ฝากติชมผลงาน เพื่อการพัฒนาต่อไป หรือจะให้กำลังใจก็ได้นะคะ จุ้บ 😘

ชื่อตอน : บทที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 31 มี.ค. 2560 23:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9
แบบอักษร

ยามกลางดึก เสียงทุ้มของฝ่าบาทกำลังพูดบางสิ่ง หากแต่เป็นเพียงการละเมอ

"ข้าจะทำให้ได้เสด็จพ่อ ราษฏรจะอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข" เสียงรำพันออกมาจากปากหยักสวย

อี๋หลินนอนมองหน้าของฝ่าบาท แม้ในยามหลับ ฝ่าบาทก็ยังทรงห่วงใยประชาชน แล้วจะมีซักคืนที่ฝ่าบาทหลับสนิท นอนฝันหวานเหมือนเหล่าประชาชนหรือไม่ มือเล็กๆลูบใบหน้าหล่อเข้มที่กำลังหลับตา แขนเรียวโอบกอดร่างหนา หวังว่าอย่างน้อยอ้อมกอดของนางสนมตัวเล็กๆ จะทำให้ฝ่าบาทคลายกังวลได้บ้าง

"จะข่มขืนข้าในยามหลับหรือ ไป๋เฟย"

"หม่อมฉันเกรงว่า หากเป็นเมื่อสองยามก่อนหน้านี้ หม่อมฉันอาจมีแรงเหลือพอที่จะทำในสิ่งที่ฝ่าบาททรงกล่าว" ใบหน้าหวานส่งยิ้มทะเล้นผ่านแสงเทียน

"สงสัยข้าคงต้องให้หมอหลวงต้มสมุนไพรเพิ่มกำลังให้เจ้า"

"โถ่...ฝ่าบาท"

จมูกเล็กถูกบิดจนแดงเพราะความหมั่นไส้ เพราะใครบางคนชิงสลบคาอกเขาไปก่อน

"ข้าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับตำแหน่งใหม่ของเจ้า ดีไหม"

"อย่าเลยเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันเกรงใจ ไม่เห็นฝ่าบาทจะต้องลำบากจัดงานเลี้ยงให้หม่อมฉันเลยเพคะ"

"ก็ข้ากำลังหลงเจ้า ข้าอยากอวดเหล่าทหารและขุนนาง ว่าภรรยาข้างามเพียงไร" พูดจบจมูกโด่งๆก็หอมแก้มอี๋หลินฟอดใหญ่ แล้วก็หลับต่ออย่างง่ายดาย ไม่ยอมให้นางเอ่ยท้วงแม้แต่คำเดียว

*******************************

"ฝ่าบาททรงเร่งจัดงานให้ข้า ตอนนี้เหล่าสนมวังหน้าและวังหลัง ต่างพากันนินทาฝ่าบาทว่าหลงข้า" อี๋เฟยกล่าวอย่างหงุดหงิด

"แล้วพระสนมไม่พอพระทัยหรือไรเพคะ" เจี่ยวซือกล่าวแซวพระสนมคนงาม

"ข้าไม่ชอบให้ใครมาพูดจากล่าวหาฝ่าบาทเช่นนี้" อี๋หลินกอดอกอย่างไม่พอใจ

"แล้วเหตุใด ฝ่าบาทจึงจัดงานเลี้ยงต้อนรับพระสนม ทั้งๆที่แม้แต่หยากุ้ยเฟยก็ทรงไม่จัดงานใดๆ" เหมยลี่ที่เทน้ำชาให้คนทั้งสอง ก็อดถามด้วยความสงสัยไม่ได้

"เจ้านี่นะเหมยลี่ หัดอ่านตำรากุนซือเยอะๆบ้าง จะได้ตามทันคนในวังหลวง แต่หม่อมฉันก็อดชื่นชมน้ำใจของฝ่าบาทไมาได้เลยนะเพคะ ฝ่าบาททรงทำเพื่อพระสนมขนาดนี้"

"เพราะฝ่าบาททำเพื่อข้าขนาดนี้ ข้าจึงอดละอายใจที่ใช้ความเมตตาของฝ่าบาทที่มีต่อข้าไม่ได้...."

"เจี่ยวซือ ท่าบอกข้าที ข้าตามไม่ทันพวกท่านจริงๆ นะๆ" เหมยลี่บีบแขนเจี่ยวซืออย่างเอาใจ

"ก็ที่ฝ่าบาททรงจัดงานเลี้ยงต้อนรับพระสนม ก็เพราะว่า ผู้คนจะได้คิดว่าฝ่าบาททรงหลงพระสนมอย่างไรเล่า แล้วพวกเหล่าขุนนางและทหารก็จะเข้าหาพระสนม หวังให้ฝ่าบาทเลื่อนขั้นให้เพราะอยู่ฝ่ายไป๋เฟย ซึ่งอนาคตอาจเป็นฮองเฮา"

"เพราะฝ่าบาททรงทราบว่ายามนี้ข้าตัวคนเดียว การอยู่ในวังหน้าอันตรายรอบตัว ฝ่าบาทต้องการหาคนมาคอยช่วยปกป้องข้า.... "

ทั้งสามคนยังคงนั่งพูดคุยเรื่องราวต่างๆ อยู่ศาลาริมน้ำ ในตอนนี้เจี่ยวซือช่วยพระสนมผู้นี้อย่างเต็มกำลัง ด้วยรู้ว่าพระสนมเป็นคนดี และฝ่าบาทก็ทรงเป็นคนดี หากวันใดวันหนึ่งไป๋เฟยได้ขึ้นเป็นฮองเฮา บ้านเมืองคงเจริญรุ่งเรือง แผ่นดินสงบสุข

*******************************

"พระสนมเข้าไปไม่ได้นะพะยะคะ" หวังกงกงรีบร้องห้าม พร้อมเหล่าทหารยืนขวางประตูห้องฝ่าบาท

"ข้าพอรู้กฏ ข้าไม่ได้จะเข้าไป ข้าแค่มารบกวนหวังกงกง"

"ไป๋เฟยมีเรื่องอันใด" หวังกงกงเริ่มฉงน ว่าพระสนมผู้นี้ทีธุระอันใดกับตน

"หวังกงกงลองชิมชาที่ข้าชงหน่อย ชานี้เป็นสูตรพิเศษ จะช่วยให้หลับสบายได้"

หวังกงกงมองพระสนม และนางกำนัลข้างกายที่ถือกาน้ำร้อน พร้อมถ้วยชงชา ด้วยใบหน้าขมวดย่น

"ข้าไม่ได้ใส่ยาพิษหรอก ไว้ใจได้ ให้ข้าดื่มก่อนท่านยังได้เลย"

อี๋หลินยืนยิ้มจนปากฉีก แต่หวังกงกงก็ทำท่าปฏิเสธนาง อี๋หลินจึงต้องทำตัวดื้อดึง นั่งลงตรงนั้น แล้วเริ่มชงชา

น้ำร้อนถูกเทลงใส่ใบชาแห้งสีน้ำตาล อี๋หลินนำน้ำผึ้งตักใส่ถ้วยชาแล้วปิดฝาไว้ซักพัก หวังกงกงและเหล่าทหารต่างมองวิธีการชงชาที่ผิดแปลกของพระสนม

"พระสนมใส่น้ำผึ้งไป รสชาติชาจะดื่มโล่งคอหรือ น้ำผึ้งหวานปานนั้น ชามันต้องดื่มฝาดๆ" หวังกงกง พูดดักพระสนม ก่อนที่นางจะเอาชาให้ดื่ม

"แล้วเหตุใด พระสนทไม่ต้มชาในหม้อต้ม แล้วค่อยกรอง แบบนี้จะได้กลิ่นหอมของชาหรือ"

"หากหวังกงกงอยากรู้ หวังกงกงต้องลองชิมชาที่ข้าชงแล้วแหละ"

อี๋หลินเปิดฝาถ้วยชาออก ก่อนจะเทน้ำชา ผ่านผ้าขาวบาง ลงถ้วยชาอีกใบ กลิ่นหอมปะหลาด ทำให้หวังกงกงและเหล่าทหาร เผลอลืมตัวสูดดมกลิ่นชาด้วยใบหน้าพริ้ม หวังกงกงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความอยากชิม เพราะกลิ่นหอมของชา

"เอาล่ะ ข้าจะลองชิมให้ก็ได้"

หวังกงกงกำลังเอื้อมมือหยิบถ้วยชา แต่เสียงร้องทักของฝ่าบาทรีบทำให้หวังกงกงชักมือกลับทันที

"ห้ามใครแตะถ้วยชานั่น!" เสียงตะโกนของฝ่าบาท ทำให้ไป๋อี๋หลินหน้าซีดเผือกลงทันที นางทำอะไรผิดไปหรือ...

"ไป๋เฟย มีชาสูตรใหม่ เหตุใดไม่ให้ข้าชิมคนแรก ทำไมต้องเป็นหวังกงกง" ฝ่าบาทย่อตัวลงนั่งข้างๆไป๋อี๋หลิน หวังกงกงต้องรีบถอยออกมานั่งห่างๆทันที

"ขอประทานอภัยเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันคิดว่าฝ่าบาทรงมีงานราชการยุ่งทั้งวัน หม่อมฉันไม่กล้ารบกวน"

"แต่เจ้าก็มาหาข้าถึงที่นี่..."

"หม่อมฉันมาหาหวังกงกงต่างหาก..." 

ไป๋อี๋หลินรีบปฏิเสธ ทั้งๆที่จริงๆชาหอมพิเศษสูตรนี้ ตั้งใจชงมาถวายแก่ฝ่าบาท เจี่ยวซืออุตส่าห์ไปสรรหาวัตถุดิบชงชามาให้

"ข้าชิมก่อนที่ชาจะหายร้อนดีกว่า" มือเรียวยกชาขึ้นจิบ ดวงตาสวยหลับตาพริ้มยามจิบชา ความหวานของน้ำผึ้งแบบพอดี ทำให้เกิดความรู้สึกสดชื่น ลื่นคอ อีกทั้งกลิ่นหอมปะหลาดของชา ทำให้รู้สึกโล่งทั้งตัว เคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลาย...

"เป็นอย่างไรบ้างพะยะคะ ฝ่าบาท" กลับเป็นหวังกงกงเองที่เอ่ยถามเพราะความอยากรู้

"ข้าไม่เคยดื่มชารสชาติหอมหวานเช่นนี้ ความรู้สึกผ่อนคลายหลังดื่ม และกลิ่นหอมปะหลาดนี้คืออะไร"

"นี่เป็นยอดใบชาจีนธรรมดาเพคะ ความลับของมันคือกลิ่นหอมของดอกมะลิ หม่อมฉันให้คนไปหามาให้ มันคือดอกไม้จากประเทศอื่น สรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลาย และหลับสบายเพคะ ส่วนรสชาติหวาน มาจากน้ำผึ้งป่า สรรพคุณของน้ำผึ้งมีมากมายหลากหลาย อีกทั้งช่วยบำรุงร่างกาย ชาที่หม่อมฉันชง หากฝ่าบาทดื่มขณะทรงงาน ก็จะช่วยให้ฝ่าบาททรงสดชื่น สามารถคิดแก้ปัญหาราชการใดๆ แล้วไม่ค่อยมีอาการปวดหัว หากดื่มก่อนนอน กลิ่นหอมของชาจะช่วยให้ฝ่าบาทหลับง่าย และหลับสบายเพคะ"

"หม่อมฉันขอชิมบ้างนะพะยะคะ พระสนม" หวังกงกงเมื่อได้ยินสรรพคุณก็อยากลองชิมดูบ้าง แต่ฮ่องเต้ก็ทรงคัดค้าน

"ข้าไม่ให้เจ้าชิม"

"เหตุใด เพคะ ฝ่าบาท"

"หากหวังกงกงติดใจ แล้วขอให้เจ้าชงให้ดื่มทุกวันละ" ฝ่าบาทหยุดพูดแค่นั้น แล้วขยับตัวเข้ามาใกล้ไป๋อี๋หลินมากขึ้น มือหนายกมือป้องหูไป๋อี๋หลินแล้วกระซิบ จนคนฟังหน้าแดงก่ำ

"ข้าหวงเจ้า แม้แต่หวังกงง ข้าก็ไม่ไว้ใจ"

"แล้วเหตุใดฝ่าบาทถึงชิมก่อนหวังกงกงเล่าเพคะ ทำแบบนี้หวังกงกงก็อดชิมชาที่อร่อยที่สุดในหล้า"

ฝ่าบาทมองหน้าหวังกงกงอีกครั้ง แล้วยกมือป้องกระซิบหูนางเหมือนเดิม แต่คำตอบครั้งนี้ ยิ่งทำให้คนฟัง หัวใจพองโตด้วยความสุขสมมากกว่าเก่า

"ให้ข้าชิมก่อนดีแล้ว หากเจ้าชงอร่อย คนย่อมเอ่ยปากชม แต่ถ้าไป๋เฟยของข้า ชงชาไม่อร่อย คนย่อมนินทาทั่วทั้งวัง ข้าชิมคนแรก ชาถ้วยนี้ย่อมวิเศษเสมอ"

"ฝ่าบาทให้ หวังกงกงลองชิมหน่อยเถิด ข้ามั่นใจว่าชาถ้วยนี้รสชาติดีที่สุดในหล้า คนทั่วทั้งวันจะได้บอกว่าข้าเองก็มีความสามารถอย่างอื่น..."

หวังกงกงมองพระสนมผู้นี้อย่างเอ็นดู เพราะคำพูดของพระสนมแฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะตอนนี้คนทั่วทั้งวัง ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า พระสนมผู้นี้นอกจากจะรำยั่วยวนบุรุษก็หาได้มีความสามารถอื่นใด เทียบเท่าเพื่อนรักของนาง หลิวเฟย!

ความคิดเห็น