นิยายสายดาร์ก อินได้แต่อย่าเครียดกันนะเออ (เก๊าเป็นห่วง//จิ้มๆ) #ดีแลนสายโหด #คริสสายเกรียน #DylanChris

ชื่อตอน : Christian : 1 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2564 23:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Christian : 1 [100%]
แบบอักษร

สวัสดีค่ะทุกคน

 

วันนี้ไรท์จะมาแจ้งว่าจะทำการปิดตอนบางส่วนไว้นะคะ เนื่องจากเนื้อหาค่อนข้างรุนแรงและมีบางส่วนไม่เหมาะสมตามที่ได้ขึ้น tw ไปในหน้านิยาย

เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีคนกลุ่มใหม่หลงเข้ามาอ่านเราจึงขอปิดตอนบางส่วนที่ไม่ได้ติดเหรียญเอาไว้ (แน่นอนว่าตอนที่ติดเหรียญไปแล้วไม่สามารถปิดตอนได้) และจะกลับมาเปิดอีกถ้าหากเนื้อหาได้รับการปรับปรุงจนเราคิดว่าเหมาะสมแล้วนะคะ

สำหรับผู้อ่านที่เปย์ให้เรื่องนี้ไปแล้วก่อนหน้านี่ สามารถทักมาที่เพจ somkant02 เพื่อขอให้เปิดตอนให้ได้ในกรณีที่ต้องการกลับมาอ่านอีกครั้งนะคะ

เราคิดเรื่องนี้อยู่นานมากว่าทำแบบนี้เหมาะสมหรือเปล่า หรือยุติธรรมกับคนที่เคยซื้อเหรียญไปแล้วหรือเปล่า แต่เราคิดวิธีอื่นไม่ออกจริงๆค่ะ เราไม่อยากให้มีผู้อ่านคนใหม่หลงเข้ามาอ่านงานเก่าๆของเรา ดังนั้นต้องขอโทษคนที่ตามเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้นะคะ แต่อย่างที่บอก สามารถทักหลังไมค์เพจมาขอให้เปิดตอนให้ได้ ไม่ต้องเกรงใจ หรือใครไม่สะดวกทักแชทก็เม้นต์แจ้งให้เปิดตอนได้นะ แค่นี้เราก็เกรงใจพวกคุณมากแล้ว

 

สุดท้าย คิดถึงทุกคนนะคะ ขอบคุณที่ติดตามและขอบคุณที่เข้าใจกัน

 

ไรท์เตอร์เอง

 

 

 

 

 

 

**แก้ไข 9/05/60

1

คฤหาสน์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้า รอบบ้านรายล้อมไปด้วยสวนสวย มีบ่อน้ำพุที่มีรูปปั้นเพกาซัสอยู่ตรงกลาง สวยงามและยิ่งใหญ่ไม่แพ้บ้านของคุณเซบาสเตียนและโรงเรียนพ่อบ้านที่ผมอยู่ บรรยากาศรอบๆอาจไม่ได้ดูอบอุ่นอย่างที่ที่ผมจากมา คงเป็นเพราะที่นี่ไม่มีคุณเซบาสเตียนล่ะมั้ง

พวกคุณคงจะงงว่าผมเป็นใคร แล้วคุณเซบาสเตียนเป็นใคร ผมชื่อคริสเตียน เป็นพ่อบ้าน คุณเซบาสเตียนเป็นเจ้านายเก่าของผม เป็นทั้งอาจารย์และเจ้านาย เขาคอยสอนวิชาความเป็นพ่อบ้านให้ผม คุณเซบาสเตียนคือพ่อบ้านที่เป็นพ่อบ้านจริงๆ มีความเป็นพ่อบ้านอยู่ในสายเลือดเพราะต้นตระกูลของเขาเป็นพ่อบ้านกันทั้งนั้น

คิดแล้วก็น่าใจหายเหมือนกัน ตั้งแต่มาอยู่โรงเรียนพ่อบ้าน ผมไม่เคยรับใช้ใครเลยนอกจากคุณเซบาสเตียน แม้คนที่ให้เงินเดือนผมทุกเดือนจะเป็นคุณมิคาเอลพี่ชายคุณเซบาสเตียนก็ตาม แต่ผมชอบคุณเซบาสเตียนมากกว่า คุณเซบาสเตียนอบอุ่น สุภาพ และใจเย็นมาก ในขณะที่คุณมิคาเอลที่ใจเย็นเหมือนกันแต่เป็นความเย็นยะเยือกที่น่ากลัว บางทีผมก็สงสัยว่าจะมีอะไรมาทำให้คุณมิคาเอลสนใจได้มากกว่าคุณเซบาสเตียนอีกไหม ยังไงก็เถอะ...เรื่องของเรื่องก็คือผมตกลงรับงานจ้างพ่อบ้านให้กับคนๆหนึ่ง นายจ้างครั้งนี้เจาะจงชื่อผมโดยเฉพาะ ถ้าผมไม่มา เกรงว่าคนทางเขาจะว่าร้ายโรงเรียนพ่อบ้านได้ ผมไม่อยากให้คุณเซบาสเตียนลำบากใจ แค่สัญญาจ้างหนึ่งปีผมทำได้อยู่แล้ว

“พ่อบ้านใหม่ใช่ไหม” ระหว่างที่ผมยืนอยู่หน้าบ้านนั้น ก็มีชายชราคนหนึ่งในบ้านนั้นเดินออกมาถาม ดูจากเครื่องแบบของผม เขาคงรู้ได้เลยว่าผมเป็นพ่อบ้าน

เสื้อเชิ้ตขาว สวมกั๊กดำ ปิดด้วยสูทยาวด้านหลัง เครื่องแบบทรงคุณค่าของพ่อบ้านที่ทุกคนภูมิใจ

“ครับ ผมคริสเตียนเป็นพ่อบะ...”

“เข้ามาเลย” ผมหยุดชะงักอยู่ในท่าที่กำลังจะโค้งตัว เขาไม่รอให้ผมแนะนำตัวจบ เปิดประตูให้ผมเข้าไปเลย คนข้างในเดินนำเข้าไปโดยไม่รอราวกับไม่กลัวว่าผมจะเป็นตัวปลอมมาหลอกลวงใดๆทั้งสิ้น

ไว้ใจกันง่ายๆขนาดนี้เลยเหรอ หรือเพราะชื่อเสียงของโรงเรียนพ่อบ้านเลยไม่คิดจะระแวง

ยังไงก็ช่างเถอะ หลังจากนี้หนึ่งปีที่นี่คือบ้านที่ผมต้องอยู่

ผมเดินตามชายชราคนนั้นเข้าไป บรรยากาศในบ้านเงียบมาก เหมือนไม่มีใครอยู่เลย เงียบชนิดวังเวง...สาบานได้ว่าลมที่พัดวูบเมื่อกี้เย็นวาบจนทำผมขนลุก

บรื้อออ~

คงไม่ใช่ว่า...ที่นี่...

“...คือ...ไม่มีใครอยู่เหรอครับ” ผมรู้ว่าพ่อบ้านที่ดีไม่ควรถามซอกแซก แถมไม่รู้ว่าคนตรงหน้าผมนี้เป็นใครกันแน่เพราะข้อมูลของนายจ้างของผมคนนี้ไม่มีอยู่เลย แม้แต่ภาพรูปร่างหน้าตาก็หาไม่ได้ ตอนนี้สถานการณ์มันหลอนเกินไป ผมจำเป็นต้องแหกกฎพ่อบ้านที่ถูกคุณเซบาสเตียนพร่ำสอนมาเพื่อถามไถ่อะไรบ้าง

“ไม่...” เขาทำท่าคิด “ไม่ค่อย...”

“ง่ะ งั้นให้ผม...”

“นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณต้องอยู่หรอก เป็นอีกที่หนึ่งต่างหาก” ชายชราคนนั้นหันกลับมามองผม แต่ว่า...ไม่ใช่ที่นี่เหรอ ได้ไง? ก็ในข้อมูลบอกไว้ว่าที่นี่นี่นา แบบนี้มันผิดกฎนะ คุณเซบาสเตียนต้องไม่ยอมแน่

“มาแล้ว”

“ใครมะ อุ๊บ!” ก่อนที่ผมจะทันได้เอ่ยถามจบ ภาพข้างหน้าก็ดำมืดสนิท ร่างกายผมถูกยกขึ้นลอยจากพื้น ถูกปิดหน้าด้วยถุงดำใส่ขยะ

เฮ้ย! นี่มันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย

ผมเริ่มดิ้นด้วยความไม่เข้าใจ สี่คนที่จับผมอุ้มขึ้นพาผมออกไปที่ไหนสักแห่งแล้วโยนผมใส่พื้นแข็งที่ท่าทางจะเป็นพื้นของรถตู้ เสียงเลื่อนประตูปิดดังขึ้นก่อนรถจะออกตัวในเวลาไล่เลี่ยกัน

นี่มันอะไร...ลักพาตัวเหรอ บ้าน่า! ผมไม่มีอะไรจะให้หรอกนะ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่วิชาพ่อบ้านที่คุณเซบาสเตียนให้มานี่แหละ ถึงจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่ลักพาตัวผมมาแบบนี้ใครจะไปเอาเงินพวกนั้นมาให้มันกันล่ะ

ไม่นะ...คุณเซบาสเตียน ผมขอโทษที่ทำให้คุณผิดหวัง แค่งานแรกผมก็พลาดซะแล้ว แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ...ได้โปรดมาช่วยผมหน่อยเถอะครับ ฮือออ

ตุบ!

“โอ๊ย!” ผมร้องขึ้นเพราะถูกพวกที่ลักพาตัวผมมาโยนลงพื้น เท่าที่สัมผัสได้มันเป็นพื้นหินอ่อนเย็นๆ เมื่อมือผมไม่ได้ถูกใครล็อกจับไว้แล้วผมก็กระชากถุงดำออกจากหัว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือบุคคลที่มีท่าทางน่าเกรงขามและมีไอดำมืดปกคลุมอยู่รอบตัว ร่างกายเขาสูงใหญ่กำยำ นั่งมองผมอยู่บนโซฟาด้วยใบหน้านิ่งเฉย เส้นผมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ ดวงตาสีเทาฉายแววคมกริบ โครงหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับสวรรค์บรรจงปั้นแต่งมาอย่างดี

ใครกัน...ทำไมคุ้นหน้าจัง

“พามาแล้วครับนาย” เสียงพูดดังขึ้นข้างหลังผม เป็นเสียงของพวกที่จับผมมา ตวัดสายตากลับไปมองค้อนสี่คนด้านหลังนั้น ตัวใหญ่ๆทั้งนั้นเลย แถมมองผมโหดๆอีกต่างๆหาก

“อืม ออกไปได้”

“ครับนาย” สี่คนนั้นรับคำแล้วถอยออกจากห้องไปโดยไม่ลืมปิดประตูไว้ให้

ผู้ชายน่ากลัวคนนั้นหันกลับมามองผมอีกที ผมเสียววาบไปทั่วแผ่นหลัง เพราะสายตาคมกริบที่เขาใช้สำรวจผมมันน่ากลัวเหลือเกิน น่ากลัวกว่าคุณมิคาเอลเสียอีก

“ฉันชื่อดีแลน เป็นนายจ้างของนาย”

ดีแลน! นายจ้าง!

ไม่ผิดแน่ ในข้อมูลบอกไว้อย่างนั้นจริงๆ

ผมรีบลุกขึ้นยืน โค้งตัวเก้าสิบองศาให้นายจ้างคนใหม่ตรงหน้า เมื่อกี้เสียมารยาทจ้องหน้าเขาไป ถ้าคุณเซบาสเตียนรู้เข้าต้องเรียกไปสั่งสอนแน่ๆ

“ที่อยู่ของฉันเป็นความลับเลยต้องพานายมาแบบนี้”

“ไม่เป็นไรครับนายท่าน ต้องขออภัยที่ทำท่าทางเสียมารยาทเมื่อก่อนหน้านี้” แม้ตอนนี้ความสงสัยใคร่รู้จะเต็มอกผมไปหมด แต่ด้วยหน้าที่พ่อบ้านแล้ว ผมไม่มีสิทธิ์ถามละลาบละล้วงใดๆทั้งสิ้น

“คริสเตียน...ชื่อนายใช่ไหม”

“ครับ นายท่าน”

“เงยหน้าขึ้น...นายรู้จักฉันไหม”

“...ขออภัยครับ นอกจากข้อมูลที่นายท่านกรอกในใบคำรองขอพ่อบ้าน ผมไม่รู้รายละเอียดอย่างอื่นเกี่ยวกับตัวนายท่านเลย ถือเป็นข้อบกพร่องของผมเป็นอย่างมาก ต้องขออภัยนายท่านในเรื่องนี้ด้วยครับ” ผมไม่รู้จักเขาก็จริง แต่หน้าเขาคุ้นมาก เหมือนผมเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนนี่แหละ

เขาไม่ได้ต่อว่าอะไรผม แค่พยักหน้าครั้งหนึ่งแล้วเปลี่ยนเรื่อง

“นายเป็นพ่อบ้านคนเดียวในบ้านหลังนี้ ไม่มีคนใช้คนอื่นนอกจากลูกน้องฉัน หน้าที่นายแค่รับผิดชอบอาหารทุกมื้อของฉันและทำความสะอาดทั่วทั้งบ้านยกเว้นห้องทำงานฉันกับห้องใต้ดินที่ห้ามเข้าไปเด็ดขาด”

“ครับนายท่าน”

“พวกนั้นจะพานายไปหาห้องพัก ข้าวของนายถูกเอาไปเก็บไว้ให้แล้ว”

“ครับนายท่าน ขอบคุณมากครับ” ผมถอยตัวห่างออกมาสองสามก้าวก่อนจะหันหลังกลับไปที่ประตูห้องแล้วเดินออกมา โดยที่ผมยังไม่ทันได้ยิน...น้ำเสียงเรียบนิ่งของคนในห้องเลย

“นายจำฉันไม่ได้สินะ คริสเตียน”

สี่สหาย(ผมขอเรียกแบบนี้ละกันนะครับ)ที่ลักพาตัวผมมาเป็นคนพาผมมาที่ห้อง ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ยอมแยกจากกันเลยตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ หน้าตาถมึงทึงน่ากลัวนั่นทำเอาผมไม่กล้าพูดคุยด้วยเลยสักคน

“ขอบคุณ” ผมบอกก่อนจะปิดประตูห้องลง ห้องผมอยู่ชั้นสองเหมือนกันกับเจ้านาย ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ปกติแล้วพ่อบ้านหรือคนงานจะต้องใช้ห้องด้านล่างไม่ใช่เหรอ แถมห้องที่ผมได้เป็นห้องนอนหรูหราคล้ายห้องของนายท่านเมื่อกี้ พ่อบ้านได้รับสิทธิ์ขนาดนี้เลยเหรอ หรือเพราะที่นี่ไม่ค่อยมีคนมาอยู่เลยอยากเก็บผมไว้ใกล้ๆจะได้เรียกใช้ได้ง่าย อย่างที่คุณเซบาสเตียนบอก นายจ้างแต่ละคนมีสไตล์ไม่เหมือนกัน พ่อบ้านอย่างพวกผมทำได้แค่ปรับตัวให้ได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น

กระเป๋าของผมถูกวางไว้ปลายเตียง ดีที่ผมไม่มีอะไรมาก กระเป๋าเดินทางใบเดียว ใส่แค่เสื้อผ้าไม่กี่ชุด โทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ และของใช้ส่วนตัวอีกเล็กน้อยเท่านั้น

ผมจัดของของตัวเองให้เข้าที่เรียบร้อย ส่งข้อความไปบอกคุณเซบาสเตียนว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี จากนั้นก็ออกจากห้องไปเพื่อทำหน้าที่ของตน ตอนนี้เกือบเที่ยง ผมจะเริ่มจากครัว ทำอาหารเสร็จค่อยทำความสะอาดครัว ห้องนั่งเล่น แล้วค่อยขึ้นไปทำชั้นบน

งานนี้แหละ วิชาที่ได้รับถ่ายทอดมาโดยตรงจะได้ใช้สักที อย่างแรก ใบหน้าผมต้องนิ่งเฉย ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับผมมาก อย่างที่สองความต้องการของเจ้านายต้องมาก่อน อย่างที่สามห้ามถามซักไซ้เจ้านายหรือออกความเห็นใดๆถ้าเจ้านายไม่ได้ถาม

โอเค ง่ายมากเลย ตอนอยู่กับคุณเซบาสเตียนก็ฝึกบ่อยๆ

ผมใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงเตรียมอาหารไว้มากมาย เพราะไม่รู้ว่านายท่านชอบอะไรไม่ชอบอะไร ไว้ผมคอยสังเกตเอาตอนนายท่านทานละกัน อาหารถูกยกไปไว้บนโต๊ะ ต้องยกหลายเที่ยวเพราะไม่มีใครช่วย สี่สหายนั่นนั่งมองผมอยู่ที่ห้องนั่งเล่นไม่ได้คิดจะมาช่วยแต่อย่างใด ซึ่งนั่นผมก็ไม่ถือเพราะนี่เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วไม่ใช่หน้าที่บอดี้การ์ดอย่างพวกเขา

“นายท่านครับ อาหารกลางวันพร้อมแล้ว” ผมขึ้นมาเรียกนายท่านที่ห้องนอนโดยการเคาะและเรียกจากข้างนอก ไม่รู้เขาทำอะไรอยู่แต่เปิดออกมารวดเร็วมากจนผมโค้งตัวให้แทบไม่ทัน

นายท่านเดินลงไปข้างล่าง เขาดูอึ้งหน่อยๆที่มีอาหารหรูหราเต็มโต๊ะไปหมด เยอะเกินกว่าจะกินคนเดียวหมดด้วยซ้ำ งานนี้ผมภูมิใจนำเสนออาหารสูตรของโรงเรียนพ่อบ้านโดยเฉพาะมาก ฝึกอยู่ตั้งนานกว่าจะมาไกลได้แบบนี้

เมื่อนายท่านนั่งลงที่หัวโต๊ะ ผมก็รินไวน์และตักอาหารให้นายท่านทันที

“เดี๋ยวครับนาย!” หนึ่งในสี่สหาย ผมขอเรียกว่านายเอละกันครับ นายเอร้องดักขึ้นก่อนนายท่านจะตักอาหารเข้าปาก

“นายครับ ให้พวกผมตรวจดูก่อนเถอะครับ เผื่อเขาใส่อะไรลงไป” นายบีที่ยืนอยู่ข้างๆกันพูดขึ้นบ้าง

“หา??” ผมถึงกับเงิบ “ผมจะทำแบบนั้นไปทำไม ผมไม่ได้มีความแค้นอะไรกับพวกคุณซะหน่อย แล้วก็อย่าลืมสิคนที่เรียกผมมาที่นี่เองคือฝ่ายพวกคุณนะ อุ๊บ!” ผมรีบยกมือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน รีบหันไปมองนายท่านอย่างตกใจและพบว่าเขาจ้องมาทางนี้อยู่แล้ว

ให้ตาย! นี่เป็นข้อเสียของผมที่คุณเซบาสเตียนเป็นห่วงผมที่สุด ผมใจร้อนและปากไวเกินไปหน่อย แม้จะนิ่งเงียบได้แต่ถ้ามีอะไรมากระตุ้นนิดหน่อยผมก็หลุดแล้ว โดนดุเรื่องนี้ไปไม่รู้กี่รอบก็ไม่เคยจำเลยผมเนี่ย

“ขออภัยครับนายท่าน ผมเสียมารยาทไปแล้ว”

“ช่างมันเถอะ ไม่ต้องตรวจสอบ” เขาดูหงุดหงิดขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ด่าอะไร ค่อยยังชั่ว...แต่ถึงนายท่านจะไม่ได้ด่าอะไร แต่พวกสี่สหายนั่นมองผมมาแบบไม่ไว้ใจอย่างไม่คิดจะปกปิดอาการเลย

ผมยืนรอนายท่านทานเสร็จ พยายามจำรายละเอียดว่าเขาทานอะไรไม่ทานอะไรบ้าง สรุปได้ว่ามีอย่างเดียวที่เขาไม่แตะต้องเลยคือกุ้ง ผมไม่ได้ถามว่าแพ้หรือไม่ชอบ แต่วันหลังผมจะไม่ทำอีกเว้นแต่เขาจะสั่งลงมาเอง

งานของผมเรียบง่ายมากไม่ต่างอะไรจากตอนอยู่โรงเรียนพ่อบ้านนัก ค่อนข้างจะสบายกว่าด้วยซ้ำเพราะที่นี่ผมทำแค่งานบ้านไม่ได้ยุ่งกับงานเอกสารอย่างตอนอยู่กับคุณเซบาสเตียน

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปไวเหมือนในนิยาย ผมเริ่มปรับตัวได้แล้ว นายท่านไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าไหร่ ถ้ามาเขาจะหมกตัวอยู่แต่ในห้องทำงาน กลับบ้านไม่เป็นเวลา กาแฟหรือเครื่องดื่มที่ผมต้องยกไปให้ในเวลาเขาทำงานคือผมได้แต่วางไว้ที่โต๊ะหน้าประตู ให้สี่สหายสักคนเป็นคนยกเข้าไป

พูดถึงสี่สหาย ตอนนี้พวกนั้นยังเขม่นผมอยู่ แต่น้อยลงแล้ว กลายเป็นว่าพวกผมกวนประสาทกันไปมามากกว่า คุณเซบาสเตียนเคยบอกว่าสำหรับคนธรรมดาที่ไม่ใช่เจ้านายหรือแขกของเจ้านาย เราสามารถทำตัวเป็นปกติได้ ดังนั้นกับสี่คนนี้ผมไม่จำเป็นต้องเกรงใจ กวนมากวนกลับไม่โกง

“เฮ้!พ่อบ้าน วันนี้มีไรกินบ้าง” นายซี ถามขึ้นพร้อมกับยกโขยงกันเข้ามาในครัวขณะที่ผมเพิ่งจะเช็ดอ่างไปจนแห้ง แล้วหนึ่งในนั้นก็ไปเปิดก๊อกล้างมือซะงั้น ผมเลยโยนผ้าเช็ดอ่างเมื่อกี้ไปแปะหัวเขา พวกที่เหลือหัวเราะก๊ากแต่หมอนั่นจ้องผมเขม็งทำท่าจะเข้ามาบีบคอผมด้วย พวกนี้ตัวใหญ่กว่าผมมากครับ นายท่านเองก็ตัวใหญ่กว่าผมมาก ผมตอนปกติก็มาตรฐานผู้ชายทั่วไปนะ แต่พอมาอยู่ที่นี่ผมกลายเป็นไอ้เตี้ยตัวแห้งไปเลย

“ใจเย็นพี่เบิ้ม เมื่อกี้ผ้าหลุดมือ” ผมยกมือสองข้างขึ้นข้างกายทำท่ายอมจำนน ขาก้าวถอยหลังอัตโนมัติจนไปชนเข้ากับตู้เย็นด้านหลัง

“ใจเย็นน่า เดี๋ยวเย็นนี้ไม่มีอะไรกินกันพอดี” นายซีช่วยห้ามไว้ จากเท่าที่ผมสังเกตดูแล้ว นายเอจะดูเหมือนเป็นหัวหน้าพวกนี้ เป็นคนเคร่งครึมและพึ่งพาได้ นายบีจะช่างสังเกต ละเอียดรอบคอบ นายซีเป็นพวกขี้เล่น กวนประสาท ตอนนี้ผมยกตำแหน่งคู่ปรับเบอร์หนึ่งให้ไปแล้ว ส่วนสุดท้ายนายดีที่กำลังจะฆ่าผมอยู่เนี่ย เป็นพวกบ้าพลัง แรงเยอะ อารมณ์ร้อนง่าย ตัวใหญ่ที่สุดในสี่คนนี้แต่ฟังคำสั่งทุกคน ยกเว้นผม

“ว่าแต่พวกนายเข้ามาถามหาของกินแค่นั้นเหรอ” ผมถามเปลี่ยนประเด็นเมื่อนายดีถอยไปแล้ว

“เปล่า นายท่านให้มาบอกว่าคืนนี้ห้ามนายออกจากห้องเพราะจะมีแขกมาบ้าน ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ห้ามโผล่ออกมา” นายเอเป็นคนอธิบาย

“อ้อ ได้” ผมพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ถ้ามันเป็นคำสั่งนายท่านให้ผมอยู่ในห้องทั้งวันทั้งคืนผมก็ต้องทำ พวกนั้นมาบอกข่าวผมเสร็จก็กลับออกไป ปล่อยให้ผมทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

ตกเย็นวันนั้นนายท่านสั่งกำชับผมอีกว่าให้อยู่แต่ในห้อง ซึ่งผมก็รับปากไว้เป็นหมั่นเป็นเหมาะ แต่ใครจะนึกว่าคืนนั้นผมจะทำตามที่พูดไม่ได้และออกมาเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น มันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่พรากเอาอิสรภาพของผมไปและมันทำให้ผมรู้ว่า นายท่านผู้แล้วนิ่งเฉย แท้จริงแล้ว...เป็นปีศาจดีๆนี่เอง

ความคิดเห็น