ขอขอบคุณนักอ่านทุกคนนะคะ : ) แล้วเราจะกลับมาพบกันใหม่.

ชื่อตอน : จุดจบ

คำค้น : นิยายเรวดี,แฟนตาซี,โรแมนติก,โรแมนติกแฟนตาซี,ปีศาจ,ลึกลับ,ครอบครัว

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 397

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2563 18:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จุดจบ
แบบอักษร

"ฉันจะ..." 

เรวดีพูดขึ้น แล้วค่อยๆชักมีดง้างไปด้านหลัง

“#*%+#*~%*”

เสียงความวุ่นวายของแอนนาดังขึ้นในขณะที่แอนนากำลังจัดเตรียมส่วนประกอบต่างๆ ซึ่งมันเป็นผลดีสำหรับเรวดี เพราะมันทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงจากตรงนี้ เรวดีปลดล็อคกลอนประตูได้สำเร็จอย่างแนบเนียน

“ฉันจะฆ่าแก!”

เรวดีกล่าวอย่างแน่วแน่พร้อมกับขว้างมีดปาใส่กระจกทึบจนแตก แล้วผลักประตูออกอย่างแรง

“กรี๊ด!”

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของแอนนาดั่งสนั่น ฉันรีบวิ่งออกมาด้านนอก ใช้เวลาปรับสายตาให้ชินกับแสงแดดสักพักจนมองเห็นเรือนร่างอันอัปลักษณ์ของยัยแอนนาอย่างเด่นชัด ผิวของยัยนั่นค่อยๆไหม้เพราะแสงแดดยามเช้า แต่มันยังไม่แรงพอที่จะปลิดชีวิตหล่อนได้ หล่อนร้องโอดครวญตลอดเวลา หนังหุ้มกระดูกของหล่อนเริ่มแยกออกจากกันอย่างช้าๆ หล่อนค่อยๆเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมถือมีดเล่มบางตรงมายังฉัน

“แก...แกโกหกฉัน แกต้องตาย!”

พูดจบยัยแอนนาก็พุ่งตรงมาที่ฉัน

“กรี๊ด!”

จัสตินสาดน้ำร้อนๆเข้าใส่ยัยแอนนา หล่อนทรุดฮวบลงและกรีดร้องเสียงหลง ฉันเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งไปหยิบมีดที่ยัยนั่นทำหลุดมือ แล้ววิ่งกลับไปหาจัสติน

“ผมดีใจที่คุณ..กลับมา”

ฉันว่าจัสตินดูงงๆอยู่นะ ฉันยิ้มให้เขาก่อนที่จะหันกลับไปมองยัยแอนนา

“แก...แกโกหกฉันทุกอย่าง แกน่ะมันนังปีศาจ!”

“จัสติน คุณกล้าทำได้ยังไง คุณทำร้ายฉัน ฉัน...ฉันรักคุณมากแค่ไหนคุณก็รู้ คุณกล้าทำร้ายฉันเหรอ (ร้องไห้)”

ยัยแอนนาคร่ำครวญแล้วพยายามดันตัวลุกขึ้นยืน

“แกฆ่าแม่ฉันแล้ว แกหลอกฉันได้แล้ว คราวนี้แกจะเอาอะไรอีก!”

หล่อนดูโกรธมากทีเดียว ตอนนี้ฉันทำอะไรมากไม่ได้ ฉันต้องรอเวลา ฉันต้องหาทางถ่วงเวลาไว้ให้มากที่สุด

“ฉันควรจะพูดคำนั่นไม่ใช่แก ไม่ใช่ ไม่ใช่!”

ยัยนั่นเริ่มอาละวาดอย่างไร้เหตุผล หล่อนวิ่งไปคว้าเศษกระจกแล้วหันกลับมา หล่อนเดินตรงเข้ามาแล้วหยุดชะงัก

“เพล้ง!”

เสียงกระจกที่หล่นจากมือจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หล่อนทรุดตัวลงแล้วร้องไห้

“(ร้องไห้) เรวดีได้โปรด ฉันเจ็บปวดเหลือเกิน ช่วยฉันด้วย ใครก็ได้ ช่วยด้วย...”

หล่อนคร่ำครวญพร้อมกับตะเกียกตะกายไปมา หล่อนดูทรมานมาก ช่างเป็นภาพที่น่าสลดใจเหลือเกิน ยิ่งหล่อนขยับตัวมากเท่าไร หนังหุ้มกระดูกของหล่อนก็ยิ่งแตกออกจากกันมากเท่านั้น ยัยแอนนาดูน่าสงสารมาก พวกเราได้แค่ยืนดูอย่างเวทนา

“ช่วย...ช่วยด้วย..ได้โปรด..เร..เรวดีช่วยด้วย...”

ยัยแอนนาพูดพร้อมยื่นมือขอความช่วยเหลือ ฉันเดินไปหาแล้วยื่นมือออกไปอย่างช้าๆ แววตายัยแอนนาเริ่มเปลี่ยนไปราวกับว่าหล่อนแสร้งดีใจที่ฉันจะช่วย ทันใดนั้น

“แล้วแกจะรู้ว่าจุดจบคืออะไร”

ฉันพูดในขณะที่พระอาทิตย์สาดแสงเจิดจ้ารับวันใหม่

“กรี๊ด!”

แสงตะวันทำให้ผิวหนังของยัยแอนนาไหม้เกรียม หล่อนร้องเสียงหลงอย่างทุรนทุราย ฉันทำได้เพียงยืนมองอยู่ห่างๆ

“ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้เวลาและทิศที่ตะวันจะสาดแสงส่องมาทางคฤหาสน์แก ตลอดระยะเวลาหนึ่งปี แกทำได้ดีมาก”

นั่นเป็นคำสุดท้ายที่ฉันพูด แล้วฉันก็ขว้างมีดไปที่กระจกทึบบานหนึ่งจนแตก ทำให้ร่างไร้วิญญาณของอลิซถูกแสงแดดทำลายไปจนหมดสิ้น เราเฝ้ามองร่างของแอนนาที่ค่อยๆสูญสลายไป

“ทุกอย่างมันจะดีขึ้นเรวดี มันจบแล้วเร มันจบแล้ว”

จัสตินพูดพร้อมโอบกอดฉัน

“รีบไปเร็วเข้า!”

ฉันบอกกับจัสตินก่อนที่ฉันจะขึ้นรถ ฉันมองไปบนท้องฟ้าอีกครั้งและกำจี้ที่สร้อยคอไว้แน่น

“ทุกอย่างจบแล้วค่ะ...หนูทำได้แล้วค่ะ..แม่”

จัสตินรีบขับรถออกจากที่นี่โดยเร็ว พอเราออกมาสู่ถนนใหญ่ ฉันก็หันกลับไปด้านหลังอีกครั้ง ภาพที่เห็นมันทำให้ฉันแปลกใจมาก คฤหาสน์สุดหรูนั่นหายไป ทางเข้าก็ถูกแทนที่ด้วยต้นไม้หนาทึบราวกับป่าร้าง

“อึ๋ย!”

ฉันสะดุ้งเมื่อรู้ว่าจัสตินกำลังเรียกฉันอยู่

“เอ่อ...คะ?”

“ผมอยากรู้ว่า เอ่อ...”

เขาอ้ำอึ้ง

“แล้วฉันจะเล่าให้ฟังค่ะ”

ฉันพูดพร้อมยิ้มให้จัสติน

ความคิดเห็น