email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3. ความลับ

ชื่อตอน : ตอนที่ 3. ความลับ

คำค้น : รักโรแมนติก,คอมมาดี้

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.3k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2560 21:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3. ความลับ
แบบอักษร

อัพแล้วคร้าบบบบบบบบ *0* ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะเออ แล้วก็ขอคอมเม้นต์ให้ชื่นใจหน่อยนะ 555+​

ตอนที่ 3. ความลับ

ก่อนการแต่งงานจะเริ่มขึ้นเรนอสได้จัดงานแถลงข่าวว่าเขากำลังจะสละโสด ที่ต้องออกมาแถลงข่าวที่นี่เป็นเพราะว่าชีคหนุ่มกำลังแต่งงานกับสาวชาวไทย และเป็นการให้เกียรติว่าที่เจ้าสาวอย่างปาริดาด้วย (คือความจริงแล้วเป็นการบังคับของพวกผู้ใหญ่ต่างหาก)

เสียงเฟลชที่ดังขึ้นรอบทิศบวกกับเสียงเซ็งแซ่ที่เกิดขึ้นเมื่อเหล่าตัวเอกของงานเดินทางมาถึง ปาริดาต้องหรี่ตาเพราะไม่คุ้นชิน ต่างจากเรนอสที่เขาแจกรอยยิ้มได้น่าถีบโดยไม่ทีอาการสะทกสะท้านกับแสงไฟ อาจจะเป็นเพราะชายหนุ่มคุ้นเคยกับการถูกถ่ายรูปก็เป็นได้ ทั้งสองถูกพามานั่งที่เก้าอี้ที่ถูกจัดไว้ให้โดยมีราชเลขาของชีคหนุ่มนั่งอยู่ด้วย ส่วนที่ยืนข้างๆ นั้นคือบอดี้การ์ดของทั้งสอง

“สวัสดีครับนักข่าวทุกท่าน ผมซิลฟา ราชเลขาส่วนพระองค์ของท่านชีคเรนอส พระโอรสลำดับสามในองค์รัลฟา อัลจามาล อัล ฮัดฟา กษัตริย์องค์ปัจจุบันแห่งอัลจามาลครับ กระผมเป็นตัวแทนทางราชสำนักเพื่อบอกข่าวดีกับทุกท่าน ว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีงานอภิเษกสมรสระหว่างชีคเรนอสและหม่อมหลวงปาริดาพระคู่หมั้น” เสียงอื้ออึงดังขึ้นทันทีเมื่อข่าวที่คิดว่าไม่น่าจะมีมูลเป็นความจริงขึ้นมา

“มีข่าวลือว่าชีคเรนอสพลาดทำคุณปลาท้อง เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคะ!” นักข่าวคนหนึ่งชูมือขึ้นสูงแล้วถามขึ้นด้วยดวงตาเป็นประกายกระหายข่าว เรนอสเบิกตาขึ้นเล็กน้อยไม่คิดว่านักข่าวที่นี่จะกล้าถามอะไรตรงๆ แบบนี้ ก่อนที่เขาจะปรายตามองไปทางหญิงสาวประหนึ่งว่าคำถามดราม่าราวกับละครหลังข่าวนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเป็นคนตอบ ปาริดาเลยแยกเขี้ยวส่งให้ ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ ให้กับเหล่านักข่าวที่หูพึ่งอยากรู้เต็มที่ เธอรู้อยู่แล้วว่าคำถามนี้ยังไงนักข่าวมันก็ต้องถามเธอ ก็เหมือนกับดารานั่นแหละ พอดังเป็นพลุแตกก็ดันแต่งงาน ใครๆ ก็ต้องคิดว่าป่องอยู่แล้ว

“ปลาไม่ได้ท้องอย่างที่ทุกคนคิดหรอกค่ะ” ปาริดาฉีกยิ้ม ไม่วายหันมายิ้มเหี้ยมให้กับผู้ชายข้างตัวด้วยก่อนจะหันไปหาเหล่านักข่าวอีกครั้ง “ที่ปลาและคุณเรย์ออกมาแถลงข่าวเรื่องการแต่งงานเพราะเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เราสองคนจะสร้างครอบครัวกันเสียทีน่ะค่ะ” เรนอสได้ช่องก็รีบหันมาส่งยิ้มหวานให้หญิงสาวข้างตัวพร้อมกับกุมมือบางแน่น ปาริดาถึงกับแอบถลึงตาใส่และจะดึงมือออกแต่เรนอสไม่ยอมให้ทำแบบนั้นง่ายๆ เขาจับมือเธอแน่นขึ้นพร้อมกับโน้มใบหน้าคมเข้ามาแล้วกระซิบเสียงเครียดถึงแม้ว่าใบหน้านั้นจะยังฉาบไปด้วยรอยยิ้มก็ตาม

“อยู่เฉยๆ ถ้าไม่อยากให้แผนแตก!”

“แล้วมันจำเป็นต้องมาจับมือมั้ยฮะ!” ปาริดาว่าแล้วยกมือที่เขาจับเธอแน่นมาให้ดู

“อย่างกับฉันพิศวาสจับมือเธอตายล่ะ ไม่ได้มีความนุ่มนิ่มเลย”

“ไอ้!!”

“ว้าว! ทั้งสองหวานใส่สื่อด้วยล่ะ!!” นักข่าวคนหนึ่งตะโกนขึ้นพร้อมกับเสียงเฟลชดังตามมา ทั้งสองเลยต้องแสร้งแจกยิ้มให้อีกครั้งจนเหงือกแทบแห้ง

“แล้วทั้งสองท่านคบหาดูใจกันตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ เป็นคนดังทั้งคู่ไม่น่าจะปิดเรื่องได้นานขนาดนี้” ปาริดาแอบเหงื่อตกเล็กน้อย แต่ทว่าคนข้างตัวเธอก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

“นานแล้วครับ ครอบครัวของเราทั้งสองไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ผมเห็นปลาตั้งแต่เด็กๆ เลยล่ะ เธอเป็นคนน่ารักครับ เข้ากับคนง่าย เธอชอบสร้างเสียงหัวเราะให้ผมเสมอ” ปาริดาตาโตเล็กน้อยไม่คิดว่าเขาจะโกหกได้ลื่นไหลขนาดนี้ “และที่ไม่มีใครรู้ เกิดจากที่เราสองคนทำการตกลงในความสัมพันธ์ ว่าจะเปิดโอกาศให้แก่กัน จะไม่ขวางกั้นถ้าใครคนใดคนหนึ่งจะเจอคนที่ดีกว่า แต่สุดท้ายแล้วหัวใจของผมก็ไม่สามารถเปิดใจรับใครได้นอกจากผู้หญิงคนนี้ครับ” เรนอสกระชับมือบางแน่นพลางยิ้มสู้กับแสงเฟลชที่ดังตามมาราวกับลูกคลื่น ปาริดาถึงกับพูดไม่ออกกับความสามารถตอแหลขั้นเทพของชีคหนุ่ม แต่นั่นแหละ อย่างน้อยเขาก็ทำให้งานแถลงข่าววันนี้ผ่านไปได้ด้วยดีล่ะนะ

“ผมมีคำถามครับ!” นักข่าวอีกคนยกมือขึ้นสูงและกำลังอ้าปากถาม แต่ทว่าราชองครักษ์หนุ่มอย่างฮาริชเอ่ยห้ามขึ้นมาเสียก่อน แล้วปล่อยให้ท่านราชเลขาประจำตัวชีคหนุ่มก็พูดขึ้นแทนทันที เป็นการยุติทุกอย่างที่เกิดขึ้น

“ต้องขออภัยด้วยนะครับ หมดเวลาการตอบคำถามแล้ว ชีคเรนอสและคุณปลามีภารกิจที่ต้องไปที่อื่นต่อ ขอบคุณนักข่าวทุกท่านที่มาในวันนี้ ส่วนวันงานเราจะแจ้งให้พวกท่านทราบอีกครั้งพร้อมกับระเบียบการเข้าไปทำข่าวนะครับ ขอบคุณครับ” เหล่าบอดี้การ์ดทำการอารักขาและพาชีคหนุ่มและหม่อมราชวงศ์คนสวยที่เป็นประเด็นร้อนในตอนนี้ออกจากห้องแถลงข่าว แสงเฟลชวูบวาบไปตลอดทางพร้อมกับนักข่าวฝีปากกล้าที่ตามมาถามไม่หยุดแม้ว่าจะมีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันไม่ให้เข้ามาถึงพวกเขาก็ตาม แต่ทั้งสองไม่พูดอะไร เดินลิ่วๆ ไปยังรถตู้ที่จอดรออยู่ทันที หลังจากที่ทั้งสองขึ้นรถมาแล้วต่างพากันถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา

“โอ๊ย! คนหล่อสุดๆ หัวใจจะวาย นักข่าวเมืองไทยน่ากลัวชะมัด ขุดคำถามตั้งแต่ไดโนเสาร์ยังไม่สูญพันธุ์” เรนอสร่ายยาวพร้อมกับถอดสูทออกและคลายเนคไทออก ส่วนปาริดาก็ถอดส้นสูงออกทันทีแล้วนวดที่ข้อเท้าเบาๆ เพราะรู้สึกปวด เธอเป็นประเภทไม่ถูกกับของพวกนี้ เธอถนัดใส่รองเท้าผ้าใบมากกว่า แต่คุณนายปริมไม่อนุญาตเธอเลยจำใจต้องใส่ส้นสูงมาทรมานตัวเอง

“เป็นธรรมดาของนักข่าว นายจะบ่นให้ได้อะไรขึ้นมา” ปาริดาว่าด้วยความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ เรนอสแยกเขี้ยวใส่

“เรื่องบางเรื่องมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวหรือเปล่าครับคุณนาย มันสมควรเอามาถามมั้ย?”

“ชีวิตนายมันหมดความเป็นส่วนตัวตั้งแต่นายขึ้นบัลลังเจ้าพ่อถึงยางอนามัยนั่นแล้ว อี๋ชะมัด! ผู้ชายอะไรดังเรื่องเซ็กส์ ฉันล่ะสงสารคุณลงคุณป้าจริงจริ๊งที่มีลูกชายไม่ได้เรื่องอย่างนาย โอ๊ย! นี่นายกล้าผลักหัวฉันเลยเหรอ!!” ด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ เรนอสจึงผลักศรีษะหญิงสาวด้วยแรงที่ไม่มีความเบาสักนิด แน่นอนว่าปาริดาก็หัวทิ่มไปตามระเบียบ

“หรือจะให้ถีบออกนอกรถ ฉันก็กล้าทำนะยัยไม้กระดาน” เรนอสยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นมาแล้วทำท่าจะถีบหญิงสาวออกจากรถจริงๆ ปาริดาตาโตทำปากขมุบขมิบแล้วเขยิบออกห่าง “ฉันเป็นเจ้าพ่อเพลย์บอย ศาสตร์อันงดงามของความหล่อเลือกได้ คนอย่างเธอไม่เข้าใจอะไรที่มันลึกซึ้งขนาดนี้หรอก”

“แล้วมันต่างกับที่ฉันพูดตรงไหน ผู้ชายลั้นล้าอย่างนายถ้าไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับแม่ผู้หญิงพวกนั้น นายใช้ถุงก้อปแก๊บหรือไง อ๊าย! ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ นายก็เป็นผู้ชายที่ทุเรศที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา!!” ปาริดาแกล้งร้องลั่นรถ ตั้งใจจะทำให้ชายหนุ่มอับอาย เพราะเธอเห็นว่าบอดี้การ์ดที่ขึ้นมาด้วยสองคนยังแอบอมยิ้ม โดยเฉพาะฮาริชบอดี้การ์ดหุ้นยนต์ที่เธอตั้งฉายาให้เพราะเห็นเป็นคนยิ้มยากยังแอบอมยิ้มเลย

“ท่าทางเธออยากโดนฉันถีบออกนอกรถจริงๆ นะ” ปาริดาเขยิบจนชิดริมประตูพลางทำท่าหวาดกลัวกับคำขู่นั้นก่อนจะหัวเราะออกมา เรนอสทำหน้าสะบัดไม่พอใจ “ฉันไม่อยากจะมาทะเลาะกับเธอให้เสียสุขภาพจิตหรอกนะ เพราะฉันกับเธอยังต้องไปที่อื่นกันต่ออีกหลายที่ ฉันไม่อยากพลั้งมือฆ่าเธอ ดังนั้นอย่าทำให้ฉันหมดความอดทน เพราะความอดทนของฉันมันต่ำกว่ามาตรฐาน อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

“กลัวตายล่ะไอ้หน้าลิง ฉันเองก็มีความอดทนต่ำเหมือนกัน ดังนั้นอย่ามาปากหมาและมาวางอำนาจใส่ฉัน! ซึ่งมันเป็นกฎข้อที่สามร้อยสามสิบสามวรรคที่แปดว่าด้วยเรื่องการใช้อำนาจ ถ้านายอ่านมันอย่างตั้งใจและจำใส่สมองของนาย!” ปาริดากอดอกเชิดหน้าราวกับท้าทาย เรนอสเองก็ไม่ยอมเช่นกันก่อนที่ทั้งสองต่างจะเชิดหน้าหันไปคนล่ะทาง

“นี่ขนาดยังไม่แต่งนะครับ ยังทะเลาะกันได้ขนาดนี้ นี่ถ้าแต่งแล้วอยู่ด้วยกันวังไม่แตกเลยเหรอครับ” บอดี้การ์ดอีกคนที่เปลี่ยนหน้าที่เป็นพลขับชั่วคร่าวเอ่ยกระซิบกระซาบกับฮาริชที่ราชองครักษ์คนสนิทของชีคเจ้าเสน่ห์ที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ก็รอดูกันต่อไป อาจจะมีเรื่องน่าสนุกมากกว่านี้ก็ได้”

“สนุก? ผมว่าจะเกิดคดีฆาตรกรรมกันมากกว่านะครับ”


“สรุปแล้วชุดแต่งงานที่ชีคเรนอสและคุณปลามาลองเมื่อวันก่อนไม่มีอะไรต้องแก้นะคะ ส่วนของชำร่วยก็เป็นแก้วคู่นะคะ”

“แก้วคู่?” ปาริดาเอ่ยทวนด้วยน้ำเสียงฉงน คิ้วสวยขมวดเป็นปมอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมเป็นแก้วคู่ละคะ ปลาสั่งเป็นตะเกียบไม่ใช่เหรอ?” หญิงสาวว่าด้วยท่าทางเอาเรื่อง ถึงแม้ว่านี่จะเป็นงานแต่งงานที่เธอไม่ต้องการ แต่ไหนๆ จะเสียเงินทั้งทีก็ต้องทำทุกอย่างให้ออกมาดี ให้คุ้มกับเงินที่เสียไป

“เอ่อ… คือ…” เจ้าของร้านทำท่าทางอึกอักพลางเหลือบสายตาไปมองชีคหนุ่มที่นั่งข้างๆ หม่อมสาว

“ฉันให้ฮาริชโทรมาเปลี่ยนเอง ฉันไม่ใช่คนไทยปนจีนแบบเธอถึงจะเลือกตะเกียบเป็นของชำร่วย” ชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ เธอเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางนิ่งๆ ปาริดามองด้วยความหมั่นไส้สุดจะทนก่อนจะกระแทกแฟ้มคอลเลคชั่นของชำร่วยลงกับโต๊ะอย่างแรงจนเข้าของร้านสะดุ้ง มองสองคนนี้ด้วยสายตาตื่นตระหนกเพราะกลัวว่าจะถูกลูกหลง

“แล้วเมื่อวันก่อนเสร่อพูดออกมาทำไมว่าให้แล้วแต่ฉันน่ะหา!!” ปาริดาโวยลั่น เพราะเรนอสเป็นคนบอกกับเธอเองว่าพวกของชำร่วยให้เธอเป็นเลือก เพราะเขาไม่ค่อยรู้ประเพณีไทย แล้วสุดท้ายก็มากลับลำ มันน่าจับหักคอนัก!!

“ก็ฉันนึกว่าเธอจะเลือกของที่มันมีคลาสกว่านี้น่ะสิ” เรนอสตอบอย่างไม่ค่อยใส่ใจ พลางหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบระหว่างที่สายตาดูหนังสือในมือตัวเอง ไม่สนใจซักนิดว่าตอนนี้หญิงสาวข้างกายแทบจะปรี่เข้ามาฆ่าเขาคาเก้าอี้

“แล้วไอ้แก้วคู่เวรนี่มันคลาสสิคตรงไหนกันย่ะ!!”

“ก็ตรงที่ฉันเป็นคนเลือกไง” ปาริดากัดฟันกรอด ข่มอารมณ์ถึงขีดสุด เธอรู้เลยว่าโดนผู้ชายคนนี้กวนประสาทเข้าให้แล้ว!

ปึก!

“โอ๊ย!! ยัยผีขนุน! นี่เธอกล้าเอาแฟ้มตีหัวฉันเลยเหรอ!!” เรนอสแว้ดเสียงเขียวเอาเรื่อง พลางเอามือคลำหัวตัวเองปอยๆ ไม่รู้ว่าหัวแตกหรือเปล่าเพราะปาริดาตีหัวเขาแรงมาก

“ก็เออน่ะสิ!!” ด้วยอารมณ์และความฮึกเหิมที่พาไปทำให้ปาริดาถึงกับลืมตัวลุกขึ้นแล้วเท้าเอวด่าชายหนุ่ม พร้อมกับถือแฟ้มที่เพิ่งใช้เป็นอาวุธในการระบายอารมณ์กับชีคหนุ่มเมื่อครู่ และการทะเลาะของคนทั้งสองทำให้เจ้าของร้านต้องรีบไปตามบอดี้การ์ดของทั้งคู่ขึ้นมาห้ามศึก ไม่อย่างนั้นข้าวของในร้านอาจจะมีการเสียหายได้

“ทะเลาะอะไรกันอีกแล้วครับ” ฮาริชขึ้นมาถามด้วยสีหน้าระอาเล็กน้อย

“ก็ฉันจะเอาตะเกียบเป็นของชำร่วย แต่เจ้านายของคุณจะเอาแก้ว ฉันบอกไว้เลยว้าถ้าไม่ใช่ตะเกียบฉันไม่เอา!”

“ก็ฉันจะเอาแก้ว ถ้าไม่ใช่แก้วฉันก็ไม่เอาเหมือนกัน!!” เรนอสเถียงอย่างไม่ยอมแพ้

“เอ่อ… ถ้าอย่างนั้น จัดเป็นตะเกียบกับแก้วคู่กันดีมั้ยคะ” เจ้าของร้านคนสวยพยายามจะพูดไกล่เกลี่ย พวกแขกจะรู้บ้างมั้ยนะ ว่าของชำร่วยที่พวกคุณได้ไปมันเกือบแลกมาด้วยเลือดของคู่ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่รักกันปานจะแหกอก

“ไม่เอา!” ปาริดาและชีคเรนอสพูดออกมาพร้อมกันก่อนจะต่างคนต่างแยกเขี้ยวใส่แล้วขู่ฟ่อ

“ฉันต้องได้ตะเกียบเป็นของชำร่วยในงาน” ปาริดาพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำ ก่อนจะคลี่ยิ้มที่มุมปากมองชายหนุ่มด้วยท่าทางที่อยู่เหนือกว่า เรนอสหรี่ตาลงอย่างระวังภัย ไม่รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังมีแผนอะไรในใจ “…เพราะไม่อย่างนั้นฉันจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแม่นาย นายคงไม่อยากจะโดนเทศน์เหมือนอย่างวันนั้นหรอกใช่มั้ย?” ปาริดาเอาเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มกล้าขัดใจเธอไปฟ้องราชินีไลลา เย็นวันนั้นเลยมีระเบิดลงกับเรนอสล็อตใหญ่ และนั่นจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ชายหนุ่มไม่ชอบในตัวหญิงสาว (หนักกว่าเดิม)

“ยัยขี้ฟ้อง! อย่านึกนะว่าเอาท่านแม่มาขู่แล้วฉันจะ…”

“จะอะไร พูดให้ดีๆ นะ หึๆ”

“ฮึ๋ย!! ฝากไว้ก่อนเถอะยัยปลาบูด” ปาริดาไม่สนใจ ไอ้คำพวกนี้ขุดมาด่าเธอได้ก็ด่าไป แล้วเธอก็หันไปหาเจ้าของร้านที่มองด้วยอาการหวาดระแวงไม่หาย “เปลี่ยนเป็นตะเกียบคู่เหมือนเดิมนะคะ”

“อ่า… ค่ะ”

“หมดเรื่องแล้วใช่มั้ย งั้นก็กลับได้แล้วฉันมีธุระที่ต้องไปทำต่อ” เรนอสพูดด้วยน้ำเสียงออกห้วนเล็กน้อยเพราะยังไม่หายอารมณ์เสียจากการปะทะริมฝีปากเมื่อครู่กับหญิงสาว แล้วเขาก็ต้องมาหน้าหงิกกว่าเดิมเมื่อเห็นหน้าตาเย้ยหยันของปาริดาที่มองมาก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากร้าน จังหวะที่ชีคหนุ่มกำลังเดินออกจากร้านนั้น หญิงสาวตาดีเห็นอะไรบางอย่างหล่นมาที่ไหล่ของชีคหนุ่ม อ้อ! นึกว่าอะไร จิ้งจกนี่เอง ไม่คิดว่าร้านใหญ่ขนาดนี้จะมีจิ้งจกด้วย

“เรย์” ปาริดาเอ่ยเรียก เป็นการเรียกชื่อที่บ่งบอกว่าเป็นการสงบศึกชั่วคร่าว

“มีอะไร” เรนอสยังคงพูดด้วยน้ำเสียงออกห้วนกลับมา

“จิ้งจกมันหล่นอยู่ที่ไหล่ของนาย อยากจะเอามันกลับบ้านไปด้วยหรือไง” เธอพูด แล้วเมื่อกี้ไม่รู้ว่าเธอตาฟาดไปเองหรือเปล่าที่เห็นว่าชายหนุ่มตัวแข็งขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“มะ… เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ”

“จิ้งจกมันเกาะอยู่ที่ไหล่นาย” ปาริดาว่าก่อนจะเดินเข้าไปจับจิ้งจกที่ไหล่โดยไม่มีอาการกลัวเหมือนผู้หญิงทั่วไป ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าชีคหนุ่มแห่งอัลจามาลว่าเธอไม่ได้โกหก ขณะที่ฮาริชทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่พูดออกมา หรือจะพูดให้ถูกคือเขาพูดไม่ทัน “นี่ไง” เรนอสหน้าซีดเผือกยิ่งกว่าโดนผีหลอก ปาริดามองด้วนความไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงเกิดอาการเช่นนี้

“กรี๊ด!!! จิ้งจก!!! ยัยปลาซาดีน! จิตใจเธอทำด้วยอะไรถึงกล้าจับมันแบบนี้! เอามันออกไป!!!” เรนอสกรี๊ดลั่นร้านโดยไม่รักษาภาพพจน์ของตัวเองอีกต่อไป ก่อนจะวิ่งหนีไปขึ้นรถด้วยความรวดเร็วปานวอก ปาริดาถึงกับตาโตแล้วกระพริบตาปริบๆ มองดูสิ่งมีชีวิตในมือของตัวเองช้าๆ ก่อนจะขำก๊าก

“หมอนั่นกลัวจิ้งจกเหรอเนี่ย ฮ่าๆๆ” ปาริดาขำเป็นบ้าพลังเมื่อรู้ความลับอันน่าอับอายของชีคผู้ยิ่งใหญ่ ก่อนจะยิ้มกริ่มแล้วเดินขึ้นรถไปพร้อมกับจิ้งจกในมือ …ของสนุกแบบนี้จะให้เลิกเล่นง่ายๆ ได้ยังไงล่ะ! ฮาริชถึงกับกุมขมับแล้วเดินตามไปที่รถหลังจากกำชับเจ้าของร้าน ว่าอย่าได้พูดอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านวันนี้ จับเจ้าจิ้งจกที่หญิงสาวเอาติดตัวไปด้วยออกจากรถหลังจากที่เจ้านายหนุ่มแหกปากกรี๊ดลั่นพสุธาอีกครั้ง

“ยัยปีศาจ!!!”


ภาพถ่ายทอดสดการแต่งงานสุดอลังการงานสร้างและฮือฮาที่สุดแห่งปีถูกถ่ายทอดสดทุกสถานีทั่วโลก เมื่อชีคหนุ่มที่ติดอันดับหนุ่มน่ากอดที่สุดเป็นอันดับสามของโลก พ่วงท้ายด้วยตำแหน่งเจ้าพ่อเพลย์บอยตลอดกาล (เพราะทุบสถิติการควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ายิ่งกว่าเปลี่ยนกระดาษทิชชู!) จูงมือเจ้าสาวแสนสวยสัญชาติไทยที่มีดีกรีเป็นถึงวิศวกรระดับท้อปของประเทศเข้าประตูวิวาห์ในวันนี้ที่บ้านเกิดของหญิงสาว หลังจากที่ชายหนุ่มออกมาแถลงข่าวเรื่องนี้ด้วยตัวเองเมื่อสามวันก่อน การแต่งงานแบบสายฟ้าแลบของชีคหนุ่มสร้างความสงสัยและฮือฮาของคนทั่วโลก และต่างวิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ว่าชีคหนุ่มอาจจะ (พลาด) ทำสาวเจ้าท้อง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากสาวเจ้าว่าตนไม่ได้ท้องอย่างแน่นอน ที่เธอแต่งเป็นเพราะความรักและบวกด้วยเวลาอันสมควรหลังจากที่ทั้งคู่คบกันมาได้สี่ปี (ซึ่งเป็นการคบหากันโดยที่ไม่มีใครรู้แม้กระทั่งปาปารัซซี่ที่ติดตามชีคหนุ่มทุกที่ที่เขาไป!) ถึงจะมีหลายคนสงสัยว่าคนดังขนาดนี้มีแฟนทั้งทีคนภายนอกจะไม่รู้ได้อย่างไร แต่ทุกอย่างก็ต้องหยุดไปแค่นั้นเมื่อฮาริชคนสนิทพ่วงตำแหน่งบอดี้การ์ดของชีคคนดังพูดหยุดการให้สัมภาษณ์ และพาสองคนดังหายลับเข้ากลีบเมฆ และไม่มีนักข่าวคนใดตามติดสถานการณ์ได้อีก มีแต่ข่าวว่าหลังจากพิธีแต่งแบบประเพณีไทยแล้ว ชีคหนุ่มก็มีแพลนจะจูงมือภรรยาสาวเข้าประตูวิวาห์อีกครั้งที่อัลจามาล ทำตามธรรมเนียมประเพณีของบ้านชายหนุ่ม เป็นการจบฉากชีวิตเพลย์บอยไปตลอดกาลของชีคเรนอส อัลจามาล อัล ฮัดฟา เจ้าชายรัชทายาทลำดับที่สามแห่งอัลจามาล

“แม่ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุข อะไรที่ยอมกันได้ก็ยอมกันนะลูก” หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์ บริพัฒน์ธนกุล เอ่ยด้วยความเมตตาและเป็นปลื้มที่เห็นลูกสาวคนเล็กของนางออกเรือนเสียที สองหนุ่มสาวรับไหว้คำอวยพรในเวลาฤกษ์ส่งตัวเข้าหอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวรับไหว้อย่างนอบน้อม ถึงแม้ชายหนุ่มจะไม่ใช่คนไทย แต่ด้วยที่พระบิดาเดินทางมาทำธุรกิจที่นี่บ่อยทำให้ชายหนุ่มซึมซับวัฒนธรรมได้ไม่ยากรวมไปถึงภาษาที่พูดคุย

“พ่อเองก็เช่นกัน ขอให้ลูกทั้งสองรักกันไปนานๆ ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะลูก” หม่อมราชวงศ์อนุชัย บริพัฒน์ธนกุลเอ่ย นัยน์ตาที่ฝ้าฟางตามอายุขัยมองไปยังลูกเขยที่ท่านเต็มใจรับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลบริพัฒน์ธนกุลด้วยความรัก และเชื่อใจว่าชายหนุ่มสามารถดูแลบุตรสาวของท่านได้ ก่อนจะเลยไปยังลูกสาวคนเล็กจอมแสบของท่านที่ได้ออกเรือนเหมือนพี่ๆ เสียที แต่ก็แอบรู้สึกใจหายไม่ได้เมื่อท่านจะไม่ได้ยินเสียงแจ๋วๆ ของลูกสาวท่านอีกแล้ว

“แม่ยินดีกับลูกทั้งสอง ขอให้รักกันไปนานๆ มีหลานให้แม่อุ้มไวๆ นะลูก” ราชินีไลลา อัลจามาล อัล ฮัดฟา ราชินีแห่งอัลจามาลเอ่ยแก่ลูกสะใภ้ป้ายแดงของนางพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับลูกชายคนเล็ก

“พ่อเองก็ไม่มีอะไรจะพูดแก่ลูกทั้งสอง เพราะทุกคนต่างก็พูดกันไปหมดแล้ว แต่พ่ออยากจะบอกอะไรลูกทั้งสองว่า …ความรัก เป็นสิ่งที่สวยงาม จงรักษาสิ่งสวยงามนี้เอาไว้ให้ดี” องค์รัลฟา อัลจามาล อัล ฮัดฟาเอ่ยเป็นคนสุดท้าย สายตาของท่านจ้องมองไปยังลูกชายหัวดื้อของท่านเป็นพิเศษ

“เอาล่ะค่ะ ปริมว่าพวกเราออกไปก่อนดีกว่า ปล่อยให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวอยู่ด้วยกันเสียที” หม่อมราชวงศ์ปิยะภรณ์เอ่ยบอก ทั้งหมดต่างเดินออกไปจากห้องปล่อยให้หนุ่มสาวข้าวใหม่ปลามันได้อยู่ตามลำพังกันเสียที และหลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายออกไปจากห้องหมดแล้ว บรรยากาศแสนหวานเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นคาวเลือดทันที

“นั่นเธอจะไปไหนยัยไม้เสียบผี!” เรนอสแว้ดขึ้นทันทีเมื่อเจ้าสาวป้ายแดงของเขาเดินดุ่มๆ ไปยังเป้าหมายที่เขาเล็งไว้ก่อน…

มันคือห้องน้ำยังไงล่ะ!

หม่อมหลวงปาริดาที่ตอนนี้กลายมาเป็นชีคคาแห่งอัลจามาลหันขวับด้วยใบหน้าเขียวที่ชายหนุ่มมาหาว่าเธอเป็นไม้เสียบผี ทั้งๆ ที่เธอน่าจะชินได้แล้วเพราะถูกเรียกตั้งแต่ก่อนแต่งงาน แต่ยังไงเธอก็ทำใจให้ชินไม่ได้เสียที แค่เธอมีหน้าอกหน้าใจเล็กไปหน่อยก็ดันมาเรียกเธอซะเสีย!

“ตาบอดหรือไงไอ้ตุ๊ด ก็เห็นอยู่ว่าฉันจะเข้าห้องน้ำ!” เธอเองก็ยอมซะเมื่อไหร่ อีตานี่ด่าเธอได้ เธอก็ด่ากลับได้เหมือนกันล่ะ (ว่ะ) ค่ะ และที่หญิงสาวเรียกชายหนุ่มว่าตุ๊ดเป็นเพราะชายหนุ่มดันเผลอความลับบางอย่างออกมาให้เธอรู้แบบไม่ได้ตั้งใจ และความลับนี้เองที่ชายหนุ่มก็ได้ส่งเสียงกรี๊ดแบบถล่มโลกจนไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงตามกรี๊ดทั่วโลกได้

“ฉันไม่ใช่ตุ๊ด!” เรนอสเถียงกลับหน้าแดงด้วยความโมโห ควันถึงกลับออกหูเมื่อโดนหยาม ก่อนจะเดินมาผลักปาริดาให้พ้นทาง “หลบไป ฉันจะอาบน้ำก่อน เพราะฉันไม่ชอบให้พื้นเปียก!” หญิงสาวถึงกับเบะปากแล้วมองแรง ผู้ชายคนนี้นอกจากจะปากหมาแล้วยังเรื่องเยอะยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก

“ไม่! ฉันมาก่อน นายมาทีหลังก็ต้องรอเซ่!” เธอเบียดชายหนุ่มจนกระเด็นแล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำแล้วสร้างแลนด์มาร์คของตัวเองทันที เรนอสกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจแล้วเตะอากาศระบายความโมโหเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะแบบโคตรสะใจดังมาจากในห้องน้ำ

เสียงแควกๆ เหมือนคนกำลังทำอะไรสักอย่างเรียกคิ้วเข้มตามแบบฉบับหนุ่มทะเลทรายให้หมุนเข้าหากันด้วยความสงสัย เขาหยุดเช็ดผมแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ และต้องแปลกใจในสิ่งที่หญิงสาวทำอยู่ ปาริดายิ้มออกมาอย่างพอใจกับผลงานของตัวเอง ก่อนจะแจกแจงให้ชายหนุ่มฟังเมื่อเห็นว่าเขามายืนอยู่ด้านหลังเธอแล้ว

“นี่เธอเล่นบ้าอะไรของเธอเนี่ย ยัยไม้เสียบผี”

“ไม่ได้เล่นแต่เอาจริง!” ปารีดากอดอกพลางยิ้มกริ่ม “นี่คือเส้นแบ่งอาณาเขตของฉันกับนาย ระหว่างสองวันที่อยู่ที่นี่ เส้นนี้จะเป็นเส้นแบ่งการเป็นอยู่ ฝั่งนี้จะเป็นฝั่งของฉันไปจนถึงห้องน้ำยาวไปถึงประตูทางออก” เรนอสมองตามเส้นที่หญิงสาวแบ่ง ก่อนที่เขาจะถลึงตาใส่แล้วโวย ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมืนกันว่าทำไมต้องบ้าจี้เล่นตามน้ำยัยปลาร้านมเล็กนี่ด้วย

“เธอจะบ้าเหรอ! ฝั่งฉันไม่มีเส้นที่เข้าห้องน้ำ ใจคอจะให้ทำธุระที่นี่เลยหรือไงครับคุณนาย!”

“นู้นไงที่รัก เห็นเส้นที่ฉันแบ่งตรงประตูห้องมั้ย?” ปาริดาชี้ไปที่ประตู ซึ่งเธอแบ่งทางเดินให้ชายหนุ่มเดินได้นิดเดียว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าทื่อๆ “ไปใช้ห้องน้ำห้องอื่น”

“ไม่ มี ทาง!!” เรนอสเน้นย้ำที่ละคำ “เธอได้แต่ฝันได้เลย เพราะฉันไม่มีทางเนรเทศตัวเองแล้วไปใช้ห้องน้ำข้างนอกให้คนอื่นเค้ามาหัวเราะเยาะหรอกนะ แล้วถอยออกไปเลยฉันจะนอน!” เรนอสแทบเดินชนปาริดาปลิวก่อนที่เขาจะชะงักเมื่อหญิงสาวเอาแขนมาขวางทางไว้ เขาชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิด “มีอะไรอีกยัยไม้กระดาน”

“นายจะไม่ทำก็ได้นะ” เธอว่าไหวไหล่ ก่อนจะหรี่ตาลง “แต่ถ้านายล้ำเส้นที่ฉันทำเอาไว้แม้แต่มิลเดียว นายตายแน่!”

ปึก! ปาริดาไม่พูดเปล่าแต่หยิบมีดออกมาจากลิ้นชักหัวนอนแล้วปักมันไว้บนโต๊ะนั้น (ไม่รู้ว่าไปเอามาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่) เรนอสถึงกับสะดุ้งและเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“เรื่องแค่นี้เธอถึงกับเล่นมีดบังตอเลยเรอะยัยปีศาจ!!” ยัยนี่ใช้ของไม่ถูกประเภท มีดบังตอเขาเอาไว้สับหมูไม่ใช่เอาไว้สับคน!

“สปาต้าฉันก็มีนะ เผื่อนายคิดไม่ซื่อกับฉันด้วยไง” มือบางล้วงเข้าไปใต้หมอนของตัวเองแล้วหยิบสิ่งที่เรนอสถึงกับตาโตอีกหนและมองมันด้วยความหวาดหวั่นและเสียวหลังวาบออกมา ก่อนที่เจ้าหล่อนจะปักมันลงดังฉึกไปที่หัวโต๊ะลิ้นชักหัวเตียง

“เรื่องนั้นเธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก แค่หน้าอกเล็กๆ ที่ต้องรีดตั้งแต่ต้นขาขึ้นมาอย่างเธอ ไม่ได้ปลุกอารมณ์เซ็กส์ของฉันแม้แต่นิดเดียว” ปาริดาถึงกับหนังตาและปากกระตุกหยิกๆ พลางหยิบมีดสปาต้าขึ้นมาแล้วปักมันลงไปใหม่อย่างแรงจนเรนอส (เผลอ) สะดุ้งเฮือก

ปึก!

“!! (แอบสะดุ้ง)”

“เหอะๆ” หญิงสาวหัวเราะอย่างแคลนๆ “แล้วฉันจะคอยดู ล้ำเส้นมาเมื่อไหร่นายเละแน่ไอ้ตุ๊ด!” ปาริดาขู่ฟ่อ เรนอสทำเป็นไม่กลัวแต่ในใจเริ่มฝ่อ กลัวว่ามีดเจ้าหล่อนจะลอยเข้ามาแบะหัวเขาโดยไม่รู้ตัว เรนอสรีบลงตัวลงนอน (ด้วยความสงบเสงี่ยมเรียบร้อย) ทันที ขณะที่ปาริดานั้นมองจนกว่าชายหนุ่มจะอยู่ในที่ของตนแน่ๆ เธอถึงได้นอนลงบ้าง และเรื่องทั้งหมดทั้งมวลนี้มันจะไม่เป็นเกิดขึ้นเลยถ้าเขาและเธอไม่โดนสิ่งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเองโดยที่ไม่ถามความสมัครใจนั่นคือการจับคลุมถุงชน!!

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูหน้าห้องหอของคู่เจ้าสาวเจ้าบ่าวป้ายแดง ทำให้คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันถึงกับงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วนความหงุดหงิดที่มีคนมารบกวนการนอน เพราะวันนี้ทั้งเขาและเธอเหนื่อยจากงานมาทั้งวัน ต่างคนต่างอาบน้ำเสร็จแล้วล้มตัวลงนอนหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย แต่ก็ยังไม่มีใครลุกไปเปิด เสียงเคาะประตูก็ยังไม่หยุด เรนอสตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดอีกครั้งแล้วหันไปทางหญิงสาวที่นอนเอาหมอนปิดหูอยู่ข้างๆ เป็นการแสดงชัดว่าเธอไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ อีกแล้ว เขาเลยดึงหมอนเจ้าหล่อนออกแล้วบ่นด้วยความหงุดหงิดที่มากขึ้น

“นิ! ยัยไม้เสียบผี เธอไปเปิดประตูซิ ฉันจะนอน”

“นายนั่นแหละไปเปิด ฉันก็จะนอนเหมือนกัน ง่วงจะตายอยู่แล้ว!” แล้วปาริดาก็ฉกหมอนตัวเองคืนจากชายหนุ่มก่อนจะชิ่งคลุมโปงหนี เรนอสบ่นอุบก่อนจะจำใจเดินไปเปิดประตูเอง ปากกำลังจะอ้าปากด่าคนที่มากวนไม่ดูเวล่ำเวลาก็แปรเปลี่ยนเป็นหุบปากสนิทเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่มาเคาะประตูในเวลานี้

“คิดถูกแล้วล่ะที่ขึ้นมา” ปรเมษฐ์พูดกับตัวเองเบาๆ

“อ้าว! ท่านพี่โร ท่านพี่โรม พี่ปาล์ม มีอะไรกันหรือเปล่าครับ ผมนึกว่าพี่จะยังสนุกอยู่ในงานเสียอีก” เรนอสเอ่ยถามด้วยความแปลกใจที่เห็นท่านพี่ของเขาทั้งสองขึ้นมาบนนี้ร่วมไปถึงพี่ชายของปาริดาด้วย ทั้งที่ทั้งสามเพิ่งจะมาเป็นเพื่อนส่งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเข้าหอไปตอนสี่ทุ่ม

“พี่เอาเจ้านี่มาให้น่ะ” ปรเมษฐ์ชูสิ่งที่เขาถือขึ้นมา เป็นขวดแก้วธรรมดาข้างในบรรจุน้ำสีใสคล้ายน้ำเปล่า เรนอสทำท่างงปนระแวง

“มันคืออะไรครับ”

“อ้อ! เจ้านี่เป็นเหล้าประจำตระกูลที่สืบทอดมาหลายต่อหลายรุ่นของพี่น่ะ มันเป็นธรรมเนียมว่าผู้ชายที่จะมาเป็นลูกเขยของบ้านนี้ต้องดื่ม เชื่อว่ามันเป็นสิริมงคลกับครอบครัว พี่ลืมเอามาให้เราดื่มในงานเลี้ยงก็เลยเอามาให้ตอนนี้ พี่คงไม่ได้มาขัดจังหวะอะไรหรอกใช่มั้ย?” ปรเมษฐ์แสร้งทำสีหน้าเจ้าเล่ห์พร้อมกับชีคโรเนสและชีคโรมานอฟ เรนอสมองด้วยสายตารู้ทันว่าทั้งสามคิดเรื่องอะไรอยู่ เขาจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วส่ายหน้า

“เปล่าครับ แล้วก็ไม่มีเรื่องอย่างที่พวกพี่คิดแน่นอน ผมกับปลาเหนื่อยกันมาทั้งวัน พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายเลยครับ” เรนอสร่ายยาว

“ถ้าอย่างนั้นก็ดื่มเหล้าเลย จะได้ไม่เสียเวลานอนไง” ปรเมษฐ์ว่าพลางยิ้ม (กริ่ม)

“ครับ” เรนอสยกขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด ใบหน้าเหยเกเล็กน้อยเมื่อความขมบาดคอแบบที่เขาไม่เคยลองมาก่อนไหลงลงสู่ลำคอ โดยไม่สังเกตุเลยว่าสามหนุ่มนั้นมีแววตาระริกขนาดไหน “มีแค่นี้ใช่มั้ยครับ”

“อืม พี่ขอให้น้องมีความสุข มีหลานให้พี่อุ้มไวๆ นะ” เรนอสถึงกับคิ้วขมวดเล็กน้อยกับคำพูดของปรเมษฐ์แต่ไม่เก็บเอามาใส่ใจเพราะความง่วงมันรุ่มเร้ามากกว่า

“อ่าครับ งั้นก็ราตรีสวัสดิ์นะครับ” เรนอสเอ่ยราตรีสวัสดิ์กับพี่ชายทั้งสามแล้วปิดประตูลงและเดินกลับไปที่เตียง แต่แล้วเขากลับรู้สึกอาการแปลกๆ ของตัวเอง ข้างในกายมันร้อนเหมือนมีใครเอาไฟมาเผาและความรู้สึกดิบเถื่อนมันก็ร้องบอกดังว่าต้องการปลดปล่อย! “บ้าชิบ!” เขาสบถด้วยความหัวเสียเมื่อรู้ว่าถูกพี่ชายปาริดาหลอกให้กินยาปลุกเซ็กส์เข้าไป แล้วที่มันน่าเจ็บใจคือพี่ชายทั้งสองของเขาก็ดันร่วมมือด้วย! ทำไมนะ! เขาถึงไม่สังเกตเห็นแววตาพราวระยับของสามคนนั้นตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่มีวันรับของพรรคนี้มาดื่มเด็ดขาด!!

“เป็นอะไรของนายอีก ทำเสียงดังก๊อกๆ แก๊กๆ อยู่ได้ นอนซักทีสิ” ปาริดาลุกขึ้นมาว่าเพราะเสียงที่ดังขึ้นทำให้เธอนอนไม่หลับ “แล้วเป็นอะไร กอดตัวเองทำไม”

“ออกไป!” เรนอสตวาดกร้าวแล้วถอยห่างหญิงสาวออกมา ปาริดาถึงกับโมโหที่ถูกตะคอกใส่ทั้งๆ ที่เธอก็เอ่ยถามเขาดีๆ

“เป็นบ้าอะไรอีกไอ้ตุ๊ด! ฉันถามดีๆ ทำไมต้องมาตะคอกกันด้วย แล้วลุกขึ้นมานอนดีๆ ทำเสียงน่ารำคาญแบบนี้ฉันจะนอนได้ยังไง” ปาริดาว่ากลับพลางเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่นั่งกอดตัวเองและตัวสั่นราวกับเจ้าเข้า เธอไม่รู้หรอกนะว่าหมอนี่เป็นอะไรแต่เธอก็ไม่อยากให้มาตายที่นี่ สงสารคนเก็บศพ

“ฉันบอก… อึก! ให้เธอ… ออก… ไป!!” ปาริดายังไม่ทำตาม เธอไม่เข้าใจว่าชีคบ้านี่เป็นอะไรทำไมถึงมีอาการทรมานขนาดนั้นแล้วยังมาไล่เธอราวกับจิ้งจกที่เขารังเกียจอีก เอาเข้าไป! คนอุตสาห์หวังดี แต่มันไม่เกิดผลกับผู้ชายคนนี้จริงๆ

“ไม่ไป! เป็นบ้าอะไรของนายวะคะ! พูดมา!! อยู่ๆ ก็มาไล่ ฉันไม่ไปหรอก!!” เธอพูดอย่างอารมณ์เสีย

“ฉัน… เตือนเธอแล้วนะ” เรนอสพยายามข่มอารมณ์ตัวเองให้ได้มากที่สุดพลางลุกขึ้นเพื่อจะเข้าห้องน้ำ เขาหวังว่าสายน้ำจะช่วยให้อาการบ้าๆ นี่ลดลง ในขณะที่หม่อมหลวงสาวคิ้วขมวดกับการกระทำนั้น แล้วเธอเพิ่งจะมาสังเกตสังกาว่าท่าทางของเรนอสนั้นดูคล้ายเหมือนคนติดยา ตัวสั่นแปลกๆ เอาแต่กอดตัวเอง นัยน์ตาก็เชื่อมปรอยแปลกๆ เห็นแล้วยังแอบขนลุก

“เรย์ นายไม่สบายหรือเปล่า ไปหาหมอมั้ย ตัวนายสั่นมากเลยนะ” เธอกลัวผีนะเว้ย อย่ามาตายในห้องนี้เซ่ ถ้าป่วยก็บอก เธอไม่ได้ใจจืดใจดำอำมหิตปล่อยให้เป็นไข้ตายซักหน่อย

“ฉัน… อึก! ไม่ได้…ป่วย” เรนอสพยายามฝืนตัวเองเพื่อจะเดินเข้าห้องน้ำให้ทันก่อนที่เขาจะหมดความอดทนเมื่อปาริดายังไม่ฟังคำเตือนเขาแล้วเดินเข้ามาใกล้อย่างนี้ ดีไม่ดี เขาอาจจะทำเจ้าหล่อนประจำเดือนหายไปเก้าเดือนเลยก็ได้

“อ้าว ถ้าไม่ได้ป่วยแล้วทำไมสั่นราวเจ้าเข้าแบบนี้ล่ะ ฉันว่านายอย่าฝืนทำเท่อยู่เลยนะ ไปหาหมอเถอะ” มือบางจะคว้าแขนแกร่ง แต่เรนอสหลบได้อย่างหวุดหวิด ปาริดาถึงกับชักสีหน้ารำคาญ

“ฉันไม่ได้ป่วย!” เขาตวาด สีหน้านั่นทุกข์ทรมานเพราะต้องการปลดปล่อยบางอย่างในตัวออกมา …อารมณ์ดิบเถื่อนยิ่งกว่าสัตว์ร้าย “แต่ฉันโดนยาปลุกเซ็กส์!!”

“โธ่! ก็แค่โดนยะ…” ปาริดาตาโตเมื่อฟังดูดีๆ ก่อนจะถอยกรูดไปอยู่อีกด้านของห้องด้วยความรวดเร็ว เรนอสถึงกับหลุดขำไม่รู้ตัวที่แม้จะทรมานร่างกายก็ตาม “นายโดนยาปลุก ซะ…เซ็กส์!!! กรี๊ด!!! นายไปโดนยานั่นตั้งแต่เมื่อไหร่!” ปาริดาถามด้วยอาการหวาดผวาอย่างรุนแรง พลางหันรีหันขวางหาของเพื่อมาปกป้องตัวเองถ้าเกิดเรนอสคิดจะเข้ามาปล้ำเธอ! ให้ตายเถอะ! มีดเธอเอาไปวางไว้ไหนแล้ว!

“เมื่อ… กี้ อึก!” อาการของเรนอสรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ชีคหนุ่มไม่อาจรู้ได้ว่าพี่ชายปาริดาตัวแสบเอายาปลุกเซ็กส์แบบไหนมาให้เขากิน มันรุนแรงขนาดที่เขาเห็นว่าปาริดาสวยกว่าทุกวัน แถมเสียงที่ฟังก็ช่างเซ็กซี่ขยี้ใจเขา!!

บ้าไปแล้ว!!

มันเป็นเรื่องที่โคตรบ้า ถ้าในยามปกติเขาไม่มีวันมองยัยปลาน้ำเค็มนั่นสวยหยาดเยิ้มราวนางฟ้าแน่นอน แต่เป็นเพราะฤทธิ์ยาเวรตะไลนี่ โอ๊ย! อยากจะหั่นอารมณ์ตัวเอง!

“เพราะ พะ… พี่ชายเธอนั่นแหละ” เรนอสพยายามเดินเข้าห้องน้ำอีกครั้ง แต่ทำไมขาเจ้ากรรมดันไปหาปาริดาก็ไม่รู้!

“ละ… แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ปาล์ม! เฮ้ย! จะเดินมาทางนี้ทำไม!!” ปาริดาหน้าตาตื่นแล้วรีบหนีไปฟังตรงกันข้ามชีคหนุ่มทันที ในมือนั้นยังคงวางเปล่าเพราะหาสารพัดมีดที่เธอหามาไว้ไม่เจอ! เธอคิดว่าไอ้บ้าชีคมันต้องแอบเอาไปซ่อนตอนที่เธอหลับแน่นอน

“ก็พี่เธอเอาเหล้า… อึก! มาให้… บะ…บอกว่า เป็นเหล้าต้นตระกูลที่สืบทอดต่อกันมะ… มา และ… อึก! คนที่มาเป็นลูกเขยบ้านนี้จะต้องดื่ม” เรนอสขบกรามกรอด พยายามข่มอารมณ์อย่างแรงที่จะไม่เข้าไปขย้ำปาริดา

“ควายชัดๆ!!” ปาริดาด่าเรนอสแบบเต็มปากเต็มคำตามที่ใจคิด เพราะชีคหนุ่มเป็นแบบนั้นจริงๆ ถ้าหมอนี่ฉลาดพอคงไม่โง่รับของคนอื่นมาง่ายๆ แบบนี้หรอก เรนอสอยากจะด่ากลับแต่สิ่งที่แสดงออกไปดันเป็นยิ้มหวานให้แทน เพราะเสียงด่าของหญิงสาวมันกลับดังกังวานราวแก้วใส และกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเขาให้ลุกโชนขึ้น “อ๊าก!!! ฉันว่านายอาการหนักแล้วนะ!!” ปาริดาร้องลั่นแล้ววิ่งไปที่ประตูเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆ ของเรนอสที่เดินตรงมาหาเธอ แต่ทว่าเมื่อเธอจะเปิดประตูออกไปประตูกลับเปิดไม่ออก!!

กึกๆๆๆ

“กรีดร้อง!! ประตูเปิดไม่ออก!!” ปาริดายิ่งสติแตก พยายามเท่าไหร่ประตูก็เปิดไม่ออกทั้งๆ ที่มันล็อคมาจากด้านใน ไม่รู้ว่าใครที่ทำให้มันเป็นแบบนี้ราวกับวางแผนมาแล้ว ไม่นะ! เธอไม่อยากมาเสียเวอร์จิ้นตอนนี้!!

“ต้องเป็น… อึก! พี่ชายเธออีกแน่ๆ”

“กรี๊ด!! นายอย่ามาทำเสียงหื่นแบบนี้นะ!!” ปาริดาด่าควับ เสียงเขียว “นายต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่มาทำให้ฉันตกใจเล่นแบบนี้!!”

“ก็เธอไง… ที่ต้องช่วยฉัน” เรนอสปรี่เข้ามาหาหญิงสาวด้วยอาการที่ไม่สามารถหักห้ามอารมณ์ของตัวเองได้อีกต่อไป หญิงสาวตาโตกรี๊ดลั่นห้องแล้วรีบวิ่งหนีมาอีกด้าน สายตาก็หาทางหนีเอาตัวรอดไปด้วย

“อย่าเข้ามานะ!” ปาริดาขู่ฟ่อ แต่เรนอสไม่ฟัง ชีคหนุ่มเดินเข้ามาหาหญิงสาวราวกับสัตว์ป่าหระหายเหยื่อ

ปึก!

“กรี๊ด!!!” ปริดาร้องลั่นด้วยอาการตื่นตระหนกเมื่อถูกเรนอสใช้ความไวเอาแขนแกร่งของตนทั้งสองข้างดักทางหญิงเข้ากับกำแพงห้องก่อนที่ชีคหนุ่มจะโน้มใบหน้าลงหมายจะจูบหญิงสาวให้ชื่นใจ ตอนนี้เขาไม่สนหน้าอินทร์หร้าพรหมที่ไหนแล้ว และไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ด้วย เพราะยังไงซะเขากับปาริดาก็ได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยากันแล้ว การที่เขาจะกินตับเจ้าหล่อนจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องแคร์ “อย่าเอาหน้าเข้ามานะ! ไม่อย่างนั่นฉันจะ…!!”

ตุ้บ!

ลูกตาเข้มไหลเข้ามารวมอยู่ตรงกลางทันทีที่เข่าหนักๆ ของหญิงสาวนามว่าปาริดาปักเข้าเต็มเป้าที่กลางกล่องดวงใจ

“อ่อค!” แล้วร่างทั้งร่างของเรนอสก็ค่อยๆ ทรุดลงไปกองกับพื้น ปาริดามองภาพนั้นด้วยใบหน้าที่ยังตื่นตระหนกไม่หาย

“ฉันเตือนนายแล้วนะ ว่าอย่าเข้ามา!!” น้ำเสียงของเธอยังไม่หายหวาดหวั่นพลางก้มๆ เงยๆ มองสภาพเรนอสที่นอนตายคาพื้น คิ้วสวยหมุนขึ้นเล็กน้อยด้วยความคิดที่ว่าชีคหนุ่มอาจจะตายขึ้นมาจริงๆ ก่อนจะค่อยๆ เลิกขากางเกงขึ้นมองดูสิ่งที่ติดกับขาของเธอ ...สะหนับเข้งของนักฟุตบอล เธอมาใส่เพื่อป้องกันตัวเองโดยเฉพาะ แต่ไม่คิดว่าจะใช้มันจริงๆ “ระ… เรย์” ปาริดาเรียกชื่อชายหนุ่มไม่เต็มเสียงหนักพลางนั่งยองๆ แล้วยื่นนิ้วไปตรงรูจมูกของเรนอสอย่างสั่นๆ เพื่อทดสอบว่าเขายังหายใจหรือจากโลกนี้ไปอย่างสงบ

หมับ!!

“กรี๊ด!”

พลั่วะ!!

“อ่อค!” ปาริดาหน้าตื่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อเธอเผลอต่อยเข้าไปที่ลูกตาเรนอสอย่างจัง เหตุเพราะอยู่ๆ ดี ระหว่างที่เธอเอานิ้วยื่นไปมือหนาก็จับหมับเข้าให้ ด้วยความตกใจเธอจึงประเคนหมัดระดับสิบให้อย่างไม่ทันตั้งตัว

“เรย์!” เธอเขย่าตัวชีคหนุ่มแล้วค้นพบว่าตอนนี้ชายหนุ่มได้ไปเฝ้าท่านยมเรียบร้อยแล้ว ปาริดาเลยเม้มปากแน่นไม่รู้จะทำยังไงดี จะโทรหาใครก็ไม่ได้เพราะในห้องนี้ถูกทำเป็นเรือนหอโทรศัพท์มือถือจึงถูกเก็บตั้งแต่ตอนแต่งตัว ในเมื่อจะพึ่งพาใครไม่ได้เธอจึงตัดสินใจค่อยๆ ลากเรนอส (ด้วยความทุลักทุเล) ไปทิ้งในตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ หลังจากลากไปได้แล้วก็จัดการลากโต๊ะตัวใหญ่มาขว้างหน้าประตูอีกที กันการที่ท่านยมไม่ปลื้มชายหนุ่มแล้วปล่อยให้ฝื้นขึ้นมาหมายจะปล้ำเธออีกครั้ง ก่อนที่หญิงสาวจะขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยอาการพะว้าพะวงทั้งคืน

+++++++++++++++++โปรดติดตามตอนต่อไป+++++++++++++++++++++

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่เพจนะครัช -..-

สละเวลาเม้นสักนิดเถอะนะ T_T เค้าขอออออออออ


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว