สวัสดี ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ

ตอนพิเศษสุดท้าย คำสาบาน

ชื่อตอน : ตอนพิเศษสุดท้าย คำสาบาน

คำค้น : พ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงสุดสวาท พ่อเมธ น้องอิง NC

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2560 21:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษสุดท้าย คำสาบาน
แบบอักษร

                                                                 ตอนพิเศษที่****3


สองร่างยืนกอดกันอยู่ที่ระเบียงห้องนอน บนท้องฟ้าไร้แสงของดวงดาว มีเพียงพระจันทร์เท่านั้นที่ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะ ยามเมื่อสายลมพัดผ่านมาพร้อมกับความหนาว อ้อมกอดแกร่งก็กระชับให้แน่นขึ้น เพื่อมอบความอบอุ่นให้แก่คนในอ้อมแขน


“ พรุ่งนี้น้องอิงจะออกไปทำธุระข้างนอกหน่อยนะคะ ” อิงอัปสรที่เหม่อมองออกไปในความมืดเอ่ยขึ้น บอกกล่าวให้คนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังได้รับรู้


เมธวัจน์เลิกคิ้วแปลกใจ “ ไปไหนคะ ให้คุณพ่อไปเป็นเพื่อนมั้ย ”


เด็กสาวส่ายหน้า “ ไม่เป็นไรค่ะ คุณพ่อต้องทำงาน น้องอิงไม่อยากกวน ให้น้าสมปองขับรถพาไปก็ได้ น้องอิงแค่… แค่จะไปที่วัด ไปไหว้อัฐิของคุณพ่อ ” เสียงที่พูดมีอารมณ์หลากหลายปะปนอยู่ ยามเมื่อเอ่ยถึงบิดาผู้ล่วงลับ เธอทั้งสุขใจ เศร้าใจ และคิดถึงในคราวเดียวกัน สุขใจที่มีพ่อบังเกิดเกล้าที่แสนดีและรักเธอดุจแก้วตาดวงใจ แต่ก็แสนเศร้าที่ท่านจากเธอไปไวเหลือเกิน เธอคิดถึงช่วงเวลาเก่าๆ ที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างมีความสุข


ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดขึ้นอีกนิด เพื่อปลอบประโลมคนตัวเล็กไม่ให้เศร้าเสียใจกับเรื่องราวในอดีต “ สำหรับน้องอิงแล้วคุณพ่อว่างเสมอ พรุ่งนี้คุณพ่อจะหยุดงาน แล้วเราไปไหว้พ่อของน้องอิงด้วยกันนะคะ ”


เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองคนพูด แล้วเขย่งตัวขึ้นจูบที่ปากหนาเป็นการขอบคุณ


“ จริงสิ วันนี้ลุงเอกกับลุงวินมาหาคุณพ่อด้วยนะคะ ”


“ หืม นี่พวกมันมาอีกแล้วเหรอ ” เมธวัจน์พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ ทั้งหงุดหงิดและสงสัยในพฤติกรรมที่ไม่ปกติของเพื่อนในคราวเดียวกัน หมู่นี้เอกวีย์กับวินเซนต์มาที่บ้านนี้แทบทุกวัน และเจาะจงมาในช่วงที่เขาออกไปทำงานและไม่อยู่บ้านเท่านั้น แต่ทั้งสองคนมักจะอ้างกับน้องอิงว่ามาหาเขา ถ้าหากจะมาหาเขาจริง ทำไมไม่มาในช่วงที่เขาอยู่บ้านล่ะ หรือไม่ก็น่าจะไปหาเขาที่บริษัทอย่างที่เคย แต่นี่กลับทำตรงข้ามกันเสียหมด หวังว่าพวกมันคงไม่ได้คิดที่มาตีท้ายครัวเขาหรอกนะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ เพื่อนก็เพื่อนเถอะ ได้แดกลูกตะกั่วแน่!


“ ไอ้สองคนนั้นพูดอะไรกับน้องอิงบ้างคะ ”


“ อืม… ก็ถามว่าคุณพ่อไปทำงานแล้วหรือยัง พอน้องอิงบอกว่าไปแล้ว พวกเขาก็ถามว่าน้องอิงจะไปเรียนต่อ ม.ปลาย ที่ไหน น้องอิงก็บอกว่าจะต่อที่เดิม ลุงเอกก็ถามต่อว่าแล้วเพื่อนๆของน้องอิงล่ะ เลือกต่อที่เดียวกันด้วยมั้ย พอน้องอิงบอกว่าใช่ พวกเขาก็ร้องอ๋อ พยักหน้าเข้าใจ แล้วก็พูดว่าปิดเทอมน้องอิงคงเหงาแย่ ทำไมไม่ชวนเพื่อนมาที่บ้านหรือไปเที่ยวกันบ้างล่ะ น้องอิงก็บอกว่า ช่วงนี้ต่างคนต่างก็ต้องอ่านหนังสือ เพื่อเตรียมสอบเข้าและแยกห้องเรียน แล้วลุงเอกกับลุงวินก็ขอตัวกลับค่ะ ”


เมธวัจน์พยายามคิดหาเหตุผลเพื่อมารองรับการกระทำของเพื่อนทั้งสอง แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อาจรู้ได้ว่า อะไรคือสิ่งจูงใจให้สองคนนั้นมาที่บ้าน และมาถามเกี่ยวกับการเรียนต่อของน้องอิงและเพื่อนๆ ชายหนุ่มส่ายหัว เหมือนคำตอบติดอยู่ที่ปลายลิ้น แต่เขากลับนึกมันไม่ออก


เมธวัจน์ถอนหายใจ พลางบอกตัวเองว่าช่างมันเถอะ สองคนนั้นจะทำไปเพราะเหตุใดก็แล้วแต่ ขอแค่พวกมันไม่ได้คิดไม่ซื่อกับเมียเด็กของเขาก็พอแล้ว


รถคันหรูจอดนิ่งที่วัดแห่งหนึ่ง บริเวณวัดร่มรื่นด้วยแมกไม้ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา โดยรอบแลเห็นผู้คนที่นุ่งขาวห่มขาวกระจายกันปฏิบัติธรรมตามจุดต่างๆของวัด สองหนุ่มสาวพากันไปถวายสังฆทาน ทำบุญและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ เมื่อเสร็จแล้วทั้งสองก็จับมือกันเดินไปยังพื้นที่ที่วัดจัดไว้เพื่อเก็บเถ้ากระดูก  บรรยากาศบริเวณนี้เงียบสงบ แต่ก็แอบแฝงไปด้วยความเศร้าและอ้างว้าง


เท้าของคนทั้งคู่หยุดลงที่เจดีย์บรรจุอัฐิของชายผู้หนึ่ง ร่างเล็กนั่งคุกเข่าตรงหน้าเจดีย์ โดยมีร่างสูงทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง จุดธูปหนึ่งดอก และวางดอกไม้สีขาวที่ถูกถักร้อยเป็นช่อมาลัยตรงหน้าช่องที่ใช้เก็บอัฐิ ฝ่ามือเล็กประนมขึ้นไหว้ แล้วก้มลงกราบ


“คุณพ่อสบายดีมั้ยคะ คิดถึงน้องอิงบ้างหรือเปล่า ส่วนน้องอิงคิดถึงคุณพ่อมากๆเลยค่ะ ” เด็กสาวพูดพลางยื่นมือไปแตะยังรูปถ่ายของผู้เป็นพ่อ เผลอยิ้มออกมาเมื่อภาพความทรงจำครั้งยังเยาว์หวนเข้ามาในความคิด อิงอัปสรเชื่อว่าบิดาก็คิดถึงเธอเช่นกัน เพราะท่านเคยบอกไว้ เธอคือสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตของท่าน


เมธวัจน์ที่คุกเข่าอยู่เคียงข้าง ก้มลงกราบเจดีย์ที่บรรจุอัฐิบิดาของคนรัก เขาระลึกได้ว่า ถ้าหากไม่มีชายผู้นี้ ตัวเขาคงไม่ได้เจอกับอิงอัปสร “ ผมมาขอขมาที่ทำไม่ดีกับภรรยาและลูกสาวของคุณ ขอโทษที่ชิงสุกก่อนห่ามและก่อนวัยควรของน้องอิง จากนี้ต่อไปคุณไม่ต้องเป็นห่วง ต่อหน้าอัฐิของคุณนี้ ผมขอสาบานว่าจะรัก ทะนุถนอม ดูแล และปกป้องน้องอิงไปจนชั่วชีวิต ”


จบคำสาบาน เมธวัจน์ก็รับรู้ได้ถึงสายลมที่พัดมากระทบผิวกาย ท้องฟ้าร้องครืนๆทั้งที่ไม่มีเค้าของเมฆฝน ราวกับรับรู้และตอบรับต่อคำสาบานของเขา เด็กสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆน้ำตาคลอ หันไปยิ้มให้รูปถ่ายของบิดา แล้วกล่าว “ คุณพ่อหลับให้สบายเถอะนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วง น้องอิงมีคนดูแลต่อจากคุณพ่อแล้ว ”


เมธวัจน์และอิงอัปสรเดินกลับไปที่รถ ไม่คาดว่าระหว่างทางจะพบกับคนคุ้นเคย ต่างฝ่ายต่างหยุดชะงักอยู่กับที่ อิงอัปสรมองสองร่างที่ยืนประคองกันอยู่ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ในขณะที่เมธวัจน์มองดูอย่างเรียบเฉย


อิงอัปสรไหว้ผู้อาวุโสทั้งสอง แล้วกล่าวทักทาย “ ไม่คิดว่าจะเจอคุณแม่กับคุณน้าที่นี่**… มาเยี่ยมคุณพ่อเหมือนกันเหรอคะ ”**


อิงอรที่ประคองสามีใหม่เอาไว้ในอ้อมแขน มองมือที่จับกันอยู่ของลูกสาวและอดีตสามีตีทะเบียนแล้วตอบ “ จ้ะ แม่กับคุณน้าว่าจะมาไหว้อัฐิของคุณพ่อของหนูตั้งนานแล้วล่ะ แต่ก็อย่างที่รู้ คุณน้าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เลยไม่ได้มาเสียที วันนี้อาการของคุณน้าดีขึ้นกว่าทุกวัน แม่เลยพาเขามา ”


“ เป็นอย่างนี้เอง น้องอิงกับคุณเมธ ก็เพิ่งจะไหว้อัฐิของคุณพ่อเสร็จไปเมื่อกี้เอง งั้นน้องอิงกับเมธขอตัวกลับก่อนนะคะ ” บอกเสร็จอิงอัปสรกับเมธวัจน์ก็เดินจากไป ทิ้งให้อิงอรมองตามหลังด้วยความรู้สึกผิดและละอายใจ เธอเป็นแม่ แต่กลับไม่ได้เป็นผู้ดูแลและเลี้ยงดูลูก หนำซ้ำยังต้องพึ่งพาเงินที่ลูกส่งมาให้ทุกเดือนเพื่อเลี้ยงปากท้องและเป็นค่ารักษาพยาบาลให้แก่สามีใหม่ที่มักจะเจ็บป่วยอยู่เสมอ แม้จะไม่ได้ไปเยี่ยมหรือแอบโทรหาเธอเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีของเธอทุกเดือนไม่เคยขาด


“ เมื่อกี้ตอนน้องอิงคุยกับแม่ น้องอิงเรียกคุณพ่อว่าอะไรนะคะ ” เมธวัจน์ถามขึ้นเมื่อทั้งคู่กลับมาถึงที่รถ และเข้าไปนั่งเดินรถเรียบร้อยแล้ว


อิงอัปสรอายหน้าแดง ไม่คิดว่าคนตัวโตจะถามขึ้นมาดื้อๆ เป็นเพราะน้ำผึ้งบอกให้เธอเลิกเรียกชายตรงหน้าว่าพ่อเสียที เธอเองก็เห็นด้วย แต่ก็ไม่กล้าเรียกออกไป ไม่คิดว่าเมื่อกี้จะเผลอเรียกไปตามที่ใจนึกเสียได้


“ น้องอิงจ๋า เมื่อกี้เรียกว่าไง เรียกให้ฟังอีกทีได้มั้ยคะ ” เมธวัจน์ถามย้ำเมื่อเด็กสาวเอาแต่ก้มหน้าเงียบ


**“ เมธค่ะ น้องอิงเรียกคุณพ่อว่าเมธ ”**อิงอัปสรตอบเสียงอ้อมแอ้ม เบายิ่งกว่าเสียงกระซิบ


“ ไม่เอาค่ะ ต้องพูดใหม่ บอกเสียงเบาอย่างนี้ใครจะได้ยินกันคะ ” เมธวัจน์พูดพลางเชยคางสวยให้เงยหน้าขึ้นมาสบตา


ริมฝีปากเล็กเม้มแน่นอย่างขัดเขินระคนขัดใจ ที่โดนคนตัวโตไล่ต้อน ศีรษะเล็กซุกเข้าหาอกแกร่ง กำปั้นน้อยๆทุบไปที่ไหล่หนา ก่อนจะยอมพูดในสิ่งที่คนตัวโตอยากได้ยินด้วยสุ่มเสียงกระเง้ากระงอด “ เมธขา กลับกันเถอะนะคะ อย่ามัวแต่แกล้งน้องอิงเลย ”


เมธวัจน์ได้ฟังแล้วหัวใจแทบหยุดเต้น ตอนเด็กสาวเรียกชื่อเฉยๆว่าดีใจแล้ว แต่นี่**… เมธขา “ โอ… อิงจ๋า นี่ถ้าไม่ติดว่ายังอยู่ในบริเวณวัด เมธขาจะจัดหนักให้อิงจ๋าบนรถสักหลายๆดอกเลย ” ชายหนุ่มก้มลงหอมที่ศีรษะเล็ก ก่อนจะรีบสตาร์ทรถ แล้วขับกลับบ้าน วาดฝันถึงยามที่เด็กสาวอยู่ใต้ร่างของเขา ครวญครางเรียกเขาว่า เมธขา เมธขา อย่างเร่าร้อน**


