ฝากติชมผลงาน เพื่อการพัฒนาต่อไป หรือจะให้กำลังใจก็ได้นะคะ จุ้บ 😘

ชื่อตอน : บทที่ 7 (Nc)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2560 18:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 (Nc)
แบบอักษร

การเจริญสัมพันธไมตรี ส่งผลต่อแผ่นดิน หากปฏิเสธคำขอของทูตแค้วนใต้ ย่อมส่งผลกระทบเป็นแน่ ร่างสูงครุ่นคิดขณะนั้น

            “ได้ หลังงานเลี้ยงเลิก นางจะอยู่เป็นเพื่อนท่านเอง”

            “ฮ่าๆๆๆๆ” ทูตแคว้นใต้ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างพอใจ มือทั้งสองข้างตบลงบนหน้าตัก

            ฝ่าบาททรงกวักมือเรียกหวังกงกง ป้องหูกระซิบบอกถึงสิ่งที่ทูตแค้นใต้ต้องการ หวังกงกงแม้จะตื่นตกใจเล็กน้อย แต่ก็เก็บซ่อนมันไว้ แล้วมิดชิด เพราะรู้ดีว่าทุกการกระทำของตนย่อมส่งผลต่อฝ่าบาท ฮ่องเต้รับสั่งให้หวังกงกงทำตามที่บอกเสร็จก็ทรงหันหน้ามายิ้มให้ทูตแคว้นใต้

*****************************

          หลังงานเลี้ยงเลิก อี๋หลิน กำลังรีบเปลี่ยนชุดอยู่ในห้องแต่งตัว  หวังกงกงก็รีบวิ่งกุลีกุจอเข้ามาหาตัวนางทันที หลังได้รับข้อความจากหวังกงกงนางก็มีสีหน้าตกใจ หัวใจแทบหล่นวูบ เมื่อฝ่าบาททรงรับสั่งว่า ให้นางรำที่สวมชุดสีฟ้า เข้ารับใช้ทูตแคว้นใต้ บ้านเมืองเราขึ้นอยู่กับนางผู้นี้

            “ทรงรับสั่งว่าอย่างไรนะเพคะ!” เจี่ยวซือยกมือทาบอก ไม่คิดว่าฮ่องเต้จะทรงรับสั่งเช่นนี้ ทั้งๆที่น่าจะรู้ว่าใต้ผ้าปิดหน้า นั้นคืออี๋หลิน

            “ข้าว่ามีคนจะไปแทนข้าอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องกังวล”

            “แล้วคือใครเพคะ ที่จะงดงาม รูปร่างสัดส่วน เฉกเช่น พระสนม”

            “ม่านเทียนอย่างไรเล่า.....”

            อี๋หลินยิ้มบาง พร้อมกับม่านเทียนที่เดินเข้ามา แต่เจี่ยวซือกลับหน้าถอดสี หรือแผนการทั้งหมดตั้งแต่แรกจะเป็นของพระสนมผู้นี้!

            “ม่านเทียน เจ้ายินดีหรือไม่ ที่จะไปแทนข้า..”

            “เอ่อ.. ข้า.. “ ม่านเทียนเหลือบมองเจี่ยวซืออย่างขอความช่วยเหลือ แต่ก็ตัดสินใจตอบตกลงไป เพราะหากไม่ได้คนของพระสนมมาช่วยนางไว้ ก็ไม่รู้ว่านางจะเป็นอย่างไร

            “เจ้ารีบไปเปลี่ยนชุดนะม่านเทียน ข้าเชื่อว่าความงาม ความฉลาดและความกตัญญูของเจ้า จะช่วยหอโคมเคียวได้”

            “ขอบพระทัยพระสนมเพคะ” ม่านเทียนก้มหมอบที่พื้น คำนับขอบพระทัยพระสนมผู้นี้

            ม่านเทียนรีบอาบน้ำ เปลี่ยนผ้า แต่งแต้มใบหน้าของนางให้งดงามที่สุด เพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณทั้งสองของนาง พระสนม และ เจี่ยวซือ...

           

            “คนของข้าพบรถม้าที่กำลังออกจากวัง ดีที่ตามไปทัน ไม่เช่นนั้นเราอาจไม่ได้พบเจี่ยวซืออีก ข้ารู้ว่าแผนการของท่านคืออะไร เจียวซือ.... ตอนนี้เศรษฐกิจของแคว้นเราไม่ดีนัก หอนางโลมต่างๆก็ผุดขึ้นเป็นว่าเล่น เจ้าหวังจะให้เจี่ยวซือทำให้ฝ่าบาททรงสนพระทัย ตามที่เจ้าสอนข้า เวลาที่เหมาะสม บรรยากาศที่เหมาะสม จะทำให้สาวงามตราตรึงใจชายตลอดไป...” อี๋หลินกางใบพัดขึ้นมาพัดเบาๆ ขณะที่เจี่ยวซือยืนนิ่ง

“หากนางขึ้นเป็นพระสนม แล้วฝ่าบาททรงโปรดนาง นางอาจได้รับเงินทองมากมายจากฝ่าบาท แต่หากวันหนึ่งฝ่าบาททรงเบื่อนางแล้ว เจ้าก็ยังมีแผนการที่ชาญฉลาด เมื่อเหล่าสาวงามทั่วแคว้น รู้ว่าคณิกาหอเจ้าได้เป็นถึงสนมในวังหลวง ก็จะแห่เหเข้ามาทำงานที่หอโคมเขียว บุรุษมากมายก็จะทำเงินเจ้าพอที่จะปลดหนี้ทั้งหมด แต่นางกลับถูกลักพาตัวไปก่อน ทั้งนี้ถือว่าข้าตอบแทนเจ้า ช่วยม่านเทียน แคว้นทางใต้เองก็ร่ำรวยมิใช่น้อย ที่เหลือก็สุดแท้แล้วแต่ความสามารถม่านเทียน”

“ขอบพระทัย พระสนมเพคะ” เจี่ยวซือคำนับ นับว่าพระสนมผู้นี้เป็นคนดี หากเป็นเช่นนี้นางก็ขอร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพระสนมด้วยใจจริง

***************************

อี๋หลินแช่น้ำอุ่นในถังไม้ ดอกไม้นานาพรรณ สีสันสวยงามลอยอยู่ผืนน้ำ มือเรียว เล่นล้อไปมากับกลีบดอกอย่างสนุกสนาน กลิ่นหอมของน้ำยาสีชาเคลิบเคลิ้มเย้ายวน นางเองที่เป็นสตรียังชื่นชอบกลิ่นหอมของมัน แล้วบุรุษองอาจอย่างฝ่าบาท จะชื่นชอบกลิ่นหอบที่ติดตัวนางหรือไม่

“อ๊ะ!” ไป๋อี๋หลินตกใจ เมื่อมือหนาของใครบางคนแตะลงบนแผ่นหลังของนาง เมื่อหันไปมองก็ยิ่งตกใจกว่าเก่า เมื่อฮ่องเต้ทรงยืนอยู่ข้างหลังและไร้ซึ่งอาภรณ์ใดๆ

ร่างกายกำยำของบุรุษร่างสูงแบนชิดกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของหญิงสาว ใบหน้าหล่อเหล่า คลอเคลียอยู่ตรงซอกคอระหงส์ขาวผ่อง

“อาบน้ำให้ข้าที” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างกระเส่า

ฮ่องเต้ก้าวเท้าลงอาบน้ำ แผงอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมัดงามเสียดสีอยู่ที่แผ่นหลัง ก้นงอนงามของอี๋หลินนั่งทับบนเนินตักฝ่าบาท แม้จะรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่แข็งประดุจแท่งหยก แต่อี๋หลินก็หาได้เกรงกลัวความใหญ่ของมัน

“ฝ่าบาทควรถูหลังให้หม่อมฉันมากกว่า” น้ำเสียงเง้างอนเอื้อนเอ่ย

“เจ้าโกรธข้ารึ” มือหนาลูบไล้แผ่นหลังมากกว่าการถู จนอี๋หลินขนลุกซู่ยามที่ฝ่าบาทลากนิ้วมือไปมา

“ฝ่าบาททรงบอกว่าจะมาหาหม่อมฉัน แต่กลับคิดยกหม่อมฉันให้ท่านทูต”

“ข้าบอกว่า นางรำที่สวมชุดสีฟ้า เจ้าเองก็คงไม่ไปหรอก เพราะเจ้ารู้หน้าที่คืนนี้ของเจ้าดี” พูดจบปากหนาก็ขบลงซอกคอ อี๋หลินเสียวสะท้านทั่งร่างกาย

ฮ่องเต้ทรงทราบดี ว่าการที่อี๋หลินปรากฏกายให้ตนเองเห็นนางย่อมมีแผนการบางอย่าง หากไม่ต้องการช่วยพ่อของตนเอง นางก็คงจะอยู่เงียบๆในวังหลังเช่นเคย เขาเองก็ต้องการช่วยขุนนางไป๋ แต่เพราะหลักฐานมันแน่ชัด เขาจึงได้แค่สั่งให้จำคุกตลอดชีวิตแทนการประหารเจ็ดชั่วโคตร

“อื้อ....” อี๋หลินส่งเสียงคราง เมื่อมือหนา เอื้อมมากอบกุมปทุมถัน นิ้วชี้และนิ้วกลางบดบี้เม็ดบัวอย่างคลั่งไคล้

เอวบางเผลอบิดเร่าอย่างลืมตัว ก้นงอนงามส่ายไปมาจนทำให้แท่งหยกเต้นตุบๆจวนจะระเบิด มือหนาจับร่างบางพลิกให้หันหน้าเข้าหา เพื่อมองใบหน้าแดงระเรื่อของอี๋หลิน ปากหนาประกบจูบอย่างเร้าร้อน และเนิบนาบ จนอี๋หลินเคลิบเคลิ้ม ไม่คิดว่าสัมผัสจูบของพระองค์จะมอบความสุขให้นางถึงเพียงนี้

ลิ้นเล็กพยายามแทรกเข้าโพรงปากอุ่น ความเดียงสาแต่เร่าร้อนของนาง ทำให้ฝ่าบาทต้องรุกเร้านางอีกครั้งด้วยลิ้นหนาชุ่ม

“อื้อ...” อี๋หลินส่งเสียงท้วงเล็กน้อยในลำคอ อย่างเสียดาย หลังจากฝ่าบาทถอนจูบออก

            ปากหนาพรมจูบทั่วลำคอ มือสองข้างขย้ำก้นงอนงาม กลีบสวาทเบียดสีหยกร้อนไปมาราวกับต้องการกลืนกินมันเต็มที่ ฮ่องเต้ทรงใช้ลิ้นหนาลากผ่านคอลงมายังยอดเม็ดบัว อ้าอมเม็ดบัวไว้ พร้มใช้ลิ้นดุนดันจนแข็งเป็นไต

            “อ่าห์....ฝ่าบาท” มือบางจิกผมหนาแน่น แอ่นเอวด้วยความเกร็ง จนสวนนั้นยิ่งเบียดสี เมื่ออกสาวถูกครอบครอง ความเสียวสะท้านปนทรมาณก็ยิ่งกว่าฤทธ์ยาหมอเทวดา

            “ตัวข้าร้อนเป็นไฟ ก็เพราะเจ้า เจ้าย่อมรู้ดีว่าทำอย่างไรเจ้าจะเจ็บปวดน้อยที่สุด” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยบอกความต้องการและความเป็นห่วง

            อี๋หลินนึกถึงตำรากามสูตร เมื่อเยื่อพรมจรรย์ขาด นางจะเจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว มีแต่ความทรมาณ หากอยากให้สุขสมตั้งแต่ครั้งแรกนางก็ควรทำตามตำรา

            สะโพกกลมกลึงยกลอยขึ้น แล้วค่อยๆกดลงเหนือแท่งหยกร้อน อย่างช้าๆ ความปวดแปลบแล่นเข้ามาจนอยากจะถอนออก แต่มือหนากับกดรั้งสะโพกนางไว้ จนมันเข้าไปจนสุด อี๋หลินกอดคอฝ่าบาทแน่น ใบหน้าร้อนผ่าวแนบอกกว้าง

            มือหนาเลื่อนมือมาโอบกอดนางอย่างปลอบปะโลมซักพัก ก่อนจะเริ่มขยับเอวไปมา

            “อูย....อ่าห์....” เสียงครางกระเส่าเปล่งออกมาจากปากสวย นั่นแปลว่านางพร้อมแล้ว

            เอวหนาเริ่มยกขึ้น ยกลงไปมา จนเสียวสะท้านแก่นกาย ปากหนาเริ่มพรมจูบร่างบางอีกครั้ง อย่างกระหาย

            เมี่อช่องทางรักปรับตัวได้ ความเจ็บปวดเมื่อช่วงแรกพลันหายไปทันที อี๋หลินเริ่มส่ายเอวไปมา บดเร้าแก่นกายใหญ่ ยิ่งนางขยับเอวยกขึ้นลงเท่าไหร่ ความสุขสมก็มากขึ้นเท่านั้น น้ำรอบๆตัวกระเพื่อมเป็นวงใหญ่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระเซ็นออกนอกถังไม้

            “อี๋หลิน ข้าอยากชมความงามของเจ้าให้มากกว่านี้” เสียงทุ้มวิงวอนขอนางต่อ หลังจากที่พานางและตัวเองไปถึงสวรรค์แล้ว

            “เอ่อ ฝ่าบาท...”

            “ข้าจะพาเจ้าไปยลสวรรค์อีก ข้ารับรอง เจ้าจะไม่เอ่ยขอให้ข้าหยุดเลย..” ปากหนายิ้มร้าย ก่อนจะอุ้มนางไปบนเตียง....

            แผ่นหลังเปื่อยเปล่านอนราบไปบนผ้าไหม ขาเรียวยางสองข้างอ้าออก อย่างอดทนรอไม่ได้ ปลายนิ้วฝ่าบาทเขี่ยยอดเกสรสวาทไปมา จนร่างบางบิดเร่า ครางกระเส่า

            “อื้อ ฝ่าบาท หม่อมฉัน..จะทนไม่ไหวแล้วเพคะ”

            “ข้าจะขอชิมได้หรือไม่” ไม่ทันให้อีกฝ่ายตอนรับ จมูกโด่งก็ก้มลงไปสูดดมตรงนั้น ปลายลิ้นแลบออกมาตวัดเลียน้ำหวาน ชิมรสชาติหวานหอมของอี๋หลิน ลิ้นร้อนห่อลิ้นแข็งสอดเข้าออก ในโพรงสวรรค์ อี๋หลินเสียวสะท้านทั่วร่างแทบทนไม่ไหว เอวบางยกลอยขึ้นมาเพื่อหลีกหนีความสุขสมที่เอ่อล้นจนรับไม่ไหว

            “ฝ่าบาท... ได้โปรด... อย่าทรงทรมาณหม่อมฉันอีกเลย...” น้ำเสียงเว้าวอนของอี๋หลิน ทำให้ฝ่าบาทเลิกกลั่นแกล้งลงโทษสาวงาม แล้วกดเอวหนาลงไปทันที

            “กรี๊ดดดดด...” เสียงกรีดร้อง ปนเสียคราง ดังระงมไปทั่วห้อง ยามฝ่าบาทขยับยกเอว ใบหน้าหวานเหยเก ปากบางสวยซูดปากร้อง

            “คืนนี้ข้าจะอยู่กับเจ้าทั้งคืน อี๋หลิน...”

            มีแต่งเพียงรอยยิ้มบางๆของอี๋หลินเท่านั้น ที่ตอบรับฝ่าบาท ว่านางเองก็จะอยู่กับฝ่าบาทจนรุ่งสาง...

*******************************

ช่วงนี้ติดฝึกงานต้องทำการบ้านเยอะมากๆ จะพยายามอัพนิยายนะคะ ^^"

ความคิดเห็น