ฝากติชมผลงาน เพื่อการพัฒนาต่อไป หรือจะให้กำลังใจก็ได้นะคะ จุ้บ 😘

ชื่อตอน : บทที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2560 19:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8
แบบอักษร

เสียงซุบซิบยามเช้าของเหล่านางกำนัล  ดังไปทั่วทั้งวังหลัง ว่าเสียงแห่งความสุขสมของพระสนมที่ถูกลืมเมื่อคืนมีความสุขสมเช่นไร

            เหมยลี่ ที่เดินทอดน่องในสวนยามเช้า ใบหน้าอิ่มเอมก็อดที่จะมีความสุขกับพระสนมไม่ได้ หากแต่รำคาญเหล่านางกำนัลต่างๆ ที่มาชวนนางพูดคุยบ้าง เอาขนมมาให้นางบ้าง คิดว่านางไม่รู้หรือไร ว่าที่ทำดีกับนางผิดปกติแบบนี้ เพราะทราบข่าวว่าฮ่องเต้เสด็จมาหาพระสนมไป๋เมื่อคืน คงคิดจะให้นางช่วยพูดละซิ ว่าหากพระสนมเลื่อนขั้นจะให้พาไปเป็นนางกำนัลติดตามด้วยอีกคน พวกไม่จริงใจแบบนี้พระสนมไป๋ไม่ต้องการหรอก

            กุ้ยเหรินปัดถ้วยน้ำชากระเบื้องเคลือบลายงดงามจนตกแตก เสียงตวาดไล่เหล่านางกำนัลให้ออกไปให้หมด ก่อนที่นางจะอดรนทนไม่ไหว ลงไม้ลงมือกับใบหน้าหวานสวยของพวกนางจนเป็นรอยแดง เพื่อระบายความโกรธเคืองภายในใจ

            “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้! หากข้าหมดความอดทนขึ้นมาจริงๆ....” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดหยุดคำพูดเพียงแค่นี้ เพราะสิ่งที่นางคิดไว้ย่อมไม่ควรพูดออกมา หากมีใครได้ยิน แผนการทั้งหมด... ทั้งวังหลัง และวังหน้าคงอยู่กันไม่เป็นสุข

            “ซุ่ยเอ๋อ ซุ่ยเอ๋อ” กุ้ยเหรินตะโกนเรียกนางกำนัล ที่เพิ่งไล่ตะเพิดให้กลับมา

            “เพคะ พระสนม” ซุ่ยเอ๋อรีบรนลานคลานเข่าเข้ามาแทบเท้าพระสนม เพราะรู้ดีว่าเวลาพระสนมของตนโมโหน่ากลัวเช่นไร

            “ข้าว่าข้าจะไปเยี่ยม หยากุ้ยเฟยเสียหน่อย...” รอยยิ้มเล็กๆกระตุกขึ้นมุมปาก อารมณ์ร้ายๆของนางกลับเย็นลงไปในพริบตา!

**************************************

          น้ำเสียงหวานหู และกลิ่นหอมจำเพราะของสตรี ยังคงตราตึง จนฮ่องเต้ต้องสะบัดหน้าหลายครั้ง เพื่อนให้ภาพเรือนร่างอรชรเมื่อคืนหลุดออกไป

            “เจ้ากำลังทำให้ข้าเป็นบ้า”

            “ท่านว่าอย่างไรนะ ฝ่าบาท” มู่หลินต้องถามซ้ำ เมื่อเห้นอาการแปลกปละหลาดของฮ่องเต้ ตั้งแต่ฝ่าบาททรงเสด็จว่าราชการยามเช้า ท่านก็ทรงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เมื่อกี้ยังพูดคนเดียวราวกับคนเสียสติ

            “ข้าถามเจ้าว่า สายของเรารายงานว่าอย่างไรบ้าง” ฮ่องเต้พยายามเฉไฉถามเรื่องอื่น เพราะไม่อยากถูกมู่หลินจับได้ว่าตนเองกำลังคิดถึงสนมคนงาม

            “ข่าวล่าสุดของเราคือ การส่งมอบอาวุธ และกำลังนักรบของเรา ยังคงดำเนินต่อไป สายของเราปลอมตัวเป็นพ่อค้า กำลังสืบเสาะนักเดินทางที่ไม่คุ้นหน้าอยู่ เพื่อหาทางไปยังรังของพวกมันพะยะคะ”

            “ไม่ใช่เพียงส่งอาวุธ แต่กำลังฝึกกำลังพล เพื่อส่งไปยังแดนเหนือ คิดจะใช้คนของเรา ทำลายเรา มักใหญ่ใฝ่สูงจนเกินตัว วันหนึ่งจะถูกข้ายิงร่วงลงมาเพราะความใฝ่สูง”

            “แล้วเหตุใดทรงไม่จัดการขั้นเด็ดขาด หรือเพราะ.....” สายตามู่หลินทอดมองด้วยความเป็นห่วง

            “ถ้าข้าจัดการขั้นเด็ดขาด เจ้าว่าประชาชนจะเลือกเข้าข้างใคร ข้าคงถูกเหล่าไพร่พลรุมประณาม ว่าเป็นฮ่องเต้ที่แสนโง่เขลา และริษยา อีกทั้งเราต้องกำจัดให้ถอนรากถอนโคน ตอนนี้คนที่น่าเป้นห่วงมากกว่าข้าก็คือ อี๋หลิน... สิ่งที่นางกำลังทำย่อมเป็นภัยแก่ตัวนางและขุนนางไป๋ สิ่งเดียวในตอนนี้ที่ข้าจะทำเพื่อปกป้องนางได้ก็คนมีแต่ให้นางย้ายมาอยู่วังหน้า”

            “มิเช่นนั้น นางมิย่อมมีอันตรายเพิ่มหรอกหรือ ฝ่าบาท” มู่หลินฉงนกับความคิดอ่านของพระองค์

            “คนเฉลียวเช่นนางจะใช้อันตรายเป็นสะพานทอดไปหาศัตรู...”

            “ฝ่าบาทจะทรงใช้นาง....”

            “เฉกเช่นที่นางกำลังใช้ข้า” คิ้วหนาคลายขมวดลงก่อนจะยิ้มบางๆให้มู่หลิน นำราชโองการแต่งตั้งอี๋หลินมอบให้หวังกงกงจัดการ

            *******************

            ช่วงบ่ายของวัน หวังกงกงนำราชโองการจากฝ่าบาท มุ่งหน้ามายังวังหลัง เหล่านางกำนัลต่างๆ ต่างเดินตามหวังกงกงจนดูน่ารำคาญ

            ร่างอวบในชุดสีเขียวขี้ม้าเข้ม หยุดยืนหน้าห้องจันทร์เจ้า ก่อนจะป่าวประกาศเรียกพระสนมรูปงามให้ออกมารับราชโองการ

            “ไป๋อี๋หลินรับราชโองการ ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งแต่งตั้งไป๋อี๋หลิน เป็นไป๋เฟย มีขันทีรับใช้สิบคน นางกำนัลรับใช้หกคน มอบเรือนเบญจมาศ และเครื่องประดับชุดนี้ให้แก่ไป๋อี๋หลิน” มือของหวังกงกงผายไปยังหีบไม้ที่เต็มไปด้วยผ้าไหมอินเดีย เครื่องหยก เครื่องทองคำ ต่างๆ ที่งดงามอย่างหาที่ติไม่ได้ จนเหล่านางกำนัลที่รุมดูต่างตาลุกวาวด้วยความอิจฉา

            “ไป๋อี๋หลินรับราชโองการ” มือเรียวรับราชโองการของฝ่าบาทจากหวังกงกงมา ก่อนจะลุกขึ้น หลังจากหวังกงกงและเหล่าทหารเดินจากไป

            นางกำนัลต่างๆ ที่ไม่เคยได้พูดคุยเสวนามาเป็นปีๆ ก็ต่างยกยอนางกันยกใหญ่ อี๋หลินได้แต่โปรยยิ้มหวานให้แก่พวกนาง เพราะหากทำท่าทีรำคาญออกไป อนาคตก็อาจจะใช้พวกนางไม่ได้ แต่หากพูดหวานใส่พวกนางเพียงนิดเพื่อให้ความหวังว่าจะได้เป็นนางกำนัลรับใช้ จะใช้การอันใดก็ย่อมง่าย

            “เก็บของเร็วเหมยลี่ ข้าอดใจรอไปวังหน้าไม่ไหวแล้ว” รอยยิ้มดีใจฉายชัดบนใบหน้าหวาน ขณะที่แปรงผมอยู่หน้ากระจก

            “อดใจรอไปวังหน้าไม่ไหว หรืออดใจรอเจอฝ่าบาทไม่ไหวกันแน่เพคะ คิกๆ”

            “เจ้าอย่ามาทำเป็นอวดรู้” อี๋หลินหันไปต่อว่าอย่างไม่จริงจัง

            “แล้วใครกันละเพคะ ที่กำลังแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ อีกทั้งสายตาก็ชะเง้อคอยมองแต่หน้าประตู แล้วก็สลับมองบนเตียงนอน”

            “นี่เจ้า” ไป๋อี๋หลินอดเขินไม่ได้เมื่อถูกนางกำนัลรับใช้จับได้ว่าแท้จริงแล้วกำลังคิดถึงอ้อมอกของพระองค์

            “ได้เวลาแล้วพะยะคะ พระสนม” ขันทีรับใช้กล่าวบอกเตือนพระสนม

            “อืม...”

*********************************

          อี๋หลินเดินสำรวจเรือนเบญจมาศ ความงามของเรือนช่างน่าประทับใจ ผิดกับวังหลังยิ่งนัก เท้าเล็กๆก้าวสำรวจทุกซอกทุกมุม

            “อ๊ะ!” ไป๋อี๋หลินสะดุ้งโหยงเมื่อมือหนาปิดตานางไว้

            “ข้าก็รอไป๋เฟยไปเถอะ ที่แท้ก็มาเดินเตร็ดเตร่อยู่ตรงนี้นี่เอง”

            “ฝ่าบาท! หม่อมฉันตกใจหมดเพคะ ว่าแต่ฝ่าบาททรงรอหม่อมฉันที่ใด ไม่เห็นมีใครมาบอก”

            “เจ้าก็ควรจะรู้ว่าข้ารอเจ้าอยู่บนเตียง..” น้ำเสียงเอ่ยอย่างมีเล่ห์นัย

            อี๋หลินได้แต่แบะปากหมั่นเขี้ยวร่างสูงสง่าตรงหน้า ไม่คิดว่าคนเงียบขรึมอย่างฝ่าบาท ยามอยู่กับสตรีจะพูดจาทะเล้นเช่นนี้

            มือหนาปิดปากหยักสวยยามหาว ท่าทีขี้เล่นของฝ่าบาท ทำให้อี๋หลินทอดมองด้วยความเอ็นดู

            “ฝ่าบาทง่วงนอนแล้วหรือเพคะ”

            “ข้าจะไม่ง่วงได้อย่างไร ในเมื่อข้าไม่ได้นอนทั้งคืน ผิดกับเจ้า ตื่นก็สาย” นิ้วมือเรียวจิ้มลงบนหน้าผากย้ำๆอย่างทำโทษ

            “หม่อมฉันเจ็บนะเพคะ” อี๋หลินต้องเอามือลูบหน้าผากตัวเองไปมาเพราะความเจ็บ

            “ให้หม่อมฉันนวดให้ฝ่าบาทนะเพคะ” มือเรียวถืออาสาจับมือหนา ให้นั่งลงบนแท่นนั่ง ก่อนจะบรรจงนวดฝ่าบาทอย่างละมุน

            “รู้สึกดีไหมเพคะ”

            “....” ไร้เสียงตอบรับใดๆ หากแต่ทรงพยักหน้ารับคำ ข้าจะรู้สึกดีกว่านี้...หากข้ากับเจ้าไม่ได้หวังใช้กันเพียงเพื่อผลประโยชน์.....

ความคิดเห็น