ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่7 สิ่งที่ขาดหายไปมันคืออะไรกัน?[100เปอร์]

ชื่อตอน : ตอนที่7 สิ่งที่ขาดหายไปมันคืออะไรกัน?[100เปอร์]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 354

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2560 15:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่7 สิ่งที่ขาดหายไปมันคืออะไรกัน?[100เปอร์]
แบบอักษร

          “..ไงเจ้าหนู”ห๊ะ เสียงใคร?ในห้องมีผมคนเดียวแล้วเสียงใครวะ อ่าชิบหายละไง…ดวงตาของผมมองอยู่ที่เพดานสีขาวๆนั้นไม่รู้หรอกว่าเสียงใคร จำให้หันเลยจะทำใจอยู่

          “นี่..ไม่คิดจะหันมาหน่อยหรือ”ตัวผมนี่สะดุ้งขึ้นมานั่งในทันทีก็ป้านั้นอยู่ๆก็เอาหน้ามาบดบังเพดานที่ผมมองอยู่น่ะสิเป็นใครใครจะไม่ตกใจ และก็ไม่ที่ไม่หันกลับก็เพราะกำลังทำใจเผื่อหันไปแล้วไม่เจอใครอยู่ต่างหาก จริงนะเชื่อผมสิ

          “เฮ้ยยย!”ในตอนนี้ผมนั่งติดหัวเตียงพร้อมมองไปที่ผู้มาใหม่ที่กำลังส่งยิ้มมาให้ข้างๆเตียงแล้อยู่ๆก็ถือวิสาสะมานั่งบนขอบเตียงผมเฉยๆเสียอย่างนั้น แต่ไม่ได้ผู้มาใหม่ไม่ได้มาเพียงทำให้ผมตกใจเล่นๆแต่มาพร้อมกับไอเย็นทำให้รู้สาเหตุได้ไม่ยาก

          “จะตกใจอะไรขนาดนั้นกัน..พ่อ..หนุ่ม..น้อย หึหึ”ทำไมผมรู้สึกแปลกๆกับคำที่ถูกเน้นทีละคำยังไงไม่รู้แต่รู้สึกสยิวๆยังไงก็ไม่รู้ นี่ผมเป็นไรไปเนี่ย!”ประติกิริยานั้นน่ารักดีหนิหนุ่มน้อย..แล้วถ้าประติกิริยาตอนกลัวจะเป็นยังไงกันนะ?..ไม่รู้สินะ..เพราะงั้นก็ต้องลองอย่างเดียว”หญิงสาวเอามือจิ้มปากเอียงคอเล็กน้อยถ้าไม่มีคำพูดและรอยยิ้มนั้นคงจะน่ารักกว่านี่ครับ…

          เธอเอื้อมมือเข้ามาทั้ง2ข้างจับแก้มของผมเอาไว้จ้องมองมาที่ดวงตาของผมที่สั่นระริก ร่างกายที่คล้ายติดใยของแมงมุมสาวเจ้าเสน่ห์ทำให้ร่างกายไม่สามารถขยับได้และดวงตาก็ไม่สามารถเบนได้เช่นกันเหมือนถูกมนตร์สะกดเอาไว้

          “ว้าว เป็นเด็กดีจังนะไม่ดิ้นเลย”อยากสลัดออกแต่ทำไม่ได้ต่างหากป้า

          “นี่..หนุ่มน้อย..เจ้ารู้หรือเปล่าว่าพลังที่สถิตอยู่ในตัวเจ้าน่ะ”แล้วพี่แกก็เว้นคำพูดแล้วก้มลงไปที่อกของผมและจะนิ้วเรียวๆของเธอลากจากของหอยลงมาจนกลางอก และการกระทำนั้นทำให้ผมกลืนน้ำลายไม่ลงในทันที”..มันเป็นอันตรายกับครอบครัวของเธอนะรู้ไหม”เธอหยุดนิ้วและกลับมาข้องมองที่ดวงตาของผมอีกครั้ง

          “อึก…แล้วข้าต้องทำยังไง”

          “ข้าไม่สามารถบอกวิธีได้หรอกข้ามาเพียงแค่เตือนเท่านั้น..ด้วยความหวังดีจากธาตุของเจ้า”เพียงเท่านั้นเธอก็ผลัดตัวออกจากผมในตอนนั้นนี้ผมกระพริบตารั่วๆเหมือนไม่ได้หระพริบมานานก่อนจะมองไปที่เธอที่นั่งไขว่ห้างที่อยู่เก้าอี้พร้อมกลับมองมาที่ผมอย่างเอ็นดู เมื่อกี้ยังนั่งอยู่ตรงนี้อยู่เลยไวจังเลยนะ…

