื้อคลุมมึงออกด้วย”

        ผมทำตามที่พี่ลมว่ามา ถอดเสื้อคลุมแล้วพิงหลังกับม้านั่ง กระดกโค้กที่อยู่ในมือ เผื่อจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง

        เป็นประสบการณ์ผมเลย ว่าผมไม่ควรเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ในสวนสนุก หรือไม่... ผมก็ไม่เหมาะกับสถานที่อย่างสวนสนุกแหงๆ

        “เฮ้อออ” ผมนั่งถอนหายใจ ปลงชีวิตแต่เองยังไงไม่รู้แหะ

        “มึงโอเคป่าววะ”

        “โอเค...” ผมพยักหน้าเบาๆ

        “พิงกูก็ได้นะ” ยังฟังไม่ทันจบ พี่มันก็จับกดหัวผมให้ซบกับไหล่ของพี่มัน

        “มะ ไม่ต้อง!” ผมพยายามผละตัวออก แต่พี่มันไม่ยอมปล่อย

        “เออน่า กูไม่ว่าอะไรหรอก”

        จะบ้าหรือไง ให้ซบไหล่พี่มันผมไม่เอาหรอกนะ

        “จะบ้าหรอพี่ ไม่เอา!” ผมยังดิ้นไม่หยุด แต่ได้แค่ดิ้นเบาๆ เพราะหัวยังไม่หายมึนเลย

        “กูบอกให้พิงก็พิงเหอะน่า หยุดดิวะ” พี่ลมพูดเสียงติดรำคาญ ผมไม่กล้าแม้จะเงยหน้ามองพี่มันเลย แต่หางตาดันไปเห็นรอบๆ ตัว...

        ทำไม คนเขามองอย่างนี้วะ...

        ตึกตักๆๆๆ

        ผมเม้มปากแล้วคิดในใจ หน้ามันร้อนไปหมด หัวก็ตุ้บๆ เหมือนจะระเบิดออกมา อึดอัดไปจนถึงหัวใจที่เต้นถี่ๆ เลย

        ฟึบ!

        เอาตรงๆ ผมรู้สึกเขิน เขินมากๆ ทั้งสายตา ทั้งการกระทำของคนข้างๆ เสื้อคลุมที่อยู่บนตักผมจัดการเอามาคลุมปิดหน้าตัวเองเอาไว้

        “อะไรของมึงวะ... เออๆ นอนไปนั่นแหละ หายเมื่อไรค่อยไปเล่นต่อกัน” พี่ลมพูดเสียงติดตลก ผมสัมผัสได้ถึงน้ำหนักบนหัวผม

        พี่มันลูบบ่อยไปป้ะวะ...

        ผมก็ด้วย ตึกตักบ่อยไปไหมวะ...


        ตามที่พี่ลมได้กล่าวไว้... หายเมื่อไร ก็ไปเล่นกันต่อ แต่ยังดีที่พี่มันเห็นว่าจะเลยเที่ยวอยู่แล้ว เลยแวะกินข้าวกลางวันก่อนจะไปเล่นต่อ รอบบ่ายดีขึ้นเยอะเลยครับ พี่มันแค่พาไปเล่นของเบาๆ แต่แอบทำเอาหัวหมุนไปบ้าง

        “พี่ลม กินไอติมหน่อยได้ไหม” เห็นแล้วก็นึกอยากกินขึ้นมา ผมชี้ร้านไอติมที่ผ่านตาให้พี่ลมดู

        “เอาดิๆ” พี่มันเดินนำผมไป “เอา... โคนถั่วแดงครับ”

        ผมหันไปมองงงๆ ใส่พี่ลม “โคนช็อกโกแลตครับ”

        พี่มันสั่งพิสดารหรือผมไม่เคยกินวะ?

        “ได้แล้วค่ะ” พี่ลมจ่ายเงินรวมของผมด้วย แล้วรับมาทั้งสองโคน

        “อ่ะ ตังพี่”

        “ไม่ต้องหรอก กูรวย” ผมทำหน้านิ่งไว้อาลัยแปบ “ฮะๆ กูพูดจริงนี่หว่า งั้นกูกินของมึงเป็นค่าจ่ายละกัน”

        “เห้ย!” ห้ามไม่ทัน พี่มันงับเข้าไปแล้ว... “พี่ลมอ่ะ!”

        “อ้าว กูกินมากไปหรอวะ งั้นกินของกูไปหน่อยก็ได้”

        “ไม่เอา! ผมไม่ชอบกินถั่ว...” ผมคิดว่าพี่มันรู้อยู่แล้วนะ ก็พี่มันเค่นยิ้มใส่ผม

        “ฮ่าๆ เดินไปตรงนู่นกันดีกว่า” ผมรับโคนช็อกโกแลตมา แล้วมองสิ่งที่อยู่ในมืออีกรอบแล้วเม้มปาก

        ไหงผมไม่กล้ากินต่อจากพี่ลมอ่ะ ทำไมอ่ะ? หรือว่าผมเหม็นขี้ปากพี่มัน?

        ตึกตัก...

        ไม่ใช่ละมั้งอย่างนี้...

        “จะว่าไป ตั้งแต่มามึงไม่อยากเล่นอะไรหน่อยหรอ?” พี่ลมถามไป เดินกินไอติมไป

        “ผมไม่เคยมาสวนสนุกนี่ ก็เลยไม่รู้จะเล่นอะไร”

        แต่พอได้ลองมาแล้วผมนี่รู้เลยว่าไม่ควรเล่นอะไร! เวียนหัว! แต่ผมก็ยังอึดเล่นต่อได้อ่ะนะ...

        “น่าๆ รีเควสมาหน่อยดิวะ” พี่ลมใช้ศอกสะกิดแขนถาม

        “งั้นก็... อะไรที่มันเบาๆ ไม่แรงมาก ไม่หวาดเสียว ไม่เวียนหัว ไม่ต้องเกราะกรงเหล็ก หรือไม่ต้องร้องดังๆ อ่ะ”

        “รีเควสอย่างนี้มึงเล่นม้าหมุนไหม?” พี่มันทำหน้าเอือมใส่ผม “แต่... มีอย่างนึงที่น่าจะโอเคนะ”

        “หืม?”

        “ชิงช้าสวรรค์ มึงไม่กลัวความสูงเนอะ”

        “อืม” ผมพยักหน้า เดินตามไกด์นำทัวร์สวนสนุกไปตามคำแนะนำ

        ชิงช้าสวรรค์... มันก็สูงอยู่พอตัวนะ แต่ไม่น่ากลัวเลยถ้ายืนดูจากตรงนี้ เห็นแล้วก็น่านั่งแหะ

        พนักงานเปิดประตูกระเช้าให้เรานั่ง ต่างคนต่างนั่งคนละฟาก ไอติมที่ซื้อมายังกินไม่หมดเลย กระเช้าเริ่มลอยสูงขึ้นจนเห็นภาพรวมเครื่องต่างๆ กับผู้คนที่ตัวเล็กลง หากมองขึ้นข้างบนก็จะเห็นท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม ความรู้สึกที่อยู่ในกระเช้ารู้สึกปลอดภัยกว่านั่งบนเก้าอี้ยักษ์ตกตึกแล้วต้องขึ้นสูงอยู่มาก แถมยังมีพี่ลมนั่งอยู่ด้วยแล้วรู้สึกดีชะ... มัด

        เออวะ... ผมอยู่กับพี่ลมแค่สองคน สองต่อสองนี่นา...

        “วันนี้กูสนุกมากเลยว่ะ ได้เล่นอันที่อยากเล่นมานานด้วย มันส์สัสๆ” พี่ลมพูดไปยิ้มไป ไอติมของพี่มันหมดก่อนผมไปแล้วด้วย

        “แต่ผมไม่กล้ามาสวนสนุกอีกเลยล่ะ” ผมส่ายหน้าเอือมๆ “พี่น่าจะชวนคนอื่นมานะ อาจจะสนุกกว่านี้ก็ได้”

        “ไม่เอาอ่ะ ก็กูบอกแล้วไงว่าชวนไอ้พวกนั้นมันไม่มาหรอก แถมยังล้อกูอีกต่างหาก มากับมึงนั่นแหละดีแล้ว”

        “เฮ้อ” เด็กจริงๆ พี่นี่...

        “อีกอย่าง มากับมึงมึงไม่ค่อยแย้งกู มึงตามใจกูทุกอย่าง อยู่กับมึงกูสบายใจที่สุดแล้ว”

        นั่นเป็นเพราะ... พี่บังคับผมต่างหาก...

        ตึกตัก...

        แต่ก็อย่างที่ว่า ผมสามารถปฏิเสธพี่ได้ หรือจะไม่ยอมพี่ก็ได้ แต่ผมกลับเลือกที่จะตามใจพี่ลม เลือกที่จะอยู่กับพี่ ถึงแม้บางเวลาผมอาจจะอึดอัดเพราะความรู้สึกแปลกๆ ก็เหอะ

        แต่ความรู้สึกพวกนั้น กลับดีจนไม่อยากให้จางหาย แม้จะอันตรายกับหัวใจที่เต้นอยู่ก็ตาม

        “ก็พี่ไม่ยอมให้ผมปฏิเสธ”

        “เพราะงั้นไงกูถึงได้ชอบเวลาที่อยู่กับมึง”

        ผมรับรู้ถึงความร้อนบนใบหน้า ไอติมที่อยู่ในมือผมก็ปล่อยให้ละลาย ใจเต้นกระหน่ำ คำว่า ‘ชอบ’ มันรีเพลย์ซ้ำไปซ้ำมาในหัว

        ชอบหรอ... ผมก็ชอบเหมือนกัน

        ชอบของขวัญที่พี่ให้ในวันสำคัญล่วงหน้า

        ชอบคำพูดที่เอาแต่ใจแม้จะไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

        ชอบเวลาที่อยู่ด้วยกัน อยู่ใกล้ๆ แล้วรู้สึกปลอดภัย

        ชอบที่พี่ลมเอาใจใส่ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ถึงผมจะโมโหไปบ้างก็เถอะ

        ผมมักจะ... ไม่แสดงความรู้สึกออกทางสีหน้าหรือวาจา

        แต่ครั้งนี้ ผมกลับหุบยิ้มไม่ได้แล้วจริงๆ

        “เพราะฉะนั้นมึงอย่าทิ้งกูไปไหนล่ะ อยู่ข้างๆ กูไว้ กูจะได้เอาแต่ใจกับมึงได้ตลอดเวลา”

        คำพูดเอาแต่ได้ของพี่ลมทำผมเม้มปากไม่รู้ต่อกี่ครั้ง

        “พี่แม่งเอาแต่ใจว่ะ...”

        ผมก็ไม่อยากให้พี่ทิ้งผมไปไหนเหมือนกันแหละ

        เหมือนความรู้สึกแปลกๆ ที่ว่านั่น จะได้ข้อสรุปแล้วล่ะ


2BeCon


Ps.1 สงกรานต์นี้ไปเล่นไหนกันเอ่ยยยย ฮา ดาเมะรู้สึกว่าการเขียนของดาเมะมันเริ่มไม่คงที่ยังไงไม่รู้แฮะ แต่ช่างเถอะ (อ้าว 555)

Ps.2 มาต่อตอนดึกๆ ต่อไปจะเข้าสู่ดราม่าแล้วนะค้ะ (ถ้าทำได้ 5555)

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ของนักอ่านทุกคนนะค้ะ ดาเมะอ่านของทุกคนเลย ดาเมะจะตั้งใจเขียนและอัพให้เป็นประจำค้ะ ฮา

ความคิดเห็น