ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : #4

คำค้น : ้hanhyuk,yaoi,sj

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2560 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#4
แบบอักษร

รถหรูคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ห่างจากร้าน Be Love นัก 

หนุ่มหล่อผู้มีดวงตาเย็นชาเผยยิ้มกว้างเมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามาใกล้


......................ปึก



“รอนานมั้ยครับ”  


เรียววุคถามคนที่ยิ้มไม่ยอมหุบเสียที


“ไม่ครับ  แล้วนี่  ทำไมวันนี้มันเยอะขึ้นอีกแล้วหล่ะครับ

หรือว่า  ท้องรึเปล่าเนี้ย” 



เยซองมองดูกล่องขนมมากมายที่เรียววุคบรรจงวางไว้ที่เบาะด้านหลัง  


“พี่เยซองก็

ผมพึ่งจะไปฉีดฮอร์โมนมาเมื่อวานเองนะครับ ยังไม่ครบเลย

คงยังไม่ติดเร็วๆนี้หรอกครับ”  คนตัวเล็กโวยวายเขินๆ

“ก็เห็นกินเยอะขึ้นนี่นา”


“ก็วันนี้พี่สะใภ้ทำขนมหลายอย่างนี่ครับ  ผมเลยซื้อมาหมดเลย

บางอย่างผมก็กินมาแล้วด้วย  อร่อยทั้งนั้นเลยครับ”


“คุณฮยอกแจยังไม่แต่งงานกับพี่ฮันเลยนะตัวเล็ก

ไปเรียกเค้าแบบนั้นแล้วเหรอ   ถูกใจเหรอคะ”


เยซองที่เริ่มออกรถพูดกับคนข้างๆด้วยน้ำเสียงเอ็นดู  เรียววุคยิ้มกว้างประสานมือไว้กลางอก


“ทั้งถูกใจ ทั้งชอบใจ  ทั้งพอใจเลยหล่ะครับ

  สวย เก่ง น่ารัก  แล้วก็ดูมีความคิด  แอบร้ายนิดๆแบบดูดี

เวลายิ้มทีนะครับโลกดูสดใสเลย

เสียดายที่ดูเศร้าๆไปหน่อย  แต่ถ้าแต่งงานแล้วผมรับรองว่าต้องหายเศร้าแน่ครับ”



“ขนาดนั้นเลยเหรอ     หื้ม?   ”



“จริงๆนะครับพี่เยซอง  ”  


เรียววุคใช้น้ำเสียงอ้อนเมื่อเห็นว่าเยซองไม่เชื่อ


“พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร  ตัวเล็กก็รู้ว่าพี่เป็นพวกเมียว่าไงพี่ก็ว่างั้น

อีกอย่างคนที่ทำให้พี่ชายพี่ยอมผูกติดชีวิตอยู่ด้วยได้

คงจะต้องมีอะไรดีๆอยู่แล้วหล่ะ” 


เยซองบอกเสียงหวาน

พลันคิดถึงลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง  หานฮันคยอง หนุ่มลูกครึ่งเกาหลี -จีน ญาติฝ่ายพ่อของเค้า

ที่ตั้งแต่รู้จักกันมา อาจจะเคยคุยกับผู้หญิง หรือผู้ชายมาบ้าง แต่ไม่เคยมีใครที่ฮันคยองใช้คำว่าคบด้วย

ด้วยความเป็นคนขี้รำคาญไม่ชอบคนที่แสดงตัวเป็นเจ้าของ  ทั้งยังบ้างานแบบสุดกู่   

ทำให้พอตนกับภรรยาตัวเล็กได้ยินว่าฮันคยองจะแต่งงาน


ความตกใจปนประหลาดใจก็ทำให้เกิดความสนใจ

ว่าใครกันนะที่ทำให้คนอย่างหานฮันคยองนึกอยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย  

และก็เป็นเรียววุคที่ไม่ชอบเก็บความอยากรู้ไว้เฉยๆ คนตัวเล็กของเค้าสืบจนรู้ว่า

ว่าที่เจ้าสาวที่ว่าคือ เจ้าของร้านขนมคนสวยทั้งยังเป็นร้านที่อยู่ใกล้จนคาดไม่ถึงเสียด้วย



จากนั้นเรียววุคก็แวะเวียนมาที่ร้านนี้ทุกวัน  

แม้จะไม่เจอฮยอกแจแต่เรียววุคก็มาเพี่อดูคนที่อยู่กับฮยอกแจว่าเป็นคนยังไง  

แล้วพอเจอฮยอกแจเรียววุคก็ดูจะถูกใจจนอยากจะเร่งวันเร่งคืนให้ถึงวันแต่งงานของพี่ชายเร็วๆ  

ถ้าไม่ติดว่าพี่ชายห้ามไว้ว่าจะทำอะไรก็ได้แต่ห้ามให้ฮยอกแจรู้เรื่องงานแต่งงาน 

เรียววุคคงวิ่งไปกอดว่าที่พี่สะใภ้ของตัวเองแล้ว





++++++++++++++++++++++++++++

“ฮยอกแจ 

ฮยอก” 


ฮีชอลปลุกน้องรักที่นอนหลับไปนานทั้งน้ำตา

ฮยอกแจงัวเงียแล้วขยับกายลุกนั่ง   ก่อนเอามือขยี้หัวตัวเองแรงๆเพื่อขับไล่ความง่วง


“กี่โมงแล้วพี่”


“ ทุ่ม นึงแล้ว”


“อ้าว  งั้นก็ปิดร้านแล้วน่ะสิ

ทำไมไม่ปลุกผมหล่ะครับ”


“ก็อยากให้พัก  อีกอย่างขนมที่แกทำไว้ก็เยอะซะจนไม่ต้องทำเพิ่ม

ดีนะที่มีคนซื้อไปจนหมดน่ะ ไม่งั้นคงต้องขนกลับไปกินกันเองแน่ๆ” 


ฮีชอลส่ายหน้าทั้งยังทำหน้าแสร้งเบื่อ


“พี่ก็”


“ไม่ต้องเลย

แล้วนี่หยุดยาวนี่แกเอาไง

ไปเที่ยวกับพี่มั้ย” 


ฮีชอลชักชวนฮยอกแจอย่างจริงใจ  ช่วงหยุดยาวนี้น้องชายคงได้มีโอกาสทำใจอีกซักพัก


“ถ้าขืนผมไปด้วย อาจารย์เชวคงจะจับผมเข้าเตาอบหล่ะสิโทษฐานไปเป็น ก ข ค”


ฮยอกแจทำท่าสยองจนตัวสั่นให้ฮีชอลรู้ว่าไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยงกับคนรักของฮีชอลนัก  

เพราะเวลาหวงฮีชอลขึ้นมาแต่ละที น้องก็น้องเถอะ โดนเล่นงานซะแย่เลยทีเดียว


“แต่พี่อยากให้แกได้พักผ่อน

ถ้าไม่ไปกับพี่ก็ลองไปเที่ยวกับครอบครัวสิ

ถือโอกาสพาพ่อกับแม่ไปเที่ยวด้วย ”


คำแนะนำที่ฮยอกแจเพียงแต่พยักหน้าให้เบาๆ  ก่อนจะช่วยกันดูความเรียบร้อยอีกรอบแล้วแยกย้ายกันกลับ






+++++++++++++++++++++++++++++++


บ้าน ลีฮยอกแจ


“กลับมาแล้วครับ”

ฮยอกแจร้องบอกอย่างเช่นปกติ  คนสวยกำลังคิดว่าจะทำตามที่ฮีชอลบอกดีมั้ย

แต่ถ้าจะไปเที่ยวจริงๆก็คงจะแค่ขับรถเล่นเท่านั้นเพราะจะหาที่พักที่เที่ยวแบบเร่งด่วนตอนนี้คงได้ราคาที่แพงกว่าปกติแน่นอน


“หือ ?

ทำอะไรกันครับ”


ฮยอกแจก้าวเข้ามาในห้องนอนรู้สึกประหลาดใจที่เห็นพ่อกับแม่วุ่นวายอยู่กับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของตัวเอง 

พ่อแม่ที่ดูอารมณ์ดีมากกว่าปกติส่งยิ้มให้ลูกชายคนสวย



“หยุดยาวนี่เราจะไปเที่ยวฝรั่งเศสกัน”



“อ๋อ

!!!

ห๊ะ!!”


“เสียงดังทำไมลูกดูไม่เป็นกุลสตรีเลยนะ”



“แม่ผมเป็นผู้ชาย

แล้วเมื่อกี้พ่อว่าไงนะครับ

ฝรั่งเศส  เราเนี้ยนะ”



“ใช่แล้ว  

คืนนี้อย่านอนดึกหล่ะ

พรุ่งนี้เราจะไปสนามบินแต่เช้า

กระเป๋าพ่อกับแม่จัดให้เสร็จแล้ว  แต่เราก็ดูอีกทีละกันว่าจะเอาอะไรเพิ่มมั้ย”



แกรี่และจิโฮ  พูดจบก็ออกจากห้องไป  ทิ้งลูกชายคนเดียวให้รู้สึกมึนงงไว้กับคำถามมากมาย

ทั้งยังคิดว่าเป็นการอำกันเล่นรึเปล่า

แต่พาสปอร์ตและตั๋วเครื่องบินที่วางอยู่บนโต๊ะมันก็จริงเกินกว่าจะเป็นเรื่องโกหก





++++++++++++++++++++++.



และดูเหมือนเรื่องการไปเที่ยวจะได้รับคำตอบย้ำชัดขึ้นว่ามันคือเรื่องจริง

เพราะในเวลานี้ ลีฮยอกแจกำลังนั่งอยู่บนเครื่องบิน  ร่างบางกระสับกระส่าย

ไม่ใช่เพราะที่นั่งคับแคบ  แต่เพราะมันกว้างเกินไป  

จากที่คิดว่าคงจะนั่งชั้นประหยัดเหมือนตอนที่พ่อเคยพาไปเที่ยวจีน  หรือ ประเทศไทย 

แต่นี่มันอับเกรดเลยชั้นธุรกิจมาเป็นชั้นเฟิร์สคลาส  เบาะที่นั่งที่จะเรียกว่าเตียงนอนก็ยังได้  

ทีวีส่วนตัว ผ้าห่มผืนอุ่นที่มีกลิ่นหอมๆ  

และเพียงแค่เผลอสบตาแอร์โฮสเตสสาวสวยที่ยิ้มอย่างเป็นมิตรตลอดเวลาก็จะมาคุกเข่าข้างๆแล้วถามอย่างสุภาพ


“ท่านต้องการอะไรหรือคะ”


“อ่ะ  เปล่าครับ  ขอบคุณครับ”



/ ก็แค่อยากจะมองรอบๆ ไม่ได้อยากได้อะไรหรอก  /


……………..............อืม



คนสวยหันไปมองพ่อแม่ตัวเองที่นั่งคู่กันที่เบาะที่เฉียงไปด้านหลังของตัวเอง

แล้วก็ยิ้มน้อยๆ  ถึงจะรู้สึกสับสนแค่ไหน แต่ตอนนี้พ่อกับแม่ของเค้าก็กำลังมีความสุข

เพราะฉะนั้นฮยอกแจจึงตัดสินใจแล้วว่าจะต้องมีความสุขเช่นกัน



/คิดในแง่ดีสิฮยอกแจ  ฝรั่งเศส เมืองในฝันของแกเชียวนะ/


ใช่แล้วฮยอกแจมีความฝันว่าอยากจะมาเที่ยวที่ฝรั่งเศสซักครั้ง

แต่ตอนที่เปิดร้านก็ใช้เงินเก็บไปเสียหมดเลยต้องเริ่มเก็บเงินใหม่

แล้วจู่ๆก็ได้มา ในช่วงเวลาที่จิตใจต้องการที่พักผ่อนเสียด้วย  หากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่า

คงเป็นโชคชะตาที่อยากจะปลอบในคนเจ็บช้ำให้ดีขึ้นของพระผู้เป็นเจ้า ก็คงจะไม่เสียหายนัก




+++++++++++++++++++++++++++++

สนามบิน   ประเทศฝรั่งเศส



3 คนพ่อแม่ลูกสุขสันต์เพราะต่างคนต่างยิ้มร่าด้วยความตื่นเต้น บอกแล้วฮยอกแจตั้งใจว่าจะมีความสุข

เค้าก็จะทำตามที่ตัดสินใจให้จงได้

ฮยอกแจเข็นกระเป๋ามายังประตูทางออกของผู้โดยสารขาเข้า


“สวัสดีครับคุณลีฮยอกแจ

ผมลีซองมิน จะพาพวกคุณไปยังที่พักครับ”  


ชายหนุ่มร่างอวบอิ่มโค้งทำความเคารพให้กับฮยอกแจและพ่อแม่

ซึ่งฮยอกแจก็โค้งตอบอย่างสุภาพกลับไปเช่นกัน


“คุณเป็นไกด์นำเที่ยวเหรอครับ

ใส่สูทซะเป็นทางการเลยนะครับ” 


ลีฮยอกแจที่เข้าใจไปเองว่าลีซองมินคือไกด์นำเที่ยว   

ซึ่งพอเห็นแบบนั้นแกรี่และจิโฮก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก  


รถลีมูซีนสีขาว พาฮยอกแจและครอบครัว แล่นไปบนถนนที่มองเห็นหอไอเฟลอยู่ตลอดเวลา

ก่อนจะจอดหน้าโรงแรมหรู  ฮยอกแจที่นึกว่าเป็นบริการในแพคเกจที่แกรี่ได้โบนัสมา

คนสวยก็ไม่ได้สงสัยอะไรแม้ห้องพักสวีทที่มองเห็นหอไอเฟลอยู่ใกล้ๆ  จะทำให้คนสวยอึ้งไปพักใหญ่



/   สงสัยพ่อกับแม่จะทำยอดได้เยอะ  บริษัทถึงใจป้ำขนาดนี้  /





************************************.



2 วันที่อยู่ในปารีสซองมินทำหน้าที่นำเที่ยวได้สมกับตำแหน่งไกด์ที่ฮยอกแจมอบให้

แกรี่และจิโฮก็ดูจะชอบใจเป็นอย่างมากฮยอกแจเองก็มีความสุขแต่ก็แอบเสียดายนิดหน่อย

เพราะยังไม่ได้ไปที่ที่อยากไปสักแห่ง ด้วยต้องตามใจจิโฮที่อยากซื้อของ

ที่ที่ไปส่วนมากจึงเป็นแหล่งร้านค้าเสียมากกว่า จะมีถูกใจก็คงเป็นร้านอาหารที่ซองมินพาไป

ทุกที่อร่อยและดูหรูหราจนฮยอกแจอยากรู้ว่ามาเที่ยวครั้งนี้บริษัทต้องเสียเงินไปซักเท่าไหร่


“พรุ่งนี้เจอกันนะ”  



ฮยอกแจที่อยู่ที่ระเบียงห้องเพื่อถ่ายรูปหอไอเฟลที่ตอนนี้เป็นเพียงแท่งมืดๆที่มีดวงไฟวิ่งขึ้นลง  

ตั้งใจแล้วว่าพรุ่งนี้จะอ้อนให้พ่อแม่ไปเที่ยวตามที่ๆตัวเองอยากจะไป






+++++++++++++++++++++++++



วันรุ่งขึ้นฮยอกแจตื่นมาก็ไม่เจอใครในห้อง  คนสวยคิดว่าพ่อกับแม่คงลงไปกินข้าวก่อน

จึงไม่ได้คิดอะไร  ร่างบางหยิบเสื้อผ้าแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย



...........................แอ๊ด


ประตูห้องสวีทเปิดออก  โดยที่คนที่อยู่ในห้องน้ำยังไม่รับรู้ว่ามีใครคนนึงได้ก้าวเช้ามาในห้องแล้ว



.......................กึก


“คุณ!!”


“ไงยอโบ”  หานฮันคยองทักทายคนที่กำลังจ้องตัวเองด้วยสีหน้าตกใจอยู่


“อย่ามาเรียกผมแบบนั้นนะ

แล้วคุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง”   


“ผมมีกุญแจ  ว่าแต่ไปกันเถอะ  เดี๋ยวจะสาย” 


ฮันคยองคว้าที่แขนของฮยอกแจซึ่งแน่นอนคนสวยคงไม่ยอมง่ายๆ 

ร่างบางขัดขืนหนักทั้งยังโวยวายเสียงดัง  


“ปล่อยนะ  ผมไม่ไปไหนทั้งนั้นแหล่ะ    แล้วที่ว่าได้กุญแจ

คุณเอาจากไหน  พ่อกับแม่ผมเหรอ

แล้วพ่อกับแม่ผมให้คุณทำไม  แล้วพ่อแม่ผมหล่ะ”


ฮันคยองจ้องคนสวยที่ทั้งตีทั้งทุบไม่ยอมเดินดีๆท่าเดียว   แต่เวลาที่กำหนดไว้ก็ใกล้เข้ามา


“พ่อกับแม่คุณอยู่กับคนของผม  ถ้าอยากเจอก็ต้องไปด้วยกัน” 


เสียงทุ้มกล่าวเรียบๆทั้งแววตาที่ดูนิ่งทำให้คนฟังตีความหมายไปเสียไกล


“คะ  คุณจับตัวพ่อแม่ผมไปเหรอ”



...........................เฮ้อ   


“ไว้ถามเองตอนเจอกันก็แล้วกัน”



ฮันคยองดึงฮยอกแจที่มีสีหน้าตกใจและวิตกกว่าเดิม  แต่ก็ยอมเดินตามโดยง่ายเพราะความเป็นห่วงพ่อแม่  

รถสปอร์ตคันหรูแล่นพาฮยอกแจไปตามถนนเส้นสวย

แต่บรรยากาศงดงามข้างทางไม่ทำให้ฮยอกแจรู้สึกดีแม้แต่น้อย  

ดวงใจดวงน้อยกำลังเป็นห่วง  ทั้งคนที่กำลังขับรถอยู่ก็ไม่ยอมอธิบายอะไร  



/หายไปตั้งนานแล้วก็โผล่มาทำให้วุ่นวาย   คนบ้า  /



++++++++++++++++++++++++++++++++



รถของฮันคยองพาฮยอกแจมายังโบสถ์สีขาวที่ตั้งตระหง่านโดนเด่นกว่าสิ่งก่อสร้างรอบๆ

ฮยอกแจเองก็เผลอจ้องมองความงามไปชั่วครู่ใหญ่ 

หากแต่ความเป็นห่วงที่ค้างคาใจอยู่ทำให้คนสวยยิ้มไม่เต็มที่นัก    ฮันคยองพาฮยอกแจไปทางด้านหลังโบสถ์


“พ่อ แม่” 


เมื่อเข้าไปในห้องๆนึงฮยอกแจก็เจอพ่อกับแม่ตัวเองที่ยิ้มร่าคุยกับชายหญิงคู่หนึ่งอยู่

โดยมีซองมินอยู่ใกล้ๆ


“มาแล้วเหรอลูก”  


แกรี่และจิโฮยิ้มกว้างไม่ได้ดูเลยว่าลูกชายที่วิ่งมากอดตัวเองไว้นั้นมีสีหน้าแบบไหน



“เป็นอะไรรึเปล่าครับ

หมอนั่นทำอะไรพ่อกับแม่รึเปล่า”

ฮยอกแจหันไปจ้องฮันคยองตาขวาง


“ทำไมไปเรียกฮันคยองแบบนั้นหล่ะลูก

หรือยังงอนกันอยู่

อะไรกันแม่อุตสาห์ยอมให้ฮันคยองไปง้อเราถึงห้อง

ยังไม่หายอีกเหรอ

ไม่เป็นไรเดี๋ยวรอเสร็จพิธีแต่งงานก่อนแล้วค่อยง้อกันต่อนะ”



“อะไรนะแม่!!  ”  

ก่อนที่ฮยอกแจจะพูดอะไรแรงสั่นน้อยๆของแกรี่ก็ทำให้ฮยอกแจชะงัก



“ไม่ไหวเลยนะคุณ  ”  


จิโฮตำหนิเสียงอ่อนแต่ก็กอดแกรี่ไว้แน่น 

แล้วพาไปหลบมุมเพื่อตั้งสติ  ทิ้งฮยอกแจให้มองตามอย่างไม่เข้าใจ 


“สวัสดีจ๊ะหนูฮยอกแจ” 


ชายวัยกลางคนที่ฮยอกแจเห็นว่าเมื่อกี้กำลังพูดคุยกับพ่อแม่เค้าอย่างสนุกสนาน

กล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร  

ทั้งหญิงวัยใกล้เคียงกับแม่ฮยอกแจที่ยืนอยู่ข้างกายก็ยิ้มให้ฮยอกแจด้วยรอยยิ้ม

ที่ฮยอกแจรู้สึกว่ามันเป็นมิตรและอบอุ่น  

ฮยอกแจโค้งแล้วกล่าวทักทาย


“สวัสดีครับ ” 


ฮยอกแจพยายามนึกว่า 2 คนที่กำลังยิ้มให้ตนเองเป็นใครแต่ก็นึกไม่ออก 

ฮันคยองจึงขยับเข้ามาใกล้


“นี่คุณพ่อคุณแม่ของผม”


“สวัสดีจ๊ะ  ชั้น หานแตฮี  ส่วนนี่ หาน ฮุน 

ยินดีต้อนรับหนูเข้าสู่ตระกูลหานนะจ๊ะ

น่ารักจังเลยนะคะคุณ 

ตาฮันนี่ตาถึงจริงๆ” 


แต่ฮีหญิงวัยกลางคนที่ดูจะสาวและสวยเกินอายุ 50 ปี 

ยื่นมือมาจับมือฮยอกแจไว้หลวมๆ  แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู 


“คุณ!?”


“ไม่ใช่จ๊ะ  ต้องเรียกคุณแม่สามี   แล้วก็ คุณพ่อสามี”


สรรพนามที่ถูกยื่นให้ทำให้คนสวยชะงักแรง


“คุณก็  ต้องรอให้ผ่านพิธีก่อนสิ  ให้เรียกตอนนี้หนูฮยอกแจก็เขินแย่สิ

นะหนูรอผ่านพิธีแล้วหนูต้องเรียกตามที่แม่ตาฮันขอนะ   

ให้เวลาเตรียมใจระหว่างเตรียมตัว”


หานฮุนพูดด้วยรอยยิ้ม แม้จะอยากทำความรู้จักคนที่ลูกชายตัวเองบอกว่าจะแต่งงานด้วย

ถึงขนาดบอกให้รีบเคลียงานที่จีนโดยด่วนเพื่อมางานแต่งงานให้ได้ ทั้งไอ้ลูกชายยังบินไปรับด้วยตัวเองอีก  

แต่ดูสีหน้าว่าที่ลูกสะใภ้ที่เหมือนจะยังสับสนอยู่จึงต้องเก็บความอยากรู้ไว้เสียก่อน


“พิธีอะไรครับ”  ฮยอกแจงงยิ่งกว่าไก่ตาแตก


“พิธีแต่งงานของเราไงครับ”   


คำเฉลยที่ทำให้คนสวยช็อกไปหลายวิ ก่อนถูกดึงกลับด้วยร้อยยิ้มเจ้าเล่ห์ของฮันคยอง


“คุณฮันคยองครับ” 


โจวคยูอยอน เข้ามาในห้อง  และกระชิบกับฮันคยอง

ฮยอกแจเห็นแบบนั้นก็ขยับเข้าใกล้หานฮุนและแตฮี


“คุณสองคนเป็นพ่อแม่ของหมอนั่นจริงๆเหรอครับ

หรือว่า !!

ถูกจับตัวมา” 


ฮยอกแจกระซิบเบาทั้งประโยคสุดท้ายคนสวยยังมีสีหน้าตกใจ

แตฮีและหานฮุนมองหน้ากันเองสลับกับมองหน้าฮยอกแจก่อนจะคิดว่าไอ้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคงจะสร้างเรื่องอะไรแปลกๆไว้กับว่าที่ลูกสะใภ้เสียแล้ว และเมื่อทั้งคู่ไม่ตอบอะไรฮยอกแจยิ่งคิดเองไปใหญ่



“ไม่เป็นไรนะครับ

ผมจะหาทางช่วยพวกคุณเองยังไงซะเราก็ต้องรอดจากไอ้โรคจิตนั่น

งานแต่งอะไรเนี้ย  บ้าบอจริงๆ ใครจะยอมแต่งด้วย  ”

“ว่าไงนะ”  

ฮันคยองนั่นขยับเข้าใกล้จนได้ยินเสียงกระซิบชัดเจน คิ้วเข้มกระตุกน้อยๆ

ฮยอกแจสะดุ้งขยับหนี   แต่ก็ถูกแขนฮันคยองโอบไหล่แล้วดึงให้แนบชิดข้างตัว



“คุณไปเตรียมตัวก่อนเถอะไป

อย่าดื้อ ”


เมื่อเห็นฮยอกแจกำลังจะอ้าปากแย้ง  ตาคมก็มองไปยังแกรี่และจิโฮที่มีคนของฮันคยองยืนอยู่ใกล้ๆ

ฮยอกแจจึงได้แต่พยักหน้าตกลงแล้วเดินไปกับคยูฮยอนแบบจำยอม


“แกไปทำอะไรเค้า

ทำไมหนูฮยอกแจพูดอะไรแปลกๆ” 


แตฮีถามลูกชายอย่างสงสัย ฮันคยองเพียงแต่ส่ายหัวเบาๆ


“เข้าใจผิดนิดหน่อยน่ะครับ”



“ให้มันนิดหน่อยจริงๆเถอะ

อย่าปล่อยให้หนีเตลิดหล่ะ”


“ครับ” 


ฮันคยองรับคำก่อนจะขอตัวไปเตรียมความพร้อมของตัวเองบ้าง


“ถูกใจเหรอคะ”  แตฮีกระซิบถามสามี

หานฮุนยิ้มน้อยๆแล้วพยักหน้า


“ถึงจะดูแปลกๆ  แต่ถ้าทำให้ลูกชายเราใช้สายตาแบบนั้นมองได้ ผมก็ยิ่งกว่าถูกใจอีกนะคุณ”



“สายตาแบบที่คุณมองชั้นในวันแรกที่เราเจอกันน่ะเหรอ”

“รู้เหมือนกันนี่”


แล้วสองสามีภรรยาก็หัวเราะให้กันอย่างพอใจในตัวว่าที่สะใภ้ของตัวเองไม่น้อย





------------------------------------#4 




ความคิดเห็น