          “ท่านบอกว่าธาตุของข้าอย่างนั้นหรือ?”เธอพยักหน้า

          “ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร..ในวันนี้ข้ามาเพียงเตือนเจ้าเฉยๆก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปน่ะนะมาสเตอร์ตัวน้อยของข้า..หึหึ”เธอหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะยืนขึ้นแล้วกระโดดไม่สูงมากแล้วค่อยๆลอยขึ้นไปและจางหายไปพร้อมกลับรอยยิ้มที่แสนสดใส

          “ข้าขอโทษด้วยนะหนุ่มน้อยที่ทำให้ห้องท่านเย็นเช่นนี่”และก่อนที่จะจางหายไปหมดก็ไม่ลืมขอโทษเรื่องที่ตนก่อเอาไว้ด้วย

          “…มาสเตอร์เช่นนั้นหรือ…”คืออะไรกัน? แล้วเรื่องที่เตือนมาหมายความว่าเช่นไรกันถ้าข้าอยู่ใกล้ๆพวกท่านพี่ท่านพ่อท่านแม่ทุกคนๆก็ต้องตกอย่างในอันตรายเช่นนั้นหรือ จากอะไร?และจากใคร?

          แล้วถ้าเกิดคำเตือนนั้นเป็นจริงขึ้นมาข้าควรทำเช่นไรกัน..เพราะงั้นข้าต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างเสียตั้งแต่ตอนนี้เช่นคำกันไว้ดีกว่าแก้และแก้ในครั้งนี้คงไม่สามารถแก้ไขมีแต่ต้องตัดขาดและเริ่มขึ้นหาเพียงอย่างเดียวเพราะงั้นควรกันเอาไว้เสียตั้งแต่ตอนนี้ท่าจะดีกว่า

          แล้วเราควรที่จะใช้วิธีใดกัน!?

          สุดท้ายผมก็ได้ข้อสรุปออกมาว่าตนเองจะไม่เข้าใกล้หรือยุ่งกับท่านพี่โดยไม่จำเป็นเพราะนี่น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดที่เขานั้นคิดได้และถ้าสุดท้ายมันจะมีจุดจบที่ไม่ดีคงเป็นอะไรที่น่าเศร้าและคิดว่าให้แล้วที่เรามัวแต่หลีกเลี่ยงในตลอดมาเราควรกอบโกยความสุขเสียดีกว่าจะต้องมานั่งเหงาคนเดียวในเวลาที่ผ่านมาแต่จุดจบจะเป็นเช่นไรก็ไม่มีใครสามารถรู้ได้

          ไม่มีใครสามารถกำหนดได้หรือร่วงรู้อนาคตได้เพราะพวกเราคือมนุษย์ผู้โง่เครา แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะมีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ไม่สามารถร่วงรู้อนาคตนะครับอย่าเข้าใจผิดละเพราะงั้นเรื่องของอนาคตก็เป็นของส่วนนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรในตอนนี้เพราะงั้นเราควรทำในตอนนี้ให้ดีที่สุด

          และอะไรจะเกิดในอนาคตก็ต้องเกิด

          นั้นเป็นคำตอบของเจ้างั้นหรือหนุ่มน้อย หึหึ..เอาเลยจงทำตามที่เจ้าตัดสินใจแต่ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าจำกัดความของคำว่าอันตรายที่ข้าหมายถึงอะไรแต่ที่แน่ๆอันตรายที่ว่าของข้านั้นเหมือนกับคาสซิโอน่ะนะ โอ๊ะ ไม่สินิมัสต่างหากละหญิงสาวจ้องมองไปยังแคสซิโอที่นอนคิดอยู่บนเตียงที่แสนนุ่มที่ตนก็พึ่งได้ไปสัมผัสมาไม่นาน

          เจ้านี่น่าหลงไหลไม่เปลี่ยนเลยนะ..ตั้งแต่ภพก่อน..’หญิงสาวเปรยเบาๆ

          รักษาความมั่นใจนี่เอาไว้ดีๆละ

          แต่เขาจะทำได้หรือไม่กันในการตีตัวออกห่างจากพวกท่านพี่..เป็นอะไรที่ยากดีนะ เฮ้ออแต่เขาก็ต้องพยายามเพื่อท่านพี่เพื่อท่านพ่อเพื่อท่านแม่..เพื่อไม่ให้มีใครเจ็บตัว

          ถ้าเกิดในวันหนึ่งพวกเขาถามว่าผมทำไปทำไมผมก็จะตอบกลับไปเพราะผมรักทุกคนไม่อยากให้ทุกคนต้องงเจ็บปวดหรือเป็นอันตรายเพราะผม..ถึงพวกเขาจะไม่ชอบก็ตามแต่นี่ก็เพื่อพวกเขา..

          ใครมันจะไปยอมให้ครอบครัวตกอยู่ในอันตรายละ..นั้นมันครอบครัวของผมยังไงผมก็รักไม่

          ภายในห้องเริ่มมีอากาศอบอุ่นของภายนอกมาทับทีของความเย็นภายในห้องที่เย็นเฉียบทำให้อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นบ้าง

          แปะๆ!

          ผมตบหน้าตัวเอง“ข้าต้องทำให้ได้!”

          “แคสซิโอ..ต้องทำอะไรให้ได้อย่างนั้นหรือ?”อยู่ๆก็มีเสียงของเอเทอร์ดังขึ้นเล่นทำเอาแคสซิโอที่อยู่กับผวงพะวงตกดุ้งเฮือกเพราะไม่คิดว่าจะมีใครได้ยินบวกกับเผลอพูดเสียงดังมากเกินไปหน่อย

          “เปล่าครับ!”

          “แปลกนะฮะฮ่า”แล้วเสียงเดินออกไปก็ค่อยๆดังขึ้นเมื่อเดินไปไกลก็เริ่มเบาลงๆไปตามระยะทางความไกลที่ห่างออกไปเรื่อยๆทำให้แคสซิโอโล่งใจที่ท่านพี่ไม่ถามอะไรมาก

          ..ทำไมวันนี้มันแลดูเงียบๆต่างไปจากทุกทีดีนะ เหมือนจะขาดบางสิ่งไปและสิ่งนั้นก็น่าจะเป็นสิ่งสำคัญมากด้วยแต่เขานั้นนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกอยู่ๆก็อยากออกไปตามหาสิ่งๆนั้นแล้วมันอยู่ไหนกันละ มัรคืออะไรทำไมเราต้องหวงแหขนาดนี้ไม่เข้าใจเลยสักนิด

          แคสซิโอเด้งตัวขึ้นมาจากที่นอนและออกตามหาสิ่งๆนั้นที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรและร่างกายมันบอกให้ตาหา ผมเดินไปทั่ววังหาในสิ่งที่ไม่รู้ว่าคืออะไรและด้วยท่าทีเช่นนั้นของผมมันก็ทำให้เมดแม่บ้านหรือพ่อบ้านต่าง งง ที่เห็นแคสซิโอเดินเหมือนหาอะไรสักอย่าง

          ผมเดินไปเดินมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนเช่นถ้าไม่เจอก็จะไม่หยุดและอยู่ๆร่างกายมันก็มาหยุดอยู่ที่สวนของวังพระอาทิตย์ทรงกลดกำลังเข้าหาดินแสงสีส้มสาดส่องไปทั่วแต่ไม่รู้สึกถึงความแสบตา

          แคสซิโอค่อยๆนั่งลงยังที่เดิมที่เคยมานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินกับคาสซิโอบ่อยๆพร้อมกอดเข่าเอาไว้และพึ่งตัวไปทางด้านซ้ายอย่างเคยชินทำให้ตนเกิดอาการงุนงงว่าทำไมตนจึงพึ่งไปยังอากาศเพราะความเคยชินอย่างนั้นหรือจากใครละ..และในทุกครั้งที่แคสซิโอเคยอยู่กับคาสซิโอในตอนนี้นั้นแคสซิโอจะนอนยังบนบ่าของแคสซิโอในทุกครั้งด้วยความเหนื่อยจากการเล่นมาทั้งวัน เช่นเดียวกันกับที่แคสซิโอนั้นตามหาบางสิ่งบางอย่างจึงทำให้ล้มลงนอนไปได้ไม่อยากเพียงแต่ครั้งนี่ไม่ได้อบอุ่นเหมือนอย่างทุกครั้งท่ามกลางความอบอุ่นเลือนหายไปทีละน้อยและแทรกแซงพื้นที่นั้นด้วยความหนาวเย็นแทน

          “เห่…หนุ่มน้อยอย่ามานอนตรงนี้สิ”ผมปรือตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาวนหนึ่ง เมื่อมองเห็นก็รับรู้ได้ว่าเจ้าของเสียงนั้นคือผู้หญิงที่ทำให้ห้องของเขาเย็นเฉียบในตอนเช้านั้นเอง

          “…ขอบคุณที่เตือนครับ”เมื่อมองไปยังบรรยากาศโดยรอบในตอนนี้ให้ให้เขานั้นเบิกตาโพลงในทันทีก็เพราะว่าในตอนนี้นั้นฟ้ามืดสนิทแล้วแถมอากาศข้างนอกก็เย็นมากด้วยเช่นกัน”ข ข้าขอตัวก่อน”หญิงสาวที่ไม่รู้แม้แต่นามพยักหน้าให้ทำให้แคสซิโอรีบวิ่งเข้าวังในทันทีและกลับไปยังห้องของตนโดยเร็ว

          นี่ข้าเผลอหลับไปนานขนาดนี้เลยเช่นนั้นหรือเนี่ย!ปกติก็ไม่เคยที่จะเป็นทำไมวันนี้จึงเผลอหลับไปนานกว่าที่ควรจะเป็นปกติต้องมีคนปลุกสิจะว่าไปใครกันละ!?

          แคสซิโอเข้าไปยังห้องและอาบน้ำหวังจะช่วยไล่ความคิดทั้งหมดนี่ก่อนไปได้กลับน้ำเย็นๆที่ไหลผ่านร่างกายของตน

          ก๊อกๆ

          “องค์ชายเจ้าคะข้านำเสื้อผ้าเอาไว้ที่ตะกร้าหน้าประตูนะเจ้าคะ”

          “เข้าใจแล้วซีเนีย”

          “เช่นนั้นขอลาเจ้าค่ะ”

          ผมเดินออกมาจากห้องน้ำหยิบเอาเสื้อผ้าที่ซีเนียเตรียมมาให้ไปใส่ให้พร้อมนอนได้ทุกเมื่อ(?)จะว่าไปแล้วพี่สาวคนนั้นชื่ออะไรกันทำไมสามารถหายตัวได้ด้วย

          แคสซิโอนึกย้อนไปยังตอนที่เจอกับพี่สาวที่เรียกตนว่าหนุ่มน้อยแต่ก็มีหลุดคำว่ามาสเตอร์ออกมาคำหนึ่ง

          “จะได้เจอกันอีกหรือไม่นะ?”ในตอนนี้มืดแต่ยังคงไม่ถึงดึกแคสซิโอจึงเดินเล่นไปยังห้องโถ่งภายในวังเอาไว้ต้อนรับแขกแต่ก็ดันเจอเข้ากับเอิร์นออนรัสที่เดินผ่านทางนี่พอดี แคสซิโอเกือบที่จะทักแต่ก็ต้องเงียบเอาไว้แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายนั้นก็เจอกับแคสซิโอเข้าพอดี

          “ไงแคสซิ..อ่าว เดี๋ยวสิแคสซิโอ!!”ไม่ทันที่จะพูดได้จบประโยคแคสซิโอก็เดินหนีไปเสียแล้ว

          “อะไรกัน??”เอิร์นออนรัสได้แต่เกาหัวตนเองพอกับนึกถึงสิ่งที่ตนทำให้แคสซิโอโกรธ..แต่ก็นึกไม่ออกว่าเรื่องอะไรทำได้เพียงยืนงงกับตัวเองเท่านั้น

          เกือบๆ..เกือบไปแล้วครับ..อุตส่าห์ตั้งมั่นเอาไว้แล้วแท้ๆกว่าจะไม่เข้าใกล้ถ้าไม่จำเป็นเพราะงั้นเมื่อกี้ก็เกือบไปแล้วสินะ ผมไม่ควรออกมาจากห้องสินะตอนนี้..ควรอยู่ในห้องนั้นแหละดีที่สุดแล้ว!

          จากเหตุการณ์เมื่อกี้ผมรู้ได้เลยว่าไม่สามารถออกไปเหมือนอย่างแต่ก่อนได้แล้วถ้าเกิดผมนั้นตั้งใจจะช่วยพวกท่านพี่จริงๆ เหมือนเป็นทบทดสอบเลยนะว่าไหม..

          ผมได้แต่นอนอยู่บนเตียงมันก็น่าเบื่อเพราะมันไมมีอะไรทำนอจากนอนแล้วก็เหม่อลอยมองเพดานห้องสีขาวมองไปนอกหน้าต่างก็ไม่มีอะไรนอกจากวิวเดิมๆที่คุ้นตา ซ้ำไปซ้ำมาเลยๆ ในช่วงเวลานี่ผู้คนทำอะไรกันนะ

          ผมลงมานั่งที่โต๊ะทำงานที่ท่านพ่อได้จัดเอาไว้ในห้องให้ซึ่งภายตั้งโต๊ะนี่ก็ถูกล๊อคเอาไว้ท่านพ่อได้เมื่อผมนั้นถามว่ามันคืออะไรท่านพ่อก็ได้แต่เงียบไม่พูดอะไรและยิ้มให้น้อยๆนานเข้าผมจึงไม่ถามเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีกเพราะรู้ว่าไม่ได้คำตอบอยู่แล้ว

          “อยากรู้จังเลยนะด้านในนี่คืออะไรกัน…”ผมลูบๆที่เก๊ะนั้นเบาๆมันก็สึกอุ่นๆที่ปลายนิ้วที่สัมผัสผมรู้สึกอย่างนี้เมื่อผ่านมาไม่นานนี่เองผมไม่ได้บอกกับพวกท่านพี่เอาไว้เพราะไม่น่าจะสำคัญมาก ทั้งๆทีไม่เคยที่เป็นเช่นนี่มาก่อนแต่ครั้งนี่กลับรู้สึกอุ่นที่ปลายนิ้วซะเสียอย่างนั้นทำให้งงเล็กๆเหมือนกัน

          แคสซิโอนอนที่โต๊ะนั้นโดยการฟุบหน้าลงไปโดยใช้แขนลองเอาไว้เป็นหมอนมองออกไปภายนอกหน้าต่างเช่นเคยเพียงแต่ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาในตอนมืดที่ไม่มีแสงจากดวงอาทิตย์แต่มีแสงจากดวงจันทร์เสียแทน แคสซิโอลุกขึ้นแล้วเดินไปปิดไฟภายในห้องเสียหมดและเดินไปเปิดหน้าต่างบานใหญ่ที่มีม่านสีครีมอ่อนอยู่นาบข้าง หน้าต่างที่สูงกว่าแคสซิโอถูกเปิดออกทำให้ลมภายนอกบวกกับแสงของดวงจันทร์สาดเข้ามาเต็มๆแคสซิโอเดินออกไปดูยังระเบียงเพื่อดูดวงดาวและดวงจันทร์ทรงกลดนั้น

          แสงของดวงจันทร์สาดส่องไปทั่วท้องฟ้ายามราตรีกลบแสงของดวงดาวน้อยๆที่มีอยู่มากมายบนท้องฟ้าแต่ก็มิอาจสู้แสงของเดือนได้เพราะดาวอ่อนแอจึงต้องให้เดือนนั้นค่อยอยู่เคียงข้างตลอดเช่นคำเปรยที่ว่าดาวเคียงเดือนเป็นสิ่งที่เหมาะสมกันทั้งสองเป็นประกายและเจิดจรัสเหมาะสมกันเป็นที่สุด

          ในช่วงนี่เป็นช่วงของหน้าหนาวทำให้เห็นดวงดาวคนยิงธนูได้ไม่ยากแคสซิโอค่อยๆลากดวงดาวทีละดวงจนไปพบกับดวงดาวคนยิงธนูและต่อมาข้างๆก็เจอกับดวงดาวเพะทะเลแคสซิโอลองเปลี่ยนจากหาพอดวงดาวของปลาใต้ นกกระเรียนและลองคิดดูว่าถ้าเกิดลองนับทีละดวงมันจะเป็นเช่นไรกันแต่ดูจากจำนวนของดาวบนฟ้าแล้วคงจะนับเท่าไรก็นับไม่หมดจึงไม่ได้นับเพียงค่อยมองอยู่ห่างๆเท่านั้นเมื่อเริ่มปวดคอก็กลับมามองในระยะปกติดูมองเข้าไปที่ป่าที่อยู่ใกล้ๆกับวัง

           พอมองแล้วก็นึกได้ว่าท่านพ่อนั้นได้สั่งห้ามตนเอาไว้ว่าอย่าเข้าไปยังที่แห่งนั้นไม่ใช่เพียงผมแต่เป็นทุกคนในอาณาจักรเลยต่างหาก

          จะมีสักวันที่ได้เข้าไปหรือไม่กัน?

          อากาศข้างนอกเริ่มหนาวขึ้นเลื่อยตนจึงต้องจำยอมแล้วเข้าห้องไปเสียก่อนที่จะมีใครมาเห็นแล้วเรื่องจะเข้าตนเองได้

          กลับเข้าห้องแล้วก็ปิดกระจกให้เรียบร้อยทำให้ลมที่พัดเข้าห้องอยู่ถูกปิดกันเส้นทางเอาไว้ไม่สามารถเข้ามาได้มากเขาไม่ได้ปิดไฟแต่เดินไปยังที่นอนพร้อมคิดถึงเรื่องเก๊ะอีกครั้ง ถ้าเกิดผมนั้นเก่งเวทย์จะสามารถเปิดผนึกที่ท่านพ่อเป็นจะทำได้หรือไม่กัน

          ในวันนี้ผมมีคำถามให้กับตนเองมากมายแต่ก็ไมสามารถตอบคำถามนั้นได้เลยแม้แต่คำถามเดียว แต่ผมก็เชื่อว่ากาลเวลานั้นผ่านไปเรื่อยๆยังไงเราก็ต้องรู้อยู่แล้ว..คนเราไม่สามารถปกปิดความลับเอาไว้ได้ตลอดหรอกครับผมเชื่อว่าอย่างนั้น

          “..ไงหนุ่มน้อยคิ้วขมวดหมดแล้วนะ”เฮือกพี่สาวคนนั้นอีกแล้วหรอ!วันนี่3รอบแล้วนะครับแล้วนี่มาจากไหนกันเนี่ยย!!

           “คุณ!..มาจากไหนกันครับเนี่ย!!”หญิงสาวหัวเราะเบาๆแล้วเอานิ้วเรียวยาวของเธอลากยาวตั้งแต่คางจนถึงหน้าอก

          เดี๋ยวครับพี่..ผมผิดกฎหมายนะครับใจเย็นเข้าไว้ผมยังใสๆแล้วก็ถ้าใครมาเห็นในท่านี่คงเข้าใจผิดอะครับช่วยกรุณาถอยห่างออกไปได้ไหมครับ?

          “ก็เธอถามฉันเองนะหนุ่มน้อยว่าฉันมาจากไหน”ครับ?”โถ่..ไม่เข้าใจสินะ..ฉันจากมาตัวของเอไงละ ไม่มีเธอก็ไม่มีพวกฉัน”ตัวผม?จะบ้าเกินไปละครับอย่าแฟนตาซีมากครับผมไม่ค่อยเชื่อเท่าไร

          “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นละนี่พวกฉันอุตส่าห์จับตามองดวงวิญญาณเธอตั้งแต่เธอตายไปในภพก่อนเลยนะ”ห๊ะ ตัวเช้าบอกว่าตัวเองเป็นธาตุของผมตอนนี่ก็บอกมาจากตัวของผมไม่มีผมเธอก็จะไม่มีตัวตนบนโลกใบนี่นี่มันเรื่องบ้าอะไรฟร๊ะ!!

          “แต่ที่ฉันมาในวันนี่บ่อยๆไม่ใช่อะไรหรอกนะหนุ่มน้อยก็แค่จะมาปลดธาตุในตัวของเจ้าให้ยังไงละ”ปลดธงปลดธาตุอะไร ไม่เอา!!ออกไปได้แล้วมั้งครับพี่สาว!

          อยู่ๆเธอก็ประกบปากของเธอลงมาที่ปากของผมเบาๆ…แดกจุดดิครับรอไร..อะไรอะ!!อยู่ๆพี่แกก็ ก็จูบผมเลยอะม่ายยนี่มันพลากผู้เยาว์นะผมจะแจ้งความม่ายยนั้นมันจูบแรกของเด็กที่มีอายุบนโลกนี่ได้เพียง9ปีเองนะ! ไม่รู้อะผมจะเรียกร้องความเป็นธรรม!!

          “อืมม..ไม่ใช่จูบแรกของมาสเตอร์แห๊ะแต่ก็ถือว่าจูบที่สอง..เจ้านิมัสหน่าเจ้านิมัสไหงมาฉกจูบแรกของมาสเตอร์ไปได้!อุตสาห์คิดว่าจูบแรกของมาสเตอร์จะเป็นของข้า..เจ้านิมัสเจ้ากับข้ามีเรื่องต้องเคลียร์ด้วยกันแล้วละ”ห๊ะ..อะไรของพี่แกผมฟังไม่ทันของรีเพลย์ครับบ่นอะไรอะป้า อุ้ยพี่โทษทีครับเผลอๆ

          “อ่าขอโทษทีหนุ่มน้อย”แล้วอยู่ๆพี่แกก็เข้าสู่บทเงียบขรึม”ด้วยนามของข้าพิเวียรผู้ปกปักและคุ้มครองท่านแอสคีโอข้าขอปลดผลึกธาตุน้ำแข็งกลับคืนสู่ท่านแอสคีโอ!!”เหมือนกับเป็นบทร่ายมนตร์อะไรสักอย่างมันและเมื่อประโยคนั้นจบลงร่างกายผมมันก็ร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆสำผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในตัวอย่างรวดเร็วช่วงเวลานี่เรียกได้ว่าทรมานมาที่สุดเสียก็เป็นได้ ร้อนจนแทบขาดใจตาย

          ปัง!!

