ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แก้วตาดวงใจทำกันได้

ชื่อตอน : แก้วตาดวงใจทำกันได้

คำค้น : ตอนพิเศษ, เซ็ตจอมเผด็จการ, 3 คู่ชื่น, แก็งตัวป่วน, มนุษย์เด็ก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 338

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2560 16:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แก้วตาดวงใจทำกันได้
แบบอักษร

แวะเอาเรื่องมาให้ก่อนกันไปพลาง ๆ ก่อนค่ะ ระหว่างรอให้อีบุ๊คอนุมัติ ซึ่งก็น่าจะภายในวันสองวันนี้ล่ะ

อย่าลืมไปโหลดกันให้ทันช่วงโหลดฟรีสองอาทิตย์แรกนี้นะคะ ^_^


               ​คุณอรวรรณ เกียรติทรัพย์ไพศาล กำลังวุ่นวายกับการสั่งให้เด็กรับใช้ในบ้านปัดกวาดเช็ดถู เตรียมห้องหับเอาไว้ต้อนรับทายาทที่กำลังจะกลับมา และบางครั้งก็ไม่ทันใจจนต้องลงมือทำเองก็มี  เพราะสิ้นปีเช่นนี้เป็นปกติที่ลูกหลานจะกลับมารวมตัวกัน ให้คนแก่ได้หายคิดถึง ทั้งหลานย่าและหลานยายจะได้เจอกันพร้อมหน้าพร้อมตาปีละครั้ง ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งครอบครัวโดยแท้จริง ถึงแม้ว่าหลานย่าจะอยู่ที่บ้านนี้ก็ตาม แต่ความตื่นเต้นที่จะได้เห็นทุกคนพร้อมหน้ากัน มีหลานตัวน้อย ๆ วิ่งเล่นกันเต็มบ้านนั่นเป็นความต้องการของผู้สูงอายุอย่างแท้จริง

                “ปล่อยให้เด็กทำกันเถอะคุณ คุณไปก้ม ๆ เงย ๆ ทำเองอย่างนั้น เดี๋ยวคืนนี้ก็ได้นอนปวดเมื่อยอีกหรอก” เสียงจากคุณอัศนัย เกียรติทรัพย์ไพศาลส่งไปบอกคู่ชีวิตด้วยความเป็นห่วง เพราะอายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ชิ้นส่วนในร่างกายก็เสื่อมไปตามกาลเวลา ใช้ได้ก็ไม่ดีเหมือนกับเด็ก ๆ เสียแล้ว

            “แหม..ก็บางทีมันก็อดไม่ได้นี่คะ” คุณอรวรรณส่งเสียงบอกผู้ทักท้วง

            “แล้วนี่คุณเตรียมห้องไว้ตั้งแต่ป่านนี้ พอถึงวันที่ยัยบุ้งกลับมาจริง ๆ ฝุ่นไม่เต็มอีกแล้วรึ” คุณอัศนัยกระเซ้าเย้าแหย่ภรรยาสุดที่รัก เนื่องจากรู้ว่าภรรยาของตนเองกำลังเห่อที่จะเตรียมการต้อนรับครอบครัวของลูกสาวที่จะกลับมาจากฝรั่งเศส โดยเฉพาะหลานชายวัย 3 ขวบ

            “แหม..คุณก็ ถ้ามีฝุ่นอีกก็ทำความสะอาดอีกสิคะ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ทำตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้รู้ว่าต้องเปลี่ยนอะไร หรือว่าซื้ออะไรเพิ่มอีกหรือเปล่า นาน ๆ ยัยบุ้งจะกลับมาที ห้องปิดไว้นานไม่ได้ใช้ มันก็โทรมไปบ้างนะคะ แล้วไหนจะยังห้องเด็กอีก มารอบนี้ไม่รู้ว่า ‘การอน’ จะตัวโตแค่ไหนแล้วนะคะ จะต้องเปลี่ยนเตียงหรือยังก็ไม่รู้”

            “จะต้องเปลี่ยนอะไรกันคุณ การอนน่ะแค่สามขวบเองนะไม่ใช่สิบสาม ตัวก็คงไม่โตขึ้นมาจนถึงขนาดจะต้องเปลี่ยนเตียงกันหรอกน่า แล้วที่เราเพิ่งไปเจอมาเมื่อสองสามเดือนที่แล้ว ผมก็ยังเห็นตัวกะเปียกเดียวอยู่เลย” ผู้เป็นสามีแอบส่ายหัวให้กับความคิดของภรรยาสุดที่รัก ที่ตื่นเต้นมากมายจนลืมนึกถึงความเป็นจริงไป ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เคยเลี้ยงลูกมาแล้วถึงสองคน

            “ระวังนะคุณตื่นเต้นออกนอกหน้าขนาดนี้ ระวังหลานย่าที่อยู่บ้านนี่จะน้อยใจเอานะ” คุณอัศนัยเอ่ยเตือนคู่ชีวิตของตัวเอง ให้นึกถึง ‘แบงค์’ หลานชายที่เกิดจากอาชาและอัญญา ลูกชายคนโตและลูกสะใภ้ที่อยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนี้ด้วย

            “ฉันก็ไม่ได้ลืมเจ้าตัวแสบนะคะคุณ ตาแบงค์น่ะ ฉันก็ไปจัดห้องใหม่ให้แกด้วย หุ่นยนต์เต็มห้องเลย คอยดูเถอะ..เดี๋ยวกลับมาจากโรงเรียนจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้องน่ะสิไม่ว่า” คุณอรวรรณยิ้มกริ่มตอบสามี ด้วยความภูมิใจว่าเธอนั่นเองที่เป็นคนรู้ใจหลานชายตัวน้อยดีที่สุด

            “คุณผู้หญิงคะ โทรศัพท์ทางไกลจากคุณบุ้งค่ะ” แจ๋วสาวใช้ในบ้าน เดินถือโทรศัพท์ไร้สายเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับส่งเสียงแจ้งให้เจ้านายของเธอรู้ว่าใครกำลังรออยู่ในสาย

                “อ้าวเหรอ! เอามา..เอามา..” คุณอรวรรณยิ้มกว้างทันทีที่รู้ว่าลูกสาวคนเล็กโทรมา รีบเร่งให้แจ๋วส่งโทรศัพท์มาให้โดยเร็ว

            “ว่าไงยัยบุ้ง ตกลงจะกลับมาวันไหนแน่ นี่แม่จัดห้องรอแล้วนะเนี่ย” เป็นคำถามแรกที่ส่งไปทันทีที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกสาว

            (คริสต์มาสนี้แน่นอนค่ะคุณแม่) อารดาตอบกลับแม่ของเธอทันที ก่อนจะถามเรื่องที่เป็นวัตถุประสงค์หลักสำหรับการโทรทางไกลมาในครั้งนี้ (คุณแม่คะ..เรือนหลังเล็กสำหรับแขกยังว่างอยู่ไหมคะ หนูว่าจะชวนครอบครัวไอ้จ๋ายไปพักที่บ้านเราด้วยน่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องไปนอนโรงแรม หรือไปเช่าบ้านที่อื่นให้มันสิ้นเปลือง เพราะว่าบ้านไม้ของมันก็เอาให้คนอื่นเช่าไปแล้วค่ะ)

                “ว่างลูกว่าง บอกหนูจ๋ายมาเลย ดี ๆ บ้านเราจะได้ครึกครื้น ฟังดูน่าสนุกดี” คุณอรวรรณตอบด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นระคนดีใจ ที่บ้านหลังใหญ่จะได้คึกคักและเต็มไปด้วยลูกหลานจริง ๆ เสียที เพราะจรีภรณ์หรือจ๋ายเป็นเพื่อนสนิทกับลูกสาว เข้าออกบ้านจนสนิทกับทุกคนในบ้านหลังใหญ่นี้ และคุณอรวรรณเองก็รักและเอ็นดูหญิงสาวเหมือนกับเป็นลูกอีกคนก็ว่าได้

            (ได้เลยค่ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูโทรไปบอกไอ้จ๋ายก่อน แล้วเจอกันค่ะ รักแม่นะคะ) เสียงตอบก่อนวางสายไปของลูกสาวทำให้ผู้เป็นแม่อย่างคุณอรวรรณยิ้มไม่หุบ

            ส่วนทางด้านอารดาที่เพิ่งวางสายไป ตอนนี้กำลังเกิดอุปสรรคในการโทรหาเพื่อนรักอย่างจรีภรณ์ที่อยู่ประเทศสเปนเสียแล้ว เพราะคนที่เธอคิดว่าเขากำลังหลับอยู่นั้น บัดนี้ได้เดินมาตามภรรยาสุดที่รักที่หายออกมาจากที่นอนโดยไม่บอกกล่าวเข้าให้แล้ว

            “ตื่นมาคุยกับคุณแม่แต่เช้าเลยนะครับ คุณกำลังขี้โกงเวลาของผมอยู่นะที่รัก” วงแขนของผู้ชายตัวโตหน้าดุ แต่เมื่ออยู่กับภรรยากันสองคน นิสัยของเขากลับขี้อ้อนได้อย่างไม่น่าเชื่อ ยื่นมาโอบรัดร่างบางที่กำลังยืนกดโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงห้องจากทางด้านหลัง ปลายคางที่ปกคลุมไปด้วยเคราเสน่ห์เกยอยู่ที่บ่าเล็ก ๆ ของภรรยาตัวเล็ก

            เนื่องจากเวลาของฝรั่งเศสช้ากว่าเวลาไทยประมาณ 6 ชั่วโมง ดังนั้นที่ฝรั่งเศสตอนนี้ยังไม่ถึงหกโมงเช้าเลย ซึ่งนับว่ายังเป็นเวลาของคุณสามีจอมเขี้ยวอยู่ เพราะตามที่ตกลงกันไว้ ว่าเวลาที่การอน ลูกชายตัวน้อยของทั้งสองคนหลับ นั่นคือเวลาของสามีอย่างเขา

            “อุ้ย! บุ้งนอนไม่หลับแล้วนี่คะ ว่าแต่คุณเถอะตื่นขึ้นมาทำไม นี่ยังไม่ใช่เวลาตื่นของคุณนี่นา” อารดาสะดุ้งตกใจเล็กน้อยกับสัมผัสจากสามีที่มาอย่างไม่ทันรู้ตัว

            “ก็หาเมียกอดไม่เจอ เลยต้องลุกขึ้นมาตามหานี่ยังไงล่ะ” กูคูฟไม่พูดอย่างเดียว ยังแกล้งภรรยาของเขาด้วยการ ใช้เคราไล้ไปที่ซอกคอขาวจนอารดาต้องหดคอหนีเพราะจั๊กจี้อีกด้วย

            “อื๊ม! ไม่เล่นสิคะ บุ้งจั๊กจี้นะ”

            “งั้นไม่เล่นก็ได้ครับ เอาจริงกันเลยดีกว่า” พูดจบ ชายหนุ่มก็ก้มลงช้อนร่างของหญิงสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน พาเดินกลับเข้าห้องมาหน้าตาเฉย โดยไม่ลืมที่จะดึงโทรศัพท์ออกจากมือของภรรยา โยนทิ้งไว้ที่โซฟาปลายเตียงอีกด้วย

            “ที่รักคะ อีกไม่นานลูกก็จะตื่นแล้วค่ะ ไม่เอานะคะ” เจ้าของร่างเล็กในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งพยายามอุทธรณ์และหาเหตุผลขึ้นมาเปลี่ยนใจชายผู้เป็นสามี

            “ไม่เป็นไร ถ้าลูกตื่น เอวาก็ดูแลไปก่อนได้” กูคูฟหมายถึงสาวใช้ที่ตอนนี้กลายมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับลูกชายตัวน้อย “นะครับที่รัก รับปากว่าจะไม่นาน” เสียงกระซิบจากชายหนุ่มที่ได้วางร่างของภรรยาตัวเล็กลงบนเตียงนุ่ม ก่อนจะตามมากักขังร่างนั้นเอาไว้ภายใต้ลำตัวหนาของเขาไม่ให้หญิงสาวได้บ่ายเบี่ยงไปไหนได้อีก ชายหนุ่มบรรจงมอบจุมพิตที่อ่อนหวานยามรุ่งสางให้กับภรรยาสุดที่รัก ปิดช่องทางการส่งเสียงอุทธรณ์ใด ๆ ด้วยริมฝีปากอุ่น ลิ้นสากลากไล้เข้าไปภายใน พัวพันรัดรึงอยู่กับลิ้นบางเพื่อดูดดึงความหอมหวานที่เขาไม่เคยคิดเบื่อ บทรักที่เริ่มต้นขึ้น และทำท่าจะดำเนินต่อไปได้ด้วยดี แต่แล้วก็ต้องสะดุดลง

            ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก..

            ”มอมมี่..มอมมี่..ฮือ...มอมมี่..ฮืออออ..” เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงจากลูกชายตัวน้อย ที่กำลังร้องเรียกผู้เป็นแม่พร้อมปนมากับเสียงสะอื้นไห้อีกด้วย

            เสียงเล็ก ๆ ที่หน้าประตูทำให้สองร่างที่กำลังกอดรัดฟัดกันอยู่บนเตียงกว้างต้องแยกจากกันอัตโนมัติ ชายหนุ่มถึงกับยกสองมือขึ้นขยี้หน้าอย่างเสียอารมณ์ ตัดใจยอมปล่อยร่างบางไปด้วยความเสียดาย อารดารีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่แล้วเดินไปเปิดประตูห้อง เห็นมนุษย์ตัวน้อยยืนปาดน้ำตาอยู่เบื้องหน้า ทำให้หัวใจของคนแม่เป็นไหววูบลงทันที สองมือบางโอบอุ้มร่างเล็ก ๆ ยกขึ้นมาแนบอก

                “ลูกชายคนเก่งของมอมมี่ เป็นอะไรไปครับ ไหนบอกมอมมี่ซิครับ” อารดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและห่วงใย

                “ฮะ..ฮึก..มอมมี่หายไป..ฮึก..ดะ..แด๊ดดี้ขโมย..” คำตอบพร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้นจากลูกชายในอ้อมกอดทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับหันไปส่งยิ้มให้กับผู้เป็นสามีอย่างนึกขันความไร้เดียงสาของเด็กน้อย

            “การอนฝันไปน่ะลูก มันไม่ใช่เรื่องจริงนะครับ ไม่ร้องนะครับคนเก่งของมอมมี่” อารดาปลอบลูกชายพร้อมกับพาเดินเข้าไปหาสามีที่นั่งมองแก้วตาดวงใจของเขาอยู่บนเตียงนอน

                “ขอการอนนอนกับมอมมี่นะฮับ” เด็กน้อยส่งสายตาออดอ้อนไปยังผู้เป็นแม่

            “ไม่ได้! ข้อหนึ่งนายต้องเคารพกฎและสิทธิ์ของผู้อื่น ตอนนี้ยังเป็นเวลาของแด๊ดดี้ตามที่ตกลงกันไว้ เพราะฉะนั้นนายห้ามละเมิด ข้อสองนายโตแล้ว จะมานอนกอดมอมมี่ทำตัวติดกันอย่างนี้ไม่ได้ ลูกผู้ชายเขาไม่ทำกัน” เป็นกูคูฟที่ตอบกลับคำขอของเด็กน้อย

            “แล้วทำไมแด๊ดดี้ทำได้ การอนเคยเห็นนะ แด๊ดดี้นอนกอดมอมมี่ด้วย” คำถามพาซื่อและแววตาช่างสงสัย ทำให้อารดาถึงกับอมยิ้มกลั้นหัวเราะ รอฟังว่าคนตัวโตจะตอบคำถามนี้อย่างไร

            “เพราะแด๊ดดี้ไม่ใช่ลูก แต่แด๊ดดี้เป็นสามีของมอมมี่ ดังนั้นแด๊ดดี้มีสิทธิ์ที่จะกอดหรือหอมภรรยาของแด๊ดดี้ก็ได้”

            “งั้นการอนไม่เป็นลูกแล้ว การอนจะเป็นสามี การอนก็อยากนอนกอด อยากหอมมอมมี่เหมือนกัน” คำตอบของเด็กน้อย ทำเอาอารดาเกือบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

                “นายยังไม่โตพอที่จะเป็นสามีใคร การเป็นสามีไม่ได้แค่กอดและหอมภรรยาของตัวเองเท่านั้น แต่ยังต้องมีหน้าที่รับผิดชอบตามมาอีกหลายอย่าง เมื่อถึงเวลาแล้วนายก็จะรู้ แต่ตอนนี้นายควรกลับไปที่ห้องของนายได้แล้วไอ้ลูกชาย” กูคูฟส่งเสียงเข้มบอกเด็กน้อย หากทว่าการอนยังคงอิดออดด้วยไม่อยากจะจากผู้เป็นแม่ไป จึงได้แต่ส่ายหน้ากอดคออารดาเอาไว้แน่น

            “ที่รักคะ ได้โปรด..” อารดากอดตอบลูกรักด้วยความสงสาร แต่ก็ไม่อยากจะคัดค้านคำพูดของสามีต่อหน้าลูกอีกด้วย  จึงได้แต่ส่งสายตาเว้าวอนให้ชายหนุ่ม ขอความเมตตาให้กับลูกชายตัวน้อยแทน

            “ไม่เอาน่าที่รัก คุณทำอย่างนี้ลูกจะไม่รู้จักโตเสียทีนะครับ” คำพูดของชายหนุ่มยังคงไม่สามารถทำลายความสงสารในใจของผู้เป็นแม่ลงได้ เพราะยังคงไม่มีคำตอบรับส่งกลับมานอกจากสายตาอ้อนวอนจากทั้งผู้เป็นแก้วตาและดวงใจ

                “โอเค..ถ้าทั้งสองคนจะทำอย่างนี้ก็ไม่ต้องนอนกันต่อแล้ว ไหน ๆ ก็เช้าแล้วนี่ ตื่นกันแล้วด้วย งั้นก็ไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วลงไปข้างล่างกันได้แล้ว” กูคูฟพูดอย่างตัดใจ แล้วลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ ตั้งใจทำตามที่เขาบอก ส่วนเด็กน้อยนั้นยิ้มออกทันที ที่ไม่ต้องแยกจากอกแม่กลับไปนอนที่ห้องคนเดียวอีก

            สรุปกว่าที่อารดาจะเสร็จภารกิจแยกตัวออกจากสามีและลูกได้อีกครั้งก็เป็นช่วงเวลาสายของวัน จึงได้รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนรักที่อยู่สเปน

            “ฮัลโหล ไอ้จ๋าย สรุปคริสต์มาสนี้แกกลับไทย ไม่ต้องไปเช่าบ้านหรือหาโรงแรมอยู่แล้วนะ ฉันโทรกลับไปบอกแม่แล้ว ว่าให้จัดบ้านไว้รอต้อนรับครอบครัวแกด้วย” อารดากรอกเสียงผ่านโทรศัพท์ส่งถึงเพื่อนรักทันทีที่ปลายทางกดรับ

            (เฮ้ย! จะดีเหรอวะ เกรงใจแม่นะนั่น เกรงใจทุกคนในบ้านแกด้วย ไม่ใช่ฉันไปคนเดียวนะ ไปกันทั้งครอบครัวเลย มันหลายคนน่ะ จะไปรบกวนทุกคนหรือเปล่า) จรีภรณ์พูดด้วยความรู้สึกเกรงใจ เพราะถึงแม้จะสนิทกันมาก แต่ครั้งนี้มันหลายคนจึงเกรงว่าจะเป็นการรบกวนครอบครัวของเพื่อนรัก โดยเฉพาะสมาชิกตัวน้อยทั้งสองคนของบ้านอย่าง ‘จันทร์เจ้า’ และ ‘เจได’ ที่กำลังอยู่ในวัยซนอีกด้วย

            “เดี๋ยวตีปากเลย พูดออกมาได้รบกงรบกวน แกก็เหมือนสมาชิกคนหนึ่งของบ้านอยู่แล้ว ไม่รู้ตัวหรือไง พอฉันบอกแม่ว่าให้จัดบ้านให้แกด้วย คุณอรวรรณดีใจใหญ่เลยจ้า ฮ่าฮ่าฮ่า” อารดาบอกเล่าความรู้สึกของผู้เป็นแม่ให้เพื่อนรักรับทราบ เพื่อจะได้หมดความกังวลใจ

            “อ้อ! แล้วก็บอกคุณเอนร์ได้เลย ว่าไม่ต้องกลัวจะเสียความเป็นส่วนตัว เพราะว่าคุณอรวรรณจัดเรือนเล็กทางด้านหลังเอาไว้ให้ครอบครัวแกพัก เพราะฉะนั้นหมดข้ออ้างและห้ามปฏิเสธนะจ๊ะ ไปพักที่บ้านซะดี ๆ”

            (เออ ๆ เดี๋ยวฉันขอไปคุยกับคุณเอนร์ก่อนแล้วกัน เสร็จแล้วจะโทรบอกนะแก)

            “ไม่ต้องเลยแก แหมทำเป็นต้องมาคุย ฉันเห็นแกอ้อนเข้าหน่อย คุณเอนร์ก็เซเยสทุกที” อารดาพูดดักทางเพื่อนรักเอาไว้ เพราะรู้จักนิสัยของเพื่อนดี ถึงแม้ว่าจะขี้เหนียวขนาดไหน แต่จรีภรณ์ก็มีนิสัยขี้เกรงใจคนด้วยเช่นกัน

            (ฮ่าฮ่าฮ่า แกนี่ทำอย่างกับเป็นแมลงบินมาสังเกตการณ์อยู่ที่บ้านฉันตลอดเวลาเลยนะ เออ ๆ เอาเป็นว่าฉันไปพักที่บ้านแกก็ได้)

            “มันต้องอย่างนี้สิ แล้วเจอกันที่เมืองไทยนะแก” อารดาพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะวางสายไป 



ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว