ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

10 อีกหนึ่งวัน (100%)

ชื่อตอน : 10 อีกหนึ่งวัน (100%)

คำค้น : ทิน , พี่ลม , พัน , พี่ฟ้าคราม , เคน , โยธิน , น้องแทน , พี่ผิง , นิยาย yaoi , นิยายวาย , นิยายดราม่า , นิยาย y

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2561 21:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10 อีกหนึ่งวัน (100%)
แบบอักษร

10 อีกหนึ่งวัน

[Sailom’s Part]

7.16 A.M

ผมมองนาฬิกาดิจิตอลข้างเตียง เป็นเวลาปกติที่ผมมักจะตื่นขึ้นเองโดยที่ไม่ต้องมีนาฬิกาตั้งปลุกเลยด้วยซ้ำ ผมลุกขึ้นนั่งอย่างหนาวๆ พอดีผ้าห่มมันร่นลงแล้วแอร์มันลงที่พอดี ก็เลยหนาว...

หันไปอีกข้างหนึ่งของเตียง เห็นร่างเล็กๆ ของไอ้รุ่นน้องที่เพิ่งจะมานอนค้างคืนด้วยเป็นครั้ง นอนหันหลังให้ ผมของมันฟูแปลกๆ แหะ คงเพราะเพิ่งสระผมเมื่อคืนละมั้ง

เร็วกว่าความคิดของผม ก็คงเป็นมือผมที่ดันแล่นสอดมือเข้าไปในกลุ่มของผมของทินเพียงเพราะจะเช็คดูว่าผมมันยังชื้นอยู่หรือป่าว ทั้งที่ยังคิดไม่จบเลยด้วยซ้ำ...

มือไวจริงๆ เลยกู...

แต่ผมมันนิ่มว่ะ...

ผมรีบเอามือออกเมื่อมันเริ่มขยับตัว แต่ก็แค่ขยับตัวเท่านั้นแหละ ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเลยแหะ ไอ้ทินมันเป็นคนหลับลึกหรอวะ

แล้วทำไมผมต้องตื่นตัวด้วยวะ? ผมแค่จับมันหัวมันเล่นเอง

ผมลุกออกจากเตียง เดินไปเปิดผ้าม่านเหมือนทุกครั้งหลังตื่นนอน แสงแดดอ่อนๆ ที่ไม่แรงมากลอดผ่านเข้าห้องของผมให้ดูมีแสงสว่างขึ้นมาบ้าง อากาศตอนนี้กำลังดี

“ฮือ..” ผมหันหลังไปมองคนที่นอนคราง คงจะเพราะแสงที่ลอดผ่านปะทะหน้ามันพอดีเลยทำให้รู้สึกแสบตา แต่ก็แค่เท่านั้นแหละ มันก็ยังไม่ตื่นอยู่ดี

“ทิน ทิน... มึงมีเรียนเช้าป่าวเนี่ย?” ผมเดินเข้าไปเรียกใกล้ๆ

“...”

“เห้ยทิน มึงตื่นมาฟังกูหน่อย...”

ผมเขย่าตัวเรียกมัน มันก็ตอบรับเพียงแค่เสียงอื้ออือ ตวัดร่างเล็กๆ ของมันเองให้นอนหงายได้ แรงกระเพื่อมที่อกยังคงที่ ครั้งแรกเลยนะที่เห็นหน้ามันตอนหลบ ถือว่าได้เจออะไรแปลกๆ ดีแหะ

“นี่มึงจะไม่ตื่นจริงดิ?” ผมหน้าเหวอ พึมพำแบบไม่อยากเชื่อว่ามันจะเป็นคนหลับลึกแหะ หรือเมื่อคืนนอนดึกวะ

หึหึ ไหนๆ ก็ปลุกไม่ตื่นละ เอาวะ

“อือออ” มันเริ่มส่งเสียงขึ้นมาบ้างแล้ว คิ้วก็เริ่มขมวดเข้าหากันนิดๆ แต่มันยังไม่ตื่นดี อย่างนี้ต้องสองข้าง...

“ไอ้ทินนนน”

“อือออ เอ็บบบ!” ผมจัดการส่ายไปส่ายมา ต้องการให้มันตื่นจริงๆ สักที ไม่ได้อยากดึงแรงมากหรอกนะ แต่เห็นมันแบบนี้ก็ยิ่งอยากแกล้งมันใหญ่ อีกอย่าง...

แก้มมันนิ่มดีว่ะ สนุก...

“มึงจะตื่นไม่ตื่น หือ?” ผมแกล้งดึงแก้มแยกออกทั้งสองข้าง หน้ามันบานเลย ฮ่าๆ มันก็ร้องลั่น ตามันเปิดแล้วเว้ย

“เอ็บบบ ออออ (เจ็บบบ พอออ)” มันตีมือผล พลางจับมือของผมออก ผมยอมปล่อยมาเพราะเห็นมันตื่นแล้วจริงๆ มันก็ลูบแก้มตัวเอง ทั้งสองข้างเลย แถมมองค้อนผมด้วย “พี่จะดึงแก้มผมทำไมเนี่ย!”

“ก็มึงมันปลุกไม่ตื่นเองนี่หว่า”

“โอย... ก็เรียกดีๆ ก็ได้นี่พี่”

“กูบอกว่าปลุกมึงไม่ตื่นงายยยย” ผมลากเสียงยาว มึงนี่ฟังกูมากเลยนะไอ้ทิน กูพูดอยู่แหม็บๆ

สภาพไอ้ทินตอนนี้ เรียกได้ว่าเหมือนผ่านการรบสงครามมา ผมเพ้ามันยุ่งเหยิง เสื้อก็ย่นยับ มือยังลูบหน้าตัวเอง แต่คิ้วมันโครตจะขมวดเป็นเงื่อนได้แล้วมั้ง มันไม่งัวเงียแล้ว ก็มันตื่นเต็มที่แล้วนี่หว่า ไม่งั้นไม่ร้องลั่นขนาดนี้หรอก

“ฮึ่ย เจ็บนะพี่ ดึงมาได้... เอ้ะ?”

“?” อยู่ๆ มันก็สะดุ้ง แล้วก็นั่งค้าง “ฮะ ฮ่าๆๆ หน้ามึงแดงเลยว่ะทิน ฮ่าๆๆ”

“ห้ะ?” มันทำหน้าเหวอ มองผมงงๆ

“นี่ไง หน้ามึงแดงเถือกเลย โอ้ะ หูมึงก็แดงหรอวะ ฮ่าๆ” ผมแกล้งดึงแก้มมันให้เบากว่ารอบแรก แต่เพิ่งสังเกตเห็นว่าหูมันก็เริ่มแดงไปกับเขาบ้างละ

ฮะๆ ภาพแบบนี้ก็แปลกดีแหะ

“ห้ะ? มะ ไม่หรอกมั้ง แดด... แดดมั้งพี่” มันป้องหู ก้มหน้าเหมือนไม่ยอมรับ เอ้ะไอ้นี่ ก็เห็นอยู่นี่หว่า

“เถียงกูอีกนะมึง ต้องให้กูถ่ายให้ดูไหม” ผมท้าวเอวมอง ที่พูดไปก็ไม่เลวแหะ ว่าแล้วก็เดินไปหยิบแป้บ

“ไม่ต้องพี่ ไม่ถ่ายนะ หยุดเลยหยุด!” มันเอามือตัวเองปิดหน้าเอาไว้ ผมก็ไม่คิดจะถ่ายมันหรอก แต่มือก็ลั่นไป 4-5 รูปแล้ว มันคงไม่รู้ว่าผมถ่ายจริงหรือเปล่า ผมปิดเสียงไว้

“เออๆ ไม่ถ่ายก็ได้วะ” ว่าแล้วก็ล็อคหน้าจอโทรศัพท์ “แล้วมึงมีเรียนกี่โมง”

“10 โมงครับ”

“ก็ใกล้ๆ กับกูละวะ กูเรียน 9 โมง มึงจะไปพร้อมกูเลยไหม” ผมท้าวเอวถาม มันก็พยักหน้าอือ “งั้นกูขออาบน้ำก่อนนะ แล้วมึงห้ามนอนต่อนะเว้ย กูขี้เกียจปลุกมึงอีก”

ผมชี้หน้ามัน บอกไว้ก่อนเลย ถ้ามันหลับอีกละก็ ผมจะไม่ปลุกมัน ปล่อยให้มันนอนต่อไป จะไปเรียนสายอะไรผมไม่รู้เรื่องด้วยแล้ว

[Tin’s Part]

หาววว~

ผมนั่งหาววอดๆ อยู่โต๊ะหินหน้าตึกบริหาร เพราะมาเร็วไปนิดนึง แล้วก็รอเจ้าเพื่อนตัวดีเข้าเรียนพร้อมกันอีกด้วย

เมื่อคืนผมคงจะนอนดึกไปหน่อย ก็คนมันนอนไม่หลับแหะ ไม่ชินกับการมานอนค้างบ้านคนอื่นเลยนี่หว่า ไอ้เคยมันก็เคยนะ ผมเคยไปนอนค้างบ้านเพื่อนสนิทที่อยู่ต่างจังหวัดด้วยกัน แต่นั่นเป็นเพราะสนิทกันมาก ไม่เหมือนกับพี่ลมสักหน่อย ไม่ได้สนิทกัน...ขนาดนั้นนี่หว่า

คิดถึงพี่ลมแล้วก็เจ็บใจ พี่มันแม่งดึงแก้มซะจนแก้มผมยานหมดแล้วมั้ง ตอนนี้ยังเจ็บอยู่เลย ชิ

พี่ลมแม่ง ชอบแกล้งให้ตกใจ ชอบมาทำให้รู้สึกแย่ว่ะ แถมยังล้อว่าหูผมแดงอีก ไม่มีทาง...

“ไอ้ทินเพื่อนรักกกก” เสียงไอ้พันคนดีที่ตะโกนมาแต่ไกล วิ่งมานั่งข้างผมอย่างเร็ว “ที่คอนโดพี่ลมเป็นไงวะ เมื่อคืนคงนอนสบายเลยสิท่า”

“ไม่ต้องเลย มึงอ่ะตัวดี ไล่กู” พูดแล้วมองค้อน เพื่อนที่ไหนมันไล่เพื่อนให้ไปนอนกับคนอื่นวะ เชอะ

“โหยยย กูไม่ได้ไล่มึงนะ กูแค่อยากหาประสบการณ์นอนนอกบ้านให้”

ถามกูซักคำไหมว่ากูต้องการ... ฮึ

ผมไม่ได้โกรธมันจริงจังหรอกนะ แค่งอนมันอ่ะ แถมตอนนี้มันก็ทำตัวได้น่าเตะมากเลย

“แล้วมึงล่ะ ไม่เหงารึไง นอนคนเดียว” ผมแกล้งพูดประชด ครั้งแรกเลยที่ผมไม่ได้นอนกับมัน มันคงชิล... ละมั้ง?

“ห้ะ? ก็.. เหงาเด้ เพื่อนไม่อยู่ทั้งคน นอนคนเดียวเหงาจะตาย” ก็คงจะจริงอย่างที่มันพูด แต่ทำไมพูดเสียงเบาวะ...

พวกเราเข้าเรียนแทบจะตรงเวลา ไม่ได้เข้าสายเลย แต่นั่งเรียนไปมองนาฬิกาไป อาจารย์แกเริ่มเลทไปละ ผมหิวววว

“ตรงนี้สำคัญมาก ออกสอบมากกว่าเรื่องอื่นด้วย ตั้งใจทำและกลับไปทบทวนด้วยนะคะ”

พรืดดด

ทั้งห้องแทบจะลุกจากเก้าอี้ทันทีที่อาจารย์ปล่อย ไม่รู้เพราะมีเรียนต่อหรือหิวกันแน่นะ แต่ผมยังเอื่อยเก็บของบนโต๊ะอยู่เลย

Rrr ~ ผมสะดุ้งนิดๆ ควักโทรศัพท์ออกมาดูการแจ้งเตือน ไลน์เข้า?

[  SaiLom : เลิกเรียนแล้วมาที่ตึกวิศวะนะ         ]

[                    กลับพร้อมกู                           ]

[                    รีบมาด้วย                              ]

ผมนั่งอ่านขมวดคิ้ว ส่งมาตอนเลิกเรียนพอดีเลยแหะ แต่ผมยังไม่ได้กินข้าวเลย ยิ่งไอ้พันเหมือนจะหิวหนัก มมันไม่ได้กินข้าวเช้ามาด้วย

[             ผมขอไปกินข้าวกับพันก่อนนะ : TIN  ]

“รีบไปกันเหอะ กูหิวว่ะ” ไอ้พันเร่ง ดูมันจะรีบๆ นะ มองดูเวลาในโทรศัพท์เอาหลายรอบละ ผมพยักหน้าแล้วปิดไลน์ มันคงหงุดหงิดที่อาจารย์ปล่อยช้าละมั้ง แถมเรียนสามวิชาติดกันอีก คงโมโหหิวมั้ง

ดูเหมือนมันจะรีบจริงๆ นะครับ มันเดินนำผมไป 2 เมตรได้ เห้ยๆ ถ้าเป็นตอนนี้ข้าวก็ยังไม่หมดโรงอาหารหรอกนะเว้ย

RRrrr ~

“ครับพี่โย”

[ทิน ว่างป่าว พอดีพี่เจอชีทเก่าที่เคยบอกว่าจะเอามาให้แล้วล่ะ เลยเอามาให้]

“อะ ได้ครับๆ เดี๋ยวผมไปหา เพิ่งเลิกเรียนพอดี” ผมหยุดเดิน “พี่อยู่ที่ไหนอ่ะ”

[หน้าตึกใหม่น่ะ มาได้ไหม?]

“ได้ครับ” ผมวางสายจะเรียกพัน แต่มันยืนอยู่หน้าผมแล้ว “กูไปเอาชีทที่พี่โยก่อนนะ มึงไปก่อนเลยก็ได้”

“อ้าว เออๆ ก็ได้ กูรออยู่ที่ตึกวิศวะนะ”

“อืออหือ? ไปไมตึกวิศวะวะ?” ผมลากเสียง ไหนมันบอกว่าหิวไง

“ก็ไปกินข้าวที่นู่นไง รีบมาละ กูหิววว” มันพูดแจกแจงแค่นั้น แล้วเดินดุ่มๆ ไปเฉยเลย ไอ้ผมก็นึกว่าจะกินที่นี่ ไปกินทำไมตั้งตึกวิศวะ

สงสัยไม่อยากกินคนเดียว... มั้ง

ด้วยความที่ผมก็หิวเหมือนกับมัน แต่น้อยกว่านิดๆ ผมรีบเดินไปตึกใหม่ตามที่พี่โยธินบอก มองซ้ายมองขวาหาพี่รหัสตัวเอง จนได้ยินเสียงเรียก

“ทิน!” ผมหันไปตามเสียงเรียก พี่โยธินเดินมาหาผม “อะนี่ พี่นึกว่ามันจะหายไปซะแล้ว โชคดีจริงๆ เลยที่เจอน่ะ”

“ฮะๆ ขอบคุณนะครับ” ผมพลิกดูข้างใน มีรอยขีดเขียนเป็นตัวหนังสือขีดแยกออกมาเป็นอธิบายเพิ่มเติม ดูผ่านๆ แล้ว พี่โยน่าจะจดเลกเชอร์ดีนะเนี่ย “อ่ะ เรื่องนี้ผมเพิ่งเรียนไปวันนี้เอง เห็นอาจารย์บอกออกสอบเยอะด้วย”

“หืม? อ้อ ใช่ๆ เรื่องนี้ก็ออกโหดอยู่เหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิดอาจารย์แกชอบออกตรงรายละเอียดซะด้วยสิ ตั้งใจอ่านล่ะ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็มาถามพี่ก็ได้นะ” พี่โยพูดแล้วยิ้มให้ ผมควรจะดีใจที่มีพี่รหัสเป็นพี่โยธินสินะ ทั้งหล่อ ทั้งใจดี ทั้งยิ้มอบอุ่น สาวๆ คงชอบผู้ชายสไตล์นี้กันน่าดู

“แล้วนี่ กินข้าวรึยังล่ะ”

“อ่ะ กำลังจะไปอยู่เลยครับ ป่านนี้ไอ้พันคงโมโหใหญ่แล้วมั้ง ฮะๆ” ผมก็เพิ่งนึกได้ เห็นมันบอกจะรอด้วยสิ

“งั้นไปด้วยกันเลยไหม พี่ว่าวันนี้จะไปกินที่โรงอาหารเหมือนกัน”

“คะ อ่า...” ผมยิ้มแห้งๆ “คือพวกผมจะไปกินที่โรงอาหารตึกวิศวะน่ะครับ พอดีไอ้พันมันบอกจะไปกินที่นู่น”

“อะ อ๋อ งั้นไม่เป็นไร ทินไปกินกับเพื่อนเถอะ ไว้วันหลังเราไปกินด้วยนะ” พี่โยยิ้ม แล้วมองผมอีกรอบ “จะว่าไปแล้ว... วันอาทิตย์นี้ทินว่างไหม พี่ว่าจะชวนทินไปลองกินขนมร้านคาเฟ่ที่เพิ่งเปิดใหม่นี่น่ะ”

“ครับ? วันอาทิตย์หรอ เอ่อ...” ผมยิ้มแห้งรอบสอง “คือผมมี... ธุระน่ะครับ แหะๆ”

รู้สึกผิดยังไงไม่รู้แหะที่ไม่ได้ไปตามคำชวนพี่โยตลอดเลย นี่ผมจะเป็นน้องรหัสอกตัญญูไหมเนี่ย

“อ่า ไม่เป็นไรๆ”

“ขอโทษนะครับ ไว้วันหลังค่อยไปกินด้วยกันได้ไหมพี่ เดี๋ยวผมจะเลี้ยงพี่เองเลย” ผมพูด พี่โยชวนผมไปนู่นไปนี่ตั้งหลายรอบผมก็ไม่ได้ไปสักที คราวหน้าผมจะเลี้ยงพี่โยให้ได้เลย

“ฮ่าๆ เอางั้นก็ได้ เมื่อไรก็บอกล่ะ” พี่โยยิ้มให้อีก ลูบหัวผมยังกับเป็นเด็กๆ เหมือนเอ็นดูผมยังไงอย่างนั้น

“ครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ” ผมยิ้มโต้ตอบบ้าง โบกมือลาพี่รหัสแสนดีแล้วรีบวิ่งไปหาเจ้าเพื่อนสนิทของผม

ป่านนี้มันไม่กินโต๊ะหินแถวนั้นไปแล้วเรอะ... มันหงุดหงิดอยู่ด้วย


     [Sailom’s Part]

     “ทำไมมึงมาช้าจังวะ”

    “ก็อาจารย์สิปล่อยเลท ไอ้พวกผมก็เข้าตรงเวลานะ แต่ไหงอาจารย์แกทำกับพวกผมแบบนี้วะห้ะ หิวก็หิว!  ตอนเลิกนี่แทบจะเหาะกันได้ทุกคนเลย” บ่นเป็นหมีกินผึ้งก็มีอยู่คนเดียว...

     เห็นไอ้พันมาเดินมาหน้าตุ่ยๆ พอไอ้ฟ้าถามเท่านั้นแหละเล่นบ่นทั้งผม ทั้งฟ้าคราม ทั้งเคนซะหูชาเลย นี่ถ้าไอ้แฝดอยู่มันคงร่วมสมทบด้วยละมั้ง

     “หิวก็ไปซื้อข้าวกินสิ เมื่อเช้ามึงก็ไม่ได้กินอะไรนี่” ไอ้ฟ้าครามถาม แม่งห่วงกันจังวะ

     “ไม่อ่ะ รอไอ้ทิน” มันพูดห้วนๆ เออ ว่าจะถามอยู่เหมือนกัน

     “แล้วมันไปไหน?” ผมถามพัน อุตสาห์บอกให้รีบมาแล้วนะ

     “มันไปหาพี่รหัส เห็นบอกว่าจะเอาชีทอะไรนี่แหละ” มันเท้าคางตอบ น่ามันบูดมากเลย

     แต่ผมก็เริ่มอารมณ์บูดพอๆ กัน ไหงเป็นงี้วะเนี่ย พอได้ยินว่าไปหาพี่รหัสแล้วหงุดหงิดว่ะ

     “แล้วนี่พวกมึงจะไม่ซื้อข้าวมาแดกกันใช่ไหมเนี่ย” ไอ้คนที่ยังไม่พูดมันว่า มันเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ ในปากมองพวกผม มีมันคนเดียวที่นั่งกินข้าว

     “ก็รอไอ้ทินอ่ะพี่ ว่าแต่พี่เหอะ ซื้อข้าวร้านไหนอ่ะ น่ากินวะ” ไอ้พันมันหันไปหาเคน คุยกันอย่างสนุกสนานปาก ตอนนี้มันเหมือนจะเข้าสู่โลกนักล่าร้านอาหารแล้วล่ะ

     ตึกๆๆ

     “อะ นี่มึงไปเรียนมาอีกวิชานึงใช่ไหมเนี่ยไอ้ทิน!” ไอ้พันมันโวยวายใส่

     “แฮ่ก กูรีบมาแล้ว แฮ่ก นี่ไง...” ไอ้คนที่เพิ่งวิ่งเข้ามาก็ยืนหอบเอา

     “เออ รีบไปกับกูเลย กูหิวแล้วววว” พันมันลากไอ้ทินนำไปที่ร้านข้าวก่อนเพื่อน มันคงหิวจัดน่าดู ไม่รอผมกับไอ้ฟ้าที่นั่งรอมันด้วยเลย

     ผมต่อคิวร้านข้าวราดแกงอย่างหงุดหงิด เมื่อกี้อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งหนัก ก็ไอ้เพื่อนตัวดีของผมอ่ะดิ ตัวนี่ห่างจากผมไปเยอะเลย ตั้งแต่ที่เลิกบาดหมางกับไอ้พันนะมันยิ่งตัวติดกันกว่าเก่า ได้ข่าวว่าพวกมึงสองตัวไม่ถูกกันไม่ใช่หรอวะ ดูมันดิ โถ่ว

     อะ ผมรีบหันหน้ากลับ เมื่อไอ้ทินมันหันมามองผม ทำเป็นไม่สนใจมันที่มองมา ผมหงุดหงิดมัน แต่ไม่ได้โกรธมันหรอก อารมณ์มันไม่ได้ถึงขนาดที่ต้องโกรธอะไรมันเลย แต่คือผมหงุดหงิดอ่ะ เลยไม่อยากคุยกับมัน เชอะ

     “งั่มๆ แล้วนี่ พวกมึงจะไปไหนกันต่อป้ะ” ไอ้แฝดไบท์ที่นั่งกินข้าวถาม มันไปส่งงานกับอาจารย์เพิ่งกลับมาเมื่อกี้นี้ แต่นี่ไอ้อีกแฝดไม่อยู่แหะ

     “กูมีธุระ” ฟ้าครามมันชิ่งตอบ หันไปมองไอ้พันที่นั่งเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ พอๆ กับที่ไอ้ไบท์มอง

     “...” เหมือนจะรู้ตัวว่าเป็นรายต่อไป เงยหน้าขึ้นมาตอบ “ผมก็มีธุระฮะ”

     “เออ! พวกมึงนี่เตี้ยมกันมาใช่ไหมเนี่ย” ไบท์มันงอนไอ้สองหนุ่มติดธุระ “มึงอ่ะไอ้ลม จะไปไหนไหม”

     “ไม่อ่ะ กูกลับบ้านเลย”

     “งั้นเดี๋ยวไอ้ทินก็กลับพร้อมมึงเลยอ่ะดิ” อีกคนมันสะดุ้ง หันมามองผมเหมือนจะถามอะไรผม

     “เดี๋ยวกลับพร้อมกูแหละ มึงจะไปไหนป่าวล่ะ” มันส่ายหน้าก่อนจะทำหน้านึกอะไรได้

     “อ้อ เดี๋ยวไปซื้อกะเพรากับเครื่องพริกแกงด้วย” ผมฟังมันแรกๆ ก็งง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าสั่งรายการอาหารกับมันไว้นี่หว่า ยังดีแหะที่มันยังจำได้ ดีใจแหะ

     เมื่อกี้เกือบยิ้มแล้ว...

     “ทำกับข้าวหรอ? ใครทำอ่ะ ทินหรอ?” เคนมันถาม มันก็น่าจะรู้แหละ เพราะว่าผมทำอาหารไม่เป็น

     “ครับ” มันพยักหน้า

     “ยอดอ่ะทิน ทำอาหารเป็นด้วย แม่ศรีเรือนว่ะ” ไอ้ไบท์มันแซวซะ ผมหลุดขำด้วยละ

     “แม่ศรีเรือนอะไรกันพี่ พ่อบ้านที่ดีต่างหาก”

     “กูไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าเพื่อนกูทำอาหารเป็นอ่ะ อร่อยไหมวะ วันหลังทำให้กูกินด้วยดิ”

     “ลิสต์รายการมาให้กูละกัน” ไอ้พันมันกอดคอเพื่อนตัวเองเกือบขาดหลังจากที่ไอ้ทินมันตอบอย่างมั่นใจ

     แต่ความมั่นใจของมัน ก็มีผมละคนนึงที่รับรองความอร่อยได้

     ตอนนี้ผมขับรถอยู่ และภายในรถมันเงียบมาก ผมไม่คุยอะไรกับมันเลย ก็เพราะอารมณ์หงุดหงิดยังไม่หายดี ผมคิดว่ามันก็รู้นะว่าผมเป็นอะไร เห็นแอบเหล่มองอยู่หลายรอบเลย

     “พี่ลม”

     “...”

     “พี่งอนอะไรผม?”

     “กะ กูไม่ได้งอน! ไม่ได้งอนอะไรสักหน่อย” ผมรีบตอบทันควัน ผมตอบตามความจริงนะ ไม่ได้งอนอะไรมันสักหน่อย มันกล่าวหาผม...

     “ก็เห็นอยู่ว่างอนอ่ะ หรือพี่โกรธอะไรผม?”

     “ป่าว กูก็แค่...” แค่...

     กูแค่รู้สึกหงุดหงิด... แต่ไม่อยากบอกมันเลย

     “...?”

     “ก็มึงอ่ะ กูอุตสาห์บอกให้รีบๆ มา”

     “ห้ะ?” มันขมวดคิ้ว “ก็ผมบอกไปแล้วไงว่าจะกินข้าวก่อน แล้วตอนนั้นพี่รหัสผมก็เอาชีทเก่าๆ มาให้ผมพอดี” มันพูดแล้วผมยิ่งหงุดหงิดว่ะ

     “ก็นั่นแหละ กูอุตสาห์ไลน์ไปบอกตอนมึงเลิกเรียนพอดี มึงก็ยังมาช้า กูหิวนะเว้ย!” น้ำเสียงผมติดงอน ที่ผมพูดน่ะจริงนะ ผมถามไอ้ลมเรื่องเวลาเลิกเรียนของไอ้พัน เพราะคิดว่าน่าจะเข้าเรียนพร้อมกัน และก็รู้ว่าไอ้พันมันจะมากินข้าวที่ตึกวิศวะด้วย ก็เลยรอมันมา

     “แล้วทำไมพี่ไม่กินข้าวก่อนล่ะ จะรอผมทำไม”

     “ก็กูอยากรอมึงอ่ะ! มึงจะทำไมวะ” ผมเผลอขึ้นเสียงอย่างเอาแต่ใจ ขัดใจที่มันยังไม่ยอมรับ มึงผิดนะไอ้ทิน!

     “ก็... อยากรอเอง พี่จะบ่นทำไมวะ” ไอ้นี่มันบ่นอุบอิบ หันหน้าหนีไปข้างนอก

     “เพราะงั้น มึงซื้อปาท่องโก๋มาไถ่โทษกูเลยไอ้ทิน”

     “ไหงบอกไม่ได้งอนไง”

     “กูไม่ได้งอน กูแค่เคือง”

     ใช่ ผมแค่เคืองมัน ไม่ได้งอนมันสักหน่อย...

     “เฮ้อ ก็ได้ แล้วแต่พี่เลย” มันถอนหายใจอย่างหน่ายๆ แต่ผมกลับยกยิ้มที่มุมปากเบาๆ

     ดีแหะ อยู่กับมัน ผมจะเอาแต่ใจกับมันก็ได้...

2BeCon

.

.

.

Ps. กลับมาแล้วววว หลังจากดองไว้ 3 เดือน เนื่องจากติดสอบ+ทำงานพิเศษด้วย โกเมนนาไซซซซซ

ดาเมะจะกลับมาค้ะ จะพยายามเขียนต่อให้สำเร็จค้ะ (มุ่งมั้น)

ความคิดเห็น