ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : #18[+NC]

คำค้น : hanhyuk,yaoi,sj

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2560 20:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#18[+NC]
แบบอักษร

ร้านBe Love

วันนี้เรียววุคก็แวะเวียนมาที่ร้านบีเลิฟอีกเช่นเคยนอกจากมากินขนมแล้ว

ก็คือพูดคุยกับพี่สะใภ้คนสวยและคนอื่นๆในร้านจนถูกจงซอกแซวว่าทำไมไม่มาทำงานที่ร้านด้วยซะเลย


“พรุ่งนี้พี่สะใภ้จะไปกี่โมงครับ” 


เสียงสูงถามอย่างน่าเอ็นดูขณะพูดถึงเรื่องงานที่ฮยอกแจจะต้องไปกันฮันคยอง 

ซึ่งเรียววุคบอกว่าตัวเองกับเยซองก็จะไปเหมือนกันทำให้ฮยอกแจรู้สึกใจชื้นขึ้นมาอีกนิด

เพราะอย่างน้อยก็จะมีเรียววุคที่คงจะชวนคุยจนลืมความประหม่าไปได้


“ต้องแล้วแต่ฮันคยองเค้า”


ฮยอกแจบอกขณะตรวจดูเค้กในตู้โชว์ว่ามีอะไรต้องทำเพิ่มหรือไม่



.............................กุ๊ง   กริ๊ง


“มาทำไมวะ” 


แบคฮยอนที่อยู่ใกล้ๆกับฮยอกแจแถวหน้าตู้เค้กสบถเบาๆเมื่อจองอารึม เดินเชิดหน้าเข้ามาในร้าน  

หญิงสาวกวาดตามองในร้านอย่างดูแคลนก่อนเดินเข้าหาฮยอกแจ  แบคฮยอนจึงขยับเข้าขวาง

เรียววุคเองก็ลุกขึ้นไปหาฮยอกแจ ท่าทางราวกับองครักษ์คอยปกป้องทำให้หญิงสาวหมั่นไส้



“แหม่ๆๆ  

ไม่ต้องกลัวหรอก ชั้นมาดี

แค่มีข่าวของฮยอนจุงจะมาบอกนิดหน่อย”



“ทำไม? 

มันตายแล้วรึไง” 



ฮีชอลถามหน้าตายด้วยน้ำเสียงเรียบๆ  มองหญิงสาวอย่างไม่สบอารมณ์นัก

อารึมตวัดตามองฮีชอลก่อนยักไหล่นิดๆแล้วหันมาทางฮยอกแจ



“ชั้นเลิกกับฮยอนจุงแล้ว   ถ้านายอยากจะกลับไปหาคนรักเก่าก็ได้นะ

โอ๊ะ!  ลืมไป  นายแต่งงานแล้วหนิ”  


อารึมปรายตามองเหยียดๆที่เรียววุค

หญิงสาวมาที่นี่เพื่อเยาะเย้ยว่าเธอไม่ต้องการฮยอนจุงอีกแล้ว ทั้งยังเขี่ยคนที่ฮยอกแจรักทิ้งอย่างไม่ใยดี

อีกทั้งตอนนี้เธอก็มีเป้าหมายใหม่ที่เธอคิดว่าตัวเองจับไว้มั่นได้แล้ว


หลังจากที่คิดว่าตัวเองผ่านค่ำคืนแสนวิเศษกับฮันคยอง 

แม้ตื่นมาโดยไร้ชายหนุ่มอยู่ข้างกายและตัวเองต้องอยู่ในสภาพยับเยิ่นไปทั้งตัวราวกับไปรบกับกองทหารมา   

หากความคิดเข้าข้างตัวเองก็บอกเพียงว่าอีกฝ่ายมีงานยุ่ง

จึงต้องออกไปก่อน  ทั้งได้รับความมั่นใจเพิ่มขึ้นเมื่อตัวเองเป็นฝ่ายโทรหาฮันคยองแล้วได้คำพูดหวานๆที่ว่า



.............................. "รับรองว่าเราต้องได้เจอกันอีกแน่นอนครับ".......................



ทำให้เธออยากจะทิ้งทวนความสะใจกับฮยอกแจก่อนเตรียมตัวสำหรับเป็นผู้หญิงของฮันคยองอย่างเต็มตัว

“แต่ว่านายรักฮยอนจุงมากไม่ใช่เหรอ    ถ้ายังตัดใจไม่ได้ก็กลับไปดูแลกันซะสิ

สามีนายคงไม่ว่าหรอกมั้ง   อย่างนาย  แบ่งๆกันใช้คงไม่สึกหรอหรอก”


“ทุเรศ

เครื่องสำอางมันแต่งได้แค่หน้าจริงๆ    จิตใจขี้ริ้วขี้เหร่

 เพราะมีผู้หญิงแบบคุณไงผู้ชายหลายๆคนเลยนึกชอบผู้หญิงไม่ลง” 


จงซอกกล่าวเสียงนิ่งด้วยแววตาเหยียดหยามอารึม   แบคฮยอนเองก็มีแววตาไม่ต่างกัน


“ที่มาคือแค่นี้ใช่มั้ยครับ 

ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณต้องการอะไร

แต่ผมแต่งงานแล้ว  หรือต่อให้ไม่แต่งผมก็คงไม่ยุ่งกับเค้าอีก

เชิญคุณกลับไปได้แล้ว ”


“ชิ้วๆ” 


ทันที่ที่ฮยอกแจพูดจบเรียววุคก็ส่งเสียงรับทันที  อารึมกัดปากแน่นแล้วสะบัดหน้าออกไปจากร้าน

เรียววุคมองตามแล้วอยากเร่งเวลาให้ถึงพรุ่งนี้เร็ว







+++++++++++++++++++++++++++++++


โรงแรม  B


ห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูถูกปรับเปลี่ยนเป็นห้องแสดงงานศิลป์ที่จะถูกประมูลในค่ำคืนนี้

บริษัทของจองอารึมรับหน้าที่สำหรับจัดประมูล  หญิงสาวกำลังเดินเฉิดฉายทักทายผู้เข้าร่วมประมูล

ส่วนการทำงานทั้งหมดก็ยังคงเป็นของฮยอนจุง   แม้จะอยากลาออกแต่ก็ต้องรอให้ได้งานที่ดีกว่านี้เสียก่อน

อารึมเองก็ไม่คิดจะไล่คนที่ทำงานเก่งๆแบบฮยอนจุงออกเช่นกัน 


“จัดการให้เรียบร้อยด้วยหล่ะ  อย่าให้มีอะไรผิดพลาด”


อารึมบอกอย่างเย็นชาก่อนเดินหนีจากฮยอนจุงที่กำหมัดแน่นแล้วทำงานของตัวเองต่อ




อารึมเดินไปมาในงานด้วยชุดราตรียาวสีน้ำเงินน้ำทะเลตามธีมงาน  

ชุดที่ดูจะมิดชิดไปซักหน่อยสำหรับอารึมแต่เพราะร่องรอยบางอย่างที่มีอยู่ทั่วตัวมันยังไม่จางหายไป


“คุณเยซอง?” 


อารึมจ้องมองชายหนุ่มที่กำลังยืนดูภาพวาดอยู่แล้วนึกได้ทันทีว่าคือน้องชายของฮันคยอง

หญิงสาวก้าวเร็วๆ  เข้าหาทันที



“สวัสดีค่ะ คุณเยซอง

ดิชั้นอารึมไงคะ” 



เมื่อเห็นสีหน้าของเยซองทำเหมือนไม่รู้จักตัวเองอารึมก็รีบแนะนำตัวทันที

แต่เยซองก็ยังทำหน้าแบบเดิม



“ประทานโทษ   เรารู้จักกันด้วยเหรอครับ” 



น้ำเสียงเย็นชาถามทั้งยังมองหญิงสาวด้วยสายตาเย็นเหยือก

แต่ก่อนที่อารึมจะเท้าความให้ฟัง เสียงหวานก็ดังจากด้านหลัง


“พี่เยซอง    ขอโทษที่ช้าครับ   หลงทางนิดหน่อยกว่าจะเจอห้องน้ำ” 


เรียววุคเดินผ่านอารึมไปเกาะแขนของเยซอง   

และทันทีทันใดความเย็นชาก็แปรเเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน ด้วยแววตาและรอยยิ้มของเยซอง


“พี่ก็บอกตัวเล็กแล้วว่าให้พี่ไปด้วย” 


เสียงกล่าวอย่างอ่อนโยนไม่ทำให้หญิงสาวแปลกประหลาดใจเท่าคนตัวเล็กที่อยู่ข้างกายเยซองตอนนี้


“งั้นคราวหน้าจะเชื่อฟังนะครับ

โอ๊ะ!?

คุณมีธุระอะไรกับสามีผมไม่ทราบ” 


เรียววุคที่หันมาสบตาอารึม    ตีหน้าบึ้งใส่ทั้งยังถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก


“สะ  สามี??”  อารึมชี้ไปมาระหว่างเยซองกับเรียววุค



“ตัวเล็กรู้จักคุณคนนี้ด้วยเหรอคะ”  เยซองถามด้วยสีหน้าแสร้งประหลาดใจ


เรียววุคเบ้ปากใส่อารึมแล้วหันไปหาเยซองทำน้ำเสียงเหมือนฟ้องกลายๆ


“ลูกค้านิสัยไม่ดีที่ร้านพี่สะใภ้ครับ

 อ้อ  เห็นคุณบอกอยากเห็นหน้าสามีพี่สะใภ้ใช่มั้ยครับ

งั้นเดี๋ยวคงได้เจอ” 



เรียววุคหันมาทางอารึมด้วยแววตาที่ดูเจ้าเล่ห์ปนสะใจ 


“นั่น!! พี่ฮันกับพี่สะใภ้มาแล้ว   ไปเถอะครับพี่เยซอง”


และก่อนที่อารึมจะได้ใช้สมองอันน้อยนิดประมวลผลอะไรได้

เรียววุคก็อุทานขึ้นมาแล้วลากแขนเยซองให้เดินไปทางหน้างาน


อารึมมองตามทั้งคู่ไปยังทางเข้าที่ตอนนี้กำลังให้ความสนใจจากแขกคนสำคัญ  จนอารึมต้องเดินตามไปดู

แล้วหญิงสาวก็ต้องตกตะลึง  ใบหน้าหนักเครื่องสำอางถอดสี  ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ

เมื่อฮันคยองเดินประคองใครบางคนไว้ในอ้อมแขน     ใครบางคนที่อารึมเกลียดนักหนา 


/ ลีฮยอกแจ /


“มะ  ไม่จริง” 


เสียงอุทานที่ยิ่งแผ่วเบา

เมื่อเสียงรัวชัตเตอร์ของนักข่าวและเสียงพูดคุยกันเกี่ยวกับฮันคยองที่พาภรรยามาเปิดตัวดังขึ้น



“คุณฮันคยองมีภรรยาแล้วเหรอเนี้ย  เสียดายจัง”



“มีสามีแล้วยังจะเสียดายอีกเหรอ”



“ก็เสียดายเฉยๆ   ดูสิสวยจังผู้หญิงอย่างเรายังสู้ไม่ได้เลย”



“ภรรยาคุณฮันคยองน่ารัก ”



“เพื่อนชั้นทำงานที่นิตยาสารที่พึ่งได้สัมภาษณ์คุณฮันคยองกับภรรยา

บอกว่าแกรักภรรยามากเลยนะ  ขนาดบินไปจัดงานแต่งที่ปารีสที่ที่ภรรยาชอบ”



“เหมาะกันจังเลยอ่ะ     ”


“แสดงว่าคุณฮันคยองต้องรักภรรยามากๆนะ  รู้ๆกันอยู่ว่าคู่ควงคุณฮันคยองมากแค่ไหน

แต่ไม่เคยมีใครที่จะเปิดตัวจริงๆจังๆแบบนี้ซักคน

แถมเปิดตัวในฐานะภรรยาซะด้วย”


“โอ๊ะ  เพชรกระแทกตา  เหมาะกันเน๊าะ”



และอีกหลายเสียงที่ดังอยู่รอบๆตัว



ทางด้านคนที่ถูกพูดถึงเพียงแค่ก้าวเข้างานก็ประหม่า  

ฮันคยองจึงกระชับวงแขนที่โอบเอวบางไว้ให้แนบตัวมากขึ้น 



“ผมอยู่นี่” 



เสียงทุ้มที่กระซิบที่ข้างหูก่อนสบตาเพื่อส่งกำลังใจอีกทางนึง 

ฮยอกแจยกยิ้มบางๆให้ฮันคยองก่อนจะหันมองกล้องที่รัวแสงเฟรชเข้าตาไม่ขาด



ฮยอกแจอยู่ในชุดสูทสีฟ้าอ่อน ดูเรียบๆ แต่โดดเด่นสะดุดตาด้วยเข็มกลัดไพลินน้ำงามขนาดเท่าไข่นกกระทาที่ติดอยู่แทนเนคไท  ทั้งไพลินเม็ดเล็กๆที่ประดับที่หูข้างซ้ายอีก 2 จุด ยิ่งขับใบหน้าขาวให้ดูดึงดูดสายตายิ่งขึ้น  จนฮันคยองแอบหวงคนข้างกายขึ้นมา  เมื่อเห็นสายตาเจ้าชู้ของชายหนุ่มในงานหลายคนที่มองภรรยาของตัวเอง  


หลังจากยืนให้นักข่าวถ่ายภาพอยู่ซักพักฮันคยองก็ประคองฮยอกแจเดินมาหาเยซองและเรียววุค


“พี่สะใภ้” 


สองคนสวยยื่น 2 มือมาจับกันและกัน พลางส่งยิ้มหวาน  

ความสวยงามสดใสยามทั้งคู่ยิ้มแย้มให้กัน  ทำให้หนุ่มๆหลายคนนึกอิจฉาฮันคยองและเยซอง 

แต่ก็คงทำได้แค่อิจฉาเพราะต่างรู้ดีว่าหากเข้าไปยุ่งกับคนของทั้งคู่ก็เท่ากับเอาตัวเองเข้าลานประหารดีๆนั่นเอง



หลังจากนั้นเรียววุคก็พาฮยอกแจเดินดูงานศิลป์ต่างๆโดยมีฮันคยองและเยซองเดินตาม

แต่ซักพักชายหนุ่มทั้งคู่ก็ถูกแขกที่มางานทักทายและชวนพูดคุย ฮยอกแจส่งยิ้มให้ฮันคยอง

แล้วกระซิบบอกว่าตัวเองอยู่กับเรียววุคได้  ฮันคยองจึงวางใจแต่ก็ให้ซองมินคอยประกบภรรยาของตัวเองไม่ห่าง

เช่นเดียวกับเรียววุคที่มีคนของเยซองคอยดูแลเช่นกัน


“ตื่นเต้นเหรอครับ” 


มือเย็นๆที่จับอยู่ทำให้เรียววุคถามฮยอกแจอย่างห่วงใย  ฮยอกแจพยักหน้านิดๆ  แต่ก็ส่งยิ้มบางให้ราวกับจะบอกว่าตัวเองไม่เป็นอะไรมาก


ฮยอกแจกวาดตามองรูปปั้น   งานไม้   และงานศิลปะต่างๆอย่างสนใจ  

ก่อนจะสะดุดกับภาพวาดขนาดใหญ่ภาพนึง ภาพวาดหอไอเฟลยามค่ำคืนที่ดูมีชีวิตราวของจริง  

ความสวยงามที่ต้องตาทำให้คนสวยไม่รู้ว่ามือที่จับเรียววุคอยู่ถูกปล่อยไปแล้ว  



.........................หมับ


“ชอบเหรอครับยอโบ”


ฮันคยองที่ผละจากกลุ่มคนก้าวมาใกล้ภรรยาที่กำลังยิ้มให้กับภาพวาดหอไอเฟล  

มือหนาข้างซ้ายยกกอดเอวคอดจากด้านหลังแล้วก้มกระซิบถามที่ข้างหูขวา



......................หงึก  หงึก  หงึก


คนสวยพยักหน้าเร็วๆเพราะเจอของที่ถูกใจ  ท่าทางน่ารักๆ ถูกแสดงออกมาอย่างลืมตัว 

ทั้งยังลืมไปว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่กันเพียงลำพัง  

และพอคิดได้ใบหน้าสวยก็ขึ้นสีก่อนเม้มปากแน่นเพื่อระงับความเขินอาย 

เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากสามีตัวโตได้ไม่น้อย


“งานจะเริ่มแล้ว   ไปกันเถอะครับ”  


ฮยอกแจพยักหน้ารับคำชวนของฮันคยอง แล้วหันหลังจากภาพวาดเพื่อไปนั่งประจำที่โซนวีไอพี  



...........................??



/  อารึม  /

อารึมยืนจ้องฮยอกแจตาขวาง  



เยซองและเรียววุคมองหน้ากันก่อนจะมองหญิงสาวที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง


“สวัสดีครับ  ”


ฮยอกแจกล่าวทักทายอย่างสุภาพ


“สวัสดี  ไม่ยักรู้นะว่าสามีของนายคือคุณฮันคยอง

แหม่   นายนี่เก่งจริงๆนะ  พอเลิกกับฮยอนจุงปุ๊บก็ได้สามีปั๊บเลย

แถมยังเป็นคนระดับคุณฮันคยองซะด้วย  ก้าวกระโดดจริงๆเลยนะ” 


ฮยอกแจมองหน้าหญิงสาวด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก  แอบหวั่นว่าฮันคยองจะเข้าใจผิด   

แต่ที่วิตกที่สุดคือกลัวตัวเองจะอดทนไม่ไหวแล้วทำอะไรให้ฮันคยองต้องเสียหน้า

แต่คิ้วบางก็ต้องขมวดนิดๆเมื่ออารึมพูดด้วยท่าทางสนิทสนมกับคนข้างๆตัวเอง


“ฮันคยองคะคุณจะไม่แนะนำอารึมกับภรรยาคุณหน่อยเหรอคะ”


ฮันคยองมองอารึมด้วยแววตานิ่ง   ก่อนจะหันไปยิ้มให้ฮยอกแจที่กำลังมองหน้าฮันคยองด้วยแววตามีคำถาม


“คุณจองอารึมบริษัทรับจัดงานน่ะยอโบ

แต่ดูท่าคุณจะรู้จักกันแล้วหนิ”


ท่าทางที่ฮันคยองแสดงเหมือนไม่รู้จัก  ทำให้อารึมหน้าชามองด้วยแววตาขุ่นเคือง

แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้พูดอะไรต่อ


“ผมว่าเราเข้าไปในงานกันดีกว่าครับพี่     พี่สะใภ้” 


เยซองกล่าวแทรก ฮันคยองพยักหน้าแล้วประคองหลังฮยอกแจให้เดินไปในงาน 

โดยไม่สนใจว่าอารึมที่ยืนนิ่งมองด้วยแววตาไม่สบอารมณ์นัก


และอ้อมแขนแกร่งยิ่งกระชับขึ้นเมื่อเดินผ่าน

ฮยอนจุงที่ยืนมองฮยอกแจด้วยแววตาอาลัยปนอิจฉา


ซึ่งฮยอกแจก็เพียงแค่มองผ่านเหมือนแฟนเก่าอย่างเค้าไม่มีตัวตน


การประมูลเริ่มขึ้น  ฮันคยองก็คอยอธิบายขั้นตอนการประมูลให้ฮยอกแจฟัง

ฮยอกแจก็ฟังอย่างสนใจเพราะถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่พึ่งได้เรียนรู้


เรียววุคให้เยซองประมูลรูปปั้นหน้าตาแปลกประหลาดให้


ฮยอกแจลอบมองความน่ารักของเรียววุคท่าทางอ้อนๆที่เรียววุคใช้แบบไม่แคร์ใคร

ทำให้ฮยอกแจเผลอคิดว่าถ้าตัวเองทำแบบนั้นบ้างจะเป็นยังไง

ก่อนใบหน้าสวยจะส่ายน้อยๆเพื่อปัดสิ่งทิ่คิดให้ออกไปจากสมอง



ก่อนสายตาจะสนใจที่ภาพวาดหอไอเฟลที่ตัวเองถูกใจ 


“ภาพหอไอเฟลแห่งความทรงจำจากศิลปินชื่อดัง

เริ่มเคาะที่ หนึ่งล้านวอน”


จากนั้นราคาของภาพก็สูงขึ้นไปเรื่อยๆ  จาก หนึ่ง เป็นสอง เป็นสาม เป็น ห้า  เป็น สิบล้านวอน

ฮยอกแจลอบถอนหายใจเบาๆ เพราะรู้สึกว่าต่อให้อยากได้ก็คงไม่กล้าจ่ายในราคาสูงขนาดนั้น

แต่ฮยอกแจคงลืมไปอย่างนึงว่าตอนนี้ตัวเองมีสามีแล้ว    และเป็นสามีที่รวยมากเสียด้วย


“38 ล้านวอน” 


เสียงดังข้างตัวทำให้ฮยอกแจหันมองด้วยแววตาเบิกกว้าง

ฮันคยองยิ้มให้ภรรยาที่กำลังจ้องมองตัวเองอยู่


“38 ล้านครั้งที่ 1  ”

“38 ล้านครั้งที่ 2”

“38 ล้านครั้งที่ 3”


.................................ต๊อก  ๆๆ


“ขายที่ 38 ล้านวอน  ยินดีด้วยครับ”


สิ้นเสียงประกาศเสียงปรบมือก็ดังให้เช่นกับทุกคนที่ประมูลได้ 

ฮันคยองลุกขึ้นยืนแล้วโค้งน้อยๆเพื่อขอบคุณก่อนจะเดินขึ้นไปบนเวลา


“ยินดีด้วยนะครับคุณฮันคยอง 

เป็นที่รู้กันดีนะครับว่าทุกครั้งที่คุณประมูลงานได้ก็มักจะมอบให้กับหอศิลป์ไม่ก็สถานศึกษา

ไม่ทราบว่าจะยกภาพนี้ให้ที่ไหนรึเปล่าครับ”


ฮันคยองอมยิ้มกับคำถามก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ


“ภาพนี้ผมคงจะยกให้ใครไม่ได้นะครับ  เพราะเป็นภาพที่ภรรยาผมชอบ

ผมอยากจะให้เป็นของขวัญครบรอบการแต่งงาน 1 เดือนของเรา”


“!!”

/   ครบ 1 เดือนเหรอ?  /


“น่ารักจริงๆนะครับ  ยังไงก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ”


เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งฮันคยองโค้งรับน้อยๆแล้วลงมาจากเวที

ฮยอกแจที่อยู่ด้านล่างยกข้อนิ้วชี้แตะปลายจมูกตัวเองเพื่อบังปากสวยที่กำลังกลั้นยิ้มอยู่


“พี่ฮันน่ารักจัง”     เรียววุคหันมาพูดเสียงชัดใส่หูฮยอกแจที่ได้แต่พยักหน้าเออออไปด้วย



ฮันคยองกลับมานั่งที่เดิมแขนแกร่งยกโอบเอวฮยอกแจไว้หลวมๆ  แล้วขยับหน้ามาใกล้ฮยอกแจ



“ของขวัญของผมหล่ะ”


...................หือ?


“ของขวัญ?”


 ฮยอกแจหันไปสบตาสามีแล้วทวนคำเบาๆ


“ก็ผมให้ภาพวาดกับคุณ  แล้วคุณหล่ะ”



“ใครเค้าจะรู้ว่าคุณจะนับเดือนด้วยเล่า

เค้ามีแต่นับปี  ผมจะไปเตรียมได้ยังไงหล่ะ” 



ฮยอกแจพูดน้ำเสียงปนรู้สึกผิดนิดๆ

แม้จะก็คิดว่าตัวเองไม่ได้ผิดแต่แววตาคู่สวยก็หงอยลงอย่างเห็นได้ชัด

ท่าทางน่ารักแบบไม่ตั้งใจทำให้คนมองพอใจอย่างยิ่ง


“ไม่เห็นต้องเตรียมเลย แค่”  


ฮันคยองยกนิ้วชี้แตะที่แก้มตัวเอง   ฮยอกแจส่ายหน้าทันที


“บ้าเหรอคุณคนเยอะแยะ”


มือน้อยๆตีที่ต้นขาของฮันคยองใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ 

ปากหนายกยิ้มแล้วขยับมากระซิบใกล้กว่าเดิม


“งั้นไว้กลับบ้านก่อนก็ได้”  ฟูวว์


ลมที่เป่าเข้าหูทำให้ฮยอกแจต้องเอนตัวหนีแต่ก็ถูกฮันคยองกระชับอ้อมแขนให้ร่างบางขยับไปไหนไม่ได้

ฮยอกแจค้อนควับแล้วนึกว่าคนข้างกายในใจอย่างเขินๆ


/  คนบ้า     /

ทุกท่าทางที่แสดงต่อกันถูกจ้องมองด้วยแววตาอาฆาตของอารึมที่อยู่ข้างเวทีในฐานะบริษัทที่รับผิดชอบจัดงาน ข้างๆกายก็มีผู้เป็นแม่ที่ดูจะเสียดายไม่น้อยที่ฮันคยองมีภรรยาเป็นตัวเป็นตนแล้วทั้งๆที่อุตส่าห์ฝันหวานมาหลายวันตอนที่ลูกสาวบอกว่าฮันคยองมีท่าทางจะสนใจตัวเอง


เมื่อการประมูลดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายเยซองก็มองสบตากับพี่ชายราวจะบอกว่าใกล้ถึงเวลาบางอย่างแล้ว  

ก่อนฮันคยองจะมองภรรยาตัวเล็กที่ดูออกว่ากำลังกลั้นหาว   ความตื่นเต้นที่เจอสิ่งแปลกใหม่หมดลงแล้ว

และฮยอกแจรู้แล้วว่าไม่ได้ชอบงานแบบนี้ซักเท่าไหร่ 

คนสวยที่ง่วงนอนต้องแอบหาวเนียนๆหลายครั้งจนดวงตามีน้ำตาคลอ

ตอนนี้ภรรยาคนสวยกำลังเหมือนเด็กน้อยที่อยากจะนอนเต็มที

ฮันคยองก็อยากจะพากลับเร็วๆหากแต่ต้องรอผ่านโชว์พิเศษไปเสียก่อน



................................พรึบ

!!!!!!!!!

จู่ๆไฟบนเวทีก็ดับลงพร้อมกับจอโปรเจคเตอร์จอยักษ์ที่เลื่อนลงมา   

เสียงสนทนาถามว่าเกิดอะไรขึ้นก็ดังระงมบ้างก็ว่าอาจจะมีของชิ้นพิเศษ  บ้างก็ว่าอาจจะมีการแสดงปิดท้าย

ฮันคยองกระชับอ้อมแขนแล้วขยับตัวแนบชิดฮยอกแจมากกว่าเดิม   

ฮยอกแจหันไปสบตาก็เจอเพียงรอยยิ้มลางๆในแสงสลัว


....................... ผ่าง

“คิกๆๆ      สนุกจังเลย     มาเต้นด้วยกันสิคะ”


ภาพบนเจอปรากฏร่างหญิงสาวกำลังขยับกายโยกย้ายส่ายไปมาบนเตียงนอนหลังใหญ่

ที่เดาไม่ยากว่าคงเป็นโรงแรม จากนั้นหญิงสาวก็เริ่มถอดชุดเดรสของตัวเองออกโยนใส่ชายหนุ่ม 3 คน

ที่ขยับขึ้นไปบนเตียง ก่อนที่ผู้หญิงคนเดียวกันนั้นจะนั่งคร่อมทับผู้ชายคนนึงแล้วเริ่มบทรักอันร้อนแรง


“อารึม!!!!”  


เสียงอารันร้องเรียกลูกสาวเมื่อตั้งสติได้  

ส่วนอารึมนั้นก็กำลังตกใจ  ไม่ใช่ว่าตัวเองมีคลิปหลุดหากเป็นเพราะ 


“ไม่ใช่คุณฮันคยอง” 


คำแรกที่หญิงสาวพูดออกมา  เธอจะไม่รู้สึกอะไรเลยหากภาพที่ปรากฏเป็นภาพของเธอกับฮันคยองอย่างที่เธอเข้าใจมาตลอดหลายวัน  


“อื้อ         เร็วๆ สิ         ทำอารึมแรงๆ        อ๊า     แรงอีก”


ภาพตัดฉับมาที่จุดไคล์แมกที่อารึมกำลังเสพสังวาสกับชาย 3 คนด้วยใบหน้าเปี่ยมสุขทั้งยังเรียกร้อง

จนไม่เหลือคราบนักธุรกิจสาวของบริษัทจัดการประมูลชื่อดังที่สืบต่อมากจากบิดาที่เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว



ฮยอกแจเบือนหน้าหนีมาทางฮันคยองเป็นโอกาสให้มือใหญ่กดหัวฮยอกแจให้แนบลงที่แผ่นอกของตัวเอง


ฮันคยองไม่ได้สนใจภาพบนจอ เค้ากำลังใช้แววตาเย็นชาที่แฝงไปด้วยอำนาจจ้องมองหญิงสาวที่กำลังมองมาที่เค้า

การที่ฮันคยองจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองนั้น

เพราะต้องการให้อารึมรู้ว่าสามีของฮยอกแจที่เธออยากรู้จักนักหนานั้นเป็นใคร  

เค้าทำทุกอย่างเพื่อแสดงอำนาจและความยิ่งใหญ่ที่ตัวเองมีให้หญิงสาวรับรู้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

อำนาจและความยิ่งใหญ่ที่ทำให้อารึมตาลุกวาวและอยากจะครอบครอง 


แต่ฮยอกแจคือคนที่ได้รับทุกอย่างที่อารึมต้องการ   


และทำให้หญิงสาวรู้ว่าเค้านี่แหล่ะที่เป็นคนบงการทุกอย่าง  

เค้าหวังว่าอารึมจะไม่โง่จนไม่เข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น    

เพราะฮันคยองต้องการให้รู้ว่าอย่าได้บังอาจมาดูถูกภรรยาของเค้า


"หึ"


รอยยิ้มสะใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก   ก่อนฮันคยองจะกลับมาสนใจคนที่อยู่แนบอกตัวเอง


“กลับบ้านกันนะ” 

เสียงทุ้มถามแทรกเสียงที่กำลังดังจากจอภาพ  ฮยอกแจพยักหน้าหงึกๆที่อกแกร่ง  


ฮันคยองจึงบอกกับน้องชายว่ากำลังจะกลับ ก่อนจะพยุงร่างภรรยาคนสวยที่ดูจะไม่ชอบสิ่งที่เห็นตอนนี้นัก

เยซองจึงสะกิดคนข้างกายให้ลุกตาม ทำให้เรียววุคที่กำลังสะใจกับการดูภาพตรงหน้าสลับกับหน้าหญิงสาว

ที่เหมือนจะได้สติแล้วกรีดร้องให้ปิดภาพดังกล่าว  แต่ดูเหมือนจะไร้ผลเพราะห้องควบคุมอยู่ชั้นบน 

และกว่าจะมีใครมีสติมากพอจะไปจัดการกับมันได้ หนังเรท20+ ก็คงจะเล่นจบไปหลายรอบแล้ว


หลังจากหันหลังออกมาจากงาน ฮยอกแจก็ผละจากอกสามี  

ใบหน้าส่ายไปมาเบาๆ ไม่ได้รู้สึกสงสารแต่ก็ไม่ถึงขนาดสะใจ



............................กึก

ขาเรียวหยุดชะงักเมื่อมองเห็นสีหน้าเจ็บปวดของฮยอนจุงที่ยืนอยู่นอกงาน

ใบหน้าสวยที่เดาอารมณ์ไม่ออกทำให้หัวใจของสามีหล่นวูบ

ฮยอนจุงแทบล้มทั้งยืน 

ความรู้สึกเจ็บปวดตอนที่ถูกอารึมบอกเลิกกับความรู้สึกที่เห็นอารึมมีอะไรกับคนอื่นคาตา

มันบอกไม่ถูกเลยว่าแบบไหนที่เจ็บกว่ากัน  


และยิ่งเจ็บปวดเมื่อเห็นฮันคยองประคองฮยอกแจเดินเข้ามาใกล้

คนสวยที่เคยบอกรักเค้าทุกวันๆ  รอยยิ้มที่ส่งให้เค้าตลอดเวลาที่เค้าต้องการ 

คนน่ารักที่มักเข้าครัวทำนู่นนี่ให้เค้ากินแม้ตัวเองจะเหนื่อยกับงานที่ร้านมากแค่ไหนก็ตาม  

คนที่อาจจะไม่ใช่คนตามใจเค้าทุกอย่างแต่ก็ไม่เคยทำให้เค้ารู้สึกเสียหน้าหรือดูถูกเค้าแม้แต่ด้วยสายตา


“ความรู้สึกของนายตอนนั้น  เป็นแบบนี้สินะ” 


ฮยอนจุงถามคนที่ยืนอยู่ห่างกันเพียงแค่ไม่กี่ก้าวแต่กลับรู้สึกว่าห่างไกลเหลือเกิน  


คนที่ตอนนี้ข้างกายมีใครอีกคนที่กำลังมองด้วยแววตาที่บอกอย่างชัดเจนว่าฮยอกแจเป็นของเค้า

อ้อมแขนที่กอดฮยอกแจอยู่กระชับแน่นขึ้น

ราวกับกำลังวิงวอนว่าอย่าหวั่นไหวกับความเจ็บปวดของคนรักเก่าได้มั้ย   

ยิ่งฮยอกแจไม่ละสายตาจากฮยอนจุงมามองตัวเองเลยแม้แต่น้อยก็ยิ่งทำให้ฮันคยองรู้สึกเจ็บ

เหล่าคนสนิทก็ต่างเอาใจช่วยลุ้นให้นายหญิงอย่าได้ใจอ่อนกลับไปหาคนรักเก่า


แต่คงไม่มีใครรู้ว่าที่ฮยอกแจหยุดมองฮยอนจุงนั้นเพราะคนสวยกำลังแปลกใจกับตัวเอง

ว่าทำไมความเจ็บปวดที่ฉายชัดบนใบหน้าของคนที่ตัวเองเคยรักนักหนา

ถึงได้ดูไร้ความหมายในความรู้สึกของตัวเองนักหากเทียบกับความกังวลเวลาที่ฮันคยองหวงตัวเอง



/ ทำไมเราถึงแคร์ฮันคยองมากกว่าคนที่คบกันมาตั้งหลายปีอย่างฮยอนจุง/



“ฮันคยองครับ”  


ฮยอกแจหันมาเรียกเสียงแผ่ว  ใบหน้ากำลังคิดอะไรบางอย่าง


“ว่าไงครับยอโบ”  เสียงทุ้มเอ่ยเรียกแสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่ 


“ขอผมคุยกับเค้าซักครู่ได้มั้ย” 


คำขอร้องที่ฮันคยองไม่อยากจะอนุญาต 

แต่สีหน้าจริงจังและแววตาที่ดูวอนขอก็ทำให้คนที่เหมือนพื้นที่ยืนอยู่กำลังเอียง  

เพียงพยักหน้าน้อยๆแล้วปล่อยแขนที่โอบฮยอกแจ 

ฮยอกแจหันไปทางฮยอนจุงก่อนขาเรียวจะก้าวเข้าใกล้อย่างไม่มีลังเล


ซองมินลุ้นถึงขนาดเผลอจับแขนเสื้อคยูฮยอนไว้แน่น


“ฮยอนจุง” 

เสียงเรียกชื่ออย่างที่เคยใช้ตอนคบกันทำให้หัวใจฮยอนจุงแอบคาดหวังว่ามันจะเป็นเหมือนทุกครั้ง

ในเวลาที่เค้ามีเรื่องไม่สบายใจ    แล้วคำพูดต่อมาทำให้หัวใจที่เจ็บปวดได้รับการเยียวยา



“หลับตาลงสิ”   


น้ำเสียงนิ่งๆ  แต่ไม่ได้ดุหรือห่างเหิน  น้ำเสียงที่คนที่อยู่ด้านหลังก็ได้ยินอย่างชัดเจน

ฮันคยองกำมือแน่น  และยิ่งแน่นจนสั่นกับสิ่งที่เห็นต่อมา

ฮยอนจุงมียิ้มบางๆก่อนหลับตาลงช้า

มือเรียวเอื้อมไปแตะที่แก้มของคนรักเก่า  ฮยอกแจจะทำแบบนี้เสมอในเวลาที่ฮยอนจุงเป็นทุกข์


......!!!


แต่ก่อนที่มือของฮยอนจุงจะยกทาบทับมือของฮยอกแจ

มือเรียวก็ดึงกลับอย่างรวดเร็ว  ฮยอกแจยกมือข้างนั้นของตัวเองมามอง

ก่อนจะมองหน้าฮยอนจุงที่มองตัวเองด้วยแววตาอ้อนวอน


“ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วฮยอนจุง” 


น้ำเสียงหวานกล่าวเรียบๆแต่ฮยอนจุงก็รับรู้ได้ว่ามันหมายความว่ายังไง


“มันหมดไปแล้วจริงๆสินะความรักที่นายเคยมีให้กับชั้น    

อืม   ชั้นเข้าใจ    

ขอโทษสำหรับทุกอย่าง”


ฮยอนจุงโค้งให้ฮยอกแจ  ซึ่งอีกฝ่ายก็โค้งตอบ  

ก่อนจะหันกลับมาหาฮันคยองที่กำลังไม่เข้าใจถึงสิ่งที่ 2 คนพูดคุยกันนัก  

แต่แววตาที่หมดหวังของฮยอนจุงก็พอให้หัวใจที่เจ็บปวดรู้สึกดีขึ้น


“กลับบ้านเถอะครับ” 


ฮยอกแจบอกกับคนที่มองด้วยแววตาเศร้าๆ   ก่อนมือเรียวจะเอื้อมไปฉุดมือหนาให้เดินตาม  

ฮันคยองที่มักเป็นคนแตะต้องตัวภรรยาก่อนอดดีใจไม่ได้แม้จะรู้สึกกังวลอยู่ก็ตาม






+++++++++++++++++++++++

คฤหาสน์ ตระกูล หาน

ฮยอกแจนอนห่มผ้าอยู่บนเตียง  ส่วนฮันคยองก็ยังอยู่ในห้องน้ำ 

คนบนเตียงกำลังตั้งสติกับอะไรบางอย่าง

คนในห้องน้ำก็กำลังควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้หงุดหงิดใส่ฮยอกแจ


คำถามเกิดขึ้นในหัวของฮันคยอง แต่ไม่รู้จะถ่ายทอดออกมายังไงให้อีกคนไม่รู้สึกอึดอัด

กลัวถ้าถามไปแล้วฮยอกแจอาจจะบอกว่าอยากกลับไปหาฮยอนจุงแล้วฮันคยองจะทำยังไง

ให้กลับไปคงไม่มีทางยอม แต่จะยื้อไว้ด้วยสถานะที่มีตอนนี้ก็กลัวว่าจะทำให้อีกคนเกลียด

มือหนากุมขมับตัวเองด้วยความเครียดที่กำลังเล่นงาน


“เอาวะ”  



ฮันคยองบอกกับตัวเองอย่างหนักแน่นยามที่ตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

ร่างสูงก้าวมายังห้องนอน ทำเอาฮยอกแจที่ห่มผ้าจนปิดมิดคอสะดุ้งแล้วหันมองอย่างตกใจ

ท่าทางหวั่นๆของคนตัวเล็กทำให้คนใจกล้ากับทุกอย่างหัวใจฝ่อขึ้นมาทันที



ฮันคยองเดินไปปลายเตียง   มองคนที่กำลังทำเหมือนหลบสายตาตัวเองอยู่

ลมหายใจของคนตัวโตพ่นแรงๆออกทางจมูก  ก่อนฮันคยองจะหันหลังแล้วนั่งที่ปลายเตียง

ทำเอาคนด้านหลังขมวดคิ้วเล็กๆ  



“ฮันคยอง ”


“อย่าพึ่งพูดอะไรตอนนี้ฮยอกแจ   ช่วยฟังผมก่อน

ขอผมพูดก่อน

 ได้โปรด”


น้ำเสียงทุ้มกล่าวอย่างหวั่นๆ   แต่เพราะไม่หันหน้าไปมองทำให้คนที่อยู่ด้านหลังเดาทางอารมณ์สามีตัวเองไม่ถูก  

ฮยอกแจจึงเงียบรอฟังสิ่งที่ฮันคยองจะพูด 


“จำที่คุณเคยถามผมได้มั้ย ว่าผมแต่งงานกับคุณทำไม

คำตอบยังเป็นเหมือนเดิมฮยอกแจ

เพราะคุณทำให้ผมรู้สึกห่วง

รู้สึกสงสัย รู้สึกอยากเรียนรู้ และรู้สึกอยากดูแลปกป้อง  

แต่มีอีกอย่างที่สำคัญที่สุด”  


ฮันคยองเว้นระยะห่างเพื่อรวบรวมความกล้า


/    ถึงจะต้องเจ็บก็ขอให้ได้บอก  /



“ผมรักคุณฮยอกแจ   หานฮันคยองคนนี้รักคุณ

และยิ่งรักมากขึ้นเรื่อยๆ” 


คำสารภาพของคนที่ไม่เคยคิดว่าจะรักใครได้  มือหนาประสานกันแน่น 

ดวงตาคู่คมอ่อนโยนในขณะเดียวกันก็อ่อนไหวเหลือเกิน  สติหลุดกระเจิงกับความกลัวที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ


จนไม่รู้ว่าเตียงที่ตัวเองนั่งอยู่กำลังขยับ



…………………………………..หมับ

???


มือเรียวสัมผัสผ่านอกแกร่งเพื่อโอบกอดคนตัวโตจากด้านหลัง ใบหน้าสวยวางเกยที่ไหล่หนา

ฮยอกแจคุกเข่าแล้วยืดตัวขึ้นเพื่อให้ได้ระดับความสูงที่พอดี


“คุณเคยบอกรักใครรึเปล่าฮันคยอง”



“ไม่เคย”  


น้ำเสียงทุ้มเรียบ มือหนายกทาบมือเรียวที่กอดตัวเองไว้



“มิน่าหล่ะ  บอกรักผมแต่หันหลังให้กันซะงั้น” 


ฮยอกแจยกคางที่เกยออกแล้วพูดเสียงประชดเล็กๆ 



“งั้น   !!!”   /ผมจะบอกใหม่โดยการมองหน้าคุณไปด้วย/


....................................จุ๊บ

ยังไม่ทันที่ฮันคยองจะพูดตามที่คิด

ใบหน้าคมที่หันมาด้านข้างก็ถูกใบหน้าหวานเอียงรอแล้วประทับริมฝีปากบางลงทันที 

หัวใจดวงโตกระตุกรัวด้วยความตื่นเต้นดีใจ  แม้จูบที่ได้รับจะดูไม่เก่งกาจแต่ก็เป็นสัมผัสที่ฮยอกแจมอบให้  


ฮยอกแจเม้มริมฝีปากหนาของฮันคยองเบาๆ ก่อนทำแบบเดียวกันกับริมฝีปากล่าง 

ลิ้นเล็กแตะเล็มปากหนาด้านนอกแผ่วเบา   จึงผละออก 

ใบหน้าสวยสีเลือดฝาดที่ปิดยังไงก็ไม่มิด พยายามกลั้นใจมองหน้าคนที่ทำให้รู้สึกเขิน



“ผมจะไม่มีวันจากคุณไปไหนฮันคยอง   ตราบใดที่คุณมีแค่ผม  ผมก็จะมีแค่คุณ  

ตลอดไป”


พูดจบปากบางก็ขยับเข้าหาอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้ฮันคยองเป็นฝ่ายเร่งจังหวะเข้าหาก่อน

สำหรับเค้าเพียงคำพูดประโยคนี้ของฮยอกแจก็เพียงพอจะพัดพาความเจ็บปวด

และความกังวลที่เจอมาเมื่อครู่ให้หายไปจนไม่เหลือร่องรอย



/ แค่นี้ก็พอฮยอกแจ  /


ร่างสูงขยับข้างขึ้นเตียงโดยที่ขาข้างนึงยังอยู่ที่พื้น ส่วนอีกข้างก็ขัดสมาธิอยู่บนเตียง

สองแขนเรียวขยับโอบรอบคอสามียามที่มือใหญ่กดหัวทุยให้รับรสจูบที่หนักหน่วงขึ้น

จูบที่ทั้งคู่บดเบียดริมฝีปากเข้าหากันและกัน   ก่อนที่ลิ้นสากจะเข้าไปสู้รบกับลิ้นเล็กในโพรงปากหวาน



“อื้อ” 



เสียงท้วงในลำคอเมื่อคนตัวเล็กเริ่มหายใจไม่ทัน   ฮันคยองยังคงดูดดื่มกับรสจูบ

น้ำหวานที่แลกเปลี่ยนยิ่งหวานจนยากตัดใจลิ้นหนาตวัดไปทั่วปากหวานก่อนจะผละออกเพื่อให้อีกฝ่ายได้หายใจ                  เสียงหอบน้อยๆ ของฮยอกแจที่มีใบหน้าแดงก่ำเรียกความต้องการของฮันคยองได้เป็นอย่างดี



“หือ?”  


คิ้วหนาขมวดน้อยๆ เมื่อสายตาคมกวาดสำรวจร่างบางเพราะเสื้อที่อีกคนใส่มันดูคุ้นตา 

คุ้นตาว่าไม่ใช่ของฮยอกแจ 


“ผมอยากลองใส่ดู” 


คำตอบของคนที่เอาเสื้อเชิ้ตสามีตัวเองมาใส่  

แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าตัวเองทำให้จากเสื้อเชิ้ตก็กลายเป็นชุดนอนที่คลุมปิดเลยสะโพกมาเพียงนิดหน่อยเท่านั้น                  ฮยอกแจก้มหน้านิดๆ ทั้งเขินทั้งกลัวจะถูกหาว่าประหลาด  เรียกความเอ็นดูจากฮันคยองได้อีกเท่าตัว


“ผมชอบนะ” 


เสียงทุ้มที่กระซิบพร่าเรียกเลือดไปเลี้ยงที่หน้าฮยอกแจอีกหลายลิตร  

ใบหน้าสวยถูกเชยให้อยู่ระดับสายตาของฮันคยอง  ก่อนคนตัวสูงจะกดจมูกโด่งที่แก้มเนียนข้างขวาสูดหอมแรงๆ                  แล้วขยับสูดดมที่ซอกคอราวเป็นสิ่งเสพติดที่ไม่อาจหยุดได้       

มือไม้ขยับลูบไล้ไปทั่วตัวช่วงบนก่อนจะเลื่อนลงไปที่เรียวขาเนียนที่โผล่พ้นชายเสื้อ 

ลูบผ่านและคลึงบีบเบาๆเรียกความสะท้านให้คนถูกกระทำ ก่อนจะเลื่อนมือหนาขึ้นช้าๆสอดเข้าชายเสื้อ



.................................กึก

“ยอโบ!!” 



เสียงอุทานอย่างตกใจของคนที่เผลอมือสั่นเพราะภายใต้ชายเสื้อนั้นฮยอกแจไม่ได้สวมอะไรไว้เลย


“ก็

กางเกงคุณมีแต่ตัวใหญ่ๆนี่นา

ผมใส่ไม่ได้เลยซักตัว”


ร่างบางคลายวงแขนที่กอดลำคอฮันคยองแล้วผละออกช้าๆ 

ก่อนจะเดินเข่าถอยไปนั่งทับส้นตัวเองอยู่กลางเตียง ใบหน้าสวยก้มต่ำอย่างเขินอาย


“กะจะทำให้ผมคลั่งตายใช่มั้ยยอโบยา” 


ฮันคยองคลานเข้าหาช้าๆ  ปลายนิ้วเชยคางภรรยาที่วันนี้ดูจะยั่วกันเป็นพิเศษ  

แค่คิดว่าใต้ชายเสื้อนั้นเป็นอะไร แก่นกายใต้กางเกงนอนสีเข้มก็ตื่นตัวแล้ว



“ป่ะ  เปล่า ซักหน่อย”  คำพูดของคนที่แสร้งตวัดค้อนกลบเกลื่อนความเขินอายที่ถูกจับได้



/ก็แค่อยากจะดูเซกซี่หน่อยๆแค่นั้นเอง  /

“ปากแข็งแบบนี้ต้องโดนลงโทษ”  ว่าจบคนตัวโตก็กระโจนเข้าใส่ภรรยาคนสวยทันที


จนร่างบางสะท้านสั่นกับจูบรุนแรงที่ได้รับ



“อื้อ ~~~~~             อื้อ ~~~~~    ”  



ฮยอกแจยื้ดตัวขึ้นโอบคอคนตัวสูงอีกครั้ง มือเรียวแทรกไปที่กลุ่มผมแล้วขยำขยุ้ม  

สองปากบดเบียดแลกเปลี่ยนน้ำหวานกันอย่างไม่ยอมแพ้  

ฮยอกแจไม่ได้จูบเก่งเพียงแต่ไม่ว่าฮันคยองจะขยับลิ้นร้อนไปทางไหนลิ้นเล็กก็จะตามไปตวัดเกี่ยวตอบทันที



“ยอโบยา” 


เสียงเรียกเมื่อฮันคยองผละจูบออก ก่อนซุกใบหน้าไปยังซอกคอขาว

ขณะที่มือก็จัดการกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มของตัวเองที่อยู่บนตัวฮยอกแจจนหลุดออกทุกเม็ด   

มือหนาแหวกซาบเสื้อออกแล้วลากลิ้นผ่านร่องอก จนร่างบางสั่นผวา   



“อื้ม    ฮันคยอง      ”  



หลังจากเสื้อตัวใหญ่ถูกถอดออก ฮยอกแจก็ถูกประคองให้นอนลง  

แล้วตามด้วยร่างสูงที่นอนตะแคงข้างเข้าหากัน ลิ้นร้อนตวัดเลียที่เม็ดทับทิมข้างซ้าย 

ส่วนข้างขวาก็ถูกปั่นป่วนด้วยฝามือและปลายนิ้วหนา  ที่ทั้งบด  ทั้งนวด  เคล้นคลึง  และ ขยี้  จนชูชันขึ้น



“อื้อ~~~~~        อ๊ะ      อย่ากัด           อื้อ~~~~~   มันเสียว  อื๊อ”  


แรงขบกัดเบาๆที่เม็ดทับทัมทำฮยอกแจส่งเสียงหวานดังขึ้น  

เด้งแผ่นอกรับเหมือนถูกใจทั้งที่ปากร้องบอกว่าอย่า  

มือเรียวกำไหล่อีกคนไว้แน่นทั้งจิกเล็บลงเนื้อเพื่อระบายความเสียวกระสัน



“ฮัน    อื้อ คยอง       อื้อ~~~~~         อื้ม~~~~~”


มือข้างขวาของฮันคยองลูบจากเม็ดทับทิมกดวนที่หน้าท้องแบบราบ

แล้วกดลากมาที่แก่นกายน้อยของฮยอกแจออกแรงชัดรูดเนิบๆให้คนสวยเตรียมตัว  

มือเรียวออกแรงจิกเล็บตามความเสียวสะท้านที่มากขึ้น  



“อ๊ะ                 ฮันคยอง                อื้อ            ผมเสียว        อื้อ~~~~~

โอ้ว~~~~~                  อื้อ                       อึ๊          อึ๊             อ๊า~~~~~~~~~~”


จังหวะนำทางสู่สวรรค์ที่เร่งขึ้นจนร่างบางส่งเสียงหวิวดังขึ้น  กระชับอ้อมแขนกอดร่างหนาแน่น

เสียงครวญครางข้างหูทำให้ความอดทนของอีกคนขาดสะบั้น   มือหนาชัดรูดเร่งเร้าจน

น้ำขาวขุ่นทะลักออกมามากมายหลังจากที่ร่างบางกระตุกแรงหลายที 


ฮยอกแจคลายอ้อมแขนแล้วนอนแผ่หอบอย่างหมดแรง  

ดวงตาคูสวยก็ปรือมองใบหน้าคม  ปากที่เผยอหายใจยิ้มบางให้คนที่โน้มตัวกดจูบที่หน้าผากของตัวเองเบาๆ


ฮันคยองจัดการกับกางเกงของตัวเองให้พ้นทางจับตัวร่างบางให้ตะแคงเข้าหาตัวเองอีกครั้ง

แล้วยกขาข้างซ้ายของฮยอกแจให้พาดเกี่ยวที่เอวตัวเองไว้

ปากก็บดจูบกันอยู่ไม่หยุด   

ฝามือข้างซ้ายประคองหลังฮยอกแจให้ตะแคงหาตัวเองได้ถนัดขึ้น 

ส่วนอีกข้างก็กำลังบีบเฟ้นที่ก้นนุ่มนิ่มของฮยอกแจ 

ก่อนใช้ปลายนิ้ชี้กรีดไปตามร่องรักเรียกแรงสะดุ้งให้ร่างบางที่ผวากอดแน่นทันที




“อื้อ!    อื้อ”   

เสียงครางท้วงจากคนที่ปากถูกจูบอยู่เมื่อนิ้วชี้ข้างขวาที่วนเวียนอยู่ปากทางเข้า

ค่อยๆขยับแทรกเข้าไปในช่องสวาทด้วยความช่วยเหลือจากน้ำรักทีไหลเปรอะมือ




“ผมรักคุณนะยอโบยาของผม     ”.................จุ๊บ



“อ๊ะ!!                อื้ม~~~~~        อื้อ~~~~~”




ฮันคยองผละจากปากสวยแล้วกดจูบที่หน้าผากนวลเบาๆหลังจากบอกคำรักต่อฮยอกแจ

ขณะที่ส่งนิ้วเข้าไปเบิกทางเพิ่มเป็น 3 นิ้ว   แล้วขยับเข้าออกช้าๆ    ร่างบางที่ยังไม่ชินกระตุกรับแรงๆ

ก่อนจะผ่อนลมหายใจเพื่อคลายความจุกที่ได้รับ  แล้วส่งเสียงหวานหวิวให้อีกฝ่ายได้ใจ

เพิ่มจังหวะการขยับนิ้วเร็วขึ้นๆ  ปากก็เข้าครอบครองริมฝีปากหวานอีกครั้ง

ดูดดื่มน้ำหวานเหนียวที่หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง



“อึก   ยอโบยา”       


นิ้วยาวถูกแทนที่ด้วยแก่นกายใหญ่ที่เพียงเค้าไปครึ่งเดียวก็เจอกับความคับแน่นเล่นงานจนอยากจะกดเข้าไปให้สุด                หากเกรงว่าคนที่กำลังกัดฟันเล็กๆอยู่ตอนนี้จะเจ็บมาก 


“ผ่อนคลายยอโบ   อืม   ผ่อนคลาย ”


ฮันคยองพรมจูบไปทั่วใบหน้าสวย  ขยับจูบมาที่ลำคอระหง  

ไล้ลิ้นลงมาที่ต้นคอสวยแล้วสร้างรอยรักเล็กๆไว้เนินอกเนียน



......................ฟึบ


“อื๊ม~~~~~”


เมื่อแก่นกายใหญ่เข้าไปจนสุด

ฮันคยองก็ยังไม่หยุดพรมจูบแม้จะต้องใช้ความอดทนต่อความคับแน่นที่ทำให้แทบจะถึงปลายทาง    

รอจนร่างกายฮยอกแจผ่อนคลาย  เอวสอบจึงค่อยๆขยับ



“อื้อ~~~~~     ฮะ     ฮัน     อื้อ~~~~~         อื้อ~~~~~    ฮันคยอง           อื๊อ~~~~~”



เอวสอบขยับถี่ๆขึ้น      มือก็รูดรั้งแก่นกายเล็กที่ตื่นตัวขึ้นไปด้วย




“ช้า  อื้ม~~~~~   หน่อย     อื้อ~~~~~      สะ   เสียว         ” 




เสียงฮยอกแจร้องปรามเบาๆปนเสียงครางหวาน 

มือเรียวแตะที่มือหนาที่ชักรูดความกระสันให้ตัวเองให้เบาจังหวะลง       

คนสวยผ่อนลมหายใจพยายามอดทนต่อแรงกระสันของร่างกาย




“อืม     ยอโบ     ”  


เสียงครางในลำคอส่งสัญญาณดังขึ้นๆ  เมื่อร่างสูงใกล้ถึงปลายทาง

ฮยอกแจกอดอีกฝ่ายไว้แน่น




“อื้อ   ฮันคยอง”      

เสียงกระแทกที่รุนแรงขึ้นบ่งบอกว่าฮันคยองกำลังจะถึงจุดหมาย    

คนสวยเรียกเชื่ออีกคนเสียงดังเพราะตัวเองก็จวนจะอดทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน



“ฮันคยอง อื้อ~~~~~       ไม่ไหว   โอ้ว~~~~~        ผะ    อื้อ~~~~~   ผม       อื๊อ~~~~~          จะ    อื้อ~~~~~     ไม่ไหว แล้ว      อ๊า~~~~~” 


“อืม          อึ๊ก”




ฮันคยองขบกราบแน่นจนกระพุ้งแก้มขึ้นนูนเมื่อถึงปลายทางสวรรค์ตามฮยอกแจที่กระตุกเกร็งร่างไปติดๆ

น้ำรักของคนตัวเล็กทะลักเต็มฝ่ามือและหน้าท้องของทั้งคู่  

ส่วนน้ำกามอุ่นร้อนจากฮันคยองก็ฉีดพุ่งเข้าร่างกายภรรยาคนสวยจนกระตุกอีกหลายที




“แฮก       แฮก       ฮา          เฮือ       ฮา”  

เสียงหอบหายใจของฮยอกแจที่คลายกล้ามเนื้อทุกอย่าง

น้ำตาไหลลงหางตาเพราะความเสียวซ่านที่เล่นงาน




“เก่งมากเลยรู้มั้ยยอโบยา”    


ฮันคยองไม่ชมเปล่า  ยังโน้มกดจูบที่หน้าผากฮยอกแจเบาๆ แล้วไล่จูบมาที่เปลือกตาทั้งสองข้าง  

และกำลังจะกดจูบที่ปลายจมูกรั้น



“ฮะ  ฮันคยอง”  


มือเรียวยกดันรางสูงไว้  ใบหน้าแดงจัดเหย่เก๋   ทั้งยังกัดปากแน่น  แต่คนตัวสูงแกล้งไม่เข้าใจ



“ขอจูบหน่อยสิครับยอโบยา”



ฮันคยองโน้มตัวเข้าหาทำให้ส่วนที่ยังเชื่อมติดกันอยู่ขยับจนร่างกายฮยอกแจสะท้าน



“เอาออก  มัน  อื้อ” 

“จะเอาออกทำไมหล่ะครับ  เดี๋ยวก็ต้องเอาใส่เข้าไปอีกอยู่ดี”  

.......................เฮือก !!

ตาสวยเบิกกว้าง   แววตาหื่นของฮันคยองทำเอาฮยอกแจกลืนน้ำลายอึกใหญ่    




/แม่จ๋า   สงสัยที่แม่บอกมามันจะได้ผลเกินไปแล้วนะ/


ความคิดของฮยอกแจก่อนที่ร่างกายจะรับมือกับความเสียวกระสันอีกครั้ง




คราวก่อนที่ฮยอกแจกลับไปทานข้าวกับที่บ้านจิโฮที่มีประสบการณ์การใช้ชีวิตคู่มาหลายปี

นึกห่วงกลัวลูกชายจะเอาใจลูกเขยไม่ถึงใจจึงทั้งสอนทั้งสั่งทั้งขู่และดุฮยอกแจสารพัด


.......................... “ชุดนอนลายน่ารักๆของลูกน่ะเก็บเข้ากรุไปเลยนะ**หาชุดนอนเซกซี่ๆมาใส่บ้าง

ไม่ก็เสื้อพ่อลูกเขยนั่นไงผู้ชายเค้าชอบ”

.......................... “ไม่เอาอ่ะแม่**ไม่มี  ไม่ทำ   ”

............................. “พยายามอดทนให้ถึงพร้อมกันบ้าง**ถึงเค้าจะไม่พูดแต่แม่ว่าผู้ชายเค้าชอบ”

..................................**“แม่อ่ะ  ไม่พูด  ไม่ฟัง  แม่ลามกอ่ะ     จะฟ้องพ่อ”

และอีกหลายคำสั่งสอนที่ฮยอกแจจำได้แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าเอามาใช้  ที่แน่ๆก็ไม่ใช่เร็วๆนี้แน่นอน




++++++++++++++++++++


 ร้านBe Love


………..ฉาว    การประมูลใหญ่ถูกเปลี่ยนเป็นเวทีหนังติดเรทของนักจัดการประมูลสาว

ที่ยิ้มร่าเสพรักหรรษาหนุ่มกลุ่มใหญ่...........


หัวข้อข่าวที่เรียววุคและฮีชอลชวนกันอ่านเนื้อข่าวแทบจะทุกสำนัก  

แม้จะมีเนื้อหาและภาพประกอบที่คล้ายๆกัน ก็ตาม 

เสียงหัวเราะคิกคักด้วยความสะใจจนฮยอกแจต้องส่ายหน้าเบาๆ



“พอได้แล้ว   เวลางานนะพี่

เรียววุคเลิกดูซะทีพี่ไม่เห็นว่ามันสนุกตรงไหนเลยนะ”



น้ำเสียงหวานดังดุๆ จนพี่ชายและน้องสะใภ้หน้าเจื่อน แต่พอคล้อยหลังฮยอกแจ ทั้งคู่ก็ดูข่าวกันอีกรอบ



“สะใจชะมัดเลย ทีนี้นะคงไม่กล้ามาที่ร้านเราอีก”



“อย่าว่าแต่มาที่ร้านเลย  ผมว่าคงไม่กล้าออกไปไหนมาไหนเลยด้วยซ้ำ”



“อะ  แฮ้ม”



ฮยอกแจกระแอมเสียงดังทั้งยังทำตาดุ  จนฮีชอลรีบผละหนีจากเรียววุคไปประจำเคาว์เตอร์ส่วนเรียววุคก็ก้มหน้าก้มตาตักเค้กใส่ปาก   แล้วส่งยิ้มเจื่อนๆมาให้พี่สะใภ้คนสวย



ฮยอกแจไม่ได้สงสารอารึม   เพียงแต่รู้สึกว่าพี่ชายและน้องสะใภ้ของตัวเองใช้เวลาไปกับเรื่องนี้มากเกินไป



สำหรับฮยอกแจก็เพียงรู้สึกโล่งใจเพราะคิดว่าเรื่องหงุดหงิดจากจองอารึมคงจะจบลงเสียทีหรือไม่หญิงสาวก็คงไม่กล้าโผล่มากอีกนานพอดู  โดยไม่รู้เลยว่า จองอารึมไม่มีทางกล้าเข้ามายุ่งย่ามในชีวิตของภรรยาของหานฮันคยองอีกแล้ว   






----------------------------#18



ความคิดเห็น