ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 36 รอยบนผืนทราย (100%)

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 36 รอยบนผืนทราย (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 63

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2560 14:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 36 รอยบนผืนทราย (100%)
แบบอักษร

                                                                      รอยบนผืนทราย


               จากเช้า....เป็นสาย

               …...........

               จากเที่ยง.........ก็เป็นบ่าย

               …......................

               แต่หากตอนนี้ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มของมันกำลังจัดจ้าสะท้อนผืนน้ำกว้างเบื้องหน้าให้เห็นเป็นแสงระยิบระยับราวกับอัญมณีล้ำค่าและสวยจนไม่อยากละสายตาคล้ายเป็นสัญญาณบอกว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้ามันก็คงจะลาลับขอบฟ้าไปไกล

               ธรรมชาติสวยแต่กลับตรงข้ามกันกับบรรยากาศโดยรอบตอนนี้

               การร่วมมือกันของพจน์กับพรรคพวกและกลุ่มตำรวจที่ตามมาสมทบ ได้วางแผนเข้าจับกุมตัวนายประดิษฐ์กับสมุนที่บังเอิญว่าแต่ละคนตำรวจกำลังต้องการตัวพอดี ซึ่งตัวนายประดิษฐ์ที่หมดฤทธิ์เดชไปเพราะไม่มีลูกน้องคอยช่วยคุ้มกันก็ได้แต่โหวกเหวกโวยวายตลอดการจับกุม ไอ้เบิ้มถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ส่วนไอ้บัติก็ร่อแร่ ไอ้โต้งยิ่งไม่ต้องพูดถึง มันจะฟื้นหรือเปล่ายังไม่แน่ใจ ไอ้แจ็คน้องไอ้โต้งที่โดนพจน์จัดการก็มีสภาพที่ใครเห็นแล้วต้องส่ายหน้า ส่วนลูกกระจ๊อกอีกสองสามคนที่โดนจัดการแบบตัวต่อตัวตำรวจต้องเอาแปลลงมาหามขึ้นเรือไปเพราะสภาพของพวกมันแต่ละคนคือไม่มีปัญญาลุกขึ้นมาเดินเองได้ แม้แต่ไอ้แรมโบ้หมาสุดที่รักของไอ้เสี่ยประดิษฐ์ ตำรวจก็ต้องช่วยกันหาไม้มาหามเพราะมาถึงตอนนี้มันก็ยังไม่ฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบของหมอนิวิฐ

               หลังจากที่ใช้เวลาไปโขกับการเรียงแถวหน้ากระดานเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีใครหลงเหลืออยู่บนเกาะ เรือของตำรวจก็ได้เคลื่อนตัวออกจากท่า แต่ก่อนหน้านั้นไม่นานก็เป็นเรือที่บรรทุกคนงานเก็บรังนกที่ต่างก็เฮโลโห่ร้องก้องอย่างยินดีที่จะได้กลับขึ้นแผ่นดินใหญ่กันซักที รวมทั้งเจ้าขนุนที่ตามเกาะลุงเด่นแจ

               เวลาผ่านไปเรื่อยๆ มองจากตรงนี้เรือของตำรวจก็เหลือให้เห็นแค่จุดเล็กๆตรงริมขอบน้ำกว้าง คนหน้าหวานได้แต่ชะเง้อชะแง้คอยาวไปตามทาง ทำไมยังไม่ขึ้นมา จำได้ว่าก่อนขึ้นเกาะไปพจน์ดื่มแค่กาแฟกับของกินเล่นไปแค่นิดเดียว ป่านนี้แล้วไม่หิวหรือไง? หรือมีใครหาอะไรให้กินแล้ว? บาดเจ็บตรงไหนไหมนะ? คำถามสารพัดที่วนอยู่ในหัวทำเอาแทบมึน

               อีกครั้งกับการถอนหายใจ จริงๆแล้วใจอยากวิ่งลงไปดูให้เห็นกับตาว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีและคนตัวโตไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่กำลังนึกกลัวอยู่ตอนนี้

               “ไม่เป็นไรหรอกน่าพี่ตะวัน นายน่ะหัวแข็งจะตาย”

               มีเสียงกระแอมกระไอเหมือนมีอะไรติดคอทันทีที่นรินทร์พูดจบ

               “ไอ้เจ้ารินทร์ปากแบบนี้ระวังเถอะจะโดนไม่ใช่น้อย”

               “ก็มันจริงนี่นาลุงสังข์รินทร์พูดผิดตรงไหน จริงๆแล้วหัวแข็งทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องน่ะแหละ เพราะพวกนั้นเลยรินทร์ถึงไม่ได้ลงไปช่วย”

               “ช่วยลงไปยุ่งเหรอ”

               “ลุงอ่ะ”

               “เอาน่ารออยู่บนนี้น่ะดีแล้ว”

               “ดีที่ไหนกันล่ะพี่ตะวัน สภาพแบบนั้น”

               นรินทร์เริ่มระบายความอัดอั้นออกมาอย่างโมโห เหตุเพราะก่อนหน้าที่ลุงสังข์ ชิต โทนและพี่ๆจะขึ้นเกาะไป ตนก็อยากจะขึ้นไปด้วย แต่โดนเล่ห์ของสองคู่กัดที่หลอกตนเข้าห้องแล้วมัดไว้กับเตียงแถมปิดทั้งปาก มัดทั้งมือแถมยึดเท้าไว้แน่นจนกระดิกไม่ได้ ซ้ำยังออกมาบอกพวกพี่ๆข้างนอกว่านรินทร์ง่วงมากอยากพักผ่อนห้ามใครเข้าไปกวนเด็ดขาด แล้วพวกพี่ๆบอดี้การ์ดเองก็ดีเหลือใจ เห็นว่าอยู่บนเรือคงไม่มีเรื่องอะไรจึงปล่อยไว้แบบนั้นไม่มีใครเยี่ยมหน้าเข้าไปดูนรินทร์เลยซักคน จวบจนตะวันกับทิวาขึ้นเรือมาเห็นเข้านั่นแหละ

               “คอยดูนะ กลับมาเมื่อไหร่ละก็.....”

               “น่า น่า ใจเย็นไว้ ถ้าไปด้วยก็คงโดนไล่กลับมาเหมือนกัน ชิตกับโทนพวกเขาคงเป็นห่วง”

               “ชิ!”

               เด็กน้อยกอดอกฉับ ปากก็พร่ำบนอุบอิบอย่างไม่ยอมจบง่ายๆ แต่ไอ้ท่าทางแบบนั้นมันมองยังไง๊ยังไงก็ไม่น่ากลัว เห็นแล้วนึกหมั่นเขี้ยวละมากกว่า

               “ตายยากจริงๆพูดถึงก็มาโน่นแล้ว”

               เพราะมัวแต่ปลอบกันไปมา ลุงแกเลยเป็นคนเดียวที่เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์เดินมาทางนี้ก่อนใครเพื่อน และทันทีที่รีบวิ่งมาเกาะกราบเรือชะโงกหน้าออกไปมองบ้างทิวาก็พลันตาเหลือก

               “พี่ภีม!”

               ไม่ใช่เสียงเรียกด้วยความปิติ แต่เป็นเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นบริเวณหัวไหล่ขวาของไอ้หน้าหล่อมีเลือดซึมออกมาจนเห็นได้ชัด

               “พี่ไม่เป็นไร แค่ถากๆ”

               มือบางแตะเบาๆตรงรอยแผล แต่สีหน้าคนที่บอกว่าแค่ถากๆก็เฉยเกินไป เฉยจนทิวาคิดว่าคนตัวใหญ่กำลังปิดบังความรู้สึก

               “แต่เลือด”

               “นิดเดียว พี่หมอจัดการให้แล้ว”

               “ถ้าอยากให้หายไวๆพยายามอย่าให้ตรงนั้นโดนน้ำสักสองสามอาทิตย์”

               เสียงกำชับจากหมอนิวิฐดังลอยมาทั้งๆที่ต้นเสียงเดินลับหายเข้าไปด้านในแล้วทำให้ภีมพยักหน้า แต่แล้วทิวาก็ต้องโผเข้าประคองร่างสูงที่จู่ๆก็เซแถ่ดๆคล้ายทรงตัวไม่อยู่

               “พี่ไม่เป็นไร”

               “เงียบไปเลย หน้าแทบไม่มีสีเลือดอยู่แล้วยังจะบอกไม่เป็นไรอีก เข้าไปพักในห้องเถอะ สภาพพี่ภีมแทบจะหลับกลางอากาศได้อยู่แล้ว”

               “เป็นห่วงพี่เหรอ?”

               คนถามยอมยกแขนหนาหนักของตนคล้องต้นคอขาวตามแรงรั้งของมือเล็กที่อานุภาพของมันไม่ได้เล็กตามไปด้วย แถมยังมีพลังอย่างที่ตนไม่กล้าปฏิเสธทั้งๆที่แค่สะบัดนิดเดียวร่างเพรียวข้างๆก็คงกระเด็นห่างไปไกล

               “เปล่าซักหน่อย....”

               คนหน้าหวานไม่ยอมหันมา แต่ตาคมก็ทันได้เห็นซีกแก้มขาวที่ค่อยๆเปลี่ยนสีและกระจายไปทั่วดวงหน้าอย่างรวดเร็วจนคนมองกระชุ่มกระชวยเหมือนได้ซดยาโด๊ปชั้นดี

               “โอ๊ยย!!”

               “เจ็บเหรอครับ ค่อยๆเดินเดี๋ยวแผลกระเทือน”

               คนเจ็บกลั้นยิ้มจนปวดกราม น่ารักอย่างนี้อยากจะลากเข้าห้องจริงๆให้ตาย แต่ถึงจะเจ็บแค่ไหนก็ขอยอมตายคาอกละวะ แต่ถึงกระนั้นภีมก็ไม่ลืมหันไปหาตะวันเพราะดูหน้าตาของหวานใจพี่ชายแล้วมีเครื่องหมายคำถามติดอยู่ตัวเบ่อเร่อ

               “พี่เขาฝากมาบอกให้เอาผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าลงไปให้หน่อย ลงเรือไปแล้วเลี้ยวขวาเดินไปตามหาด ไปไม่ไกล เดี๋ยวก็เห็น”

               “ล แล้ว เจ้านาย เอ่อ บาดเจ็บไหมครับ”

               “ไปดูเอาเองแล้วกัน”

               “แสดงว่าบาดเจ็บเหรอครับ?”

               “เอาเสื้อผ้าไปให้เดี๋ยวก็เห็น”

               “แล้วทำไมไม่ขึ้นมาอาบบนเรือละครับ?”

               “ไม่รู้เหมือนกัน ไปถามกันเอาเอง”

               อ่าว?

               ภีมพูดจบก็กอดคอคนงามเดินเข้าห้องโดยไม่สนใจอะไรอีก ส่วนตะวันรีบวิ่งไปเอาเสื้อผ้ากับผ้าขนหนูแล้ววิ่งลงเรือไปตามทางที่ภีมบอก ส่วนคนที่เหลือก็แยกย้ายไปทางใครทางมันจนตอนนี้กราบเรือที่วุ่นอยู่เมื่อครู่เงียบกริบลงราวกับไร้ผู้คน

               “มึงว่าลูกพี่เจ็บจริงหรืออยากอ้อนเมียวะ?”

               “ชั่วโมงก่อนยังเล่นงานสมุนไอ้เสี่ยอ้วนซะสลบคาตีน กูเห็นแล้วแผลเท่าแมวข่วนแค่นั้นลูกพี่เขาไม่สะเทือนหรอก คงอยากจะอ้อนเมียละมากกว่า”

               “ฮะ ฮะ ฮะ กูก็ว่าอย่างนั้น แต่ตอนนี้มึงรู้สึกเหมือนกูไหมวะไอ้ชิต?”

               “รู้สึกเฮี้ยอะไรของมึงอีกละไอ้โทน”

               “ก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆ วูบๆแปลกๆ มึงเป็นไหม?”

               “เออ พอมึงพูดขึ้นมากูก็เพิ่งนึกได้ ว่าเราสองคน.........”

               ขวับ!

               สองหนุ่มหันขวับมามองด้านหลัง แล้วก็พากันหันกลับไปมองข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงราวกับนัดกันไว้เมื่อชาติที่แล้ว เพราะด้านหลังของพวกเขาได้มีกระแสพลังบางอย่างกำลังลอยคว้างและอบอวลไปด้วยแรงโกรธแค้นทำเอาทั้งสองหนุ่มแทบลืมหายใจ

               “ถ ถึงว่าเถอะ รู้สึกตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว กูว่า กูไปอาบน้ำแล้วหลับซักงีบดีกว่า เหนื่อยจะแย่”

               “มึงทีหลัง กูอาบก่อน”

               “กูก่อน”

               “กูก่อน”

               กูไปกูมาพวกกูก็โกยอ้าวใส่เกียร์หมาแบบตัวใครตัวมัน ทำเอาคนข้างหลังอ้าปากค้างกับความไวแสงที่พริบตาเดียวก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

               “หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้พวกพี่บ้า!”

               เสียงตะโกนลั่นเรือทำให้ตะวันหันกลับไปมองแล้วหัวเราะคิก เสียงของรินทร์คงดังมากถึงขนาดเดินมาไกลแล้วยังอุตส่าห์ได้ยิน

               “อยู่ตรงไหน?”

               ไม่ไกลของคุณภีมนี่ต้องเดินไปอีกแค่ไหน เพราะถ้าเดินไปเรื่อยแบบไร้จุดหมายก็กลัวว่าจะคลาดกันจนมืดค่ำเสียเปล่าๆ

               ตาหวานมองซ้ายมองขวาหาคนตัวสูง แต่เวิ้งหาดทรายเนียนละเอียดที่คลื่นเล็กๆกระทบเป็นระยะๆทำให้คนชอบน้ำกลับยืนมองอย่างลืมความตั้งใจแรกที่จะเอาเสื้อผ้ามาให้ใครบางคนซะสนิท

               สวย!

               แสงสีที่ตกกระทบกับผืนน้ำสีครามกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตานั้นช่างเป็นความงามของสีที่ต่างแต่เข้ากันดีอย่างไม่น่าเชื่อ ฟองคลื่นนุ่มๆขาวๆที่ได้ยินเสียงซ่าๆตลอดเวลากับแนวต้นมะพร้าวที่โน้มยาวเป็นทางราวกับว่าได้มีไว้มาแอบดัดไว้ให้มันเป็นระเบียบยังไงอย่างงั้น ทำให้คนตัวบางที่กำลังหอบเสื้อผ้าไว้เต็มอ้อมแขนหยุดยืนมองพร้อมกับเก็บภาพเหล่านั้นไว้ในความทรงจำอย่างลืมตัว

               เสียงคล้ายน้ำทะเลกำลังถูกแหวกว่ายดังใกล้เข้ามาทำให้หน้าหวานผินไปในทิศทางที่ได้ยิน และก็ทันได้เห็นช่วงแขนกว้างที่กางออกในท่าผีเสื้อกำลังโจนจ้วงแหวกผืนน้ำเบื้องหน้าอย่างดุดัน

               จากนั้นผมเปียกลีบแนบไปกับศีรษะได้รูปก็ค่อยๆโผล่พ้นน้ำ มือหนาสองข้างยกขึ้นลูบหน้าแล้วเลยขึ้นเสยผมหนาไปข้างหลังก่อนจะค้างไว้ในท่านั้น เผยให้เห็นใบหน้าและตาคมปลาบที่ฉายแววร้ายกาจออกมาโดยที่คนยื่นอยู่ห่างๆไม่ทันได้เห็น

               กรามเหลี่ยมที่รกไปด้วยเคราเขียวครึ้มมีน้ำเกาะพราว ต้นคอแกร่ง กล้ามแขนล่ำ มองลงอีกนิดก็เป็นแผงอกหนาและซิกแพคที่เรียงตัวลงมาเป็นลูกชัด และในขณะที่ร่างสูงเดินเข้าหาฝั่ง ไล่ระดับน้ำทะเลให้ต่ำลงเรื่อยๆ ค่อยๆเผยให้เห็นรูปลักษณ์ของบุรุษเพศที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบไปทั้งเนื้อทั้งตัว

               ทุกอณูเนื้อเริ่มชัดขึ้นทุกขณะย่างก้าว ทำเอาคนยืนมองก็ต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคอ จากนั้นฟันขาวก็กัดปากฉับอย่างขัดเขินแล้วเมินหน้าหนี เขินตัวเองไม่พอยังเขินเผื่ออีกฝ่ายด้วยอีกต่างหากเหตุเพราะคนหน้าหนาที่ตรงดิ่งมาไม่ได้สนใจหรือเหนียมอายที่จะหาอะไรปกปิดรูปร่างอันเปลือยเปล่าของตัวเองเลยสักนิดเดียว

               ตาหวานเลยได้แต่เสมองวิวทิวทัศน์ทำไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งๆที่แก้มเนียนร้อนผะผ่าวจนแทบไหม้ เพราะถึงจะไม่ได้มองตรงๆ แต่หากหางตายังอุตส่าจับภาพได้ว่ากล้ามอกหนาๆได้มาหยุดยืนอยู่ไม่ห่างแล้วตอนนี้

               “ผ้า?”

               คนตัวเล็กก็สะดุ้งโหยง นึกโมโหตัวเองที่ลืมไปซะสนิท น้ำลายที่กลืนลงคอจนดังเอื๊อกก็กลืนแล้วกลืนอีกเพราะลำคอที่แห้งผากขึ้นมากระทันหัน

               “นี่ครับ”

               มือขาวยื่นผ้ามาให้ก็จริงแต่หน้าหวานกลับเสมองไปทางอื่นราวกับไม่สนใจทำให้พจน์เกิดอารมณ์หมั่นเขี้ยวขึ้นมาติดหมัด

               “เช็ดให้พี่ด้วยได้ไหม”

               “เรื่องอะไรละครับ เช็ดเอง... อ๊าาา....”

               คอขาวหดหนีปากเย็นๆที่ทาบลงเม้มแล้วค้างไว้ วงแขนกว้างก็เริ่มเกี่ยวเอวบางไว้หมับเมื่อเห็นว่าตนตัวเล็กกำลังจะเดินหนี

               “เสื้อผ้า ส ใส่เสื้อผ้าก่อนครับ”

               “ยังไม่ใส่ ….ใส่ไปเดี๋ยวก็ถอด”

               จึ๋ยย!!

               ตะวันส่ายหน้าเดี๋ยะ พยายามให้ก้นงอนของตนทิ้งระยะห่างจากคนตัวโตให้มากที่สุด แต่ดูเหมือนว่าคนที่กำลังแสยะยิ้มร้ายจะไม่ให้ร่างเล็กทำอย่างที่ใจคิด

               “อาบเสร็จแล้วก็กลับกันเถอะ... อ๊ะ!”

               คนเจ้าเล่ห์เอียงหน้าวูบให้ปากกับจมูกแนบแก้มขาวแล้วสูดความหอมเข้าจนเต็มปอด แต่ที่ทำเอาคนกำลังเขินหน้าแทบไหม้คือแทนที่พอหอมแล้วจะรีบผละออกไปคนมือไวกลับชะงักหน้าตัวเองไว้ท่านั้น

               “อื๊อ!”

               อยากเดินหนีก็เดินไป พจน์แค่กอดเอวเล็กไว้มั่นแล้วขยับก้าวตามซะคนในอ้อมแขนก็ไม่มีทางหลุดหายไปไหนและถึงหน้าหวานจะเอียงหนีจนคอเคล็ดยังไง สองแก้มขาวก็ไม่อาจพ้นรัศมีริมฝีปากเย็นชืดที่เริ่มกลับมาร้อนผะผ่าวอีกครั้ง และอีกครั้ง แตะแต้มไปทั่วซีกแก้มเนียน ใบหูเล็กน่ารักที่กำลังแดงอมชมพู ต้นคอระหงขาวผุดผ่องที่เปิดโล่งราวกับยั่วให้จมูกเข้าซุกไซร้

               “ต แต่ทุกคนอาจสงสัยว่าทำไมไม่กลับไปกันซักที”

               “คงไม่มีใครรอ พอมืดก็คงแยกย้ายกันนอนเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน”

               “แล้วพี่ไม่เหนื่อยเหรอครับ ”

               “ไม่ ...แรงยังดี แถมมีเหลือพอที่จะทำอย่างอื่นได้อีกด้วย”

               เงียบกริบ!

               'อย่างอื่น' ที่ว่ามันคืออะไรใครจะไปอยากรู้ ขนาดไม่ถามยังแสดงออกโจ่งแจ้งขนาดนี้ ถ้าหลุดคำถามโง่ๆออกไป ตะวันเอ้ย! มีหวังโดนจับทุ่มลงบนทรายแล้วแสดงให้ดูเป็นตัวอย่างแหงๆ

               “ไม่หิวข้าวเหรอครับ?”

               “ไม่หิว”

               “ย ยังไงก็ใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะครับ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอานะ”

               “ไม่เป็นไรเย็นนิดหน่อยแค่นี้ พี่มันหัวแข็งไม่รู้หรือไง”

               เสียงกระซิบแตกพร่าข้างหูทำเอาคนฟังขนลุกซู่อย่างช่วยไม่ได้ แต่ที่ทำเอาตาหวานเบิกโพลงไม่ใช่แค่นั้น

               “และอย่างอื่นก็เริ่มแข็งแล้ว รู้สึกไหม”

               ตะวันหลับตาลงอย่างอ่อนใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ เพราะสะโพกเพรียวของตนสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังทิ่มไปมาราวกับจะหาทางเข้า

               จังหวะที่หน้าหวานผินกลับมามองคนข้างหลังมือหนาข้างหนึ่งก็ล็อกให้นิ่งในท่านั้น

               “อื๊ออ!!!”

               ฝ่ามือหนาอีกข้างสอดเข้าขอบกางเกงยางยืดเล่นเอาตะวันตาเหลือก แข่งขาพาลจะอ่อนยวบ นิ้วเรียวรีบตะครุบข้อมือหนาข้างนั้นไว้แล้วพยายามดึงมันให้ห่างจากจุดอ่อนไหวให้มากที่สุด

               “อาบน้ำหรือยัง?”

               “อาบแล้ว อาบแล้ว อย่า!”

               นิ้วโป้งหนาเกี่ยวทีเดียวกางเกงตัวจิ๋วก็ระเห็จลงไปเกาะตรงต้นขาอย่างที่ตะวันดึงไว้ไม่ทันจากนั้นมันก็พ้นขาเรียวไปในเวลาไม่ถึงอึดใจ เสื้อยืดตัวบางก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะเพียงแค่พจน์ถลกชายของมันแล้วดึงขึ้นอย่างไม่ต้องออกแรงอะไรมากนัก มันก็ลงไปนอนแอ้งแม้งเคียงข้างกางเกงตัวก่อนหน้า

               แสงสุดท้ายของอาทิตย์อัสดงได้ลับฟ้าไปอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่นานหลังจากนั้นความมืดก็เริ่มเข้าครอบคลุมไปทั่วบริเวณ แต่สิ่งที่ตะวันเห็นชัดขึ้นที่สุดตอนนี้คือดวงตาคมกริบที่กำลังพราวระยับแข่งกับดาวนับล้านๆดวงที่อยู่สูงขึ้นไป

               “อื้ออ....”

               หัวใจดวงเล็กกระหน่ำรัวเพราะแรงเบียดจากริมฝีปากร้อนผ่าวจากที่แผ่วเบาก็หนักหน่วงขึ้นจนแทบหายใจหายคอไม่ทัน

               ร่างเปลือยเปล่าสองร่างผวาเข้าหากันแล้วขยี้รีมฝีปากเข้าหาอีกฝ่ายอย่างที่เท่าไหร่ก็ไม่คิดจะพอ

               ริมปากอิ่มทั้งบนล่างถูกดูดดึงงับเม้มอย่างกระหาย ลมหายใจกระเล่าแหบพร่าสอดประสาน โพลงปากนุ่มถูกแซะเล็มทั้งดูดดึง และลิ้นร้อนชื้นก็พันเกลียวหยอกล้อกับลิ้นเล็กบางทั้งล่อหลอก หยอกให้คนตัวเล็กเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมา

               มือเรียวที่เพียรดันอกหนาเปลี่ยนเป็นมายกขึ้นโอบรอบต้นคอแกร่งขณะที่นิ้วเรียวทั้งสิบแทรกเข้าดึงทึ้งผมหนาอย่างลืมตัวไปกับจูบที่ซาบซ่านขึ้นเรื่อยๆจนเลือดในกายเดือดพล่าน

               พจน์ลืมความตั้งใจแรกที่จะพาร่างบางลงไปเล่นน้ำเสียสนิท แขนแกร่งเปลี่ยนเป็นรัดเอวบางขึ้นอุ้มเหมือนลิงอุ้มแตง จากนั้นมือครามก็สะบัดผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่ตกอยู่ไม่ห่างพริบตาเดียวร่างสูงเปลือยเปล่าก็นั่งลงโดยมีคนตัวบางที่กำลังลืมตัวนั่งทับอยู่ด้านบน

               ปลายป้านใหญ่ที่น้ำปริ่มเยิ้มหัวร้อนจนแทบระเบิดเมื่อพอก้นนิ่มนั่งทับแล้วส่ายเบาๆทำเอาร่างสูงแทบแดดิ้นกับความทรมานอันแสนหวานตรงหน้า

               “อ๊าา!...”

               ใช่ว่าพจน์จะทรมานคนเดียวเมื่อไหร่ ตะวันเองก็แทบไม่ต่างกัน ตาหวานเหลือบมองคนตัวสูง สายตาเว้าวอนเป็นประกายวิบวับคล้ายจะอ้อนมาทำไมตะวันจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

               “ซี๊ดดด!”

               “อื๊ออออ!!”

               เพียงแค่ปลายนิ้วเรียวแตะหัวมันเบาๆทำเอาพจน์เกือบแตก แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือปากอิ่มบางกับลิ้นชื้นนิ่มนิ่มกำลังไล้เลียต้นคอแกร่งราวกับชิมอย่างไร้เดียงสานี่ต่างหากที่ทำเอาพจน์แทบลุกเป็นไฟ

               มือขาวนุ่มนิ่มลูบไล้ทั่วบ่าหนา ทั้งกล้ามแขนกล้ามอกตึงแน่นลิ้นเล็กๆก็ก้มลงงับชิมไปทั่วโดยเฉพาะยอดอกสีเข้มที่เพียงปากบางก้มลงสัมผัสบางเบาเท่านั้นร่างสูงถึงกับสะดุ้ง

               “ซี๊ดดดด! อ่า เด็กดี”

               ได้ยินคำชมเข้าเด็กดีจึงยิ้มน่ารักแต่ทีเด็ดยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะเมื่อนิ้วเรียวลากลงต่ำแล้วกอบกำลำแกร่งไว้เต็มสองมือบางนั่นละ

               “ฮืมมมม!”

               ใบหน้าหล่อแหงนหงาย ฝ่ามือหนาสองข้างเท้าไปข้างหลังเมื่อลิ้นเล็กแลบเลียออกทักทายปลายป้าน

               “อ่าาาาา!....ซี๊ดดดดดดด”

               ศีรษะเล็กที่ง่วนอยู่กับกิจกรรมตรงหน้าไม่ได้เงยขึ้นมาสนใจเลยว่าเจ้าของมันกำลังทำหน้ายังไง ถ้าแสงมากกว่านี้ก็จะเห็นเอ็นรอบคอแกร่งปูดโปนทั้งยังแดงก่ำเหตุเพราะเจ้าของมันกำลังเกร็งไว้

               “หันหลังมาทางนี้”

               เสียงแหบพร่าสั่งสั้นๆไม่ได้ผ่านหูคนที่กำลังก้มหน้าก้มตากับลำเนื้ออุ่นที่กำลังถูกปาก แต่เมื่อเอวบางถูกจับให้หมุนกลับไปอีกด้านหนึ่งนั่นละ เสียงหวานก็หวีดลั่น

               “อ๊าาาาาา!”

               คราวนี้หัวใจแทบหยุดเต้นเพราะเอ็นเนื้อของทั้งคู่ถูกอีกฝ่ายสัมผัสแบบไม่ให้ใครน้อยหน้าใคร

               ขาเรียวขาวที่คล่อมใบหน้าหล่อไว้สั่นระริกแทบหมดแรงทรงตัว เมื่อคราวนี้ลำเนื้อที่กำลังห้อยอยู่ตรงหน้าอย่างน่ารักถูกปากหยักผงกขึ้นดูดจนเกิดเสียงดังจุ๊บจั๊บราวกับเอร็จอร่อยเหลือหลาย จีบพับเล็กๆก็โดนเล็บกรีดเบาๆจากนั้นไม่นานนิ้วแข็งก็ส่งเข้าทักทาย จากนิ้วที่หนึ่ง เพิ่มเป็นสอง และสาม ทำเอาคนหน้าหวานเข่าสั่นพับๆ

               “อื๊อออ”

               ม๊วบบบบ

               “ซี๊ดดดดดด …...อืมมมม”

               “อึ๊ก อ่า อ่า อีก......อ่า.....”

               พจน์ปรนเปรอลำเนื้อนุ่มพร้อมกับเบิกช่องทางด้านหลัง และตอนนี้กลายเป็นตนซะเองที่แทบทนไม่ไหวเพราะปลายหัวที่ร้อนผ่าวและปวดหนึบแทบระเบิดจนทำให้ต้องรีบขยับตัว

               ขาเรียวขาวสองข้างถูกจับให้แยกออกกว้างจากนั้นมือหนาก็ดันขึ้นจนเข่าชิดอกแบนราบ ตาคมพราวระยับเมื่อเห็นเอ็นน้อยชี้ชันขึ้นมาอย่างท้าทาย อดใจไม่ไหวจึงก้มลงครอบปากดูดจ๊วบเสียงดัง

               “อ๊าาาาา!....”

               สะโพกเพรียวเด้งขึ้นติดปากติดลิ้นร้อนชื้นที่ร้ายกาจจนร่างบางดิ้นพล่าน ตาหวานฉ่ำเยิ้มปรือขึ้นมองคนตัวสูงที่คุกเข่าอยู่หว่างขาตน อาวุธร้ายที่กำลังผงกผงาดและตั้งฉากสะท้อนแสงจันทราดูน่ากลัว บวกกับเอ็นที่ปูดโปนรอบๆลำเนื้อที่กำลังแข็งขึ้งทำให้คนมองสะท้านไปทั้งกาย

               “อึ๊กก!”

               “ชี๊ดดดดดดด! ผ่อนคลายหน่อยคนดี พี่จะไม่ไหว อ่าาาา”

               “แต่มัน...อึ่กกก.....อื๊อออออ!”

               ปลายเนื้ออุ่นค่อยๆแทงเข้าแล้วถอดออกหลายครั้ง จนเมื่อหัวหยักผลุบเข้าได้ครึ่งลำร่างบางก็บิดเป็นเกรียว หน้าหวานแหงนหงายหอบหายใจหนัก มือเรียวไขว่คว้าต้นแขนแกร่งไว้แน่นเมื่อร่างสูงโน้มตัวลงเอาปากครอบดูดยอดอกสีลูกกวาดที่อยู่ตรงหน้าอย่างอดใจไม่ไหวทำให้ส่วนที่ยังค้างคาคลอนตัวดิ่งลึกในคราเดียว นั่นแหละตะวันถึงกับกระตุกยึกเสียวซ่านไปทั้งตัวอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ลำเนื้ออ่อนบางเผลอปลดปล่อยน้ำขาวขุ่นออกมาทั้งๆที่ยังไม่ได้แตะต้องส่วนอื่นได ที่ร้ายกว่านั้นคือช่องทางสีหวานกำลังขมิบตอดลำเนื้อที่คาอยู่อย่างรุนแรงชนิดที่เล่นเอาพจน์แทบหักกลางลำ

               “เสร็จก่อนพี่แบบนี้ต้องถูกลงโทษ”

               “อึ่ก!....ก็มัน... แฮก! …..แฮก! ...แฮก! ….อื้อออ!”

               แผ่นหลังบางแอ่นโค้งราวคันศร เพราะช่องทางนุ่มโล่งวาบกระทันหัน

               ปลายทวนร้อนที่เสียบคาถูกดึงออกไปไม่บอกไม่กล่าวทำให้มันขมิบรัวเรียกร้องความแข็งขึงที่ดึงออกอย่างน่าอาย

               แต่ว่ามันไม่ได้ไปไหนไกล เพราะตอนนี้ท่อนเอ็นร้อนผ่าวแข็งขึงที่รอบๆลำตึงเปรี๊ยะไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนกำลังคลุกเคล้ากับน้ำสีขุ่นที่ร่างบางเพิ่งปล่อยออกมา ทำให้ตอนนี้ลำเนื้อต่างไซส์กำลังเสียดไถกันไม่เบานัก เรียกทั้งเสียงครางหอบกระเส่าทั้งเสียงซี๊ดปากระงม

               ใจดวงน้อยกระหน่ำรัวราวกับมันจะหลุดออกมาเต้นนอกอก ตาหวานปรือขึ้นมองภาพตรงหน้าที่คมชัดซะยิ่งกว่าทีวีพลาสม่าระยะใกล้

               ปลายลิ้นสีแดงสดแลบเลียริมฝีปากบาง แล้วจากนั้นก็ต้องรีบกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเห็นว่าฝ่ามือหนากำลังทำอะไรอยู่ตรงหน้า เพราะนอกจากที่มันกำลังเกลี่ยน้ำลื่นๆจนทั่วปลายป้านใหญ่แล้ว มันยังสาวขึ้นลงจนสุดความยาวที่มีราวกับจะปลอบเจ้าท่อนเนื้อที่กำลังผงกหัวหงึกหงักชี้ชันตั้งฉากไปหลายทีคล้ายบอกให้ใจเย็นๆ ต่อจากนี้ต่างหากที่จะเป็นของจริง พร้อมกับที่เจ้าของมันจ้องตรงมาอย่างหมายมาดทำเอาคนนอนหงายเห็นแล้วเสียววาบไปทั่วช่องท้อง

               จากนั้นริมฝีปากร้อนผ่าวก็โน้มลงมาใกล้ คลอเคลียปากอิ่มที่กำลังบวมเจ่อให้เผยออ้าออกรับปลายลิ้นร้อนที่กำลังไชชอนแทรกเข้าปราการนุ่ม ดูดชิมรสหวานข้างในจนถ้วนทั่ว ทั้งไรฟันขาว กระพุ้งแก้ม แล้วผลัดกันรุกผลัดกันรับขบกัดดูดดึงปลายลิ้นกันและกันจนเสียงที่ดังสอดแทรกคลอกับเสียงคลื่นตลอดเวลานั้นคล้ายกับว่าทั้งคู่กำลังกินอาหารรสจัดกันอย่างเอร็จอร่อย

               “ฮืมมม........”

               ข้างบนที่ว่าแนบแน่นแล้วข้างล่างก็ใช่ว่าจะน้อยหน้า เสียแต่ว่าปลายทวนร้อนจ่อช่องทางอยู่ก็จริง แต่เจ้าของมันกลับไม่ผลักไสไม่ดันเข้าไป เรียกเสียงครางแหบโหยขัดใจครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับทรมานจากคนใต้ร่าง หว่างขาเรียวที่กางออกกว้างจึงถ่างออกอีกเพื่อเปิดทางให้ร่างสูงที่คล่อมอยู่แนบร่างหนาเข้ามาหาหนักๆ

               แต่มันก็คงจะค่อยเป็นค่อยไปและละมุนละไมมากกว่านี้ ถ้าเรียวขาขาวไม่ชันเข่าแล้วยกขึ้นถูไถสีข้างของคนที่กำลังคล่อมไว้อย่างเผลอไผล

               อีกทั้งปลายเล็บบางที่ทั้งกรีดทั้งครูดไปทั้งบ่าไหล่และอกหนาคล้ายเร่งเร้าอย่างไร้เดียงสานั่น ทำเอาร่างสูงต้องถอนจูบที่กำลังดูดดื่มกระทันหัน พร้อมๆกับที่ฝ่ามือหนาล็อคหัวไหล่บางเอาไว้มั่นแล้วบีบเอาอย่างลืมตัว

               เหตุเพราะปลายนิ้วเรียวของคนหน้าหวานได้ไถลลงพรื๊ดเดียว จิกหมับเข้าที่สองแก้มก้นสีแทนเข้ม เรียกเสียงคำรามลั่นอย่างไม่อาจทน พาให้เจ้าท่อนเอ็นแข็งที่จ่อไว้แค่ปลาย เผลอไผลแทงพรวดเข้าไปเกือบมิดด้าม

               “อ๊าาาาาาาาาา!!......”

               “ฮืมมมมมม”

               ตัวบางๆบิดเป็นเกรียว ขาเรียวขาวสั่นระริก ปลายนิ้วเท้างองุ้มจิกผ้าขนหนูที่นอนทับอยู่จนยับยู่ยี่ รับรู้ถึงตัวตนร้อนผ่าวแข็งขึงที่ตอกตรึงช่องทางนุ่มของตนจนรู้สึกคับแน่น อึดอัดแทบหายใจไม่ออก

               เสียงลมหายใจกระเส่าประสานกันดังขึ้นอื้ออึงจนแยกไม่ออกว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร

               แต่ทุกอย่างคล้ายจะหยุดนิ่ง

               ใช่ ร่างสูงไม่ขยับกาย ไม่ขยับสะโพกแกร่งอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับกำลังใช้สายตาคมจ้องหน้าหวานอย่างกระหายหิวแบบนี้แทน

               แต่เพียงแค่ประเดี๋ยวเดียว หลังจากที่ปล่อยให้คนตัวบางหายใจสะดวกขึ้น จมูกโด่งจึงเปลี่ยนมาคลอเคลียแก้มใสเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแทน มันแนบลงหอมแก้มขาวแล้วไถลลงซุกไซ้ซอกคอหอม ลมหายใจร้อนๆบวกกับเคราสากๆแข็งๆก็ลากเลยขบกัดทั้งไล้เลียบ่าไหล่ขาวเบาๆทั้งหยอกปนจริงจังจนร่างบางผวาเยือกกับความเสียวปนเปกับจั๊กจี้ และไหปลาร้าน่ารักก็ไม่ได้หลุดโผเพราะลิ้นร้อนชื้นที่ตามปาดตามแนบเข้าดูดชิมและทิ้งรอยสีกุหลาบไว้เป็นทาง จนเมื่อถึงเป้าหมายอีกอย่างที่ล่อตาล่อลิ้นอยู่ตรงหน้า และหวานไม่แพ้ส่วนอื่นที่ลิ้นร้อนชื้นได้ลากผ่านมาซะด้วยสิ

               คิดแล้วจึงลงมือกัดกิน

               ปลายลิ้นร้อนเลียแพล๊บที่ยอดอกซ้าย และเมื่อพอใจก็ย้ายปากไปดูดยอดขวาราวกับไม่ให้มันน้อยหน้ากัน ลืมดูไปว่าคนใต้ร่างกำลังจะตาย กับการให้พักหายใจแบบพิสดาร

               “อ๊าาาาาา!!....อูยยย.. ซี๊ดดดดดด!!!!! ….......อ่าาาาาาา!!!!”

               นิ้วเรียวขยุมผมดกหนาไว้จนเต็มกำ ทุกจังหวะการไล้เลยดูดชิมยอดอกสีหวานที่ร่างสูงกระทำแทบจะฆ่าตนให้แดดิ้นลงไปตอนนี้ แต่แค่นั้นตะวันอาจจะรีบสรุปเร็วไปหน่อยว่าความทรมานอันแสนหวานมันเป็นอย่างนี้

               เพราะทันทีที่พจน์รู้สึกว่าช่องทางนุ่มปรับสภาพรับกับความใหญ่โตที่แทบแตกปริของตนได้แล้ว เพียงเสี้ยวนาทีหลังจากนั้นเสียงหวานก็ต้องหวีดลั่น เพราะแขนแข็งแรงได้สอดเข้ากอดเอวบางแล้วยกร่างที่นอนหงายขึ้นนั่งตัก

               สวบบบบ!!!!

               “อื๊อออออ!...”

               “ฮืมมม!...”

               ไอ้ที่เสียบคาไว้ครึ่งเดียวมิดด้ามก็คราวนี้

               ขาเรียวขาวสั่นระริก เพราะท่อนเอ็นร้อนที่แทรกคาผนังนุ่มมันลึกเหลือเกิน ลึกจนอึดอัด ลึกจนหายใจหายคอแทบไม่ทัน รู้สึกความเสียวเสียดมันถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงจนแทบทำตัวไม่ถูก

               กิริยาที่ร่างบางโหย่งตัวขืนเอาไว้ทั้งๆที่มือเรียวก็เกาะบ่าหนาไว้มั่นนั้นกลับไม่ได้รับความร่วมมือจากคนตัวสูงสักเท่าได อีกทั้งยังเพิ่มเติมความเสียวเสียดที่มีจนจุกอยู่แล้ว ด้วยการถอดท่อนเอ็นร้อนออกจากช่องทางแล้วเสยกลับเข้าที่เดิมแบบซ้ำๆอย่างอดใจไม่ไหว ราวกับว่าจะให้ใครคนไดขาดใจตายกันไปข้าง

               “อึ๊กก …..อ๊าาาาาา ….อ๊า.... แฮก!...! ...แฮก!.. แฮก! ... อื๊อออ!!...”

               “ฮืมมม!....ตะวัน!....ซี๊ดดดดดด …........อ่าาาาาา!!”

               “อ๊า... อ๊า.... อ๊า ...มัน ….อึกก! แฮก!.... ลึก!.....ลึก”

               น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นจับใจความได้แค่นั้น

               ร่างบางดิ้นเร่าในอ้อมแขนแกร่ง

               แก้มเนียนที่แดงก่ำจนบัดนี้มันได้ลามลงไปทั่วทั้งตัวบาง ร่างสูงเองก็ใช่ว่าจะต่าง ด้วยอารมณ์ที่งวดเข้ามาเรื่อยๆสองฝ่ามือหนาจึงกระชับเข้าที่ก้นงอนแล้วช่วยยกขึ้น แต่จู่ๆก็ดึงลงให้วงแหวนนุ่มครอบสวมลงบนความแข็งขึงด้านล่างเพื่อนำทาง

               พั๊บ! พั๊บ!ๆๆๆ

               “ฮืมมมมม!”

               “อ๊าาาาาา! ….อึกก! ….อ๊า... อ๊า!”

               จังหวะที่หน้าขาแกร่งเสยขึ้นนั้นได้พาบางอย่างที่ทั้งร้อนผ่าวแข็งโป๊กประดุจลูกครกสากเข้าหาช่องทางนุ่ม จนหน้าขากระทบก้นขาวๆดังต่อเนื่อง

               หน้าหวานเดี๋ยวก็แหงนหงายเดี๋ยวก็ซบลงไปบนบ่ากว้าง ปลายเล็บสั้นกุดทั้งจิกทั้งครูดทั้งถูไถไปมาดูสับสน ทำให้คนร่างสูงถึงกับซี๊ดปาก เพราะมันทั้งเจ็บทั้งเสียวระคนกัน เล่นเอาเกร็งไปทั้งตัวโดยเฉพาะตรงส่วนที่กำลังเชื่อมต่อกันอย่างแนบแน่นอยู่นั่น

               “ฮืมมมม!”

               ใบหน้าหล่อแดงก่ำเหยเก ต้นคอเกร็งจนเส้นเลือดนูนเด่นเห็นชัดพอๆกับท่อนเอ็นแข็งที่กำลังเสียบพรี๊ดแล้วถอดออก ทิ่มพรวดมิดด้ามแล้วถอนออกช้าๆจนเมื่อถึงปลายหยักแล้วทิ่มพรวดเข้าช่องทางนุ่มหยุ่นที่รับตัวตนแข็งขึงและร้อนผ่าวครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบไหม้

               “อ๊า!... อ๊า!... อ๊า ...อึกก! ….อื๊อออ …...อ๊า!”

               แขนเรียวเกาะเกี่ยวต้นคอหนา แล้วก็พบว่าเมื่อทำแบบนั้นปากกับปากก็อยู่ใกล้กันนิดเดียว ใกล้แค่ลมหายใจกั้น ให้ปากของทั้งสองประกบกันอย่างแนบแน่นโดยไม่ต้องขอ เสียงจุ๊บจั๊บของสองปากดังเคล้าคลอกับเสียงแจ๊ะๆของสองส่วนที่เชื่อมกันอย่างแนบแน่นด้านล่าง ต่างฝ่ายต่างดูดกลืนปลายลิ้นกันและกันไม่ให้น้อยหน้า และสิ่งที่ได้กลับมาคือความเสียวเสียดจนสะท้านไปทั้งกาย

               “อีก....ครับ จะ อึกก! ถึง.....อ่าาา”

               มือเรียวสอดเข้าช่องว่างระหว่างหน้าท้องทั้งสอง หมายจะลูบคลำลำเนื้ออ่อนของตนบ้างพราะตอนนี้ก็ใกล้ถึงอีกครั้งเต็มที

               หมับ!!

               ดูเหมือนการแกล้งของพจน์กำลังจะเริ่มต่อจากนี้

               ตะวันตาเหลือก เพราะข้อมือถูกยึดไว้มั่น และนอกจากจะไม่ได้สัมผัสลำเนื้ออ่อนของตัวเองอย่างที่ตั้งใจ เจ้าของเสียงหวานก็ต้องหวีดลั่นเมื่อจู่ๆตนก็ถูกจับให้พลิกหันหลังแบบที่ส่วนที่เชื่อมต่อไม่ได้หลุดออกจากกัน ความร้อนที่แข็งคาจึงหมุนคว้านอยู่ภายใน ทำเอาตะวันแทบถึงฝั่งฝันอีกครั้งทั้งๆที่ยังไม่ได้สัมผัสส่วนนั้นของตัวเองเลยสักนิดเดียว

               กวางเหลียวหลังช่างเป็นอะไรที่บอกใบ้ท่านี้ได้ดีจนไม่ต้องบรรยายให้มากความ

               แต่จะมีเพิ่มเติมก็ตรงที่คราวนี้มันช่วงจ้วงแทงได้ลึกสุดใจ

               มือหนาสองข้างกระชับเข้าที่ไหล่มนแล้วกดให้ก้มลง และพอหน้าก้มก้นงอนๆก็เด่นและถ่างกว้างแถมยังยั่วยวนด้วยการหันหน้าหวานๆมามองด้านหลังแล้วกัดปากฉับเหมือนกับจะห้ามเสียงตัวเองไว้ แต่ทำไมคราวนี้คนขี้แกล้งเริ่มเอะใจว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายโดนแกล้ง

               พั๊บ พั๊บๆๆๆ

               “ฮ่าาาา..... อ๊า..... อ๊า อูยยย อ่า ไม่ ….อ่า ..ไหว ...แล้ว”

               “ซี๊ดดดดด”

               “อีก...อ่า ...อีก ตรงนั้น อีก …..”

               “พี่บอกแล้วเหรอว่าให้ไปได้?”

               แก่นกายใหญ่ที่ชะงักค้างทำเอาลมหายใจสะดุด มือหนาละจากบ่าขาวแต่กลับสอดเข้ากอดเอวบางแล้วล็อกไว้มั่น จากนั้นพจน์ก็ซอยสะโพกถี่ยิบจนคนในอ้อมแขนสั่นไหวไปทุกจังหวะการจ้วงแทง

              ถ้าคิดว่าจะให้ถึงสวรรค์ท่านั้น ตะวันก็คิดผิดถนัด เพราะเพียงครู่เดียวพจน์ก็ดึงท่อนเอ็นร้อนของตัวเองออกดังป๊อก ปล่อยให้ร่างบางพังพาบก้นโด่งหมดแรงอยู่ท่านั้น

               ปลายลิ้นร้อนแลบเลียริมปากอย่างกระหาย

               คนหน้าหวานแทบไม่มีแรงเมื่อถูกพลิกให้กลับมานอนหงาย จากนั้นร่างหนาก็แทรกเข้าหาหว่างขาเรียว ดูดจ๊วบที่ปากบางอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วสอดตัวตนที่ยิ่งแข็งขึงไม่ยอมยุบยอมอ่อนเข้าช่องทาง จากนั้นพจน์ก็ยกคนตัวบางขึ้นนั่งตักอีกครั้ง

               ถ้าคิดว่าคราวนี้จะเหมือนเดิมละก็......

               ผิดถนัด

               เพราะทันทีที่ร่างบางทรงตัวได้ คนเจ้าเล่ห์ก็ทิ้งตัวเองลงนอนหงาย ปล่อยให้ตะวันตาเบิกค้างเมื่อรู้ได้ทันทีว่าตนกำลังนั่งทับอยู่บนความใหญ่โตที่ตุงจนเต็มช่องทาง รู้สึกได้ว่ามันเลยเข้ามาถึงท้องน้อย

               “อ๊าาาาาาา!!!!!!!”

               “ซี๊ดดดดด อ่าาาาาา อย่างนั้น แล้วทีนี้ก็ขยับ ขยับเลยคนดี”

               มือหนาสองข้างยึดเอวบางไว้แน่น ทั้งกลัวหล่น แต่เพื่อยึดคนตัวเล็กไว้ไม่ให้ไปไหนไกล ซ้ำยังเด้งหน้าขาแกร่งพาความแข็งขึงพุ่งขึ้นใส่ช่องทางนุ่มจึ๊กๆอย่างเรียกร้องอีกต่างหาก เรียกเลือดทั้งหมดในกายให้มาอออยู่ตรงหน้าหวาน จนปากบางกัดฉับอย่างขัดเขิน

                มือบางวาบทาบลอนท้องแข็ง ค่อยๆใช้เข่าดันตัวเองขึ้นแล้วทิ้งตัวลงนั่งช้าๆ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันใจใครบางคน เลยเร่งด้วยการเด้งท่อนเอ็นแข็งขึ้นใส่ช่องทางหวานที่คลอบอยู่ซะเอง

               “อึ่กกก! …..มัน!....ลึก!....ลึกไป!”

               “ซี๊ดดดด แรงอีกหน่อยคนดี …...อีกนิด …..แรงอีก!”

               ตะวันที่ปลดปล่อยไปก่อนอาจจะไม่เป็นไร แต่กับคนตัวโตที่กำลังนอนหงายรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตายเพราะวงแหวนนุ่มที่กำลังตอดรัดหนุบหนับและรับลำเนื้อแข็งเข้าไปทั้งอันช่างร้ายเดียงสาเสียนี่กระไร ฝ่ามือหนาจึงเร่งเร้าโดยการเอื้อมไขว่คว้าลำเนื้อบอบบางที่กำลังชูชันปลายแดงก่ำบ้าง ขยับมือร่นขึ้นลงบนความอ่อนนุ่มที่ช่างต่างกับของตนชนิดของเด็กกับผู้ใหญ่

               ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!ๆๆๆ

               ฝ่ามือร้อนปรนเปรอทั้งเนื้ออ่อนด้านหน้า ส่วนด้านล่างนุ่มๆก็ถูกท่อนเอ็นแข็งอัดแน่นจนเต็มช่องทาง พักเดียวเท่านั้นตะวันก็ทะท้านไปทั้งกาย หน้าหวานแหงนเริ่ด ปรือตาขึ้นมองฟ้า เห็นแสงระยิบระยับบนท้องนภาเหมือนกับว่าตนกำลังพุ่งขึ้นที่สูง และปลดปล่อยครั้งที่สองออกมาจนเต็มฝ่ามือหนาที่ยังไม่ยอมปล่อยมือไปจากท่อนเนื้อบอบบาง ช่องทางนุ่มบีบรัดสิ่งที่คาอยู่หนุบหนับและรุนแรง แถมยังนั่งทับจนกลืนกินเข้าไปทั้งอันแบบนั้นมีหรือว่าพจน์ที่อึดอยู่แล้วจะทนอยู่ได้นาน

               ฝ่ามือจึงละจากลำเนื้ออ่อนมายึดเอวบางไว้มั่นแล้วทำการเสยหน้าขาพาลำร้อนที่คลื่นความเสียวจ่ออยู่ที่ส่วนปลายเข้าใส่ช่องทางนุ่ม พั่บ พั่บ พั่บๆๆ

                แล้วขาแกร่งก็เกร็ง ก่อนจะกระตุกยึก ปลดปล่อยน้ำขุ่นที่คั้งค้างมาหลายเพลาเข้าหาช่องทางอย่างไม่มีกั๊ก

                ตาคมปรือขึ้นมองหมู่ดาวที่กำลังแพรวพราวระยิบระยับ แต่ไฉนเล่าจะสู้ดวงหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มของคนตรงหน้าไปได้ จึงผงกขึ้นดึงร่างบางลงมาบดจูบและเรียวปากนุ่มหวานก็เผยออ้าออกรับลิ้นร้อนชื้นอย่างง่ายดายและเต็มใจซะจนทั้งคนให้และคนรับพากันครางฮือในลำคอ

              จากนั้นพจน์ก็พลิกให้คนตัวบางนอนหงาย ขาแกร่งบดเบียดเข้าหาหว่างขานุ่มอย่างที่ยังไม่คลายความเสียวเสียดดี เรียกเสียงครางอื้ออึงอย่างเสียวซ่านในลำคอเพราะปากกับปากยังประกบดูดกันแน่น

               จุ๊บ!

               “อีกรอบนะ”

                เอ๋?!

               ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เสียงบอกที่กำลังกระซิบปร่าอยู่ข้างหูนี่หรอกที่ทำให้ตาที่ปรืออยู่เบิกโพลงขึ้นอย่างตกใจ แต่เป็นเพราะพอสิ้นเสียง 'อีกรอบนะ' ของเสียงทุ้ม ไอ้อันที่ยังค้างคากันอยู่ตอนนี้ก็มีปฏิกิริยาแทบจะเรียกได้ว่าทันทีทันไดเลยเชียว

                แต่ก่อนที่จะทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ส่วนที่อยู่ใกล้ปากกับจมูกก็ถูกโจมตีระรอกสอง และต่อให้ขอ แล้วตะวันปฏิเสธออกมา มีหรือว่าพจน์จะยอมฟัง ที่บอกก็แค่บอกให้เตรียมตัวหรอก ไม่ได้ถามเพื่อจะเอาคำตอบซะที่ไหน

                 แล้วเวลาอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นตอบรับหรือปฏิเสธตะวันก็แทบไม่มีสติที่จะตอบออกไป เพราะความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลของตนนั้นดูเหมือนมันจะลงไปกองอยู่ที่จุดๆเดียว

                จุดที่ตอนนี้กำลังร้อนผ่าวราวกับจะไหม้ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง

                มันร้อนขึ้นเรื่อยๆจากฝีมือของคนที่กำลังใช้สายตาจ้องมาอย่างโลมเลียมราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวยังไงอย่างงั้น

               ทั้งๆที่เมื่อกี้ก็กินไปแล้ว

                ฉ่าาา........

                 มือบางยกขึ้นถูแก้มตัวเองเมื่อรู้สึกถึงความร้อนผ่าวจนแทบไหม้บนนั้น แต่คืนนี้ยังอีกยาวไกลถ้าตะวันคิดว่ามันจะจบลงแค่นี้ละก็

                พจน์ไม่ได้บอกออกไป แต่ทำให้ดูเลยว่า

               กว่าที่ทั้งสองคนจะกลับขึ้นเรือ ก็กินเวลาเข้าไปตั้งดึกดื่นค่อนคืน

               พจน์ชะงักเมื่อเห็นน้องชายที่ยืนพิงประตูทางเข้าเลิกคิ้วแล้วมองอย่างรู้ทัน แล้วก็เห็นตาคมกริบของภีมมองเลยมาบนหลังตน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอ้น้องชายมันกำลังจะพูดอะไร

               “ไม่ต้องถาม”

               “ผมแค่คิด”

               “นั่นแหละ ไม่ต้องพูดออกมา”

                ภีมยักไหล่ มองตามหลังพี่ชายที่มีเลขาขี่อยู่บนหลังหายเข้าไปอีกห้อง อยากจะแซวอยู่หรอก แต่ดูจากสภาพแล้วอย่าได้ไปสะกิดต่อมอะไรเด็ดขาดเพราะเฮียแกดูเหมือนจะหวงคนนี้ยิ่งกว่าจงอางหวงไข่

                ร่างสูงของภีมเดินไปที่ห้องควบคุม ทำสัญญาณบอกให้คนขับออกเรือได้เพราะตอนนี้ผู้โดยสารขึ้นเรือครบทุกคนแล้ว เรือลำที่ชีวินเอาออกจากท่าไปก่อนก็คงจะใกล้ถึงฝั่ง แต่เรือลำนี้คงอีกหลายชั่วโมง

               ตอนนี้ขอนอนเอาแรงสักนิดดีกว่า และดูเหมือนว่าหมอนข้างมีชีวิตจะรับรู้ พลิกตัวขยับยุกยิก ซุกเข้าหาอกอุ่นแล้วหลับต่ออย่างไม่รู้เรื่อง เรียกยิ้มเอ็นดูทันทีโดยที่คนตัวสูงเองก็ไม่ทันสังเกตว่าตนไม่เคยมียิ้มแบบนี้ให้ใครมาก่อน

               สองพี่น้องที่กำลังคิดเหมือนกันและทำกิริยาแทบไม่ต่างกันนัก เสียแต่ว่าต่างฝ่ายต่างก็มองไม่เห็นอีกฝ่ายเพราะแยกกันนอนคนละห้อง

               เรือลำหรูค่อยๆเบนหัวออกจากท่า คงอีกนานกว่าจะได้กลับมาอีกครั้งหรืออาจจะไม่ได้กลับมาอีกเลยก็เป็นได้ และถ้ากลับมาครั้งหน้าพจน์คงจะนึกออกว่า ตนลืมหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่ตั้งใจจะหยิบติดมือกลับขึ้นเรือมาด้วยไว้ตรงริมหาดนั่นเอง

........................................................................................................................

อ่านถึงตอนนี้แล้วเหมือนจบเลยเน๊อะ!!

ย๊างงงง!!!

ไม่ใช่จบแล้วนะ!........เรื่องมันยังไม่จบแค่นี้น๊ะจ๊ะ!.......เพราะพอกลับขึ้นฝั่งเมื่อไหร่ สองพี่น้องก็จะได้รู้ซึ้งกับคำว่า 'งานหิน' เป็นยังไง

ฮึฮึฮึ!ๆๆๆ(หัวเราะเหมือนตัวโกงในละครหลังข่าว)

ความคิดเห็น