นิยายสายดาร์ก อินได้แต่อย่าเครียดกันนะเออ (เก๊าเป็นห่วง//จิ้มๆ) #ดีแลนสายโหด #คริสสายเกรียน #DylanChris

ชื่อตอน : Christian : 5 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2560 20:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Christian : 5 [100%]
แบบอักษร

​**แก้ไข9/05/60


5

                เมื่อกลับมาถึงบ้านของดีแลน ผมถูกกระชากออกจากรถ กระเทือนแผลจนเจ็บแปลบ ผมเดินไม่ได้ ล้มลงที่พื้นก่อนจะถูกเขาลากเข้าไปในบ้าน เลือดแดงสดไหลเป็นทางอย่างน่าสยดสยอง ผิวหนังแสบถลอกไปหมดจากการครูดกับพื้นปูน

                “อึก!” ดีแลนเหวี่ยงร่างผมลงที่พื้นข้างโซฟา ชายวัยกลางคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วลุกขึ้นยืนทำความเคารพเขาครั้งหนึ่งก่อนจะมองมาที่ผม ชุดกาวสีขาวกับกระเป๋าพยาบาลบ่งบอกอาชีพของเขาชัดเจน

                “ทำแผลให้เขา...ไม่ต้องใช้ยาชา”

                “แต่คุณดีแลน!” คุณหมอดูตกใจมาก หันมามองแผลผมที่ฉกรรจ์พอสมควร ผมจ้องหน้าดีแลนอย่างเคียดแค้น หายใจแรงดังฟืดฟาด เจ็บปวดทุกครั้งร่างกายเคลื่อนไหว

                “อะ เอาจริงๆเหรอครับ” หมอถามซ้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าดีแลนไม่ได้ขู่เล่น

                “ทำๆไป” ดีแลนนั่งลงที่โซฟาอีกตัว จ้องผมอย่างสะใจ คุณหมอดูจะตกใจมากทีเดียว มือไม้สั่นๆเปิดกระเป๋าอุปกรณ์ของตัวเองออกมา ใช้สำลีซับเลือดออกให้ผม แม้ว่าซับไปมันก็ไหลออกมาอีกอยู่ดี

                “ผมต้องเย็บแผล กระสุนไม่ฝังใน แต่ต้องห้ามเลือด” ผมพยักหน้าแรงๆตอบ หูตาอื้ออึงไปหมดเพราะความเจ็บปวดแสนทรมานนี้ นาทีนี้หมอจะทำอะไรก็ทำเถอะ ผมไม่เหลือสติพอจะคิดตามคำพูดเขาหรอก

คำสั่งดีแลนหมอคนนี้ไม่กล้าขัดอยู่แล้ว เขาไม่กล้าให้ยาชากับผม ได้แต่มองหน้าผมอย่างเห็นใจก่อนจะลงมือ

                “อ๊ากกก!!” ผมร้องจนสุดเสียง หงายหน้าขึ้นพยายามสูดหายใจให้ลึกที่สุด เข็มเย็บเจาะทะลุผิวหนังของผมเข้าไปแค่เข็มแรกยังเจ็บขนาดนี้ ผมไม่อยากจะคิดสภาพตัวเองต่อจากนี้เลย

                ผมฟื้นขึ้นมาหลังจากสลบไปเพราะทนความเจ็บไม่ไหว ขาของผมปวดตึงไปหมด แค่ขยับนิดหน่อยก็เจ็บจี๊ดขึ้นสมอง ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหนสักทีที่เป็นห้องโล่งแคบเหมือนห้องขังในสถานีตำรวจ แสงไฟนีออนสีส้มส่องสว่างอยู่บนเพดาน ผมไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บเกินทนเมื่อวานส่งผลให้วันนี้ผมโดนพิษไข้เข้าเล่นงาน ในหัวผมปวดตุบๆ ร่างกายร้อนๆหนาวๆ ไม่มีแม้แต่ผ้าห่มจะมาห่อตัว

                แอ๊ดดด ปึง!

                เสียงประตูโลหะขยับเปิดออก นายซีเป็นคนเดินเข้ามาหาผม ในมือถือถาดอาหารกับยาสอดเข้ามาใต้กรงแล้วดันมาให้ผม

                “เอากลับไป” ผมบอกเสียงเย็นชา ถ้าจะทรมานกันให้ตายขนาดนี้สู้ฆ่าผมเลยไม่ดีกว่าเหรอ จะมาบำรุงข้าวบำรุงน้ำกันทำไม

                “กินเข้าไปดีๆดีกว่าให้นายท่านโกรธนะ”

                “บอกเขาฆ่าฉันเลยสิ!!”

                ปึง!

                ผมทุบกรงเหล็กเสียงดังลั่น นายซีส่ายหน้าไปมาเอือมๆก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไป เมื่อประตูปิดลง ทั้งห้องก็กลับมาเงียบสงัด ผมทิ้งตัวลงนอนกับพื้น ท้อแท้ไม่มีแม้แต่แรงจะสู้ต่อ ไม่ว่าไปที่ไหน ไกลเท่าไหร่ สุดท้ายผมก็หนีเขาไม่รอดเหมือนเดิม


                ผมหลับไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ถาดข้าวตรงหน้าผมยังอยู่ในลักษณะเดิมไม่เปลี่ยน ผมไม่มีอารมณ์จะแตะต้องมันแม้แต่นิดเดียว แผลผมเริ่มปวดมากขึ้นเพราะผมไม่ได้กินยา หนังตาของผมหนักอึ้งลืมแทบไม่ขึ้น ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแขนตัวเองที่ใช้หนุนนอน ไม่ช้าไม่นานผมก็หลับไปอีกรอบ


                “ไข้ขึ้นสูงมาก ผมจะฉีดยาให้ละกันนะครับ” เสียงหมอคนเดิมแว่วเข้าหูผมก่อนจะมีความรู้สึกเจ็บจี๊ดบนร่างกาย หมอพูดอะไรบางอย่างกับใครสักคนที่ยืนอยู่ด้วย ผมไม่ได้ลืมตาขึ้นดู รู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะสนใจอะไรอีกแล้ว หลับต่อเลยดีกว่า ตอนนี้รู้สึกเหมือนพื้นนุ่มกว่าเดิมแถมอุ่นกว่าเดิมด้วย


                “อืม” ผมรู้สึกตัวอีกทีด้วยสติที่แจ่มชัดขึ้น ไม่มีอาการมึนหัวหรือครั่นเนื้อครั่นตัวอีก แต่ผมยังขยับขาไม่ได้ ผมลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก สภาพแวดล้อมรอบตัวคือห้องนอนของผมที่อยู่ในบ้านของดีแลน

                ผ้าห่มถูกเลิกออก ผมพยายามขยับขาลงจากเตียงแต่ไร้ประโยชน์ แค่กระดิกนิดเดียวก็เจ็บแปลบไปทั่วร่าง เจ็บจนน้ำตาเล็ด โถ่เว้ย! แบบนี้เดินไม่ได้แน่

                “ลุกขึ้นมาได้ก็จะหาทางหนีเลยงั้นเหรอ” ผมตวัดสายตาไปทางด้านต้นเสียง ดีแลนเดินเข้ามาในห้องผมด้วยท่าทางสบายๆ ยิ่งก้มลงมองผ้าพันแผลที่ขาผมสายตาเขาก็ยิ่งสะใจ

                “หนีสิ วันนี้ฉันไม่ไล่นายก็ได้”

                “อย่าท้าผมนะ” ผมใช้มือช่วยยกขาตัวเองขึ้นแล้วเหวี่ยงไปด้านข้าง เมื่อหย่อนขาทั้งสองลงข้างเตียงได้แล้วผมก็พยุงตัวเองลุกขึ้นยืนโดยทิ้งน้ำหนักลงขาข้างที่ไม่เจ็บ ใช้มือค้ำหัวเตียงไว้ช่วย

                ดีแลนหลีกทางให้ผม ยืนกอดอกดูว่าผมจะทำยังไงกับชีวิตต่อ ผมค่อยๆก้าวขาออกไปช้าๆอย่างระมัดระวัง แต่เพียงก้าวเดียว ร่างกายผมก็ล้มเผละลงพื้น แรงสะเทือนทำให้แผลเจ็บร้าวขึ้นมาอีกมาก

                “อ๊า!” เลือดแดงซึมออกจากผ้าพันแผลเป็นวงกว้าง แต่ผมไม่ยอมแพ้หรอก ต่อให้ต้องคลานไปผมก็จะทำ

                สองมือผมพยุงร่างไว้ พยายามลากตัวเองไปตามพื้นอย่างน่าสมเพช ทุกการขยับเขยื้อนส่งผลถึงแผลที่ขาให้รอยเย็บฉีกขาดออกจากกัน

                “หึ!” ดีแลนแค่นหัวเราะครั้งหนึ่งก่อนจะเหยียบลงมาที่ขาผมแล้วกดน้ำหนักลงอย่างแรก

                “อ๊ากก!” เขาเหยียบแผลผม กดหนักจนผมเจ็บราวไปทั้งขา ผมทิ้งตัวลงนอนดิ้นกับพื้น มือปัดป่ายคว้าข้อเท้าของเขาไว้พยายามดันมันออก “ปะ ปล่อย ผมเจ็บ”

                “นายรู้จักโคลได้ยังไง”

                “ผมไม่รู้จักเขา!”

                “โกหก! นายหนีไปให้หมอนั่นช่วย ฉลาดนักแต่มันก็ช่วยอะไรนายไม่ได้”

                “ดีแลน ผมเจ็บ” ผมกัดริมฝีปากไว้จนมันห้อเลือด ดีแลนขยี้แผลถูกยิงของผมเหมือนเห็นเป็นของเล่น ทั้งๆที่ผมทรมานจะตายอยู่แล้ว “ผมไม่รู้จักเขา! แค่ขอให้เขาช่วยเฉยๆ หยุดทีผมไม่ไหวแล้ว!”

                “หึ!” ดีแลนยกเท้าออกจากขาผม ผ้าพันแผลตอนนี้ถูกสีแดงย้อมจนชุ่ม ดีแลนนั่งลงตรงหน้าผม คว้าหมับเข้าที่คางผมแล้วบังคับให้มองหน้าเขา “อย่าให้ฉันรู้นะว่านายกับหมอนั่นรู้จักกัน ไม่งั้นฉันจะทำให้นายเหมือนตกนรกทั้งเป็น!”

                เขาผลักผมหงายหลัง

                “คะ แค่นี้...”

                “หืม?”

                “...ผมยังไม่เหมือนตกนรกอีกเหรอ” ดีแลนกระตุกยิ้มมุมปาก ใช้สายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

                “นรกสำหรับนาย มันต้องยิ่งกว่านี้สิ แบบนี้ไง” ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ดีแลนคว้าหลังคอผมดึงเข้าไปกระแทกปากเข้าจูบอย่างรุนแรง กลิ่นคาวเลือดคลุ้งในโพรงปาก ดวงตาผมเบิกกว้างอย่างตกใจ หัวใจเต้นโครมคราม ภาพในวันนั้นที่เขาพยายามจะทำร้ายผมผุดขึ้นมาในหัว  ลิ้นของเขากวาดต้อนเข้าไปข้างในจนผมหายใจไม่ออก ผมอยากเบนหน้าหนีแต่เขาคางผมไว้แน่น มือทั้งสองของผมทั้งทุบทั้งผลักอกเขาไม่ได้ทำให้เขาสะดุ้งสะเทือนได้เลย

                “อื้อ!” ดีแลนรุกรุนแรงไม่เปิดโอกาสให้ผมได้หายใจเลยสักนิด เขาใช้ลิ้นหยอกล้อกับลิ้นของผมอย่างย่ามใจในขณะที่ผมเหมือนจะขาดใจตาย  

                ดีแลนถอนปากออก ผมหอบหายใจหนักๆราวกับเพิ่งไปออกรบมา ริมฝีปากผมร้อนผ่าวไม่ต่างกับใบหน้า ผมใช้หลังมือถูริมฝีปากตัวเองอยากแรงด้วยความรังเกียจ ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาทำแบบนี้กับผมอยู่เรื่อย หรือการย่ำยีศักดิ์ศรีของคนอื่นคือความสุขของเขากัน

                “เลว” ผมด่าไปยังไม่ทันจะสิ้นเสียงดีดีแลนก็ตะปบเข้าที่แผลผมแล้วบีบเค้นให้เลือดทะลักออกมา “อึก!” ผมคว้าข้อมือพยายามหยุดเขาไว้

                “คุณมันดีแต่ใช้กำลังใช้อำนาจ คอยดูเถอะสักวันถ้าผมหนีไปได้ผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่”

                “ปากเก่ง อวดดี มีปัญญาเอาตัวให้รอดตอนนี้ดีกว่ามั้ง” คนสารเลวตรงหน้าจ้องผมอย่างที่ผมไม่เข้าใจ ดวงตาเขาเป็นประกายวาววาบไม่น่าไว้ใจ หัวใจผมเต้นกระตุก หวาดกลัวคนตรงหน้า ผมอ่านความคิดเขาไม่ออก แต่รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่

                “ดะ ดีแลน” เสียงผมสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ลืมความเจ็บปวดที่ขาไปเสียสนิท นาทีนี้ผมอยากออกห่างจากเขาให้มากที่สุด

                “ครั้งก่อนฉันเตือนนายแล้ว แต่คนแบบนายถ้าไม่ลงมือสั่งสอนเห็นทีคงไม่หลาบจำ มา!!” ร่างผมถูกกระชากลุกขึ้นอย่างแรง ขาแทบทรุดจากการลุกแบบไม่ทันตั้งตัว ดีแลนไม่ได้สนใจเลยว่าเลือดผมจะหยดแหมะลงพื้นเป็นทางแค่ไหน เขาลากผมไปที่เตียง เหวี่ยงผมขึ้นไปแล้วคร่อมทับไว้ทันที

                “ไอ้ที่อวดดีเมื่อกี้หายไปไหนหมดล่ะ กลัวเหรอ ก็ดี กลัวให้มากๆแล้วก็จำไว้ว่าอย่าคิดหนีฉันอีก เพราะยังไง...นายก็ไม่รอด!”

สิ้นเสียงดีแลนก็ประกบปากเข้ากับริมฝีปากผมอีกครั้ง ผมเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรงไม่ปล่อยให้เขารุกล้ำเข้ามาได้อย่างคราวที่แล้ว เมื่อดีแลนทำอะไรผมไม่ได้ก็หันไปใช้จมูกคลอเคลียพวงแก้มของผมแทน ผมเบนหน้าหนีแต่กลายเป็นว่าผมเปิดทางให้เขาซุกไซ้ไปที่ซอกคอผมได้โดยง่าย ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดต้นคอของผม ความนุ่มหยุ่นของลิ้นที่ลากไล้ไปตามผิวหนังต้องยอมรับว่ามันสร้างความเสียวกระสันได้ในระดับหนึ่ง แต่แค่นิดเดียวเท่านั้นเพราะผมไม่ได้มีอารมณ์ร่วมเลยสักนิด

ผมใช้มือปัดป่ายดิ้นรนอย่างไม่ยอมแพ้ แต่เพราะช่วงตัวผมถูกดีแลนนั่งทับไว้อยู่จึงทำอะไรมากไม่ได้ ดีแลนป้องปัดมือผมเป็นพัลวันก่อนจะโมโหจับรวบข้อมือผมขึ้นไปไว้บนหัวแล้วบีบแน่นจนเจ็บ ผมนิ่วหน้า ไม่คิดจะร้องออกมาให้เขาสะใจ ตอนนี้ทั้งความกลัวและความโกรธท่วมท้นอยู่ในอกผมจนผมไม่รู้ว่าจะแสดงด้านไหนออกมาก่อนดี

“ไปตายซะ!!” ผมตวาดลั่น แม้จะกลัวแต่ตอนนี้ผมโกรธมากกว่า คนสารเลวตรงหน้าผมนอกจากจะกักขังผมไว้ไม่ให้มีอิสรภาพยังทำร้ายผมสารพัด ทั้งย่ำยี ไม่ให้เกียรติ ยิงผมเพียงเพราะตัดกำลังไม่ให้ผมหนีได้ เพื่อที่เขาจะไม่ต้องเสียเวลามาไล่จับผม “เลว! แค่คำว่าเลวยังน้อยไปด้วยซ้ำ”

เพี๊ยะ!

หน้าผมชาไปครึ่งหนึ่งก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองดีแลนอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาดีแลนเป็นประกายกร้าว เขาเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือผมจนปวดร้าวไปถึงกระดูก

“แล้วนายจะรู้ ฉันเลวได้มากกว่านี้อีก” มืออีกข้างของเขาจับเสื้อผมกระชากขาดออกจากกัน เม็ดกระดุมกระจายว่อนเต็มเตียง ดีแลนดึงเสื้อผมที่กระชากเมื่อกี้ขึ้นไปแล้วใช้มันแทนเชือกมัดมือทั้งคู่ของผมไว้ ผมพยายามดิ้นเอามือคืนจากการถูกจับล็อก แต่การด่าเขาเมื่อกี้เป็นเรื่องที่ผิดมากเพราะมันไปกระตุ้นความโกรธของเขาทำให้คืนนี้ทั้งคืนผมเหมือนตกอยู่ในนรกทั้งเป็น

“ดีแลน!! ไปให้พ้น ไปตายซะ ไปตายซะ!!” ผมด่ากราดเสียงดังเมื่อถูกดึงทึ้งกางเกงลงพร้อมกับชั้นใน ร่ายเปลือยเปล่าของผมสัมผัสอากาศเย็นภายนอกและสั่นระริกไปด้วยความกลัว สายตาดีแลนนิ่งเรียบแต่เย็นชา ไม่มีอะไรหยุดเขาได้อีกต่อไป เขาจับผมพลิกคว่ำลง ใช้เข่ากดทับสะโพกผมไว้ไม่ให้ดิ้นหลุดไปได้ ก่อนจะปลดเข็มขัดแล้วรูดซิบลงทำเอาใจผมฝ่อไปทันที

ดีแลนกดตัวลงกระซิบข้างหูผมด้วยเสียงเย็นเยียบ

“ครางดังๆ ให้เหมือนที่ด่าฉันเมื่อกี้ล่ะ” ไม่รอให้ผมตั้งตัว บางอย่างสอดเข้ามาภายในกายผมรวดเดียวทั้งแท่ง

“อ๊าก!!” เจ็บจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ผมขย้ำผ้าปูที่นอนไว้แน่น ซุกหน้าลงกับที่นอนกัดฟันจนปวดกรามไปหมด นิ้วมือของดีแลนนิ่งค้างอยู่ในกายผม ผมรู้สึกได้ว่าช่องทางด้านหลังผมพยายามจะขับมันออกไปจากกายแต่มันกลายเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ให้อีกฝ่ายได้ดีมาก

“ร้องสิ”

“อื้ออ!!” ดีแลนกระทุ้งนิ้วมือตัวเองเข้ามาลึกกว่าเดิม ทั้งที่เมื่อกี้มันก็ลึกพออยู่แล้ว ผมกัดฟันไม่ยอมร้องออกมาง่ายๆ ถ้าเขาอยากเล่นงานผม ก็ให้เขาทำไปแต่ผมจะไม่ยอมให้เขาได้สิ่งที่ตัวเองต้องการเด็ดขาด

“ไม่เจ็บสินะ งั้นเบิกทางคงไม่ต้องแล้ว” ดีแลนดึงมือพรวดออกไป ผมทิ้งตัวลงกับเตียงด้วยความรู้สึกโล่ง ความอึดอัดเมื่อครู่หายออกไปพร้อมเขา แต่มันกลับแทนที่ด้วยนรกยิ่งกว่า

ดีแลนชักรูดตัวตนของตัวเองที่โผล่พ้นขอบกางเกงออกมา ผมเบิกตากว้างมองขนาดและความยาวของมันที่มีมากกว่าผมเป็นเท่าตัว ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจ แค่นิ้วเดียวเมื่อกี้ผมยังเจ็บจนขาดใจ เข้าไม่ได้แน่ ถ้าเขาทำผมต้องตายแน่ๆ

“ไม่นะ..” ผมพยายามคลานหนีจากเขา หากแต่แผลที่ขาตอนนี้มันปวดตึงไปหมด ชาจนขยับไม่ได้ การหนีของผมไม่ต่างอะไรกับปลาที่ตะเกียกตะกายอยู่บนบก ไปไหนไม่ได้ได้แต่ดิ้นอยู่กับที่

“อย่า!!” ดีแลนเค้นคลึงก้นผมราวกับจะกระตุ้นความกลัวในใจผมให้มีมากกว่าเดิม หัวใจผมเต้นไม่เป็นส่ำ ลมหายใจติดขัด ความรู้สึกผมตอนนี้มีแต่คำว่า กลัว กลัว กลัว

ไม่มีทางรอดเลยสักทาง

ตัวตนของดีแลนตื่นเต็มที่จากการกระตุ้น เขาใช้มันถูไถช่องทางด้านหลังของผมอย่างยั่วยุ ก่อนจะค่อยๆกดมันเข้าไปในช่องทางด้านหลังของผม

“อ๊ากก! เจ็บ!” ผมร้องลั่นจนสุดเสียง ร่างกายเหมือนถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ สะโพกผมปวดเต้นตุบๆจนจี๊ดขึ้นไปถึงสมอง น้ำตาผมไหลอย่างไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป “เอาออกไป...ฮึก...เจ็บ”

ผมร้องบอกเขา สัมผัสได้ว่าที่เข้ามานั้นเป็นเพียงส่วนหัวนิดเดียวเท่านั้น หากเข้ามาหมดลำ ผมคงขาดใจตายอยู่ตรงนี้

“ออกแน่...หลังจากที่ฉันพอใจนะ” แรงกดเพิ่มขึ้นมากอีก

“อ๊ากก!” ผมร้องเสียงดังจนอาจจะได้ยินไปทั้งบ้าน ตัวสั่นระริกเพราะความเจ็บแสนสาหัสนี้ ไม่ว่าความเจ็บไหนก็ไม่อาจเทียบเท่า เหมือนผมกำลังจะตาย ร่างกายร้อนผ่าวราวกับอยู่ในไฟ เจ็บแสบและชาผสมปนเปกันไปมั่ว

ดีแลนไม่ได้สนใจว่าตอนนี้ผมจะนิ่งไปแล้ว เขาพยายามดันกายเข้ามาในช่องทางคับแคบด้านหลัง รอยจีบรอบตอดรัดการรุกรานสร้างความปวดหนึบให้อวัยวะด้านล่างจนแทบจะปลดปล่อยทั้งที่ยังไม่ทำอะไร

“ผมจะฆ่าคุณ...” ผมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ หมดแล้วศักดิ์ศรีของผม ทั้งร่างกายและจิตใจถูกชายคนนี้ทำลายจนไม่เหลือซาก เขากำลังจะปลุกผม...ตัวตนที่ผมพยายามละทิ้งมันไป เขากำลังปลุกมันขึ้นมา

“ถ้าใส่เข้ามาผมจะฆ่าคุณ!!!”

ปึ่ก!

“อ๊ากกก!!!” ตัวผมอ่อนยวบลงกับที่นอน ดีแลนกระแทกเข้ามาจนสุดลำในคราวเดียว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งพร้อมกับสัมผัสของเหลวที่ไหลลงมาจากช่องทางด้านหลัง

ขยับไม่ได้...

“เอาสิ แล้วดูว่านายกับฉันใครจะตายก่อนกัน” ดีแลนถอนกายออกจนเกือบสุดและกระแทกเข้ามาใหม่อีกครั้ง ผมร้องออกมาอย่างทนไม่ได้ เสียงร้องกลายเป็นเสียงครางในความคิดของเขา

                ดีแลนถอนกายสลับกับกระแทกเข้ามาอยู่อย่างนั้นเรื่อยๆ ช่องทางด้านหลังของผมแสบชา เสียงร้องของผมดังลั่นทั้งคืนจนเจ็บคอ สำหรับดีแลน การลงโทษที่ผมหนีเขาไปไม่จบในรอบเดียว เขาใช้วิธีนี้ทำลายผมทั้งคืนจนถึงเช้า ผมอยากสลบไปตั้งแต่ครั้งแรกและไม่รับรู้อะไรอีกเลยแต่ติดที่ร่างกายผมไม่ยอมฟังคำสั่ง มันทำให้ผมต้องรับความเจ็บปวดสุดแสนจะทรมานนี้ไปจนถึงรุ่งเช้า ก่อนจะสลบไปของเหลวอุ่นวาบพุ่งพรวดเข้ามาในกายของผมพร้อมกับเสียงวิ้งก้องหู และผมก็ไม่รับรู้อะไรอีก

ความคิดเห็น