หนุ่มเกาหลี ปะทะ หนุ่มลูกครึ่ง👬 ใครชอบแนวนี้ก็สนับสนุนไรท์ด้วยนะคะ🙇

กระชากหัวใจ ครั้งที่1 : นั่นมัน…กระเป๋าของฉัน..!?[내 가방이]

ชื่อตอน : กระชากหัวใจ ครั้งที่1 : นั่นมัน…กระเป๋าของฉัน..!?[내 가방이]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 632

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2560 08:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระชากหัวใจ ครั้งที่1 : นั่นมัน…กระเป๋าของฉัน..!?[내 가방이]
แบบอักษร

กระชากหัวใจ ครั้งที่1 : นั่นมัน…กระเป๋าของฉัน..!?[내 가방이]

เครื่องบินลำใหญ่ลงจอดโดยสวัสดิภาพ ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ร่างโปร่งบางของเด็กหนุ่มอายุสิบแปดลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลียนามว่า ‘อเล็กซ์’ สูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซ็นต์ก้าวเดินออกมาพร้อมกันกับร่างบางสุดแสนจะเซ็กซี่ซึ่งก็คือ ‘อลิสา’ พี่สาวเขานั่นเองอายุห่างกันราวๆสองปี แต่ด้วยความที่เป็นพี่น้องที่ไม่เคยทอดทิ้งกันจึงสนิทกันมากและเหนียวแน่นเลยก็ว่าได้ พวกเขาสองคนนั้นเป็นลูกครึ่งไทยผสมออสซี่หรือออสเตรเลีย มารดาเขานั้นได้สามีเป็นชาวออสซี่พวกเขาเจอกันที่ประเทศไทยพอแต่งงานกันมารดาก็ย้ายไปอยู่กับแด็ดดี๊ของพวกเขาที่ออสเตรเลีย อลิสากับอเล็กซ์ซึ่งเป็นลูกครึ่งไทยแต่กลับพูดไทยไม่คล่องแต่ก็พอฟังออกบ้างเพราะส่วนใหญ่จะสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษกันเสียมากกว่าและอเล็กซ์ยังสามารถพูดภาษาเกาหลีได้อีกเพราะมีเพื่อนอย่าง ‘อิม จองมิน’ ช่วยสอนให้ จึงกลายเป็นว่าอเล็กซ์พูดได้สามภาษา ส่วนอลิสานั้นพูดภาษาอังกฤษกับไทยได้ภาษาเกาหลีก็พูดได้บ้างนิดหน่อยเท่านั้น แต่ไม่คล่องเท่าน้องชาย

“โทรหาจองมินหรือยังอเล็กซ์”หญิงสาวสวมแว่นตากันแดดทรงโตถามผู้เป็นน้องชายไป 

“ยังเลยครับ เดี๋ยวจะโทรเดี๋ยวนี้”อเล็กซ์ล้วงเอาไอโฟนรุ่นไหม่ล่าสุดมากดโทรหาเพื่อนสนิทที่เคยเรียนด้วยกันที่ไฮสคูล และเป็นเวลาเดียวกับที่ต้องไปเอากระเป๋าของตัวเองเมื่อตรวจสอบเสร็จแล้ว 

“อ๊ะ!”

พออเล็กซ์จับที่จับกระเป๋าสีดำของตัวเองก็ดันมีมือขาวซีดของใครก็ไม่รู้มาจับมือเขาทับอีกทีอย่างไม่ได้ตั้งใจ อเล็กซ์หันไปมองก็พบว่าเป็นหนุ่มเกาหลีหน้าตาหล่ออย่างกับนักร้องเคป็อป ใบหน้าหล่อขาวใสอย่างคนดูแลรักษาอย่างดีไหนจะริมฝีปากสีชมพูได้รูปนั่นช่างรับกับจมูกโด่งคมสันเสียเหลือเกินแล้วยิ่งถูกสวมทับด้วยแว่นกันแดดสีดำก็ยิ่งขับให้อีกคนดูเท่ขึ้นไปอีก

“ปล่อยกระเป๋าฉันซะ”เขาพูดเป็นภาษาอังกฤษคงเห็นหน้าตาของอเล็กซ์ออกไปทางฝรั่งสินะ แต่ประโยคของอีกฝ่ายทำเอาอเล็กซ์หลุดจากภวังค์ก่อนจะมองไปที่ที่ถูกมือขาวของอีกฝ่ายจับเมื่อสักครู่

“นี่กระเป๋าของผม”เขาจำได้ว่าสีนี้และลวดลายแบบนี้และแบรนด์นี้เป็นของเขาอย่างแน่นอนจะเป็นของผู้ชายคนนี้ไปได้ยังไง โทรศัพท์ที่ใช้โทรหาเพื่อนก็ถูกลดลงโดยอัตโนมัติและเหมือนอเล็กซ์คงจะลืมไปแล้ว

“ของฉัน…นี่นายเป็นพวกโจรโรคจิตหรือไง” What the Fuck!!?? อยู่ๆก็มาหาว่าเขาเป็นโจรโรคจิตเนี่ยนะ ถึงจะหล่อก็ใช่ว่าจะอยากทำอะไรโง่ๆแบบนั้นซะหน่อย

“ฉันไม่ใช่โจรโรคจิต!แล้วก็กรุณาขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ เพราะนายกำลังกล่าวหาฉันอยู่”อเล็กซ์เริ่มยืนไม่ติดที่เมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นโรคจิต พูดอย่างกับตัวเองเป็นคนดังอย่างนั้นแหละ

“ทำไมฉันต้องทำอะไรแบบนั้นด้วย”อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นแล้วกอดอกถามและกระเป๋าเจ้าปัญหาก็ถูกยกออกมาจากเครื่องสแกนเพราะของคนอื่นก็กำลังรอสแกนอยู่เหมือนกัน

“ก็นาย…”

“อเล็กซ์!ทางนี้”อลิสาโบกมือเรียกน้องชายตัวเองเมื่อพี่การ์ดร่างบึกยกกระเป๋าออกมาให้จากเครื่องสแกนอีกเครื่อง อเล็กซ์เบนสายตาไปยังกระเป๋าที่อยู่ข้างกระเป๋าของพี่สาวก็ถึงกับหน้าเสียไปทันที

เพล้ง! 

มีใครได้ยินเสียงอะไรมั้ย? ก็เสียงหน้าของอเล็กซ์ที่แตกดังเพล้งเลยยังไงล่ะ อเล็กซ์เงยสายตามองไอ้หนุ่มเอเชียที่ตัวสูงกว่าประมาณสิบเซนติเมตรที่ยืนกอดอกหน้านิ่งอยู่ตรงหน้าดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด อเล็กซ์ยิ้มแห้งให้อีกฝ่ายอย่างอายๆ

“เอ่อ…นี่กระเป๋าของนายมันก็ถูกต้องแล้วล่ะ ฉันไปก่อนนะ”ว่าจบก็รีบวิ่งใส่เกียร์หมาออกมาเลยเพราะไม่อยากต้องได้ยินเสียงหัวเราะเยาะหรือคำด่าทออะไรทั้งนั้นแค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว

“มีอะไรกันหรือเปล่าอเล็กซ์”อลิสามองไปยังผู้ชายเกาหลีหล่อๆคนนั้นที่น้องชายคุยด้วยเมื่อสักครู่ก่อนที่อีกฝ่ายจะลากกระเป๋าแล้วเดินจากไปอย่างไม่สนใจพวกเขาอีก

“ไม่มีอะไรหรอกพี่อลิสาไปกันเถอะ”อย่าต้องให้พูดตอกย้ำถึงความโง่ของตัวเองเลยแค่นี้ก็อายมากพออยู่แล้ว อลิสาไม่ยอมเชื่อง่ายๆเพราะมันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ และเซนท์ของเธอมันก็เป็นจริง

“ฮ่าๆ…นี่เธอคิดว่ากระเป๋าใบนั้นเป็นของเธออย่างนั้นเหรอ…คิกคิก…ตลกชะมัดเลยอเล็กซ์”นี่แหละที่ไม่อยากเล่าให้ฟังเพราะเป็นแบบนี้ไง บอกแล้วว่ามันน่าอายมาก แต่มันก็น่าแปลกนะที่ผู้ชายคนนั้นดันใช้กระเป๋าแบรนด์เดียวกับเขาแถมสีและขนาดก็เหมือนกันจนต้องจำผิด

“เลิกแซวสักทีเถอะน่า”

“โอเคๆ ไม่ขำแล้วก็ได้ว่าแต่โทรบอกจองมินหรือยังว่าเรามาถึงแล้วน่ะ”แต่เหมือนอเล็กซ์จะลืมไปซะสนิทแล้วเพราะในหัวดันมีแต่หน้านิ่งๆของอีกคนจนสมองรวนไปหมด 

“ยังเลยครับ แต่ไม่เป็นไรหรอกผมจำชื่อโรงเรียนของจองมินได้เดี๋ยวให้แท็กซี่ไปส่งที่คอนโดใกล้ๆโรงเรียนเอาก็ได้ครับ”อลิสาพยักหน้าเข้าใจ 

แล้วฝรั่งผมทองทั้งสองคนก็ขึ้นแท็กซี่อย่างที่บอกแล้วบอกคนขับแท็กซี่ให้ไปที่คอนโดใกล้ๆโรงเรียนของเพื่อนเก่าของอเล็กซ์ทันที

๐๐๐๐๐๐๐๐

แล้วขณะนี้ทั้งสองพี่ก็มายืนอยู่หน้าตึกสูงตระหง่านนั่นก็คือ ‘เกสเฮ้าส์’ แถวๆยองชางซึ่งก็อยู่ใกล้กับโรงเรียนของจองมินที่มี่ชื่อว่า ‘โรงเรียนซองฮวาง’ มากที่สุดแล้วแม้ว่าจะห่างกันประมาณสี่ป้ายรถเมล์ก็เถอะ แต่ถือว่าเกสเฮาส์ที่นี่ดูดีมากทีเดียวเพราะมีห้องที่กว้างและใหญ่เท่าบ้านหนึ่งหลังเลยก็ว่าได้

“น่าอยู่ดีนะครับพี่อลิสา”อเล็กซ์เอ่ยขึ้นเมื่อวางกระเป๋าเสื้อผ้าไว้กลางบ้าน ที่นี่ใช้คีย์การ์ดสำหรับเปิดปิดประตูและมีความปลอดภัยระดับสูงเพราะที่นี่ถือว่าอยู่ในระดับพรีเมี่ยมเลยก็ว่าได้ และต้องเป็นพวกมีเงินด้วยเช่นกันถึงจะมาอยู่ในที่แบบนี้ได้

“ก็สวยดี แต่เอากระเป๋าไปเก็บห้องใครห้องมันก่อนไปอเล็กซ์”อลิสาสั่งน้องชายก่อนจะเข้าห้องของตัวเองไป 
อเล็กซ์ลากกระเป๋าของตัวเองไว้หน้าตู้เสื้อผ้าก่อนจะกดโทรหาจองมินอีกครั้งและก็ดันติดต่อไม่ได้ซะอย่างนั้นให้อเล็กซ์ถอนหายใจออกมา และก็ไม่รู้ด้วยว่าจองมินโกรธอะไรเขาเพราะตั้งแต่ที่อีกคนมาที่นี่ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อหรือคุยอะไรกันอีกเลย ไม่รู้ว่าตอนนี้จองมินจะรู้หรือเปล่าว่าอเล็กซ์ได้มาถึงเกาหลีแล้ว

ติ้งดิ่ง!

เสียงข้อความแชทดังแจ้งเตือนเข้ามาตอนแรกนึกว่าเป็นจองมินจากหน้าที่ดีใจก็กลายเป็นหน้าผิดหวังตามมา เพราะคนที่แชทมานั้นคือ ‘เฮย์เดน’ คู่หมั้นที่หมั้นกันไปเมื่อเดือนที่แล้วนั่นเอง 

Hayden Colt : ถึงหรือยังอเล็กซ์?

อเล็กซ์มองข้อความบนหน้าจอนั้นด้วยความเบื่อหน่ายก่อนจะกดพิมพ์ตอบกลับอีกฝ่ายไปอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก

Alex Ricker : ครับถึงแล้ว

Hayden Colt : ฉันอยากเห็นหน้านายจัง

แถมแนบมาด้วยอีโมติคอนหน้าเศร้าๆอีกต่างหาก อเล็กซ์บิดปากใส่หน้าจออย่างกับจะส่งไปถึงคนที่แชทมาหาเสียอย่างนั้น

Alex Ricker : ตอนนี้ดึกมากแล้วครับพี่เฮย์เดน อเล็กซ์ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า ขอโทษทีนะครับ

อเล็กซ์แสร้งตอบกลับไปอย่างนั้นเองเพราะเขาไม่อยากจะเจอหน้าของอีกฝ่ายเสียเท่าไหร่ เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆอเล็กซ์เบื่อหน้าของเฮย์เดนจะแย่อยู่แล้ว ขนาดหนีมาอยู่ที่นี่ยังไม่วายอยากจะโทรเปิดกล้องอีก ให้ตายสิ…เพราะความทันสมัยมันแทบจะทำให้เขาแดดิ้นตายได้เลยจริงๆ 

แล้วแบบนี้อเล็กซ์จะหลีกเลี่ยงไม่คุยกับเฮย์เดนไปได้อีกนานแค่ไหนกัน

To be continue…

■ นางเจอกันแล้วแง่วๆ อเล็กซ์ดันทำเรื่องหน้าอับอายขายขี้หน้า(?)ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยนะคะ แล้วแบบนี้เรื่องราวของพวกเขาจะเป็นยังไงต้องติดตามตอนต่อไปค่ะ

ถึงผู้อ่านที่น่ารัก :

อ่านจบแล้ว เม้น + ถูกใจ + ☆ ให้ไรท์ด้วยนะคะ

ความคิดเห็น