ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่​ 3 นางต้องการเสด็จพ่อ NC

ชื่อตอน : บทที่​ 3 นางต้องการเสด็จพ่อ NC

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 26k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2561 20:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่​ 3 นางต้องการเสด็จพ่อ NC
แบบอักษร

image

บทที่ 3 นางต้องการเสด็จพ่อ

image


ร่างบางของเทพธิดาลืมตาขึ้นอย่างมึนงง ร่างกายของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวไปทั่ว

“เกิดเหตุอันใดขึ้น” สิ่งแรกที่นางนึกขึ้นได้ แต่ด้วยความเจ็บปวดทางร่างกายยังอยู่ ทำให้ความคิดของนางยังสับสนไม่เข้าที

ไม่นานนักแล้วเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในสามราตรีต่างก็ผุดขึ้นมามาอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างราวกับความฝันอันโหดร้าย ที่ทำร้ายนางให้เหมือนตายทั้งเป็น ทุกอย่างโหดร้ายเกินกว่านางจะรับได้

“ข้าเป็นอันใดไป เหตุใดยินยอมเจ้าปีศาจนั้นได้อย่างไร” ใบหน้าซีดเผือก สมองของเทพธิดาสาวโฉมงามครุ่นคิดไปด้วยความสับสน เกิดอันใดขึ้น

เรื่องราวทุกอย่างตีกันวุ่นวายไปเสียหมด กว่านางจะต้นชนปลายถูก

หยาดน้ำตาคลอเคลียอยู่บนดวงตาที่มักทอประกายอยู่เสมอปรากฏ ก่อนที่จะไหลรินเนื่องจากความเจ็บปวดทางใจ

เหตุใดเรื่องเช่นนี้ต้องเกิดกับนาง ทำไมต้องเป็นนาง หมดสิ้นแล้ว...

แม้ร่างกายของเทพธิดาสาวจะฟื้นจากการประกอบพิธีบุปผาสีชาดแล้วแต่ยังมิสมบูรณ์เท่าที่ควร และด้วยร่างกายที่บอบช้ำหนักจากการใช้งานอย่างหนักหน่วงตลอดสามราตรีไม่หยุดพัก ทำให้เวทมนตร์ยังไม่ฟื้นคืนมา

สองแขนเรียวเล็กคอยโอบกอดร่างกายตัวเองที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยช้ำจากการกระทำของสามราตรีที่ผ่านมา ร่างกายไร้เรี่ยวแรง นางมิอาจขยับไปไหนได้ ได้แต่ปล่อยให้ร่างกายของนางเปล่าเปลือยไปก่อน

ในช่วงบ่ายของวันนั้น ปรากฏร่างสูงศักดิ์ของเทพผู้ปกครองสวรรค์อย่างฮ่องเต้เจินหมิง เดินเข้ามาในเรือนแก้วเพื่อมาเยี่ยมพระราชบุตรีบุญธรรมของตนเอง อย่างองค์หญิงจางหลิน ทันทีผลักประตูเข้ามาเพลิงโทสะพวยพุ่งปรากฏออกมา

เมื่อพบพระราชบุตรีบุญธรรมอยู่ในสภาพร่างกายที่เปลือยเปล่า นอนร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวดกายและใจ มีรอยช้ำเป็นจ้ำๆ อาภรณ์สีหวานตกอยู่ที่พื้นข้างเตียง ใบหน้างามที่บัดนี้เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ผมเผ้ายุ่งเหยิง แทบไม่เหลือสภาพโฉมงามที่ทวยเทพต่างรุมยื้อแย่งกัน

เจินหมิงรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง  สองมือรวบหญิงสาวเข้ากอดแนบอกด้วยความเป็นห่วง

“หลินเอ๋อร์ มันผู้ใดทำเจ้าเช่นนี้” น้ำเสียงอ่อนโยนกล่าวกับหญิงสาวในอ้อมกอดถึงแม้โทสะภายในใจยากที่จะระงับได้ มือหนาสัมผัสเรือนผมงามที่ยุ่งเหยิงลูบไล้อย่างปลอบใจ

“เสด็จพ่อ” กล่าวได้เพียงเท่านั้น ใบหน้าของนางเศร้าหมองลงยิ่งกว่าเดิม น้ำตาหลั่งไหลไม่มีหยุด เจินหมิงรีบโอบกอดปลอบโยนเทพธิดาสาวผู้ถูกย่ำยีด้วยความห่วงใย

เมื่อสายตาสบกับนิ้วเรียวของบุตรสาว พบว่านิ้วของนางปรากฏเล็บเป็นสีม่วงแดงปลายดำ

“ม่วงแดงเช่นนี้ นารีวฆาต แสดงว่าร่างกายของนางได้ถูกใช้ในการถอนพิษนารีวฆาต”

เดิมทีเจินหมิงผู้ปกครองสวรรค์ หากได้ใส่ใจเรื่องอันใดนอกเหนือจากเรื่องการปกครองบ้านเมือง แต่สิ่งที่เขาโปรดปรานมากที่สุด คงหนี้ไม่พ้นเรื่องของยาพิษ

แม้มันถือว่าจะไม่เข้ากับบุคลิกของเขา แต่เรื่องของยาพิษในความคิดของเขา ถือว่าไม่ควรมองข้ามมัน เจินหมิงถือเป็นผู้รอบรู้ในเรื่องพิษหลากหลายชนิดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นของเผ่าหรือดินแดนใดก็ตาม

พิษนารีวฆาต เป็นพิษร้ายแรงในการถอนพิษนั้นจะต้องถอดพิษด้วยโอสถในขั้นตอนแรก ต่อจากนั้นต้องถอดพิษจากนารีในขั้นตอนที่สอง

ผู้ถูกพิษเมื่อถอนพิษด้วยโอสถมาสามราตรี  ในวันถัดมาจะเกิดความกำหนัด ต้องใช้นารีหรือหญิงสาวในการถอนพิษหาก ถึงแม้สุดท้ายผู้ถูกพิษจะไม่อยากเพียงใด

แต่พิษในร่างกายย่อมมีอิทธิพลเหนือจิตสำนึกใดทั้งนั้น อีกทั้งนารีผู้ที่ถูกใช้ในการถอดพิษ จะได้รับพิษมา ร่างกายของนารีผู้นั้นจะเกิดความกำหนัด ไม่ต่างจากผู้ถูกพิษและอีกทั้งจำเป็นต้องได้รับการถอดพิษจากบุรุษผู้อื่นอีกด้วย

โดยการมีสัมพันธ์กัน จึงทำให้พิษจะสลายไป หากไม่ทำการถอดถอนภายในสามราตรี จะต้องสิ้นอายุขัย ระหว่างนั้นดวงจิตวิญญาณและร่างกายจะไร้เรี่ยวแรง ปวดราวไปตามร่างกายร่างคล้ายโดนแผดเผา อยู่มิสู้ตาย นำไปสู่การสิ้นสลายของดวงจิตในที่สุด

“หลินเอ๋อร์เจ้า ใครมันบังอาจใช้เจ้าเป็นนารีแก้พิษ ผู้ใดกัน” จางหลินมิอาจเอ่ยสิ่งใดออกไป ทำได้เพียงแค่ปล่อยหยาดน้ำตาให้ไหลรินไปแม้แต่นามของปีศาจอกตัญญูตนนั้นนางก็มิทราบ ได้แต่ร้องไห้ซบอกเจินหมิงอย่างเงียบๆ

เจินหมิงเห็นนางไม่ตอบก็มิอาจคาดคั้นต่อ เกรงนางจะใจสลายไปมากกว่านี้ สิ่งที่สำคัญ ณ ตอนนี้คือการถอดพิษนารีวฆาตของคนในอ้อมอก

“หลินเอ๋อร์เจ้าต้องถอนพิษก่อน”

“ถอนพิษ” ดวงตาแดงก่ำจาการร้องไห้อย่างหนักมองหน้าเจินหมิงด้วงความงงงวย นางทราบแค่ว่าเจ้าปีศาจอกตัญญูนั้นโดยพิษ แต่คาดมิถึงว่าพิษนั้นจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของนางด้วย แล้วยาพิษนั้นเป็นชนิดไหมกัน ต้องแก้ด้วยวิธีใด

“เจ้าโดนพิษนารีวฆาต หากไม่รีบรักษา ก็มิอาจรักษาชีวิตไว้ด้วยเช่นกัน พ่อจะช่วยเจ้ารักษาเอง เกรงว่าหากช้ากว่านี้เจ้าก็มิอาจรักษาชีวิตไว้ได้”

ร่างบางอยู่ๆก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา ความรู้สึกบางอย่างปรากฏชัดขึ้น คล้ายกลับความรู้สึกตลอดสามราตรีที่ผ่านมา อยากอยู่ใกล้ อยากสัมผัส หอมเหลือเกินร่างกายบุรุษอย่างเช่นเสด็จพ่อ  

มือเล็กเรียวเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข สัมผัสไปทั้งร่ายกายผู้สูงศักดิ์ ดวงตาแปรเปลี่ยนจากความช้ำใจ แปรเปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาที่ร้อนแรงเกินจะหักห้ามมันได้  

นางรู้เพียงว่านางต้องการเขา เสด็จพ่อของนาง!!!

image

อ่างน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้องนอน ควันไอน้ำพวยพุ่ง บ่งบอกถึงอุณหภูมิของน้ำ มีร่างขององค์เทพผู้ปกครองสรรค์และเทพธิดาผู้มีศักดิ์เป็นองค์หญิงต่างนั่งอยู่ในนั้นด้วยท่วงท่าที่ต่างซบพิงกัน

เจินหมิงหวังช่วยน้ำอุ่นบรรเทาความเจ็บปวดแก่เทพธิดาสาว พร้อมทั้งปล่อยพลังเวทบำบัดไปด้วย เวทมนตร์และร่างกายของนางเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย

ร่างกายของนางได้รับรักษา แต่นางหาใดสนใจไม่ นางสนเพียงบุรุษที่นางพิงซบอยู่

แต่ความรับชอบชั่วดีคล้ายกลับมาเล็กน้อยร่างบางรู้สึกกระดากอาย หมายจะขยับร่างกายออกห่างจากบุรุษที่ถือว่าเป็นบิดาบุตรธรรม

แต่แรงของนางคล้ายกำลังหมดลง ไม่สามารถเคลื่อนไหวขยับออกได้ ร่างของนางคล้ายจะไม่สามารถทรงตัวให้นั่งได้ สองมือแกร่งของเจินหมิงต้องคอยพยุงนางไว้แนบอก

“เสด็จพ่อ ลูกอาบน้ำเองได้เพคะ” ร่างกายที่ไม่มีแรงอย่างไร แต่จิตสำนึกยังคงอยู่ แม้รู้ว่าในไม่ช้าร่างกายถูกถอดพิษด้วยวิธีใด จากโดยบุคคลที่เป็นพระบิดาบุตรธรรม แต่นางยังคงเหลือความกระดากอายอยู่

“หลินเอ๋อร์เจ้าไร้เรี่ยวแรงขนาดนี้ ให้พ่อทำให้เจ้าเถอะ” แผ่นหลังอันเปล่าเปลือยที่บอบช้ำไปทั่วของจางหลินพิงซบกับอกที่ยังคงสวมอาภรณ์สีขาวตัวบางของเจินหมิงแม้ตอนนี้อาภรณ์สีขาวจะเปียกแนบกายไปตามที

เจินหมิงดันนางออกให้หันหน้าเข้าหาตน คอยใช้มือหนาทำความสะอาดร่างกายของพระราชบุตรีบุญธรรมที่ขาวผ่องประกายหยกขาวไปทั้งตัว

มือหนาลูบไล้สัมผัสไปทั่ว ลากผ่านปทุมคู่งาม ผิวนวลบางส่วนเกิดรอยช้ำสีน้ำตาล สีแดง จากการกระทำของใครเขาเองต้องรู้ให้ได้ มันผู้ใดทำร้ายนางต้องได้รับผลจากการกระทำ

ความร้อนรุ่มที่วงเวียนไปทั่วร่างกายก็ยากที่จะปฏิเสธความช่วยเหลือนี้กลับมาอีกแล้ว ความปรารถนาของนางกลับมาแล้ว

ร่างบางขยับเข้าหาองค์เทพผู้ปกครองสวรรค์ ความร้อนรุ่มของร่างกายพุ่งร้อนถึงขีดสุดแทบจะกระโจนเข้าหาร่างสูงศักดิ์ด้านหน้า แต่มือใหญ่จับร่างของเทพธิดาสาวไว้มั่น

“หลินเอ๋อร์ใจเย็นๆ เจ้าจะบาดเจ็บได้” สายตามองไปด้วยความห่วงใยผสมกับแรงปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้ในส่วนลึกของจิตใจ คาดว่านอกเหนือจากพิษนารีวฆาตก็คงเป็นพิษเสน่หาของเจินหมิงที่มีต่อจางหลินนั้นเอง

มือไม้คล้ายกับมีเรี่ยวแรง สัมผัสลูบไล้แผ่วเบาไปตามโครงหน้าอันหล่อเหลาของเจินหมิงอย่างเย้ายวน ดวงตาเปล่งแรงปรารถนาอันแรงกล้า

ลิ้นน้อยเลียบนริมฝีปากบางที่แดงระเรื่อของตัวเองอย่างหิวกระหาย ก่อนจะย้ายไปสัมผัสใบหน้าอันหล่อเหล่า ร่างกายขององค์เทพเกร็งด้วยความเสียว สัมผัสวาบหวิวเช่นนี้ ใครเล่าจะกล้าหาญต่อต้านมันได้

image

เทพธิดาสาวเคลื่อนใบหน้างามเข้าใกล้ริมฝีปากของเทพผู้ปกครองสวรรค์ ริมฝีปากทั้งสองปรับเข้าหากันบดเบียดเข้าหากัน เรียวลิ้นของทั้งสองเคลื่อนหากันเกี่ยวกระหวัดไปมา คอยเก็บเกี่ยวความหอมหวานซึ่งกันและกันไปมา ริมฝีปากดูดดึงลิ้นเรียวเล็กอย่างโหยหา

เทพธิดาสาวใช้สองมือปลดเสื้อผ้าสีขาวบางของคนตรงหน้าลง ร่างกายที่เต็มไปด้วยหมัดกล้ามปรากฏออกมา

นางขยับขึ้นนั่งบนตักของเทพปกครองใช้จุดอ่อนไหวของนางสัมผัสแนบกับหน้าท้องของเขาที่เต็มไปด้วยกล้าม ขยี้มันเบาๆราวเชิญชวนเขาให้ได้รับรู้ความต้องการของนาง

ขาเรียวเล็กกระหวัดเข้าหาเขา ปทุมคู่สวยอันอวบอิ่มนุ่มนิ่มของนางแนบชิดกับแผ่นอกแกร่งหนาแน่นของเขา เรียวลิ้นของนางคล้ายราวถูกกลืนกินโดยเขา

ตอนนี้ร่างกายนางต้องการเขา เขาผู้เป็นพระบิดาบุญธรรมของนาง

ริมฝีปากทั้งสองผละออกจากัน สายตาของพวกเขาจ้องมองแสดงความต้องการอย่างเด่นชัด ริมฝีปากของเจิมหมิงพรมจุมพิตไปยังทั่วใบหน้างาม

มือแกร่งทั้งสองขย้ำบนก้อนเนื้อขาวนวลที่อวบอิ่มของนาง ปลายนิ้วสะกิดผ่านยอดปทุมตั้งชั่น ร่างของเทพธิดาสาวสะดุ้งด้วยความเสียววาบไปทั้งเนื้อทั้งตัว

“อ่า...” เสียงหวานครวญครางด้วยความเสียว จับใบหน้าหล่อเหลาของเขามาอยู่ในระดับหน้าอกของตน เจินหมิงไม่รอช้า ริมฝีปากครอบครองยอดปทุม ทั้งดูด ทั้งกัด ความนุ่มหยุ่น ความหอมหวานของนาง กลิ่นกายของนางเหมือนดอกไม้ในฤดูเหมันต์อย่างเช่นบุปผาชาดไม่มีผิด ช่างหอมเย้ายวน รู้สึกดีเมื่ออยู่ใกล้ ยิ่งเสียงหวานครางได้อารมณ์อย่างยิ่ง

ยิ่งกระตุ้นความแข็งแกรงของเขาที่เพียงเห็นนางก็ลุกตั้งยิ่งขึ้นอีก

เทพธิดาสาวรู้สึกเหมือนจุดอ่อนไหวของนางคล้ายมีชีพจรเต้นตึกตัก รู้สึกทรมานเหลือเกิน นางแนบชิดมันเข้าหาหน้าท้องแกร่งเข้าไปอีก ขยับเอวอยากช้าๆ จุดอ่อนไหวที่สุดในร่ายกายของนางเพียงแค่ได้สัมผัสหน้าท้องของเขา เหมือนมีน้ำบางอย่างไหลออกมาจากตรงนั้นของนาง

สัมผัสเช่นนี้นางรู้สึกดีหากแต่คล้ายต้องการมากขึ้นไปอีก

“เสด็จพ่อเพคะ หลินเอ๋อร์ อยากให้ท่านช่วยหลินเอ๋อร์เหลือเกิน”

ร่างสูงใหญ่ของเจินหมิน ที่ตอนนี้ความเป็นตัวตนของเขาที่เดิมเพียงเห็นร่างกายนางก็ทรมานรวดราวด้วยความเจ็บปวด นางงดงามเหลือเกิน แม้นางจะบอบช้ำ ความแข็งขึงตั้งตระหง่าน ก่อนช้อนสะโพกขาวขึ้น สอดรับเข้ากับตัวตนของเขาอย่างช้าๆ

“อ่า...” เสียงครางพึงพอใจของทั้งสองดังขึ้น เทพธิดาซบอกแกร่งของเทพตรงหน้า ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความรัญจวน เจินหมิงแช่ตัวตนของเขาไว้ภายในอันชุ่มชื่นของหญิงสาวปล่อยให้ร่ายกายของนางได้ปรับตัว ก่อนจะช้อนสะโพกสวยขึ้นลงอย่างอ่อนโยน เสียงสะโพกกระทบกับผิวน้ำดังขึ้นลั่น น้ำในอ่างกระจัดกระกระจายกระเด็นออกไปทั่ว

เมื่อหญิงสาวขยับสะโพกของตัวเองขึ้นลงอย่างรวดเร็ว โดยมีเขาคอยควบคุมจังหวะให้นาง สองมือสวยเกาะบ่าของเจินหมิงไว้คอยพยุงตนเอง

ปทุมคู่งดงามแอ่นเข้าหายังชายตรงหน้า ใบหน้าสวยหลับตาพริ้ม ปากบางครวญครางไม่หยุด ความรวดเร็วเพิ่มขึ้นตามแรงอารมณ์ จนในที่สุดความรู้สึกราวร่างของนางคล้ายลอยอยู่ในอากาศแผ่วเบา

“อ่า...อืม...” ร่างของนางสั่นสะท้านอย่างแรงคล้ายปลดปล่อยบางอย่างในตัวเองออก แรงอัดของน้ำบางอย่างพุ่งเข้าสู่ตัวนางร้อนวูบไปทั้งตัว

ร่างบางพิงอกแกร่งอย่างเหนื่อยล้า สายตาจ้องมือไปยังน้ำที่กระเด็นออกจากอ่าง ร่างกายของนางและเขายังคงเชื่อมกัน ความแข็งแกร่งของเขาไม่ได้ลดขนาดลงเลย อารมณ์บางอย่างที่ดับลง กำลังประทุอีกครา

เจินหมิงยกร่างของเทพธิดาสาวลงจากตัก ความอ่อนนุ่มเมื่อถูกพลัดพรากจากความแข็งขึง หญิงสาวอดที่จะครางออกมาไม่ได้ มือหนาจับนางพิงกับขอบอ่างก่อนจับสะโพกกลมกลึงของนางยกขึ้นเข้าหาตัว

บริเวณนั้นของนางถูกชำระล้างโดยน้ำ แต่ยังมีบางส่วนที่ไหลออกมาจากตรงนั้น ร่างของนางถูกยกขึ้นมา เขาสอดแทรกตัวตนเข้าไปหาขาข้างหนึ่งของนาง เขาจับไว้หมั่น

ส่วนอีกข้างหนึ่งนางทรงตัวด้วยตัวเอง มือทั้งสองจับขอบอ่างไว้ เจินหมิงใช้สะโพกหนาขยับอัดตัวตนของเขาแทรกผ่านเทพธิดาสาวเข้าออกอย่างล่ำลึก

“เสด็จพ่อ แรงอีกเพคะ หม่อมฉันต้องการมากกว่านี้” แรงส่งสะโพกอัดเข้าไปอย่างเร้าร้อน ลึกซึ้ง รุนแรง แรงขึ้น เร็วขึ้น ความแข็งแรงรวดเร็วจากแรงส่งของเขาแรงจนหญิงสาวแทบพยุงตัวเองไว้ไม่อยู่

“หลินเอ๋อร์ หลินเอ๋อร์ของลูกพ่อ เจ้าอยากได้มากกว่านี้หรือไม่” แรงที่ถาโถมอัดเข้ามาช่างถูกใจนางยิ่ง แต่นางยัง...

image

“มากกว่าเพคะ อ่ะๆ “ แม้ร่างกายจะส่วนความต้องการแทบพยุงตัวไม่อยู่ จนเจินหมิงต้องช่วยพยุงตัวนาง จนในสุด

“อ่า... ” ร่างบางยังคงขยับตามแรงเคลื่อนไหวอยู่ ไม่นานน้ำขาวขุ่นก็ถูกฉีดพ่นออกมา ถอดถอนตัวตนของตัวเองออกมา พยุงนางขึ้นกอดแนบอก สองมือของนางกอดรัดเขาแนบแน่นไม่แพ้กัน

ใบหน้าสวยเงยหน้าสบตา แรงปรารถนาของนางแม้ปลดปล่อยไปหายครั้งแล้ว ก็ยังคงไม่หมด

ริมฝีปากบางแดงระเรื่อสัมผัสจุมพิตแผ่วเบาบนหน้าอกแกร่ง คอยเติมเชื้อไฟแห่งความปรารถนาให้เขาเช่นกัน

เจินหมิงช้อนร่างของหญิงสาวขึ้นมา เดินตรงไปยังเตียงของร่างบางที่เขาโอบอุ้มอยู่ ก่อนจะวางนางลง สองมือเรียวโอบคอของเทพผู้ปกครองสวรรค์ตามลงมา

ร่างของเจินหมิงโน้มลงเขาหาเทพธิดาสาวที่โฉมงามกว่าใคร จุมพิตร้อนแรงเริ่มอีกคราว ความแข็งขึงถูกสอดเข้าไปครั้งแล้วครั้งเล่า

ทั้งสองต่างช่วยปลดปล่อยความต้องการที่มีอย่างมิหยุดยั้งได้

นานเท่าไรทั้งสองก็ไม่อาจรู้ได้ มิได้ใส่ใจมัน

ต่างใส่ใจและมอบรสสวาทของกันและกันอย่างเร้าร้อน​**

image

ฟากหนึ่งของดินแดนในสวรรค์ ร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังถูกชายร่างสูงใหญ่ร่างหลายตนกำลังเชยชมหาความสุขจากเรือนร่างที่แต่เดิมสะอาดเกลี้ยงเกลาแต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยน้ำขาวขุ่นกระจายทั่วร่างกาย ตนแล้วตนเล่ากำลังสาดกระซัดสะโพกหนาเข้าหานาง พร้อมกันทั้งหน้าทั้งหลัง ริมฝีปากมิอาจเอ่ยสิ่งใดได้เพราะมีสิ่งหนึ่งที่ยัดเข้ามาไม่หยุดหย่อน

“อ่า... เอามันจริงๆ” ร่างของนางถูกพวกปีศาจทั้งเหล่านี้พากันย่ำยี แต่ความรู้สึกกลับดีอย่างบอกมิถูก นางตอบรับพวกเขาอยากเต็มใจไปตามความปรารถนาของร่างกาย หาใช่จิตใจไม่ นางรังเกียจพวกมัน พวกมันรังแกนาง หากมันไม่ใช่เวทสะกดนางไว้ ไม่มีวันหรอกที่นางจะยินยอมพวกมัน นางเกลียด เกลียด!

เรียวขาเล็กถูกแยกให้ห่างออกไปมากกว่าเดิม ความแข็งแกร่งของพวกมันอัดเข้ามายังทั้งหน้าด้านหลัง เชือกที่มัดพันธนาการคอยฉุดให้นางยืนขึ้น แม้แรงของนางแทบจะไม่มีเหลือแล้ว

เด็กหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินตรงก้าวเข้ามาหานาง คนพวกนั้นถอดถอนตัวตนของมันออกจากร่างของนาง เชือกที่คอยพันธนาการนางไว้ขาดลง ร่างของนางร่วงหล่นลงอย่างรุนแรง แม้จะเจ็บปวดมากแค่ไหนนางก็มิร้องออกไป ได้แต่กัดปากกั้นความจบปวดมิให้หลุดรอดออกไป

ร่างของนางถูกฉุดให้ลุกขึ้น ในมือเขาถือน้ำสีประหลาดก่อนดื่มเข้าไป แล้วประกบเข้าปากนาง บังคับให้นางดื่มมันเข้าไปร่างของนางร้อนดุจไฟเผา ความต้องการต่างๆ นางอยากได้เขา นางอยากได้พวกเขา เด็กหนุ่มช้อนร่างของนาง อุ้มนางเข้าในห้องของเขา ทั้งเขาและนางต่างสาดกระซัดไฟพิศวาสใส่กัน เมื่อเขาเสร็จกิจสมหมาย พบว่านางหาได้มีความหมายใด ก็โยนนางออกไปข้างนอก

พวกหยาบโลนที่อยู่ด้านนอกพากันรุมเข้าหานาง ร่างของนางถูกนำมาบำบัดความใคร่ให้แก่พวกนั้นอีกครา ต่างถูกความแข็งขึงของผู้ใดก็ไม่รู้อัดแน่นเข้ามาทั้งด้านบนด้านล่างทั้งหน้าและหลัง

เสียงครางต่ำของพวกชั่วช้าดังลั่นไปด้วยความพอใจ นางคนนี้สามารถให้ความสำราญกับพวกเขาได้เต็มที นางช่างมีประโยชน์เสียจริง....

ส่วนสายตาที่ทอดมองมาจากด้านใน ให้ความรู้สึกเรียบเฉย หากไม่ใช่คนที่เขาตามอยู่ก็ล้วนแต่ไร้ประโยชน์ อย่างเช่นนางคนนี้


 

image

TALK WITH NALINARIN

ไทมไลน์เฉพาะตอน

ขึ้น 15 - แรม 2ค่ำ คือ ช่วงที่สวนเหมันต์มวลผกาไร้ปราการ ใครก็สามารถเข้าได้**

แรม 3 ค่ำ มีปีศาจที่ได้รับบาดเจ็บบุกรุกเข้าสวนเหมันต์มวลผกา

แรม 5 ค่ำ จางหลินตั้งทำพิธีคาถาผู้ปกป้องบุปผาสีชาดแห่งสวนเหมันต์มวลผกา

แรม 8 ค่ำ วันพระ  ซึ่งตามบทบอกสามคืนก่อนวันพระ นับคืนแรม 5ค่ำเป็นคืนแรก จนถึงแรม7ค่ำ เป็นคืนที่สาม

แต่ในกรณีที่บอกว่าหลังจากสามราตรี จางหลินจะไม่มีเวทมนตร์ คือช่วง แรม 6-8 ค่ำ นั้นเอง**

จากด้านบทเป็นของบทนำถึงบทที่1 ตามที่บอกไป

แรม 6 - 8 ค่ำ จางหลินไร้เวทมนตร์ ซึ่งไม่แปลกถ้าในวันแรม 6 ค่ำ จางหลินจะโดนปีศาจจับกิน และจับกินไปถึง แรม 8 ค่ำ**

แรม 9 ค่ำ เจินหมิงมาหาจางหลินช่วยนางแก้พิษ จนถึงแรม11ค่ำ

image

ความคิดเห็น