ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : #3

คำค้น : hanhyuk,yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2560 21:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#3
แบบอักษร

บนถนนสายเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ อาคารสำนักงานของบริษัทต่างๆ ตั้งตระหง่านเป็นทิวแถว 

โดยทุกอาคารมีผู้คนมากมายเดินเข้าออกทั้งพนักงานและผู้มาติดต่องาน  

และที่ใดมีคนที่นั่นก็ต้องมีสิ่งสนองความต้องการ อย่างเช่นร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ หรือ ร้านกาแฟ 



ร้าน Be Love  ก็เป็นหนึ่งในนั้น  อาคารสไตล์โมเดิลสีขาวสะอาด 2 

ชั้นล้อมรอบด้วยสวนหย่อมเล็กๆที่จัดด้วยต้นไม้ในกระถางขนาดต่างๆกันและกรวดหินน้อยใหญ่สีขาว 

ฝั่งที่หันหน้าออกทางถนนเป็นกระจกใสทั้งสองชั้น  ชั้นล่าง จะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 

ส่วนสำหรับลูกค้าที่มีทั้งโซฟาตัวยาว สีสันต์สนใส และเก้าอี้หัวกลมที่หันออกนอกร้าน

อีกส่วนคือส่วนที่เคาว์เตอร์ที่จะมีจุดสำหรับรับออร์เดอร์และชำระเงินจุดสำหรับเครื่องดื่ม

ที่ใกล้ๆกันจะมีตู้โชว์ขนมอบแบบต่างๆที่ทางร้านทำออกมาสดใหม่ทุกวัน  

ด้านหลังเคาว์เตอร์นี้จะมีประตูที่จะเชื่อมไปยังห้องครัวและห้องเก็บของ

ชั้นบน จัดเป็นมุมนั่งเล่นที่จะมีทั้งชุดโซฟารับแขก  ชุดเก้าอี้รูปแบบน่ารักๆ   

และเบาะสำหรับลูกค้าที่อยากจะนั่งกับพื้น  มีหนังสือการ์ตูน หนังสือพิมพ์และนิตยสารไว้บริการลูกค้า



ร้าน Be Love มีลูกค้าเข้าออกร้านอยู่สม่ำเสมอ ส่วนใหญ่ก็เพราะติดใจในบรรยากาศและรสชาติ

ที่เหลือถ้าเป็นสาวๆก็คงติดใจในหนุ่มน้อยพนักงานของร้าน 

ถ้าเป็นชายหนุ่มก็คงจะอยากจะมาดูหน้าหวานๆรอยยิ้มสวยๆของเจ้าของร้านทั้ง 2 ของ Be Love

แต่หากช่วงนี้ใครที่หวังอย่างหลังอาจจะต้องทำใจเสียหน่อย

เพราะเวลานี้เจ้าของคนสวยของร้านดูจะไม่มีกะจิตกะใจจะยิ้มแย้มซักเท่าไหร่



“นั่นจะทำเค้กหรือชงเหล้า” 


คิมฮีชอล หนุ่มหน้าสวยจัดดวงตาเฉี่ยวที่กรีดอายไลน์เนอร์เส้นเล็ก  ปากสีแดงสดรับกับผมยักศกสีทอง

เอ่ยถามหุ้นส่วนร้านอีกคนที่กำลังเทเหล้ารัมใส่แป้งทำขนม


“หือ?  

เฮ๊ย!!” 


ลีฮยอกแจรีบดึงขวดเหล้าออก แต่แป้งเค้กคงจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว เพราะเหล้าที่มีอยู่เต็มขวดถูกเทไปเสียเกินครึ่ง


“นายแน่ใจนะฮยอกว่าไหวน่ะ 

พี่ว่ากลับไปพักก่อนมั้ย

งานที่ร้านพี่จัดการเองได้  ”


ฮีชอล ขยับเข้าใกล้ชามผสมเค้กแล้วใช้นิ้วตวัดแป้งเค้กที่ฉ่ำไปด้วยเหล้ามาใส่ปาก


“ไม่เอาหรอก  ผมไม่ได้เข้าร้านตั้งหลายวัน

เดี่ยวพี่ก็ฮุบกิจการผมพอดี”


“ปากเหรอเนี้ย”


“ผมไม่เป็นไรพี่  ให้ผมอยู่เถอะ” 


ฮยอกแจบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง  ฮีชอลมองหน้าน้องชายคนสนิทด้วยความเป็นห่วง

ทั้งคู่อาศัยอยู่บริเวณใกล้ๆกัน  เรียนประถมจนถึงมัธยมปลายด้วยกันก่อนจะห่างๆกันไปตอนเรียนปริญญา

พอมาเจอกันอีกทีก็ตอนที่ไปเรียนที่สถาบัน เชว  


ความฝันที่คล้ายกันทำให้ทั้งคู่ลงทุนเปิดร้านนี้ด้วยกัน   ฮยอกแจจึงไม่ใช่เพียงหุ้นส่วนร้าน  

แต่คือน้องชายที่ฮีชอลจึงทั้งรักและห่วง  ทั้งยังรู้ดีว่าตอนนี้น้องชายของตัวเองยังไม่โอเคอย่างที่ปากพูด 


วันที่ฮยอกแจโทรหาฮีชอลด้วยน้ำเสียงเศร้าบอกว่าถูกทิ้งและขอหยุดงานซักระยะ 

หัวใจคนเป็นพี่หล่นวูบเพราะน้ำเสียงของน้องชายดูจะเหมือนหมดอาลัยตายอยาก 


คนสวยเฝ้ารอให้น้องชายตัวเองกลับมา     ความกลัวเกาะกินหัวใจจนแทบไม่เป็นอันทำงาน 

ไม่กล้าแม้แต่จะโทรหาที่บ้านฮยอกแจ  


แต่พอ 3 วันก่อนที่ฮยอกแจเข้ามาที่ร้านแม้ดูสภาพแล้วจะรู้ว่าดวงตาคู่สวยคู่นี้ผ่านการร้องไห้มาเยอะ

แต่ก็ดีใจที่น้องชายไม่ทำอะไรโง่ๆอย่างที่กลัว 



“งั้นพี่เอาเครปเค้กไปหน้าร้านก่อนนะ” 

ฮีชอลถอดชุดกันเปื้อนแล้วถือขนมที่ตัวเองทำเสร็จออกไปหน้าร้าน 




“มีสติหน่อยฮยอกแจ” 


คนสวยสะกดจิตตัวเอง  ก่อนจะลงมือทำขนมใหม่อีกรอบ 

ฮยอกแจคอยเตือนตัวเองทุกนาทีว่าต้องใส่ใจให้มาก 

ในที่สุดขนมหน้าตาน่ารับประทานก็ถูกลำเลียงจากครัวไปยังหน้าร้านจนครบ 



เมื่อหมดสิ่งที่จะทำให้วุ่นวาย หัวใจดวงน้อยก็เริ่มสั่นไหว   ฮยอกแจทรุดตัวลงนั่งพิงโต๊ะทำขนม



“คนบ้า” 


เสียงพึมพำเบาๆ  ถ้าใครเห็นสภาพตอนนี้ก็คงคิดว่ากำลังคิดถึงเรื่องแฟนเก่า

แต่เปล่าเลย  หลายวันมานี้แม้เรื่องฮยอนจุงจะทำให้ฮยอกแจร้องไห้บ้าง เศร้าบ้าง

แต่ไม่ใช่สิ่งที่ฮยอกแจคิดถึงในเวลานี้ 


หากแต่เป็น ใบหน้าคมคาย ของคนที่บอกว่าจะแต่งงานกับฮยอกแจต่างหาก

วันนั้นหลังจากที่ฮยอกแจตื่นมาในตอนค่ำ  ฮันคยองก็ไม่อยู่เสียแล้ว 

ฮยอกแจไม่กล้าคิดด้วยซ้ำว่ามันคือความจริง  แต่สัมผัสที่เกิดขึ้นก็บ่งบอกชัดเจนว่า

มันไม่ใช่ความฝัน  ทั้งแกรี่และจิโฮก็ยังพูดถึงฮันคยองให้ได้ยินอีกด้วย


แม้ฮยอกแจจะพยายามบอกว่าฮันคยองไม่ใช่แฟนของตัวเอง

แต่พ่อกับแม่ก็ทึกทักเอาว่าฮยอกแจคงกำลังงอนฮันคยองอยู่ 

ทั้งยังเอ่ยชื่นชมคนที่พึ่งเจอกันว่าหล่อ  น่ารัก สุภาพ  จนฮยอกแจหมดปัญญาจะอธิบาย 

และคิดว่าเอาไว้เจอกันค่อยให้ฮันคยองอธิบายเอง แต่ชายหนุ่มผู้ทำให้จิตใจวุ่นวายกลับหายหน้าไป



“อย่าไหลนะ    หยุดเลย   ดีแล้วหนิ    คนโรคจิตแบบนั้น   

อย่าคิดถึงเชียวนะ”


มือเรียวยกปาดน้ำตาที่ไหลผ่านแก้มใบหน้าเชิดขึ้นเพื่อให้น้ำตามันไหลกลับเข้าไปด้านใน


“ทำงานๆ” 

ฮยอกแจมองไปยังนาฬิกาที่อยู่บนห้องบอกเวลา บ่าย 2 ช่วงเวลาที่จะมีลูกค้ามากเป็นพิเศษ  

คนสวยถอนเสื้อกันเปื้อนแล้วออกไปยังหน้าร้าน




*****************************


3  หนุ่ม จงซอก  ชานยอล และ แบคฮยอน  

พนักงานประจำร้าน และเป็นแรงดึงดูดสาวๆให้เข้ามาที่ร้านนี้กำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น 

จงซอกประจำอยู่เคาว์เตอร์  ส่วนชานยอลและแบคฮยอนก็คอยดูแลลูกค้า


“พี่โอเคแน่นะครับ” 


จงซอกถามพี่ชายคนสวย ที่ควบตำแหน่งพี่รหัสสมัยเรียนมหาวิทยาลัยและเจ้านายของตัวเองในขณะนี้  

ฮยอกแจยิ้มจางๆ ยิ้มที่จงซอกรู้ว่ากำลังฝืน

แต่ชายหนุ่มก็ยิ้มกว้างรับเพราะไม่อยากให้ฮยอกแจคิดอะไรมาก



...................กุ๊ง  กริ๊ง


“บีเลิฟสวัสดีครับ”   


ทุกครั้งที่เสียงประตูร้านดัง  คำทักทาย หรือ คำบอกลาหวานๆ จะดังขึ้นเสมอ


“สวัสดีครับคุณอุคกี้  รับอะไรดีครับ”


ฮีชอลกล่าวทักทายลูกค้าที่เข้ามาในร้านติดต่อกันทุกวันเกือบอาทิตย์แล้ว

ลูกค้าหนุ่มน้อยตัวเล็ก ผิวขาวปากแดง ที่ชอบยิ้มด้วยการทำจมูกย่น


“อุคกี้ขอชามันหวานปั่น  กับ  อืม   บลูเบอรี่โรลเค้กครับ” 


เรียววุคสั่งเสียงชัด ก่อนจะจ่ายเงินแล้วไปนั่งที่โซฟาที่หันมาทางเคาร์เตอร์ 

ก่อนหยิบหนังสือการ์ตูนที่พกมาด้วยเปิดอ่านไประหว่างรอ


“น่ารักดีนะ” 


ฮยอกแจพูดถึงลูกค้าที่เข้ามาใหม่      ฮีชอลพยักหน้าน้อยๆขณะทำเครื่องดื่มสำหรับเรียววุค


“พึ่งมาตอนที่แกไม่อยู่น่ะ   ดูจะชอบร้านเรามากๆเลยนะ

มาทุกวันเลย  ยิ่งวันสองวันมานี่พอกินชิ้นนั้นหมดก็สั่งชั้นนั้นต่อ

แถมซื้อกลับบ้านอีกต่างหาก” 


ฮยอกแจพยักหน้ารับฟังสิ่งที่ฮีชอลพูด พลางจัดการงานของตัวเองไปโดยไม่รับรู้ถึงสายตาที่ลอบมองอยู่เป็นระยะๆ



..........กุ๊ง  กริ๊ง


.....................................กึก


!!!

แบคฮยอนและชานยอลต่างชะงักกับลูกค้าที่เค้ามาใหม่   

จงซอกที่อยู่ใกล้ๆฮยอกแจก็เหลือบมองรุ่นพี่ด้วยความเป็นห่วง บรรยากาศแปลกๆที่เรียววุครู้สึกได้


“จะไม่ทักทายลูกค้าหน่อยเหรอ” 


อารึมหญิงสาวที่คล้องแขนมากับชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาที่ดูกำลังไม่ชอบใจนักเดินเข้าประชิดเคาว์เตอร์    

ฮยอนจุง  แฟนเก่าของ ฮยอกแจ

ความชาวาบเข้าเล่นงานร่างทั้งร่างของฮยอกแจ  แม้อยากจะหลบสายตายังทำไม่ได้

ดวงตาคู่สวยที่สั่นไหวจับจ้องใบหน้าชายคนรักเก่า


“บีเลิฟสวัสดีครับ” 


จงซอกกล่าวทักทายด้วยใบหน้ามีรอยยิ้ม  ตอนนี้นอกจากฮยอกแจจะยืนนิ่งแล้ว

ใกล้ๆกันนั้น ฮีชอลกำลังจ้องมองผู้มาใหม่ตาเขม็งมือเรียวข้างตัวกำแน่น

ราวกับพร้อมประจันหน้ากับคนที่มักแวะเวียนมาที่ร้านช่วงที่ฮยอกแจกำลังเจ็บปวด

แต่ก็ไม่เจอเพราะฮยอกแจไม่ได้มาทำงาน แต่หญิงสาวก็มักจะทิ้งถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามไว้เสมอ 


“ชั้นไม่ชอบคุยกับลูกน้อง 

ขอคุยกับเจ้าของร้านดีกว่า

ถึงจะ เป็นแค่ร้านกระจอกๆน่ะนะ” 


หญิงสาวเบ้ปากเหยียดยามพร้อมถ้อยคำที่ขัดกับใบหน้าสวย  

หญิงสาวผู้มีทั้งฐานะและชาติตระกูลแต่กลับทำตัวราวคนที่ไร้การอบรม  

ภาพที่ฮยอกแจคุ้นชินตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน

แต่เวลานี้มันกลับทำให้คนที่ไม่เคยสนใจรู้สึกหงุดหงิด 


“นี่”


................“พี่”


ก่อนที่คำพูดของฮีชอลที่กำลังโกรธสุดขีดจะหลุดปากมา  

ฮยอกแจที่ตั้งสติได้ก็เรียกเสียงเบาๆเชิงห้ามแล้วยิ้มบางๆให้กับอารึม


“ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าจะรับอะไรครับ” 


เสียงหวานเอ่ยราวกับไม่รู้สึกอะไร ทั้งรอยยิ้มที่ส่งมาสร้างความหงุดหงิดใจไม่น้อยให้อารึม 

แต่ไหนแต่ไรมาฮยอกแจก็มักจะตอบโต้เธอด้วยท่าทางแบบนี้เสมอ 

เธอเกลียดมัน เกลียดพอๆกับฮยอกแจ คนที่แย่งความสนใจทุกอย่างไปจากเธอ  


เธอเป็นถึงดาวคณะ แต่ผู้ชายส่วนมากไม่ว่าจะในหรือนอกคณะกับสนใจฮยอกแจ  

ไม่ว่าจะวันสำคัญอะไรฮยอกแจก็จะได้รับของขวัญมากกว่าเธอ 

พอเธอแกล้ง   ฮยอกแจก็ทำหน้านิ่งแล้วตอบโต้จนเธอกลายเป็นคุณหนูจอมโวยวายเอาแต่ใจ


แต่ต้องไม่ใช่วันนี้ 

เมื่อภาพวันที่ฮยอกแจร้องไห้เหมือนคนบ้าวันนั้นมันสร้างความสะใจให้เธอไม่น้อย   

อารึมกระชับแขนที่คล้องฮยอนจุงไว้แน่นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทางดัดจริต


“ฮยอนจุงคะ   คุณว่าเราทานอะไรกันดีหล่ะคะ

หลายวันมาเนี้ย เรา

เสียพลังไปเยอะเลยอ่ะ

ต้องหาอะไรเติมพลังกันหน่อยว่ามั้ยคะ”


จงซอกได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา 

เค้าเป็นรุ่นน้องของฮยอกแจก็เท่ากับเป็นรุ่นน้องของทั้งอารึมและฮยอนจุงด้วย  

ทำไมเค้าจะไม่รู้ว่าอารึมชอบหาเรื่องฮยอกแจแค่ไหน  

แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะยอมทำตัวเองให้ดูตกต่ำเพียงเพราะต้องการเอาชนะ


“งั้นรับเป็นเบญจเค้กมั้ยครับ

เราผสมธัญพืช 5 อย่าง  รสชาติไม่หวานมาก”


ฮยอกแจแนะนำราวกับไม่รู้สึกอะไร   ยิ่งทำให้อารึมโมโหจนกัดปากแน่น   

หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นอีกหน่อย แล้วจ้องมองฮยอกแจด้วยแววตาหงุดหงิด  

แววตาที่ฮยอกแจรู้ว่าอารึมกำลังจะหมดความอดทน


“ก็ดีนะ แต่ชั้นว่าไม่เอาดีกว่า

ได้ข่าวว่าคนทำของพวกนี้พึ่งจะถูกเขี่ยทิ้ง

เค้กที่คนทำกำลังเศร้า มันจะไปอร่อยอะไร

คงจะเค็มๆเพราะเต็มไปด้วยน้ำตาเสียมากกว่า

แหวะ”  


ไม่พูดเปล่า อารึมทำหน้าราวจะอาเจียนออกมาจริงๆ  

คำพูดที่ทำให้จงซอกแทบจะกระโจนใส่  แบคฮยอน และ ชานยอลก็เช่นกัน


พวกเค้าไม่ใช่แค่ลูกน้องแต่ยังสนิทกับฮีชอลและฮยอกแจราวพี่น้องแม้เจ้าของร้านทั้ง 2 จะปากร้าย

แต่เวลาที่พวกเค้าเกิดเรื่องฮีชอลและฮยอกแจก็ไม่เคยดูดาย  ถึงจะช่วยไปด่าไปก็ตาม


และแน่นอนหากมีใครมาทำอะไรพี่ชายคนสวยพวกเค้าก็พร้อมจะกลายร่างจากพนักงานสุดหล่อ

เป็นองครักษ์สุดโหดได้ทันที


หากแต่เป็นเพราะสีหน้าปกติของฮยอกแจที่ยังคงยิ้มอยู่นิดๆ  พวกเค้าจึงคอยดูเหตุการณ์อยู่นิ่งๆ


“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ  ขนม นอกจากจะเป็นของสวยงามแล้ว

มันยังเป็นศาสตร์ชั้นสูง ที่พวกเราคนทำรู้ดีว่าจะต้องใส่แต่ความสุขลงไป

หรือถ้าจะเป็นน้ำตาก็คงจะเป็นน้ำตาของความสุขเท่านั้น

น้ำตาที่เกิดจากการกระทำต่ำๆของพวกมักมากที่สมสู่กันแบบไม่สนว่าจะต้องทำร้ายใคร

ไม่มีทางได้เข้าใกล้ของพวกนี้หรอกครับ

รับซักชิ้นมั้ยครับ

เผื่อจิตใจจะเจอความสุขจริงๆขึ้นมาบ้าง”


คำพูดนิ่มๆน้ำเสียงเรียบๆ 

ใบหน้ายิ้มแต่แววตาฉายความดูแคลนทำให้ความอดทนของอารึมที่มีต่ำอยู่แล้วขาดสะบั้น  

หญิงสาวง้างมือขึ้นหมายจะตบแต่ฮยอนจุงก็คว้าไว้เสียก่อน

ทั้งยังดึงแกมลากแฟนสาวให้ออกไปนอกร้าน   อารึมได้แต่ร้องโวยวาย ทั้งยังสบถด่า

คำหยาบหลายคำที่ทำให้เรียววุคมองดูเหตุการณ์อยู่ตลอดสะดุ้งโหย่ง  



“ฝากหน้าร้านด้วยนะ” 

เมื่อความวุ่นวายจบลง  ฮยอกแจก็บอกเบาๆด้วยรอยยิ้มก่อนจะหายไปหลังร้าน 






************************************.



“ฮึก     ฮึก     ฮึ  ฮื้อ    ฮื้อ      ”


ฮยอกแจเข้าไปยังห้องพักเล็กๆที่อยู่ติดกับห้องเก็บของ  

ห้องที่มีไว้สำหรับนอนพักหากรู้สึกเหนื่อยหรือเวลาที่จะมีของมาส่งตอนกลางคืนหรือแต่เช้ามืด   

คนสวยทิ้งตัวลงบนเตียงซบหน้ากับหมอนแล้วกลั้นเสียงร้องไห้ไว้ด้วยร่างกายสั่นเทา 

แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยมันออกมา  ความเจ็บปวดทำร้ายหัวใจอีกครั้ง



/ร้องซะฮยอกแจ  ร้องไห้ให้พอ  ร้องออกมาให้หมด    แล้วต่อไปอย่าร้องอีก

คนแบบนั้นไม่มีค่าพอหรอก   /




---------------------------------------#3

ความคิดเห็น