facebook-icon Twitter-icon

ชอบใจก็ช่วยแจกดาวให้คนแต่งหน่อยนะจ๊ะ

ชื่อตอน : บทที่ 18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิ.ย. 2560 19:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18
แบบอักษร

 ม่านไหมลายพยัคฆ์

บทที่ 18



เกิดความโกลาหลขึ้นทันทีเมื่อนายหญิงของบ้านเป็นลมหมดสติไปกับพื้น หย่งหนานปรี่เข้าไปช้อนแขนอุ้มฟางซินกลับไปยังห้องนอนและเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วงพร้อมกันกับที่เหม่ยฮัวสาวใช้คนสนิทรีบนำน้ำมันหอมมาให้การดูแล เหวินเป่าที่กำลังดูแลคุณชายน้อยฮุ่ยจงก็รีบอุ้มบุตรของเจ้านายติดตามมา


“เกิดอะไรขึ้นครับ”


ถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นอาการของฟางซิน หญิงสาวเริ่มได้สติกลับคืนมาบ้างแล้วแต่ดวงตายังคงล่องลอยอยู่พักใหญ่และสักพักจึงร้องไห้ออกมา


“ฟางซิน เธออย่างเพิ่งตีตนไปก่อนไข้เลย ข่าวนั้นอาจจะเป็นแค่ข่าวลวง”


หย่งหนานเป็นห่วงภรรยามาก สีหน้าของเขาเป็นกังวลทั้งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและผลกระทบต่อจิตใจของฟางซิน ในตอนนี้เขาละล้าละลังเมื่อจะต้องรีบออกไปปฏิบัติงานแต่ภรรยาของเขาก็ยิ่งน่าเป็นห่วง


“ผมจะดูแลนายหญิงให้เอง นายท่านรีบไปทำงานเถอะครับ”


เหวินเป่ารับอาสา หย่งหนานพยักหน้าด้วยความไว้วางใจ เขาดึงมือของฟางซินมากุมไว้และปลอบประโลมภรรยา


“เข้มแข็งไว้นะฟางซิน ฉันจะรีบกลับมาเมื่อเรื่องทุกอย่างคลี่คลายแล้ว”


หย่งหนานรีบร้อนออกไปจากห้องทั้งที่ในใจยังกังวล เหวินเป่ากล่อมฮุ่ยจงในอ้อมกอดที่กำลังร้องไห้ให้เงียบลงและมองฟางซินด้วยความเป็นห่วง


“ฮูหยิน เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ”


เหม่ยฮัวที่คอยปรนนิบัติเองก็ยังไม่เข้าใจเรื่องราวเช่นกัน เธอรีบรุดเข้ามาดูแลฟางซินหลังจากได้ยินเสียงร้องด้วยความตกใจของเพื่อนสาวใช้ที่ยืนดูแลเจ้านายอยู่ในห้องโถง เมื่อรีบวิ่งเข้ามาในบ้านก็เห็นหย่งหนานอุ้มฟางซินเข้ามาในห้องแล้ว ฟางซินที่เพิ่งได้สตินอนนิ่งมองเหม่อไปที่เพดานน้ำตาไหลเป็นทางยาวจากหางตา


“เหม่ยฮัว” ฟางซินพูดขึ้นมาด้วยเสียงสั่นเครือ เหม่ยฮัวเป็นสาวใช้ที่ติดสอยห้อยตามกันมาจากสกุลหลี่หญิงสาวจึงไว้ใจพอที่จะระบายความอัดอั้นออกมา “คุณพ่อหักหลังข้อตกลงกับรัฐบาล ทั้งๆที่มีฉันเป็นตัวประกันในข้อตกลงนั้น ทำไมคุณพ่อถึงยอมละทิ้งเกียรติยศศักดิ์ศรีของขุนศึก ทำไม”


“โถ ฮูหยิน”


เมื่อรู้สาเหตุแล้วเหม่ยฮัวกับเหวินเป่าก็ได้แต่มองหน้ากัน ทั้งคู่สงสารฟางซินเป็นอย่างมากแต่ก็ช่วยเหลือสิ่งใดไม่ได้เลยนอกจากคอยดูแลและเป็นกำลังใจให้หญิงสาวเท่านั้น ฟางซินผินหน้ามามองเฉินฮุ่ยจงบุตรชายวัยสามขวบในอ้อมกอดของเหวินเป่าอย่างสะท้อนใจ


“โธ่เอ๋ยลูกแม่ ทำไมต้องมากลายเป็นเช่นนี้ อยู่ๆก็ได้ชื่อว่าเป็นเชื้อสายผู้ก่อกบฏ”


“นายหญิงอย่าเพิ่งคิดมากเลยครับ ตอนนี้นายหญิงหน้าซีดเหลือเกิน ทำใจดีๆและพักผ่อนก่อนดีกว่า”


เหวินเป่าว้าวุ่นใจเหลือเกินที่นายหญิงที่แสนดีของเขาตกอยู่ในสภาพย่ำแย่เช่นนี้ เขาถอนหายใจด้วยความสงสารและทำได้เพียงช่วยดูแลฮุ่ยจงเจ้านายตัวน้อยในขณะที่สาวใช้คนอื่นวุ่นวายอยู่กับการประคับประคองร่างกายและจิตใจของฟางซินแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล





        กว่าหย่งหนานจะกลับเข้าบ้านอีกครั้งเวลาก็ผ่านไปถึงสองวัน เป็นครั้งแรกที่ไหล่กว้างคู้ลงจนรู้ว่าเขากลัดกลุ้มเพียงไหน เหวินเป่ารีบอุ้มฮุ่ยจงมารับบิดาแต่สีหน้าของหย่งหนานทำให้เหวินเป่าใจหาย เหวินเป่าได้แต่มองตามหลังเมื่อหย่งหนานเดินเข้าไปในห้องที่มีฟางซินนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียง


หย่งหนานทอดถอนหายใจขณะทรุดนั่งที่ขอบเตียงและมองเห็นภรรยาของเขา ฟางซินยิ่งบอบบางราวกับกระดาษที่พร้อมจะขาดจากกันได้ทุกเมื่อ หญิงสาวค่อยๆลืมตาขึ้นมาและเมื่อเห็นว่าเป็นสามีหยาดน้ำตาก็กลับคลอขึ้นมาอีก


 “เหตุการณ์ความรุนแรงยุติลงแล้ว” หย่งหนานพูดเสียงเบา เขาดึงมือฟางซินมากุมไว้


“รัฐบาลปราบปรามผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมลงได้แต่ก็มีการสูญเสียไปไม่น้อย”


ฟางซินเบิกตากว้าง นัยสำคัญจากข้อความนั้นกำลังส่งสารถึงเธอ


“แกนนำหลายคนถูกจับกุม และหลายคนก็ถูก...จัดการ”


ริมฝีปากของฟางซินสั่นระริกจนต้องกัดไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำและเปียกชื้นขณะสบตากับสามี เสียงแผ่วเบาหลุดออกมาจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์


“คุณพ่ออยู่ในกลุ่มไหนคะ”


หย่งหนานกัดฟันจนกรามขึ้นเป็นสัน มันเป็นการแจ้งข่าวที่เขาลำบากใจที่สุดในชีวิต


“ขุนศึกหลี่เสียชีวิตแล้วเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา”


ฟางซินเบิกตากว้าง แม้จะคาดเดาได้ถึงจุดจบหากแต่เมื่อรู้ว่าสิ่งที่คาดเดานั้นกลายเป็นเรื่องจริงหญิงสาวก็ไม่สามารถทำใจได้โดยง่าย หญิงสาวหลับตาลงและสะอึกสะอื้นออกมาด้วยความเสียใจ


หย่งหนานปล่อยให้ภรรยาร้องไห้ออกมา ในช่วงเวลานี้ฟางซินไม่ได้ต้องการคำปลอบใจใดๆนอกจากความเอาใจใส่ ชายหนุ่มประคองร่างบอบบางที่สะอึ้นจนตัวโยนให้เข้าสู่อ้อมกอดของเขา ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของเหวินเป่าที่ยืนอุ้มฮุ่ยจงอยู่หน้าห้อง


น้ำตาของเหวินเป่าไหลเป็นทางด้วยความเวทนาสงสารฟางซิน เขารู้ดีว่าความสูญเสียนั้นทำให้หัวใจแหลกสลายแค่ไหน เขาทำได้แค่เพียงส่งความห่วงใยไปให้หญิงสาวที่ร้องไห้จนหมดแรงในอ้อมกอดของสามี





อาการของฟางซินไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้ว่าข่าวร้ายจะผ่านไปหลายวันแล้ว หย่งหนานกังวลจนต้องเชิญมิสเตอร์จอห์นนายแพทย์ฝรั่งมาดูแล


“สภาพจิตใจของมาดามเฉินนั้นย่ำแย่ ส่งผลให้ร่างกายยิ่งทรุดหนัก ผมคงช่วยอะไรไม่ได้นอกจากวิตามินบางตัวและยานอนหลับอย่างอ่อนเท่านั้น”


  มิสเตอร์จอห์นกล่าวอย่างหนักใจก่อนจะกลับโรงพยาบาลและยิ่งทำให้หย่งหนานกลุ้มใจมากขึ้น แม้ว่าประมุขของบ้านเฉินจิ้งเหอและป้าสะใภ้ของเขาจะมาเยี่ยมเยียนก็ไม่ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น


“ไม่ต้องไปทำงานหรอก” หยางซุนญาติผู้พี่บอกหย่งหนาน “งานที่รัฐสภาพี่จะไปดูแลให้เอง นายอยู่ดูแลเมียเถอะ”


หย่งหนานไม่เคยหยุดงานมาก่อน เป็นสิ่งที่เขาละอายใจที่ไม่เคยได้ดูแลภรรยา แต่เขาเองก็ไม่นึกว่าเมื่อได้หยุดงานและได้ดูแลฟางซินจริงๆภรรยาของเขาจะอาการทรุดหนักขนาดนี้


 “กินโจ๊กหน่อยไหม กำลังอุ่นพอดี”


เขาประคองฟางซินที่แทบจะลืมตาไม่ขึ้นให้ลุกพิงหัวเตียงไว้ ฟางซินฝืนยิ้มอย่างยากเย็น


“น้องไม่รู้สึกหิวเลยค่ะ”


 “ไม่หิวก็ต้องกินบ้าง ร่างกายของเธอจะเอาอะไรไปต่อสู้กับโรคภัย”


หย่งหนานดุด้วยความเป็นห่วง ฟางซินจึงยอมฝืนกินได้ไม่กี่คำ หญิงสาวมองสามีด้วยความสลดใจ


“พี่หย่งหนานคะ เราเป็นสามีภรรยากันมีอะไรก็ควรพูดกันตรงๆ และขอให้เราได้พูดคุยกันในขณะที่น้องยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน”


“เธอต้องการจะบอกอะไร”


หย่งหนานยกมือลูบศีรษะของฟางซินด้วยความสงสาร เขาตั้งใจฟังเสียงแหบโหยแผ่วเบาที่หลุดจากริมฝีปากแห้งผากของภรรยา


 “บอกน้องอย่างตรงไปตรงมานะคะ พี่รู้สึกเช่นไรกับเหวินเป่า”


หย่งหนานสะดุ้งอยู่ในใจคล้ายกับคนที่มีหอกแหลมแทงอยู่ด้านหลัง เขาฝืนยิ้มให้กับฟางซินที่จ้องมองรอคำตอบ


“จะรู้สึกเช่นไรล่ะ ฉันสงสารในความอาภัพของเหวินเป่าก็เท่านั้น”


“พี่จะปิดบังน้องไปถึงเมื่อไหร่กันคะ น้องไม่ได้โง่ขนาดดูไม่รู้ว่าพี่กับเหวินเป่ารักกันอยู่”


“ฟางซิน!”


หย่งหนานตกตะลึงอย่างคาดไม่ถึงเมื่อได้ยินคำกล่าวของภรรยา  ฟางซินยิ้มบางๆและวางมือมาบนหลังมือของเขา


“แม้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันมานานแต่น้องก็รู้ว่าพี่แค่สงสารน้องมันไม่ใช่ความรัก เท่าที่พี่ให้น้องมาน้องก็ยินดีมากแล้ว อย่าให้น้องกลายเป็นคนขัดขวางทางรักของพี่เลย”


“เธอพูดอะไรของเธอ ฟางซิน”


ส่งเสียงดุภรรยาเพราะนึกละอายแก่ใจ แต่ฟางซินยังคงมอบรอยยิ้มมาให้เขา


“ไม่ว่าใครจะพูดติฉินอะไร อย่าให้พวกเขาเข้ามาทำให้หัวใจรักของพี่สั่นคลอน อย่าให้ม่านประเพณีขัดขวางทางเดินชีวิตของพี่ น้องอยากเห็นพี่มีความสุข”


หย่งหนานสบตาภรรยาด้วยความสับสน ฟางซินประสานสายตาอยู่ชั่วครู่หญิงสาวก็เอนกายลงบนเตียง


“น้องอยากพูดแค่นี้ ส่วนความหมายน้องคิดว่าพี่คงเข้าใจดี อยู่ที่พี่จะยอมรับหรือเปล่า”


ฟางซินหนีจากบทสนทนาด้วยการหลับตาทิ้งไว้แต่หย่งหนานที่ยังว้าวุ่น เขาก้าวออกจากห้องอย่างเงียบๆทั้งที่สมองและหัวใจของเขาอื้ออึงไปด้วยคำถามถึงทางเดินที่เขาควรจะเลือก





เหวินเป่าที่กลายเป็นพี่เลี้ยงฮุ่ยจงอุ้มเด็กชายตัวป้อมเข้ามาหามารดาในยามค่ำดังเช่นทุกคืนก่อนจะพาฮุ่ยจงไปนอนที่ห้อง ระยะหลังเหวินเป่าต้องย้ายไปนอนห้องเดียวกับเด็กน้อยเพราะพี่เลี้ยงของฮุ่ยจงต้องมาผลัดเปลี่ยนกับเหม่ยฮัวดูแลฟางซิน


ฮุ่ยจงหัวเราะเอิ้กอ้ากในอ้อมกอดของเหวินเป่า ฟางซินพอจะยิ้มออกเมื่อได้เห็นบุตรชาย เหวินเป่าพยายามใช้ความสดใสของตัวเองช่วยบรรเทาความเศร้าให้ฟางซินแต่ก็ไม่ค่อยได้ผลนัก นายหญิงที่แสนดีกลับดูแย่ลงทุกวัน


“เหวินเป่า ส่งเซียวจงให้เหม่ยฮัวไปเดินเล่นข้างนอกแล้วเธอจงอยู่พูดคุยกับฉันสักประเดี๋ยวเถิด”


 หนุ่มน้อยไม่อิดออด เขาส่งเด็กชายร่างป้อมให้เหม่ยฮัวรับไปนอกห้องตามคำสั่งจนเหลือเพียงเขาและฟางซินเพียงลำพัง


“นายหญิงมีอะไรจะใช้ผมหรือเปล่าครับ”


เหวินเป่าถามด้วยความหวังดี หากฟางซินต้องการสิ่งใดเขาจะรีบไปทำให้ทุกอย่างแม้ว่าจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม ฟางซินทอดสายตามองด้วยความเอ็นดู


“มีสิ งานสำคัญด้วย ฉันจะฝากให้เธอดูและเซียวจงและนายท่านของเธอหากว่าฉันไม่อยู่”


 เหวินเป่าเอะใจ เขารู้สึกไม่ดีกับคำพูดของฟางซินเลยแม้แต่นิด


“นายหญิงจะไปไหนครับ ไกลไหม แล้วนานกี่วัน”


ฟางซินทอดถอนลมหายใจ หญิงสาวเบนสายตาเหม่อมองไปบนเพดานราวกับมันเป็นท้องฟ้าแสนสวยสำหรับเธอ


“ไม่รู้สิว่าจะนานไหม ฉันเหนื่อยและทรมานมาเยอะแล้วอยากจะพักผ่อนบ้าง เห็นเธอดูแลเซียวจงได้เป็นอย่างดีฉันก็เบาใจ และอีกอย่างที่ฉันขอคำมั่นสัญญาจากเธอ”


หญิงสาวหันกลับมาสบตากับเหวินเป่าและเอ่ยขอคำสัญญานั้น


“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าทิ้งพี่หย่งหนานไป เธอจะให้คำมั่นสัญญากับฉันได้ไหมเหวินเป่า”


“นายหญิง!”


เหวินเป่านิ่งงันไปกับคำขอร้องของฟางซิน เขาไม่กล้าหลบสายตาที่มองเขาด้วยความหวังเต็มเปี่ยม


“จงเป็นตัวแทนดูแลสามีและลูกชายของฉันทดแทนที่ฉันทำไม่ได้ ดูแลและรักทั้งสองคนอย่างที่เธอทำอยู่ในตอนนี้และตลอดไป ฉันขอเธอเพียงเท่านี้เธอจะทำให้ฉันได้หรือเปล่า”


เหวินเป่าร้อนจมูกไปหมด เขาต้องกลั้นน้ำตาไว้อย่างยากเย็น ฟางซินมองลึกเข้ามาในดวงตาจนดำดิ่งไปสู่ก้นบึ้งของหัวใจและเหวินเป่าไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าฟางซินล่วงรู้ความรู้สึกของเขา


“ผมสัญญาครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมจะอยู่เคียงข้างนายท่านและคุณชายน้อย”


ตัดสินใจเอ่ยออกมาจากหัวใจ ฟางซินยิ้มรับพร้อมกับหยดน้ำตาที่รินไหล


“แค่เธอสัญญาฉันก็วางใจทุกอย่างแล้ว ขอบใจนะเหวินเป่า ขอบใจจริงๆ วันนี้ฉันคงหลับฝันดีที่ได้ยกความกลัดกลุ้มออกจากอก”


หญิงสาวหลับตาลงโดยที่ยังไม่ได้ทำให้ความสงสัยของเหวินเป่ากระจ่างแจ้ง เขายังงงงันว่าทำไมฟางซินต้องคาดคั้นให้เขาเอ่ยปากรับคำสัญญา แต่เพราะฟางซินผล็อยหลับไปอย่างง่ายดายเหวินเป่าจึงไม่กล้าจะถามเพื่อคลายความข้องใจ เขาย่องออกมาจากห้องเพราะว่ากลัวฟางซินจะตื่นก่อนจะรับฮุ่ยจงมาจากเหม่ยฮัวเพื่อไปนอนในห้อง


เหวินเป่านอนหลับเคียงข้างเด็กชายตัวน้อยจนใกล้รุ่งสางจึงได้สะดุ้งตื่นพร้อมกับคนทั้งบ้านเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเหม่ยฮัว เหวินเป่ารีบวิ่งออกไปยังห้องของฟางซินเพื่อที่จะพบว่าหย่งหนานกำลังประคองร่างอันไร้วิญญาณของภรรยาเข้าสู่อ้อมกอดเป็นครั้งสุดท้าย





งานศพของฟางซินทำตามประเพณีจนกระทั่งครบเจ็ดวันจึงได้นำร่างไปฝังไว้ที่หลุมฝังศพของสกุลเฉิน ตลอดเวลาที่ผ่านไปเหวินเป่ายังคงมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อในคืนนั้นหลังจากได้พูดคุยกับเขาแล้วฟางซินก็นอนหลับเช่นปกติ แต่เมื่อเหม่ยฮัวที่นอนอยู่ด้วยในห้องลุกขึ้นมาในตอนย่ำรุ่งเพื่อมาดูแลเจ้านายก็กลับพบว่าฟางซินนอนนิ่งหน้าซีดเขียวหมดลมหายใจไปแล้ว


ใบหน้าของหญิงสาวดูอิ่มเอิบกว่าครั้งยังมีชีวิตด้วยซ้ำเมื่อเหวินเป่าอุ้มฮุ่ยจงมาเคารพศพมารดา เขาไม่ได้พูดคุยปลอบใจหย่งหนานที่เต็มไปด้วยความสลดหดหู่ และชายหนุ่มก็ต้องวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมงานศพของภรรยาที่มีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากมายจนถึงวันนี้ วันที่พวกเขาส่งวิญญาณฟางซินไปสู่สวรรค์


บ้านสกุลเฉินกลับเข้าสู่สภาวะเดิมเพียงแต่ขาดสะใภ้คนเล็กไปแล้ว ค่ำคืนนี้บ้านหลังเล็กของหย่งหนานยิ่งเงียบเหงากว่าเคยเมื่อต่อจากนี้จะไม่มีฟางซินอีกต่อไป หย่งหนานนึกสะท้อนใจเมื่อเขาคิดถึงความดีที่ฟางซินมีต่อเขา ความคิดถึงภรรยาทำให้หย่งหนานก้าวเดินไปยังห้องนอนของฮุ่ยจงพยานรักของเขากับฟางซิน


บุตรชายที่ยังไร้เดียงสาไม่รู้เลยว่ามารดาจะไม่กลับมาหาตน บัดนี้นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงเคียงข้างด้วยร่างบางที่นอนตะแคงกอดฮุ่ยจงไว้ราวกับจะมอบความอบอุ่นให้เด็กน้อยทดแทนที่ขาดหายไป หย่งหนานเลื่อนสายตาไปมองเสี้ยวหน้าหวานที่เขาแทบไม่มีเวลาใส่ใจเมื่อต้องจัดการกับเรื่องราวอันแสนเศร้า ตลอดเวลาเขาเห็นเหวินเป่าคอยช่วยงานราวกับไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย มันทำให้เขายิ่งรู้สึกผูกพันลึกซึ้งกับหนุ่มน้อยตรงหน้ามากขึ้นทุกที


อดใจไม่ไหวที่จะใช้ปลายนิ้วแตะไล้ไปบนแก้มนุ่มด้วยความคิดถึงจนเจ้าของแก้มสะดุ้งเบาๆและลืมตาตื่นขึ้นมาในความมืดสลัว มีเพียงแสงจากโคมไฟเท่านั้นแต่หย่งหนานก็ชัดเจนเสมอในสายตาของเขา เหวินเป่ายันกายลุกขึ้นมานั่ง เขามองสบตากับหย่งหนานด้วยความห่วงใยเพราะรู้ว่าชายหนุ่มตั้งใจจัดงานศพเพื่อภรรยา


“นายท่านเป็นอย่างไรบ้างครับ หิวหรือเปล่า ถ้าหิวผมจะไปหาอะไรมาให้รองท้อง”


“ไม่ต้องวุ่นวายไปหรอกเหวินเป่า ฉันยังไม่หิว”


หย่งหนานปรามอีกฝ่ายไว้ เขาเพียงอยากเห็นใบหน้าหวานให้ชื่นแก่ใจอันหม่นหมองเท่านั้น


“เธอล่ะ เหน็ดเหนื่อยจากงานบ้างหรือเปล่า”


เหวินเป่าส่ายหน้า เขาไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิดเพราะเขาเองก็รักและเทิดทูนฟางซินมาก


“ผมไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อยครับ ผมอยากช่วยให้งานศพของนายหญิงออกมาดีที่สุด ต่อจากนี้จะไม่มีนายหญิงอยู่ด้วยแล้ว”


สีหน้าของเหวินเป่าสลดลงทันที เขาหันไปมองฮุ่ยจงที่หลับสนิทอยู่กลางเตียง


“สงสารคุณชายน้อยเหลือเกินที่ต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเล็ก”


หย่งหนานมองความผูกพันที่เหวินเป่ามีต่อฮุ่ยจงด้วยความตื้นตัน พลันคำพูดสุดท้ายของฟางซินก็ดังก้องอยู่ในหัว

“ไม่ว่าใครจะพูดติฉินอะไร อย่าให้พวกเขาเข้ามาทำให้หัวใจรักของพี่สั่นคลอน อย่าให้ม่านประเพณีขัดขวางทางเดินชีวิตของพี่ น้องอยากเห็นพี่มีความสุข”


นึกขอบคุณภรรยาที่เข้าใจเขาจนถึงวาระสุดท้าย เขานึกโกรธความกลัวในจิตใจของตนเองที่ไม่กล้าจะยอมรับความจริง คำสั่งเสียของฟางซินทำให้เขาได้คิด


หย่งหนานรักเหวินเป่า และเขาจะไม่ปล่อยให้สิ่งใดมาขัดขวางเส้นทางรักของเขาอีกแล้ว


ปลายนิ้วสากประคองกรอบหน้าหวานให้หันกลับมาสบตากับเขา หย่งหนานจ้องมองใบหน้านั้นจนหัวใจของเขาแช่มชื่นราวกับต้นไม้แล้งน้ำที่ได้พบกับฝนแรกของฤดูกาล


“หากเธอสงสารเซียวจงนักเธอก็จงดูแลเขาทดแทนที่เขาต้องเสียแม่ไป ได้หรือไม่อากุย”


น้ำเสียงทอดหวานอย่างที่เหวินเป่าไม่เคยได้ยินมาก่อน และนั่นทำให้เหวินเป่าไม่อาจเอ่ยคำใดได้อีกจนกระทั่งกลีบปากของเขาถูกปิดลงด้วยจุมพิตจากบุรุษที่เขาหลงรักมาตั้งแต่แรกเจอ



TBC

ขอดาววว 

ขอไลก์




ความคิดเห็น