ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามสนับสนุนด้วยนะคะ ^^ //กราบ

--- จุมพิตจันทรา [จบบท]

ชื่อตอน : --- จุมพิตจันทรา [จบบท]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2563 10:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
--- จุมพิตจันทรา [จบบท]
แบบอักษร

“เอาล่ะ เรามีเรื่องที่ต้องสะสางกันนะเจ้าคะ คุณชายจู...”  

เสี่ยวเยี่ยนผละจากการช่วยคุณชายของนางผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าดูแลบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ หันมาเอ่ยกับบุคคลที่สามด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง  

“ท่านทำอะไรคุณชายข้า ทำไมเสื้อผ้าถึงได้หลุดลุ่ยฉีกขาดเช่นนั้น แล้วยังสภาพร่องรอยตามเนื้อตัวมีทั้งรอยข่วนรอยแดงเต็มไปหมด ไม่ต้องพูดถึงริมฝีปากที่บวมช้ำซ้ำเป็นแผลนั่นอีก นี่ถ้าหมู่ตึกจันทราเราไม่ใช่แหล่งสะสมยาวิเศษล่ะก็ ริมฝีปากนั่นคงได้มีแผลไปอีกนานแน่ แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นท่านจะชดใช้อย่างไร!?” 

หลินเยว่กวงทำได้เพียงคิด... 

เสี่ยวเยี่ยน นี่เจ้าไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้กระมัง ข้าไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย ที่สำคัญ สภาพอันน่าอับอายของข้า ไม่ต้องบรรยายเสียละเอียดยิบเพียงนั้นก็ได้ 

ประมุขพรรคมารเพิ่งเข้าใจความหมายของคำว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกก็วันนี้ ยิ่งเห็นท่าทางซื่อบื้อของจูเสวี่ยหลงยิ่งอยากจะกลั้นใจตาย  

“เสี่ยวเยี่ยน ข้าว่าเรื่องนี้เจ้าเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว เสวี่ยหลงไม่ได้ทำอะไร เอ่อ ที่ล่วงเกินข้า...” 

สิ่งที่จูเสวี่ยหลงทำโดยไม่ได้สติ หากหลินเยว่กวงไม่นับว่าล่วงเกิน มันก็คือไม่ล่วงเกิน สรุปได้ง่ายดายไม่ต้องคิดซับซ้อนให้เสียเวลา 

“คุณชายไม่จำเป็นต้องโกหกเพื่อช่วยคุณชายจูหรอกเจ้าค่ะ สภาพดูก็รู้ ไหนจะฤทธิ์ยาที่หมดก่อนข้าจะมาถึงนั่นอีก อย่าคิดจะปฏิเสธความผิดซะให้ยากเลยคุณชายจู!” 

ไปกันใหญ่แล้ว เจ้ามังกรบื้อก็หัดรู้จักพูดอธิบายอะไรเสียบ้างสิ ยืนอึ้งอยู่ได้! 

“ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้า…” 

ดีมาก รู้จักปฏิเสธให้ชัดเจน... 

เฮ่ย! ใครใช้ให้ยอมรับผิด ประเดี๋ยวเรื่องก็ได้เตลิดไปไกล เจ้าบื้อนี่่สรุปว่ามันเข้าสังกัดจินยี่เว่ยได้อย่างไร เสี่ยงเซียมซีได้มาเรอะ! 

“อย่าพูดจาไร้ความรับผิดชอบเช่นนั้นนะคุณชายจู คิดว่าเพียงขอโทษแล้วจะจบหรืออย่างไร จะตั้งใจหรือไม่ท่านก็ลงมือรังแกคุณชายข้าไปแล้ว เพราะฉะนั้นท่านต้องรับผิดชอบ!” 

“ได้สิ ข้ายินดีทำทุกอย่าง ขอเพียงซานเยว่ไม่โกรธข้า”  

ยิ่งพูดยิ่งเลยเถิด...หลินเยว่กวงคร้านจะสอดปากเข้าไปยุ่งด้วยรู้ดีว่าไร้ประโยชน์จึงได้แต่ชมดูราวกับเป็นเรื่องของคนอื่น 

คนหนึ่งคือเด็กช่างเพ้อฝันจินตนาการล้ำเลิศ อีกคนก็เป็นมังกรซื่อบื้อ เขาว่าอย่างไรก็ว่าตามไม่คิดทัดทาน 

น่าดูเหมือนกันว่าจุดจบจะไปอยู่ที่ตรงไหน 

“เช่นนั้นข้าขอถาม ท่านชอบคุณชายข้าหรือไม่” 

“แน่นอนข้าต้องชอบซานเยว่สิ” 

หลินเยว่กวงชักไม่แน่ใจ จูเสวี่ยหลงยังสติดีอยู่หรือไม่ 

และที่ยิ่งไม่แน่ใจกว่านั้น... 