          “แคสซิโอ!!”นั้นเป็นเสียงสุดท้ายก่อนที่สตทุกอย่าของผมนั้นจะดับวูบลงไปเสียหมดแทบจะแยกไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่านั้นเป็นเสียงของใคร..

          “เจ้า!!..ทำอะไรกับแคสซิโอกัน”เทย์วอนมองไปที่ร่างของแคสซิโอที่สลบไปแล้วก่อนจะทำหน้าไม่พอใจนิดๆและหันไปที่อีกคนที่ค่อมแคสซิโออยู่..เป็นร่างของหญิงสาวผมฟ้าผู้มีตาสีฟ้ากลมกลืนกันกับหน้าอกที่ใหญ่..เอ่อเดี๋ยวข้ามไปดีกว่าและผิวสีขาวดุจหิมะ เธอลุกขึ้นจากที่นอนและมายืนประชันอยู่กับเทย์วอนและอยู่ๆก็พุ่งเข้ามาหน้าใกล้ชิดกลับหูของเทย์วอน

          “ไม่ได้ทำอะไรหรอก..แต่ในตอนนี้อย่าเข้าไปยุ่งกับมาสเตอร์เสียจะดีกว่า”แล้วเธอก็กระโดดหลบอย่างรวดเร็วเพราะผมที่เรียกศาสตราวุธออกมาแล้วพาดเข้าที่ตัวเอด้วยความรวกเร็ว

          “ทำได้ดีนะ..แต่ยังเร็วไม่พอ หึหึ”แล้วอยู่ๆเธอก็เลียริมฝีปากบางๆของตนเองเล็กน้อยอยู่ๆตาของเธอที่เป็นสีฟ้าที่สวยงามกลับมีสีแดงเข้ามาสอดแทรกทำให้ดูน่ากลัวขึ้นและดูเหมือนกลิ่นไอเวทย์ที่รุนแรงอยู่แล้วมันก็รุนแรงขึ้นอีกทำให้ผมที่อ่อนแอนั้นต้านทานไม่ไหวก็ซุดเท้าลงกับพื้นเหมือนกับถูกดูดแรงออกไปจนหมด ดาบที่ถูกจับเอาไว้อย่างมั่นมือในตอนนี่ก็ถูกปล่อยไปกระทบกับพื้น

          เธอค่อยๆเดินเข้ามาหาผมในอีกครั้งและกระซิบเบาๆเหมือนที่ทำในครั้งแรก

          “..ข้าคงจะเล่นแรงมากไปสินะ..ขอโทษด้วยละกันแต่ข้าก็เตือนแล้วนะว่าอย่าเข้าใกล้กับแคสซิโอในตอนนี้น่ะ..เพราะงั้นนี่เป็นคำเตือนของฉันนะพ่อหนุ่ม”เธอใช้นิ้วของตนเองเกี่ยวคาของผมขึ้นมา

          “ข้าจะบอกให้เอาบุญน่ะนะ..ปีหน้าก็จะมีคนมาและมีจุดประสงค์เหมือนกันกับข้าเพราะงั้นระวังอะไว้ให้ดีละพ่อหนุ่ม”แล้วเธอก็เดินไปที่ร่างของแคสซิโอในอีกรอบก่อนที่จะร่างมนตร์อะไรสักอย่างแล้วเหมือนเธอนั้นจะสังเกตุเห็นมาว่าผมมองเขม็งก็เลยตอบให้ผมนั้นสบายใจไว้

          “ข้าไม่ได้ทำอะไรที่เป็นอันตรายหรอก..แค่จะผนึกความทรงจำเกี่ยวกับข้าทั้งหมดในวันนี่แล้วก็เดี๋ยวจะผนึกของเจ้าตอนที่พุ่งเข้ามาให้ด้วยแล้วกัน”

          “..อ่าวอะไรกันเจ้านิมัสก็ผนึกความสงจำที่อยู่กับมาสเตอร์ออกเสียหมดเลยหรอเนี่ย..ใจเด็ดน่าดูเลยนะเนี่ย ใช้ได้นี่..จะลดเรื่องที่ขโมยจูบแรกของมาสเตอร์ให้นิดละกัน”เดี๋ยวอะไรจูบแรกแคสซิโอ..จูบแรกน้องชาย..จูบแรกแคสซิโอ!!นั้นมันต้องเป็นของผมสิ!!เมื่อกี้ไม่ได้พูดอะไรครับผู้อ่านอ่านผิดแล้วละ ผมนี่เงยหน้าขึ้นเลยเรื่องนี่เรายอมไม่ได้

          “อ่าวอะไรกันพ่อหนุ่มคิดไม่ซื่อกับน้องชาย..มีอะไรหรือเปล่า?”เธอทำหน้าแอบแบ่วแต่ขอโทษเถอะแม่นางเจอเหตุการณ์เมื่อกี้เข้าไปผมนี่ไปไม่เป็นเลย

          “อ่าหมดเวลาเล่นสนุกแล้วละข้าต้องไปแล้วลาก่อนนะพ่อหนุ่มเราคงได้เจอกันในเร็วๆนี่แหละ หึหึ”แล้วเธอว่าร่ายเวทย์ที่ทำให้สลบใส่ผมเข้าอย่างจังผมที่ไม่สามารถต้านได้นานก็ต้องหลับไปตามระเบียบ…

          เช้ามาผมตื่นขึ้นพร้อมกับร่างกายที่ปวดเมื่อยที่นอนบนพื้นมาทั้งคืนผมลุกขึ้นก่อนที่จะเข้าไปหาแคสซิโอใกล้ๆ แต่ก็รู้สึกได้ถึงพลังเวทย์มหาศาลที่ในตอนแรกตัวของแคสซิโอนั้นเรียกว่าสัมผัสไอเวทย์ไม่ได้เลยก็เลยทำให้ผมตกใจน้อยๆกับเหตุการณ์นี้และที่แคสซิโอนั้นไม่ได้ฝึกเวทย์เหมือนกับพวกผมก็เป็นเพราะพวกเรานั้นยังไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ที่ตื่นขึ้นในตัวของแคสซิโอจึงไม่ได้มีการฝึกสอนเวทย์ขึ้น

          ก็จะฝึกเช่นไรละถ้าไม่มีเวทย์มนตร์น่ะ

          ยัยนั้นไม่ได้ผนึกความทรงจำของผมออกแต่น่าจะลบของแคสซิโอออกถ้าเป็นผมนี่ไม่ผนึกอะแต่ลบเลยลบมันทกคนเลยด้วย..แต่เจ๊..อุ๊ย ผิดๆแต่แม่นางนี่ใจดีจริงๆทันสวยทั้งนม---ไม่ดีมั้งไม่ควรพูดออกสื่อ

          ผมกลับไปยังห้องของตนเองในตลอดทางก็คิดถึงเรื่องที่หญิงสาวที่เจอเมื่อคืนพูดเอาไว้ ให้ระวังอีก1ปีข้างหน้าจะมีคนมาหาแคสซิโอและมีจุดประสงค์เช่นเดียวกันกับหญิงสาวคนนั้น แล้วจุดประสงค์นั้นคืออะไรละ?

          และที่เขานั้นเจ็บใจเอามากที่สุดนั้นก็คือเขาไม่สามารถสู้หรือต่อกรอะไรกับหญิงคนนั้นได้เลยเพราะงั้นมันก็แสงถึงศักยภาพของเขาว่าอ่อนแอมากถึงเพียงไหนถ้าเกิดเขานั้นเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆก็จะไม่สามารถปกป้องแคสซิโอในอีก1ปีได้อย่างแน่นอน

          และก่อนอื่นเลยเขานั้นต้องจัดการกับสายตาที่มองแต่นมของตนเองเสียก่อน!!ไม่งั้นไม่เป็นอันได้ต่อสู้แน่นอน

-TBC.-

--ขอทางที่ให้พีเวียรผู้มีบทในตอนที่7ด้วยคร้าบบ--

พีเวียร : พวกแกเรียกใครยัยป้าห๊ะ!!ฉันออกจะสวย

เทย์วอน : อืมก็สวยจริงๆ//สายตามองที่นม---

พี่เวียร : มองที่ไหนวะเดี๋ยวเปลี่ยนร่างกลับเป็นชายเหมือนเดิมเสียดีไหมเนี่ยเจอโรคจิต!!

เทย์วอน/แคสซิโอ : …คุณหลอกดาววว!!!

พีเวียร : เฮอะ..แล้วก็อีไรท์มานี่ดิ

ผม : ห๊ะ พี่//เหงื่อตก

พีเวียร : ทำไมข้าพึ่งมีบทในตอนนี่..ตอบบบ!

--งานล่ม--

ความคิดเห็น