facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 Hi Daddy.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2560 19:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 Hi Daddy.
แบบอักษร

                                                                     

                                                                     บทที่ 2

                                                                   Hi Daddy.


สนามบินลอนดอนฮีทโธรว์ ประเทศอังกฤษ

“คร้าบแม่ฝัน ภัทรจะรายงานตัวกับแม่ฝันทุกวันแน่นอนครับ”เด็กหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาคมคายเอ่ยบอกกับมารดาเสียงใส พร้อมกับสอดสายตาหาใครบางคนไปด้วย

“แม่จะตามลูกไปพรุ่งนี้เลยดีไหมเนี่ย” คนห่วงลูกบ่นกระปอดกระแปดตามปลายสายออกมา ทำให้เด็กหนุ่มอดจะยิ้มขำกับความเป็นห่วงเกินเหตุของมารดาไม่ได้

“ภัทรดูแลตัวเองได้ฮะ” ซีโน่เอ่ยอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ทว่าใบหน้าก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็เป็นห่วงท่านเช่นเดียวกันที่ปล่อยให้มารดาอยู่บ้านเพียงลำพัง จึงเข้าใจความรู้สึกของท่านเป็นอย่างดี

“เอาเป็นว่าแม่เข้าใจแล้วกันจ่ะ” หญิงสาวเอ่ยสรุป

“รักแม่ฝันที่สุดเลยคร้าบ” หนุ่มลูกครึ่งเอ่ยประจบ

ก่อนทั้งสองจะวางสายคนเป็นแม่ก็ไม่วายกำชับในหลายๆ เรื่อง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องความปลอดภัยของหนุ่มน้อยทั้งนั้น แม้จะฝากฝังกับครอบครัวของเพื่อนลูกชายแล้วก็ตาม แต่ความเป็นแม่ก็ไม่ลดความห่วงลงแต่อย่างใด

“ขอบคุณที่ช่วยเรานะจอห์น” ซีโน่เอ่ยขอบคุณเพื่อนสนิทที่ช่วยปิดบังมารดาเรื่องเรียนพิเศษและเรื่องที่ตนจะบินไปที่อิตาลีต่อ

“ไม่เป็นไรหรอกซีโน่ ถ้าเราเป็นนาย เราก็จะทำแบบนายเหมือนกัน” จอห์นยิ้มอย่างให้กำลังใจ เพราะเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนเลือกทำ แม้จะแลกมาด้วยการโกหกมารดาก็ตาม

“เราฝากขอโทษป้ามุกด้วยนะ”

เด็กหนุ่มเอ่ยถึงมารดาของเพื่อนที่เป็นธุระจัดการทุกอย่างให้เสียดิบดี แต่กลับต้องสูญเปล่า เพราะเจ้าตัวกำลังจะเดินทางไปอีกประเทศหนึ่ง

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเราคุยกับแม่เราเอง”

“ขอบใจนายมากจอห์น” ทั้งสองกอดกันกลม สำหรับมิตรภาพที่จริงใจของกันและกัน ก่อนจะผละออกจากกัน เมื่อคนที่กำลังเอ่ยถึงเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

“สองหนุ่ม ได้เวลาเดินทางกลับบ้านแล้วจ้า”

มุกดาเอ่ยบอกลูกชายและเพื่อนลูกชายที่ตนเอ็นดูเหมือนลูกอีกคน แต่ก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นมีเพียงจอห์นที่เดินมาหาตนลำพัง โดยมีซีโน่ยืนยิ้มและโบกมือให้

“ใช่ครับ ได้เวลาเดินทางกลับบ้านแล้วครับ” จอห์นเอ่ยเห็นด้วยกับมารดา ก่อนจะออกแรงจูงมือท่านออกมาจากที่ตรงนั้น

“เดี๋ยวๆ จอห์นลูก ซีโน่ไม่ไปกับเราด้วยเหรอ” มุกดาเอ่ยถามลูกชายด้วยความข้องใจ

“ซีโน่มีที่ที่ต้องไปต่อครับ เราไปหาแด๊ดกันสองคนพอแล้วเนอะ”

จอห์นไม่ได้อธิบายให้มารดาเข้าใจมากกว่าเดิมนัก แต่ท่านท่านก็ยอมเดินตามแรงจูงมือของเขามาจนถึงรถที่จอดรอรับทั้งสองกลับบ้านอยู่

“แล้วแม่จะบอกน้องฝันแม่ของซีโน่ยังไงดีล่ะลูก” นางเอ่ยอย่างกังวล เพราะรับปากทางนั้นไว้อย่างเสียดิบดี ทว่าก็ต้องมาเสียคำพูดจนได้

“ผมเชื่อว่าแม่ของผมแก้ปัญหาได้ครับ” จอห์นยิ้มให้มารดาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับเปิดประตูรถให้ท่านเดินนำเข้าไปนั่งก่อน

“น้าจะพยายามนะจ้ะซีโน่” นางเอ่ยบอกไปถึงอีกคนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันในตอนนี้ ก่อนจะหันมาถามลูกด้วยความไม่แน่ใจอีกครั้ง “ซีโน่จะปลอดภัยใช่ไหมลูก”

“แน่นอนครับ” จอห์นเอ่ยย้ำและพูดต่อด้วยคำพูดปริศนา “แม่เตรียมรับสายจากใครบางคนได้เลยฮะ”

ยังไม่ทันที่สองแม่ลูกจะคุยกันเข้าใจดีก็มีเสียงเรียกเข้าจากมือถือเครื่องเล็กในกระเป๋าของมุกดาเสียก่อน และเมื่อนำออกมาดูก็เห็นเป็นหมายเลขแปลก มองหน้าลูกชายว่าตนควรจะรับดีหรือไม่

จอห์นที่รู้ว่าเป็นใครเป็นคนที่โทรเข้ามาที่เบอร์มารดา จึงพยักหน้าให้ท่านรับสายเสีย

“สวัสดีค่ะ มุกดาพูดค่ะ” มุกดารับสายด้วยภาษาสากล ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “ซีโน่น่ะหรือคะ…อ่อค่ะ…ค่ะ…ค่ะ”

มุกดาคุยเพียงไม่นานก็วางสายไปและหันไปยิ้มให้ลูกชาย พร้อมกับเอ่ยสั่งคนขับรถ

“กลับบ้านเลยจ่ะ”

ทางด้านฝั่งซีโน่ที่ยืนส่งเพื่อนสนิทจนลับตาไปก็ได้เวลาที่ตนจะโทรหาใครบางคนเสียที ยังไม่ทันที่จะได้หยิบมือถือขึ้นมาทำอย่างที่คิดก็ต้องสะดุ้งจนสุดตัว เมื่อเห็นชายชุดดำจำนวนหนึ่งราวๆ ห้าคนมายืนโค้งคำนับต่อหน้าตนด้วยความพร้อมเพรียง

“สวัสดีครับนายน้อย” ทั้งห้าคนกล่าวทักทายเป็นภาษาสากลอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนที่จะมีหนึ่งในห้าคนนั้นเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “นายท่านให้เรามารับนายน้อยครับ”

คนที่ถูกเรียกว่านายน้อยยังไม่ทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธก็มีเสียงเตือนของข้อความดังขึ้นเสียก่อน

ติ๊ดๆติ๊ดๆ

ซีโน่หยิบมือถือเครื่องจิ๋วของตนขึ้นมาดู พออ่านข้อความที่ถูกส่งมาจนจบก็เข้าใจ

“เข้าใจแล้ว เราไปกันเถอะ”

เด็กหนุ่มตอบรับอย่างเข้าใจ แม้จะยังไม่คุ้นเท่าไหร่กับสรรพนามที่คนพวกนี้ใช้เรียกตน ทว่าก็ไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด


กรุงโรม ประเทศอิตาลี

รถคันหรูแล่นไปตามถนนเส้นหลักของกรุงโรม เมืองหลวงของประเทศอิตาลี บริเวณรอบข้างถนนรายล้มไปด้วยตึกรามบ้านช่องใหญ่โต ผู้ที่เพิ่งเคยมาโรมเป็นครั้งแรกถึงกับอดตื่นเต้นกับความสวยงามของเมืองหลวงไม่ได้พาลให้นึกถึงมารดาที่อยู่ทางเมืองไทย เพราะอยากให้ท่านได้มาเห็นด้วยกัน

“นายน้อยต้องการจะไปไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ” หนึ่งในการ์ดที่นั่งรถมาด้วยกันเอ่ยถามหลังออกมาจากสนามบินได้ไม่นาน

“นิคาโออยู่ที่ไหน” เด็กหนุ่มไม่ตอบ แต่เลือกจะถามกลับแทน

การ์ดคนนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง เนื่องจากกำลังเช็คบางอย่างกับโทรศัพท์มือถือของตน ถ้าให้เดาก็คงจะเช็คว่าเจ้านายใหญ่ของตนอยู่ที่ไหนในตอนนี้ ก่อนจะเอ่ยออกมาในที่สุด

“อยู่ที่สำนักงานใหญ่ของคิงส์ตันครับ”

“ฉันจะไปที่นั่น”


สำนักงานใหญ่คิงส์ตัน กรุ๊ป

ตึกแฝดขนาดใหญ่สองตึกตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทเดินเรือที่ใหญ่ติดอันดับโลกและยังมีบริษัทลูกอีกมากมายหลายธุรกิจ โดยสองตึกนี้มีความสูงมากกว่าตึกบริเวณรัศมีโดยรอบแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลมาเฟียแห่งอิตาลี ยากที่จะหาสิ่งเทียบเท่าได้

“แด๊ดนี่รวยชะมัดเลย”

หนุ่มลูกครึ่งเอ่ยกับตนเอง เมื่อเห็นอาณาจักรของผู้เป็นพ่อ ไม่คิดว่าตระกูลคิงส์ตันจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ การได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างของนิคาโอจากรูปหรือตามข่าวต่างๆ เทียบไม่ได้กับการได้เห็นและสัมผัสของจริงเช่นนี้

หลังจากที่การ์ดทั้งห้าพาตนมาส่งถึงที่เรียบร้อยก็ไล่ให้ทั้งหมดกลับไปได้ แม้จะถูกแย้ง ทว่าเด็กหนุ่มก็ไม่คิดสนใจ เพราะตนก็มีวิธีการของตนที่จะเข้าหามาเฟียใหญ่แห่งอิตาลีโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการ์ดพวกนั้น

“ได้เวลาเจอกันแล้วแด๊ด” พูดเพียงเท่านั้นก็เดินเข้าตึกใหญ่ตรงหน้าที่การ์ดพามาส่งทันที คิดว่านิคาโอคงอยู่ในตึกแห่งนี้ โดยมีกระเป๋าเป้ใบขนาดกลางเป็นสมบัติติดกายเท่านั้น

ซีโน่เดินเข้าไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีสาวอิตาลีนั่งอยู่ประจำเคาเตอร์สองคน ซึ่งทั้งสองก็ยิ้มให้ตั้งแต่ยังเดินเข้าไปไม่ถึงด้วยซ้ำ

“สวัสดีหนุ่มน้อย มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าเอ่ย” หนึ่งในสองสาวเอ่ยถามเป็นภาษาอิตาเลี่ยน

“ผมขอเข้าพบนิคาโอได้ไหมครับ”

ซีโน่ไม่เข้าใจว่าหญิงสาวประชาสัมพันธ์พูดว่าอย่างไร แต่กลับบอกความต้องการของตนเองไปเป็นภาษาอังกฤษที่ตนเองถนัด ซึ่งโชคดีที่ทั้งสองฟังออก เพราะส่วนใหญ่ประเทศอิตาลีใช้ภาษาอิตาเลี่ยนในการสื่อสาร จะมีส่วนน้อยที่พูดภาษาอังกฤษได้

สองสาวมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ พร้อมกับมองสำรวจหนุ่มน้อยลูกครึ่งตรงหน้าด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามประโยคที่สองออกมา

“ได้นัดไว้หรือเปล่าคะ”

“ไม่ได้นัดไว้ครับ”

เด็กหนุ่มตอบตามความจริงเมื่อคิดว่าตนเองจะไม่ได้เข้าพบเจ้านายของสองสาว ซีโน่ก็เริ่มนำมุขที่ใช้กับมารดาอยู่เป็นประจำออกมาใช้

“พี่สาวคนสวยให้ผมเข้าพบเถอะนะครับ ผมมีธุระกับนิคาโอจริงๆ พี่สาวช่วยผมหน่อยได้ไหมฮะ”

ซีโน่ตีหน้าเศร้าพร้อมกับพูดเสียงอ้อนวอน หวังให้สองสาวยอมใจอ่อนเช่นมารดาของตน ซึ่งเมื่อเห็นอาการของทั้งสองแล้วก็พอจะมีความหวัง

“นะครับพี่สาว” หนุ่มลูกครึ่งกดดันอีกครั้ง และมันก็ได้ผลเสียด้วย

“เดี๋ยวพี่จะโทรเข้าไปถามเลขานายให้ก็แล้วกันนะ”  หญิงสาวพูดเมื่อตัดสินใจได้ แม้จะรู้ว่าผู้เป็นนายไม่ชอบให้ใครเข้าพบถ้าไม่ได้นัดเอาไว้

“หนูไปนั่งรอที่โต๊ะตรงโน้นก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะเดินไปบอก” ประชาสัมพันธ์สาวพูดพร้อมกับชี้ไปยังที่นั่งสำหรับแขกให้เด็กหนุ่มเข้าไปนั่งรอ

“ขอบคุณมากฮะ”

คนเจ้าแผนการยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เมื่อทั้งสองสาวให้การช่วยเหลือ ก่อนจะเดินไปนั่งตามที่พี่สาวบอกไว้เมื่อครู่

“นี่ไมเคิลถ้ามีนัดออกไปข้างนอก แกควรจะบอกฉันไว้ตั้งแต่เมื่อเช้า ไม่ใช่อีกชั่วโมงจะถึงเวลานัดค่อยมาบอก”

เสียงทุ้มเอ่ยบ่นลูกน้องหลังเดินออกมาจากลิฟต์ภายในบริษัท เนื่องจากเจ้าของชื่อทำงานไม่ได้ดั่งใจ แต่ก็ยังคงเปลืองเงินจ้างตลอดมา ถ้าไม่ติดว่าโตขึ้นมาด้วยกันเขาคงไล่ออกไปนานแล้ว พร้อมกับแฝดพี่อย่างไมลีย์อีกคน

“ผมขอโทษครับนาย ผมจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกแล้วครับ” ไมเคิลเอ่ยออกไปอย่างสำนึกผิด เพราะเรื่องนี้ตนสะเพร่าเอง

เสียงพูดคุยตอบโต้กันอย่างไม่เบานัก ทำให้คนที่นั่งอยู่ใกล้กับลิฟต์ของบริษัทหันไปมองและได้เจอเข้ากับบุคคลที่ตนเองอยากเข้าพบมากที่สุดในตอนนี้

ซีโน่มองคนตัวโตที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพงตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ใบหน้าที่มีหนวดเคราขึ้นเล็กน้อยส่งผลให้ใบหน้าคมเข้มดูดัน ทว่าก็ยังคงความหล่อเหลาไว้เช่นเดิม ยิ่งดวงตาสีสวยที่ดูลึกลับนั่นยิ่งน่าดึงดูดใจให้คนเข้าไปทำความรู้จัก ไม่เช่นนั้นมาเฟียหนุ่มคนนี้คงไม่มีข่าวกับสาวๆ ไม่ซ้ำหน้าในแต่ละวัน

“ได้เวลาไปทักทายแด๊ดแล้วซีโน่”

ไม่เพียงพูดเปล่า แต่เด็กหนุ่มกลับเดินเข้าไปขวางทางเดินของทั้งสองคนไว้ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก

คนเร่งรีบต้องหยุดเดินอย่างกะทันหัน จนไมเคิลชนเข้าที่หลังเจ้านายหนุ่มเต็มแรง เพราะเบรกไม่ทัน เมื่อมีเด็กหนุ่มลูกครึ่งเข้ามาขวางทางเดินของพวกตน

นิคาโอต้องอารมณ์เสียกับลูกน้องตัวดีถึงสองครั้งสองครา ทว่าไมเคิลก็ไม่น่าถูกจับหักคอเท่ากับหนุ่มน้อยลูกครึ่งตรงหน้าที่บังอาจมาทำให้เขาต้องเสียเวลามากกว่าที่ควรจะเป็น

มาเฟียหนุ่มวัยสามสิบสองปีมองสำรวจคนตรงหน้าด้วยสายตากร้าว เพราะอารมณ์ไม่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ใบหน้าหวานคมที่ต้องมีอย่างน้อยสองสัญชาติผสม โดยรวมถือว่าหล่อเหลาเอาการทีเดียว แม้หน้าตายังดูอ่อนเยาว์แต่ส่วนสูงเจ้าเด็กนี่ไม่ธรรมดาเสียจริงๆ อีกสองสามปีข้างหน้ามีหวังได้สูงกว่าเขาไปหลายเซนติเมตรแน่ ทว่าส่วนสูงไม่ใช่ปัญหา เพราะเรื่องของเรื่องคือเจ้าเด็กนี่มาขวางหน้าเขาด้วยเหตุใด

ยังไม่ทันได้ถามในสิ่งที่ตนเองสงสัย คนตรงหน้าก็ชิ่งเอ่ยขึ้นตัดหน้าเสียก่อน แถมคำพูดที่ใช้ก็น่าตบกบาลเสียจริงๆ

“Hi Daddy. How are you?”

เด็กหนุ่มเอ่ยทักทายคนตัวโตตรงหน้าด้วยใบหน้าทะเล้น พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานไปให้ แม้จะได้สายตาอยากจะกินเลือดกินเนื้อตอบกลับมา แต่หนุ่มลูกครึ่งก็ไม่หวาดหวั่น

“ใครเป็นแด๊ดนายกันฮะเจ้าเด็กบ้า !”นิคาโอตะคอกกลับไปด้วยความโมโห แต่เจ้าเด็กบ้านี่ก็ยังคงยิ้มหวานให้อยู่เช่นเดิม อย่างนี้มันน่าจับหักกระดูกนัก

“ถ้าคุณชื่อ นิคาโอ เบคเค็ตต์ คิงส์ตัน  ก็แสดงว่าไม่ผิดตัว”

ซีโน่พูดพร้อมกับยกมือขึ้นกอดอก พร้อมกับทำหน้าสงสัยไปด้วย คล้ายกับกำลังปรึกษากับตัวเอง และท่าทางแบบนี้ก็ทำให้นิคาโอได้แต่นับหนึ่งถึงสิบในใจไม่ให้ลงมือกับเจ้าเด็กนี่

“ไอ่ชื่อน่ะถูกเผงเลยล่ะ แต่ที่ผิดมหันต์นั่นคือ ฉัน-ไม่-ใช่-พ่อ-นาย” มาฟียหนุ่มย้ำทีละคำอย่างใจเย็น ทว่าเจ้าเด็กนี่คงฟังภาษาอังกฤษไม่ได้ถึงได้ไม่เข้าใจอะไรสักที

ไอ้การที่มีคนอุ้มลูกมาบอกว่าเขาคือพ่อเด็กนั้นเจออยู่บ่อยครั้งจนแทบจะชินชาเสียแล้ว แต่ไอ้การที่มีเด็กหนุ่มลูกครึ่งตัวโตขนาดนี้มาอ้างตัวว่าเป็นลูกนี่ไม่เคยเลย และมันคงไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เด็ดขาด เพราะถ้าเจ้าเด็กนี่เป็นลูกของเขาจริง นั่นหมายความว่าเขาคงไปไข่ทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งตั้งแต่อายุยังไม่ครบยี่สิบปีดีเลยด้วยซ้ำ บางทีมันอาจจะอยากพูดประโยคนี้กับใครบางคนที่หน้าตาเหมือนเขาก็ได้

“จะไม่ใช่ได้ยังไงล่ะแด๊ด” ซีโน่ค้าน

“ไหนล่ะหลักฐาน ถ้ามีก็เอามาโชว์เลยสิว่าฉันเป็นพ่อนายจริงหรือเปล่า” นิคาโอยกมือขึ้นกอดอกบ้างพร้อมกับถามอย่างเป็นต่อ โดยไม่สนใจเลยว่าตอนนี้ตนเองกำลังเถียงกับเด็กอายุสิบขวบกว่าอยู่ แถมยังมีพนักงานที่สนใจเมียงมองอยู่เป็นครั้งคราว เพราะไม่เคยเห็นภาพเจ้านายในลักษณะนี้มาก่อน กับการที่มายืนเถียงบางอย่างกับเด็ก ซึ่งไมเคิลเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่กำลังให้ความสนใจอยู่ และหวังว่าผู้เป็นนายคงไม่แพ้เด็กให้หรอกนะ

“DNA ที่หน้ายังไงล่ะ” ซีโน่ชี้ไปที่หน้าตัวเอง ก่อนจะพึมพำประโยคต่อมาเบาๆ “ถึงจะเหมือนไม่มากก็เถอะ”

“นั่นไงล่ะ นายมันเด็กเลี้ยงแกะ” นิคาโอต่อว่า เพราะไม่ว่าจะดูอย่างไรเจ้าเด็กนี่ก็หน้าตาไม่เหมือนเขาแม้แต่นิดเดียว ถึงจะเป็นลูกครึ่งก็เถอะ แต่มองยังไงก็ไม่เหมือน

“ถึงนายจะยืนยันยังไง ฉันก็ไม่มีทางเป็นพ่อนายไปได้หรอกเจ้าเด็กน้อย”

“ถึงตอนนี้ผมยังไม่มีหลักฐาน แต่ความจริงก็คือความจริงอยู่วันยังค่ำนั่นแหละ”

เด็กหนุ่มเริ่มโมโหตัวเองที่ไม่ได้เตรียมหลักฐานอย่างอื่นมาด้วย ทว่าก็มีไม้เด็ดอยู่กับมือเรื่องของมารดา แต่จะไม่ยอมบอกเรื่องนี้แน่นอน เขาจะทำให้ผู้ชายคนนี้ยอมรับเขาเป็นลูกด้วยความเต็มใจอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น

“กลับไปหาแม่นายเถอะ ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นและไม่เหมาะสำหรับเด็กอย่างนาย” นิคาโอเอ่ยบอกอย่างจริงจัง โดยไม่สนใจความผิดหวังบนใบหน้าหล่อของเด็กหนุ่มแต่อย่างใด

เมื่อคนตรงหน้านิ่งไป นิคาโอก็เหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือ ซึ่งเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลานัด ถ้าไม่มัวเสียเวลาอยู่กับเจ้าเด็กเลี้ยงแกะตรงนี้เขาคงไปถึงที่หมายนานแล้ว

“ไปกันได้แล้วไมเคิล เราเลียเวลากับเจ้าเด็กบ้านี่นานเกินไปแล้ว” ชายหนุ่มหันไปบอกกับลูกน้อง

“ครับนาย” ทั้งสองเตรียมจะก้าวเดินไป แต่ก็ต้องหยุดชะงักกับคำพูดของเจ้าเด็กนี่อีกครั้ง

“อีกสองเดือนเท่านั้น” ซีโน่พูดขึ้นก่อนที่พวกเขาจะเดินจากไป ก่อนจะพูดต่อในสิ่งที่ตนตั้งใจ “ผมจะทำให้คุณยอมรับผมเป็นลูกให้ได้ แต่ถ้าผมทำไม่ได้ ผมจะไปจากชีวิตของคุณเอง จากไปตลอดกาลโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกไม่ว่าจะฐานะใดๆ ทั้งสิ้น”

“พูดได้ดีนี่” นิคาโอเอ่ยชมด้วยความดูแคลน “แต่ฉันคงไม่ปล่อยให้นายมาวุ่นวายกับชีวิตฉันถึงสองเดือนแน่”

“คุณไม่มีทางไล่ผมไปไหนได้ ถ้าผมไม่อยากไปเอง” เด็กหนุ่มพูดออกไปพร้อมกับกำหมัดแน่น

“แล้วฉันจะคอยดู” นิคาโอพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ลูกครึ่งหนุ่มยืนน้ำตาคลอด้วยความเสียใจ ทว่าเพียงเท่านี้ไม่ทำให้คนที่ดิ้นรนมาตามหาพ่อถึงต่างแดนยอมแพ้ไปได้หรอก

“ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่จนกว่าคุณจะรับผมกลับไปบ้านด้วย !”

คนไม่ยอมแพ้ตะโกนไล่หลังคนเป็นพ่อไป ทว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้หันกลับมาสนใจไม่ แต่ยังคงก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างสง่างาม

“แด๊ดไม่มีทางหนีความจริงพ้นหรอก” ซีโน่เอ่ยกับตนเองเบาๆ ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้พี่ประชาสัมพันธ์สาวเมื่อก่อนหน้านี้

“คุยธุระเรียบร้อยแล้วใช่ไหมจ้ะ”

หญิงสาวเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง เพราะตนได้รู้ได้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ด้วย จึงอดจะเป็นห่วงเด็กหนุ่มไม่ได้ ทว่าก็ยังชื่นชมที่สามารถยืนต่อปากต่อคำกับมาเฟียหนุ่มได้โดยที่ไม่ฉี่รดกางเกงไปเสียก่อน

ซีโน่จ้องมองไปที่แผ่นหลังของคนเป็นพ่อ จนเขาเดินห่างออกไปจนลับตา

“ยังหรอกฮะ มันยังไม่จบง่ายๆ หรอกฮะ”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว