facebook-icon Twitter-icon

ชอบใจก็ช่วยแจกดาวให้คนแต่งหน่อยนะจ๊ะ

บทที่ 23 (บทส่งท้าย)

ชื่อตอน : บทที่ 23 (บทส่งท้าย)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.1k

ความคิดเห็น : 70

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2560 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,500
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 23 (บทส่งท้าย)
แบบอักษร

ม่านไหมลายพยัคฆ์

บทส่งท้าย


สงครามใหญ่ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นที่เป่ยจิง(ปักกิ่ง)และเทียนสิน(เทียนจิน)ในปลายเดือนมกราคม ปีคริสต์ศักราช 1949


หลังจากสิ้นสุดสงครามและสูญเสียการครองครองเมืองสำคัญก็นับได้ว่าพรรคชาตินิยมหมดความได้เปรียบต่อพรรคสังคมนิยมโดยสิ้นเชิง


ระหว่างนั้น พรรคชาตินิยมที่วางแผนการอพยพไว้แล้วจึงกระจายข่าวการอพยพไปยังเกาะไต้หวันซึ่งเป็นทำเลที่ดีที่สุดที่เพราะสหรัฐอเมริกายึดคืนมาจากญี่ปุ่นเมื่อเสร็จสิ้นสงครามโลกและยังไร้ผู้ครอบครอง นักธุรกิจพ่อค้าหัวก้าวหน้าต่างสมัครใจที่จะอพยพติดตามเฉินจิ้งเหอไปเริ่มต้นในสถานที่ใหม่รวมทั้งทหารและประชาชนจำนวนกว่าสามล้านคนที่ยังภักดีต่อพรรคชาตินิยม ทุกคนหวังที่จะได้กลับมายังบ้านเกิดอีกครั้งในวันข้างหน้า


การอพยพเริ่มต้นกลางปีคริสต์ศักราช 1949 ประชาชนกว่าสามล้านคนทยอยลงเรือทหารและเรือสินค้าพร้อมกับเงินทองและวัตถุโบราณจำนวนมากไปยังเกาะไต้หวันด้วยความเร่งรีบด้วยการดูแลของเหล่าทหาร เฉินหย่งหนานให้ลูกน้องของเขาช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิดรวมทั้งตัวเขาเองด้วยก็ไม่ยอมทิ้งผู้คนไปไหน เขาลงมือช่วยแบกหามสิ่งของด้วยตัวเอง เหวินเป่าคอยทำงานเคียงข้างขันแข็งแม้หย่งหนานจะให้เขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวก่อนเหวินเป่าก็ไม่ยอมไป


เฮลิคอปเตอร์รอบสุดท้ายนำเฉินจิ้งเหอบุคคลสำคัญที่สุดออกจากแผ่นดินกว้างใหญ่ของจีนไปยังเกาะไต้หวัน และประกาศการเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นด้วยการช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกาในปลายเดือนกันยายน คริสต์ศักราช 1949


เรือทหารลำสุดท้ายออกจากท่าแล้ว ท่ามกลางการกระจายตัวของกองทัพพรรคสังคมนิยมไปทั่วท่าเรือแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อเรือนั้นลอยลำไกลจากท่าเกินกว่าจะมุ่งกลับหลัง เฉินหย่งหนานทอดสายตาเด็ดเดี่ยวจ้องมองแผ่นดินบ้านเกิดเป็นครั้งสุดท้าย เขามองเห็นอู๋จินไห่ยืนมองจากฝั่งมาทางลำเรือเช่นกัน


หย่งหนานค้อมศีรษะอำลาศัตรูจากระยะไกล แม้กระนั้นเขาก็ยังมองเห็นรอยยิ้มของอู๋จินไห่ที่ส่งมาให้หลังจากได้รับชัยชนะไปครอบครองแต่อู๋จินไห่ก็ไม่ได้ฆ่าเขา



จับจูงมือของเหวินเป่าก้าวไปกราบหน้าของเรือ ท่ามกลางท้องทะเลสีครามกว้างใหญ่ที่มีแผ่นดินจีนอยู่เบื้องหลัง หย่งหนานวางมือบนต้นแขนของเหวินเป่าและกระชับไว้มั่นเมื่อสายตาของเขาจ้องมองไปยังแผ่นดินผืนใหม่ที่เขาฝากอนาคตไว้



แม้พยัคฆ์จะบาดเจ็บ เขาเชื่อว่ามันจะฟื้นตัวได้ในไม่ช้าเพื่อรอวันที่มันจะโผผินเป็นพยัคฆ์ติดปีกอีกครั้ง


“ชาติพยัคฆ์ย่อมไม่เกรงกลัวและไม่อ่อนข้อต่อสิ่งใดแม้ว่าสิ่งนั้นจะปลิดลมหายใจของมัน พยัคฆ์ย่อมไม่ยอมแพ้ มันจะกระโจนเข้าใส่และต่อสู้จนลมหายใจสุดท้ายของมัน”



1 ตุลาคม คริสต์ศักราช 1949 นายอู๋จินไห่ประกาศชัยชนะเหนือรัฐบาลของพรรคชาตินิยมและประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสังคมนิยมนับแต่นั้นเป็นต้นมา

** **

The end


 Belove’s Talk

ปลื้มปริ่มที่แต่งจบ ถถถถ

ก่อนแต่งนี่เครียดมากนะ หาข้อมูลมาเยอะ กองสุมๆอยู่ในสมองเต็มไปหมดเลย

ได้โจทย์มาว่าเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ เอาละวา จะแต่งยังไงให้มันสนุก ดูเป็นนิยายไม่ใช่สารคดี

และคิดไว้เลยว่าเรตติ้งคงจะต่ำเตี้ย



และเมื่อแต่งจบแล้ว...

เออ กูก็แต่งได้เว้ย แต่งจนจบด้วยนะ คนอ่านก็เยอะกว่าที่คาดไว้นะ ดีใจจังนะ

ขอบคุณตัวเองด้วยที่กล้าแต่ง ถ้าไม่ก้าวผ่านความกลัว ความกังวลก็คงไม่มีความสุขเท่านี้

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ 150 ปี ประวัติศาสตร์จีนยุคป่วยไข้จากสงครามฝิ่นสู่มหาอำนาจโลก

ของคุณวีระชัย โชคมุกดา จากสำนักพิมพ์ยิปซีที่ใช้เป็นบรรณานุกรม

ขอบคุณบทความในเรื่องสงครามโลกและการเปลี่ยนแปลงการปกครองของจีนจากในเว็บไซต์ทั้งหลาย

ที่ใช้ข้อมูลมาแต่งนิยายจนจบ

สุดท้ายนี้ อิอิ

ขอบคุณคนอ่านทุกคนก๊าบที่มาอ่านกันและคอมเมนท์เป็นกำลังใจทั้งในเว็บ ในทวิตเตอร์และในแฟนเพจ

เป็นกำลังใจให้ดั้นด้นแต่งมาได้



ขอแรงใจจากคนอ่านเป็นคอมเมนท์ความรู้สึกหลังจากได้อ่าน “ม่านไหมลายพยัคฆ์” จบแล้ว

คำวิจารณ์ก็ได้ จะได้ใช้ปรับปรุงนิยายเรื่องต่อไป

ขอบคุณที่สุดเลยจ้า



                ป.ล. มีประกวดอะไรตรงไหนก็มาเรียกไปส่งเข้าประกวดบ้างเน้อ


ความคิดเห็น