เป็นสองคนนี้ที่ประหลาด หรือตัวเขาเองที่เป็นตัวประหลาด ทั้งยังหลงเข้ามาในโลกประหลาดที่ไม่มีวันที่เข้าใจได้  

“เช่นนั้นท่านต้องสัญญาว่าจะคอยดูแลปกป้องและซื่อสัตย์กับคุณชายข้าไปตลอดชีวิตทำได้หรือไม่”  

“ข้าอยากจะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ว่าซานเยว่คง...” 

ส่งสายตาขอร้องอ้อนวอนกับข้าไปก็ไร้ประโยชน์ ข้าเป็นเพียงผู้ชมย่อมไม่สามารถช่วยอะไรเจ้าได้ เหตุการณ์ที่ผ่านมาข้าถือว่าข้าได้ลืมมันไปสิ้นแล้ว  

แต่กระนั้น... 

“เลิกพูดจาไร้สาระเสียทีเสี่ยวเยี่ยน!” หลินเยว่กวงยังมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่ายางอายอยู่ “เจ้าเองก็เหมือนกันจูเสวี่ยหลง เป็นบ้าไปด้วยหรืออย่างไรถึงไปรับปากนางเช่นนั้น” 

“ทำไมเล่า ข้าเพียงต้องการดูแลปกป้องเจ้า” สายตาซื่อๆ พลันเปล่งประกายวิบวับแฝงแววเจ้าเล่ห์ยากคาดเดาเมื่อจ้องมองสบมา “ส่วนเรื่องซื่อสัตย์ไปตลอดชีวิต...ถ้าเจ้าต้องการ ข้าจะทำเช่นนั้นก็ได้”  

หลินเยว่กวงชะงักคำพูด เขาสงสัยขึ้นมาอีกครา... 

จูเสวี่ยหลงเข้าใจประโยค ปกป้องดูแลและซื่อสัตย์ไปตลอดชีวิต ดีแค่ไหนกัน 

“ตกลงตามนี้” เสี่ยวเยี่ยนระงับเสียงหัวเราะของตนเอาไว้ “คุณชายจูต่อไปก็ฝากดูแลคุณชายข้าด้วยนะเจ้าคะ”  

ความรู้สึกวูบไหวที่ก่อตัวขึ้นภายในถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว  

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องสงสัย... 

เด็กคนนี้เป็นศิษย์หรือเป็นมารดาตนมาเกิดใหม่กันแน่ 

“ข้าว่านี่มันเป็นเรื่องล้อเล่นที่หนักไปแล้ว ข้าดูแลตนเองได้ ที่สำคัญเรามาที่นี่เพื่อจะมาสืบสวนคดีล้างข้อกล่าวหาให้หมู่ตึกจันทรา อย่ามัวเสียเวลาอยู่กับเรื่องไร้สาระพรรค์นี้ดีกว่า” 

“ไร้สาระที่ไหนกัน นี่มันชีวิตท่านทั้งชีวิตนะเจ้าคะ” เสี่ยวเยี่ยนยิ้มแย้ม “ข้าดีใจแทนท่านเสียจริงที่มีสหายดีๆ มีฝีมือเช่นคุณชายจูมาช่วยปกป้องดูแล” 

หลินแยว่กวงผ่อนลมหายใจ แม้ไม่ได้พอใจแต่ก็เคยชินเสียแล้วกับอุปนิสัยของบุคคลที่เขารักประหนึ่งน้องสาวร่วมอุทร 

“หมู่ตึกจันทราข้ามีฐานะใดเจ้ารู้ดีที่สุด ยังคิดว่าข้าต้องการคนปกป้องด้วยเช่นนั้นหรือ ข้าต่างหากที่มีหน้าที่ปกป้องดูแลผู้อื่น” 

ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่หลินเยว่กวงต้องเอาชีวิตไปฝากฝังกับเจ้ามังกรซื่อบื้อตนนี้ 

คนดูแลปกป้อง...  

ประมุขแห่งหมู่ตึกจันทราอย่างเขามีหรือจะต้องการของแบบนั้น 

คนดูแลปกป้อง... 

จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อด้านวรยุทธแล้วเขาย่อมไม่เป็นสองรองใคร 

“ตลอดชีวิตท่านคอยแต่ดูแลปกป้องผู้อื่นจนหลงลืมตนเอง” สีหน้าท่าทีศิษย์แห่งหมู่ตึกจันทราไร้แววเล่นหัว “ด้วยฐานะของท่าน ย่อมยากจะมีผู้หวังดี ข้าเป็นห่วงว่าวันหนึ่งท่านอาจพลาดพลั้ง จึงอยากให้ท่านมีใครสักคนที่ท่านวางใจฝากชีวิตไว้ได้” 

คำพูดของเสี่ยวเยี่ยนคล้ายกับการตอบคำถามในใจทำให้หลินเยว่กวงถึงกับชะงักและพูดไม่ออกไปชั่วขณะ  

“ข้าเป็นห่วงท่าน ลำพังข้าคงไม่อาจช่วยอะไรได้มาก คนของหมู่ตึกจันทราล้วนมีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย คนนอกที่ข้ามองเห็นและดูจะไว้วางใจได้ก็มีเพียงคุณชายจูเท่านั้น” 

“เสี่ยวเยี่ยน...” 

ที่แท้เสี่ยวเยี่ยนก็คิดหวังดีต่อเขา  

ทว่า…ถึงเข้าใจแล้วอย่างไร 

อย่าลืมว่าคนที่จูเสวี่ยหลงอยากปกป้องนั้นคือเสี้ยวจันทร์น้อยเสี่ยวซานเยว่เด็กหนุ่มที่พบพานในหุบเขาม่านหมอก เวลานี้หลินเยว่กวงไม่มีวันหวนคืนสู่ฐานะนั้นได้อีกต่อไป ไม่ว่าอย่างไร เขาก็คือหลินเยว่กวงประมุขหมู่ตึกจันทราที่จูเสวี่ยหลงเกลียดชัง 

เสี่ยวเยี่ยนคล้ายมองเห็นแววตาเจือปนด้วยความเศร้าหมอง ยากนักที่ผู้ใดจะได้เห็นท่านประมุขในอีกด้านเช่นนี้  

“คุณชายจู” น้ำเสียงแววตาไร้แววหยอกเย้าเช่นเคย “ข้าคงไม่สามารถบีบบังคับท่านได้ เพียงหวังว่าท่านจะให้คำสัญญากับฟ้าดินได้หรือไม่ 

...ไม่ว่าต่อไปภายภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าคุณชายข้าจะมีฐานะอย่างไร แต่สำหรับท่านแล้วเขาจะเป็นคนที่ท่านพร้อมยื่นมือเข้าปกป้องเสมอเมื่อมีภัยมากล้ำกลาย”  

“เสี่ยวเยี่ยน...”  

หยุดคำขอไร้ประโยชน์นั่นเสีย นั่นคือคำพูดในใจหลินเยว่กวง  

“ข้าสัญญาและสาบาน”  

เมื่อเงยหน้าขึ้นสบสายตาเต็มไปด้วยความจริงใจพลันรู้สึกวูบไหวตื้นตันอย่างแปลกประหลาด คำพูดห้ามปรามไม่สามารถหลุดลอดออกจากลำคอ 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสองมือของข้าก็พร้อมจะปกป้องเสี้ยวจันทร์น้อยเสมอและตลอดไป” 

หลินเยว่กวงบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในเวลานี้คืออะไร  

ตื้นตัน วูบไหว ปลาบปลื้มกับคำพูดที่ไม่เคยมีใครหยิบยื่นให้… 

เป็นเช่นที่เสี่ยวเยี่ยนว่า ชั่วชีวิตหลินเยว่กวงมีเพียงปกป้องผู้อื่นและไม่เคยคิดอยากให้ใครมาปกป้อง แต่คำพูดของจูเสวี่ยหลงกลับปลุกปั่นความรู้สึกที่ตกตะกอนภายในส่วนลึกของจิตใจขึ้นมา  

ทำให้รู้ว่าในห้วงลึกรู้สึกโหยหาสิ่งนี้ไม่น้อยไปกว่าผู้ใด  

ในความเหี้ยมหาญซ่อนเอาไว้ซึ่งความหวาดกลัว... 

กลัวว่าเมื่อวันที่ความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย สิ่งลวงตาทุกอย่างสูญสลาย คำสัญญานี้ก็จะกลายเป็นความว่างเปล่าดุจเดียวกัน    

“เก็บคำสัญญาสาบานของเจ้าเอาไว้เถอะ ข้าไม่ต้องการ” หลินเยว่กวงกล้ำกลืนความรู้สึกหวั่นไหวในใจเอ่ยตัดบทเสียงห้วน  

“เรารีบเดินทางกันดีกว่า เสียเวลากับเรื่องไร้สาระมามากแล้ว” เบนสายตาหลีกลี้จากต้นเหตุความรู้สึกไม่มั่นคงในหัวใจคล้ายไม่ใส่ใจจริงดังปากว่า   

“ไม่ว่าต้องการหรือไม่ ข้าอยากให้เจ้าจดจำไว้ว่าข้าจะต้องทำให้ได้เช่นที่พูดไปแน่นอน” จูเสวี่ยหลงก้าวเข้ามายืนตรงหน้า บ่งบอกเจตนาของตนอย่างไม่ลดละ 

“นั่นมันก็เรื่องของเจ้า” 

“คุณชายเจ้าคะ ทำไมพูดเช่นนั้น...” 

“เจ้าน่าจะเข้าใจข้าดีที่สุดไม่ใช่หรือ เสี่ยวเยี่ยน”  

เสี่ยวเยี่ยนมองเห็นแววตาเคร่งขรึมจริงจังก็พอรู้ว่าครานี้นางคงไม่อาจทัดทานอะไรได้อีก  

ที่สำคัญ...นางเองก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจความรู้สึกและความลำบากใจของท่านประมุข  

“เอาล่ะ ลืมเรื่องไร้สาระในวันนี้ให้หมด ถึงเวลาที่ต้องกลับสู่โลกของความเป็นจริงแล้ว คดีสกุลหยางรอให้เจ้ากลับไปสะสางอยู่ จูเสวี่ยหลง เจ้าคงไม่ลืมกระมัง” 

“ข้า...”  

“ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ลืม เพราะนั่นก็เกี่ยวพันกับความอยู่รอดของหมู่ตึกจันทราและตัวข้าด้วยเช่นกัน”  

“ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง” 

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปได้แล้ว เสี่ยวเยี่ยน…” หลินเยว่กวงปรายตาพลางเรียกเด็กสาวให้ก้าวตามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบและมั่นคงดังเช่นปกติ  

“เจ้าค่ะ คุณชาย” 

เสี่ยวเยี่ยนเหลือบมอง 

จูเสวี่ยหลงยังคงยืนนิ่งไม่ยอมขยับ สายตาจับจ้องเพียงแผ่นหลังอันเฉยชาของท่านประมุข นางลอบทอดถอนใจก่อนก้มหน้าก้าวตามผู้เป็นนายไป 

หลินเยว่กวงก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยฝีเท้ามั่นคงไร้ซึ่งความลังเลไม่ได้สนใจว่าใครอีกคนจะเดินตามมาหรือไม่ หรือกำลังแสดงสีหน้ากิริยาอย่างไรกับความเย็นชาของตน  

ทว่า...แม้พยายามเสแสร้งอย่างไร หลินเยว่กวงก็คงไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าเหตุการณ์ในวันนี้จะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ไม่อาจลบเลือนจากความทรงจำได้เลยชั่วชีวิต   

จูเสวี่ยหลง...แม้ว่าต่อไปเจ้าจะไม่อาจทำตามคำสัญญานั้นได้  

แต่วางใจเถอะ...ข้าจะไม่คิดโทษเจ้าแม้แต่น้อย  

ไม่ว่าวันข้างหน้าเจ้าจะยังมองเห็นข้าเป็นเสี้ยวจันทร์น้อยของเจ้าหรือไม่ เพียงแค่คำพูดของเจ้าในวันนี้เท่านั้นที่ข้าจะไม่มีวันลืมและจะจดจำไปตราบจนลมหายใจสุดท้าย  

ความคิดเห็น