ฝันของเมธวัจน์สลายไม่มีชิ้นดี เพราะเมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาก็พบว่าไอ้เพื่อนตัวดีทั้งสองคนของเขามารออยู่ที่บ้านอีกแล้ว ไอ้พวกมารคอหอย**!**


หลายสัปดาห์ต่อมา อิงอัปสรกับน้ำผึ้งก็นัดกันไปเลี้ยงฉลองที่ร้านไอศกรีม เพราะหลังจากที่ตรากตรำอ่านหนังสือกันมานาน ในที่สุดทั้งสองคนก็สอบเข้า ม**.4 ได้ที่เดียวกัน และยังได้อยู่ห้องเดียวกันอีกด้วย**


“ ดีใจจังเลยที่ได้อยู่ห้องเดียวกันอีก ” น้ำผึ้งว่าพลางตักไอศกรีมเข้าปากไปคำโต


“ นั่นสิ ตอนแรกนึกว่าจะต้องไปหาเพื่อนใหม่เสียแล้ว กว่าจะสนิทกันก็ต้องใช้เวลา แต่นี่มีน้ำผึ้งอยู่ด้วย เราก็หายห่วง ” อิงอัปสรตอบแล้วตักไอศกรีมมาลิ้มรสบ้าง


“ แล้วตังเมล่ะ เป็นยังไงบ้าง จะไปเรียนต่อที่ไหน แกรู้บ้างรึเปล่ายัยอิง ” ถามถึงเพื่อนสาวอีกคนที่หมู่นี้หายหน้าหายตาไป วันที่เธอกับน้องอิงไปสอบ ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของตังเม


“ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ติดต่อตังเมไม่ได้เลย โทรหาก็ไม่ติด ทักแชททักไลน์ไปก็ไม่ตอบ ไปหาที่บ้าน คนใช้ก็บอกว่าตังเมไปเที่ยวกับพี่ต้น แต่ไม่รู้ว่าไปเที่ยวที่ไหน ” อิงอัปสรพูดด้วยความกังวล เพราะเธอลองหาชื่อของตังเมในใบประกาศผลสอบดูแล้ว แต่ผลปรากฏว่าไม่มีชื่อของตังเมอยู่เลย


“ อือ**… ช่างเรื่องของตังเมก่อนเถอะ วันหลังเราค่อยไปหาตังเมที่บ้านอีกทีก็ได้ ตอนนี้มาฟังเรื่องของเราก่อน เรากับคุณป๋า… มีความคืบหน้ากว่าเดิมแล้วนะ อีกไม่นาน คุณป๋าต้องเสร็จเราแน่ๆ ” น้ำผึ้งกล่าวด้วยท่าทางมั่นใจ**


“ ว้าว**! ยังไงๆ เล่ามาเลยน้ำผึ้ง! ”**


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

**Talk1 :**ใกล้ละ ใกล้เวลาที่เรื่องใหม่จะมาเเล้วค่ะ นั่นหมายความว่า ตอนพิเศษของเรื่องนี้กำลังจะหมดเเล้ว เคยบอกไปแล้วนะ ว่าตอนพิเศษของเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรมาก ไรท์เเค่จะปูทางไปสู่เรื่องใหม่เท่านั้นเอง อิอิ

Talk2 : ตอนพิเศษก็จบลงเเล้วด้วยประการฉะนี้เเล อย่าลืมติดตามเรื่องของตังเม เเละน้ำผึ้งต่อไปด้วยนะคะ


ฝากคำโปรย ของเรื่องต่อไปค่ะ 

 โซ่รัก****ตรวนเสน่หา


สองมือเล็กยกขึ้นโอบกอดตนเองแล้วร้องไห้ หยาดน้ำตาร่วงหล่นไม่ขาดสาย

ความเจ็บปวด ท้อแท้ และสิ้นหวัง ล้วนประดังประเด

เด็กสาวคือดอกไม้ที่ยังไม่พร้อมจะบาน แต่ถูกเหล่าภมรบังคับให้เบ่งบาน

ชีวิตนี้จึงไม่อาจงดงามอย่างที่วาดฝัน ไม่อาจหอมชื่นเหมือนดอกไม้อื่นใด


ตรงหน้าคือบุคคลที่รักเธอยิ่งกว่าสิ่งใด คือคนที่คอยดูแลและทะนุถนอมประหนึ่งว่าเธอเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขา แต่ตอนนี้เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่ชาย ดวงตาที่มองต่ำเอ่อนองไปด้วยน้ำตา สองมือเล็กกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ แต่ความเจ็บนั้นไม่อาจเทียบเท่าความเจ็บปวดที่อกข้างซ้าย เธอรู้ดี เธอทำให้พี่ชายต้องผิดหวังและเสียใจ


“ พี่คะ น้องเมท้อง… ”

ฝากไปกดถูกใจด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว