ทุกกุญแจทุกเหรียญที่ได้รับ จะส่งกลับเป็นความสุขผ่านอักษร ทุกแรงใจทุกคอมเม้นในทุกตอน ขอมอบกลอนเพื่อขอบคุณทุกท่านเอย ^^

​ตอนที่ 37 ปลายทาง [END]

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 37 ปลายทาง [END]

คำค้น : ซวย,ซวยขนาดนี้เป็นแฟนพี่เหอะน้อง,ธาม,ซัน,วาย,y,แซนด์,นน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2560 18:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 37 ปลายทาง [END]
แบบอักษร

ตอนที่ 37 ปลายทาง

 

-ซัน-

 

หลายวันมาผมมีความสุขมากที่ได้อยู่กับพี่ธามอีกครั้ง และชีวิตของผมก็น่าจะมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่เพราะว่าวันนี้แล้วที่ผมจะได้ออกจากโรงพยาบาลและไปอยู่ที่คอนโดกับพี่ธามเหมือนเดิม

 

ตอนนี้คุณแม่ของพี่ธามกำลังช่วยเก็บของอยู่เพื่อเตรียมตัวกลับส่วนพี่ธามก็เลยถือโอกาสไปจัดการเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด

 

“ซันไม่ต้องหรอกลูกของมีนิดเดียว เดี๋ยวแม่จัดการเอง” คุณแม่หันมาพูดกับผมเมื่อผมกำลังจะพยายามลงจากเตียงเพื่อไปช่วยคุณแม่

 

“ซันไม่เป็นอะไรมากแล้วครับให้ซันช่วยนะครับ” ผมกำลังจะก้าวขาลงจากเตียงแต่ประตูห้องก็ถูกเปิดออกก่อนซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นพี่ธามเพราะว่าพี่ธามพึ่งจะออกไปนอกห้องไม่นานนี้เอง

 

“คุณแม่” คุณแม่ของพี่ธามพูดขึ้นเบาๆเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้อง

 

“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้คุณยายของพี่ธามด้วยความตกตะลึงและความหวั่นใจที่เกิดขึ้น

 

“เธอออกไปก่อนได้ไหม ฉันมีเรื่องที่จะคุยกับเด็กนี้ตามลำพัง” คุณยายหันไปพูดกับคุณแม่ของพี่ธาม

 

คุณแม่มีท่าทางลังเลใจแต่ผมก็หันไปยิ้มให้กับคุณแม่พร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย คุณแม่ของพี่ธามหันไปมองคุณยายอีกครั้งก่อนที่จะค่อยๆเดินออกไปจากห้อง

 

ตอนนี้บรรยากาศในห้องมันเต็มไปด้วยความอึดอัดอย่างน่าประหลาด คุณยายยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดอกและมองตรงมาที่ผมที่กำลังนั่งอยู่บนเตียง

 

“เธอทำไปทำไม” เสียงเย็นชาดังขึ้นมาจากอีกฝ่ายพร้อมกับดวงตาคมกริบที่กำลังจ้องมาตรงมาราวกับใบมีดที่กำลังจะเฉือนร่างของผม

 

“เรื่องอะไรเหรอครับ” ผมถามอีกฝ่ายกลับไปเบาๆพร้อมกับก้มหน้าหนีด้วยตาคู่นั้น

 

“เรื่องนี้ไง” คุณยายพูดขึ้นพร้อมกับใช้มือจับไปที่ล็อกเก็ตสีทองที่คุณยายใส่อยู่ก่อนที่จะพูดต่อ “เธอคิดว่าการทำตัวเป็นฮีโร่อย่างนั้นจะทำให้ฉันยอมรับเธอหรือยังไง”

 

ผมส่ายศีรษะเบาๆก่อนที่จะหันไปสบตากับอีกฝ่าย “เปล่าครับ ผมไม่เคยคิดที่จะทำตัวเป็นฮีโร่หรอกครับ แต่ว่า...”

 

ผมหยุดพูดและกำลังคิดอยู่ว่าควรจะพูดสิ่งที่กำลังคิดอยู่ไหมเพราะมันอาจจะทำให้คุณยายเกลียดผมมากกว่าเดิมก็ได้

 

“แต่ว่าอะไร” คุณยายถามพร้อมกับจ้องผมเขม็ง

 

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะตัดสินใจพูดสิ่งที่ตรงกับความรู้สึกของผมออกไป

 

“คือผมรู้มาว่าล็อกเก็ตชิ้นนั้นเป็นของสำคัญของคุณยายที่ได้มาจากคนรักที่จากไป” ทันทีที่ผมพูดแววตาของคุณยายก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเหมือนตกใจที่ผมรู้เรื่องนี้

 

“ผมกับพี่ธามไม่ได้เจอกันหนึ่งเดือน ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง ผม....ผมรู้สึกทรมานมาก แต่ว่าความเศร้าของผมคงจะเทียบกับคุณยายไม่ได้เลยสักนิด” วินาทีนั้นอยู่ดีๆน้ำตาของผมมันก็ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

 

ผมเข้าใจดีว่าการที่ต้องห่างไกลจากคนที่เรารักที่สุดมันทรมานขนาดไหน มันเหมือนกับว่าครึ่งชีวิตของเราได้ขาดหายไป แต่ก็ยังดีที่ผมกับพี่ธามจากกันเพียงแค่หนึ่งเดือน แต่สำหรับคุณยายแล้วคงจะเป็นสิ่งที่ทรมานมากเพราะเป็นการจากลาชั่วชีวิตและคุณยายก็มีเพียงแค่ล็อกเก็ตชิ้นเดียวเท่านั้นที่เป็นของดูต่างหน้า จึงทำให้วินาทีนั้นที่คุณยายโดนโจรกระชากสร้อยผมจึงวิ่งตามไปอย่างไม่คิดชีวิต

 

“ผมขอโทษนะครับ ฮึก...ที่ทำอะไรบ้าๆ..ฮึก...ลงไป...และยังไปยุ่งกับเรื่อง...ส่วนตัวของคุณยายอีก..ฮึก.....ผมขอโทษครับ” ผมพูดออกไปด้วยเสียงที่สั่นเทาที่ยากเกินจะควบคุมพร้อมกับเอามือทั้งสองข้างเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลออกมาไม่ขาดสาย

 

“ใช้นี้ซะ เดี๋ยวคนอื่นเขาจะหาว่าฉันรังแกเด็ก” เสียงเย็นชาดังขึ้นพร้อมกับที่คุณยายยื่นผ้าเช็ดหน้ามาตรงหน้าผม

 

ผมมองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองก่อนที่จะยื่นมือที่สั่นเทาไปรับผ้าผืนนั้นเอาไว้

 

“ฉันขอบอกเธอตรงๆเลยแล้วกันนะว่าความจริงแล้วฉันก็ไม่ได้รังเกียจเธอหรอก แต่ว่าฉันรับไม่ได้จริงๆที่จะให้หลานชายของฉันมีคนรักเป็นผู้ชายเหมือนกัน ไหนจะเรื่องสังคม ไหนจะเรื่องชื่อเสียง ไหนจะเรื่องทายาทอีก เธอรู้ตัวไหมว่าเธอเองนั้นแหละที่กำลังทำให้ธามพบกับความลำบากทั้งปัจจุบันและในอนาคต”

 

ทุกคำพูดที่ได้ยินมันเหมือนกับมีดที่กำลังแทงทะลุเข้ามาในร่างกาย ทุกอย่างที่คุณยายพูดมันทำให้ผมมองเห็นความจริงที่ว่าคนที่กำลังทำร้านพี่ธามก็คือตัวผมเอง

 

เป็นเพราะคุณยายรักพี่ธามมากเลยไม่อยากให้พี่ธามต้องลำบากเพราะผม พี่ธามยังมีอนาคตอีกยาวไกลต่างจากผมที่เป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง

 

“ผมรู้ครับว่ากำลังทำร้ายพี่ธามแต่ว่าผมไม่รู้จะทำยังไง...ฮึก..เพราะผมรักพี่ธามมาก...ฮึก...ผมรัก...ฮึก...พี่ธามครับ”

 

ผมก้มหน้าลงกับผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่ตอนนี้กำลังซับน้ำตาที่กำลังไหลออกมาไม่หยุด

 

“ถ้าเธอไม่รู้จะทำยังไงงั้นฉันจะแนะนำให้ก็แล้วกัน” เสียงคุณยายดังขึ้นก่อนที่ผมจะสัมผัสได้ถึงมือของใครบางคนที่กำลังวางบนศีรษะของผมและลูบเบาๆอย่างอ่อนโยน

 

“เธอนะเป็นเด็กดี มีจิตใจดี แต่ว่าแค่นี้มันยังไม่พอหรอกนะ เธอจะต้องเข้มแข็งมากกว่านี้ ควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่านี้ เก่งมากกว่านี้ ฉลาดมากกว่านี้ และก็รู้ทันเจ้าธามมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นฉันคงจะต้องปลดเธอออกจากครอบครัวของฉัน”

 

“คะ...ครอบครัวเหรอครับ..” ผมพูดทวนออกมาเบาๆ

 

“ก็แธอเป็นแฟนหลานชายฉันไม่ใช่หรือไง” คุณยายยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนที่จะยกมือที่ลูบศีรษะผมออก

 

“ว่างๆก็ไปหาฉันที่บ้านบ้างละ แล้วฉันจะสอนเธอให้คู่ควรกับตำแหน่งหลานสะใภ้เอง” คุณยายพูดจบก็หันหลังและเดินออกไปจากห้องทันที

 

วินาทีนั้นผมรู้สึกดีใจมากจนกั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ก่อนหน้านี้แค่ไม่กี่นาทีผมต้องร้องไห้เพราะความเสียใจ แต่วินาทีนี้น้ำตาทุกหยดที่ออกมามันเต็มไปด้วยความดีใจอย่างที่สุดที่คุณยายยอมรับผมแล้ว

 

..................................................................................

 

-ธาม-

 

“ยายมาทำไม” ผมถามคุณยายทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเดินออกมาจากห้อง

 

ผมไม่ได้รับคำตอบใดๆนอกจากแววตาที่หันกลับมามองผมเพียงแค่เสียววินาทีก่อนที่ร่างนั้นจะเดินจากไป

 

วินาทีนั้นผมคิดอะไรไม่ออกนอกจากรีบวิ่งเข้าไปในห้องให้เร็วที่สุดและสิ่งที่ผมได้เห็นก็ทำให้หัวใจผมแทบจะแตกสลายอีกครั้ง

 

ผมมองเห็นคนที่ผมรักมากที่สุดกำลังนั่งอยู่บนเตียงและใช้มือทั้งสองข้างปิดที่ใบหน้าของตัวเอง ร่างกายเล็กๆสั่นไปมาน้อยๆ พร้อมกับเสียงร้องไห้ที่ดังออกมา

 

ผมปกป้องซันไว้ไม่ได้อีกแล้วใช่ไหม ผมทำให้ซันต้องร้องไห้อีกแล้วใช่ไหม

 

ผมได้แต่ด่าตัวเองในใจซ้ำพร้อมกับเดินเข้าไปสวมกอดร่างนั้นเอาไว้

 

“ซันครับ ซันไม่ต้องกลัวนะครับ พี่ธามอยู่นี้แล้ว” ผมกอดอีกฝ่ายไว้แน่นกว่าเดิม

 

ซันร้องไห้ไปอีกสักพักก่อนที่จะเงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตามามองหน้าผม แต่ว่าก็มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมต้องแปลกใจเพราะตอนนี้ใบหน้าของซันกำลังเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

 

“พี่ธามครับ.....คุณยายท่านยอมรับซันแล้วนะครับ..” ซันพูดจบก็กอดผมไว้แน่นและหลังจากนั้นซันก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ให้ผมฟังอย่างละเอียด

 

ตอนที่ผมได้ฟังก็ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเหมือนกัน แต่สุดท้ายผมก็อดที่จะดีใจไม่ได้ที่สุดท้ายทุกอย่างมันก็จบลงด้วยดี และความดีของซันก็สามารถที่จะเอาชนะใจคุณยายได้

 

..............................................................

 

หลังจากซันออกจากโรงพยาบาลมาอยู่กับผมที่คอนโด ช่วงปิดเทอมที่มีเวลาว่างๆซันก็จะขอผมไปหาคุณยาย ซึ่งผมก็ไม่อยากจะขัดใจก็เลยเป็นคนขับรถไปส่งซัน พอส่งเสร็จผมก็จะไปที่อื่นเพราะผมไม่ค่อยอยากจะเจอกับคุณยายมากเท่าไรนักเพราะเรื่องเก่าๆมันยังฝังหัวผมอยู่

 

แรกๆก็นานๆครั้งแต่พอมาพักหลังๆซันก็ไปที่บ้านคุณยายบ่อยมากขึ้น แถมบางคืนซันก็ไปนอนค้างที่นั้นด้วย จนตอนนี้กลายเป็นว่าซันอยู่กับคุณยายพอๆกับเวลาที่อยู่กับผมเลย คิดๆแล้วผมก็แอบน้อยใจอยู่เหมือนกัน

 

“วันนี้ทำอะไรมาบ้างครับ” ผมถามซันที่ตอนนี้พึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว

 

“ก็หลายอย่างนะครับ” ซันตอบพร้อมกับขึ้นมาบนเตียงและนอนข้างๆกับผมที่กำลังนอนดูหนังอยู่

 

“แล้วไอ้หลายอย่างเนี้ย มันมีอะไรบ้างละครับ” ผมใช้มือโอบเอวของอีกฝ่ายเอาไว้

 

“ก็ไปช่วยงานคุณยายที่บริษัทแล้วก็ไปซื้อของ แล้วก็กินข้าวครับ”

 

“เดี๋ยวนี้ซันของพี่กลายเป็นคนโปรดของคุณยายไปซะแล้ว พี่ธามน้อยใจนะเนี้ย”

 

“อย่าน้อยใจนะครับ ยังไงซันก็รักพี่ธามที่สุด” คนตัวเล็กพูดจบก็หอมแก้มผมเบาๆหนึ่งที

 

“ซันหอมแก้มพี่ธามก็ต้องหอมสองข้างสิครับไม่อย่างนั้นเดี๋ยวแก้มอีกข้างมันน้อยใจนะ” ผมหันแก้มอีกข้างไปทางคนตัวเล็ก

 

“เหมือนที่คุณยายเคยบอกเลยว่าพี่ธามเป็นคนเจ้าเล่ห์” ซันหันมาพูดกับผมพร้อมกับรอยยิ้มก่อนที่จะหอมแก้มผมอีกข้าง

 

“เจ้าเล่ห์แล้วรักไหมละครับน้องซัน”

 

“รักซิครับ รักมากด้วย แต่พี่ธามห้ามไปเจ้าเล่ห์กับคนอื่นนะครับ”

 

“ครับผม” ผมพูดกับอีกฝ่ายก่อนที่จะจูบอีกฝ่ายเบาๆ

 

“พี่ธามจำได้ไหมครับว่าวันนี้วันอะไร” อยู่ดีๆซันก็ถามผม

 

“วันเสาร์เหรอครับ” ผมพูดแล้วก็ดูหนังต่อไป

 

“แล้วพี่ธามจำได้ไหมครับว่าสัญญาอะไรเอาไว้”

 

“จำได้สิครับ ก็เราสัญญากันไว้ว่าจะไปกินข้าวกับคุณพ่อคุณแม่พี่ธารแล้วก็คุณยายใช่ไหมครับ”

“ครับ” ซันพูดขึ้นเบาๆและเอามือของผมที่กอดเอวอยู่ออกและซุกตัวลงนอนหันหลังให้ผม

 

ผมลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆก่อนที่จะปิดทีวีและปิดไฟและกลับมานอนข้างๆกับซันเหมือนทุกคืน

 

....................................................................

 

-ซัน-

 

(พี่ธามคงจะมีเรื่องให้คิดเยอะ พี่ธามก็เลยจำไม่ได้ เรื่องแค่นี้เองไม่เป็นอะไรหรอก) ผมได้แต่พูดปลอบใจตัวเองหน้ากระจกในตอนเช้าเรื่องที่พี่ธามจำสัญญาที่บอกกับผมไว้ไม่ได้

 

(ครบหนึ่งเดือนแล้วเราแต่งงานกันนะครับ) (พี่ฝากซันช่วยเก็บรักษาแหวนวงนี้ไว้ด้วยนะครับ ครบหนึ่งเดือนเมื่อไรพี่จะกลับมาสวมแหวนให้ซันเอง)คำสัญญาที่พี่ธามเคยบอกไว้ก่อนที่พี่ธามจะไปเมืองนอก คำสัญญาและแหวนที่ทำให้ผมอดทนมาตลอดในช่วงเวลาที่เราต้องห่างไกลกัน

 

ทั้งๆที่เมื่อคืนก็คือวันที่ครบหนึ่งเดือนแล้วแท้ๆ แต่พี่ธามกับพูดเหมือนจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด ผมไม่ได้หวังถึงขนาดจะแต่งงาน แต่ผมหวังแค่ว่าพี่ธามจะจำได้และสวมแหวนวงนั้นให้ผม แหวนที่ตอนนี้ผมเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีกับตัวตลอด

เวลา

 

หลังจากนั้นพี่ธามกับผมก็ไปที่ห้างชื่อดังเพื่อไปรับชุดสูทที่เคยสั่งตัดเอาไว้ก่อนหน้านี้จากนั้นก็ไปร้านทำผม เพราะว่าครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ผมจะได้ร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวของพี่ธามทุกคนและผมหวังว่ามันคงจะไม่จบลงแบบครั้งก่อนหน้า

 

กว่าทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยก็เป็นเวลาเย็นและใกล้เวลาที่นัดหมายเอาไว้ พวกเราก็เลยกลับมาแต่งตัวที่คอนโดและออกเดินทาง

 

ผมขอบอกเลยครับว่าปกติแล้วพี่ธามเป็นคนที่หล่อมากๆ แต่ว่าวันนี้พี่ธามดูหล่อกว่าเดิมเป็นพิเศษจนผมแทบจะละสายตาไม่ได้เลย ซึ่งผมก็โดนพี่ธามแซวเรื่องนี้อยู่หลายครั้งละครับ

 

“ซันเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมดูไม่ค่อยร่าเริงเลย” พี่ธามหันมาถามผมตอนที่กำลังขับรถอยู่

 

“เปล่าครับ” ผมตอบกลับไปทั้งๆที่ในใจตอนนี้ผมรู้สึกเศร้านิดๆ

 

“ถ้าไม่เป็นอะไรงั้นซันลองยิ้นให้พี่ธามดูหน่อยสิครับ” พี่ธามหันหน้ามาทางผมซึ่งผมก็ยิ้มไปให้อีกฝ่าย แต่เป็นรอยยิ้มที่ผมอยากจะให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจเท่านั้น

 

“หึหึ” พี่ธามหัวเราะเบาๆก่อนที่จะยื่นมือข้างหนึ่งมาลูบหัวผมเบาๆ

 

ในระหว่างเดินทางผมเริ่มคุ้นๆทางว่าตอนนี้เรากำลังไปที่บ้านของคุณพ่อคุณแม่ของพี่ธาม แต่ผมก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปจนกระทั่งรถที่นั่งอยู่เริ่มชะลอความเร็วที่หน้าประตูรั้ว

 

ประตูรั้วขนาดใหญ่ค่อยๆเลื่อนเปิดออกพร้อมๆกับสายตาของผมที่ต้องเบิกกว้างมากขึ้นกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า

 

พี่ธามหันมายิ้มให้ผมก่อนที่จะค่อยๆขับรถอย่างช้าๆผ่านประตูเข้าไปยังตัวคฤหาสน์ที่สวยงามที่ตอนนี้กลับยิ่งงดงามกว่าเมื่อต้องแสงไฟที่ถูกประดับและตกแต่งเอาไว้

 

“สวยจัง” ผมพูดออกมาเบาๆกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เพราะไม่ใช่เพียงแค่ตัวอาคารเท่านั้นแต่ว่ารอบๆทั้งสวน ทั้งต้นไม้ น้ำพุ ก็ถูกประดับตกแต่งด้วยผืนผ้า ดวงไฟ และดอกไม้อย่างไร้ที่ติั

 

“พี่ธามจัดให้ซันโดยเฉพาะเลยนะ ชอบไหมครับ” พี่ธามพูดและหันมายิ้มให้ผม

 

“จัดให้ซันเหรอครับ”

 

“ก็ใช่สิครับ ก็งานหมั้นเราทั้งทีก็ต้องจัดให้เต็มที่สิ”

 

“มะ...หมั้นเหรอครับ” ตอนนี้ทั้งในสมองของผมกำลังงงไปหมดแต่ว่าหัวใจมันกลับเต้นแรงจนหยุดไม่อยู่

 

พี่ธามยื่นมือทั้งสองข้างของพี่เขามากุมมือของผมเอาไว้ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของผมอบอุ่น “พี่ขอโทษนะครับ ที่ผิดสัญญา เพราะตอนแรกพี่บอกว่าครบหนึ่งเดือนแล้วเราจะแต่งงานกัน แต่ว่าคุณยายคุณพ่อคุณแม่แนะนำว่าให้หมั้นเอาไว้ก่อนแล้วรอให้ซันเรียนจบแล้วค่อยแต่งงาน ซันยกโทษให้พี่ธามได้ไหมครับ”

 

“ฮึก....ครับ” ตอนนั้นผมน้ำตาไหลออกมาทันทีอย่างควบคุมไม่ได้ พี่ธามค่อยๆก้มลงมาและจูบเบาๆไปที่หลังมือของผมอย่างนุ่มนวล

 

ผมค่อยๆเอื้อมมือไปปลดสร้อยคอที่ใส่ออกและหยิบแหวนที่พี่ธามเคยให้เอาไว้ออกมา “นี้ครับ แหวนที่พี่ธามเคย ...ฮึก...ฝากผมเอาไว้”

 

พี่ธามยิ้มกว้างก่อนที่จะรับแหวนวงสีเงินวงนั้นไปและค่อยๆสวมลงที่นิ้วกลางข้างซ้ายของผมอย่างนุ่มนวล

 

“ซันสวมให้พี่บ้างสิครับ” พี่ธามหยิบกล่องแหวนขึ้นมาและยืนมาให้ผมซึ่งผมก็รับเอาไว้และเปิดออกก่อนที่จะหยิบแหวนสีเงินแบบเดียวกันที่อยู่ภายในออกมาสวมให้พี่ธาม

 

“พี่ธามรักน้องซันนะครับ” พูดจบพี่ธามก็จูบเบาๆที่หน้าผากของผม

 

“ฮึก.....ผมก็รักพี่ธามครับ” ผมได้แต่สะอื้นและร้องไห้ด้วยความตื้นตัน

 

ในรถที่มีเพียงแค่เราสองคนเท่านั้น งานหมั้นที่ไม่ต้องมีสักขีพยานใดๆ แต่แค่นี้ก็ทำให้ผมมีความสุขเกินกว่าที่จะจินตนาการได้แล้ว

ผมไม่เคยคาดหวังเลยสักนิดว่าจะได้แต่งงานหรือได้หมั้นกับพี่ธาม เพราะสิ่งเดียวที่ผมต้องการก็คือการได้อยู่กับพี่ธามตลอดไปแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

 

“อย่าร้องไห้สิครับ เดี๋ยวคนอื่นก็หาว่าพี่แกล้งซันหรอก” พี่ธามพูดเบาๆพร้อมยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ผม

 

“พี่ว่าเราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ คนอื่นคงจะรอกันนานแล้ว” พี่ธามออกจากรถและเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ผม

 

เราสองคนเดินอ้อมไปทางด้านข้างของคฤหาสน์ผ่านทางเดินที่ปูด้วยหินและสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้จนกระทั่งไปถึงสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ตอนนี้ถูกประดับตกแต่งอย่างสวยงาม รวมไปถึงคนอื่นๆในงานที่กำลังมองตรงมายังพวกเราสองคนด้วยรอยยิ้ม

 

คนที่อยู่ในงานเป็นครอบครัวของพี่ธาม ทั้งคุณยาย คุณพ่อคุณแม่ รวมถึงพี่ธารด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีน้าจอย พี่แซนด์รวมถึงพวกเพื่อนๆของผมและเพื่อนของพี่ธาม ถึงแม้จะไม่มากมายแต่ก็ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นใจอย่างที่สุด

 

ผมกับพี่ธามเดินไปยังโต๊ะที่พวกท่านนั่งอยู่ “สวัสดีครับคุณยาย คุณพ่อคุณแม่ น้าจอย พี่ธาร”

 

“ทั้งสองคนนั่งก่อนสิ” คุณยายพูดขึ้น และเมื่อพวกเรานั่งเรียบร้อยแล้วคุณยายก็พูดต่อ “ยายขอโทษพวกเราสองคนด้วยนะที่เมื่อก่อนยายทำบางอย่างที่ไม่ดีลงไป แต่เพราะว่าตอนนั้นยายคิดว่าความรักของพวกเธอมันเป็นแค่ความรู้สึกชั่วครู่ชั่วคราวไม่จริงจัง แต่ตอนนี้เธอสองคนทำให้ยายเห็นและเข้าใจว่าความรักมันที่เธอมีให้กันมันยิ่งใหญ่มากแค่ไหน”

 

คุณยายหันไปทางพี่ธามและพูดออกมา “ธามก็ดูแลซันให้ดีๆละ รู้ใช่ไหมว่าเด็กดีอย่างหนูซันหายากแค่ไหน และกว่าเธอสองคนจะมีวันนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ยายเชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีปัญหาเข้ามาแน่ๆ แต่ยายก็มั่นใจว่าธามจะต้องดูแลซันและช่วยกันผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน”

 

พูดจบคุณยายก็หันมาทางผม “ยายดีใจมากนะที่ได้ซันมาเป็นหลานอีกคน ยายฝากซันดูแลเจ้าธามด้วยนะ” คุณยายหยุดพูดก่อนที่จะหยิบกล่องเล็กๆออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้ผมซึ่งผมก็รับไว้ทันทีตามมารยาท “ยายให้เป็นของขวัญแล้วกัน ว่างๆซันก็มาหายายบ้างละ”

 

จากนั้นผมกับพี่ธามก็รับพรจากท่านอื่นๆก่อนที่จะขอตัวไปหาเพื่อนๆ

 

“แหวนสวยนะเนี้ย” ทันทีที่ผมแยกกับพี่ธามมานั่งกับเพื่อนผมก็โดนแซวทันที เราคุยกันไปได้สักพักก่อนที่พี่แซนด์จะเดินมานั่งข้างๆกับผม

 

“ไม่นึกเลยนะเนี้ยว่าไอ้ตัวแสบของพี่จะหมั้นก่อนพี่ซะอีก” พี่แซนด์พูดพร้อมกับเอามือมาโยกหัวผมเล่น

 

“ผมก็ไม่นึกเหมือนกันครับว่าพี่แซนด์จะยอมให้น้องชายสุดหวงหมั้นกับเพื่อนผมง่ายๆแบบนี้ ฮาๆ” เสียงหัวเราะเบาๆดังมาจากพี่เกมที่นั่งอยู่ข้างๆกับเนม

 

“ก็เพื่อนมึงมันรักน้องกูจริงนิหว่า หึหึ” พี่แซนด์ตอบอีกฝ่ายกลับไปก่อนที่จะหันมาทางผมอีกครั้ง

 

“พี่ดีใจนะที่ซันมีวันนี้” พี่แซนด์พูดจบก็กอดผมและจูบเบาๆบนหน้าผาก

 

พี่แซนด์ค่อยๆปล่อยกอดออก “ต่อไปนี้พี่คงได้เจอซันน้อยลงแล้วสินะ และก็คงไม่ค่อยได้หอมแก้มนุ่มๆนี้แล้วด้วย” พี่แซนด์พูดจบก็ค่อยๆก้มลงมาอีกครั้ง

 

ผมหันไปเห็นพี่ธามที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆรีบเดินเข้ามาหาผมทันทีก่อนที่จมูกของพี่แซนด์จะสัมผัสแก้มผม

 

“พี่แซนด์จะทำอะไรครับ” พี่ธามถามขึ้นทันทีที่เดินมาถึง

 

พี่แซนด์หันไปยิ้มกวนๆให้พี่ธามก่อนที่จะกดจมูกลงบนแก้มผม “ก็หอมน้องกูไง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

 

“โห้ พี่แซนด์อย่างแกล้งผมดิ”

 

“แกล้งอะไร กูหอมจริงๆ” พี่แซนด์พูดจบก็กดจมูกลงมาอีกครั้ง

 

“ผมว่าพอเถอะพี่แซนด์ เดี๋ยวเพื่อนผมบางคนจะงอนเอานะ” ผมพูดพร้อมกับหันไปยิ้มพี่แซนด์ซึ่งพี่แซนด์ก็รีบหันไปมองไอ้นนทันที

 

“มึงมองกูทำไม” นนมันหันไปถามพี่แซนด์ก่อนที่มันจะหันหน้าไปอีกทาง

 

คนอื่นๆที่นั่งอยู่ถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยที่นนกล้าพูดขึ้นมึงขึ้นกูกับพี่แซนด์เพราะปกติแล้วไม่มีใครกล้าพูดแบบนี้

 

“กูก็มองเด็กขี้หึงไง”

 

“กูไม่ได้หึง”

 

“ปากแข็งวะ สงสัยคืนนี้ต้องจัดให้แล้วละมั่ง หึหึ” พี่แซนด์หัวเราะเบาๆพร้อมกับยื่นมือไปบีบปากไอ้นน

 

“โรคจิต” นนมันพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไป ส่วนพี่แซนด์ก็หัวเราะเบาๆอีกครั้งและรีบเดินตามไป

 

ผมว่าพี่แซนด์กับนนเป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุดแล้วเห็นเจอหน้ากันก็ทะเลาะกันทุกทีแต่สุดท้ายก็เห็นอยู่ด้วยกันตลอด แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงเรื่องเดียวเลยก็คือไอ้นนเพื่อนผมคงจะต้องเหนื่อยแน่ๆก็พี่ชายผมโรคจิตจริงๆครับ

 

ผมหยิบของขวัญกล่องเล็กๆที่คุณยายให้ไว้ขึ้นมาแกะดูซึ่งสิ่งที่อยู่ภายในนั้นก็คือกุญแจรถพร้อมกับข้อความที่เขียนไว้ว่า “ว่างๆก็ขับมาหายายบ้างนะ”

 

พี่ธามชวนผมออกไปเดินเล่นในสวน จันทร์เต็มดวงที่อยู่บนท้องฟ้า สายลมเย็นๆที่พัดพากลิ่นหอมจากดอกไม้ มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีและมีความสุขที่สุดในโลก ตอนนี้ผมมีความสุขมากๆที่ได้เดินอยู่ข้างๆคนที่ผมรักมากที่สุดและได้อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่ผมรักมากที่สุด

 

ยิ่งมืดบรรยากาศภายในงานก็ยิ่งสวยงามและอบอุ่นมากขึ้น แสงไฟที่ส่องสว่างในความมืดเหมือนกับความรักของผมกับพี่ธามที่ผ่านอุปสรรคมามากมาย เสียงเพลงในงานก็เหมือนกับอ้อมกอดอันอบอุ่นที่ไม่ว่าจะเหนื่อยล้าหรือโศกเศร้าเพียงใดก็สามารถปลอบประโลมจิตใจให้ดีขึ้นได้

 

จากจุดเริ่มต้นผมกับพี่ธามได้ผ่านอะไรมามากมายมีทั้ง เรื่องที่โศกเศร้า เรื่องที่น่ายินดี เรื่องที่อยากลืม เรื่องที่น่าจดจำ แต่ทุกเรื่องและทุกเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาไม่ว่าจะร้ายหรือดีมันเป็นเหมือนกับก้อนหินแต่ละก้อนที่ค่อยๆถูกวางลงให้กลายเป็นเส้นทางที่ทอดยาวมากขึ้นและหนักแน่นมากขึ้น และที่ปลายทางนั้นผมก็ได้พบเจอกับความรักและความสุขที่แท้จริง

 

พี่ธามหยุดเดินและหันหน้ามาสบตากับผมและใช้มือทั้งสองข้างกุมมือของผมเอาไว้

 

“พี่ธามรักน้องซันนะครับ”

 

คำพูดไม่กี่คำที่ดังออกมาไม่ว่าจะได้ฟังกี่ครั้งก็ทำให้ผมรู้สึกดีทุกครั้งและสิ่งที่ผมจะตอบกลับไปเช่นกันก็คือ

 

“น้องซันก็รักพี่ธามครับ”

 

*****จบบริบูรณ์ *****

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ติดตามกันมาจนถึงตอนสุดท้ายนะครับ

 

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ไรท์เริ่มแต่งจากความนึกสนุก อาจจะสนุกบ้างไม่สนุกบ้าง ก็ต้องขออภัยไว้ด้วยนะครับ

ขอบคุณทุกกำลังใจและการสนับสนุนด้วยดีเสมอมา

 

ขอความกรุณาช่วยติดตามต่อไปในผลงานชิ้นอื่นๆด้วยนะครับ :)

 

ปล.แซนด์-นน มีต่อนะครับแต่รอนานหน่อย ช่วงนี้ไม่มีเวลาจริงๆครับ

 

เพจของไรท์เข้ามาพูดคุยกันได้นะครับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว