facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 หัวหน้าแผนการ

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 หัวหน้าแผนการ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2560 12:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 หัวหน้าแผนการ
แบบอักษร

บทที่ 7

หัวหน้าแผนการ

“โห...ห... บ้านแด๊ดใหญ่มากกก !!!”

เด็กหนุ่มตาโตลากเสียงยาวเมื่อเห็นสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยปรากฏอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับเดินสำรวจเพนท์เฮ้าส์หรูของบิดาไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ

คนเป็นเจ้าของห้องได้แต่เบะปากเบื่อหน่ายกับความโอเว่อร์ของมัน จนอยากจะยกบ้านให้คนห่อปากตาโตเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปก่อนจะเริ่มหมั่นไส้ขึ้นมานิดๆ กับความกระดี๊กระด๊าของมันทั้งที่อยู่บ้านคนอื่นเค้า

แต่คนที่ตื่นเต้นกับบ้านของบิดาก็มิได้สนใจ ยังคงเดินสำรวจห้องหับที่ใหญ่โตและหรูหรา แถมยังมีอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัยครบครัน โดยเฉพาะเครื่องเล่นเกมหลากหลายชนิดที่วัยรุ่นสมัยใหม่นิยมเล่นกัน ตั้งอยู่บริเวณรอบๆ ห้องนั่งเล่นอย่างกับบ้านเกมอย่างไรอย่างนั้น

แม้บ้านของตนที่เมืองไทยจะใหญ่โตไม่แพ้กัน แต่เมื่อเทียบความทันสมัยกับห้องบิดาก็ถือว่าล้าหลังมาก

“ผมขอเล่นเครื่องนี้บ้างได้ไหมฮะ”

เด็กหนุ่มหมายถึงตู้เกมรถแข่ง Need For Speed รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีความทันสมัยเสมือนขับรถจริง พร้อมกับลูบคลำพวงมาลัยรถไปด้วยอย่างหลงใหล เพราะตนก็ชอบเล่นเกมเหมือนเด็กผู้ชายทั่วๆ ไป ยิ่งมาเจอแหล่งรวมของเกมต่างๆ ในห้องหรูของคนเป็นพ่อแบบนี้แล้วก็ยิ่งตื่นเต้น

ถึงแม้จะเอ่ยขออนุญาตเจ้าของ ทว่าความเป็นจริงเพียงแต่ขอไปเป็นพิธีเท่านั้นเอง เพราะไม่ว่าอย่างไรตนก็ต้องได้เล่นไอ้เครื่องนี้ให้ได้แน่นอน แม้เจ้าของจะไม่อนุญาตก็ตาม

นิคาโอมองดูคนหลงใหลกับเครื่องเล่นเกมของตนอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ก่อนจะเบะปากอีกรอบกับท่าทีความหลงใหลนั้น

ไม่อยากจะคุยว่าเขาไม่เพียงแต่เล่นเกมในเครื่องนี้เพียงเพราะอยากผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานเพียงเท่านั้น แต่เขายังเป็นนักแข่งรถอาชีพอีกด้วย ทว่าเพราะธุรกิจของคิงส์ตันทำให้น้อยครั้งที่จะได้ลงสนามจริงเช่นเมื่อคราวยังเป็นวัยรุ่น

“ขับในตู้หรือจะสู้ขับของจริง”

คนไม่อยากคุยเอ่ยขึ้นเดินไปนั่งบนโซฟากลางห้องรับแขกและพาดขายาวของตนบนโต๊ะหน้าโซฟา ก่อนจะเอนหลังพิงพนักถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างผ่อนคลาย

“แด๊ดแข่งรถด้วยหรือฮะ”

คนชอบรถถลาลงไปนั่งข้างๆ คนตัวโตและเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นกับความสามารถของบิดา

“เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ลงสนามเท่าไหร่”

แม้จะมีท่าทางรำคาญอย่างเห็นได้ชัด ทว่าคนไม่อยากคุยก็ยังคงเล่าต่อเสียงเอื่อยๆ โดยไม่ได้เอ่ยขัดกับสรรพนามที่หนุ่มลูกครึ่งใช้เรียกแต่อย่างใด

“ถ้าแด๊ดไปแข่งเมื่อไหร่พาซีโน่ไปด้วยคนนะฮะ ซีโน่อยากเห็น” เด็กหนุ่มเอ่ยขออย่างมีความหวัง

นิคาโอมองดูเจ้าเด็กขี้อ้อนที่ทำหน้าตาน่าสงสารขอร้องให้เขาพามันไปสนามแข่งด้วย แต่คิดหรือว่าเขาจะใจอ่อนเพียงแค่มันทำตัวน่ารักแบบนี้

“วันหลังจะให้ไมเคิลพาไป”

เมื่อรู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปก็ได้แต่นึกด่าตัวเองในใจ แค่มันทำหน้าอ้อนเขาก็เผลอปากตอบตกลงไปแล้วหรือนี่

*‘แกแค่เผลอปากไปเท่านั้นนิค อย่าได้คิดใจอ่อนกับเจ้าเด็กนี่เด็ดขาด’*คนเผลอปากเตือนตัวเองในใจ

“แด๊ดใจดีที่สุดเลยฮะ” ซีโน่เอ่ยขอบคุณด้วยความดีใจ พร้อมกับโผเข้ากอดคนเป็นพ่อด้วยความลืมตัว

คนถูกผู้ชายด้วยกันนอกจากพ่อผู้ให้กำเนิดกอดเป็นครั้งแรกนั่งตัวแข็งทื่อด้วยความไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะตัวแข็งยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงพูดอู้อี้แนบอก

“ซีโน่รักแด๊ดที่สุดเลยฮะ”

“ระ...รักอะไรของนาย ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ”

คนตั้งตัวกับคำบอกรักครั้งแรกเอ่ยเสียงแข็งและแกะแขนเล็กของเด็กหนุ่มออกจากเอวตนด้วยความรวดเร็ว ซึ่งเจ้าของแขนก็ยอมปล่อยแต่โดยดี

ด้วยวัย 32 ปี แน่นอนว่าเคยได้ยินคำบอกรักมามากมายหลากหลายรูปแบบทั้งชายและหญิงที่หลงใหลกับเสน่ห์บุรุษของเขา ทว่ามันก็ไม่เคยสั่นสะเทือนหัวใจของเขาให้ไหวเอนได้เลยสักครั้ง แต่เพียงคำบอกรักจากเจ้าเด็กหนุ่มน่ารำคาญคนนี้กลับทำให้หัวใจที่แข้งกร้าวสั่นสะเทือนคล้ายกับแผ่นดินไหวหลายริกเตอร์

“แด๊ดสัญญาแล้วนะ” เด็กหนุ่มหน้างอขอคำยืนยัน เมื่อคนตรงหน้าแสดงอาการที่จะผิดสัญญาได้ทุกเมื่อ

“ฉันเป็นลูกผู้ชายพอน่า”

คนเป็นลูกพอชายพอยืนยันด้วยความไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก ก่อนจะเบะปากเมื่อเห็นเจ้าเด็กเลี้ยงแกะยิ้มโชว์ฟันขาวแทบจะครบทุกซี่

“หวังว่ารถของแด๊ดจะเจ๋งพอนะ” เด็กหนุ่มเอ่ยสบประมาทด้วยสีหน้าไม่เชื่อ

“ดูถูกกันรึไง” คนถูกสบประมาทสวนกลับทันควัน จ้องคนคนพูดด้วยความไม่พอใจ “ต้องดูคนขับก่อนว่าเป็นใคร นี่นิคาโอ เบคเค็ตต์ คิงส์ตัน เจ้าพ่อแห่งท้องทะเลนะ จะขับรถสั่วๆ ได้ยังไง”

สองหนุ่มต่างวัยพูดคุยกันอย่างออกรส แม้ทุกประโยคจะต้องมีการโต้เถียงกันอยู่ทุกเมื่อ แต่ทั้งสองก็นั่งคุยกันอยู่ได้เป็นชั่วโมง โดยคนที่ทุกเวลามีค่าเป็นหมื่นล้านอย่างเจ้าพ่อแห่งท้องทะเลที่ต้องใช้เวลาทุกวินาทีให้มีค่ากลับนั่งคุยเรื่องที่ไม่สร้างประโยชน์ให้ตัวเองอยู่เป็นนาน

ไมเคิลยืนมองเจ้านายหนุ่มที่นั่งคุยกับหนุ่มลูกครึ่งอยู่กลางห้องนั่งเล่นอย่างพิจารณา สองหนุ่มที่มีบุคลิกแตกต่างกันสุดขั้ว แถมยังทะเลาะกันตั้งแต่วันแรกที่พบหน้า แต่ตอนนี้กลับนั่งคุยกันถูกคอกับความชื่นชอบที่เหมือนกัน

แม้ผู้เป็นนายจะยังมีท่าทีไว้ตัวตามนิสัย แต่ก็ถือว่าเป็นกันเองกับเด็กหนุ่มจนคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิดนึกสงสัยกับความสนิทสนมนี้

ไม่ต้องพูดถึงหนุ่มลูกครึ่ง เพราะเด็กหนุ่มยิ้มกว้างทุกครั้งที่พูดคุยกับนิคาโอแม้จะถูกคนตัวโตดุ ทว่าใบหน้ากระจ่างใสกลับอิ่มเอิบไปด้วยความสุขที่แสดงออกมาทั้งสีหน้าและดวงตาสีสวย

“ดูๆ ไปก็เหมือนพ่อลูกกันจริงๆ นะครับคุณไมเคิล” การ์ดคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เนื่องจากติดตามนายตลอดจึงรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นใคร

“ฉันก็คิดแบบนั้น”

ไมเคิลเห็นด้วย แม้ซีโน่จะเป็นลูกครึ่งยุโรปกับเอเชีย ทว่าบางมุมกลับเหมือนผู้เป็นนายจนน่าตกใจ

ทั้งสองหนุ่มยังคุยกันอีกสักพักใหญ่ ก่อนจะแยกย้ายกลับไปนอน โดยนิคาโอยกห้องรับแขกห้องใหญ่สุดให้ซีโน่ครอบครอง และอนุญาตให้เด็กหนุ่มใช้ของทุกอย่างในห้องตามสบาย รวมถึงเครื่องเกมต่างๆ ที่อยู่ในห้องนี้ เพียงเพราะคำออดอ้อนของคนเจ้าเล่ห์ คนตัวโตก็ตกหลุมพรางอย่างง่ายดาย

ทั้งที่ปกติชายหนุ่มไม่เคยไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมใคร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสายอาชีพที่ตนร่ำเรียนมาก่อนจะมาจับธุรกิจของครอบครัว แต่กับเจ้าเด็กคนนี้กลับทำให้เขาใจอ่อนอย่างง่ายดาย

เด็กหนุ่มที่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านบิดาสำเร็จกำลังเดินสำรวจห้องนอนห้องใหญ่ของตนเองที่ตกแต่งเรียบหรูไม่ต่างจากนอกห้อง ก่อนจะเดินกลับไปที่เตียงนอนกว้างกลางห้องที่มีเป้ใบโตของตนเองวางอยู่ เมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือ

“สวัสดีครับซินญอราคิงส์ตัน” ซีโน่เอ่ยทักคนปลายสายด้วยเสียงล้อเลียน

“เบคเค็ตต์จ่ะหนุ่มน้อย” คนปลายสายเอ่ยแก้ด้วยความไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ “ย่าเลิกใช้คิงส์ตันของเจ้าชู้คนนั้นไปนานแล้วลูก”

คนที่แทนตัวเองว่า ‘ย่า’ เอ่ยอย่างมีอารมณ์เมื่อพูดถึงเจ้าของนามสกุลคิงส์ตันซึ่งเป็นมาเฟียรูปงาม แม้วัยจะเลยเลขห้าไปหลายปีแล้วก็ตาม แต่เค้าความหล่อเมื่อสมัยยังเป็นหนุ่มก็ยังคงอยู่

“แต่คุณปู่ยังไม่ยอมหย่าให้คุณย่าเลยนะครับ” เด็กหนุ่มบอกอย่างนึกขันกับความขี้งอนของคนเป็นย่า

“ย่าตัดขาดกับคนพรรค์นั้นตั้งแต่สิบปีก่อนแล้วลูก ถึงจะไม่ยอมหย่าให้แถมไม่ยอมให้ย่าฟ้องหย่าอีกก็เถอะ”

“แม้ว่าต้องตายจากกัน ผมก็ไม่มีวันยอมหย่าให้คุณแน่นอนคุณนายอารีน่า เบคเค็ตต์ คิงส์ตัน” เสียงทุ้มอีกเสียงเอ่ยแทรกขึ้นจากปลายสาย ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเสียงทรงอำนาจนี้เป็นของใคร นอกซะจาก...

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะนิคาซิโอ คิงส์ตัน” คนที่ถูกเรียกชื่อเต็มเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด จนเสียงทุ้มที่เอ่ยเมื่อครู่เงียบไป ทว่าก็ยังคงได้ยินเสียงออดอ้อนอยู่เป็นระยะ

“ผมขอโทษที่รัก ผมแค่อยากให้เราคืนดีกันไวๆ แค่นั้นเอง เราห่างกันเป็นสิบปีแล้วนะที่รัก”

อดีตมาเฟียเอ่ยเสียงอ้อน ทว่าไม่วายถูกอีกฝ่ายต่อว่าจนคนที่นิ่งเงียบฟังสองหนุ่มสาว (เหลือน้อย) คุยกันอดหัวเราะกับความน่ารักของพวกท่านไม่ได้

“ฮ่าๆ คุณย่าก็ใจอ่อนเสียทีเถอะฮะ”

เด็กหนุ่มแนะนำ เพราะรู้ว่าท่านทั้งสองยังกันอยู่ แม้คุณย่าอารีน่าจะบอกเลิกท่านไปเป็นสิบปีเพราะทนความเจ้าชู้ของอดีตมาเฟียไม่ได้ แต่คุณปู่นิคาซิโอก็ไม่ยอมปล่อยมือจากท่านแต่อย่างใด

“ย่าต้องรอดูพฤติกรรมของปู่หลานก่อนลูก”

คุณย่าอารีน่าเอ่ยเสียงอ่อนลง เนื่องจากตนมีข้อตกลงร่วมกันกับอดีตสามีในการกลับมาคืนดีกันหลังจากเลิกรากันไปนานเป็นสิบปีตั้งแต่นิคาโอยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย แต่ตาแก่นิคาซิโอก็ไม่เคยยอมไปไหนไกล ยังคงวนเวียนกลับมาขอคืนดีอยู่ตลอดเวลา

“ซีโน่ก็ได้ไปอยู่กับพ่อมันแล้วไงที่รัก ข้อตกลงของเราก็ถือว่าสำเร็จไปได้ด้วยดี” อดีตมาเฟียหนุ่มแย้ง เพราะตนได้ทำทุกอย่างตามข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว แต่แม่ยาหยีกลับยังไม่ยอมคืนดีเสียนี่

“นิคให้ซีโน่ไปอยู่ด้วยก็จริง แต่ลูกชายหัวแข็งของคุณมันยอมรับหลานชายของฉันเป็นลูกแล้วรึงไง” คุณย่าอารีน่าแหวกลับ

“ถ้าคุณยอมให้ผมเอาหลักฐานการตรวจ DNA ไปให้นิคมันดู เรื่องทุกอย่างก็จบลงอย่างมีความสุขแล้วไงที่รัก แล้วเราก็กลับมาคืนดีกันอย่างที่ตกลงกันไว้ แค่นี้ก็เรียบร้อย”

“ฉันล่ะไม่อยากจะเชื่อว่าคุณเป็นมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตที่สร้างคิงส์ตัน กรุ๊ปจนยิ่งใหญ่ติดอันดับโลกได้ ไม่คิดว่าจะสมองตื้นแบบนี้” คุณย่าอารีน่าเอ่ยแขวะ

“คุณว่ายังไงนะ ?”

อดีตมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่เอ่ยถามเสียงสูง เมื่อถูกดูถูกจากภรรยาผู้เป็นที่รัก ทว่าก็ต้องหน้าเจื่อนเมื่อเห็นท่าทางเอาจริงของแม่ยอดยาหยี

“เอ่อ...ผมแค่อยากรู้ว่าคุณหมายความว่ายังไงเท่านั้นเอง”

“คุณคิดว่าลูกชายหัวแข็งของคุณจะยอมรับซีโน่ง่ายๆ รึไง ถึงเราจะมีหลังฐานการตรวจ DNA แต่นิคไม่มีทางยอมรับซีโน่แน่ คุณก็รู้ว่าลูกชายคุณเป็นคนแบบไหน ถ้าหลานไม่ได้รับความรักจากพ่อมันจะไปมีประโยชน์อะไร”

คุณย่าอารีน่าอธิบายให้อดีตสามีฟังอย่างมีอารมณ์ เพราะรู้จักลูกชายของตัวเองดีว่านิคาโอหัวแข็งขนาดไหน หากถูกคนอื่นยัดเยียดของบางอย่างให้โดยที่ตนไม่ต้องการ เจ้าตัวก็จะต่อต้านสุดตัวและไม่มีทางยอมรับเรื่องนั้นแน่ แม้ว่าเรื่องนั้นจะเกี่ยวกับลูกแท้ๆ ของตัวเองก็ตาม

แต่ถ้าทำให้เจ้าตัวยอมรับด้วยตัวเอง ผลประโยชน์ทุกอย่างจะตกไปอยู่ที่ซีโน่ เด็กหนุ่มจะได้รับความรักเฉกเช่นพ่อลูกคู่อื่นๆ ดีไม่ดีนางอาจจะได้ลูกสะใภ้พ่วงมาด้วยก็ได้ใครจะไปรู้

“ผมจะทำให้แด๊ดยอมรับในตัวผมให้ได้ฮะ”

เด็กหนุ่มเอ่ยบอกท่านทั้งสองด้วยความมั่นใจหรือถ้าหากตนทำไม่สำเร็จก็ไม่คิดเสียใจ เพราะอย่างน้อยก็ได้รู้จักกับคุณปู่คุณย่าที่น่ารักเช่นนี้

“หลานมีอะไรก็บอกปู่บอกย่าได้นะลูก” คนที่คอยช่วยเหลือเด็กหนุ่มตั้งแต่อยู่เมืองไทยเอ่ยบอกอย่างใจดี

“ซีโน่มีเรื่องรบกวนคุณปู่คุณย่าแน่นอนฮะ” เด็กหนุ่มเอ่ยประจบ

ตั้งแต่เด็กหนุ่มเจอเช็คใบนั้นที่มีชื่อของบิดาปรากฏอยู่ก็คอยตามหาเจ้าของชื่อว่าเป็นใครอยู่นานจนรู้ว่าผู้ชายที่ตนตามหานั้นเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีอิทธิพลหนึ่งของโลก แม้จะคิดว่าตนเองอาจจะเข้าใจผิดไปเรื่องพ่อ ทว่าความรู้สึกบางอย่างทำให้หนุ่มลูกครึ่งเดินหน้าต่อไป

เด็กหนุ่มพยายามหาทางติดต่อบิดา การที่อยู่กันคนละทวีปทำให้เป็นปัญหาไม่น้อย เนื่องจากตนคงไม่สามารถบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปหาคนเป็นพ่อถึงอิตาลีได้แน่ ทางเดียวที่จะติดต่อกันได้คือใช้เทคโนโลยีมาช่วยนั่นก็คือการโทรทางไกล

ซีโน่มีเพียงเบอร์สำนักงานใหญ่ของคิงส์ตันที่หาได้จากจากเว็บไซต์ของบริษัท แต่เมื่อโทรเข้าไปประชาสัมพันธ์กลับไม่โอนสายไปยังห้องทำงานของนิคาโอ เด็กหนุ่มหมั่นโทรไปทุกวันแต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม

จนวันหนึ่งที่ประชาสัมพันธ์นึกเห็นใจหรือว่ารำคาญก็ไม่รู้ได้ เธอโอนสายไปยังเลขาส่วนตัวของนิคาโอซึ่งก็คือคุณลุงไมลีย์ผู้ใจดี

‘ฉันจะโอนสายไปที่โต๊ะทำงานเลขาของนายให้ก็แล้วกัน แต่ฉันไม่รับประกันว่าไมลีย์จะยอมเชื่อคำพูดของหนูหรอกนะ’

‘แค่นี้ผมก็ขอบคุณมากแล้วฮะ’

แต่ก็ใช่ว่ามือขวาของบิดาที่พ่วงตำแหน่งเลขาคนสนิทจะยอมเชื่อเรื่องราวคร่าวๆ ที่ตนเล่าให้ฟัง แถมยังถูกขมขู่จะแจ้งความที่ก่อกวนอีกต่างหาก ถ้าเด็กหนุ่มไม่เอ่ยถึงเรื่องบางอย่างเสียก่อน

‘เจ้านายคุณวางยาแม่ผม แถมยังสะกดจิตท่านด้วยอีกต่างหาก ถ้านิคาโอไม่ได้ทำอย่างที่ผมพูดก็วางสายไปได้เลย’

และประโยคนี้เองที่ทำให้ไมลีย์ฉุกคิดนึกถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่ตนยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ตอนที่ตนและเจ้านายหนุ่มเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศไทย และที่สำคัญนิคาโอไม่เคยต้องวางยาใครนอกจากเด็กสาวที่น่าสงสารคนนั้น

‘เล่าต่อสิ’

ไมลีย์บอกคนปลายสาย หากตนรับฟังเรื่องราวจากเด็กหนุ่มคนนี้คงไม่เสียหายอะไร แต่ถ้าไม่รับฟังครั้งนี้อาจจะทำให้พลาดบางอย่างไป และสิ่งที่ตัดสินใจฟังในวันนั้นก็ทำให้ตนมีนายน้อยขึ้นมาเสียแทบตั้งตัวไม่ทัน

หลังจากที่ไมลีย์รับฟังเรื่องราวจากเด็กคนนั้นจบก็ตัดสินใจโทรปรึกษานายใหญ่ของตนเองนั่นก็คือนิคาซิโอ คิงส์ตัน หลังจากถ่ายทอดเรื่องราวที่ตนรู้มาให้อดีตมาเฟียฟังจบ วันรุ่งขึ้นเขาก็ต้องเดินทางไปประเทศไทยทันทีพร้อมกับนายหญิงใหญ่ โดยมีเส้นผมของนิคาโอ เบคเค็ตต์ คิงส์ตัน  เดินทางไปพร้อมกัน

และผลการตรวจ DNA ก็เป็นอย่างที่เด็กหนุ่มมั่นใจคือทั้งสองมีความเกี่ยวข้องเป็นพ่อและลูกกัน และแผนการต่างๆ ที่จะให้หนุ่มลูกครึ่งบินมาพบพ่อผู้ให้กำเนิดด้วยตัวเองจึงเกิดขึ้น

โดยเรื่องที่ทำทั้งหมดตั้งแต่ต้นต้องปิดเป็นความลับจากการร้องขอของหลานชายคนใหม่ เนื่องจากนิรดาไม่ยอมปล่อยให้ซีโน่ไปทำตามแผนแน่ เพราะยังโกรธคนที่วางยาตนไม่หาย เพียงแค่เรื่องการตรวจ DNA ถ้าผู้ปกครองของเด็กชายรู้คงต้องมีเรื่องวุ่นวายตามมาแน่ แต่ด้วยการที่มีทั้งอิทธิพลและเงินทำให้เรื่องราวราบรื่นไปได้ด้วยดี

หลังจากตกลงเรื่องวันเดินทางได้ นายใหญ่ของคิงส์ตันก็ส่งคนมารับหลายชายถึงสนามบินที่ลอนดอน พร้อมกับคุยตกลงกับ ‘ป้ามุก’ คนที่ซีโน่เดินทางมาด้วยไม่ให้เกิดปัญหาตามมาทีหลัง

เมื่อเดินทางมาถึงอิตาลีที่แรกที่เด็กชายเลือกไปคือตึกสำนักงานใหญ่ของคิงส์ตัน เพื่อปฏิบัติภารกิจที่วางไว้อย่างไม่รอช้า แต่เมื่อซีโน่เจอกับนิคาโอครั้งแรกก็ไม่ได้ผิดไปจากที่คิดไว้เสียเท่าไหร่ เพราะมาเฟียหนุ่มไม่เชื่อว่าหนุ่มลูกครึ่งคนนี้เป็นลูกแท้ๆ ของตน

ทว่าคนที่มาตามหาพ่อก็ไม่ได้ย่อท้อยังคงหาโอกาสให้ตนเองได้ใกล้ชิดบิดาต่อไป โดยไม่ร้องขอความช่วยเหลือนี้จากคุณปู่คุณย่า แต่ก็มีไมลีย์คอยอำนวยความสะดวกสบายให้ในเรื่องปัจจัยสี่ ส่วนที่พักที่เด็กหนุ่มใช้หลับนอนในเวลากลางคืนก็ไม่ใช่ที่ไหน แต่เป็นตึกสำนักงานใหญ่ของคิงส์ตันชั้นบนสุดตึกนี้นั่นเอง

แม้จะเคยย่อท้อคิดจะกลับประเทศไทยเมื่อนิคาโอปฏิเสธตนอยู่ร่ำไป ทว่าเมื่อเลือกที่จะทำตั้งแต่แรกอยู่แล้วก็จะทำให้จนสุดความสามารถ แม้ผลลัพธ์จะออกมาล้มเหลวก็ตาม

แต่สุดท้ายความฮึดสู้ของเด็กหนุ่มก็เป็นผลเพราะคนใจแข็งอย่างนิคาโอรับตนเองกลับเพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวด้วย แม้จะเป็นการมัดมือชกก็ตาม

“ย่าเต็มใจช่วยหลานเต็มที่ลูก”

คุณยาอารีน่าเอ่ยบอกด้วยความเอ็นดู เนื่องจากตนเองก็อยากเลี้ยงหลานมานาน แต่เจ้าพ่อลูกชายตัวดีก็ยังไม่ยอมลงเอยกับใครเสียที พอมีหลานอย่างที่ตนเองหวังจึงรักและเอ็นดูไม่แพ้ลูกชายของตนเอง ดีไม่ดีรักมากกว่ากว่าลูกชายหัวแข็งของนางอีกต่างหาก

“ปู่เองก็เต็มใจช่วยเหมือนกันลูก” คุณปู่นิคาซิโอเอ่ยเสียงหวานกับหลานชาย เนื่องจากต้องการเอาใจอดีตภรรยา

“ขอบคุณคุณปู่คุณย่ามากครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยขอบคุณอย่างซึ้งใจกับความเมตตาของท่าน

“ถ้าไม่ไหวก็มาหาย่านะลูก”

คนเป็นห่วงหลานเอ่ยเสียงอ่อน เพราะรู้ว่าสิ่งที่ซีโน่กำลังทำมีโอกาสไม่สำเร็จสูงจากนิสัยของนิคาโอ แต่นางก็ได้แต่หวังว่าสายเลือดระหว่างพ่อกับลูกจะเชื่อมถึงกันได้จนทำให้คนใจแข็งเช่นลูกชายนางใจอ่อน

“ครับคุณย่า”

เด็กหนุ่มรับคำอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะวางสายหลังคุยกับท่านทั้งสองอีกสักพักใหญ่

“ยังไงแด๊ดก็ต้องยอมรับผมเป็นลูกแน่นอน”

เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างมั่นใจหลังจากที่ได้คุยกับบิดาอยู่นานแสนนาน ทำให้พอจะรู้ว่านิคาโอเริ่มใจอ่อนแล้ว ทั้งที่ปกติมาเฟียหนุ่มเป็นคนใจแข็งยิ่งเสียกว่าอะไรจากคำบอกเล่าของคุณปู่คุณย่า ซึ่งความใจอ่อนนี้เป็นหนทางแห่งความสำเร็จต่อไป

เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ได้คุยกับบิดาแบบปกติก็ทำให้คนขาดพ่อตั้งแต่เกิดยิ้มอบอุ่น แถมยังได้กอดท่านอีกต่างหาก อ้อมกอดที่แม้จะได้จากการลักไก่ แต่ก็ทำให้เด็กหนุ่มนอนหลับฝันดีกว่าทุกคืนที่อยู่อิตาลี

“ซีโน่รักแม่ฝันรักแด็ดที่สุด...”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว